Forwriter Rally Board

วอร์มอัพแรลลี => DT ปัณณนภัส / iloverally /รัญชิดา => ข้อความที่เริ่มโดย: ไอวินทร์ ที่ สิงหาคม 06, 2014, 12:14:14 PM

หัวข้อ: 35 หน้า [...3...]
เริ่มหัวข้อโดย: ไอวินทร์ ที่ สิงหาคม 06, 2014, 12:14:14 PM
บทที่ ๓ 


   วรรณรัมภาเดินไปจนทั่วงาน เพื่อตามหาป้าจอมใจของเขา จะได้ขอกลับก่อนเวลา ดูเหมือนว่าจิตใจเธอจะไม่สงบเสียแล้ว

   “ป้าคะ วรรณขอกลับก่อนได้มั้ยคะ”

   “อ้าวทำไมล่ะลูก ไม่สบายหรือเปล่า หรือจะเวียนหัวคนเยอะ”

   “ค่ะๆ” เธอรีบตอบ

   “ทำอย่างไรดีล่ะ ป้าให้รถที่บ้านกลับไปก่อน เพราะคิดว่าจะอยู่ดึกเสียหน่อย ตอนนี้ก็ยังไม่สี่ทุ่มเลย ทนไหวมั้ยป้าจะเรียกให้รถมารับ”

   “ไม่เป็นไรคะ คุณป้าวรรณนั่งแท็กซี่กลับเองได้ค่ะ”

   “ได้ยังไงล่ะ ขนาดตอนกลางวันยังไม่ค่อยจะน่าไว้ใจเลย เห็นมั้ยที่ลานจอดรถ
กลางวันแสกๆ ยังจี้ยังปล้นกันได้หน้าตาเฉย แล้วผู้หญิงที่เดินทางคนเดียวยิ่งเป็นเป้าหมาย ไม่เอาป้าไม่ให้หนูกลับคนเดียว แต่ว่าจะเอายังไงดีล่ะ”
เหมือนป้าจอมใจจะเหลือบไปเห็นใครบางคนเข้า และกวักมือเรียก เธอเอี้ยวตัวไปดู คุณพระช่วย

หลานชายของป้าจอมใจ เขานั่นเอง
   “มานี่สินพวินทร์” ป้าจอมใจ เรียกชื่อเขาแบบนี้ อย่าบอกนะว่าจะให้ไปส่งเธอ

   “อะไรครับคุณหญิงป้า”

   “ไม่ต้องมาลามปามเรียกแบบนี้ ไปส่งน้องหน่อยได้มั้ย หรือมากับสาวๆ คนไหน
ไม่เป็นไร ให้รอไปก่อน ไปส่งน้องที หนูวรรณไปกับหลานชายป้านะ ให้พี่เขาไปส่งดีกว่า กลับคนเดียว ถ้าเป็นอะไรป้าจะไม่สบายใจ”

   “ได้ครับ”

   เธอตอบพร้อมเขา “เอ่อ คุณป้าคะ ก็ได้ค่ะ” ตอนแรกเธอจะปฏิเสธ แต่มาคิดอีกทีต้องคิดถึงความมีเหตุผลก่อน ค่อยหาทางชิ่งทีหลัง
   “ดีจ๊ะ แล้วโทรมารายงานป้าด้วยว่าถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว ไม่ดีกว่าให้พี่เขาถ่ายรูปหนูกับบ้านมายืนยันแล้วกัน”

   “โธ่ คุณป้าคะ ขนาดนั้นเลยเหรอคะ แต่ว่าหลานชายคุณป้าจะลำบากเปล่าๆ นะคะ”

   “ไปเถอะ ขืนให้หนูกลับคนเดียวมีหวังได้โดนป้าของหนูบ่นจนหูชา”

   “ค่ะ คุณป้า” เธอจำรับคำเพื่อให้เรื่องจบลง

รอจนป้าจอมใจเดินไปรับแขกอีกทาง เธอถึงหันมาขมขู่กับคนขับรถจำเป็นที่ไม่ทำหน้ายินดียินร้ายอะไร
“ฉันไม่ไปกับคุณ”

“กลัวอะไรหรือเปล่าหนูวรรณ”

“อย่ามาเรียกชื่อฉันแบบนี้ ฉันกลับคนเดียวได้”

