แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - rayya gandy

หน้า: [1] 2
1
เรื่องกลิ่นแก้ได้คะพี่สาว ว่าแต่เมื่อไหร่จะมาต่อคะ น้องจะรออยู่ที่ตอนที่หนึ่งนะคะ

2
นางเอกใจเด็ดจัง ฟาดพี่มากดังตุบ

3
สวัสดีค่า มาส่งข่าวความคืบหน้าของนิยายเรื่อง ดวงใจซุปเปอร์สตาร์ ค่ะ นิยายเรื่องนี้เรญ่าจะลง อีบุ๊ค ที่ meb ฝากอุดหนุนด้วยนะคะ///เรญ่า

4
อูย...อ่านไปมโนไป พี่มาร์คชอบทรมานสาว

5

           ในขณะที่เปลือกตากำลังปิดสนิท ดวงหน้าเล็กรู้สึกได้ถึงความเหนียวเหนอะนะ เปียกชื้นสัมผัสกับผิว พร้อมเสียงครืดคราดดังแว่วอยู่ข้างใบหูเล็ก การนิทราอันแสนหวาน พลันถูกรบกวน จนไม่สามารถนอนต่อไปได้อีก ฝ่ามือเล็กปัดป้องสิ่งรบกวนใจที่กำลังรุกราน บางสิ่งบางอย่างที่ไม่อาจคาดเดาได้ว่า เจ้าสิ่งนั้นต้องการอันใด จากสัมผัสของสิ่งแปลกปลอม สร้างความคลางแคลงใจให้แก่ปณาลีเป็นอย่างมาก พื้นผิวของมันมีลักษณะหยุ่นๆ และเปียกชื้น ขนาดไม่น่าจะใหญ่มาก คาดคะเนได้น่าจะประมาณลูกลำไย และเธอยังสัมผัสได้ว่า มีอะไรนิ่มๆ คล้ายเส้นไหม คลอเคลียอยู่ด้วย สิ่งนั้นกระทบกับพวงแก้ม พร้อมถูไถไปมา จากนั้นก็ลามไล่ไปยังใบหูเล็ก พร้อมส่งเสียงดัง                                                                                               

“ บ๊อกๆๆ...หงิ๋งๆ...” เจ้าสุนัขพันธุ์ชิสสุ สีเทา ตาโตบ้องแบ้ว ส่งเสียงเห่าเรียกเจ้าของที่นอนอุตตุ ไม่ยอมลุกเสียที
ปราสาทส่วนรับรู้ของเจ้าของร่างเล็ก ทำงานโดยอัตโนมัติในทันที ที่หูได้ยินเสียงปลุกของเจ้าพะโล้สัตว์เลี้ยงแสนรักขี้อ้อน เปลือกตาที่ปิดสนิทเริ่มขยุกขยิก ก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างงัวเงีย เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องนอนสี่เหลี่ยม เพื่อมองหาร่างหญิงชราในชุดโจงกระเบน ทว่าไร้ซึ่งร่างของคุณยายทวด ปณาลีเบี่ยงหน้าไปยังหัวเตียง เนื่องจากคาดหวังว่าอาจเจอกับกล่องไม้สีน้ำตาลดำแกะสลักกล่องนั้น ทว่าทุกอย่างว่างเปล่า หญิงสาวส่ายหน้าเล็กน้อย                                                                                     

“ เฮ้อ...นี่เราฝันไปหรอกหรือ เอ...แต่ทำไมมันช่างเหมือนจริง โอ๊ย...พะโล้ นี่วันอาทิตย์นะ ไม่ต้องมาปลุกคนจะนอน “
หญิงสาวพยายามอุ้มเจ้าหมาน้อยตัวป่วน ที่กำลังทำท่าตะเกียกตะกายขึ้นมาอยู่บนตัวของปณาลีอย่างทุลักทุเล เพราะหุ่นอันอ้วนจนแทบจะไม่เหมือนลูกสุนัข ทว่ากลับจะเหมือนลูกหมู เข้าไปทุกที เสียงเหนื่อยหอบของเจ้าสุนัขตัวอ้วน ดังครืดคราด พร้อมร้องคราง หงิ๋งๆ ออดอ้อนให้เจ้านายพาออกไปด้านนอก เพราะอยากวิ่งเล่นซนอย่างเคย                                                                   

“ รอเดี๋ยวได้มั้ยพะโล้ ขอแม่อาบน้ำก่อน นอนรอเฉยๆ ไม่อย่างนั้นจะถูกจับขังไว้ในห้องทั้งวันนะ “

