แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - รัญชิดา

หน้า: [1] 2 3 ... 16
1
5. Devina / รัญชิดา / Re: จัดหน้าง่ายๆ กับจิจ้า
« เมื่อ: มีนาคม 23, 2019, 08:37:16 PM »
ลุยโลดดดดด เอาให้จบนะคะ

2
5. Devina / รัญชิดา / จัดหน้าง่ายๆ กับจิจ้า
« เมื่อ: มีนาคม 22, 2019, 08:59:07 PM »
ถึงบัดดีผู้ร่วมห้อง คืนนี้ตั้งใจจะเข้ามาอ่าน แต่สังขารสายตาไม่ไหวจริงๆ ค่ะ

มีปัญหาเรื่องการจัดหน้าใช่ม้าาาาา

อย่ากังวลไปค่ะ ปัญหาเหล่านั้นจะหมดไป ณ บัดนาว


1. ก่อนอื่นเรา กด เริ่มหัวข้อใหม่ เสร็จแล้วก็ ใส่ชื่อเรื่อง ชื่อตอนให้เรียบร้อย แล้วก็วางเนื้อหาลงไปเลยจ้าาาาา






2. ก่อนที่เราจะดำเนินการใดๆ ก็แล้วแต่ เราจะต้องคลุมดำเนื้อหา ด้วยการ กด Ctrl + A ตามรูปเลยค่ะ




3. เสร็จแล้วก็มาเลือกแบบอักษรก่อนเลยค่ะ มีมากมายหลายแบบ แต่ถ้ายังไม่ถูกใจ ก็ใช่แบบอักษรเองไปเลยจ้า




เปลี่ยนแบบอักษรก็ทำตามนี้จ้า




4. ต่อมาก็เลือกขนาด เล็กใหญ่จัดไปตามวัยและสายตาค่ะ ^^




5. เลือกแบบแล้ว ขนาดแล้ว ต่อมาก็เลือกสีค่ะ ถ้าไม่เอาตามเดิม ก็แนะนำให้เป็นสีที่อ่านง่ายสบายตา อย่างกรมท่าค่ะ




6. เอาละ คราวนี้ครบแล้วมากดดูตัวอย่างกัน




7. หน้าตาก็จะประมาณนี้ ถ้าโอเคก็กดตั้งกระทู้เลยค่ะ






จบปิ้ง น่าจะพอช่วยได้นะคะ  ถ้าสงสัยตรงไหน ก็ไปคุยที่ห้องคุยสดได้ค่ะ
ขอให้เขียนจบนะคะ เราเอาใจช่วยค่ะ

3
งานอวดชื่อเรื่องต้องมา เพราะว่าเนื้อหายังไม่มี5555555555



4
1. มะยม / ฟีลิปดา / Re: สืบรัก : ตำรับรัก --- บทนำ
« เมื่อ: มีนาคม 01, 2019, 11:37:15 AM »
จ้างปุ๊บ ตายปั๊บ ฮื่ออออออ

5

จบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
29/12/61
23:40




6
บทที่ 19
 ;D ;D ;D

7
บทที่ 18
   ;D ;D ;D ;D

8
บทที่ 17
 ;D ;D ;D ;D

9
บทที่ 16
 ;D ;D ;D ;D
   


10
บทที่ 15
 ;D ;D ;D ;D ;D

11
บทที่ 14
 ;D ;D ;D ;D

12

บทที่ 13
 ;D ;D ;D ;D ;D



13
บทที่ 12

   ชินดนัยเดินออกมาจากบาร์ วางแก้วเครื่องดื่มสีสวยที่โต๊ะเล็กตรงโซฟาสีแดงกลางห้อง ก่อนจะเลยมาฉุดแขนพิราอรให้ไปนั่งด้วยกัน

   “หมดเวลาทำงานแล้ว มาลองชิมผลงานผมหน่อยเป็นไง”

   “คิดจะตั้งตัวแข่งกับริคเหรอคะ”

   “ก็ไม่แน่ ถ้าไอ้หมอนั่นมันยังไม่เลิกทำท่าเหมือนจีบคุณ ผมจะไล่มันออก”

   “หึงเหรอคะ” พิราอรยิ้มสดใส นั่งเฉยไม่สนใจเมื่อเขาทอดแขนไปตามโซฟาคล้ายโอบเธอกลายๆ เขามาเอาใจอย่างนี้จะต้องมีแผนแน่ ถึงจะไม่ไว้ใจแต่เธอจะไม่แสดงความวิตกกังวลออกมาเด็ดขาด ในเมื่อเธอไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ก็พร้อมจะแลกได้ทุกอย่าง จอมวายร้ายอย่างชินดนัยจะต้องโดนดัดนิสัยเสียบ้าง บนโลกใบนี้ไม่มีอะไรได้มาง่ายดาย

   “ถ้าบอกว่าหึง จะเชื่อไหม”

   เธอส่ายหน้ายิ้มๆ ตอบโดยไม่ต้องคิด “ไม่เชื่อค่ะ”

   ชินดนัยนึกเกลียดรอยยิ้มของหญิงสาวเป็นครั้งแรก แต่เขาจะไม่มีปัญหากับมันตอนนี้ เขาไม่อยากทะเลาะกับเธอให้เสียเรื่อง เพราะว่าเขาจะกินเธอต่างหาก ชายหนุ่มยักไหล่ ยกแก้วจ่อป้อนถึงปาก

   “ลองชิมนี่ดีกว่า”

   “รสชาติดีค่ะ แต่ดูจะหนักวอดก้าไปนิด มีแบล็คเบอร์รี่ด้วยเหรอคะ”

   ชายหนุ่มพยักหน้า คะยั้นคะยอ “ดื่มให้หมดสิ”

   “คิดจะมอมฉันเหรอ” พิราอรเริ่มติดใจในรสชาติ ขณะที่ชินดนัยมองไม่วางตา เมื่อเธอเริ่มดื่มเขาก็พูดขึ้น

   “คุณก็รู้ว่าผมไม่จำเป็นต้องมอมคุณหรอกพีช อยากรู้ไหมว่าเวลามีเซ็กซ์ในห้องทำงานเป็นยังไง ตื่นเต้นแค่ไหน”

   หญิงสาวถึงกับสำลักเลยทีเดียว “คนบ้า คุณนี่มันคิดเป็นอยู่เรื่องเดียวจริงๆ”

   “ก็ผมมันคนตรงๆ ดูคุณสิเลอะเทอะไปหมดแล้ว” คนเจ้าเล่ห์เริ่มปัดมือไปตามเนื้อตัวหญิงสาว เสื้อขาวบางถูกน้ำก็เปียกแนบเนื้อ ยิ่งชินดนัยช่วยเหลือก็ดูจะยิ่งยุ่งไปใหญ่ มือไม้เขาวุ่นวายไม่ต่างจากหนวดหมึก “ถอดเสื้อออกก่อนดีไหม”

   พิราอรหัวเราะคิกคัก รู้ทันคนมือไว เธอตะครุบมือเขาที่วางแหมะเหนือเข่าทำท่าจะมุดรอดไปใต้กระโปรง ส่ายหน้าห้ามเขาช้าๆ รู้สึกว่าเนื้อตัวเธอเบาหวิว ล่องลอยแปลกๆ สายตาของหญิงสาวจ้องแก้วเครื่องดื่มนั่นอย่างสงสัย หรือที่เธอเข้าใจว่าเป็นวอดก้านั้นจะไม่ใช่

   “ในแก้วนั้นมีอะไรบ้างคะ”

   “มาร์ตินี่ บรั่นดี วอดก้า...” ชินดนัยยังบอกเพิ่มอีก 3-4 ชื่อ และพิราอรมั่นใจว่าไม่มีชื่อผลไม้ในส่วนผสมนี้เลย แม้ว่าเขาจะบอกในตอนท้ายว่า “มีผลแบล็คเบอร์รี่สดใส่ลงไปในแก้วมันจะช่วยให้รสชาติกลมกล่อมขึ้น ก็ตามที่คุณเห็นนั่นแหละ”

   “คุณตั้งใจมอมฉันจริงๆ ด้วย” แม้จะรู้ตัวแต่ไม่ทันแล้ว หญิงสาวสะบัดศีรษะไล่ความมึน ไม่น่าเชื่อเลยว่ารสชาติธรรมดาๆ จะทำให้มึนได้เร็วขนาดนี้ ไม่ถึงกับเมาหรอกแต่มันรู้สึกตัวเบา ไร้น้ำหนัก ทรงตัวลำบากจนต้องเอียงซบไปกับอกกว้าง

   “เสื้อคุณเปื้อน ถอดเถอะนะ” ชินดนัยเอ่ยอย่างมีน้ำใจเหลือเกิน แถมปากว่ามือถึงอีกต่างหาก

   “อย่านะคะชิน คุณกำลังจะทำให้ฉันผิดกฎของตัวเอง บาบิโลนไม่ใช่ม่านรูด” คนเคร่งกฎกลับเริ่มแกะกระดุมเสื้อของชายหนุ่ม

   “โธ่...พีช ผมก็ไม่คิดจะพาคุณเข้าม่านรูดสักที” แต่ตอนนี้และที่นี้เขาต้องการเธอ

   ชินดนัยเริ่มต้นจูบพิราอรอย่างนุ่มนวล ปลายลิ้นไล้เลียเครื่องดื่มที่ติดอยู่มุมปากหญิงสาว ค่อยๆ เลาะเล็มเข้าไปชิมความหวานภายใน ดูเหมือนเครื่องดื่มที่เขาผสมจะออกฤทธิ์ พิราอรผู้อ่อนหวานนุ่มนวลเมื่อคืนกลายเป็นสาวร้อนกระชากเสื้อเขาออกอย่างรุนแรง

   ชายหนุ่มหัวเราะชอบใจ ดึงให้เธอลุกขึ้นและดันไปชิดผนังกระจก ต่างช่วยกันดึงทึ้งเสื้อผ้าออกอย่างรวดเร็ว เสียงลมหายใจทั้งสองหอบกระเส่า หลังจากเสื้อยืดสีขาวถูกชายหนุ่มดึงพ้นออกไป ชินดนัยซุกไซ้เนินทรวงที่ล้นพ้นบราลูกไม้สีเนื้อ ไม่นานมันก็ถูกปลด โยนทิ้งไป