“อย่าทำตัวมีปัญหาเลยน่า ผมไม่คิดจะทำอะไรคุณสักหน่อย แม้ว่าชุดที่คุณใส่จะล่อตาล่อใจผู้ชายอยู่บ้าง”
เธอก้มลงมองตัวเองที่ใส่ชุดแซ็คสั้นโชว์ไหล่ข้างหนึ่ง

“งั้นฉันรอกลับพร้อมคุณป้าจอมใจก็ได้ เพราะฉันไม่ต้องการให้เปลืองพลังงานโดยใช่เหตุ”

“ผมควรทำตามว่างั้น คุณนี่กลับไปกลับมาทำอย่างกับเด็กเล่นขายของ หรือจริงๆ ต้องการหนีหน้าผมกันแน่”

“ใช่”

“เสียใจด้วยยังไงผมก็จะไปส่งคุณ ป้าผมคงไม่พอใจถ้าผมไม่ทำตามคำสั่ง
อีกอย่างถ้ารอจนงานเลิกแล้วต้องไปส่งคุณกลับบ้านอีก คิดดูสิว่าท่านจะถึงบ้านตัวเองเมื่อไหร่”

“ไม่เห็นเป็นไร ฉันก็ค้างบ้านป้าจอมใจก็ได้”

“ต้องการอย่างนั้นก็ได้ แต่คุณต้องไปบอกป้าของผมเอง”

“ย่อมได้อยู่แล้ว ยังก็ขอบคุณที่มีน้ำใจคิดจะไปส่งให้นะคะ ลาก่อน”
วรรณรัมภารู้สึกดีใจที่แก้ปัญหาได้สำเร็จ จนไม่ได้สังเกตว่าอีกคนก็ลอบยิ้มเงียบๆ
เดินกลับไปบอกป้าจอมใจ และเธอก็เป็นฝ่ายหน้าแตกอีกรอบ
 ป้าจอมใจยืนยันว่าไม่ว่าเธอจะค้างที่ไหนก็ต้องให้หลานชายไปส่งอยู่ดี เชื่อเลย เอาแต่ใจกันจริงๆ ตระกูลนี้

โดยที่ไม่ต้องเดินไปตามหาไกล เขายืนล้วงกระเป๋าข้างหนึ่งรออยู่แล้ว เหมือนรู้ล่วงหน้า
“จะไปกันได้หรือยังครับคุณผู้หญิง”

“เชิญคุณนำไปก่อนสิคะ” 

พนักงานโรงแรมขับเอารถมาส่งให้ เธอรีบขึ้นรถยนต์ทันที
“ใจร้อน น้องเขาจะเปิดประตูให้ก็ไม่ยอม” พอเขามานั่งในรถ ก็เริ่มต่อว่าเธอ

“ฉันง่วง หวังว่าไม่ต้องบอกทางนะคิดว่าคุณจะไปถูก”

“แน่นอนครับ กรุณารัดเข็มขัดด้วย” เขาโน้มตัวไปดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้เธอเรียบร้อย
“ฉันทำเองได้”

“ไหนคุณบอกง่วง ผมเลยอาสาทำให้”

“ขอบคุณค่ะ แต่คราวหลังไม่ต้อง”

“ดุจัง คนเขาอุตส่าห์มีน้ำใจ”

“โดยที่ผู้รับเขาไม่ต้องการ เขาเรียกว่าอะไรคะ”

“โอเคๆ ผมยอมคุณแล้ว จะตั้งใจขับอย่างสุดความสามารถเลยครับคุณผู้หญิง”

“ดี” เธอตอบพร้อมกันปรับเอนเบาะไปด้านหลัง รู้สึกง่วงจริงๆ อย่างที่บอก เธอเดินไปเดินมาในงานเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ทำเอาเธอหมดแรง
นพวินทร์ขับรถยนต์ไปตามท้องถนน เพียงไม่นานก็ปราศจากเสียงใสๆ ตอบโต้หรือต่อว่าเขา
หันไปก็พบว่าเธอหลับไปจริงๆ เมื่อได้สังเกตเธออย่างใกล้ๆ แบบนี้ ทำให้เขาอดรู้สึกเสียดายไม่ได้
 สามีเธอน่าจะเป็นผู้ชายที่โชคดีคนหนึ่ง เราน่าจะเจอกันเร็วกว่านี้ ทั้งที่ป้าของเขากับป้าของเธอเป็นเพื่อนกันมานานแล้ว
ช่วยไม่ได้ในเมื่อไม่มีวาสนาต่อกัน เขาคง...ต้องทำใจ