เจ้าพะโล้แสนรู้จึงหยุดเซ้าซี้ นอนตัวอ้วนกลมพุงพุ้ยหมอบราบกับที่นอนนิ่ง พร้อมทำตาละห้อยอย่างแสนรู้ ผ่านไปเกือบยี่สิบนาที ร่างเล็กก็ออกจากห้องน้ำ จากนั้นก็แต่งตัวในชุดกางเกงขาห้าส่วนเสื้อยืดเข้ารูปคอวีดูเรียบร้อย พร้อมออกนอกห้อง เจ้าหมาน้อยแสนรู้จึงกระโดดลงจากเตียงไปยืนแหงนคอรอตรงประตูห้องอย่างจดจ่อ เมื่อมือเรียวบางจับลูกบิดประตูหมุนเปิดออก เจ้าพะโล้ตัวอ้วนกลมก็วิ่งทยานออกนอกห้องอย่างไม่รีรอ ประหนึ่งว่าไม่ได้ออกจากห้องมาเป็นเวลานานนม ดวงหน้าเล็กยิ้มขัน เจ้าสุนัขแสนรู้ ที่ดีใจเพราะได้ออกมาสู่โลกภายนอก เนื่องจากอยู่ในห้องนอนมาทั้งคืน

ร่างเล็กเดินตรงเข้าไปในครัว เพื่อทำอาหารสำหรับตักบาตรหน้าบ้าน เนื่องจากวันนี้เป็นวันเกิดของเธอ และถึงแม้ว่าจะไม่ใช่วันพิเศษอะไร ปณาลีก็มาตักบาตรกับมารดาของเธออยู่เป็นประจำ มือเล็กเรียวเปิดตู้เย็น หยิบอาหารสด ที่เตรียมเอาไว้ตั้งแต่ตอนเย็นของเมื่อวาน มาประกอบเป็นอาหารสำหรับตักบาตร เมนูที่ปณาลีคิดเอาไว้แล้วคือ แกงเลียงกุ้งสด ต้มยำปลาทู ไข่ต้มยางมะตูม ปลาสลิดทอด เพราะทั้งสี่เมนู เป็นอาหารจานโปรด ญาติผู้ใหญ่ที่ล่วงลับ และคุณพ่อของเธอเมื่อทำอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวก็จัดแจง ตักแกงใส่ถุง ตักข้าวใส่ขันทองเหลืองที่เตรียมไว้

สักครู่มารดาของหญิงสาวก็เดินลงมาจากชั้นบนของบ้าน หญิงวัยกลางคน เปิดยิ้มอบอุ่นเมื่อเห็นบุตรสาว                                                                 

 “ น้ำ...ตื่นเช้าจังลูก แล้วนี่หนูทำอาหารสำหรับตักบาตรเสร็จเรียบร้อยหมดแล้วหรือลูก “ มองถาดอาหารที่วางบนโต๊ะ                                                   

 “เรียบร้อยทุกอย่างแล้วค่ะแม่ มีต้มยำปลาทู ที่คุณปู่คุณย่าชอบ ไข่ต้มยางมะตูมของโปรดของคุณพ่อ ปลาสลิดทอดที่คุณตาชอบกิน แล้วก็แกงเลียงกุ้งสดเมนูเด็ดสูตรต้นตำหรับของคุณยาย  รับรองค่ะแม่ ว่าฝีมือรุ่นเหลน อร่อยไม่แพ้ต้นตำรับค่ะ “                                                                     

“ อื้อ...ลูกสาวใครเนี่ย น่ารักที่สุดเลย แล้วนี่ตาสายชลยังไม่ตื่นอีกตามเคย ไหนเมื่อคืนบอกจะมาตักบาตรด้วยกัน “
ผู้เป็นมารดาเอ่ยถึงลูกชายคนเล็ก ที่ยังไม่ลงมาร่วมตักบาตรด้วย ตามที่ได้รับปากเอาไว้                                                                                               “ เมื่อกี้ ผมได้ยินว่า ใครกำลังนินทาผมอยู่เอ่ย “ หนุ่มน้อยวัยสิบแปด เดินมาสวมกอดมารดาเอาไว้                                                                                                     

“ ก็ใครกัน ที่รับปากกับแม่ว่า จะมาช่วยทำอาหารตักบาตรในวันเกิดพี่น้ำเขาล่ะ “                                                                                                                 

“ โธ่...แม่ครับ พี่น้ำเก่งจะตาย กับข้าวแค่ไม่กี่อย่าง พี่เค้าทำแค่แป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว ผมจะไปเกะกะพี่น้ำเปล่าๆ “                                                                   

