แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - กลิ่นร่ำ - copter

หน้า: [1] 2
1

ธัญเรศตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของลีโอ เธอมองเขาที่นอนหลับตาพริ้ม ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ เธอค่อยถอยออกมาแค่เพียงนิดเดียว เธอเกือบจะหลุดปากส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อเขากระชับตัวเธอเข้ามาในอ้อมกอด

แม้ตาจะหลับแต่มือยังคงไม่ปล่อย  บางครั้งก็มีเสียงพึมพำเตือนมาถ้าเธอยังดื้อหรือรั้งตัวออกห่าง เธอจะถูกลงโทษด้วยการจุมพิตที่ปลุกเร้า สุดท้ายเธอจำต้องนอนนิ่งในอ้อมกอดจนเผลอหลับไป

ครั้งนี้ถึงแม้ว่าจะเป็นครั้งที่สองสำหรับเธอและเขา แต่เธอกลับรู้สึกว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของเธอ

ครั้งแรกของธัญญ่ากับลีโอ

ไม่ใช่ครั้งแรกกับคนแปลกหน้าคนนั้น

แต่เมื่อคิดถึงความร้อนแรงที่เธอตอบรับเขาราวกับคนช่ำชองเวที เธอถึงกับหน้าร้อนผ่าวส่ายหน้าไม่ยอมรับ

“ยังไม่อิ่มเหรอ อีกรอบผมก็ยังไหวนะ”

“บ้า!” เธอตวาดให้ ถือโอกาสผละออกจากอ้อมกอดจะลุกไปแต่งตัว แต่ร่างกายที่ปราศจากเสื้อผ้า ต่อให้มีอะไรกันแล้วแต่เธอก็ยังมีความอายที่จะเดินตัวเปล่าไปหยิบเสื้อผ้าที่กองอยู่บนเก้าอี้โซฟา

หญิงสาวอยู่ในอาการลังเล แต่ลีโอกลับลุกเดินโทงๆ ไปหยิบเสื้อผ้ามาให้เธอ เขาแอบอมยิ้มกับอาการหลับตาปี๋ของเธอตอนเขาเดินไปหยิบเสื้อผ้า

“อายอะไรกัน ลืมตาสิ เมื่อกี๊ใครนะยังเรียกร้องต้องการมัน”

“หื่น!” ธัญเรศต่อว่า แต่ยังไม่ขยับตัวไปไหน

“คุณต้องทำตัวให้ชินนะ เพราะคุณจะได้เห็นมันทุกวัน”

“อะไรกัน ทุกวัน?” ธัญเรศแย้งด้วยความหงุดหงิด “เดือนละครั้งก็พอ”

ลีโอหัวเราะลั่น แทรกตัวเข้าไปในผ้าห่ม ซุกใบหน้าเกลือกกลิ้งกับทรวงอก ร่างที่โดนจู่โจมอีกครั้งอย่างไม่ทันตั้งตัวล้มลงบนเตียง เป็นโอกาสที่ลีโอจู่โจมอีกครั้ง เพียงไม่นานสองร่างก็ผสานแทบจะเป็นร่างเดียวกันอีกครั้ง ขยับโยกตอดรัดจนธัญญ่าตัวเกร็งด้วยความสุขสม ก่อนที่เขาจะหมดความอดกลั้น ลีโอรีบถอนตัวออกจากธัญญ่า น้ำรักแห่งความสุขหลั่งราดลงทรวงสล้างที่หายใจเข้าออกอย่างกระชั้นถี่ แต่ก็ยังมีเสียงต่อว่าออกมาอย่างแผ่วเบา

“คุณไม่ใส่ปลอก”

“มันหมดแล้ว แต่ผมก็ไม่ได้ทำอะไรผิดพลาด คุณว่าจริงไหม”

ธัญเรศเม้มปากไม่ตอบ แต่มองที่ทรวงอกตัวเองไม่กล้าขยับตัว ลีโอเอื้อมไปหยิบกระดาษทิชชู่ที่หัวเตียงมาเช็ดทำความสะอาดให้

“อาบน้ำแล้วเดี๋ยวผมพาออกไปกินข้าวฟังเพลงกัน”

ธัญเรศรีบดึงผ้าห่มปิดตัวดังเดิม เธอไม่ชิน

“ฉันจะกลับห้อง คุณไปเถอะ”

“เป็นคำสั่ง! คุณต้องไปกับผม” น้ำเสียงที่เด็ดขาดทำให้ธัญเรศมองหน้าอย่างขัดใจ

“อย่าลืมสิวันนี้เราตกลงอะไรกัน ตอนนี้คุณเป็นผู้หญิงของผมแล้ว ห้ามขัดคำสั่ง”

“แต่คุณเอาเปรียบฉัน” เธอแย้ง

“ตอนแรกผมคิดว่าจะให้โฉนดคุณไปเลย แต่คิดดูแล้วอาการดื้อดึงกับผมนี่ คุณมีสิทธิ์เบี้ยวไม่ทำตามสัญญา แบบนี้เก็บไว้กับผมก่อนแล้วกัน” เขาตัดบท

“ก็ได้ ฉันไปกินข้าวกับคุณก็ได้ หนึ่งปีถ้าฉันไม่บ้าตายไปซะก่อน ช่วยทำศพให้ด้วยก็แล้วกัน”

ธัญเรศกระฟัดกระเฟียดแต่งตัวใต้ผ้าห่มอย่างลำบาก เสร็จเรียบร้อยรีบก้าวลงจากเตียง แต่เพราะภารกิจอันหนักหน่วงที่ผ่านมาไม่นาน ทำเอาเธอขาอ่อนซวนเซเล็กน้อยเกือบล้มลงบนเตียง ลีโอไวพอที่จะจับแขนเธอไว้ไม่ให้ล้มได้ทัน แต่กลายเป็นเธอเซมาซบกับอกเขา

“ยังไม่อิ่มเหรอ”

เสียงกระซิบข้างหูทำเอาธัญเรศรีบสะบัดตัวออกมา

“อีกชั่วโมงเจอกันที่รถนะ” ลีโอตะโกนตามพร้อมเสียงหัวเราะถูกอกถูกใจเมื่อเห็นหญิงสาวปิดประตูห้องนอน

ปัง!

เสียงเดินค่อยห่างหายไป เมื่อได้ยินเสียงปิดประตูห้องลงอย่างเบามือ

ลีโอเลือกพาธัญเรศไปนั่งฟังเพลงยังผับชานเมืองย่านรังสิต โดยที่เขาเป็นคนขับรถให้สร้างความประหลาดใจให้ธัญเรศ ที่เขาขับรถได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่มีหลงทาง หรือพึ่งพาแผนที่ตัวช่วยแต่อย่างใด

เขาปล่อยให้เธอประหลาดใจไปก่อน ค่อยบอกทีหลังก็ได้ แดนดนัยกับเขาตะลอนเที่ยวกันทั่ว ยังมีอีกหลายเรื่องที่เธอจะต้องประหลาดใจในตัวเขา
เขาเปิดเพลงเบาๆ เพื่อไม่ให้ภายในรถเงียบเกินไป ถือว่าพักรบชั่วคราว แต่ลีโอก็ยังไม่วายก่อสงครามเย็นเงียบๆ ด้วยการจับมือหญิงสาวที่นั่งมองออกไปนอกรถ

ลีโออารมณ์ดีฮัมเพลงคลอไป เธอจะรู้ตัวเองไหมหนอ บุคลิกที่เธอเป็นอยู่ไม่ว่าจะช่างเถียง ดื้อรั้น หรืออะไรก็แล้วแต่มันดูผิดต่างจากเธอผู้เร่าร้อน ร้อนแรงเมื่ออยู่บนเตียงเลย พับผ่าสิ แค่เพียงเริ่มเขาก็ไม่อยากห่างจากเธอเลย

หรือเขาจะหื่นอย่างที่เธอบอกจริงๆ กับเธอเขาไม่รู้สึกพอเลย มันกลับเพิ่มทวีขึ้นทุกที ก็ตัวเธอช่างหอมหวานนัก ลีโอหันหน้าเพียงแวบเพื่อดูหญิงตัวหอมหวานยังคงนั่งเงียบเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง

เขาอดไม่ได้ที่จะลูบมือเธอเบาๆ มืออีกข้างยังคงจับพวงมาลัย สายตามองทางข้างหน้า เขาขับช้าๆ ไม่นานก็มาจอดยังที่จอดรถใกล้ๆ ผับ เขาแทบอยากเปลี่ยนใจขับกลับคอนโดไปนอนกอดหมอนข้างดิ้นได้คนนี้ซะแล้ว

แต่ท้ายสุดเขาก็จอดรถยังที่พนักงานโบกให้จอดเข้าซองเป็นที่เรียบร้อย แต่คนข้างๆ ยังนิ่งเงียบ

“ยังไม่หายโกรธอีก”

“ฉันไม่ชอบโดนบังคับ”

“ผมไม่ได้บังคับ ผมแค่สั่ง”

พูดจบเขาเดินนำเธอเขข้าไปยังร้านอาหารกึ่งผับ ไฟในร้านเริ่มหรี่ลงเหลือเพียงแสงสลัว เขาเลือกนั่งโต๊ะด้านในเป็นมุมโปรดที่เขามักเลือกนั่ง มีตู้โชว์ไวน์นานาชนิดตั้งอยู่ เป็นมุมที่ดูเป็นส่วนตัว บ่อยครั้งที่เขาและแดนดนัยจะเรียกสาวสวยมานั่งคุยด้วย

แต่...ตอนนี้เขามีผู้หญิงของเขามาด้วย

“คุณอยากกินอะไรสั่งได้เลย อย่าบอกว่าไม่หิวนะ เพราะตอนอยู่ในรถผมได้ยินเสียงท้องคุณร้องประท้วงอยู่”

“ใครบอกว่าฉันโกรธคุณ เพราะคุณมาสั่งฉันงั้นเหรอ ไม่ใช่ธัญญ่าแน่นอน ฉันแค่โมโหหิว ให้คุณรู้ไว้ ฉันแค่โมโหหิว ตอนนี้ต่อให้เป็นช้างฉันก็กินหมดทั้งตัวได้แน่” เธอย้ำ

ธัญเรศพยายามข่มใจไว้ เธอต้องทำข้อตกลงกับเขาใหม่ ไม่อย่างนั้นผลเสียจะตกกับเธอไปทุกเรื่องแน่ ที่แย่ไปกว่านั้น เธอแทบละลายในทุกสัมผัสของเขา มีความสุขไปกับรสรักที่เขามอบให้ นั่นต่างหากล่ะ ที่ทำให้เธอโกรธตัวเอง หนำซ้ำเธอยังตอบรับเขา ปล่อยอารมณ์เต็มที่ ห้ามตัวเองไม่ได้

แค่คิดก็อายแล้ว...

“น้องเขายืนรอนานแล้ว” ลีโอสะกิดบอก

“คุณจะสั่งอะไร ก็สั่งไปสิ”

“จะให้ผมสั่งให้รึเปล่า” ลีโอย้อนถาม แล้วหันไปบอกเด็กเสิร์ฟที่มายืนรอรับออเดอร์

“มิกซ์กริลล์ซอสเซส เอาขนาดบิ๊กๆ เลยนะ”

พนักงานเสิร์ฟทำหน้างง

“ตกลงรับจานใหญ่เลยนะคะ”

“ครับ” ลีโอส่งยิ้มหวานให้กับพนักงานเสิร์ฟ

แต่ธัญเรศรู้ว่าเขาไม่ได้หมายความอย่างนั้น เขากวนเธอ เธอทำไม่สนใจก่อนจะสั่งของเธอบ้าง

“พี่เอายำคอหมูย่าง ขอรสจัดนะคะ”

“ได้ค่ะ” พนักงานสาวจดลงในกระดาษจดออเดอร์

เธอสั่งอาหารอีกสองสามอย่าง ตบท้ายด้วยชายหนุ่มสั่งไวน์ เสร็จเรียบร้อยพนักงานก็ถอยออกไป ลีโอหันมากระซิบใกล้ๆ

“อย่ากินเผ็ดเยอะนะ เดี๋ยวมันร้อน”

“เรื่องของฉัน”

“เปล่า ผมหมายถึงผมจะแสบๆ ร้อนๆ”

หญิงสาวหยุดคิดตามเพียงครู่ ก่อนจะตาโต

“บ้า! ทะลึ่ง! ความคิดนายมีแต่เรื่องประเภทนี้ในหัวสมองสินะ”

“แต่คุณชอบ” ชายหนุ่มแย้ง แต่ก็ต้องรีบรวบมือเธออย่างไว เมื่อเจอลูกทุบเข้าไป

ธัญเรศทำอะไรไม่ได้เมื่อพนักงานมาเสิร์ฟไวน์ เธอจำน้องนั่งนิ่งไม่พอใจ ลีโอรินไวน์ให้เสร็จ ชายหนุ่มยกแก้วไวน์ของเขาชนกับแก้วไวน์เธอ

“Welcome to be my girl”

“You’re my dictator” หญิงสาวประชด

“หืม...คุณว่าเป็นผมจอมบงการ” ลีโอหัวเราะถูกใจกับคำประชดประชัน

“ผมชอบคำนี้”

ธัญเรศแอบค้อน เธอตั้งใจประชดแต่เขากลับชอบ เขากลับยอมรับ เธอแพ้อีกแล้ว

หลังจากอาหารที่สั่งมาส่งจนครบ ธัญเรศเริ่มเปิดการเจรจาทันที

“ฉันยอมเป็นผู้หญิงของคุณก็จริง แต่ฉันไม่จำเป็นต้องอยู่กับคุณตลอด 24 ชั่วโมงนะ”

ลีโอยกไวน์ขึ้นจิบ จิ้มไส้กรอกชิ้นใหญ่วางในจานของธัญเรศ

“กินสิ เดี๋ยวโรคกระเพาะถามหา” ลีโอไม่ตอบ แต่พูดไปอีกเรื่อง

“ฉันไม่ชอบไส้กรอก”

“ลองสิ แล้วจะติดใจในรสชาติ”

ลีโอเฉือนไส้กรอกเป็นชิ้นไม่ใหญ่ พอเป็นคำๆ ส่งให้”

“ลองคำเล็กก่อน เลียซอสก่อน ค่อยอม ไม่สิ ผมใช้คำผิด ค่อยอ้าปากกินหมดคำแบบนี้”

ลีโอทำให้ดูราวกับสอนเด็ก และเคี้ยวอย่างอร่อย เขาตัดชิ้นใหม่จิ้มซอสแล้วยื่นใกล้ปากหญิงสาวรอป้อน ธัญเรศเบ้ปาก มองหน้าชายหนุ่มก่อนจะยอมอ้าปากกิน ก่อนจะทำหน้าเหยเก

“รสชาติไม่แย่ขนาดนั้นสักหน่อย สะอาด น่ากินจะตายไป” ลีโอพูดราวกับชั่งใจ ก่อนจะพูดต่อ

“คืนนี้จะสอนให้”

“นี่! ในหัวคุณมีแต่เรื่องแบบนี้ เรื่องอย่างว่าอย่างเดียวรึไง” เธอต่อว่าตรงๆ

“ก็ไม่เสมอไป มีแค่กับผู้หญิงที่ผมอยากมีเซ็กซ์ด้วยตลอดเวลา” เขาเน้นย้ำคำว่า ‘ตลอดเวลา’

“ฉันควรภูมิใจสินะ”

“ถูกต้อง!”