   “ผมเฝ้าฝันถึงแต่มันทั้งวัน” หลังจากฟอนเฟ้นจนพอใจ ชายหนุ่มก็เลื่อนขึ้นไปจูบหญิงสาวอย่างเร่งร้อน

   พิราอรตกอยู่ในห้วงเสน่หาและแรงปรารถนาอันเข้มข้น แอลกอฮอล์ในร่างช่วยให้เธอกล้าพอจะสอดมือเข้าไปใต้กางเกง เจ้าน้องชายของชินดนัยไวต่อสัมผัส มันขยายตัวตอบรับการลูบไล้ ชายหนุ่มสูดปากครางอย่างพอใจ

   “จะเก่งเกินไปแล้วพีช เราคงต้องรีบ ก่อนที่ผมจะบ้าตายไปซะก่อน” เขาล้วงกระเป๋าหลังดึงบางอย่างออกมา ก่อนจะเลื่อนกางเกงลง เขาฉีดซองสีเงินแล้วสวมปอกให้ตัวเองอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงจับขาหญิงสาวขึ้นไปเกี่ยวสะโพก กระโปรงเข้ารูปของเธอร่นขึ้นมากองรวมอยู่ที่เอวคอด นิ้วแข็งแรงโลมลูบสำรวจความชุ่มชื้นของกายสาว เมื่อเห็นว่าเธอพร้อมก็ย่อกายสอดเสยตัวตนเข้าไปอย่างรวดเร็ว

   ทุกแรงกระแทกกระทั้นไม่ได้ทำให้หญิงสาวเจ็บปวด หากสิ่งที่ได้คือความซ่านเสียวจนไม่อาจเก็บเสียงครวญครางไว้ได้ แผ่นหลังเปลือยเปล่าแนบไปกับความเย็นของผนังกระจก หญิงสาวขนลุกชันโอบกอดร่างกำยำของชินดนัยไว้เป็นหลักเมื่อเขายกร่างเธอขึ้นจนขาไม่แตะพื้น

   ความสุขเสียวก่อตัวตรงจุดที่หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวก่อนแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ริมฝีปากบดเบียดแลกลิ้นเร่าร้อน ขณะที่จังหวะการขยับกายเร่งเร้าถี่กระชั้นไม่นานชินดนัยก็ส่งหญิงสาวสู่จุดสูงสุด

   พิราอรสะเทิ้นสะท้านตัวสั่นระริก หัวใจเต้นรัวแรง สองแขนยังกอดรัดเขาไม่คลาย ชินดนัยถอดถอนตัวตน ปล่อยให้เธอยืนทว่าพิราอรขาอ่อนเกินกว่าจะทรงตัวได้ เขาจึงจับให้เธอหันหน้าเข้าผนังกระจก ร่างกายแข็งแกร่งเข้ามาประชิดบดเบียดทางด้านหลัง

   “ลองมองไปข้างล่างสิพีช เห็นไหมว่าเรากำลังรักกันท่ามกลางสักขีพยานเป็นร้อย”

   ชินดนัยกระซิบข้างหู เลียใบหูของเธอ จนหญิงสาวห่อไหล่ด้วยความเสียวซ่าน เนื้อตัวของเธอร้อนรุ่มไปด้วยความกระสัน น้องชายแข็งแกร่งร้อนผ่าวของเขาเสียดสีอยู่กับสะโพกกลมกลึง มือเขาอ้อมมาไล้วนอยู่ที่ปลายยอดอก

   เธอครางประท้วง เกิดความต้องการเขาอย่างประหลาด อยากให้เขากลับเข้ามาในตัวเธออีกครั้ง

   “ชินคะ”

   “มองดูพวกเขาไว้พีช” ชินดนัยดันแกนกายเข้าสู่ตัวเธออย่างช้าๆ เนิบนาบ เสียงหายใจของเขาเร้าอารมณ์หญิงสาวยิ่งนัก “ผม...จะรักคุณ ต่อหน้าพวกเขา”

   เสียงของเขาขาดห้วงเพราะจังหวะการเคลื่อนไหว พิราอรร้องออกมาเสียงดังยามที่เขาเร่งจังหวะรัวเร็ว ทรวงอกเธอเบียดอัดไปกับกระจกเย็นเยียบความซ่านสยิววิ่งพล่านไปทั่วร่าง เธอกำลังจะตาย หากชินดนัยยังทรมานกันอย่างนี้ ความอ่อนนุ่มภายในบีบรัดส่งสัญญาณ ชินดนัยเร่งเครื่องโจนจ้วงใส่เธออย่างหนักหน่วง ก่อนที่ทั้งคู่จะเนื้อตัวกระตุกเฮือก ส่งเสียงครางออกมาเกือบจะพร้อมกัน

   เขาถอนตัวออก พิราอรก็รูดตัวตามผนังลงไปนั่งอย่างหมดแรง ชินดนัยหัวเราะอย่างเอ็นดูช่วยอุ้มพาเธอไปส่งหน้าห้องน้ำ ต้องข่มใจแทบตายเพื่อจะไม่ตามเข้าไปรังแกเธออีก พิราอรรับไม่ไหวแล้วจริงๆ นัยน์ตาฉ่ำปรือ เนื้อตัวแดงก่ำ ขาสั่นระริก ผมยาวสยายยุ่งเหยิงแต่ก็ยั่วอารมณ์ให้กระเจิงง่ายๆ ชายหนุ่มรีบดันเธอเข้าห้องน้ำช่วยปิดประตูให้ แล้วถอยมาเก็บเสื้อขึ้นสวม แต่งกายเรียบร้อยก็นั่งเอนหลังหลับตาพิงโซฟาอย่างอิ่มเอมเคลิ้มฝัน

   เมคเลิฟ...ได้ผลดีเป็นบ้าเลยแฮะ ให้ตายเถอะ วันหลังเขาจะผสมแล้วหลอกล่อให้พิราอรดื่มอีกสักครั้ง


   ความสัมพันธ์ของพิราอรกับชินดนัยยังคงเป็นไปด้วยดี ทั้งคู่พูดคุยกันมากขึ้น รับรู้ว่าอีกฝ่ายชอบและไม่ชอบสิ่งใด ทว่าที่ยังค้างคาก็ยังคงเป็นเรื่องเดิม แม้ว่าชายหนุ่มจะพยายามหว่านล้อมถึงการใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน แต่เธอกลับแค่ยิ้มตอบแล้วเปลี่ยนไปเรื่องอื่น

   ชินดนัยไม่เคยรู้สึกไม่มั่นคงอย่างนี้มาก่อนเลย เขาเฝ้าแต่ถามตัวเองว่าทำไมเธอถึงได้ใจแข็งนัก หรือจะต้องให้เขาทดสอบความหึงหวงอีกรอบ ไม่! ไม่เด็ดขาด เขาจะไม่บ่มเพาะเชื้อพันธุ์ความหวาดระแวง ในเมื่อเขาตัดสินใจเลือกเธอแล้ว เขาก็จะเอาชนะใจเธอให้ได้

   รูปถ่ายของหญิงสาวในกระเป๋าสตางค์ถูกดึงออกมาดูอีกครั้ง เขาเก็บซ่อนมันเป็นอย่างดีในซอกหลืบที่ใครก็ไม่สามารถเปิดเจอ ทุกครั้งที่เขาไม่สบายใจก็มักจะหยิบรูปนี้ขึ้นมาดู รอยยิ้มสดใสของคนในรูปอดทำให้เขายิ้มตามไม่ได้ นี่มันอาจจะเป็นเวรกรรมที่เขาหลงมัวเมาลุ่มหลงในวังวันของราคะ พอคิดได้ว่าจะจริงจังกับใครสักคน บาปก็เลยตามสนองมองไม่เห็นทางว่าจะสมหวัง

   คืนนี้ก็ต้องมานั่งหง่าวคนเดียวในผับเพราะพิราอรขอลาไปถือศีลกับคุณแม่ที่สถานปฏิบัติธรรมทิพย์พิมานได้ 2 วันแล้ว เขาขับรถไปส่งเธอและบอกว่าจะไปรับ แม้เธอจะบอกว่าไม่ต้องก็ตาม พิราอรไม่เคยเรียกร้องอะไรจากเขาเลย แต่ยิ่งเธอเพิกเฉยเขาก็ยิ่งร้อนรนจนเหมือนจะทนไม่ได้

   ชินดนัยหมุนเก้าอี้หันหน้าไปทางผนังกระจก ตรงที่เขาและเธอเคยตอบสนองความต้องการกันอย่างเร้าใจ ภาพเธอยามหลับตาพริ้ม แหงนเงยใบหน้าให้เขาซุกไซ้

   โอย...ตาย ทำไมเขาคิดถึงเธอได้ขนาดนี้

   “อยู่ไม่ได้แล้วโว้ย” ชายหนุ่มหยิบรูปเก็บใส่กระเป๋าตามเดิมแล้วลุกขึ้น

   จังหวะเดียวกับที่ประตูห้องทำงานถูกเปิดออก หญิงสาวในชุดสูทน้ำตาลเข้มยืนเด่นกลางกรอบประตู ใบหน้าสวยเฉี่ยวแต่งแต้มอย่างประณีตบรรจงจนเดาอายุไม่ถูก ชินดนัยเผชิญหน้ากับน้าสาวอย่างไม่หวาดหวั่น จู่ๆ บุกมาหาถึงที่อย่างนี้ก็มีอยู่เรื่องเดียวนั่นแหละ

   “มาตรวจงานเหรอครับ”

   “มาตรวจทุกอย่างนั่นแหละ ลูกพีชไปไหน”

   “ไปปฏิบัติธรรมกับแม่เขาครับ น้ามีอะไรหรือเปล่า แล้วหนีน้าเดชมาอย่างนี้ก็ได้เหรอ”

   พัชนันท์เดินมานั่งลงบนโซฟากลางห้อง ใบหน้าเชิดขึ้นน้อยๆ แผ่นหลังเหยียดตรงสมฐานะนางพญาแห่งธุวพร

   “ฉันไม่จำเป็นต้องหนี คุณเดชให้ฉันมาดูความประพฤติพวกแกสองคน แต่ก็ดีแล้วที่ลูกพีชไม่อยู่ฉันจะได้คุยกับแกถนัดปากหน่อย”