“ ไม่ต้องมาหาทางเอาตัวรอดเลยเราน่ะ อย่างนี้ทุกที มาก็ดีแล้วยกถาดอาหาร แล้วก็ไปจัดโต๊ะรอหลวงพ่อกัน “
อากาศยามเช้าช่วงต้นปีในเมืองเย็นสบาย ทว่าพอสายสักหน่อย ก็จะรู้สึกอบอ้าว สามชีวิตช่วยกันคนละไม้คนละมือ ถืออาหาร น้ำดื่ม ธูปเทียน ดอกไม้ มายืนรอหลวงพ่อหน้าบ้าน พร้อมกับเจ้าพะโล้อ้วน ที่วิ่งตามเจ้านายต้อยๆ ไม่ห่าง ปณาลีนึกถึงความฝันของตนเองเมื่อคืนที่ผ่านมา หญิงสาวจึงเล่าให้มารดาฟัง                                                                                                                           

“ แม่คะ...เมื่อคืนน้ำฝันว่าคุณยายทวดเอาของขวัญมาให้น้ำในวันเกิด มันเหมือนจริงมากเลยนะคะแม่ “                                                                                                         

“ คุณยายทวดของหนูหรือ เอ๋...คุณยายทวดท่านเสียไปตั้งนานมากแล้ว แม่ว่าท่านคงไปเกิดแล้วกระมังลูก “
ดวงหน้าเล็กนิ่งนึกไปตามคำบอกเล่าของมารดา และคิดว่าตนเองคง กินมากนอนมาก เลยพลอยคิดมากไปด้วย                                                           

“ น้ำคงคิดมากไปเองนะคะแม่ อีกอย่างน้ำเองก็ไม่เคยเห็นคุณยายทวดเลย เห็นแต่รูปของท่านที่ติดอยู่ผนังห้องรับแขก “                                                         

 “ คุณยายท่านเป็นผู้หญิงที่สวยมาก คุณยายเกิดในตระกูลผู้ดีเก่า ตอนแม่เล็กๆ ท่านชอบเล่าเรื่องราวแต่หนหลังให้แม่ฟังเป็นประจำ แม่จำได้ว่าคุณยายชอบนุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อผ้าลูกไม้ ผมยาวปะบ่า ท่านดูสวยและสง่า “                                                                                       

“ แม่คะ...ในฝันคุณยายทวดเอาของขวัญมามอบให้น้ำด้วยนะคะ มันเหมือนจริงมากเลยค่ะแม่ “
เมื่อได้ฟังคำบอกเล่าของบุตรสาว แม่สายธารก็นึกย้อนไปถึงวันเกิดตนเองตอนอายุครบเบญจเพส คุณยายน้ำค้าง ซึ่งขณะนั้นยังมีชีวิตอยู่ได้มอบของขวัญให้เธอชิ้นหนึ่ง และสั่งเอาไว้ว่า ถ้าแม่สายธารมีลูกสาว ให้มอบของขวัญชิ้นนั้นต่อให้เธอ เมื่อลูกสาวอายุครบเบญจเพส นางจึงถามปณาลีถึงของขวัญชิ้นนั้นในฝัน                                                                                                           

“ แล้วในฝันคุณยายทวด มอบอะไรให้น้ำเป็นของขวัญหรือลูก “                                                                                                                                                         

“ เป็นกล่องไม้สีน้ำตาล มีลวดลายแกะสลักออกทางภาคเหนือค่ะแม่ แต่ในฝันเหมือนจริงมาก “

เมื่อได้ฟังเรื่องราวที่ปณาลีเล่า แม่สายธารก็ถึงกับตกตะลึง กล่องไม้แกะสลักสีน้ำตาลอย่างนั้นหรือ นี่มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญกระมัง วันนี้เป็นวันเกิดครบรอบยี่สิบห้าปีของปณาลี บุตรสาวคนเดียวของเธอ                                                                                                 

 “ แม่ครับ...พี่น้ำ...หลวงพ่อมาแล้วครับ “ สายชลเรียกมารดากับพี่สาว ที่นั่งคุยกันอยู่ม้าหินอ่อนข้างรั้ว เมื่อหลวงพ่อมาถึง                                                                                   