วันนี้การจราจรในช่วงกลางคืนไม่หนาแน่นเท่าไหร่ ทำให้ใช้เวลาไม่นาน เขาจอดรถยนต์ไว้ที่หน้าตึกใหญ่
“คุณๆ ถึงแล้ว หนูวรรณครับตื่นเถอะ” ใช้เวลาปลุกอยู่หลายนาทีแต่ไม่มีวี่แววว่าเธอจะตื่นง่ายๆ เลย
ผู้หญิงขี้เซา
   คนขับรถยนต์ของป้าเขาถึงกับเกาหัวด้วยความงง

   “เอ่อ ผมจะเอารถไปเก็บยังไงล่ะครับคุณวินทร์”

   “เมียฉัน เดี๋ยวจัดการเอง” เขายักคิ้วให้กับคนขับรถที่มองตาโต อ้าปากค้าง

   แต่ปัญหาหนักนี่สิ เขาจะอุ้มเธอไหวหรือเปล่า ต้องขึ้นชั้นสองแล้วนี่ห้องรับแขกได้ทำความสะอาดรอไว้หรือเปล่าก็ไม่รู้
   “ไสวๆ อยู่ไหนเปิดประตูห้องฉันที” สาวใช้วิ่งมาหาทันที


   “ใครคะคุณวินทร์ สวยด้วย”

   “หลานเพื่อนคุณหญิงป้าฉันไง น่าจะคุ้นตานะ ชื่อวรรณๆ อะไรเนี่ยแหละ”

   “อ๋อ คุณวรรณนี่เอง คุณป้าคุณโทรมาบอกว่าให้เตรียมห้องรับแขกไว้แล้วค่ะ อยู่ปีกขวา”

   “เหมือนเขาจะไม่ค่อยสบาย ให้ไปนอนห้องฉันนี่แระ เดี๋ยวฉันดูแลเอง ฉันรู้จักกับเขามาก่อน”

   “เอ่อ จะดีเหรอคะคุณวินทร์ คุณป้าคุณสั่งเอาไว้ว่าให้ดูแลคุณวรรณด้วย”

   “ไม่ต้องห่วง ฉันจะอธิบายกับป้าเอง”

   “คุณวินทร์อย่าทำอย่างนี้เลยนะคะ เดี๋ยวไสวโดนไล่ออก”

   “นี่แกคิดว่าฉันจะทำอะไรผู้หญิงที่มีสามีแล้วอย่างนั้นเหรอ ฉันไม่เลวขนาดนั้นหรอกน่า”
ตอนที่ไม่รู้ไม่นับ และเขาคิดว่าพอจะหักห้ามใจได้อยู่หรอกน่า แต่ไม่รู้คิดอะไรอยากให้เธอได้นอนในห้องนอนของเขา

   “ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะคุณวินทร์ มันไม่เหมาะสมนะคะ ให้เธอพักห้องรับแขกเถอะนะคะ”

   “ก็อยากอยู่หรอก ถ้าปลุกเธอตื่นนะ คงจะไม่สบายมากและฉันจะรับผิดชอบเอง
 เปิดประตูเร็วๆ เข้าฉันหนักนะ แล้วไปนอนซะ พรุ่งนี้ก็อย่าเพิ่งรายงานป้าฉันเรื่องนี้เข้าใจมั้ยไสว”

   “คุณวินทร์ไม่น่าเลย”

สาวใช้บ่นกระปอดกระแปดหลังจากเปิดประตูให้และยืนดูเขาวางเธอลงบนเตียงนอนเรียบร้อย แต่ก็ยอมเดินออกไปแต่โดยดี
   นพวินทร์พยายามลองปลุกเธออีกครั้ง แต่ก็ไม่ยอมตื่นนี่ป้าเขาใช้เธอทำงานหนักขนาดไหนกันนะ ในเมื่อหมดทางเลือก เขาเลยตัดสินใจเปลื่ยนเสื้อผ้าให้เธอเอง หาเสื้อยืดมาให้เธอใส่นอนไปก่อน ส่วนตัวเขารีบไปอาบน้ำแล้วหยิบหมอนไปนอนที่โซฟา ไม่เข้าใจตัวเองอยู่เหมือนกันทำไมต้องอยากให้เธอมานอนในห้องนี้ด้วย