   “ว่ามาสิครับ” จากที่คิดว่าจะไปนั่งดื่มกับริคาร์โดด้านล่าง ก็ต้องนั่งลงที่เก่า เป็นจำเลยของน้าสาวที่ดูแล้วคงตั้งใจมาจัดการเขา

   “ทำไมต้องปิดเรื่องที่พัก แกคิดจะทำอะไร”

   “ผมคงกลัวน้าไปโผล่ตอนกำลังโซโล่กับสาวๆ อยู่ล่ะมั้งครับ น้านันท์ยิ่งมาได้ถูกจังหวะอยู่ด้วย”

   พัชนันท์แค่นเสียงดูถูก “แต่ฉันก็ยังพลาด ทำไมแกถึงไม่บอกว่าพักที่เดียวกับลูกพีช ฉันอุตส่าห์ดีใจตอนที่แกบอกว่าสนใจเขา คิดว่าแกจะปรับปรุงนิสัยกินไม่เลือกแล้วจริงจังเข้าตามตรอกออกตามประตูแต่ก็เปล่า แกก็ยังคงเป็นแก ไอ้คนที่ไม่ให้เกียรติแม้กระทั่งผู้หญิงที่แกบอกว่าชอบ”

   คนมีชนัฏปักหลังหัวใจกระตุบวูบเหมือนงูถูกตีกระทบซ้ำแล้วซ้ำอีก เขาจะบอกกับน้าสาวได้ยังไงว่าถึงมีอะไรกันแล้ว พิราอรก็ยังเฉยเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่เลย

   “วางใจเถอะครับ ลูกเลี้ยงน้านันท์ใจแข็งเป็นหิน เธอไม่ติดกับผมง่ายๆ หรอก”

   “ย้ายคอนโดซะ” พัชนันท์ไม่ฟังหลานชายแถมยังยื่นคำขาด “เจอกันแค่ที่ในผับนี่ก็อันตรายพอแล้ว ไม่ต้องไปพักที่เดียวกัน ชั้นเดียวกันหรอก ปล่อยให้ลูกพีชเขาได้อยู่สงบๆ นั่นแหละ”

   “ไหนน้าบอกว่าจะช่วยผม แล้วทำไมถึงต้องกีดกันกันเบอร์นี้”

   “ฉันจะช่วยก็ต่อเมื่อแกทำทุกอย่างถูกต้อง ไม่ใช่ใช้ทางลัดเล่นไม่ซื่อกับลูกพีชแบบนี้ ฉันทำลายครอบครัวเขาพังมาครั้งหนึ่งแล้ว ฉันจะไม่ยอมให้แกทำลายชีวิตเขาอีก”

   “น้านันท์ไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดหรอกค่ะ”

   “ลูกพีช!”

   พัชนันท์เหลียวมองหลัง ขณะที่ชินดนัยเบิกตากว้างมองหญิงสาวที่เข้ามาในห้องด้วยใบหน้าผ่องใส ชายหนุ่มลุกขึ้น เดินเข้าไปหาพร้อมกับดุไม่จริงจังนัก

   “ผมบอกแล้วไงว่าจะไปรับ แล้วรีบมาที่ผับนี่ทำไม”

   “เอาของฝากมาให้ค่ะ ไปหาแม่รอบนี้ได้ผลมัลเบอร์รี่มาหลายเลยตั้งใจเอามาฝากริค เผื่อเขาจะได้เครื่องดื่มใหม่ๆ” พิราอรส่งถุงกระดาษใบหนึ่งให้ชายหนุ่มช่วยถือ แล้วเดินเข้ามานั่งใกล้ๆ กับแม่เลี้ยง โดยชินดนัยนั่งเก้าอี้อีกตัว หญิงสาวไหว้แทบอกของแม่เลี้ยง

   “พีชขอโทษนะคะ ถ้าที่ผ่านมาเผลอทำอะไรให้น้านันท์รู้สึกไม่สบายใจ แต่พีชอยากให้น้ารู้ไว้ว่าพีชกับแม่ไม่เคยโทษน้านันท์เลยสักนิด” พิราอรหันไปหยิบถุงของฝากส่งให้ “นี่เป็นชาดอกคาโมมายด์ค่ะ มีคนเอามาให้คุณแม่ที่ทิพย์พิมาน ท่านว่ามากเกินไป เลยแบ่งมาฝากคุณพ่อกับน้านันท์ พีชโทรไปที่บ้าน รู้ว่าน้านันท์มานี่ก็เลยเอาติดมาค่ะ”

   “แล้วไหนล่ะของฝากผม”

   หญิงสาวยิ้มหวานเปิดกระเป๋าหยิบหนังสือเล่มหนึ่งยื่นให้ รอยยิ้มของพิราอรช่างบริสุทธิ์ซะจนคนคิดอกุศลต้องลอบถอนใจ รับหนังสือไปเปิดผ่านๆ ได้ยินเสียงหวานเอ่ยขึ้น

   “ฉันเล่าเรื่องของคุณให้แม่ฟัง ท่านเลยฝากเล่มนี้มาให้คุณค่ะ”

   ชินดนัยเงยหน้ามองหญิงสาว ก่อนยิ้มหน้าบาน อย่างน้อยเธอก็ยังมีแก่ใจบอกเรื่องเขากับแม่ ได้ยินแบบนี้ค่อยมีกำลังใจหน่อย แต่คู่มือดับทุกข์ที่ได้มานี่จะทำยังไงกับมันดี

   “อ่านให้จบนะคะ”

   พัชนันท์สังเกตปฏิกิริยาของหนุ่มสาวอย่างไม่ยอมละสายตา ความสนิทสนมที่เธอเห็นไม่ต่างจากคำรายงานของสิทธา เพียงแต่เธอยังไม่เจอจังหวะปากว่ามือถึงของหลานชาย นอกจากตอนที่เดินไปรับลูกเลี้ยงที่หน้าประตู ดูเหมือนลูกพีชก็ระวังดีอยู่ แทนที่จะปล่อยให้นายชินเข้าถึงตัวก็รีบส่งถุงของฝากให้ถือก่อน

   อาจไม่ร้ายแรงอย่างคิดไว้ แต่ยังไว้ใจไม่ได้!

   “ลูกพีชทำงานที่ผับนี้มาได้สักพักแล้ว มีเรื่องอึดอัดคับข้องใจไหมลูก อ้อ...น้าเพิ่งรู้ว่านายชินพักอยู่ที่เดียวกับหนู เลยมาคุยว่าจะให้ย้ายออกไปหาที่อื่น”

   “ไม่ต้องย้ายให้ยุ่งยากหรอกค่ะ พักที่เดียวกัน แต่ไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันสักหน่อย พีชไม่ลำบากอะไรเลยค่ะ ดีซะอีกมาทำงานก็มีคนขับรถให้ ขากลับก็ไม่ต้องห่วง อยู่นี่ก็ได้คุณชินคอยดูแลแนะนำ ได้เข้าใจอะไรหลายอย่างมากขึ้น น้านันท์ไม่ต้องห่วงค่ะ”

   “อาทิตย์หน้าคุณเดชจะผ่าตัดแล้ว น้าคงยุ่งจนไม่มีเวลามาดูแลเรื่องพวกนี้ แต่ถ้ามีปัญหาอะไรลูกพีชปรึกษาน้าได้ตลอดเวลานะลูก แล้วเย็นๆ ถ้าว่างก็แวะไปกินข้าวกับคุณพ่อบ้างนะ น้าได้ยินท่านบ่นถึงพีชกับชินหลายหนแล้วว่าเงียบหายกันไปเลย”

   “แล้วพรุ่งนี้พีชจะชวนคุณชินแวะเข้าไปนะคะ”

   พัชนันท์ลูบไหล่ลูกเลี้ยงอ่อนโยน ถึงไม่ใช่แม่แต่เธอก็นักและเอ็นดูพิราอรไม่ต่างจากลูก กับชินดนัยก็เช่นกันหลานชายคนเดียวที่พี่สาวกับพี่เขยทิ้งไว้ให้ ทำไมเธอจะไม่ห่วง เมื่อหลานชายให้ความสนใจในตัวลูกเลี้ยงเธอก็พร้อมจะสนับสนุน แต่ทุกอย่างต้องอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง ซึ่งเธอยังมองไม่เห็นสิ่งนั้นในตัวของชินดนัยเลย

   “ความจริงพีชมาเหนื่อยๆ น่าจะกลับไปพักนะลูก กลับไปพร้อมน้าเลยไหม เดี๋ยวแวะไปส่ง”

   “ไม่เป็นไรค่ะ รบกวนน้านันท์เปล่าๆ พีชแค่แวะเอาของฝากมาให้แล้วก็จะกลับไปพักเหมือนกันค่ะ คืนนี้ไม่ช่วยนะคะ” หญิงสาวหันไปยิ้มบอกชินดนัย

   “ไม่มีคุณผมก็เหนื่อย อยากกลับไปพักบ้าง” น้ำเสียงชายหนุ่มออดอ้อน แต่คนรู้ทันรีบดักคอ

   “อย่างแกเนี่ยนะจะเหนื่อย ไปทำอย่างอื่นมาหมดแรงมากกว่ามั้ง” พัชนันท์กวาดตามองหลานชายตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วว่า “ฉันว่าแกควรจะลงไปดูความเรียบร้อยกับสิทธาจะดีกว่านะ แล้วก็จำคำพูดของฉันไว้ให้ดีด้วย อย่าสร้างความลำบากใจให้กับลูกพีช”

   “น้าก็ลองถามพีชดูสิครับว่าลำบากใจไหม อยู่กับผมครื้นเครงจะตาย เนาะ” แววตาวาวๆ ของชายหนุ่ม ทำให้คนที่ถูกพูดถึงหน้าร้อนผ่าวเมินหน้าหนีไปอีกทาง

   “น้านันท์จะออกไปพร้อมพีชเลยไหมคะ”

   “ไปสิจ๊ะ”

   สองสาวจูงมือกันออกไปจากห้อง ทิ้งหนุ่มหล่อนั่งโดดเดียวลำพัง ชินดนัยมองหนังสือของฝากจากคุณทิพย์รดา รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้น เขาเคยเจอกับว่าที่แม่ยายเมื่อนานมาแล้ว ยังจดจำรอยยิ้มเปี่ยมด้วยเมตตาของท่านได้เป็นอย่างดี พิราอรเหมือนแม่ราวกับถอด ใจเย็น สุภาพ และตอนนี้เขาก็ได้ค้นพบอีกคุณสมบัติหนึ่งที่ลูกพีชได้โคลนนิ่งแม่ของเธอมานั่นก็คือ ความหนักแน่น เด็ดเดี่ยว