“ฉันว่าเราอยู่ด้วยกันแค่สองวันก็พอ” ธัญเรศเสนอไปทั้งที่รู้ว่าเขาไม่ตกลงแน่

“คุณเสียใจไหม ที่ผมเป็นคนแรกของคุณ” ลีโอไม่ตอบแต่ถามเธอกลับ
คำถามนี้ทำเอาเธออึ้งไปชั่วครู่ ไม่คิดว่าเขาจะถามตรงขนาดนั้น ทำให้เธอนิ่งใช้ความคิด

“ไม่” เธอตอบตรง สั้นๆ จะให้ตอบอย่างที่รู้สึกได้ยังไงว่าเธอมีความสุขมากกับเซ็กซ์ที่เขามอบให้ ที่สำคัญมีกับเขามันคงดีกว่าให้แม่จับไปเป็นเมียน้อยเสี่ยหัวล้านพุงยุ้ยคนไหน เธอคงหมดความสุขไปตลอดชีวิตแน่
เรื่องหาคู่ครองที่เหมาะสม คงไม่มีครอบครัวไหนอยากได้สะใภ้ที่มีแม่เป็นนักพนันแน่นอน

ธัญเรศมองหน้าลีโอ เขาก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรสำหรับเธอนัก แค่ชอบบงการชีวิตกับหื่นไปนิด แต่เธอก็ยอมรับกับตัวเองว่า เซ็กซ์ของเขามันทำให้เธอมีความสุข

‘หวังว่าเราคงไม่ไปตกหลุมรักผู้ชายจอมหื่นคนนี้หรอกนะ’

“ผมรู้ว่าตัวเองหล่อ แต่อย่าส่งสายตาหวานๆ มาตอนนี้จะได้ไหม เดี๋ยวผมก็สั่งเช็กบิลกลับคอนโดหรอก”

ธัญเรศเรียกสติกลับมาเมื่อได้ยินเสียงเขาทัก มันทำให้หน้าเธอร้อนผ่าว ความมืดคงไม่ทำให้เขาเห็นหรอกนะ เธอเสหั่นไส้กรอกที่บอกเขาว่าไม่ชอบกินจนหมดชิ้น

“ให้คุณพักงานสองวันตามที่ขอ”

“หา!” ธัญเรศอุทานเพราะไม่คิดว่าเขาจะแกล้งบิดเบือน

“คุณฟังผิดรึเปล่า ฉันขออยู่กับคุณแค่สองวัน ไม่ใช่ขอหยุดสองวัน”

“ผมตกลงตามที่ผมบอก ไม่เปลี่ยนแปลง วันจันทร์ อังคาร ผมจะไม่ออกคำสั่งกับคุณ”

“แต่มันเป็นวันทำงาน ฉันก็เจอคุณทุกวันอยู่ดี โอ๊ย...”

ธัญเรศร้องอย่างหงุดหงิดใจ ยกไวน์ที่เหลือในแก้วขึ้นดื่มจนหมด

“เบาๆ หน่อยคุณ ไวน์เมาเร็ว ไม่ใช่เหล้าที่จะได้ยกดื่มหมดแก้ว อีกอย่างนะ ต้องแทนตัวเองว่าธัญญ่ากับผม”

“เจ้าค่ะ!” ธัญเรศกระแทกเสียงรับ

“คุณเป็นมาเฟียใช่ไหม”

คำถามตรงๆ ทำเอาลีโอที่กำลังยกแก้วไวน์ขึ้นมาจิบถึงกับสำลัก

“หาคุกให้ผมรึไง”

“ก็เห็นคุณเปิดบ่อน” ธัญเรศยังไม่หยุดหาเรื่อง

“กล่าวหา บ่อนที่ไหนกัน”

“ที่ผับอะไรนั่นไง อย่าคิดว่าฉันไม่รู้”

ลีโอจิบไวน์ “ผับนั่นของคุณโยธา ผมแค่มีหุ้นส่วนเล็กน้อย แต่ไม่เห็นมีบ่อนอะไร คุณอย่าไปสนใจเลย”

“ฉันไม่สนใจ แต่ฉันมีเรื่องจะขอ”

ลีโอเลิกคิ้วมองหน้าเธอราวกับพูดอะไรผิด

“ฉัน...เอ่อ...ธัญญ่า” แล้วเธอก็ส่ายหน้า “มันไม่ชิน”

“พูดบ่อยๆ ก็ชินไปเอง ธัญญ่ามีอะไร” เขาเปลี่ยนสรรพนามน้ำเสียงก็เปลี่ยนไปเช่นกัน

“เอานายเดชาออกไปจากชีวิตแม่ฉัน..เอ่อ ธัญญ่า ที ถ้าคุณทำได้ จะให้ฉัน..ธัญญ่าอยู่แบบนี้กับนายตลอดชีวิตก็ได้”

“แม่คุณจะยอมหรือ ธัญญ่า”

“ฉัน...ธัญญ่าเชื่อว่าคุณทำได้”

“ผมไม่รับปาก ต้องดูฝีมือคุณคืนนี้ก่อกน ค่อยตัดสินใจ” ลีโอแกล้งพูดจากวนหญิงสาวเล่น

‘คนอย่างเขาอย่างที่เธอเชื่อมั่นนั่นแหละ ถ้าจะทำ ต้องสำเร็จ’

แต่ปฎิกิริยาของหญิงสาวก็ทำเอาเขาตกใจที่เห็นเธอตั้งหน้าตั้งตากิน ยำคอหมูย่างรสจัด ที่เธอสั่งอย่างเอาเป็นเอาตาย

“เฮ้ย!”

แบบนี้ต้องชนแก้วให้เธอเมาเสียแล้ว เธอจะได้ไม่ทำอย่างที่เธอคิด  ไม่เช่นนั้นเขาต้องแย่แน่นอน


เช้าวันต่อมา ธัญเรศรู้สึกไม่ค่อยสบาย ปล่อยให้ลีโอไปทำงานคนเดียว ตอนแรกลีโอจะเบี้ยวไม่ยอมเข้าบริษัท แต่ติดที่วันนี้เขามีนัดลูกค้าจากต่างประเทศ จึงขับรถของธัญเรศเข้าบริษัท

เป็นเรื่องปกติที่คนในบริษัทเริ่มจะชินกับการที่ลีโอและธัญเรศจะมาทำงานด้วยกันหรือแยกกันมา วงซุบซิบเริ่มซา และมีหลายคนที่แอบลุ้นให้จีบกัน เขาและเธอจะได้ไม่ต้องหางานใหม่ เพราะเป็นที่รู้กันว่าลีโอฝรั่งคนนี้เงินหนา กับสภาพบริษัทที่หลายคนเริ่มคิดว่าสั่นคลอน

ลีโอรู้สึกหงุดหงิดใจกับการที่อยู่ในห้องทำงานคนเดียว โดยไม่มีธัญเรศให้ทะเลาะด้วย พอเสร็จจากประชุมกับลูกค้าในตอนบ่ายเขารีบเตรียมตัวจะกลับ แต่ก็ต้องนั่งลงตามเดิมเมื่อเห้นใครเปิดประตูห้องเข้ามา ยังดีที่ยังเคาะประตูสองสามทีก่อนเปิดพรวดเข้ามา

“ไง ไอ้เสือ ไม่เห็นหน้าหลายวันเลยนะ”

แดนดนัยทักก่อนจะเดินสำรวจรอบๆ ห้อง เพราะเป็นครั้งแรกที่เขาเข้ามานับจากที่ลีโอเริ่มมาบริหารที่นี่

“โอ้โห สินค้าตัวอย่างน่าใช้ เบิกให้เพื่อนทดลองใช้บ้างได้ไหม จะได้สั่งเป็นลูกค้าประจำ เอาไว้ที่ผับ”

ลีโอหยิบให้อย่างละกล่อง

“ต่อไปแกต้องใช้แต่ของที่นี่เท่านั้น” ลีโอเผลอสั่งแม้กระทั่งเพื่อนสนิทของเขา

“นี่แกให้แค่อย่างละกล่องเองเรอะ”

ลีโอส่ายหน้า “แล้วจะเบิกให้ ว่าแต่มีเรื่องอะไรด่วนถึงบุกมาถึงบริษัท”

“ไม่มีอะไร เพียงแต่ไม่เห็นหัวคนบางคนมาหลายวัน เลยแวะมาดูว่าตายคาอกสาวไหนไปรึยัง”

“ไอ้...” ลีโอทำได้แค่ด่าเบาๆ

“แต่มาก็ดีแล้ว มีเรื่องจะคุยด้วย”

“ไอ้นี่ เห็นหน้าก็สั่งงาน เรื่องใหญ่แน่ๆ ถึงกับออกปากมาแบบนี้ เอาไว้ไปคุยที่ผับ เผื่อที่นี่มีกล้องหรือเครื่องดักฟัง”
แดนดนัยไม่ประมาทเสมอ เพราะเขาทำธุรกิจที่ต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ

“ว่าแต่ที่นี่น่าติดกล้องนะ เผื่อเห้นฉากเด็ดระหว่างแกกับเจ้าของบริษัทสาวสวย”

“จุ๊ๆ เบาๆ หน่อยแก เดี๋ยวพนักงานมาได้ยิน แกจะไม่รอดออกไป”

“นอกจากแกแล้วใครจะกล้า” แดนดนัยดักคออย่างรู้ทัน

“เออๆ คืนนี้จะไปหาที่ผับ”

“พูดอย่างกับไม่อยากไป หรือแกมีแหล่งที่ไปใหม่ ที่ไหน พากันไปบ้างนะโว้ย”

“เออ ว่าแต่แกเห็นนายเดชากับคุณธนิดาไปที่ผับบ้างรึเปล่า”

“ช่วงนี้ไม่เห็น คงไปเที่ยวลัลลาที่ไหนสักแห่ง ได้เงินมาเยอะนี่ แกนี่ก็แปลก มานั่งขยันทำงานที่นี่อยู่ได้ตกลงจะปักหลักเมืองไทยแล้วเรอะ”
ลีโอส่ายหน้า

“ธุรกิจนี้กำไรงาม แกก็รู้”

“เออ รู้อยู่ แต่ถ้าหุ้นส่วนเอาไปใช้ฟรีบ่อยๆ ระวังขาดทุนนะโว้ย แล้วจะหาว่าเพื่อนไม่เตือน”

ลีโอชี้ไปที่กล่องตัวอย่างที่วางอยู่ข้างหน้า

“ใครขอ?”

แดนดนัยยักไหล่

“เอาไปทำการตลาดให้ ว่าแต่ออกไปด้วยกันเลยไหม ชักหิวข้าว”

ลีโอมองนาฬิกา เพิ่งจะบ่ายสามโมง

“แกไปก่อนเถอะ ฉันต้องเอารถไปคืนเธอก่อน”

“เธอ?” แดนดนัยตั้งคำถามขึ้นมาอีก

“รถของธัญญ่า เธอไม่สบาย ฉันเลยยืมรถขับมาเอง”

“โห เดี๋ยวนี้สนิทกันถึงขั้นยืมรถได้ วันก่อนยังทะเลาะกันแทบจะฆ่ากันตาย เสน่ห์แรงนะเพื่อน แล้วทำไมไม่ซื้อรถวะ ไปดูก็ไม่เอา เงินก็มี”

“จะไปกินร้านไหน เดี๋ยวตามไป”

“เคๆ” แดนดนัยไม่ลืมที่จะหยิบสินค้าตัวอย่างใส่กระเป๋า

“เดี๋ยวจะแวะทำธุระแถวนี้ก่อน ทุ่มหนึ่งจะไปรับที่คอนโดก็แล้วกัน เวลาพอไหม หรือจะให้ไปรับกี่โมง” คำถามที่แสนจะธรรมดา แต่รอยยิ้มกับแววตาทำให้ลีโอเก็บของออกจากห้องไปพร้อมกับเพื่อนทันที


ลีโอไขกุญแจเข้าห้องของธัญเรศเองโดยไม่ต้องเคาะห้อง หญิงสาวยังคงนอนพักผ่อนอยู่ในห้องนอน เขาบอกเธอแต่เช้าแล้วเมื่อพบว่าเธอไม่สบาย ร่างกายอ่อนเพลีย อาการไข้เลยถามหา เขาเตรียมข้าวต้มไว้ให้ และบอกเธอแล้วว่าจะเอากุญแจไปปั๊ม เขาไม่ได้ทำแค่ห้องเธอ แต่ทำกุญแจห้องของเขาไว้ให้ธัญญ่าด้วย

ชายหนุ่มเดินตรงไปยังห้องนอนเธอผ่านโต๊ะรับแขก ชามข้าวต้มยังวางอยู่ แสดงว่าเธอออกมากินข้าวเรียบร้อยแล้ว พอเปิดเข้าไป ธัญเรศกำลังนอนเล่นมือถืออยู่ พอเห็นลีโอเปิดประตูเข้ามา ก็รีบซุกมือถือไว้ใต้หมอน และรีบหลับตา ทำราวกับว่ายังนอนหลับอยู่

ดวงตาลีโอหรี่ลง สมองใช้ความคิด เพียงไม่นานชายหนุ่มก้มลงไปเคลียคลอที่ใบหน้า

“คนป่วยหายตัวร้อนรึยังต้องเช็ก”

ธัญเรศแกล้งหลับคิดว่าเขาจะเอามือวางบนหน้าผาก เหมือนอย่างที่เธอมักทำเวลาเช็กไข้ให้คนอื่น แต่ริมฝีปากที่สองวันนี้เธอคุ้นชินมาก ลิ้นร้อนซอนซอนเข้ามาสำรวจ ส่วนมือก็ล้วงเข้าไปใต้เสื้อนอนที่ไม่ได้ใส่อะไรข้างใน คลึงเคล้าอกอิ่มเบาๆ

“ตัวไม่ร้อนแล้วนี่ ร่างกายแข็งแรงตอบสนองดี หายแล้วล่ะสิ”

“บ้า!” หญิงสาวว่าออกไป

“เนี่ยนะวิธีเช็กไข้ของคุณ ใช้ประจำล่ะสิ”

ธัญเรศจับนิ้วมือที่ซุกซนไม่ให้ขยับไปยังส่วนอื่น แต่ไม่เป็นผล

“ยังระบมอยู่ไหม ผมขอโทษนะ อยู่ใกล้ธัญญ่าแล้วผมห้ามใจไม่ไหวทุกที” เขากระซิบ มือไปหยุดตรงส่วนที่ชุ่มฉ่ำของเธอที่พร้อมเต็มที่ เขาใช้นิ้วช่วยสร้างความสุขสมให้คนป่วย หลังเสียงกรีดร้องด้วยความสุข ร่างที่เกร็งสะท้านไม่นานก็อ่อนแรง

“เดี๋ยวผมจะออกไปหาเพื่อนหน่อย คุณนอนพักเถอะผมไม่กวนละ รถผมไม่ได้เอาไปนะ กุญแจรถวางบนหลังตู้เย็น อึม ผมซื้ออาหารเยอะแยะอยู่ในตูเย็นนะ เผื่อคุณหิวก็ลุกไปหาอะไรกินนะ อย่าปล่อยให้ซูบ ผมชอบให้มีน้ำมีนวล ไม่กวนคนป่วยละ”

ลีโอออกไปสักพัก ธัญเรศจึงได้ลุกจากเตียงนอน ออกไปล็อคโซ่คล้องประตูหน้า แค่นี้เธอก็ไข้กลับแล้ว ยังไม่รู้จักอิ่มอีก เธอเห็นถุงกระดาษวางบนโต๊ะรับแขก

“ซื้ออะไรมานะ”

เธอเดินไปหยิบมา แต่พอเห็นของในถุง เธอถึงกับปรี๊ดแตก โยนมันลงบนพื้น ของข้างในหลายรส หลายกลิ่นกระจายลงบนพื้น

“ตาบ้า หื่นได้ตลอดเวลา”

บ่นเสร็จก็ต้องรีบเก็บเจ้าซองกล่องสี่เหลี่ยมเล็กร่วมสิบกล่องที่หล่นกระจายบนพื้นใส่กล่องตามเดิม


2
ลีโอ แบรนดอน หยิบใบโฉนดขึ้นมาดู ก่อนจะวางลงบนโต๊ะ อัลบั้มรูปถ่ายวางอยู่ใกล้ๆ กัน มันเป็นอัลบั้มรูปบ้านและภายในบ้านแต่ละส่วนถูกจัดแต่งให้ดูดีเพื่อที่จะถ่ายรูป แต่เขามาสะดุดตาห้องนอนห้องหนึ่งที่มีภาพดรัมเมเยอร์สาวรุ่นขยายใหญ่แขวนไว้ที่ผนังห้อง