“ เราไปตักบาตรกันเถอะลูก หลวงพ่อมาพอดี เราอธิษฐานอุทิศส่วนบุญให้คุณยายทวดท่าน “
ปณาลีใช้ทัพพี บรรจงตักข้าวสวยเม็ดสีขาวใส่ในบาตร แม่สายธารหยิบอาหารสี่ชนิดที่เตรียมไว้ ใส่ตามลงไป พร้อมกับน้ำดื่มที่บรรจุอยู่ในแก้วพลาสติก หลวงพ่อปิดฝาบาตร จากนั้นสายชลจึงหยิบดอกไม้สดวางบนฝาบาตร ทั้งสามทั้งลงพนมมือ หลวงพ่อสวดให้พร จากนั้นจึงเดินจากไป                                                                                                                                                                                       

“ ตักบาตรเสร็จแล้ว ตอนนี้ก็ถึงตาสายชลไปหม่ำแล้วนะครับแม่พี่น้ำไปกันเถอะครับ ไปเร็วเจ้าพะโล้อ้วน “                                                                 

 “ ดูสิเจ้าน้องคนนี้ ห่วงแต่เรื่องเล่นกับเรื่องกิน โตจนเป็นหนุ่มแล้วยังทำตัวเป็นเด็กประถม “

ปณาลีกับแม่สายธาร หัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นท่าทางลิงโลดของหนุ่มน้อย ที่แบกโต๊ะพร้อมวิ่งเข้าบ้านไป เมื่อเข้ามาในบ้านชั้นล่าง ที่เป็นบริเวณที่เป็นห้องรับแขก บนโต๊ะมีอาหารวางอยู่สี่อย่าง พร้อมน้ำดื่มเรียบร้อย                                                                                     

 “ โอ้โห...นี่ท่าทางตาสายชลคงจะหิวมากนะคะแม่ เข้ามาก่อนเราไม่นาน ตักกับข้าวมาเรียบร้อย ว่าแต่ทำไมมาไว้ตรงนี้ล่ะ “                                                             

“ เปลี่ยนบรรยากาศบ้างครับพี่น้ำ กินตรงนี้แหละ พอดีห้องกินข้าวผมฉีดยากันยุงไว้ “                                                                                                         

“ อะไรกัน มาฉีดทำไมตอนนี้ตาสายชล ป่านนี้ยาฆ่าแมลงไม่ลงกับข้าวหมดแล้วเหรอ เดี๋ยวก็ได้เมาไปพร้อมกับยุงพอดี “
หญิงสาวบ่นน้องชาย เพราะไม่ชอบให้ฉีดยาฆ่าแมลงในบ้าน เนื่องจากเกรงจะเป็นอันตราย                                                                               

“ โธ่...พี่น้ำผมฉีดแค่นิดเดียว แล้วก็ฉีดเฉพาะตรงพื้น ก็มันมีมดคันไฟเข้ามา แถมมันยังไม่มาเปล่า กัดเท้าผมด้วย “                                                                                   

“ เดี๋ยวมันก็ไป มันไม่อยู่ถาวรหรอกน่า สงสัยเมื่อเช้าพี่คงทำเศษอาหารหล่นแถวนั้น แล้วไม่เห็นแน่เลย “                                                                     

 “ พี่น้ำก็ ใจดีแม้กระทั่งกับมด ก็ถ้ามันไม่กัดผม มันก็ไม่โดนยาฆ่าแมลงตายยกฝูงหรอกครับ “                                                                                               

“ เอาล่ะๆ เลิกคุยกันแล้วกินข้าวกันได้แล้วลูก เดี๋ยวจะเปิดร้านสาย วันนี้วันอาทิตย์ ลูกค้าชอบมาตัดเสื้อวันนี้เยอะ “

บ้านไม้สองชั้น ในบริเวณห้าสิบตารางวา ด้านหน้าปลูกเป็นบ้านชั้นเดียว และเปิดเป็นร้านตัดเสื้อ ตั้งแต่เรียนจบ ปณาลี ก็ช่วยงานที่ร้านของแม่สายธารมาโดยตลอด เพราะร้านตัดเสื้อของแม่สายธารมีลูกค้าประจำอยู่เยอะพอสมควร และลำพังแม่สายธารก็ทำคนเดียวไม่ทัน ปณาลีจึงต้องอยู่ช่วยแม่ทำงานที่ร้าน เพราะเธอเองก็เรียนจบมาด้านออกแบบเสื้อผ้า เพื่อนๆหลายคนที่เรียนจบพร้อมกับเธอ ต่างทำงานเป็นนักออกแบบเสื้อผ้าให้กับห้องเสื้อดังหลายราย บางคนก็เปิดร้านเสื้อเป็นของตัวเอง ทว่าปณาลีมีความพอใจที่จะอยู่ช่วยมารดาทำงานที่ร้านตัดเสื้อเล็กๆของแม่เธอ