   ชายหนุ่มเดินไปยืนมองผ่านผนังกระจกลงสู่ด้านล่าง พรุ่งนี้เป็นเช้าวันจันทร์คนในผับจึงบางตา เหลือเพียงแต่สมาชิกลูกหลานไฮโซผู้มีอันจะกิน ไม่ต้องดิ้นรนลุกขึ้นไปทำงานแต่เช้า นี่คือภาพที่เขาเห็นจนเจนตาตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปี เป็นครั้งแรกที่เขายอมรับกับตัวเองว่าเริ่มเบื่อ ความคิดนี้มันเริ่มตั้งแต่เมื่อไรกันนะ

   ชินดนัยอยากเป็นผู้ชายธรรมดา เช้าทำงาน เย็นเลิกงานกลับบ้านมาเจอหน้าลูกเมีย แบ่งปันเรื่องราวระหว่างวันให้ใครสักคนรับฟัง ยิ้มหัว เล่าเรื่องตลกขบขันไปด้วยกัน ไม่หรอก เขาทำอย่างนั้นไม่ได้แน่ คนอย่างเขากับคำว่าครอบครัวมันดูเป็นอะไรยากจะบรรจบกัน แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ซะเมื่อไร

   “คงต้องจีบคุณจริงๆ แล้วมั้งพีช” เสียงทุ้มพึมพำ ขณะสายตามองตามสองสาวที่เดินหายไปทางด้านหลังประตูเข้าออกของผู้บริหาร

   คืนนั้นชายหนุ่มกลับถึงห้องพักเกือบตี 4 และเมานิดหน่อย หลังจากลงมาเดินตรวจความเรียบร้อย ชินดนัยไปหยุดพักที่บาร์เครื่องดื่มของริคาร์โดแล้วได้เจอกับพิมพา ท่าทางเพื่อนสาวของเขาจะติดใจไอ้หนุ่มบาร์เทนเดอร์เอาจริงๆ ปกติพิมพาจะโปรยเสน่ห์ไปเรื่อยไม่หยุดกับผู้ชายคนไหน อาจจะเป็นเพราะมีลักษณะนิสัยคล้ายคลึงกันเธอกับเขาจึงคบกันได้นาน แต่เขาก็เห็นแล้วว่าเธอมานั่งเป็นแขกประจำของบาบิโลนแทบทุกคืน

   ชีวิตคู่ของเธอล้มเหลวภายในเวลาแค่ข้ามคืน หลังจากงานแต่งเสร็จสิ้นวันรุ่งขึ้นเธอก็เซ็นใบหย่าไว้ให้สามีดูต่างหน้าแล้วบินไปอยู่ต่างประเทศ เมื่อกลับมามีอิสระอีกครั้ง พิมพาจึงหวงแหนความโสดยิ่งกว่าสิ่งใด เขาก็เหมือนเธอ แต่ตอนนี้เขาไม่อยากโสดแล้ว และพิมพาเองก็คงติดใจริคาร์โดอยู่ไม่น้อย ไอ้หมอนั่นก็บื้อชะมัด ผู้หญิงยื่นไมตรีแทนที่จะรับกลับสนใจแต่เหล้า ไม่ด่าว่าบ้าก็ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าอีกแล้ว เขานั่งฟังสองคนนั้นเกทับกันด้วยความหมั่นไส้ พอได้โอกาสเลยขอตัวกลับ แต่ผับก็ปิดไปนานแล้ว เหลือแค่พนักงานที่ช่วยกันจัดการความสะอาดเรียบร้อย

   เขาไม่สนหรอกว่าสองคนนั่นจะพากันไปต่อหรือเปล่า แต่เขาพุ่งตรงกลับห้อง อยากไปหาคนที่คิดถึงตลอดสามวันที่ผ่านมา

   แม้จะมึนๆ ไปบ้าง แต่ชินดนัยก็พยายามประคองตัวเองมาจนถึงห้อง คีย์การ์ดของพิราอรยังอยู่กับเขา จนแล้วจนรอดเธอก็ยังไม่ได้ให้ช่างมาเปลี่ยนคีย์การ์ดใหม่ เขาถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี ใจจริงอยากเข้าไปหาเธอ ไปกกกอดให้สมกับที่คิดถึงแต่คืนนี้คงไม่เหมาะ เธอกลับมาเหนื่อยๆ และเขาก็สติไม่เต็มร้อย คิดถึงมากแค่ไหนก็ต้องตัดใจ ขืนทำอะไรบุ่มบ่ามจะเสียเรื่องเปล่าๆ คิดได้ดังนั้นชายหนุ่มจึงเปลี่ยนทิศเดินมาเปิดประตูเข้าห้องตัวเอง

   เข้ามาได้ก็ถอดเสื้อผ้าเหวี่ยงไปทั่ว ถึงห้องนอนทั้งเนื้อตัวเหลือเพียงบ็อกเซอร์กับหนังสือคู่มือดับทุกข์ ของฝากจากว่าที่แม่ยายถูกโยนแหมะบนโต๊ะเล็กข้างเตียง ชินดนัยปรือตาทิ้งกายลงบนเตียงนุ่ม นอนคว่ำหน้าแล้วหลับด้วยความอ่อนเพลีย



   หลังจากได้พักกายพักใจเต็มที่ พิราอรก็ตื่นขึ้นมาด้วยอารมณ์อันปลอดโปร่ง หญิงสาวออกไปตลาดซื้อของสดตั้งใจจะกลับเข้ามาทำของกินง่ายๆ สำหรับสองคน ก่อนกลับเธอแวะร้านขายยาและได้สิ่งของที่ต้องการจนครบ

   ตลอดระยะเวลา 3 วันที่ผ่านมาพิราอรทบทวนสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับชินดนัย ทุกอย่างมันดูง่ายดายแต่เธอรู้ดีแก่ใจว่ามันไม่ง่ายเลย มันเป็นการลงทุนที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง แม้ว่าชินดนัยจะทำเหมือนหลงใหลคลั่งไคล้เธอ แต่จะมั่นใจได้ยังไงว่าเขาจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป

   คนเราไม่ใช่จะอยู่กันด้วยความสัมพันธ์ทางกายอย่างเดียว เธอยอมรับว่ามีความสุขเวลาที่ได้อยู่ร่วมกับเขา แต่ความสุขชั่วคราวมันจะมีประโยชน์อะไร เขาชวนแต่งงานแล้วยังไง ชวนเพื่อรับผิดชอบ ชวนด้วยกลัวว่าเธอจะท้องเพราะเขาไม่ได้ใส่ถุงยาง ถ้าเขาคิดได้แค่นี้ เธอจะไม่มีวันตกลงแต่งงานกับเขาเด็ดขาด

   ชินดนัยใจร้ายกับเธอ หลอกล่อให้เธอติดกับเขา ไม่ว่าจะด้านพละกำลังหรือชั้นเชิงลีลารัก เธอสู้ไม่ได้อยู่แล้ว แต่เรื่องสติปัญญาเธอไม่แพ้เขาแน่นอน เธอจะไม่ยอมเสียตัวให้เขาฟรีๆ แน่ มันจะไปยากอะไรในเมื่อเธอก็เริ่มชอบเขาขึ้นมาบ้างแล้ว เธอยอมรับว่าหวั่นไหวกับสายตา กับรสจูบดูดดื่ม ชอบความเอาอกเอาใจที่เขาทำให้ และไม่นึกรังเกียจสัมผัสของเขา มันทำให้เธอได้เรียนรู้และมีความสุข สิ่งที่เธอจะทำต่อไปก็แค่เล่นตามเกม และรอคอยวันที่จะชนะ

   พิราอรตั้งใจจะกำราบคนบาปให้สิ้นฤทธิ์

   หญิงสาวกลับถึงคอนโดในช่วงสาย รู้ว่านี่ยังไม่ใช่เวลาตื่นของชินดนัยจึงยังไม่ไปรบกวนเขา จากการทำงานร่วมกันที่ผ่านมา ทำให้เห็นว่าเขาเองก็เหนื่อย เขาควรได้นอนพักอย่างเต็มที่

   ชั่วโมงต่อมาพิราอรยกสปาเก็ตตี้ผัดขี้เมาสองจานมาที่ห้องของชายหนุ่ม ตอนนี้เธอเข้าห้องเขาได้อย่างไม่ต้องกระดากใจแล้ว แต่เสื้อผ้าระเกะระกะที่เขาถอดทิ้งไว้ทำให้เธออยากจะตีมือสักที หญิงสาววางของกินบนโต๊ะแล้วเดินมาหยิบเสื้อผ้านั้นขึ้นมาถือไว้ เพราะตะกร้าอยู่ในห้องนอน

   “สายป่านนี้ทำไมยังไม่ตื่นอีกนะ”

   เสียงประตูเลื่อนเปิดทำให้คนบนเตียงขยับผงกหัวขึ้นมาปรือตามอง “พีชเหรอ”

   “จะเที่ยงแล้วค่ะ เห็นคุณยังไม่ออกไปเลยมาดู เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” หญิงสาวนั่งลงบนเตียง ได้กลิ่นแปลกๆ จึงสูดจมูกฟุดฟิด “เมื่อคืนดื่มเหรอคะ”

   “พอดีก่อนผับปิดแวะไปนั่งคุยกับริคมาน่ะ มึนอยู่เหมือนกัน”

   “งั้นก็ไปล้างหน้า อาบน้ำเถอะค่ะ จะได้สดชื่น ฉันทำสปาเก็ตตี้มาเผื่อ อุ๊ย!” หญิงสาวอุทานเมื่อคนที่ซบนิ่งกับหมอนพุ่งตัวเข้ากอดเอวคอด หนุนตักเธอแทน กล้ามเนื้อตึงแน่น แผ่นหลังกว้าง ผิวขาวสะอาดของเขาทำให้เธอหน้าแดงระเรื่อ คนบ้า! นอนแก้ผ้าอีกแล้ว

   “อาบน้ำให้หน่อย”

   “อาบเองสิคะ”