   “ดิฉันขอจำนำโฉนดบ้านไว้กับคุณ เพราะถ้าขายบ้านไป ยัยหนูคงไม่ยอมแน่”
ภาพ ‘ยัยหนู’ ของคุณธนิดาแวบเข้ามาในความคิดเขา ไม่รู้จะบ่นอะไรเขาไหม เมื่อยังจุดนัดรับประจำวันไม่มีเขายืนรออยู่ ถ้าไม่เพราะแม่เธอโทรมาหาเขาแต่เช้า ป่านนี้เขาคงได้นั่งแกล้งเธอในห้องทำงานแล้ว คุณธนิดาอ้างว่ามีธุระด่วนอยากจะขอนัดเจอเขาที่ผักแกงการู เขาก็ว่ามันแปลกๆ ตั้งแต่ขอนัดที่ผับทั้งที่ยังไม่เปิด แสดงว่าเธอต้องมีอะไรที่ต้องการคุยกับเขาพิเศษ ไม่ใช่ขอนัดเล่นแก้มือ
ฟังจากน้ำเสียงที่ร้อนรน บวกกับความอยากรู้ มันทำให้เขาตอบตกลงทั้งที่พอจะเดาภาพรวมจากการนัดครั้งนี้ได้

‘อย่าให้ธัญญ่ารู้นะ’ คุณธนิดาย้ำในโทรศัพท์ตอนนั้น

ทำให้เขาต้องออกมาแต่เช้าไปที่แกงการูผับ แดนดนัยหน้าตาบอกบุญไม่รับรออยู่ที่ผับ เขาเพิ่งจะนอนได้ไม่กี่ชั่วโมง

“คุณๆ” คุณธนิดาเรียกซ้ำๆ ที่เห็นลีโอนิ่งเงียบไปนาน ทำให้ลีโอตื่นจากภวังค์ความคิด มาสนใจคนตรงหน้าต่อ

“ฉันถ่ายรูปบ้านมาให้คุณดูภายในบ้าน จะได้ไม่ว่าฉันเอาบ้านโทรมๆ มาจำนำ”
ลีโอยิ้มข้างใน ทำไมเขาจะไม่รู้ถึงความต้องการของคุณธนิดา เขาเจอคนแบบนี้ในชีวิตไม่รู้สักเท่าไหร่แล้ว

‘ต้องการเพิ่มมูลค่าบ้าน เพื่อจะได้เป็นข้ออ้างในการเพิ่มวงเงินล่ะสิ’

“ผมให้ 15 ล้าน”

“ขอสัก 20 ล้านแล้วกัน ที่ดินมูลค่าตั้งเยอะ” คุณธนิดาต่อรอง

“คุณบอกลูกสาวว่ากลับมารึยัง เห็นบอกไปเที่ยว” เขาเปลี่ยนเรื่องคุย

“ยัง! คุณไม่ต้องไปบอกเธอแล้วกัน ฉันจะบอกเอง”

“แดน ขอแบบฟอร์มกู้เงินหน่อยสิเพื่อน”

ไม่นานสัญญาเงินกู้วางตรงหน้าคุณธนิดา เธอเซ็นชื่อลงในสัญญา ลีโอเซ็นเสร็จ ส่งให้แดนดนัยเซ็นเป็นพยาน หลังจากนั้นลีโอกรอกตัวเลขลงในเช็คส่งให้คุณธนิดาที่กระวนกระวายใจรอ

พอเธอเห็นวันที่ในเช็ค ลีโอเซ็นเช็คล่วงหน้าให้เหมือนที่เคย

“ฉันขอเป็นเช็คเงินสดล้านหนึ่งก่อนได้ไหม”

ลีโอรับเช็คคืนมา เขาฉีกมันทิ้งและเซ็นให้เธอไปใหม่สองใบ  คุณธนิดารับเช็คและรีบขอตัวกลับอย่างไว

“ฉันว่าแกใจกับบ้านนี้มากเลยนะ ชักจะยังไงๆ อยู่นา”
แดนดนัยมองลีโอราวกับจะจับผิด สายตาที่มองคาดคั้นอยากให้เพื่อนตอบ

“เดี๋ยวแกก็รู้เอง ใจเย็นๆ ว่าแต่แกช่วยถ่ายเอกสารสัญญากู้นี่กับสำเนาโฉนดให้ฉันสักสองสามชุดก็ได้ เผื่อมีคนมาฉีกเอกสารของฉัน”
แดนดนัยทำหน้างง

“ใครวะจะกล้ามาฉีกของแก หาเรื่องตายไม่ว่า”

“เออ...ชงกาแฟเผื่อฉันด้วยล่ะ” แดนดนัยหยิบโฉนดและสัญญากู้เงินไป แต่ยังหยุดมาบอกลีโอเมื่อเห็นเขาเดินไปเคาน์เตอร์ ส่วนเขาเดินหายไปยังด้านหลังเพื่อขึ้นไปยังออฟฟิศชั้นสอง

ลีโอเดินไปยังเคาน์เตอร์บาร์ เสียบปลั๊กเครื่องชงกาแฟ ค้นตามตู้หากาแฟ แต่หาเท่าไหร่ก็ยังไม่เจอ เลยเปิดตู้เก็บเหล้าหยิบออกมาวางบนโต๊ะแทน ตักน้ำแข็งที่ยังมีเหลืออยู่ เตรียมแก้วมาวางรอ
มันง่ายกว่าหากาแฟตั้งเยอะ...

ไม่นานนักแดนดนัยกลับมาพร้อมซองเอกสารสองซอง ชายหนุ่มต้องอุทานออกมาเมื่อคาดหวังว่าจะกลับมากินกาแฟ แต่กลับผลิกโผ

“เฮ้ย...ไหนล่ะกาแฟ ดริ้งค์แต่เช้าเลยรึ”

แต่แดนดนัยกลับยกแก้วขึ้นดื่มจนหมดเกลี้ยง ราวกับคนหิวน้ำ

“หากาแฟไม่เจอ แต่เสียบเครื่องต้มกาแฟไว้แล้ว”

แดนดนัยเดินไปค้นตามตู้หลังเคาน์เตอร์บาร์ เปิดตู้โน้น หาตู้นี้ ไม่นานก็เดินหัวยุ่งส่ายหน้าออกมา

“มันเก็บไว้ไหนวะ” แดนดนัยบ่น

“เจอแต่เหล้า ไม่ต้องกินละกาแฟ เรียกน้ำย่อยด้วยไอ้ขวดนี่แหละ” ลีโอบอกเพื่อน

“วันนี้ไม่ไปทำงานรึไง”

ลีโอส่ายหน้าแทนคำตอบ

“อะไรวะ ทำดีได้ไม่นาดีแตกซะแล้ว

“ไอ้บ้า งานฉันไม่ได้มีอย่างเดียว เห็นไหมโดนตามออกมาที่นี่” ลีโอโวยกลับบ้าง แดนดนัยหัวเราะ

“รู้ว่าแกมีหลายกิจการ แต่เพิ่งจะเคยเห็นแกทุ่มเท ลงแรงกับบริษัทนี้ ใครรู้เข้าก็ต้องงงแบบฉันแน่”

ลีโอยื่นแก้วให้แดนดนัยชงเหล้าให้บ้าง เมื่อเพื่อนกำลังเติมแก้วของตัวเองอยู่

“จัดการทางนี้เสร็จ ก็จะกลับไปดูแลทางโน้นต่อแหละ ตอนนี้มันก็ไม่มีปัญหาอะไร เขาก็ส่งรายงานมาทุกวัน”

“เออ...แล้วแต่แก ลับลมคมนัยเยอะเหลือเกิน กินเหล้าดีกว่า”

แดนดนัยย้ายขวดเหล้า น้ำแข็ง โซดา น้ำเปล่ามาวางบนโต๊ะ จะได้ชงได้สะดวกขึ้น

“ก่อนที่แกจะนั่งยาว แกเรียกมอเตอร์ไซค์มาให้หน่อยสิ จะฝากส่งเอกสารด่วนไปบริษัท”
แดนดนัยเลิกคิ้ว ลีโอชอบทำอะไรแปลกๆ ที่เขาเดาไม่ออกและตามไม่ค่อยทัน แต่เขาก็ไม่ถาม จัดการโทรหาแมสเซ็นเจอร์ที่เขาใช้ประจำมาให้

“อีกไม่เกินสิบนาที เขาจะมาถึงที่นี่ นายจะฝากอะไรไปให้ใคร”

แทนคำตอบลีโอหยิบซองที่ถ่ายเอกสารออกมา แดนดนัยถ่ายให้ห้าชุด ลีโอหยิบออกมาชุดหนึ่งที่เหลือย้ายไปใส่อีกซองที่มีต้นฉบับอยู่ เขาปิดซอง เขียนชื่อ ที่อยู่บริษัทบนหน้าซองเสร็จแล้วส่งกลับให้เพื่อน

แดนดนัยรับมา แต่พอเห็นชื่อที่ลีโอเขียนไว้ก็ยิ้มอย่างเข้าใจ

ธัญเรศ รักษ์สกุล

Peak Performance Co.,Ltd.

“ไหนแกรับปากคุณธนิดาว่าจะไม่บอกลูกสาวเธอ”

“ฉันไม่ได้บอก” ลีโอยิ้ม “แค่ส่งให้เฉยๆ”

“ไอ้ศรีธนญชัย” แดนดนัยว่าเพื่อน

ลีโอทำหน้างง

“ใครกัน คนที่แกพูด ฉันไม่รู้จัก”

“เออ...ช่างมันเถอะ แกนี่มันร้ายชะมัด”

เพื่อนรักส่ายหน้าลุกไปเติมน้ำแข็งมา พร้อมหยิบแก้วมาเติมทั้งของเขาและแก้วของลีโอ ส่วนลีโอได้แต่ยิ้มรับ

“นี่แกต้องการบริษัทเธอ หรือตัวเธอกันแน่วะ ฉันชักไม่แน่ใจ”

“อยากรู้?” ลีโอย้อนถาม

“เออ!”

แดนดนัยรับคำแบบรำคาญกับท่าทียึกยักไม่ยอมเล่าของเพื่อนอย่างน่าหมั่นไส้มาก ผิดกับลีโอพออกพอใจ ยิ้มที่มุมปาก ทำท่าคิดหนักก่อนจะตอบไป

“ทั้งสองอย่าง”

“ผู้หญิงคนนี้มีดีอะไร ทำไมนายยอมทุ่มทุนสร้างขนาดนี้ รู้ว่าแค่นี้ขนหน้าแข้งไม่ร่วง แต่ก็เห็นมากสุดเท่าที่รู้จักกันมา”

“ถูกใจมั้ง”

แล้วลีโอก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเมื่อเห็นสีหน้าที่ไม่เชื่อคำพูดเขาจากเพื่อนรัก

“คนอย่างแก ไม่เห็นจะถูกใจใครง่ายๆ นี่ถ้าไม่เห็นกับตาว่าแกยอมลงทุนเยอะขนาดนี้ ฉันก็คงไม่เชื่อ แต่มีแม่เป็นนักพนันนี่ระวังเขาจะจับแกล่ะ”

“แกก็รู้ ถ้าฉันไม่ยินยอม ไม่มีใครจับฉันได้ หรือแม้แต่จะมีเซ็กส์ด้วยก็ตาม”

“ดูแกมั่นใจ อย่ามั่นเกินไปนัก ระวังจะตกม้าตาย”

ลีโอยกแก้วขึ้นดื่มจนหมดแก้ว

เสียงโทรศัพท์มือถือของแดนดนัยดังขึ้นมา ชายหนุ่มรับโทรศัพท์พร้อมหยิบซองที่ลีโอส่งให้เดินออกไปข้างนอก เพียงไม่นานแดนดนัยก็เดินกลับเข้ามาพร้อมบอกลีโอ

“เรียบร้อย”


กว่าธัญเรศจะเลิกประชุมก็ปาไปเที่ยงกว่า เธอเดินกลับมาที่ห้องทำงานเห็นซองเอกสารปิดผนึกอย่างดีวางอยู่บนโต๊ะ แต่ด้วยอารมณ์ที่ต้องรีบไปกินข้าวเพื่อที่จะมาประชุมต่อในตอนบ่าย ทำให้เธอยังไม่ได้เปิดซองเอกสารดู

“ใครส่งอะไรมา เดี๋ยวเลิกประชุมค่อยเปิดดูแล้วกัน”

หญิงสาวพลิกหน้าพลิกหลังไม่มีบอกชื่อผู้ส่ง ซองดังกล่าวจึงยังคงอยู่บนโต๊ะโดยที่ยังไม่ได้เปิดดูข้างใน จนกระทั่งบ่ายสามโมงกว่า ธัญเรศถึงได้มีเวลาเคลียร์งานบนโต๊ะหลังจากประชุมเสร็จ เธอมองไปยังอีกโต๊ะภายในห้องเดียวกัน ซึ่งตอนนี้เจ้าของโต๊ะไม่อยู่ วันนี้ไม่มีวี่แววว่ะเขาเข้ามาทำงาน อาจเป็นเพราะเรื่องการตรวจสอบคร่ำเคร่งเกินไปจนเกิดความเครียดได้ หรือไม่ก็เพราะเป็นช่วงที่รอเอกสารจากโกดังยังไม่เข้ามา ทำให้เขาไม่เข้ามาก็เป็นได้

ธัญเรศยักไหล่ มันคงเป็นความรู้สึกคุ้นชินมากกว่า พอไม่เห็นเลยดูแปลกไปกว่าทุกวัน หญิงสาวนั่งเซ็นชื่ออนุมัติในแฟ้มเอกสารกองโตจนปิดเล่มสุดท้ายจึงเห็นซองที่เธอยังไม่ได้เปิดในตอนเช้า

เธอยุ่งจนลืมซองนี้ไปสนิทใจ

หญิงสาวหยิบซองขึ้นมาพลิกดูด้านหน้าและด้านหลังอีกครั้ง ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีแค่ชื่อเธอและชื่อบริษัทเท่านั้น เธอหยิบกรรไกรมาตัดซอง แต่พอหยิบเอกสารออกมา เธอถึงกับทรุดนั่งลง ความรู้สึกมันบอกไม่ถูก พูดไม่ออก

“แม่...”