แม้วัยของปณาลี จะพ้นช่วงของวัยรุ่นมาหลายปีแล้ว ทว่าเธอกลับไม่เคยมีคนรักเหมือนเพื่อนๆรุ่นราวคราวเดียวกัน อาจเป็นเพราะปณาลีมีบุคลิกภาพที่ไม่โดดเด่น อันเป็นที่หมายตาของหนุ่มๆ ด้วยส่วนสูงเพียงแค่ร้อยห้าสิบห้า ปณาลีจึงมีสมญานามจากเพื่อนผู้ชายสมัยเรียนว่า ยัยเตี้ย พร้อมกันนั้นปณาลีก็เป็นคนที่ไม่ชอบแต่งตัวสักเท่าไหร่ ผมเผ้าก็ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ เพียงแค่มัดรวบเอาไว้ไม่ให้เกะกะเวลาทำงาน การแต่งตัวก็สวมใส่แต่เสื้อยืดกางเกงสบายๆ จนหลายครั้ง แม่สายธารและเพื่อนๆต้องแนะนำให้ปณาลีแต่งตัวให้เหมือนสาวๆรุ่นราวคราวเดียวกันบ้าง
******************************************************************************************************
มาแล้วค่า ต่อกว่าจะจบตอนแบบมึนๆ ว้า...พระเอกเรญ่ายังไม่มาเลย สงสัยอยู่ไกล ตอนนี้สงสัยมีคำผิดเยอะกว่าคราวที่แล้วแน่เลย เรญ่าออกจะบ๊องๆค่ะ ตาลาย

*******************************************************************************************************

6
4. เรญ่า และ ฮาบีบี้ / Re: มายามาร : ๑/๑ (จบตอน)
« เมื่อ: กันยายน 22, 2014, 01:06:41 PM »
บัดดี้มาแล้ว เร็วจัง...เรญ่าทำไรอยู่เนี่ย คุณยายทวดขาทำงานกันเถอะค่ะ เรญ่าอยากเจอพระเอกเร็วๆแล้ว...

7
4. เรญ่า และ ฮาบีบี้ / ตอนที่ 1/1
« เมื่อ: กันยายน 16, 2014, 11:03:28 PM »
ตอนที่ 1
สายลมรำเพยพัดพาอากาศเย็นฉ่ำในยามราตรี ลอยเอื่อยเข้าทางหน้าต่างสองบานที่เปิดกว้าง มีเพียงผ้าม่านลูกไม้สีขาวเบาบางขวางกั้นเอาไว้ พร้อมกันนั้นยังหอบเอากลิ่นหอมฟุ้งของดอกแก้ว ที่ยืนต้นชูกิ่งก้านพุ่มพวงช่อดอกสีขาวอยู่ไม่ห่างจากขอบหน้าต่างนัก ท้องฟ้าข้างนอกมืดสนิทในค่ำคืนข้างแรม เสียงหวีดหวิวของสายลมผสมผสานสอดแทรก กับเสียงร้องของนกกลางคืนที่ออกหากิน ในราตรีข้างแรมอันเงียบสงบ พระจันทร์ครึ่งเสี้ยวสีเหลืองจาง ที่โผล่พ้นกลีบเมฆสีดำสนิท แลเห็นอยู่ไกลริบลับ บนท้องฟ้าอันกว้างใหญ่เวิ้งว้าง

ทุกสรรพสิ่งที่เหน็ดเหนื่อยจากการดิ้นรนตามวิถีชีวิต ที่ต้องโลดแล่นไปตามครรลองครองธรรม บนโลกที่แสนจะวุ่นวายใบใหญ่ กำลังเข้าสู่ห้วงแห่งการนิทราอย่างเป็นสุข เฉกเช่นเดียวกับร่างเล็กบนที่นอนสีขาวสะอาดตา ภายในห้องสี่เหลี่ยมไม่กว้างนัก ปณาลี อิทธิกุล หญิงสาววัยยี่สิบห้า กำลังหลับใหลกอดหมอนข้างใบยาวแนบสนิท เสียงนกร้องคลอสายลมเป็นดังเสียงเพลงบรรเลงจากธรรมชาติ ที่ขับกล่อมให้เธอเพลิดเพลินอย่างสุขใจยิ่ง บนโต๊ะข้างหัวเตียง มีกล่องไม้เก่าๆน้ำตาลดำ ที่แกะสลักลวดลายด้วยปติมากรรมตามแบบฉบับของล้านนา เปิดฝากล่องอ้าค้างเอาไว้