   วรรณรัมภาดึงผ้าห่มออกจากตัวเพราะเริ่มรู้สึกร้อน แสงแดดส่องเข้ามาทำให้เธอมองเห็นสภาพภายในห้องนอนได้อย่างชัดเจน
ที่นี้ที่ไหน เธอผุดลุกขึ้นมานั่งเมื่อรู้สึกว่าสิ่งแวดล้อมไม่คุ้นตา ที่ปลายหางตาเหมือนมีคนเดินออกมาจากห้องน้ำ

   “นี่คุณ” เธอเรียกด้วยความโมโห

   “อ้าว ตื่นแล้วเหรอครับหนูวรรณ”

   “ไหนบอกสิ ฉันมานอนอยู่ที่นี้ได้ยังไง”

   “ผมอุ้มขึ้นมานะสิ คุณน่าจะเริ่มออกกำลังกายได้แล้วนะ ผู้หญิงพอเริ่มมีอายุจะมีปัญหาข้อเข่าเสื่อม”

   “ไม่ต้องมาทำเป็นหวังดี ที่นี้ที่ไหน ฉันจะต้องอยู่บ้านคุณป้าจอมใจไม่ใช่เหรอ”

   “ที่นี้แหละ นี่หนูวรรณไม่รู้เหรอครับว่าผมก็อาศัยซุกหัวนอนอยู่ที่นี้ด้วย หรือที่จริงคุณรู้อยู่ก่อนแล้ว”

   “ไม่เห็นคุณป้าบอกเลยว่าอยู่กับหลานชาย” เธอรำพึงอยู่คนเดียว

   “ว่าอะไรนะครับ”

   “แล้วเสื้อผ้าของฉันอยู่ไหน ใครเป็นคนถอดเสื้อผ้าฉันออก คุณมีเจตนาอะไรกันแน่”

   “จะให้ตอบคำถามข้อไหนก่อนดี ผมขอตอบข้อหลังสุดก่อน ถ้าผมจะคิดทำอะไรคุณ
ทำไมต้องพามาที่นี้ด้วย แล้วถ้าเกิดป้าของผมเกิดรู้เข้า มิโดนเอามีดมาเสียบยอดอกหรอกเหรอ”

   “คุณตอบไม่ตรงคำถาม ชุดฉันอยู่ไหน” 

   “ผมเอาไปแขวนให้ แต่ว่าอย่าใส่กลับบ้านเลยชุดนั้น มันไม่ค่อยน่าดูเท่าไหร่”

   “ใครใช้ให้คุณดู แล้วป้าจอมใจอยู่ไหน ฉันจะเรียนท่านว่าจะกลับบ้านแล้ว”

   “คุณนี่มีคำถามตลอดเลยนะหนูวรรณ เดี๋ยวผมไปส่งเอง ผมบอกคุณป้าไว้แล้ว ตอนนี้ท่านออกไปตัดริบบิ้นเปิดงาน ตั้งแต่เก้าโมงแล้ว”

   “คุณไม่ควรพาฉันมานอนที่ห้องนี้ คุณก็รู้ว่าฉันแต่งงานแล้ว
หรือคุณต้องการให้ฉันมีปัญหากับคนที่บ้าน คุณต้องการให้ครอบครัวคนอื่นร้าวฉานอย่างนั้นเหรอ”
เธอจำเป็นต้องโกหก เพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย

   “ผมขอโทษ” เสียงเขาสลดไปทันที เหมือนเขาเพิ่งคิดได้

   “ฉันหวังว่าจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก เรื่องในอดีตต่างๆ ก็ขอให้แล้วกันไป
 เพราะฉันก็ทำผิดและไม่อยากทำผิดซ้ำอีก หวังว่าคุณคงจะเข้าฉันนะคะ”

   “ผมเข้าใจครับหนูวรรณ เดี๋ยวหลังจากรับประทานอาหารเช้า ผมจะไปส่งคุณเองนะครับ”

   “ไม่ดีกว่าค่ะ ให้คนขับรถไปส่งน่าจะเหมาะสมที่สุด ฉันไม่อยากให้ใครเข้าใจผิด”

   “ผม เอ่อ ได้ครับ”