เธออ่านสัญญากู้ยืมเงินโดยเอาโฉนดบ้านค้ำประกันลงวันที่วันนี้

‘แม่กลับมาแล้ว’

ธัญเรศหยิบโทรศัพท์โทรออกหามารดาทันที แต่ไม่มีสัญญาณรับ ราวกับปิดเครื่องอยู่ เธอตัดสินใจโทรหาคนที่เธอไม่อยากคุยด้วยเท่าไหร่ แต่สถานการณ์ตอนนี้ มันทำให้เธอต้องโทรหาเขาทันที

“สวัสดีครับ ลีโอ แบรนดอนครับ”

“นี่คุณไม่ต้องทำมาเป็นพูดดี ทำไมไม่มาทำงาน”

“ผมติดธุระนิดหน่อย เห็นว่าสายแล้วด้วยเลยหยุดพักสักหน่อย”

‘นายไม่ต้องมาทำไขสือ’  เธอได้แต่ตะโกนอยู่ข้างใน พยายามใจเย็น ถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลกว่าเดิม

“นาย...เอ๊ย...คุณอยู่ที่ไหน”

“นอนดูหนังอยู่ที่คอนโด”

“ฉันมีธุระอยากจะคุยกับคุณนิดหน่อย รบกวนเวลาคุณไม่นานหรอก คุณอยู่ห้องไหน”

“1515”

หากธัญเรศสามารถมองทะลุเข้าไปยังโทรศัพท์เห็นอีกฝ่ายได้ เธอคงจะเห็นรอยยิ้มที่พึงพอใจอย่างมาก ราวกับราชสีห์รอตะครุบเหยื่ออันโอชะ

“โอเค ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ”

ธัญเรศรีบวางสายราวกับกลัวเขาจะไม่อยู่รอเธอ หญิงสาวคว้ากระเป๋าถือโดยไม่ลืมหยิบซองเจ้าปัญหาไปด้วย บอกเลขาหน้าห้องว่าเธอไปธุระไม่กลับเข้ามา เพียงไม่นานเธอก็ขับรถอย่างไม่กลัวใบสั่ง ฝ่าการจราจรอันคับคั่งมาถึงคอนโดที่พักด้วยความรวดเร็ว
หญิงสาวรีบคว้ากระเป๋าถือและซองเอกสารเจ้าปัญหาขึ้นลิฟต์ไปยังห้องที่ท่องจำไว้แม่น 1515 เขาพักห่างจากเธอแค่ชั้นเดียว เมื่อถึงหน้าห้องรีบเคาะประตูทันที รัวราวกับเกิดไฟไหม้ มือลองหมุนลูกบิดประตูปรากฏว่าประตูไม่ได้ล๊อค เธอเข้าไปข้างใน

“นี่มันอะไรกัน” ธัญเรศต่อว่าทันทีที่เห็นหน้าเขา เธอชูซองกระดาษในมือพร้อมตะโกนต่อว่าทันที

“นายทำแบบนี้ต้องการอะไรจากครอบครัวฉัน”

“นั่งลงก่อนสิ เสียงดังอย่างกับแม่ค้าตลาดสด”

“นาย!”

หญิงสาวพูดไม่ออก เมื่อโดนชายหนุ่มเอาไปเปรียบเทียบกับแม่ค้าตลาดสด ทำให้เธอหยุดโวยวายเพื่อตั้งสติ นั่งลงทำตาขวางใส่เขา มองไปรอบห้องจึงได้เห็นว่าเขาเปิดทีวีอยู่ และนั่งดูทีวีโดยไม่สนใจเธอ หญิงสาวหยิบรีโมตทีวีตรงโต๊ะรับแขกปิดทีวีทันที ราวกับเสียงนางร้ายในทีวีจะดังแข่งกับเสียงของเธอ

“ดื่มอะไรดี” เขาไม่หัวเสียเมื่อเธอปิดทีวีที่เขากำลังดูอยู่ แต่ถามกลับในฐานะเจ้าของห้อง “เลิกงานแล้ววิสกี้โซดาสักแก้วไหม จะได้ใจเย็นๆ”

“ไม่เป็นไร ฉันแค่มาถามคุณบางอย่างแล้วก็จะไป”

ลีโอยังไม่ตอบ หากแต่ลุกไปหยิบแก้วมาชงวิสกี้โซดามาวางตรงหน้าเธอ

“คุณต้องการอะไร บริษัท? บ้าน? แล้วต่อไปคุณจะต้องการอะไรอีก วุ่นวายอะไรกับแม่ของฉัน”

ลีโอส่ายหน้า

“แม่คุณมาหาผมเองนะ ผมไม่ได้เป็นฝ่ายนัด” ลีโอชงวิสกี้โซดายื่นส่งให้

หญิงสาวหน้าบูดหน้าบึ้งรับแก้ว จิบแล้วก็วางลงบนโต๊ะรับแขก

“ทำไม? แม่จะต้องมาหาคุณ คนอื่นมีตั้งหลายคน ทำไมแม่ไม่ไปหา ทำไมต้องเป็นคุณ คุณหลอกอะไรแม่ฉัน!”
ลีโอจุ๊ปาก

“ผมจะไปหลอกอะไรแม่คุณ คุณธนิดาเธอมาหาผมเอง มาขายหุ้นและเพิ่งจะมายืมเงินผมเอง” ชายหนุ่มเน้นคำพูดตอนท้ายช้าๆ

“ฉันไม่เชื่อ คุณมันมีแผนร้ายชัดๆ คุณมาเมืองไทยทำไม”

คำถามของเธอดูเหมือนจะไปเข้าทางเขา ลีโอยิ้มมุมปากก่อนจะตอบ

“ผมมาตามหาผู้หญิงของผม เธอหนีมาไม่บอกกล่าว” เขาจ้องตาเธอโดยไม่กระพริบ เห็นอาการเธอที่แสดงออกทางสีหน้าว่ากำลังคิดตามที่เขาพูด ก่อนจะปล่อยหมัดเด็ด

“เธอขโมยเงินผมมา”

“ฉันไม่ได้ขโมย” ธัญเรศโวยวายเมื่อถูกใส่ร้าย

แต่...

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั้นทำให้เธอรู้ว่าเธอพลาด เธอคิดว่าเขาจำไม่ได้แท้จริงแล้ว

เขาจำได้ และรอเวลาเท่านั้น

“ผมไม่ชอบติดค้างใคร ผมนอนกับคุณแต่ยังไม่ได้จ่ายเงิน คุณก็หนีไป มาไกลเสียด้วย”

“ฉันไม่ใช่...” หญิงสาวปฏิเสธแต่สายตาที่เขามองเธอ ไม่เชื่อเธอเลยสักนิด มันทำให้เธอหยุดเพียงครู่ ก่อนจะพูดต่อ

“ถ้าอย่างนั้นก็จ่ายมา ฉันจะได้ซื้อบ้านคืน”

“โอ...คุณคิดว่าค่าตัวคุณสูงถึงยี่สิบล้านเชียวรึ”

ธัญเรศหน้าชากับคำพูดดูถูกจากเขา ก่อนจะข่มความอายพูดออกไป

“ใช่ เพราะคุณทำลายเวอร์จิ้นของฉัน”

“นี่ถ้าแม่คุณรู้ว่าส่งไปเรียน แต่ลูกสาวกลับมาขายตัว คงจะ...”

“คุณไม่ต้องพูดถึงแม่ฉัน”

“ไม่พูดถึงได้ยังไง ต่อให้คุณซื้อคืน แม่คุณขาดเงินอย่างหนัก ก็เอาไปขายคนอื่นได้อีก”

คำท้วงจากลีโอ มันทำให้ธัญเรศเงียบ เธอยกแก้วขึ้นดื่มจนหมด ยังคงเงียบใช้ความคิดอยู่ ลีโอเติมเครื่องดื่มให้ใหม่

“ฉันจะซื้อคืน คุณก็ไม่ต้องไปบอกแม่ว่าฉันซื้อ ให้แม่เข้าใจว่าเป็นคุณก็พอ”

“ถ้า...ผมไม่ขายล่ะ”

“นาย!” ธัญเรศไม่คิดว่าเขาจะยอกย้อนเล่นแง่กับเธอ

“นาย...คุณจะเอายังไง”

“เป็นผู้หญิงของผมหนึ่งปี” เขาตอบหน้าตาย

“หา...ว่าไงนะ”

เป็นผู้หญิงของผมหนึ่งปี อยู่กับผม ตามใจผม แล้วผมจะยกบ้านคืนให้คุณ”

“อะไรนะ คุณดูละครไทยมากไปรึเปล่า นี่มันยุคไหนแล้ว มายื่นข้อเสนอนี้อยู่ได้”

“จะยุคไหน พ.ศ.ไหน คนเรามันก็มีความต้องการไม่ต่างกันหรอกนะ”

“หื่น!” ธัญเรศพูดไปตามที่คิด

“ตกลง หรือไม่ตกลงตอบแค่นั้น” เขาย้ำ

“ธัญเรศหลับตา ปล่อยให้ความคิดอันสับสนเถียงกันอยู่ข้างใน

เขาก็ไม่ได้เลวร้ายกว่าที่คิด ถ้าแม่เกิดให้เธอไปมีอะไรกับเสี่ยแก่ๆ พุงโตจะทำยังไง

เธอชอบฝันถึงเขาไม่ใช่รึไง อย่าปฏิเสธว่าเธอไม่ได้ชอบ

คิดดีๆ นะ ชีวิตเธอนะ มันน่าจะมีวิธีที่ดีกว่านี้

“ว่ายังไง” เสียงทุ้มนุ่มเร่งถามเอาคำตอบ

“ตกลง” การตอบรับที่แสนจะแผ่วเบา แต่ดังชัดในหัวของเธอ

“มานั่งใกล้ๆ นี่สิ” คำสั่งแรกมาทันที

ธัญเรศถอนหายใจเฮือกใหญ่ รับคำตัดสินใจที่ได้ตกลงไปแล้ว เธอลุกจากเก้าอี้ตัวข้างโซฟาไปนั่งที่โซฟาเดียวกับเขา

ลีโอชนแก้วเหล้ากับเธอ

“เพื่อวันเริ่มต้นเป็นผู้หญิงของผม”

“เริ่มพรุ่งนี้ได้ไหม ฉันยังไม่พร้อม” ธัญเรศต่อรอง

“ผมไม่ได้เป็นคนน่ากลัวนะ คุณก็รู้” ลีโอส่งยิ้มที่มีความหมาย

“และถ้าฉันทำให้คุณติดใจ หลงเสน่ห์จนโงหัวไม่ขึ้นล่ะ” เธอประชด

ลีโอถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะกับการประชดที่ดูมั่นใจ

“ข้อนี้ผมคงต้องยอมแพ้ เพราะแค่ครั้งเดียวผมก็ติดใจจนต้องตามคุณมาถึงเมืองไทย ตามหาคุณ โชคเข้าข้างผม ผมเจอตัวคุณเร็วกว่าที่คิด”

“น่าเกลียด”

“ถ้าคุณทำได้จริง...” ลีโอทำท่าคิด พร้อมจิบน้ำสีอำพันในแก้วทีละนิด

“คุณคืนหุ้นให้ฉันนะ” ธัญเรศแอบเนียนเสนอ

ลีโอส่ายหน้า

“เอาไว้ค่อยคิด” เขาสรุป

“ถ้าฉันท้องล่ะ”

ลีโอยิ้ม “บริษัทเราทำอะไรคุณอย่าลืมสิ”

อาการตาโตเพราะตกใจในคำตอบ ใบหน้าแดงระเรื่อ มันทำให้ลีโอยิ้มพอใจ แต่หญิงสาวเงียบทันที

“คุณมีอะไรสงสัยอีกไหม ถ้าไม่มีชงเหล้าให้ผมอีกแก้วสิ” เขาเริ่มออกคำสั่งอีก

ธัญเรศหน้าหงิกชงเหล้าให้เขาตามคำสั่ง และถือโอกาสเติมให้กับตัวเองด้วย

‘เมาๆ ไปเลยก็ดี’

ลีโอหยิบรีโมตมาเปิดหาดูหนังต่อ เขาเลือกแนวคอเมดี้ เพื่อให้หญิงสาวได้ผ่อนคลาย

‘เธอเครียดเกินไปแล้วสาวน้อย เดี๋ยวฉันจะทำให้เธอมีความสุขจนลืมเรื่องที่กังวลใจเอง’

เขาได้แค่คิดไม่พูดออกไป เพราะรู้ว่าถ้าพูดไปเธอจะยิ่งกังวลใจไปกันใหญ่ ลงมือทำเลยดีกว่า ดังนั้นพอดูหนังเพลินๆ ได้ไม่นาน มือเขาเริ่มพาดไปโอบเอวหญิงสาวให้ขยับเข้ามานั่งชิดกับเขา สายตายังคงจ้องอยู่กับหนังที่เปิดไว้

แรกๆ ธัญเรศก็ขืนตัวเล็กน้อย แต่เขาแค่ออกแรงนิดหน่อย เธอก็ขยับเข้ามาเบียดชิดให้เขานั่งกอดได้สะดวก แต่เขาเพียงแค่กอดเฉยๆ โดยให้เธอคอยชงเหล้าบ้าง  เพราะจังหวะที่เธอขยับตัวชงเหล้านั้น มันเป็นโอกาสเดียวที่เขาปล่อยมือแล้วหลังจากนั้นเธอจะแอบขยับตัวออกห่าง แต่ได้ไม่นานก็ถูกรั้งให้เข้าใกล้ตามเดิม

ไม่นานมือที่สงบนิ่งเริ่มเลื้อยเป็นปลาหมึก ลูบไล้ช่วงสะโพกก่อนจะเลื่อนเข้าไปด้านในเสื้อไปยังฐานทรวงอก นิ้วขยับเขี่ยจนยอดชูชัน เธอเม้มปากแน่นราวกับกลัวเสียงครางจะหลุดดังออกมา ขยับตัวหนี แต่กลายเป็นไปพิงอกคนที่มือซุกซน ลีโอจัดการรวบตัวเธอให้นั่งพิงกับอกเขา แต่ตายังคงจ้องดูจอทีวี มือที่ซุกซนยังคงทำหน้าที่ของมัน คลึงเคล้นเบาๆ
ภาพบนทีวีเริ่มไม่สามารถเรียกสมาธิให้อยู่บนจอได้ จริงๆ มันก็ไม่ได้อยู่แต่แรกแล้ว เป็นเขาที่ต้องรวบรวมสมาธิ เมื่อเธอเผลอครางออกมาเบาๆ มันทำให้เขาตบะแตกก้มหน้าซุกไซ้ไปตามซอกคอ และใบหู เม้มเบาๆ มือยังคงนวดเคล้นยังอกอิ่ม

“อย่า...” เสียงห้ามที่เบาจนแทบไม่ได้ยินดังออกมา เมื่อมือเขาเลื่อนจากทรวงอกลงไปยังเนินกลางตัว คลึงวนไปรอบๆ มือเธอพยายามจะปัดออก

“เธอพร้อมแล้ว” เขากระซิบข้างหูเธอ แต่ดูเหมือนสมองเธอจะไม่รับฟังอะไรแล้ว

ลีโอจับตัวเธอเผชิญหน้ากับเขา ยิ้มอย่างพอใจที่เห็นหญิงสาวหายใจแรง เขาก้มลงทาบปากบนริมฝีปากของเธอ  บดริมฝีปากอย่างรุกเร้า พร้อมประคองร่างที่อ่อนระทวยนอนยังโซฟา สองมือเมื่อไม่ต้องกอดหรือประคองร่างหญิงสาว มันก็เริ่มกลับมาทำงานของมันอย่างเต็มที่ ปลดกระดุมเสื้อเธอออกอย่างรวดเร็ว ไม่นานร่างทั้งร่างของเธอก็เปลือยเปล่า

“สวย” ลีโออดที่จะชื่นชมเรือนร่างที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่ได้ “ตรงนี้ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่” พูดจบเขาก็อุ้มร่างเปลือยเปล่าที่ก้มหน้างุด เดินตัวปลิวไปยังห้องนอน

พอวางเธอลงบนเตียง เขาก้มลงจูบที่ริมฝีปากอิ่มเธอทันที งึมงำเบาๆ

“ช่วยปลดกระดุมทีสิ”

แต่ระหว่างที่บอก มือของเขายังคงวนเวียนลูบไล้อยู่ที่เอวที่คอดกิ่วไปยังเนินอกอิ่ม
หญิงสาวปลดกระดุมเสื้อให้เขา แต่เพราะเขาไม่ได้หยุดนิ่ง ทำให้เป็นไปอย่างยากลำบาก ลีโอถอนจูบจากริมฝีปากที่บวมเป่งเล็กน้อยจากการบดขยี้รสจูบที่ร้อนแรงของเขา เขาถอดเสื้อผ้าออกอย่างรวดเร็ว ราวกับเป็นสิ่งที่เกะกะสำหรับร่างกายในตอนนี้
แม้ว่าลีโอจะเป็นผู้ชายคนแรกของเธอ แต่ตอนนั้นเธอเมาไม่รู้เรื่อง รับรู้ได้แค่ความสุขที่เข้ามา ตอนนี้มันต่างจากตอนนั้น แม้จะดื่มบ้างก็ตาม แต่มันเป็นเพียงแค่กระตุ้นจิตใต้สำนึกเธอเท่านั้น

เธอไม่ได้เมา!