   “แต่ในห้องน้ำก็สนุกดีนะพีช”

   “ทะลึ่ง” หญิงสาวซัดเผียะเข้าที่หัวไหล่ ไม่ต้องอธิบายหรอกว่าเขากำลังหมายถึงอะไร เธอยังจำได้ด้วยซ้ำว่าเขาอยากสั่งอ่างอาบน้ำมาติดตั้งเพิ่ม คนบ้านี่ชอบแกล้งให้เธออายได้เรื่อยๆ สิน่า

   “ผมชอบเวลาคุณหน้าแดงอย่างนี้ ขอกินคนทำสปาเก็ตตี้ได้ไหม”

   “ไม่ได้ค่ะ ถ้าดื้อจะอดกินทั้งสปาเก็ตตี้ ทั้งคนทำนะคะ”

   “หือ...พูดจริงหรือพูดเล่นเนี่ย” ชายหนุ่มดีดตัวลุกนั่งมองเธอตาวาว พิราอรอมยิ้มอายไม่ยอมตอบ การกระทำของเธอทำให้เขายิ้มกว้าง ชะโงกหน้าเข้ามาหอมแก้มแดงๆ ดังฟอด แล้วโดดลงจากเตียง “รอผมแป๊บเดียวที่รัก เดี๋ยวจะกลับมากินให้เกลี้ยงเลย”


14
   เสียงโทรศัพท์มือถือของพัชนันท์ดังขึ้นพอดีกับที่เจ้าของเดินออกมาจากห้องน้ำ เธอเลิกคิ้วให้สามีแล้วเดินผ่านหน้ามาคว้าโทรศัพท์ กดรับ

   “ว่าไงสิทธา”

   “ผมมีเรื่องสำคัญจะรายงานครับ”

   พัชนันท์ขมวดคิ้ว เรื่องสำคัญของสิทธาจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ เพราะเธอกำลังให้เขาจับตาดูความเคลื่อนไหวของชินดนัยกับพิราอรไว้ สองคนนั้นมีเรื่องอะไรกันอีก หลังจากมากินข้าวเย็นที่บ้านวันนั้นก็ยังไม่ได้เจอกันอีก สิทธาโทรมากลางดึกแบบนี้ต้องไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่ เธอจึงหันไปชี้ไม้ชี้มือบอกสามีว่าจะไปคุยโทรศัพท์ที่นอกระเบียง

   “ว่ามาสิทธา”

   หลังจากนั้นพัชนันท์ก็รับฟังคำรายงานยาวเหยียดละเอียดยิบของคุณผู้จัดการผู้เปรียบเสมือนมือขวาของเธอ คิ้วเรียวได้รูปขมวดแล้วคลายอยู่หลายครั้งกระทั่งสิทธาสรุปปิดท้าย

   “ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นผมคิดว่าคุณชินคงไม่ปล่อยให้พลาด แต่กับคุณพีช ผมไม่กล้าคิดครับ”

   “ไม่เป็นไรสิทธา จับตาดูสองคนนั้นต่อไป เรื่องอื่นฉันจะจัดการเอง ไปทำงานต่อเถอะ เออ แล้วคืนนี้สองคนนั้นไปด้วยกันหรือแยกกันไป”

   “มาด้วยกันครับ รถคุณชิน”

   “อืม...แค่นี้แหละ เดี๋ยวฉันจัดการต่อเอง” วางสายจากสิทธาปุ๊บ แม่เลี้ยงสุดแซบก็กดเบอร์ของสาทิตที่อยู่ภูเก็ตทันที ถ้าต้องการรีดความลับของไอ้หลานตัวดีมันก็ต้องเริ่มจากสาทิตนี่แหละ




   คนที่กำลังจะถูกล้วงความลับต่างๆ หาได้เฉลียวใจ เดินยิ้มกริ่มขึ้นไปชั้นสองของบาบิโลน ตรงไปที่ห้องทำงาน เคาะประตูเป็นจังหวะ เรียกคนในห้องเสียงหวาน

   “พีชจ๋า...”

   คนในห้องไม่ขานตอบเพราะรู้ดีว่าอีกเดี๋ยวก็ต้องเปิดเข้ามา หญิงสาวนั่งพิจารณาตัวเลขรายรับรายจ่ายของผับต่อ จากตัวเลขที่ผ่านมากิจการของบาบิโลนดีทีเดียว ต่อให้ไม่มีเธอมานั่งบริหารผับก็ยังไปต่อได้เพราะทุกวันนี้เธอก็แค่เดินไปเดินมาไม่เห็นจะได้ทำอะไรเลย แม่เลี้ยงของเธอจัดระบบไว้ได้ดีมาก

   “เป็นไงที่รัก ผลกำไรพอที่เราจะไปฮันนีมูนรอบโลกได้หรือยัง” ชินดนัยเดินอ้อมมาหลังเก้าอี้ วางมือบนไหล่ ก้มลงหอมแก้มนวลอย่างรวดเร็ว

   “คุณ!” พิราอรทำหน้าดุ แต่คนถูกดุกลับยิ้มกว้าง หน้าระรื่น

   “ครับผม”

   “อย่าทำแบบนี้อีกนะคะ คนอื่นเห็นเข้า จะคิดว่าไง”

   “อยากคิดอะไรก็คิดไปสิ แค่คุณรู้ว่าผมคิดยังไงก็พอ” ชายหนุ่มพิงสะโพกกับโต๊ะทำงาน สบตาเธออย่างจริงจัง

   “แล้วคุณคิดยังไงล่ะคะ”

   ชินดนัยใช้นิ้วแตะปลายคางเธอให้เงยหน้าขึ้น พิราอรหลับตาลงเมื่อปากนุ่มถูกเขาครอบครอง ก่อนถอยออกไป ถามเหมือนขู่

   “ถ้ายังไม่เก็ท จะปิดห้องปล้ำ”

   หญิงสาวหัวเราะคิกคัก ไม่ได้มีท่าทีซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาต้องการจะบอกผ่านจูบนั้นเลย นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ เขางงไปหมดแล้ว

   พอเอาเข้าจริงแล้วทุกอย่างมันผิดพลาด ไม่เป็นไปตามเขาคาดไว้เลย พิราอรผู้แสนจะเรียบร้อยครองตัวอยู่ในศีลในธรรม กลับกลายเป็นผู้หญิงที่ไม่แคร์กับความสัมพันธ์ไม่มั่นคงแน่นอนกับเขาเลย เธอเพิกเฉย ปล่อยผ่าน ไม่คร่ำครวญเรียกหาความรับผิดชอบ ทั้งที่ร่างกายและอารมณ์ของเธอก็ตอบสนองกับเขาเป็นอย่างดี

   เขาไม่ได้หวังจะให้ออกมาเป็นแบบนี้ เขาอยากให้เธอเรียกร้อง ผูกมัด หรืออะไรก็ได้เพื่อแสดงให้รู้ว่าเซ็กซ์ระหว่างกันมันมีค่าสักนิด ไม่ใช่เป็นแค่เรื่องวันไนต์สแตนด์ ชินดนัยกำลังจะบ้าตายกับเรื่องนี้

   ทำไมไม่มีใครเตือนเขาบ้างว่าเวลาคิดจะมีเมียมันช่างยากเย็นเหลือเกิน มันผิดที่เขาเอง หลงรักใครไม่รักดันไปหลงรักแม่ชี ขนาดจับโยนขึ้นเตียงทำพรหมจรรย์ขาดไปแล้วตั้งหลายรอบก็ยังอุตส่าห์ยึดมั่นถือมั่น

   เอาซี้...ให้มันรู้ไปว่าคนบาปอย่างเขาจะเอาชนะเธอไม่ได้

   ชายหนุ่มเริ่มแผนการด้วยการเล่นปูไต่ปลายนิ้วไปบนเรียวแขน วันนี้พิราอรสวมเสื้อสูทเข้ารูปคลุมทับเสื้อยืดสีขาว ท่อนล่างเป็นกระโปรงทรงเอแนบตามรอยโค้งเว้าของเอวคอดและสะโพกผาย ตอนนี้เสื้อสูทตัวนอกถูกเจ้าของถอดพาดทิ้งไว้ที่โซฟาจึงเหลือแค่เสื้อยืดขาวบางซ่อนชายใต้กระโปรงสีดำ ท่อนแขนเล็กๆ ไร้การปกปิด

   มันช่างเป็นความมิดชิดแสนเย้ายวนอะไรอย่างนี้ ชินดนัยหายใจขัด เกิดความต้องการขึ้นมาอย่างประหลาดเพียงแค่ได้สัมผัสเนื้อตัวเธอ ประกายไฟปรารถนาลามเลียทั่วร่าง จะเป็นยังไงนะถ้าเขามีเซ็กซ์กับเธอที่นี่ แนบแผ่นหลังเปลือยเปล่าของเธอกับผนังกระจกเย็นเฉียบและดำดิ่งเข้าไปในความชุ่มชื่นนุ่มนวลดุจกำมะหยี่ ให้ความร้อนผ่าวของเธอโอบรัดตัวตนของเขา

   บ้าเอ๊ย เขาต้องได้เธอเดี๋ยวนี้!