พลันมีกลุ่มควันคล้ายเมฆหมอกสีขาวหม่น พวยพุ่งลอยออกมาจากกล่องไม้ใบนั้น เบื้องหลังกลุ่มควันปรากฏร่างๆ หนึ่ง ท่อนล่างสวมด้วยผ้านุ่งโจงกระเบนสีน้ำตาลแซมด้วยลวดลายดอกพิกุลสีเหลืองอ่อน ท่อนบนสวมเสื้อลูกไม้สีไข่ไก่ แขนห้าส่วน มีระบายตรงปลายแขนและชายเสื้อด้านล่าง ส่วนเอวคาดด้วยเข็มขัดนาคลวดลายไทยโบราณอันวิจิตร ใบหน้าของเจ้าของร่างนั้น คลับคล้ายคลับคลากับภาพของคุณยายชวด ที่ติดอยู่ตรงผนังห้องรับแขก ดวงหน้าของหญิงชรามีอายุมากแล้ว ทว่ายังคงดูอิ่มเอิบ สวยราวนางในวรรณคดี คลี่ยิ้มน้อยๆ ยามจ้องมองร่างของหญิงสาวที่หลับสนิทบนเตียงนุ่ม

“ น้ำ...น้ำ...ตื่นมาคุยกับคุณยายทวดเถอะลูก ยายเหงาอยากคุยกับหนู “    เสียงนุ่มนวลเรียกให้ปณาลีตื่น                                                                   

 “ อื้อ...คุณแม่...จะมาปลุกน้ำทำไมคะ วันนี้วันอาทิตย์ เวรสายชลช่วยแม่เปิดร้าน ขอน้ำนอนต่อนะคะแม่ “                                                                           

“ ขี้เซาจริงๆ แม่เหลนคนนี้นี่ ดูสิคุณยายชวดอุตสาห์มีของขวัญวันเกิดมาฝาก จะไม่ตื่นมารับของขวัญหน่อยรึ “                                                                     

“ วันเกิด...ของขวัญเหรอคะ “ พลันได้ยินว่าของขวัญ ร่างเล็กก็ทะลึ่งพรวดลุกจากที่นอนทันทีทันใด                                                                         

 “ คุณยายทวด...นี่คุณยายตายไปแล้วนี่คะ หรือว่าน้ำฝันไป แต่เอ๊ะ...” มือเรียวบางตบใบหน้าตนเองเบาๆ
แรงกระแทกจากฝ่ามือ แม้จะไม่ลงน้ำหนักมากนัก ทว่ามันก็ให้ความรู้สึกเจ็บนิดๆ                                                                                                 
“ อุ๊ย...เจ็บ...แสดงว่าน้ำไม่ได้ฝันไป แล้วคุณยายทวดมาได้ยังไงคะ หรือว่าข้ามประตูทะลุมิติมา “                                                                                         

“ เด็กน้อย ยายจะมายังไง ไม่สำคัญหรอก แต่ยายมีของขวัญมาให้น้ำ รับไว้สิจ๊ะ “                                                                                   

  หญิงชรายื่นกล่องไม้สีน้ำตาลดำเก่าๆ ให้แก่ปณาลี หญิงสาวพนมมือไหว้ขอบคุณ ก่อนจะรับกล่องนั้นมาถือไว้                                                                   

“ กล่องอะไรหรือคะคุณยายทวด หรือว่าในกล่องนี้ มีสมบัติล้ำค่าอยู่ใช่มั้ยคะ “ ดวงหน้าเล็กแสดงความฉงน
หญิงชราไม่ได้พูดอะไร ทว่ากลับอมยิ้มน้อย ด้วยความเอ็นดูหญิงสาว ที่เธอจับกล่องไม้มาเขย่าดู                                                                           

 “ มันคือกล่องขอพร พรุ่งนี้ตอนกลางคืน หลานจึงจะเปิดมันออกมาดูได้ ยายไม่มีสมบัติล้ำค่าให้หนูหรอกปณาลี แต่ยายมีความรักและหวังดีมามอบให้ ถ้าหลานไม่ชอบมัน ก็ทิ้งมันไป หรือจะเอาไปให้ใครต่อ ยายก็ไม่ว่ากระไร “