แค่เห็นแก่นกายกลางลำตัวของชายหนุ่ม ธัญเรศถึงกับอ้าปากค้าง ลีโอไม่ปล่อยให้เธอตะลึงได้นาน เขาจู่โจมเธอด้วยรสจูบที่ปลุกอารมณ์อีกครั้ง เร่งเร้ากระตุ้นความรู้สึกข้างในกายเธอให้ร้อนรุ่ม ไม่นานนักค่อยลากไล้ลงมาครอบครองทรวงอกสล้างที่ชูชันราวกับเรียกร้อง

ธัญเรศถึงกับเผลอร้องครางเสียงดังออกมา ที่นี่เป็นห้องของเขา ลีโอจึงปล่อยให้เธอปล่อยอารมณ์เต็มที่ มันยิ่งเป็นสิ่งกระตุ้นไฟในกายเขาให้โหมกระพือยิ่งขึ้น อกที่แอ่นรับลิ้นที่ลากวนไปรอบป้าน กายที่เบียดเข้าชิด

“ต้องร้อนแบบนี้สิ ถึงจะใช่เธอคนเดิม” ลีโอพึมพำ

ก่อนที่เขาจะไม่ไหวเช่นกัน ชายหนุ่มรีบหยิบถุงยางอนามัยที่เตรียมไว้สวมใส่อย่างชำนาญ ก่อนจะแทรกลึกลงไปในกายเธอ แม้จะติดขัดบ้างในตอนแรก แต่ไม่นานทุกอย่างก็ลื่นไหลไปตามจังหวะเร่งเร้า รัวกระชั้นถี่ เสียงกรีดร้องถึงความสุขสมที่ได้รับทำให้เขามีความสุขตามเธอไปทันที




3

บทที่ 6

แดนดนัยมาถึงโรงแรมที่ลีโอพักอยู่ วันนี้เขาไปจัดการธุระซื้อคอนโดให้เพื่อนแต่เช้า บทจะใจร้อนก็สั่งจะเอาเดี๋ยวนี้ โชคดีที่ยังมีห้องว่าง โทรมาถามก็บอกซื้อเลย ไม่ไปดู พอเขาจัดการเอกสารเสร็จก็รีบบึ่งมาหาเพื่อนทันที อารามรีบเกือบชนผู้หญิงคนหนึ่งหน้าลิฟต์ เขารู้สึกคุ้นหน้า แต่พอเธอเข้าไปในลิฟต์แล้วเขาก็นึกได้ทันที

‘คุณธัญญ่านี่ เมื่อเช้าก็เจอที่ลิฟต์ ตอนนี้ก็น่าลิฟต์อีก แปลก!’

แดนดนัยมาถึงห้องของลีโอ เขาเคาะประตูเพียงไม่นานประตูก็เปิด

“เมื่อกี้ฉันเจอคุณธัญญ่าตรงลิฟต์ คงไม่ได้มาหาแกหรอกนะ” 

แต่ลีโอยังไม่ทันตอบ ขนมเค้กกับแก้วกาแฟที่วางอยู่ ก็เป็นคำตอบอย่างดี

“แหม...น่าเสียดาย กินกันไม่หมด” แดนดนัยทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ กินเค้กที่ไม่มีคนกินอย่างอร่อย

“เฮ้ย...” ลีโอห้ามไม่ทัน เมื่อเห็นแดนดนัยกินเค้กอีกชิ้นจนหมด

“เค้กร้านนี้อร่อยนะ”

“ไม่รู้โว้ย ยังไม่ได้กิน”

“ฮ่าๆ มัวหลีสาวจนลืมกินรึไงวะ” แดนดนัยหยอก มันชัดเจนว่าลีโอเพื่อนของเขาต้องรู้จักกับธัญเรศอย่างแน่นอน ไม่งั้นคงไม่จัดการอะไรอย่างรวดเร็วแบบนี้

“เรียบร้อยไหม คอนโด” ลีโอเปลี่ยนเรื่องคุยทันที

“ระดับนี้ เรียบร้อยสิ เหลือแค่นัดวันโอน แต่เขาให้เข้าไปอยู่ได้เลยนะ” แดนดนัยหยิบเอกสารออกมาจากกระเป๋า “นี่กุญแจห้อง คีย์การ์ด”

“ขอบใจที่เป็นธุระให้ แล้วฉันจะบอกคุณลุงโยธินให้ขึ้นเงินเดือนให้แก”

ลีโอรับกุญแจห้องและซองคีย์การ์ดมา

“แกบอกพ่อฉันให้ขึ้นเงินเดือนให้เยอะๆ เลยนะโว้ย พ่อนะ เดี๋ยวนี้งกเป็นบ้า”

“มีอีกเรื่องจะขอให้ซื้อให้ด้วย”

“อะไรอีกวะ คอนโดก็แล้ว จะเอาอะไรอีก”

“รถ” ลีโอตอบสั้นๆ

“เฮ้ย!” คราวนี้แดนดนัยประหลาดใจจริงๆ

“นี่ตกลงแกตัดสินใจจะอยู่เมืองไทยยาวเลยใช่ไหม ดูเหมือนมารอบนี้แกจะวางแผนมาเป็นอย่างดีเลยนะ ฉันละตามแกไม่ทัน”

“ประมาณนั้น ตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่าจะอยู่ยาวหรอก แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจ ไม่ดีรึไง จะได้เที่ยวกันยาวๆ”

“เออ...”

แดนดนัยตอบแบบไม่ค่อยเชื่อเพื่อนนัก คิดว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้น และคงเกี่ยวข้องกับธัญเรศ ไม่เช่นนั้นเพื่อนเขาคงไม่ให้เขาไปซื้อคอนโด
เดียวกันกับหญิงสาวแน่นอน แต่ด้วยรู้นิสัยดี ถ้าเพื่อนอยากเล่าก็จะเล่าให้ฟังเอง

ลีโอเดินไปยังห้องนอน หย่อนกุญแจกับซองคีย์การ์ดลงในกระเป๋าเป้ที่ใช้ประจำ

“ไปซื้อของเข้าคอนโดกัน แล้วจะได้แวะกินข้าวเย็นกับลุงโยธินกับคุณป้าด้วย จะคุยกับคุณลุงเรื่องจะเข้าไปทำงานที่บริษัทถุงยางกัน จะได้ทดลองใช้คุณภาพถุงยางไทยบ้างว่าดีแค่ไหน”

“ยังไงของไทยก็ต้องดีกว่าของนอก ชัวร์ เพราะฉันใช้บ่อย แต่จะเตือนแกไว้อย่าง สาวไทยไม่เหมือนสาวนอกนะ บทนางจะเรียบร้อยก็เหมือนผ้าเรียบๆ พับไว้อย่างดี แต่เรื่องบนเตียงนี่...” แดนดนัยไม่พูดแต่ยกนิ้วโป้งแทน

ลีโอหัวเราะชอบใจ ตาเป็นประกายถูกใจ แต่ไม่มีคำพูดใดๆ ออกจากปากเขา

“คืนนี้ค้างที่บ้านฉันเลยแล้วกันนะ คืนนี้จะเมาจะได้ไม่ต้องขับรถมาส่ง”

“ไปๆ ไปดูรถกันก่อนเลย ฉันจะได้ไม่กวนแกมากนัก”

“ไอ้นี่มีประชด” แดนดนัยชกไปเบาๆ ที่แขนลีโอ แต่เบี่ยงตัวลีโอหลบได้

“ไปกันเถอะ กี่ไปแล้ววะแก”

ลีโอพูดจบสะพายเป้เดินนำ โดยมีแดนดนัยเดินส่ายหัวที่ชกพลาดเดินตามออกมา

ธัญเรศ รักษ์สกุลเข้ามาทำงานในฝ่ายบริหารวันแรก พนักงานที่กำลังคุยกันอยู่เห็นเธอต่างก็รีบแยกย้ายกลับเข้าไปนั่งทำงาน หญิงสาวนึกขำเจอกันเมื่อวันก่อนยังคุยยิ้มแย้มทักทายกันปกติ แต่พอวันนี้กลับไม่กล้าสบตาด้วย แถมรีบเก็บขนมลงจากโต๊ะ เธอได้แต่ส่งยิ้มเปิดไมตรีไว้แล้วเดินผ่านไป
พอถึงห้องทำงานของเธอ หญิงสาวก็เปิดประตูเข้าไป ห้องนี้เป็นห้องทำงานเก่าของพ่อ เก้าอี้ตัวโปรดของพ่อยังอยู่ ตั้งแต่พอเสียยังไม่มีใครมาทำงานในห้องนี้

“ห้องประธานบริษัทที่ว่างมาหลายปี ยินดีต้อนรับจ้ะ”

“อามานะ ไม่มีใครมาใช้ห้องนี้เลยเหรอคะ”

“ผมนี่ไง” เสียงที่สามแทรกขึ้นมาพร้อมร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามา

“คุณลีโอ เชิญห้องข้างๆ นี้เลยครับ ผมให้เขาจัดให้คุณแล้ว” มานะบอกลีโอ แต่ชายหนุ่มกลับทำเฉย

“ผมชอบห้องนี้” พูดจบลีโอก็ตรงเข้าไปนั่งยังเก้าอี้ทำงาน หมุนปรับระดับเก้าอี้เองเรียบร้อย

“แต่นี่มันเป็นห้องของฉัน!” ธัญเรศเดือดเข้าใส่

“ผมไม่ย้าย!” ลีโอสวนกลับ

“ห้องของฉัน!” ธัญเรศไม่ยอม โต้กลับบ้าง

มานะมองคู่กรณีทั้งคู่ที่ไม่มีทีท่าลงให้กันแต่อย่างใด

“เอาเป็นว่า เดี๋ยวผมให้เขาย้ายโต๊ะทำงานเข้ามาในห้องนี้อีกตัวก็แล้วกันครับ”

“ไม่! / ได้!” คนหนึ่งตอบไม่ อีกคนกลับตอบตกลง

มานะไม่พูดว่าอะไร แต่เดินออกจากห้องไป

“คุณจะแสดงอำนาจที่นี่ไม่ได้ อยากแสดงไปแสดงที่บ้านคุณโน่น” ธัญเรศพูดสะดุดเมื่อเอ่ยถึงบ้านเขา ออสเตรเลีย มันทำให้เธอคิดถึงเรื่องบางเรื่องขึ้นมา

“ทำไมจะไม่ได้ ในเมื่อผมมีสิทธิ์”

“คุณถือหุ้นแค่เล็กน้อยอย่ามาอ้าง”

“ถ้าผมอ้างสิทธิ์อื่นแทนได้หรือเปล่ามิทราบครับ คุณผู้หญิง” ลีโอพูดด้วยใบหน้าที่กรุ้มกริ่ม

“นาย!”

ก่อนที่จะต่อปากต่อคำกันมากกว่านี้ มานะก็เข้ามาขัดจังหวะอีกครั้ง แต่คราวนี้มีพนักงานช่วยกันยกโต๊ะและเก้าอี้จากอีกห้องเข้ามา ลีโอยิ้มในชัยชนะครั้งนี้

“อีกห้องอาให้เขาจัดเป็นห้องประชุมเล็กแทน เวลามีแขกหรือลูกค้าก็ใช้ห้องนั้นแทนได้”

“ให้ใครหาตู้โชว์สินค้ามาตั้ง เอาตัวอย่างสินค้ามาโชว์หลายๆ แบบ พร้อมสินค้าเอาไว้แจกด้วยนะครับ” ลีโอสั่งราวกับคนรู้งานเป็นอย่างดี

“ธัญเรศอดชื่นชมในไอเดียเพิ่มเติมที่เขาบอกอามานะ แต่...

ให้เธอทำงานห้องเดียวกับเขาเนี่ยนะ

ไม่!

“คุณอาคะ” ธัญเรศเดินเข้าไปคุยกับอามานะใกล้ๆ

“หนูทำงานห้องเดียวกับเขาดีแล้ว จะได้จับตาดูเขาได้” อามานะให้เหตุผลในการกระทำของเขา

“แต่หนู...”

“เชื่ออาเถอะ ถ้ามีอะไรผิดปกติเราจะได้ช่วยกันแก้ไขได้ทัน”

ธัญเรศถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะยอมรับในที่สุด

“ค่ะ คุณอา”

“เดี๋ยวอาจะให้ทางฝ่ายขาย เอาพวกรายงานเก่าๆ มาให้ศึกษากันก่อน แล้วจะนัดประชุมฝ่ายเมื่อไหร่ค่อยแจ้งอีกที ตอนนี้เราต้องเน้นเรื่องขายเป็นหลักก่อน”

ธัญเรศพยักหน้าอย่างงงๆ

“ผมขอดูเอกสารบัญชีย้อนหลังสามปีด้วยนะครับ” ลีโอที่นิ่งฟัง เอ่ยขอด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“คุณไม่มีสิทธิ์ คุณเป็นแค่ผู้ถือหุ้น ไม่ใช่เจ้าของ” ธัญเรศแย้ง

“คุณจะให้ผมอ้างสิทธิ์อะไร...”

หญิงสาวไม่ชอบอาการยิ้มกรุ้มกริ่มแบบนี้เลยจริงๆ

“แต่ผมว่า...ผมมีสิทธิ์นะ สิทธิ์ในตำแหน่งผู้บริหารที่ควรรู้ อีกอย่าง...ผมว่าคุณก็ควรจะรู้ด้วยเหมือนกันนะ ไม่ใช่แค่ตะโกนใส่หน้าผมปาวๆ ว่าตัว
เองเป็นเจ้าของบริษัท แต่ยังไม่รู้เรื่องอะไร”

อามานะอยู่ในอาการครุ่นคิด เงียบไปก่อนจะตอบออกมา

“เอ่อ...ถ้าจะเอาย้อนหลังหลายปี คงต้องให้เวลาฝ่ายบัญชีไปค้นที่โกดังเก็บเอกสารก่อน มันต้องใช้เวลาหน่อยนะ”

“ผมรอได้ แต่ยังไงขอดูไฟล์ก่อนก็ได้ หวังว่าทางฝ่ายบัญชีคงจะมีเก็บเร็คคอร์ดไว้นะครับ” น้ำเสียงที่ราบเรียบบวกกับใบหน้าที่สงบนิ่งยากแก่การ
เดาใจได้ของลีโอ ทำให้คนที่คุยด้วยรู้สึกอึดอัด

“เอาเป็นว่า...ผมขอเอกสารทุกแผนกเลยก็แล้วกัน”

“คุณจะดูอะไรกันตั้งมากมาย” ธัญเรศแย้งขึ้นมาอีกครั้ง

ลีโอมองด้วยสายตาจริงจังไม่มีเล่นเหมือนเมื่อครู่นี้

“ถ้าผมลงเงินไปกับบริษัทนี้ ทุกบาททุกสตางค์ต้องคุ้มค่า”

“นายนี่มันเขี้ยวลากดินชะมัด” ธัญเรศเข่นเขี้ยวต่อว่า

“โอเคครับ เดี๋ยวผมจัดการให้ ผมขอตัวก่อนนะครับ”

อามานะเดินออกจากห้องไป อาการเหมือนคนกำลังใช้ความคิดตลอดเวลา

ธัญเรศรู้สึกว่าเขาจริงจังกับบริษัทมากกว่าเธออีก เป็นเพราะเธอยังใหม่ต่องาน แต่เขาระดับเจ้าของบริษัทมากกว่าเธอเสียอีก เธอยังใหม่ต่องาน แต่
เขาระดับคนที่ทำงานมามาก คนทำงานที่แท้จริง สิ่งที่เขาสั่ง เธอเองก็อยากรู้ พ่อทำมาดีๆ บริษัทมาทรุดลงได้ยังไง

“ถ้าผมช่วยคุณ คุณต้องให้รางวัลผมนะ”

เขาพูดราวกับเข้าไปนั่งในความคิดเธอ

“รางวัลอะไร คุณพูดอะไรฉันไม่เข้าใจ” ธัญเรศไม่อยากยอมรับกับตัวเองว่าเธอรู้ว่าเขาต้องการอะไร