   วรรณรัมภานั่งอยู่ในรถยนต์และทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี
ทางที่ดีเธอควรหยุดทำงานกับป้าจอมใจ พอถึงบ้านเธอกล่าวขอบคุณคนขับรถ
 แล้วรีบจัดกระเป๋าเสื้อผ้าทันทีคิดว่าจะออกไปเที่ยวต่างจังหวัดอีก จะว่าเธอขี้ขลาดก็ยอม เหมือนหนีปัญหา
 แต่คงจะดีกว่าก่อนที่ปัญหาใหม่ๆ จะเข้ามาทับถมเธออีก เธอตัดสินใจโทรไปหาป้าจอมใจ

   “คุณป้าจอมใจคะ หนูวรรณเองนะคะ”

   “ว่าไงลูก พอดีป้ารีบออกมาแต่เช้า เมื่อคืนหวังว่าคนที่บ้านจะจัดห้องให้หนูพักเรียบร้อยนะ”

   “ค่ะ คุณป้า วรรณมาคิดดูแล้ววรรณไม่อยากทำงานแล้วค่ะ วรรณพอจะทำใจได้แล้ว ตอนนี้วรรณอยากไปเที่ยวหาความสุขใส่ตัวบ้าง”

   “อย่างนั้นเหรอลูก ป้าเสียดายจริงๆ เราเพิ่งได้เจอหน้ากันไม่เท่าไหร่เอง”

   “ขอบคุณคุณป้าที่ให้โอกาสวรรณ แต่วรรณจะทำให้คุณป้าเสียเวลาทำงานเปล่า ๆ
มีเรื่องหนึ่ง วรรณอยากขอร้องคุณป้าค่ะ วรรณรบกวนคุณป้าอย่าเพิ่งบอกหลานชายคุณป้านะคะ ว่าหนูเพิ่งหย่า”

   “ทำไมเหรอ พี่เขาทำอะไรไม่ดีกับหนูวรรณหรือเปล่า เขาพูดจาหยาบคายอย่างนั้นเหรอ เดี๋ยวป้าจะไปจัดการให้”

   “ไม่ใช่ค่ะ วรรณไม่ได้เข้าข้างตัวเองนะคะ แต่วรรณคิดว่าเขาแอบชอบวรรณ
และวรรณไม่ต้องการให้ความหวังหรือเริ่มต้นใหม่กับใครในช่วงนี้ เขาจะได้ไม่มาวุ่นวายกับวรรณอีก”

   “เอ๊ะ หนูวรรณ เล่าให้ป้าฟังได้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น หลานชายป้าทำอะไรให้หนูไม่พอใจหรือเปล่าจ๊ะ”

   “ไม่หรอกค่ะ แต่เขาคงจะสับสนว่าหนูยังเป็นโสดอยู่ก็เท่านั้นเองค่ะ วรรณมีเรื่องรบกวนคุณป้าเท่านี้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ คุณป้าทำงานต่อเถอะคะ สวัสดีค่ะ” เธอเห็นว่าจะเป็นการเปิดเผยเรื่องราวมากเกินไป ยิ่งตัดบทการสนทนาเร็วเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งสบายใจ



   เมื่อเวลาอาหารเย็น สองป้าหลานได้มีโอกาสได้มานั่งรวมโต๊ะกันเป็นครั้งแรกในรอบรายเดือนที่ผ่านมา
ความผิดปกติของหลานชายไม่ได้รอดพ้นสายตาของหล่อนไปได้ จึงเลียบเคียงถามเรื่องสัพเพเหระก่อนจะวกเข้าเรื่องสำคัญ หลังจากคนใช้รายงานเอาไว้

   “เมื่อคืนนี้แกไม่ได้ทำตัวเกเรกับน้องใช่มั้ย”

   “มีใครไปฟ้องหรือไงครับคุณหญิงป้า” ชายหนุ่มถามเสียงเรียบ

   “แกน่าจะรู้แกใจ ฉันเพิ่งรู้จากไสว เรื่องใหญ่แบบนี้แกจะไปตำหนิไสวมันไม่ได้หรอก แกรู้หรือเปล่าผู้หญิงเขาจะเสียหาย”

   “ผมไม่ได้ทำอะไรล่วงเกิน คุณน้องวรรณของป้าสักหน่อย”

   “แล้วแกจะอุ้มน้องเข้าห้องนอนทำไม”

   “ผม...”