   “เหลืออีกเยอะไหม อยากดื่มอะไรหรือเปล่า เดี๋ยวผมผสมเครื่องดื่มให้ชิม เอาไหม”

   พิราอรมองเขาราวกับไม่เชื่อ “คุณทำเป็นด้วยเหรอคะ เอ๊ะ! แล้วนั่นทำไมดูหน้าแดงๆ ริคผสมเหล้าให้ชิมเหรอ”

   ชายหน้าแดงรู้สึกเขินขึ้นมาจริงๆ  รีบยืดตัวยืนตรงเดินขัดๆ ไปหลังบาร์เล็ก หยิบแฟลร์ชูอวดเธอ พิราอรยิ้มขำ กอดอก เอนหลังพิงเก้าอี้ ยกเรียวขาขึ้นไขว้กัน ขณะรับชมลีลาบาร์เทนเดอร์มือใหม่

   ชินดนัยทำอย่างคล่องแคล่ว หยิบส่วนผสมเทใส่แฟลร์แล้วเริ่มต้นเขย่า ตลอดเวลาสายตาของเขาไม่เคยคลาดจากใบหน้างาม พิราอรไม่ใช่ขนมหวาน ถ้าเขาอยากรับประทานมันก็ต้องขุดหลุมล่อ และเขาก็รู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะได้ลิ้มรสเนื้อนุ่มหอมหวาน

   ชายหนุ่มกระแทกแฟลร์กับบาร์ ก่อนเทเครื่องดื่มใส่ลงไปในแก้ว เขาจะตั้งชื่อมันว่า

   ‘เมคเลิฟ’

15
บทที่ 11

   “ฉะ...ฉัน ทำไม่เป็น” หญิงสาวอึกอัก ขัดเขิน หน้าแดงก่ำ เลื่อนสายตาลงมองสิ่งที่ชินดนัยเรียกว่าน้องชาย มันดันขึ้นจนกางเกงเขาตุง นั่นยิ่งทำให้เธอประหม่า

   “ลงมือเถอะพีช ถอดกางเกง ปล่อยมันออกมาก่อน ผมจะตายอยู่แล้ว”

   พิลาอรปลดเข็มขัดเขาอย่างกลัวๆ กล้าๆ สายตาจดจ่ออยู่กับกางเกงยีนสีเข้ม และความปูดโป่งของแก่นกายที่ขยายตัวใต้กางเกงตัวนั้น

   “เร่งมือหน่อยพีช”

   หญิงสาวหลับตาปี๋รูดซิปจนสุด เขาขยับสะโพกช่วยอำนวยความสะดวกให้ อดขำท่าทางเงอะงะขัดเขินของเธอไม่ได้ เมื่อสลัดกางเกงจนหลุดไปแล้วชายหนุ่มจึงจับมือของเธอไปวางที่ตรงนั้น…น้องชายที่กำลังประกาศอิสรภาพของเขา

   “อุ๊ย” พิราอรสะดุ้งลืมตามาเจอกับรอยยิ้มล้อเลียนของเขา

   “อยากทำเหมือนที่ผมทำไหม”

   “หมายถึงใช้ปากเหรอคะ”

   “ครับ” หัวใจของชินดนัยลุ้นระทึก รอคอยและวาดหวังว่าคนขี้อาจจะกล้า

   ทว่าเธอสั่นหน้าปฏิเสธแทบทันที แค่นี้ก็อายไม่รู้จะอายยังไงแล้ว แต่เขาก็ยิ้มอย่างเข้าใจมือใหม่ เอ่ยสอนอย่างใจดีว่า

   “งั้นก็เริ่มทำความรู้จักมันก่อน รอให้คุ้นเคยกันแล้วค่อยลองทำทีหลัง เดี๋ยวผมช่วยสอน”

   มือเขานำทางมือเธอสอดหายเข้าไปใต้ชั้นในสีขาว ผ่านกลุ่มขนระคายมือและเจอกับความแข็งแกร่งอุ่นจัด สีหน้าของชายหนุ่มเริ่มเปลี่ยนไป แววตาเขาเข้มข้นด้วยอารมณ์ปรารถนา ริมฝีปากล่างถูกกัดกลั้นเสียงคราง ชินดนัยกำลังจะตายเพราะมือไม้ไร้เดียงสาของเธอ

   “อ่า...อย่างนั้นแหละพีช สัมผัสมัน แตะต้องมัน อย่างที่คุณต้องการ เลื่อนมือของคุณขึ้นมาคนสวย อย่างนั้นแหละ ถอดกางเกงบ้านั่นทิ้งไปเลย”

   พิราอรเริ่มตระหนักในพลังอำนาจของตน ร่างกายของเขากำลังตกเป็นเบี้ยล่างของเธอ ทุกครั้งที่เธอแตะต้องเจ้าน้องชาย เขาจะเกร็งสูดปากอย่างเสียวซ่าน ใบหน้าแหงนเงยขึ้น เธอขยับมือเคล้นคลึงจนมันขยายขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ต้องให้บอก ก่อนจะดึงชั้นในของเขาออก ปลดปล่อยความแข็งแกร่งให้เป็นอิสระโดยสมบูรณ์

   เมื่อได้เห็นมันเต็มตาก็อดรู้สึกเขินอายไม่ได้ เสียงครางแหบพร่าเรียกร้องสัมผัสจากมือเธอ พิราอรข่มความอายทำตามความต้องการของเขา กระตุ้นเร้าจนเขาแข็งขึง ไม่อาจทานทนต่อแรงอารมณ์ได้

   “พอแล้วพีช ผมไม่ไหวแล้ว” เขาพูดรัวเร็วกระชากเธอเข้ามาจูบอย่างร้อนแรง

   พิราอรตอบสนองเขาเต็มอารมณ์ ไม่มีการเหนี่ยวรั้งใดๆ อีกแล้ว ชินดนัยพลิกร่างหญิงสาวให้นอนราบอยู่ด้านล่างและเริ่มจูบเธออย่างล้ำลึก มือแกร่งลูบไล้บีบเค้นปลุกเร้า ไม่มีส่วนไหนที่เขาไม่ได้แตะต้อง ไม่มีส่วนไหนที่เขาไม่ได้ฝากรอยจูบตีตรา ในจังหวะที่หญิงสาวนอนอ่อนระทวย เขาก็ใช้ขาดันขาเธอเปิดกว้างพร้อมรับแก่นกายร้อนจัด จังหวะหนึ่งที่เขาชะงัก

   ไม่มีถุงยาง!

   ชินดนัยรู้ดีว่ามีความเสี่ยง จะทำยังไงได้ล่ะ ให้วิ่งกลับไปเอาถุงยางที่ห้องตอนกำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มเนี่ยนะ เขาไม่ทำบ้าๆ อย่างนั้นแน่ พิราอรก็คงลืมคิดถึงเรื่องนี้ แต่เขารู้ว่าจะทำยังไงเธอถึงจะไม่ท้อง เขาไม่ใช่พวกไก่อ่อนสอนขัน ทุกอย่างกำหนดได้ ชายหนุ่มเดินหน้าสอดลึกตัวตนเข้าไปในความอ่อนนุ่มที่โอบรัด แก่นกายแข็งแกร่งเหยียดตึงในความคับแน่นแสนอ่อนหวาน ได้ยินเสียงคนใต้ร่างครวญครางประท้วงจึงต้องหยุดปลอบประโลม

   “อดทนนิดเดียวพีช คนเก่งของผม” เขาพรมจูบเว้าวอนเชิญชวนให้เธอเคลิบเคลิ้มจนหลงลืมความเจ็บปวด ก่อนกดกายฝากฝังเข้าไปจนสุดทาง

   “อ๊ะ!”

   “อย่าเกร็งพีช คุณกำลังจะทำให้ผมทนไม่ไหว” ชินดนัยกัดฟันกรอด อดทนจนเธอคลายความเจ็บปวด จึงค่อยขยับสะโพกถอดถอนแล้วกลับเข้าไปอีกครั้ง

   ชินดนัยอยากถาโถมกายแกร่งเข้าหาตามแรงปรารถนาที่ซ่านกระสัน เธอคับแคบและบีบรัดตัวตนของเขา มันเป็นความสุขแสนทรมานเกินทนไหว ชายหนุ่มผู้เจนสนามรักจะต้องอดทนอดกลั้นต่อแรงอารมณ์ที่พัดโหมของตัวเอง แม้จะอยากทำให้เธอหลอมละลายด้วยความหนักหน่วง แต่หยดน้ำเล็กๆ ที่หางตาเตือนให้เขาต้องใจเย็น บรรจงจูบซับน้ำตาให้ ฝ่ามือเขานวดเฟ้นทรวงสล้างเมามัน ขณะจุดที่ผสานกันเป็นหนึ่งเดียวเคลื่อนไหวไปอย่างยากลำบากในช่วงแรก ความอ่อนนุ่มดุจกำมะหยี่หากแต่รัดแน่น กล้ามเนื้อของเธอคือสิ่งมหัศจรรย์ มันสร้างทั้งความทรมานและความสุขในคราวเดียวกัน

   เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางตามครรลอง ทั้งสองก็ถูกความปรารถนาเล่นงานหนักหน่วง จากความเนิบนาบนุ่มนวลจึงนำมาสู่ความเร่งเร้าร้อนแรง

   “ขยับตอบรับผมที่รัก เราจะสนุกไปด้วยกัน”

   หญิงสาวทำตามอย่างว่าง่าย โดยมีเขาช่วยกำหนดจังหวะในช่วงแรก ความสุขแล่นพล่านไปตลอดร่าง ชินดนัยเร่งจังหวะรัวเร็ว ทุกการโจนจ้วงหนักหน่วงเรียกเสียงครางจากคนเบื้องล่าง

   “ชิน...ชินคะ”

   “ผมรู้ที่รัก คุณรู้สึกถึงมันใช่ไหม” เสียงครางหอบฟังไม่ได้ศัพท์แยกไม่ออกแล้วว่าเป็นของใคร

   พิราอรร้อนราวกับร่างกายจะแตกสลาย ทุกการกระแทกกระทั้นรุนแรงส่งให้เธอทะยานขึ้นไปอย่างไร้ขอบเขต มีความต้องการที่จะแนบชิดเรือนร่างกับกายแกร่งของเขาอย่างไม่สิ้นสุด ความสุขสมก่อตัวเป็นเกลียวคลื่นโถมซัดเธอครั้งแล้วครั้งเล่า สุดท้ายเสียงหวานก็กรีดร้องออกมาอย่างสุดกลั้น ร่างกายเกร็งรับซ่านสยิว เมื่อชินดนัยขยับแก่นกายสอดลึกเป็นครั้งสุดท้าย ความอบอุ่นฉีดพล่านเข้ามาในเรือนกายหญิงสาวอย่างที่ใครก็ไม่คาดฝัน

   เสียงครางของเขายังคงดังขาดเป็นช่วง กดสะโพกเกร็งกระตุก แล้วซานซบลงบนอกเธอ เกลือกกลิ้งใบหน้าราวกับตกอยู่ในห้วงความฝัน โดยที่ยังไม่ถอดถอนตัวตนออกไป ลืมสิ้นถึงความตั้งใจก่อนหน้านี้ ช่างหัวไปเลยถ้าเธอจะท้องเขาก็จะแต่งงานสร้างครอบครัวที่มั่นคงกับเธอ หรือหากเธอไม่ท้อง เขาก็จะแต่งงานกับเธอ และทำให้ท้องอยู่ดี