“เย็นนี้ คุณไปส่งผมที่คอนโดริเวอร์วิวแล้วกัน”

 “เอ๊ะ! คุณจะไปทำไมกัน นั่นมันคอนโดที่ฉันพัก” ธัญเรศรู้สึกประหลาดใจ อะไรจะช่างบังเอิญขนาดนี้

“วิเศษเลย ผมเพิ่งซื้อเพราะเห็นมันใกล้ที่นี่ แบบนี้ผมก็ติดรถไปกลับที่ทำงานกับคุณได้สิ”

“ไม่!” เธอปฎิเสธทันที

แต่ท้ายสุดเย็นวันนั้น เธอใจอ่อนให้เขานั่งรถกลับคอนโดด้วย เพราะทนรำคาญลูกตื๊อไม่ได้ เขาอ้างว่าเหน็ดเหนื่อยจากการดูเอกสารมาทั้งวัน


สองอาทิตย์ที่ผ่านมาผู้บริหารใหม่ต่างขะมักเขม้นในการทำงาน ลีโอเรียกประชุมแต่ละฝ่ายในบริษัท โดยมีธัญเรศเข้าร่วมประชุมด้วย หญิงสาวเริ่มมองลีโอดีขึ้นมาบ้าง

“จากยอดที่สรุปมาแต่ละแผนก ผมว่ามันมีความขัดแย้งกันในบางจุด ยอดผลิตล้นทะลักชนิดเหมือนแจกสินค้าฟรี แต่ไม่ปรากฏในยอดขาย ไม่มีในบัญชีสินค้าตัวอย่างหรือตัดเป็นของเสียหรือของมีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น”

“แล้วมันไปไหนล่ะ”

“คนแอบเอาไปใช้มัง” เขาตอบกวนๆ เมื่อรู้สึกผ่อนคลาย

“งานนี้มีคนโกงแน่ๆ”

ลีโอยิ้มกับความรู้สึกช้าของหญิงสาว

“แต่เรื่องนี้คุณอย่าเพิ่งไปบอกใครนะ ฉันจะหาตัวคนโกงให้ได้” น้ำเสียงของธัญเรศและทีท่าที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการหาคนโกงเป็นอย่างมาก
มันทำให้ลีโอพยักหน้าให้กำลังใจ

“เย็นนี้คุณเลี้ยงข้าวผมก็แล้วกัน หลังจากนั้นผมจะพาคุณไปฟังเพลงที่ผับ”

ไปที่แกงการูก็ดี สองอาทิตย์นี้เขาไม่ได้แวะเข้าไปหาแดนดนัยเลย จนเพื่อนต้องส่งข้อความมาต่อว่า กล่าวหาว่าเขาติดสาว

ใช่! เขาติดสาว แต่ไม่ใช่การจีบ มันเป็นเสน่ห์ที่ติดตรึงใจประทับในรสเสน่หาที่เขาโหยหามาตลอดสองเดือน มันคงถึงเวลาที่เลิกเป็นคนดีและเรียกร้องรางวัลตอบแทนเสียที นานแค่ไหนดีนะ 1ปี คงไม่ช้าเกินไปหรอกนะ

ธัญญ่า! แม่สาวน้อย...ถึงเวลาของมันที่จะเรียกความทรงจำอันร้อนแรงของเธอออกมาตอบแทนฉันแล้วสินะ

ธัญเรศ รักษ์สกุลขับรถไปจอดยังร้านขายอาหารปักษ์ใต้เจ้าอร่อย /รสชาติจัดจ้าน /เหมาะสำหรับคนชอบอาหารรสจัด

“คุณกินอาหารรสเผ็ดได้หรือเปล่า” คำถามธรรมดาแต่หน้าตาคนถามกลับมีสีหน้าที่ซ่อนอะไรไว้ในใจ

“ต้องลอง”

“โอเค งั้นเราเข้าไปกัน” ธัญเรศยังคงยิ้มอารมณ์ดี

หญิงสาวเลือกนั่งโต๊ะกลางร้าน ปกติเธอชอบนั่งโต๊ะชิดริมผนัง หรือหน้าต่าง ไม่ก็จะเลือกโต๊ะด้านในสุด แต่ครั้งนี้เธอมากับคนที่ไม่น่าไว้ใจเลยขอเลือกกลางร้านไว้ก่อน ดูปลอดภัยกว่า เธอเชื่อแบบนั้น

ดังนั้นเมื่อเธอสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ ซึ่งล้วนแต่เป็นประเภทรสจัด มีเพียงไข่เจียวที่เป็นอาหารรสไม่จัดอยู่จานเดียว

เธอคิดว่า...เขาจะต้องหน้าแดงเพราะความเผ็ดของพริก

เธอคิดว่า...เขาจะต้องปวดท้องเพราะรสชาติที่จัดจ้านของอาหาร

เธอคิดว่า...เขาจะต้องเข็ดไม่กล้ามาชวนเธอกินข้าวอีก

อยากขอให้เธอเลี้ยงดีนัก...แต่

สิ่งที่เธอเห็นต่างจากสิ่งที่เธอคิดอย่างสิ้นเชิง

ลีโอกำลังเอร็ดอร่อยกับอาหารแต่ละจานที่หญิงสาวสั่ง แม้ว่าทั้งใบหูและใบหน้าของเขาจะแดงขึ้นเพราะรสชาติที่เผ็ดอย่างรู้สึกได้ชัด

“อร่อยดี” เขาบอกเธอ

“ไม่เผ็ดเหรอ” คำถามที่เต็มไปด้วยอาการลังเล ปนผิดหวัง

“เผ็ดสิ แต่กินได้ แกล้งผมแค่นี้ไม่ได้ผลหรอก”

“หือ! ฉันเนี่ยนะแกล้งคุณ เปล๊า...” เธอลากเสียงสูงพร้อมทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้

“คนที่ชอบทำเสียงขึ้นสูง หมายถึง เขากำลังปกปิดอะไรบางอย่าง”

“เปล่านะ...” เธอปรับเสียงให้เป็นปกติ กำลังจะอธิบาย แต่เสียงโทรศัพท์ของลีโอก็ดังขัดจังหวะขึ้นมา

“ผมขอตัวไปคุยโทรศัพท์ก่อนนะครับ” ลีโอบอกเมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู พอกดรับเขาก็เดินออกไปคุยด้านนอกร้าน

‘นี่ถ้ารู้ว่าธาตุแข็งแบบนี้ วันหลังใส่สลอทลงไปเลยก็คงดี’ เธอคงทำได้แค่คิด แม้ว่าจะไม่ชอบเขาเพียงใดก็ตาม แต่สองอาทิตย์ที่ผ่านมา เธอรับรู้ได้ว่า สิ่งที่เขาทำเขาตั้งใจช่วยบริษัทจริงๆ

‘หรือจะหลอกให้เราตายใจก่อน ถึงจะแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมา’ เธอเริ่มไม่แน่ใจในการกระทำของเขา
ตัวเธอเองล่ะ แกล้งเขาด้วยเหตุผลที่ไม่พอใจที่เขาซื้อหุ้นจากแม่ แค่นั้นเองเหรอ’

เธอพยายามไม่คิดถึงเรื่องบางเรื่อง ที่แม้ปากจะบอกว่าไม่อยากคิดไม่อยากพูดถึง แต่ไม่มีคราใดที่เธอคิดแล้วภายในกายมันจะนิ่งเฉย ไม่มีใครรู้ว่าภายใต้อาการนิ่งนั้น ข้างในร้อนรุ่มมากเพียงใด

ลีโอเดินเข้ามาในร้าน เลิกคิ้วประหลาดใจ มองไปรอบๆ ตัว ไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร

“เกิดอะไรขึ้น ทำไมหน้าคุณแดง”

ลีโอจับคางหญิงสาวให้เงยหน้าขึ้น สำรวจความผิดปกติ พอไม่พบร่องรอยว่าโดนอะไรกัด จึงเปลี่ยนใจเอามือวางบนหน้าผากหญิงสาวแทน

“ตัวก็ไม่ร้อน” หมอจำเป็นประเมินอาการ

“อะไรกันคุณ มาจับคางจับหน้าฉันทำไม”

ธัญเรศตกใจที่เขาเข้าถึงตัวเธอ ถึงเนื้อถึงตัว คนขี้แกล้งในตอนแรกกลายเป็นคนเงียบทันทีหลังจากโวยวาย แต่มีอาการหลุกหลิกหน้าแดงไม่หยุด เมื่อมองลีโอ

‘หรือว่า...เธอจำเหตุการณ์ที่ซิดนีย์ได้แล้วว่าเป็นเรา...ดีล่ะ’ ลีโอกระหยิ่มใจ

“คุณอิ่มละยัง ผมอยากพาคุณไปฟังเพลง ผ่อนคลายกันสักหน่อย ท่าทางคุณเครียดๆ”

“ไม่ละดีกว่า ฉันจะกลับ รู้สึกไม่ค่อยสบาย คุณอยากไปเที่ยวก็เชิญตามสบายเถอะ”

“ไม่ไปแน่นะ” เขาถามย้ำ ยังไม่อยากไปกะเกณฑ์อะไรเธอนักตอนนี้

ธัญเรศพยักหน้า เรียกพนักงานมาเก็บเงิน

“โอเค แล้วแต่คุณ ผมไม่บังคับ ขอบคุณมากสำหรับอาหารมื้อนี้”

ชายหนุ่มไม่ยืดเยื้อ หรือยื้อเธอในตอนนี้ เขาคิดว่าไม่นานนี้แหละเขาต้องกระตุ้นความทรงจำเธอสักหน่อยแล้ว ดูเหมือนเธอเริ่มจะแสดงท่าทีออกชัดเจนว่าเธอจำได้แต่พยายามปกปิดไว้

เขารอจนเธอชำระเงินเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงเดินไปส่งเธอที่ลานจอดรถ

“ขอบคุณอีกครั้งสำหรับอาหาร แต่ผมไม่ถือว่าเป็นรางวัลหรอกนะ มันแค่เป็นการเริ่มต้น ผมขอสิ่งนี้เป็นรางวัลก็แล้วกัน”

โดยไม่รอให้หญิงสาวได้ตั้งตัว เขาจับใบหน้าเธอแหงนหน้ารับจุมพิตที่เขามอบให้เนิ่นนาน พอหญิงสาวตั้งสติได้จะโวยวาย ลีโอเดินจากไปอย่างรวดเร็ว โบกมือเรียกรถแท็กซี่ ขึ้นรถไปอย่างรวดเร็ว ไม่สนใจเสียงที่โวยวายตามมา

เขาจงใจที่จะจูบกระตุ้นเธอ และพอใจที่ทำสำเร็จ ก่อนที่เธอจะตั้งหลักได้ เขาก็จากเธอมาก่อนแล้ว

‘คอยดูสิ จะจูบทุกวันเลย’

ธัญเรศกลับเข้าห้องด้วยอารมณ์ปั่นป่วนข้างใน ขากลับจากร้านอาหารเธอต้องควบคุมสติในการบังคับรถยนต์เป็นอย่างมากให้ถึงคอนโดด้วยความปลอดภัย

หญิงสาวโดยกระเป๋าไว้ที่โซฟาก่อนทิ้งตัวนอนลงบนเตียง ตามองฝ้าเพดานด้วยแววตาที่ว่างเปล่า สมองใช้ความคิดอย่างหนัก

ถ้าไม่อยากให้ความรู้สึกนี้มันกลับมา เธอควรต้องอยู่ห่างจากเขา ความทรงจำที่ราวกับความฝันนั้น มันคอยมาย้ำเตือนเสมอมา
คืนนี้ก็เช่นกัน!


เช้าวันนี้ ธัญเรศเข้าบริษัทด้วยอาการอ่อนระโหยโรยแรง ง่วงอย่างบอกไม่ถูก เมื่อคืนเธอนอนไม่หลับ แค่จูบเดียวมันถึงกับทำเอาเธอร้อนรุ่มกระวนกระวาย โหยหา

เธอเคยได้ยินคนอื่นพูดมาว่า

‘คนเคยมีเซ็กซ์ พอห่างไปมันจะโหยหา’

แต่ของเธอไม่น่าจะเกี่ยว

มีเซ็กซ์ โดยไม่รัก

มีเซ็กซ์ โดยไม่รู้ตัว

มีเซ็กซ์โดยไม่รู้จักด้วยซ้ำ

ที่สำคัญ...มันเป็นเซ็กซ์ครั้งแรกของเธอ

เธอควรจะเกลียดเขา  ใช่! เธอเกลียดเขา!

เธอต้องเกลียดเขาสิ ยิ่งมาหลอกแม่เธอด้วยแล้ว

เธอสมควรต้องเกลียดเขา

“โอ๊ย!” ธัญเรศร้องดังขึ้นมาด้วยความหงุดหงิดใจ แต่ต้องรีบปิดปากเมื่อนึกได้ว่าอยู่ที่บริษัท ไม่ใช่ที่คอนโด พนักงานหลายคนชะโงกหน้าจากพาติชั่นที่กั้นระหว่างโต๊ะทำงานกับทางเดิน

“เจ็บตรงไหน หนูธัญญ่า ไปเดินชนกับอะไรกัน” อามานะเดินตามมาข้างหลังห่างๆ รีบเดินเข้ามาใกล้ๆ ทันที ถามอาการด้วยความห่วงใย

“เปล่าค่ะ...เอ่อ..ขาไปเตะโดนพาติชั่นนิดหน่อยค่ะ ไม่ได้เป็นอะไร ธัญญ่าไม่เจ็บค่ะ แค่ตกใจนิดหน่อย”

อามานะพยักหน้าหงึกหงัก

“อาว่าจะจัดพื้นที่บริเวณนี้เสียใหม่ หรือหลานว่าไง”

“ถ้าเป็นเพราะธัญญ่าเดินชน คงไม่ต้องค่ะ คุณอา แต่ถ้าเพราะอยากเปลี่ยน เดี๋ยวเราไว้คุยกันในที่ประชุมดีกว่าค่ะ ตอนนี้เราทำอะไรก็ไม่สะดวก
เหมือนเมื่อก่อน”

อามานะพยักหน้าเห็นด้วย เหมือนนึกอะไรได้ อามานะมองไปข้างหลังราวกับจะหาว่ามีใครเดินตามมาอีกหรือไม่

“อีกคนไม่มาทำงานด้วยเหรอ”

ธัญเรศยิ้ม เธอรู้ว่าอามานะแหย่เธอเล่น เพราะระยะหลังนี้ จะมีอีกคนตามมาทำงานด้วย แถมขากลับยังขอให้เธอไปส่ง เป็นเงาตามเธอ จนคนซุบซิบไปทั่วบริษัท

“เมื่อเช้าผ่านจุดรับไม่เจอเขา ธัญญ่าไม่รอขับรถมาออฟฟิศเลยค่ะ” เธอพูดราวกับแวะลีโอที่ไหนสักแห่ง แต่ก็ไม่ได้สนใจว่าคนอื่นจะรู้ไหมว่าจริงแล้วลีโอพักที่ไหน

“เขาคงเรียกแท็กซี่มาเองได้” อามานะบอกเธอ แต่เหมือนมันจะเป็นคำถามอยู่นัยๆ

“เขาอ่านภาษาไทยได้ไหม”อามานะถามเธออีกครั้งและครั้งนี้ดูจะตั้งใจรอฟังคำตอบ

“เอ...ธัญญ่าไม่แน่ใจนะคะ เวลาดูเอกสารภาษาไทยก็ถามธัญญ่าตลอด คิดว่าอาจจะอ่านไม่ได้ คงได้แค่พูดอย่างเดียวค่ะ”

“นั่นสิ อ่านได้ก็จะเก่งเกินไปแล้ว” อามานะหัวเราะก่อนจะพูดสิ่งที่คิดในใจออกมา

“อาไม่สบายใจ กลัวเขาจะมาวุ่นวายกับบริษัทมากเกินไป กลัวจะยึดบริษัททั้งหมด”