เมื่อไม่ได้คำตอบเสียทีเลยลองเสี่ยงถาม “แกชอบหนูวรรณมากใช่มั้ย แม้ว่าเขาจะแต่งงานแล้วอย่างนั้นเหรอ”

“ครับผมชอบเธอ” เขาแปลกใจตัวเอง ที่สามารถยอมรับออกมาตรงๆ

“แกควรจะหักห้ามใจ มันบาป แล้วก็ทำร้ายตัวเองด้วย”

“ผมรู้แต่รัก...ไม่สิแค่ชอบแบบที่อะไรก็มาหยุดไม่ได้ ป้าเคยเป็นหรือเปล่าครับ”

“ป้าขอเตือน แกจะยิ่งทำให้ตัวเองเจ็บปวดเสียเปล่าๆ แต่ก็ดีเหมือนกันจะได้รู้ว่า เวลาทำให้สาวๆ ผิดหวัง จะรู้สึกยังไง”
“ผมคงต้องขอบคุณที่ป้าเตรียมสมน้ำหน้าผมล่วงหน้า”

“ใช่แล้วย่ะ อย่างแกมันต้องโดนเสียบ้าง”
 ว่าแล้วป้าเขาก็เดินนวยนาดออกจากห้องรับแขกไป ทิ้งให้เขาจมจ่อกับความรู้สึกผิดหวังเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ยาวนาน

นพวินทร์ตระหนักถึงข้อเท็จจริงนี้ มันเจ็บปวดทีเดียว เธอแต่งงานแล้ว
ไม่มีทางที่เขาจะยื่นมือเข้าไปแทรกแซงทำลายครอบครัวของใคร แต่ก่อนจะหมดหวัง
เขาน่าจะได้รู้ว่าเธอกับสามีของเธอมีความสุขกันดีอยู่หรือเปล่า
แค่ความหวังเล็กๆ และเขาควรจะยินดีกับเธอ หวังว่าอย่างนั้น

แต่ก่อนอื่นเขาคงต้องสืบรู้นามสกุลสามีของเธอให้ได้เสียก่อน และเธอแต่งงานกับใคร เมื่อย้อนกลับไปถามผู้เป็นป้า
ทั้งที่คิดว่าน่าให้คำตอบได้ดีที่สุด กลับกลายเป็นว่า โดนสั่งให้ล้มเลิกความคิดเหลวไหลทั้งหมด ถ้าแม้ฝ่ายหญิงเขาจะมีท่าที
แต่ถึงอย่างไรถ้าเขามีปัญหากัน พอเขาปรับความเข้าใจกันได้ คนนอนก็กลายเป็นสุนัขหัวเน่าเท่านั้น อย่างไรเสียผู้หญิงเขาก็ต้องเลือกสามีก่อน

ในเมื่อหวังพึ่งข้อมูลจากป้าไม่ได้ เขาก็ต้องหวังพึ่งตัวเองก่อนเป็นดีที่สุด แล้วจริงๆ เขาไม่ได้รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเธอเลยสักอย่าง แม้แต่อายุก็ยังไม่รู้เลย เขาอยากจะบ้าที่รู้แค่ชื่อของเธอ ตอนนั้นที่เจอคู่ค้าของสามีเธอเขาน่าจะถามให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไปเลยว่า เธอประกอบธุรกิจอะไร อย่างน้อยก็ยังพอมีเบาะแสอยู่บ้าง

คนอย่างนพวินทร์ต้องมาจนตรอกอย่างนั้นเหรอ ทั้งที่ทำกำไรให้บริษัทปีหนึ่งตั้งหลายสิบล้านบาท เขาก็ลืมไปว่า
 คนขับรถเพิ่งไปส่งเธอถึงบ้าน คงจะไม่ยากอีกต่อไป ถ้าเขาจะบุกถ้ำเสือ อย่างน้อยเขาก็ต้องได้รู้ว่าเธออยู่ที่ไหน 

ชายหนุ่มร้อนใจอยากจะออกไปตามหาบ้านเธอเสียเดียวนี้เลย สั่งสาวใช้ให้ไปตามคนขับรถเพื่อสอบถามถึงบ้านพักของเธอ
นพวินทร์มองแผนที่ที่คนขับรถวาดในกระดาษอย่างมีความหวัง ในความรู้สึกของเขาถึงเธอจะมีสามีแล้ว แต่ทำไมเธอถึงไปดูคอนเสิร์ตคนเดียว
 เธอต้องมีปัญหาแน่ๆ และเขาต้องรู้ให้ได้ในวันพรุ่งนี้