   พิราอรไล้แผ่นหลังกว้างอย่างเคลิ้มฝัน เธอกดจูบบนบ่ากว้าง ได้ยินเสียงชินดนัยหัวเราะเบาๆ ก่อนจะพลิกกายนอนหงายพลางดึงเธอเข้าไปกอด หญิงสาวโอนอ่อนแต่โดยดีรอบกายตอนนี้มีแต่เสียงของลมหายใจที่ยังไม่ปกตินัก กลิ่นความปรารถนาปะปนกับกลิ่นกาย กลิ่นเหงื่อชวนซาบซ่านในอารมณ์ ชายหนุ่มวนนิ้วเล่นกับหัวไหล่ขาวนวลเนียน

   “มีความสุขไหมพีช” เขาถามและหัวเราะเบาๆ เมื่อศีรษะของเธอพยักน้อยๆ อยู่กับอกกว้าง ลูกพีชของเขากลายเป็นสาวน้อยขี้อายแสนน่ารักจนอยากจะจับเธอฟัดอีกสักรอบ แต่ยังก่อนมันมีเรื่องสำคัญที่สุดที่เขาต้องคุยกับเธอ แม้จะดูไม่เข้าท่านัก แต่เพื่อความสบายใจทั้งเขาและเธอ เรื่องนี้ไม่คุยกันคงจะไม่ได้

   “รู้ใช่ไหมว่าเมื่อกี้ผมไม่ได้ใส่ถุงยาง” คำถามของเขาทำให้เธอซุกหน้ากับอกกว้างมากขึ้น ชายหนุ่มยิ้มเอ็นดู กระชับกอดแน่นกว่าเดิม “เลิกอายได้แล้ว”

   “ว้าย” พิราอรตกใจที่ร่างเธอลอยขึ้นมานอนเกยบนตัวเขา ตลอดร่างกายเปล่าเปลือยขยับเสียดสี น้องชายผู้แข็งแกร่งร้อนแรงที่เพิ่งสงบไปไม่นานดูจะเริ่มคึกคักมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง

   “เราต้องคุยกันเรื่องนี้” ชินดนัยประคองหน้าเธอไม่ยอมให้หันหนี ทว่าสายตาเขากลับหลุบต่ำมองทรวงอกที่เบียดกับอกเขา ยอดทรวงของเธอกำลังเบ่งบานจนเขาปากคอแห้ง กระหายที่จะลิ้มรสของมันเจียนคลั่ง “คุณกำลังทำให้ผมเสียสมาธิ ให้ตายสิพีช”

   “มันไม่ใช่ความผิดฉัน”

   “เราแต่งงานกันไหม”

   “ไม่ค่ะ” ทั้งที่ยังอายอยู่มากแต่ก็ตอบกลับได้อย่างเด็ดเดี่ยวจนคนที่มั่นใจในตัวเองอย่างชินดนัยยังคาดไม่ถึง เขาหวังว่าเธอน่าจะเสียใจกับการเสียตัวให้เขาบ้างแต่ก็เปล่า

   “เมื่อกี้ผมอาจจะทำให้คุณมีลูกได้นะ” ลองหยั่งเชิงดูอีกสักรอบ

   “ฉันเรียนสุขศึกษามา แม้รู้ว่าจะได้ผลไม่เต็มร้อย แต่ระยะนี้ฉันคิดว่ามัน...ปลอดภัยค่ะ คุณไม่ต้องห่วงหรอก”

   บ้าบอ ชายหนุ่มเริ่มเดือดดาลทั้งน้ำเสียง สายตา สีหน้านั่นมันหมายความว่าไง เธอคิดว่าเขาห่วงตัวเองว่าจะต้องมารับผิดชอบหากเกิดอะไรผิดพลาดแล้วเธอท้องงั้นเหรอ บ้านะสิ!

   “ไม่ห่วงไม่ได้พีช ตัวผมนะพร้อม แต่คุณล่ะพร้อมกับผมไหม ที่พูดนี่เพราะกลัวคุณคิดมากต่างหาก ผมแคร์คุณนะ คุณเป็นเมียผม”

   รอยยิ้มของพิราอรไปไม่ถึงดวงตา และชินดนัยก็สังเกตเห็น เธอยังมีเรื่องคาใจแต่เลือกจะไม่พูดกับเขาตรงๆ ผู้หญิงดื้อด้าน เขาพลีกายใจเปิดทางให้ขนาดนี้ยังไม่รีบรวบรัดไว้อีก

   “เรื่องระหว่างเรายังไงมันก็ต้องเกิดขึ้น คุณพูดเองนี่คะ ฉันไม่โทษคุณฝ่ายเดียวหรอก ฉันเองก็มีความสุขกับประสบการณ์แปลกใหม่ที่คุณสอนให้ แต่ฉันคงรับตำแหน่งเมียของคุณไม่ได้หรอกค่ะ ระหว่างเรามันก็แค่ความหวั่นไหว ใกล้ชิดจนเลยเถิด อย่าหาคำไหนมาผูกมัดตัวเองเลย”

   “งั้นก็ลองเลยเถิดกันอีกสักยกเป็นไงพีช ไหนๆ คุณมั่นใจว่าปลอดภัยก็สบายใจได้เลย สนุกให้เต็มที่ ผมจะสอนอีกหลายประสบการณ์ตื่นเต้นให้คุณจนฟ้าสางเลยเป็นไง”

   มือของชายหนุ่มตะปบเข้าที่สะโพกกลมกลึงกดเน้นให้ส่วนที่อ่อนไหวของเธอขยับเสียดสีกับเจ้าน้องชายที่ขยายตัวเรียกร้องจนแกร่งกระด้าง

   พิราอรสบตาเขาอย่างหวั่นไหว แต่เหมือนว่าคำพูดของเธอจะไปปลุกเสือร้ายให้อารมณ์เสียเข้าแล้ว พริบตาเดียวเขาก็พลิกกายอยู่เหนือร่างเธอ แววตาขุ่นมัวแต่ก็เต็มไปด้วยความต้องการอันเข้มข้น หญิงสาวเรียนรู้ที่จะโอนอ่อนผ่อนตาม สายน้ำเชี่ยวกราดที่ชื่อว่าชินดนัยจะสาดซัดทุกอย่างที่ขวางหน้า หากอยากรักษาตัวรอดก็อย่าริอ่านคิดไปขวางเขาเด็ดขาด

   หญิงสาวขยับกลีบปากเปิดรับการรุกรานแสนเร่าร้อน เรียวลิ้นเกี่ยวกระหวัดหยอกล้อไม่มีใครยอมใคร สองแขนโอบรัดกันและกันเอาไว้แน่น บดเบียดเรือนกายเข้าหากันดั่งจะผสานให้เป็นเนื้อเดียว

   ชายหนุ่มลากลิ้นลงมาไล้เลียดึงดูดยอดอกเข้าสู่ปาก เสียงหวานครางระส่ำแอ่นกายขึ้นอย่างเชิญชวน ความปรารถนาในครั้งนี้ดูชินดนัยจะตั้งใจทำให้เธอบ้าคลั่งอย่างเต็มที่ ยิ่งเธอร้องครวญครางดังมากเท่าไรเขาก็ยิ่งเพิ่มความทรมานแสนหวานให้เธอมากเท่านั้น

   ร่างเปล่าเปลือยถูกเขาฟอนเฟ้น ส่วนที่อ่อนไหวเปียกชื้น บดเบียดเนินเนื้อถูไถเชิญชวน หากแต่ชินดนัยยังคงเกลือกกลิ้งใบหน้าคมสันกับเต้าเต่งตึงเต็มมือ หญิงสาวเสียวซ่านสะท้านไหว ริมฝีปากของเธอแห้งผากจนต้องดึงหน้าเขาให้เงยขึ้น บอกเสียงหวิว

   “จะทรมานฉันไปถึงไหน”

   “จนกว่าคุณจะยอมเป็นเมียผมนั่นแหละ” ชินดนัยขยับกายขึ้น ปากเขาอยู่ชิดปากเธอ แต่ยังใจแข็งไม่ยอมจูบ นั่นยิ่งทำให้พิราอรร้อนเร่า

   “อ๊ะ!” ยอดอกข้างหนึ่งถูกมือเขาบดบี้ เนื้อตัวของเธอสั่นสะท้านด้วยความต้องการ พิราอรไม่อาจต่อต้านอารมณ์ของตนเองได้อีกต่อไป เธอตวัดแขนโน้มหน้าเขาลงมาและเป็นฝ่ายจูบเขาก่อน จูบแบบที่เธอต้องการ กวาดต้อนสำรวจในปากเขาถ้วนทั่ว

   “จูบได้ดี” ชายหนุ่มกระซิบชม ยันแขนชันกายขึ้นนั่งพร้อมกับยกร่างบอบบางขึ้นคร่อมร่างของตน คิ้วเข้มเลิกสูง สบตาเธออย่างท้าทาย “บทเรียนต่อไปคือทำตามใจปรารถนา เมื่อคุณไม่อยากเป็นเมียผม คุณก็ต้องบริการตัวเองแล้วละที่รัก เพราะผมจะทำให้เฉพาะเมียเท่านั้น”

   พิราอรหน้าแดงซ่านเจ้าน้องชายของเขาชูชันหยอกล้อกับส่วนอ่อนไหวที่ชุ่มฉ่ำพรั่งพร้อม สายตาเขาร้อนแรง เสียงเขาสั่นพร่าเร่งเร้า

   “กล้าๆ หน่อยพีช ถ้าต้องการก็แค่พามันเข้าไปในตัวคุณ”

   “ฉะ...ฉัน” หญิงสาวหายใจหอบกระเส่า ความต้องการดูอยู่เหนือความอาย เธอคุกเข่ากับเตียงนุ่ม มือน้อยจับตัวตนเขาจดจ่อ ค่อยๆเลื่อนกายลงครอบครองความร้อนจัดนั้น ความเสียดเสียวทำให้เธอตวัดแขนโอบกอดเขาเอาไว้ ก้มลงกัดบ่ากว้างระบายความเสียวซ่าน เมื่อรับตัวตนของเขาเอาไว้ทั้งหมด

   “พีช...” ชินดนัยเองก็สุขล้นไม่ต่างจากเธอ จากที่คิดว่าจะให้เธอคุมเกมก็ดูจะไม่ทันใจเสียแล้ว สองมือของเขาจับเอวคอดขยับกายแกร่งสอดสวนขึ้นมาอย่างหนักหน่วง