ปณาลี จ้องมองกล่องไม้สีน้ำตาลดำกล่องนั้นนิ่ง อยากรู้ว่ามันมีอะไรพิเศษ คุณยายทวดถึงมอบมันให้เป็นของขวัญ                                               

 “ คุณยายทวดคะ...คือว่า...” เมื่อดวงหน้าเล็กเงยหน้าขึ้นมามองหาหญิงชราที่ยืนอยู่ข้างเตียง ทว่ากลับไร้ร่างของคุณยายทวด                                               

“ คุณยายทวด...คุณยายทวดคะ...“ มือเรียวบางไขว่คว้า ปัดป่ายคว้าอากาศ ราวกำลังกวักมือเรียกใครสักคนบนเตียงนอน ในขณะที่เปลือกตากำลังปิดสนิท ดวงหน้าเล็กรู้สึกได้ถึงความเหนียวเหนอะนะ เปียกชื้นสัมผัสกับผิว พร้อมเสียงครืดคราดดังแว่วอยู่ข้างใบหูเล็ก การนิทราอันแสนหวาน พลันถูกรบกวน จนไม่สามารถนอนต่อไปได้อีก

************************************************************************************************************
คลานมาถึงตรงนี้ จะพยายามเขียนให้ได้เร็วๆก็มิสามารถค่ะ ด้วยงานที่ทำอยู่มันล้นมือ สุขภาพก็ไม่อำนวย อิอิ...บ่นยังกะตัวเองอายุห้าสิบ อาจมีคำผิดอยู่บ้าง เพราะเรญ่ายังไม่มีเวลาคัดกรอง พี่ๆ เพื่อนๆเห็นคำไหน จุดใด มีข้อบกพร่อง ช่วยแนะนำ ขัดเกลานักหัดเขียนตาแบ้วๆด้วยะคะ
********************************************************************************************************
[/size][/size]

8
4. เรญ่า และ ฮาบีบี้ / Re: มายามาร : บทนำ
« เมื่อ: กันยายน 12, 2014, 03:20:27 PM »
ฉุยฉายเอย...ว้าว...บัดดี้มาแล้ว มาด้วยลีลาวาดลวดลายรำฉุยฉาย สุดยอดค่ะ

9
4. เรญ่า และ ฮาบีบี้ / Re: บทนำ
« เมื่อ: กันยายน 10, 2014, 01:43:21 PM »
มาเกริ่นบทนำเอาไว้ก่อนค่ะ ส่วนเนื้อเรื่องเรญ่ากำลังคลานสุดฤิทธิ์ บัดดี้ ล่วงหน้าไปก่อนได้เลยนะคะ