“ธัญญ่าไม่ยอมหรอกค่ะ บริษัทของธัญญ่า”

“เออ...แล้วเรื่องตรวจสอบบัญชีดูกันไปถึงไหนแล้ว เจออะไรผิดปกติรึเปล่า”

“ก็มีผิดปกติบ้างค่ะอา แต่คงต้องตรวจสอบที่มาที่ไปกันอีกที”

“อาก็ไม่เคยเข้าไปยุ่มย่ามเรื่องบัญชี เห็นนายเดชากับคุณพี่ธนิดาดูแลอยู่ อาก็เบาใจเลยไม่เข้าไปยุ่ง”

“แย่นะคะ แม่ไม่น่าปล่อยให้นายเดชาเข้ามาดูแลบัญชีเลย หละหลวมมาก”

“เอาน่ะ ยังไงหลานก็กลับมาดูแลแล้ว ถ้าไม่เสียหายอะไรมากมายนัก ก็ปล่อยเขาไปเถอะ ยังไงก็แม่ของเรา”

ธัญเรศถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อเอ่ยถึงแม่ แอบหนีไปเที่ยวมาเก๊ากับนายเดชา ไปโดยไม่ยอมบอก แต่เธอก็พอจะเดาได้ว่าแม่ไปทำไม

‘คงหนีไม่พ้นไปบ่อนอีก แม่นะแม่ เมื่อไหร่จะเลิก’

“แต่ตอนนี้ธัญญ่าดึงบัญชีกลับมาทำเองค่ะ คงต้องปลดนายเดชาออก มีอย่างที่ไหนเป็นพนักงานบริษัทแต่ไม่ยอมมาทำงาน ธัญญ่าไม่เอาไว้แน่ค่ะ”

“อย่าไปชนกับคุณพี่ธนิดาเลย” อามานะเตือน

“ไม่ได้ชนค่ะ แต่ในเมื่อแม่ขายหุ้นไปแล้ว เท่ากับว่าแม่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับบริษัทแล้ว ดังนั้นธัญญ่าก็จะไม่ยอมให้นายเดชาเข้ามาวุ่นวายที่นี่อีกค่ะ”

“อึม...อาดีใจนะที่เห็นหนูไฟแรง อีกหน่อยอาก็คงเป็นตาแก่นอนอยู่บ้าน กินเงินปันผลไปวันๆ”

“คุณอายังแข็งแรง อยู่ช่วยธัญญ่าไปอีกนานค่ะ ธัญญ่าไม่ยอมให้คุณอาอยู่บ้านเฉยๆ แน่ค่ะ”

อามานะยิ้มอ่อนหน้าตาไม่สดชื่นนัก ธัญเรศเข้าไปกอดให้กำลังใจผู้ใหญ่ที่เธอนับถือมือขวาของคุณพ่อ ผู้ใหญ่ที่เหลืออยู่คนเดียวในบริษัท

“ยังไง ธัญญ่าจะพยายามทำให้บริษัทที่พ่อสร้างมากลับมากำไรมากๆ ดังเดิมให้ได้ค่ะ คุณอา” หญิงสาวส่งยิ้มพร้อมประกายตาที่สดใส มุ่งมั่นทำให้สำเร็จ

“ดี!” อามานะพยักหน้าเห็นด้วย สายตาชื่นชม

“แต่อาว่า ยังไงหนูพยายามอยู่ห่างลีโอก็ดีนะ จับตามองแค่เรื่องงานก็พอ จากสายตาอา เราไม่ควรไว้ใจเขา เกิดเขาฮุบกิจการขึ้นมา หนูจะลำบาก”
อามานะเตือนด้วยความห่วงใย

“ขอบพระคุณมากค่ะ คุณอา” เธอพยักหน้าเห็นด้วย

ธัญเรศเดินมาหยุดตรงหน้าห้องทำงาน อามานะแยกตัวออกไปยังห้องทำงานตัวเอง ตอนนี้เธออยู่ในห้องทำงานคนเดียว คนอันตรายที่อาเตือนยังไม่เข้ามา เมื่อเช้าตรงจุดนัดรับก็ไม่มีเขามารอ ที่เธอยอมให้เขาติดรถมาด้วย เพราะเห็นว่าตอนนี้เขาก็ทำงานจริงจัง และถึงแม้ว่าอามานะจะไม่เตือน
เธอก็รับรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณว่า

‘ลีโอเป็นคนอันตราย’

แต่อันตรายของเธอและของอามานะ มันแตกต่างกัน

ว่าแต่...คนอันตรายวันนี้หายไปไหนนะ!

4
บทที่ 5

   ธัญเรศยกกาแฟขึ้นจิบช้าๆ หยิบซองน้ำตาลที่วางบนโต๊ะขึ้นมาดู เธอเพิ่งจะหยิบจากตู้รับจดหมายเมื่อเช้านี้ แม่คงเอามาให้เมื่อวาน แต่เธอไม่อยู่ แม่เลยใส่ไว้ในตู้แทนที่จะให้เธอกับมือ เมื่อวานเธอไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนสมัยมัธยมที่ไม่เจอกันนาน พอรู้ว่าเธอกลับมาแล้ว ก็รวมตัวกันนัดไปเที่ยวทะเลในวันหยุด ธัญเรศถือโอกาสพักผ่อนก่อนจะตั้งใจลุยงาน พอแกะซองดูเอกสารด้านใน เธอถึงกับตาโต

   เอกสารโอนหุ้นบริษัท
   ผู้โอน นางธนิดา รักษ์สกุล
   ผู้รับโอน นายลีโอ แบรนดอน

   ‘แม่ขายหุ้น...ทำไมถึงแม่ทำแบบนี้’

   ‘แม่ขายหุ้นให้ใครกัน’

   ‘ทำไมแม่ทำแบบนี้ ทำไมแม่ไม่รักษาบริษัทของพ่อ’


   ธัญเรศเก็บสำเนาเอกสารทั้งหมดใส่ไว้ในซอง แล้วรีบเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า หลังจากนั้นไม่นานหญิงสาวก็ออกจากห้องไป กดปุ่มที่ผนังหน้าลิฟต์ลงรัวๆ เมื่อมองตัวเลขกว่าจะถึงชั้นของเธอทำเอาใจที่ร้อนรน พอประตูลิฟต์เปิดจึงเข้าไปในลิฟต์ยิ้มรับพนักงานคอนโดที่ยืนคู่กับชายหนุ่มหน้าตาดี เขาส่งยิ้มให้เธอ แต่เธอไม่อยู่ในอารมณ์ที่ยิ้มเป็นมิตรกับคนแปลกหน้านัก

   ดังนั้นเมื่อถึงชั้นหนึ่ง หญิงสาวรีบเดินไปยังที่จอดรถ ได้ยินเสียงพนักงานที่เดินตามหลังเธอพูดขึ้น

   “ออฟฟิศเชิญด้านนี้ค่ะ คุณแดนดนัย”

   ธัญเรศละความสนใจชายหนุ่มสูทสีเขียวทันทีเมื่อถึงรถ ใจเธอตอนนี้ไปอยู่ที่บ้านแม่เธอแล้ว พอออกจากคอนโดเธอต้องชะลอรถเมื่อเห็นคนคุ้นเคยยืนหัวเสียอยู่

   “รถเป็นอะไรคะ อามานะ”

   ชายวัยกลางคนส่ายหน้า ถอนหายใจอย่างแรง พร้อมปิดกระโปรงหน้ารถลง

   “มันรวนๆ แต่เช้าแล้ว คิดอยู่เหมือนกันว่าจะไม่ขับมา”

   “ขับข้ามฝั่งมา มันคงไม่อยากไปไกลรึเปล่าคะ” ธัญเรศใจเริ่มสงบลง ก็เริ่มมีอารมณ์ขันแหย่อามานะ

   “คงงั้น” อามานะถึงกับหัวเราะออกมา “อาจะมาหาเพื่อนแถวนี้ เจ้าแก่รถของอาดันมาเสียซะได้ หนูธัญญ่าจะไปไหนแต่เช้า”

   “ไปหาคุณแม่ค่ะ” น้ำเสียงห้วนๆ บ่งบอกถึงอารมณ์ของคนพูด ก่อนจะปรับโทนใหม่เมื่อเธอคิดได้ว่าพูดกับผู้ใหญ่

   “อามานะรู้ไหมคะ แม่ขายหุ้นบริษัทให้ฝรั่งที่ไหนก็ไม่รู้”

   อามานะพยักหน้า

   “เลขาเอาสำเนาให้อาดูแล้วล่ะ หนก่อนก็ขายให้คุณโยธิน นี่คุณพี่ขายให้ฝรั่งอีก ไม่นานบริษัทของพี่สิทธาคงเปลี่ยนมือ”

   “ธัญญ่าไม่ยอมหรอกค่ะ คุณอาไปกับธัญญ่าไหมคะ” เธอชวนให้อาเป็นกองหนุน

   “อาไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก ทะเลาะกับคุณพี่ธนิดาจนเบื่อแล้ว หนูไปคุยน่าจะดีกว่า เดี๋ยวหาว่าอายุหนูธัญญ่าอีก”

   “ค่ะ คุณอา งั้นให้ธัญญ่าไปส่งคุณอาทีบ้านเพื่อนไหมคะ”

   “ไม่เป็นไรจ้ะ อาโทรบอกเพื่อนแล้ว เดี๋ยวเขาจะหาช่างมาดูรถให้อาด้วย หนูไปเถอะ เดี๋ยวรถจะติด”

   “ค่ะ งั้นหนูไปก่อนนะคะ ได้เรื่องยังไง จะมาเล่าให้คุณอาฟัง”

   “จ้ะ เออ...พรุ่งนี้คุณโยธินนัดอาไว้ว่าจะเข้าบริษัทมาคุยกับอา ธัญญ่ามาฟังด้วยก็ดีนะ เขานัดสิบโมง”

   “ได้ค่ะ ธัญญ่าจะเข้าไป ขอบพระคุณคุณอามากนะคะ คุณอายังรักบริษัทมากว่าแม่อีก”

   ธัญเรศยกมือไหว้อามานะ ก่อนจะขับรถออกไป


การจราจรบนท้องถนนสายๆ วันหยุด เริ่มคับคั่ง ธัญเรศตัดสินใจขับขึ้นทางด่วน เพียงไม่นานก็ถึงหมู่บ้านจัดสรรย่านชานเมือง เธอโทรเข้าบ้านว่าจะเข้าไป ป้าวันดีบอกว่าแม่เธออยู่บ้าน แต่นายเดชาไม่อยู่ มันทำให้อารมณ์ของธัญเรศดีขึ้นมาบ้าง จนป่านนี้เธอยังทำใจยอมรับนายเดชาไม่ได้อยู่ดี ในความคิดเธอ เขามันก็ปลิงดีๆ ที่มาเกาะแม่

ป้าวันดีรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้าน พอเธอไปถึง นางจึงเปิดประตูใหญ่ ธัญเรศถึงได้ขับเข้าไปจอดรถในบ้าน

“สวัสดีค่ะ ป้าวัน แม่ตื่นรึยังคะ”

“ตื่นแล้วค่ะ คุณหนูรับกาแฟไหมคะ เดี๋ยวป้าชงให้” ป้าวันดีเดินไปปิดน้ำ วางสายยางไว้แถวๆ ก๊อกน้ำ กำลังจะเข้าบ้านไปเตรียมกาแฟให้คุณหนูของเธอ

“เรียบร้อยมาแล้วค่ะ ป้าตามสบายนะคะ เดี๋ยวหนูเอาอะไรจะจัดการเอง หนูแวะซื้อกับข้าวมาสามสี่อย่างด้วย”

   ป้าวันดียิ้มรับ ก่อนจะเดินมาที่รถ หยิบถุงอาหารที่ธัญเรศซื้อมาเดินเข้าครัว ธัญเรศเดินสำรวจรอบๆ บ้าน ป้าวันดีดูแลบ้านให้เธอและแม่เป็น
อย่างดี หญ้าที่สนามไม่รกเหมือนครั้งก่อน แม่คงจ้างคนมาตัดเรียบร้อย พอเดินเข้าบ้านเห็นเฟอร์นิเจอร์ชุดใหม่ตั้งกลางห้องรับแขกแทนชุดเก่าที่ใช้มานาน ตู้เย็นใหม่ใหญ่กว่าเดิม ตั้งอยู่แทนที่ตัวเก่า ทีวีจอใหญ่ขึ้น พร้อมชุดเครื่องเสียงที่กำลังเปิดอยู่

   คุณธนิดากำลังนั่งดูหนังออนไลน์ที่เพิ่งออกจากโรงภาพยนตร์ไม่นานนี้ เรื่องนี้เธอเพิ่งไปดูก่อนหน้านี้ พอแม่เห็นเธอนั่งลงข้างๆ พร้อมวางซองเอกสารน้ำตาลบนโต๊ะ เธอก็ละสายตาที่ดูหนัง หยิบรีโมตกดเบาเสียงลง ธัญเรศยกมือสวัสดีแม่

   “กินอะไรมารึยัง”

   คำพูดที่เธอเตรียมมาจะคุยกับแม่ ถึงกับกลืนหายลงไป เมื่อแม่ส่งยิ้มมาให้

‘เดี๋ยวค่อยถามแล้วกัน’ เธอยังไม่อยากให้บรรยากาศตอนนี้เสียไป เธอไม่อยากทะเลาะกับแม่ แต่หนนี้คงเลี่ยงไม่ได้ จะว่าไประหว่างเธอกับแม่ มักจะทะเลาะกันมากกว่าคุยกันดีๆ ด้วยซ้ำไป แต่วันนี้ท่าทางแม่เธออารมณ์ดีมาก

   “กินฝรั่งจิ้มเกลือนี่สิ อร่อยดีนะ กรอบ สด ไม่นิ่ม ลูกชอบแบบนี้นี่”

   ธัญเรศหยิบฝรั่งเข้าปาก ดูหนังไปกับแม่

   “ลูกดูเรื่องนี้รึยัง”

   “ดูแล้วค่ะ เพิ่งดูไม่นานนี้เอง”

   “โอเค งั้นเดี๋ยวแม่เปลี่ยนเรื่องใหม่” คุณธนิดาหยิบรีโมตจะเปลี่ยนช่องเลือกหนังใหม่

   “ไม่เป็นไรค่ะ ดูแล้วดูอีกได้ แม่ดูให้จบเถอะค่ะ หนังใกล้จะจบแล้วล่ะ เดี๋ยวหนูขึ้นไปเอาของที่ห้องก่อนนะคะ”

   จู่ๆ เธอก็เกิดอาการพูดไม่ออกขึ้นมา ทั้งที่ตั้งใจจะมาคุยกับแม่เต็มที่ ธัญเรศหยิบซองน้ำตาลติดมือไปด้วย

   ‘กินข้าวเสร็จค่อยคุยแล้วกัน’
   
   “เมื่อวานแม่แวะไปคอนโดหนูรึเปล่าคะ” ธัญเรศเปิดบทสนทนาทันที่ที่กินข้าวเสร็จ และย้ายเข้ามานั่งในห้องรับแขกเรียบร้อยแล้ว

   “เปล่า”

   “เมื่อเช้าล่ะคะ” ธัญเรศยังคงถามต่อ

   “เปล่านี่ ฉันจะไปทำไม” ใบหน้าที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามมองธัญเรศ เลิกคิ้ว สายตาที่มองมายังคงงุนงง

   “แม่อย่าแกล้งไม่รู้สิคะ นี่ไง แม่เอาไอ้ซองบ้าๆ มาให้ธัญญ่า เมื่อคืนธัญญ่ากลับดึก ไม่ทันเห็นเพิ่งมาเห็นในตู้เมื่อเช้า” ธัญเรศโวยวายพร้อมวางซองไว้บนโต๊ะ ตรงหน้าแม่ของเธอ

   “อะไร” คนเป็นแม่หยิบซองขึ้นมาเปิดดู เลิกคิ้วประหลาดใจเมื่อเห็นเอกสารข้างในซอง

   “ช่างเถอะค่ะ ใครจะส่งให้หนูก็ช่าง แต่ว่า แม่ขายหุ้นทำไมคะ”

   คุณธนิดาไม่ตอบ แต่กดรีโมตเลือกช่องดู

   “แม่คะ...”