   “อ๊ะ”

   “ขยับลงมาแรงๆ พีช” เมื่อจัดองศาได้เข้าที่ เขาสั่งแทบจะเรียกได้ว่าคำราม

   แล้วบทเพลงรักอันเร่าร้อนก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง หญิงสาวขยับกายขึ้นลงเป็นจังหวะบนตักแข็งแกร่ง สองแขนโอบรัดร่างกายกำยำซบใบหน้าลงไปที่บ่ากว้าง เสียงเนื้อกระทบกันดังเป็นจังหวะเร้าใจ ก่อนจะพลิกใบหน้าเข้าหาประกบริมฝีปากแนบแน่น ฝ่ามือใหญ่กอบกุมทรวงอกอวบ

   พิราอรถอนจูบสะบัดผมอย่างเร่าร้อน ให้ตายชินดนัยก็จะไม่มีวันลืมภาพอันเซ็กซี่นี้ และเมื่อเธอแอ่นกายไปด้านหลังเล็กน้อยชายหนุ่มกัดฟันสอดสวนเร่งจังหวะรัวเร็วจนเธอครางระส่ำ ไม่นานความสุขสมก็ฉีดพล่านเข้าสู่กายเธอ หญิงสาวซบอกเขาอย่างอ่อนแรง

   ชินดนัยขบเม้มติ่งหูนุ่มนิ่มกระซิบเย้าเสียงพร่า “ได้ขึ้นครูของจริงแล้วเมียจ๋า”

   “คุณมันบ้า”

   “มีบ้ากว่านี้อีกนะ อยากลองดูไหม” ชายหนุ่มถอนกายออก หญิงสาวครางโหย  ยังไม่ทันได้ล้มตัวลงนอน ชินดนัยลงไปยืนข้างเตียง มองร่างระทดระทวยก่อนอุ้มเธอไว้

   “พอก่อนนะคะ ฉันไม่มีแรงแล้วค่ะ อยากนอนพักค่ะ”

   “จะนอนทั้งแบบนี้ได้ไง” ดวงตาเขาเป็นประกายวาบหวามกวาดมองเรือนร่างเปล่าเปลือยในอ้อมแขน คราบไคลร่องรอยของอารมณ์รักที่ร่วมกันก่อปรากฏชัด “ไปอาบน้ำกันดีกว่า”

   “คุณอาบก่อนเถอะค่ะ ฉันไม่ไหวจริงๆ”

   “เดี๋ยวก็รู้ ไหวไม่ไหว”

   “คุณชิน...”

   พิราอรไม่มีโอกาสได้อ้างอะไรอีก ทันทีที่ประตูห้องน้ำปิดยังไม่สนิทดีด้วยซ้ำชินดนัยก็กดจูบลงมาอย่างเร่าร้อนปลุกเร้าเธออย่างรัญจวนใจ ไม่นานเสียงหวานก็ครางสะท้านพร้อมกับเสียงครางอย่างมีความสุขของคนบ้าพลัง ชินดนัยทำตามที่เขาพูดไว้ นั่นคือรักเธอจนฟ้าสางจริงๆ




   ช่วงหัวค่ำผับบาบิโลนคนยังไม่เยอะนักสิทธาจึงมีเวลามาเกาะบาร์พูดคุยกับริคาร์โด บาร์เทนเดอร์สุดหล่อพยักพเยิดให้ผู้จัดการหันไปมองด้านหลัง ชินดนัยเดินโอบเอวพิราอรเข้ามาทางประตูผู้บริหาร

   “ตกลงคู่นี้ยังไงกัน”

   “ความสัมพันธ์คลุมเครือ”

   “ปกติไม่ยุ่งกับคนในปกครองนี่ แถมคุณพีชยังเป็นลูกสาวคุณเดชอีก ทำไมหนนี้บอสถึงกล้า”  ริคาร์โดยังสงสัยไม่หาย “ยิ่งนานวันยิ่งออกอาการนะ อุตส่าห์โล่งใจเห็นสองสามคืนก่อนยังคั่วสาวอื่นอยู่ คืนนี้ดันควงกันมาแถมออร่าความหวานเปล่งประกายยังกับคู่บ่าวสาว ผมว่าคุณพีชตกอยู่ในอันตรายแล้วล่ะ เรารีบแยกคู่นั้นให้ห่างกันจะดีกว่า”

   “หรือไม่ก็...” สิทธายักไหล่ ทำหน้าปลงเห็นด้วยกับเพื่อน “เราอาจจะช้าไปแล้ว”

   “โอ้ ไม่นะ คุณพีชของผม” เพียงเท่านั้นสองหนุ่มก็ถอนหายใจออกมาเกือบพร้อมกัน ดูจากสีหน้าอิ่มเอม แววตาฉ่ำหวานราวกับเพิ่งไปกระโดดลงบ่อน้ำเชื่อมมากันอย่างนั้น ไม่แน่เมื่อคืนที่ชินดนัยรีบร้อนตามพิราอรไปอาจจะปรับความเข้าใจกันได้แล้ว

   “แหมๆๆ วันนี้ดูบอสทั้งสองอารมณ์ดีจังเลยนะครับ สนใจรับเครื่องดื่มสักแก้วก่อนทำงานไหม”

   ชินดนัยแกล้งชี้หน้าคาดโทษริคาร์โด “อย่าแซวริค ของฉันขอเหมือนเดิม”

   “แล้วของคุณพีชล่ะครับ”

   “ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวฉันผสมให้เขาเอง” ว่าแล้วชายหนุ่มก็เปลี่ยนโทนเสียงบอกกับหญิงสาวที่เอาแต่ยิ้มเขินๆ “ไปรอที่ห้องนะ เดี๋ยวผมขอดูข้างล่างสักพักแล้วจะตามขึ้นไป”

   พิราอรส่งยิ้มหวานให้ทุกคน “ขอตัวก่อนนะคะ”

   สามสายตามองตาหญิงสาวไปด้วยความรู้สึกที่แตกต่าง สิทธาสายลับสองหน้านึกกังวลใจ เรื่องนี้เขาจะต้องคุยกับพัชนันท์เจ้านายที่แท้จริง ส่วนริคาร์โดรู้สึกเสียดายลึกๆ สัญชาตญาณบอกเขาว่าพิราอรกำลังมีความรักกับผู้ชายที่มองตามเธอด้วยแววตาหวงแหนแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของสุดฤทธิ์สุดเดชนั่นแหละ

   “เมื่อคืนหลังจากคุณกลับไปแล้ว ผู้หญิงที่ของคุณ มานั่งดื่มต่อที่นี่ ดูเธอเสียเซลฟ์น่าดู”

   “เธอไม่ใช่ผู้หญิงของฉันและ...ตลกน่าริค ผิงน่ะนะจะเสียเซลฟ์ เธอบ่นว่าอกหักรึเปล่า” ริคาร์โดพยักหน้า ชินดนัยจึงถามต่อ “แล้วบอกไหมว่าในชีวิตเธอไม่เหลือใครอีกแล้ว จากนั้นก็ฟูมฟายต่อว่าโชคชะตา แต่กลับกระดกเหล้าเข้าปากเหมือนดื่มน้ำ”

   “ทำไมคุณรู้”

   “ระวังตัวให้ดีนะริค” ชายหนุ่มเตือนด้วยรอยยิ้ม ยกเบียร์ขึ้นดื่มแล้วส่งแก้วคืน

   “ให้ผมระวังอะไร”

   ชินดนัยหัวเราะขบขันพลางเฉลย “นายกำลังโดนผิงตกไง อย่าเผลอไปหลงคารมเจ้าหล่อนเข้าล่ะ ฉันขอเตือนเอาไว้”

   “แต่ท่าทางเธอไม่ได้สนใจผมเลยนะ”

   “ก็นั่นละไม่เด็ด นายจะสนใจผู้หญิงที่จ้องนายตาเป็นมันไหมล่ะ ก็ไม่ใช่ไหม เอาเป็นว่าถ้าเธอท้านายดื่มก็อย่าหลงไปรับคำเข้าล่ะ หมดท่าฉันจะขำให้ เออนี่สิทธา” ชินดนัยมองไปรอบผับแล้วถาม “ไอ้ลูกไม่รู้จักพ่อได้โผล่มาอีกหรือยัง”

   “ตั้งแต่วันนั้นก็ยังนะครับ”

   “ดี งั้นพวกคุณก็ช่วยดูความเรียบร้อยกันไปก่อนนะ ผมขึ้นไปคุยธุระกับพีชสักหน่อย” ชินดนัยทิ้งท้ายแล้วเดินเร็วๆ จากไป

   “สาบานนะว่าจะคุยธุระจริงๆ มองตามตาเป็นมันขนาดนั้น ถ้าบอกว่าจะขึ้นไปกินคุณพีชยังจะน่าเชื่อกว่า”

   “เหลวไหลน่าริค” สิทธาตัดสินใจเด็ดขาดเรื่องนี้จะปล่อยผ่านไปไม่ได้ เขาจะต้องรายงานพัชนันท์ให้ทราบ ก่อนที่ปัญหาจะบานปลายใหญ่โต คิดแล้วผู้จัดการหนุ่มก็ผุดลุกขึ้น “ฉันต้องไปเหมือนกัน”

   “เฮ้ๆ จะรีบไปไหน ลูกค้ายังไม่เยอะเลย อย่าบอกนะว่าจะตามขึ้นไปคุยกับสองคนนั้นด้วย”

   “เรื่องของฉันน่า นายดูแลตัวเองให้ดีเถอะ มาโน่นแล้ว”

   สิทธายักไหล่ เบนหน้าไปตรงทางเข้า หญิงสาวคุ้นหน้าคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามา ชุดเกาะอกสีแดงของเธอเฉิดฉายสะกดสายตาผู้คน หากแต่ทิศทางของเธอกลับเดินตรงมาที่บาร์เครื่องดื่มของริคาร์โด

   “ฉันว่าเธอเอาจริงนะริค อย่าลืมที่คุณชินเตือนซะล่ะ ห้ามตอบรับคำท้าเธอเด็ดขาด” ผู้จัดการหนุ่มหัวเราะหึๆ แล้วเดินตรวจตราความเรียบร้อย





หน้า: [1] 2 3 ... 16