10
4. เรญ่า และ ฮาบีบี้ / บทนำ
« เมื่อ: กันยายน 10, 2014, 12:37:05 AM »
                                                                        [บทนำ
                                                                      พรซ่อนกล
คุณเคยเชื่อเรื่องราวเกี่ยวกับปาฏิหาริย์หรือเปล่าคะในยุคปัจจุบันที่โลกได้ก้าวสู่สังคมแห่งยุคไอที ที่มีเทคโนโลยีอันล้ำยุคเจริญก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดไปอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาไม่กี่ปี เรื่องปาฏิหาริย์ของหลายๆ คน คงเป็นเพียงเรื่องราวในนิทานที่คุณพ่อคุณแม่เล่าให้ฟังก่อนนอนเมื่อวัยเยาว์ หรือเคยอ่านเจอในหนังสือนิยายแฟนตาซีหลายๆ เล่มเท่านั้น ฉันเองก็เคยคิดเช่นนั้นมาโดยตลอด ตั้งแต่คุณพ่อคุณแม่เลิกเล่านิทานก่อนนอนให้ฟัง และฉันเองก็เริ่มรู้ความ จนไม่นึกสนุกกับนิทานก่อนนอนเหมือนเดิมอีกแล้ว จวบจนกระทั่งเรื่องปาฏิหาริย์ได้เกิดขึ้นกับชีวิตของฉัน
หญิงสาวที่หน้าตาบ้านๆ หาซึ่งความสวยเสมอเหมือนเพื่อนๆ รุ่นราวคราวเดียวกันไม่มีโดยสิ้นเชิง ฉันถูกมองผ่านจากเพื่อนชายวัยเดียวกันจวบจนกระทั่งอายุถึงวัยเบญจเพส ฉันหลงรักผู้ชายคนหนึ่งอย่างฝังใจ ทั้งที่ไม่เคยแม้แต่จะพบเจอตัวตนของเขาสักครั้งในชีวิต หน้าจอคอมพิวเตอร์ สื่อออนไลน์ ข่าวคราวต่างๆ ในโลกของการสื่อสารที่ล้ำยุค นำพาให้ฉันพบเจอชายในฝัน ผู้ชายที่มีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลา ราวเทพบุตร ฉันรู้สึกเหมือนตัวเอง ช่างเหมือนพระอภัยมณีที่หลงรูปนางละเวง ในวรรณคดีชั้นเยี่ยม ซึ่งเป็นผลงานชิ้นเอก ของพระสุนทรโวหาร กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ฉันได้แต่คอยเฝ้ามองหลงใหลคลั่งไคล้รูปชายในฝัน และคอยติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหวของเขาผ่านสื่อต่างๆ จวบจนกระทั่งความหลงใหลคลั่งไคล้ ก็แปรเปลี่ยนเป็นความรัก ฉันหลงรักดารานายแบบคนดังจนถอนตัวไม่ขึ้น และฝันว่าอยากเจอตัวจริงของเขาสักวัน แต่ฉันจะมีหน้าไปพบเจอเทพบุตรในฝันได้อย่างนั้นหรือ ด้วยรูปร่างหน้าตา ที่ไร้ซึ่งความสวยของฉัน คงจะดีไม่น้อย หากฉันสามารถใช้เวทมนต์ เสกให้ตัวเองสวยขึ้นได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว และแล้วสิ่งที่ฉันปรารถนาก็เกิดขึ้น ปาฏิหาริย์ได้เกิดขึ้นกับฉันจนได้ 
คืนวันครบรอบวันเกิด ในวัยเบญจเพส ฉันได้รับของขวัญชิ้นหนึ่งจากคุณแม่ มันเป็นของขวัญแทนใจ ที่คุณยายเคยมอบให้คุณแม่ เมื่อตอนที่ท่านอายุครบเบญจเพสเหมือนฉัน กล่องไม้สีน้ำตาลดำที่แกะสลักด้วยลวดลายปติมากรรมในแบบล้านนาใบเล็กๆ คือของขวัญที่คุณแม่มอบให้แก่ฉัน ครั้งแรกที่เห็นกล่องไม้ใบนั้น ความฉงนใจก็เกิดขึ้นในใจ มันเป็นแค่เพียงกล่องไม้ธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษ แต่เหตุไฉน คุณแม่จึงบอกกับฉันว่า มันมีค่ามาก ทว่าฉันก็รับมันเอาไว้

และใครจะเชื่อว่ากล่องไม้ใบเก่าๆ ใบนั้น จะนำพาให้ฉันพบเจอเรื่องราวต่างๆ ที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก มีทั้งเรื่องราวที่ตื่นเต้นเร้าใจ เรื่องราวอันแสนประทับใจจนอยากจดจำเอาไว้ เหนือสิ่งอื่นใด คือทำให้ฉันเข้าใจชีวิตมากมายหลายอย่าง และที่สำคัญกล่องไม้ใบนั้น นำพาให้ฉันได้รู้จักชายในฝันของฉัน แบบตัวเป็นๆ ที่ฉันสามารถสัมผัสตัวตนของเขาได้ มาติดตามเรื่องราวปาฏิหาริย์ ที่เกิดขึ้นกับชีวิตของฉันกันนะคะ แล้วคุณจะพบกับความตื่นเต้นเร้าใจ สนุกสนานจนลืมไม่ลง
                                                                           
                                                                                           เรญ่า
[/size]

11
ตอนที่ 5 โอ...ช่างเลิศลํ้า บอกเคล็ดลับให้น้องหน่อยสิคะ ทำยังจะเขียนได้เร็วอย่างนี้บ้าง

12
ทำยังไงจะเขียนได้รวดเร็วบ้างอ่ะ เรญ่า ยังไปไม่ถึงไหนเลยค่า

13
ว้าว!...อยากรู้จัง ว่าต่อไปจะเป็นยังไง

14
10. มะนอแน่ และ นิลรญา / Re: เปิดบ้านนักเขียน
« เมื่อ: กันยายน 02, 2014, 11:44:15 AM »
มาส่งกำลังใจค่ะ...สู้ๆ...

15
พี่มาร์คเจอดีแน่...หื่นแต่ต้นเชียว...

หน้า: [1] 2