   คุณธนิดายังคงเงียบ ดูรายการทีวีอย่างตั้งใจ

   “แม่!”

   “เอ๊ะ...อย่ามาเสียงดังใส่แม่นะ ธัญญ่า” คนเป็นแม่แสดงอาการไม่พอใจออกมา

   “ทำไมนะเหรอ ฉันเคยบอกแกไปแล้วไง บริษัทมันจะไปไม่รอด ฉันก็ต้องหาทางดิ้นรนสิ”

   “หนูจะหาทางให้บริษัทอยู่รอดค่ะ” ธัญเรศบอกด้วยสีหน้ามั่นใจ

   “เฮอะ” ธนิดาแค่นเสียง โยนรีโมตไปที่โต๊ะ “ฉันพยายามแล้ว ไม่ใช่ฉันไม่พยายาม พ่อแกตาย บริษัทมีแต่จะแย่ลง พนักงานก็ทำงานไม่เต็มที่ ยิ่งอามานะคนเก่งของพ่อแกยิ่งแล้วใหญ่” คุณธนิดาตอบกลับยาวเป็นชุด

   “ฉันเคยบอกแกไปแล้ว อยากรู้ว่าบริษัทเป็นยังไง ก็เข้าไปบริหารเองสิ แล้วแกจะรู้ อีกอย่าง...” คุณธนิดาเงียบไปเพียงครู่ ก่อนจะพูดต่อ

“ฉันเป็นหนี้เยอะแยะ ไม่ขายจะเอาเงินที่ไหนใช้ เงินเดือนๆ หนึ่งจากบริษัท จะไปพอกินอะไร”

   “แม่ก็ประหยัดสิคะ เลิกเข้าบ่อนด้วย ว่าแต่แม่ขายเขาไปเท่าไหร่คะ หนูจะซื้อคืน”

   คุณธนิดาหัวเราะ น้ำเสียงที่พูดราวกับจะรู้ว่า มันเป็นไปไม่ได้ที่ธัญญ่าจะทำได้

   “ห้าสิบล้าน อย่าบอกนะว่าจะเอาจากยัยป้าแกที่อยู่โน่นมาให้” น้ำเสียงที่เอ่ยถึงพี่สาวของอดีตสามีอย่างไม่ชอบใจนัก

   “ห้าสิบล้าน อะไรกันแม่ มากมายขนาดนั้น”

   “ฉันถึงต้องขายบริษัทที่ใกล้จะเจ๊งให้เขาแทนไง” เสียงหัวเราะของคุณธนิดาราวกับเธอเป็นผู้ชนะที่จัดการทุกอย่างได้อย่างลงตัว “ไอเดีย
พ่อเลี้ยงแกดีนะ ช่วยให้เราไม่ต้องแบกบริษัทที่กำลังจะเจ๊ง”

   “ไม่ได้นะแม่”

   “ขายไปแล้ว จะไม่ได้ยังไง เงินก็ใช้ไปแล้ว” หญิงสาวปรายตาไปมองโซฟาตัวใหม่ที่นั่ง กับตู้เย็นที่อยู่มุมห้อง “อีกอย่าง ฉันจะไปมาเก๊า ซื้อตั๋วไว้แล้วด้วย”

   “แม่!”

ธัญเรศโกรธแม่ของเธอจนพูดไม่ออก แม่ทำราวกับไม่สนใจบริษัทของพ่อเลย ไม่เห็นความสำคัญของมันเลย พ่อถึงทำพินัยกรรมยกหุ้นส่วนของพ่อให้เธอครึ่งหนึ่ง ไม่อย่างนั้นสิ่งที่พ่อสร้างมาคงต้องจบลง

เธอไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นแน่!

   “ธัญญ่าจะไปจัดการ เขาหลอกแม่ชัดๆ ”

   “แกจะบ้าเหรอ แม่ได้ข่าวว่าเขามีอิทธิพลอยู่นะ”

   “มาฟง มาเฟียอะไรธัญญ่าก็ไม่สนใจ

   “ตามใจแก เขาพูดภาษาไทยได้นะแต่อย่าไปหาเรื่องทะเลาะกับเขานักล่ะ หนุ่มโสด รูปหล่อเชียวนะ แกไม่สนใจรึ แม่ชักอยากได้เป็น
ลูกเขยซะแล้วสิ”

   “ธัญญ่าไม่ได้จะไปหาเรื่องกับเขา แต่จะไปคุยให้รู้เรื่องต่างหาก เรื่องเล่นอีก เมื่อไหร่แม่จะเข็ดเลิกเล่นเสียทีนะ ถือว่าหนูขอได้ไหมคะ” เธอรู้ว่าขอไปก็ไม่ได้ แต่เธอต้องทำให้แม่เลิกเข้าบ่อนให้ได้ ต้องให้แม่สลัดปลิงที่เกาะและยุแม่ให้ได้

   “ฉันไม่ค่อยได้เล่นหรอกน่า อย่ามาทำเป็นสอน”

   “หนูกลับก่อนค่ะ แล้วจะแวะมาใหม่ สวัสดีค่ะแม่”

   ธัญญ่ายกมือไหว้แม่ หยิบซองน้ำตาลที่เธอนำมาด้วยกลับไปพร้อมกับเธอ

‘พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ ต้องหาทางแก้ แต่ตอนนี้ต้องไปคุยกับอีตาฝรั่งที่ซื้อหุ้นนี่ก่อนเถอะ หนอยแน่ะหลอกซื้อหุ้น อย่าคิดว่าไม่รู้ ว่าแต่เขาจะเอาไปทำอะไร ถ้ามันจะเจ๊งอย่างที่แม่บอก แม่ไม่ได้ส่งให้ แล้วใครกันนะที่ส่งมาหรือเป็นนายที่ส่งให้ฉัน ได้เลย ฉันจะไปหานาย อย่าคิดว่าฉันจะกลัวมาเฟียอย่างนาย’

ธัญเรศดูหมายเลขห้องกับโรงแรมบนกระดาษโน้ตที่แนบมากับเอกสารในซองน้ำตาล

   โรงแรม..... ห้อง 1929

   ธัญเรศมองไปรอบๆ ห้องล็อบบี้โรงแรม เธอยังไม่เคยมาที่โรงแรมนี้ ตกแต่งสไตล์ไทยได้อย่างสวยงาม พนักงานต้อนรับก็ล้วนแต่นุ่งชุดไทย อาจจะมีดัดแปลงบ้างนิดหน่อย แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ไทย หญิงสาวยืนลังเลระหว่างจะบุกไปที่ห้อง หรือให้เขาลงมา

   เธอเลือกอย่างหลัง ธัญเรศเดินไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์

   “ดิฉัน...ธัญเรศมาขอพบ มิสเตอร์ลีโอ แขกที่พักห้อง 1929 ค่ะ”

   ประชาสัมพันธ์สาวส่งยิ้มหวานให้

   “รอสักครู่นะคะ” แล้วเธอต่อสายโทรศัพท์ไปยังห้อง พูดคุยเป็นภาษาอังกฤษ พอวางหูเสร็จ เธอก็เงยหน้าขึ้น

   “มิสเตอร์ลีโอ ให้ขึ้นไปพบที่ห้องได้เลยค่ะ”

   “ขอบคุณค่ะ”

   ธัญเรศส่งยิ้มขอบคุณไปยังประชาสัมพันธ์สาวสวย แต่พอเดินห่างออกมา ทางจะขึ้นลิฟต์ มีโทรศัพท์ภายในตั้งอยู่บนชั้นวางของ เธอกดหมายเลขห้องทันที ไม่นานก็มีคนมารับสาย

   “ครับ ให้เธอขึ้นมาที่ห้องได้เลยครับ” เสียงทุ้มนุ่มดังเข้ามา

   “ฉันไม่ขึ้นไป คุณลงมาที่ล็อบบี้สิ”

   เสียงในสายเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะมีเสียงตอบเธอกลับมาว่า

   “ผมรอที่ห้อง ถ้าไม่ขึ้นมา ผมก็ไม่รับแขก” แล้วลีโอก็วางสายลง

   ธัญเรศจุ๊ปากแบบขัดใจ

   น่าเกลียดชะมัด

   หรือเธอจะกลับไปก่อนค่อยคุยทีหลัง

   ไม่ได้ๆ มาถึงนี่แล้ว ต้องคุยให้รู้เรื่อง

   ธัญญ่า ไหนเธอบอกจะลุยให้ถึงที่สุดไง

   ทำไมใจสั่นๆ รู้สึกแปลกๆ พิกล
   
 ตั้งแต่เกิดเรื่องใหญ่กับเธอครั้งนั้น เวลาไปพบใครที่โรงแรมมันทำให้เธอหวั่นๆ แต่ครั้งนี้มันต่างกัน เธอต้องไปพบคนที่ซื้อหุ้นบริษัทพ่อ เธอต้องหาทางเอากลับคืนมา คนอย่างเธอเดินหน้าแล้วจะไม่มีวันถอยเด็ดขาด

   ธัญเรศกดลิฟต์ไปชั้น 19 เพียงไม่นานนัก ตัวเลขที่ลิฟต์เลื่อนขึ้นก็ถึงชั้น 19 เมื่อประตูลิฟต์เปิด เธอเดินออกมา มองหาห้อง จนมาถึงห้องหมายเลข 1929 ไอเย็นข้างในกระจายออกมาตามซอกหลืบประตู หากแต่พอประตูเปิดออกมา ไอเย็นกลับไม่ทำให้เธอรู้สึกเย็นไปกับมัน เมื่อเห็น
ว่าใครเป็นคนเปิดประตูออกมา

   “นาย...” เธอถึงกับพูดไม่ออก เมื่อคนตรงหน้าเป็นคนที่เธอสาบานว่าจะไม่เจออีกตลอดชีวิต

   “สวัสดีครับ ผม...ลีโอ แบรนดอน เชิญคุณผู้หญิงด้านในได้เลยครับ”

คำกล่าวที่แสนสุภาพกับอาการของชายหนุ่มที่มองเธอมาอย่างปกติ สายตายิ้มอย่างเป็นมิตร เชื้อเชิญเธอเข้าไปในห้อง เขาทำราวกับ จำเธอไม่ได้...

เขาจำเธอไม่ได้!

มันทำให้ธัญเรศยิ้มออกมาอย่างโล่งอก

รีบคุยรีบกลับ เธอบอกกับตัวเอง

“สวัสดีค่ะ ดิฉัน ธัญเรศ รักษ์สกุล มีธุระจะมาคุยกับคุณไม่นาน แต่ดิฉันว่าเราลงไปคุยกันที่ล็อบบี้ดีไหมคะ จะได้ดื่มกาแฟไปด้วยคุยกันไปด้วย”

“ผมว่าไม่จำเป็น ในห้องผมก็มีกาแฟ หรือคุณอยากดื่มอะไรเป็นพิเศษ โทรสั่งเอาก็ได้ ผมกำลังทำงานอยู่ ไม่สะดวกลงไป” เสียงที่เริ่มเข้มขึ้นราวกับไม่สนใจเธอ พูดจบเขาก็เดินกลับเข้าไปด้านในห้อง

ธัญเรศลังเลเพียงชั่วครู่ จึงได้ก้าวตามเข้าไป ห้องนี้เป็นห้องสูท โซฟารับแขกที่ตอนนี้เต็มไปด้วยหนังสือ และกระดาษวางเต็มไปหมด ชายหนุ่มเก็บหนังสือออกจากเก้าอี้วางบนโต๊ะ

“รกไปหน่อย แต่ยังนั่งได้”

ธัญเรศรีบนั่งลง มองไปยังหนังสือบนโต๊ะ ทำให้ไม่เห็นรอยยิ้มที่มุมปากของชายหนุ่มที่มองมายังเธอ

“ขอโทษนะคะที่มารบกวนเวลาทำงานของคุณ แต่ฉันมีเรื่องจะมาคุยกับคุณ”

ธัญเรศพยายามคุมเสียงให้เป็นปกติ เมื่อลีโอนั่งเก้าอี้ตรงข้ามเธอ แต่ดวงตาจ้องมองที่ใบหน้าของเธอ

“คุณจะดื่มกาแฟอะไร”

“เอ่อ...ไม่เป็นไรค่ะ”

“อ้าว! ไหนคุณบอกนั่งจิบกาแฟไปคุยไป”

อุณหภูมิแอร์ในห้องแม้ตัวเลขจะขึ้นเลข 20 แต่เธอกลับรู้สึกร้อนอยู่ภายใน

“คาปูชิโน่เย็นก็ได้ค่ะ”

“โอเค รอสักครู่” ลีโอหมุนโทรศัพท์ลงไปสั่ง เขาสั่งกาแฟของเขามาด้วย พร้อมกับเค้กสองสามชิ้น

“คือที่ฉันมาพบคุณ...”

“เดี๋ยวค่อยพูดก็ได้ ผมขอเคลียร์โต๊ะก่อนจะได้นั่งดื่มกาแฟได้อย่างสะดวก ไม่งั้นงานผมเลอะเทอะหมด”   

ลีโอค่อยเก็บงานมากองอย่างใจเย็น ก่อนจะยกกองกระดาษ เข้าไปไว้ในห้องนอน เขาเปิดประตูห้องนอนทิ้งไว้ ธัญเรศมองตามเห็นเตียงนอน ถึงกับกลืนน้ำลายด้วยความยากลำบาก ลีโอถอดเสื้อเชิ้ตเลือกเสื้อในตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อยืดออกมาพาดบ่าไว้ เขายืนหันหลังให้ประตูห้องนอน แต่เขารู้ว่าธัญเรศจะต้องมองตามแน่นอน เขารีบหันหน้าออกมาดูเมื่อได้ยินเสียงของตก

ธัญเรศทำกองหนังสือเขาหล่นกับพื้น ลีโอรีบออกมาเก็บ แอบมองใบหน้าที่ระเรื่อแดงขึ้นเรื่อยๆ นึกขำอยู่ข้างใน
ทำไมเขาจะจำเธอไม่ได้ แม่สาวน้อย

จำได้ทุกสัมผัสเลยด้วยซ้ำ

การเจอกันครั้งนี้ เธอหนีฉันไปไหนไม่ได้หรอก...แม่สาวน้อย

ร่างกายบางส่วนเขาเริ่มมีปฏิกิริยาตื่นตัว เมื่อภาพเธอครั้งนั้นผุดขึ้นมาในหัว

ใจเย็นๆ ลีโอ

เขาได้แต่เตือนตัวเอง เพื่อไม่ให้หญิงสาวตื่นตกใจ เขาต้องใจเย็นๆ ยังไงเขาต้องได้ครอบครองเธอแน่

“ขอโทษ...” เขาบอกไปแค่นั้น ทำทีรีบสวมเสื้อยืดโดยเร็ว ยกกองหนังสือไปวางรวมไว้ที่โต๊ะทำงาน   

เสียงเคาะห้องดังขึ้นมาขัดจังหวะ ลีโอเดินไปเปิด เป็นบริกรหนุ่มมาเสิร์ฟกาแฟและเค้กที่เขาสั่งไว้ เขายืนคอยเพื่อให้ทิปงามๆ กับบริกรหนุ่ม ที่ดีใจรีบเดินออกจากห้องไป

“เชิญครับ...” เขายกกาแฟขึ้นจิบ

“ฉันอยากจะคุย...”

“ผมว่าคุณลองเค้กส้มนี่สิ อร่อยนะ ผมลองแล้ว หมดนี่แล้วเราค่อยคุยกันก็ยังทัน วันนี้ผมว่าง”

ลีโอถ่วงเวลาเพื่อให้เธออยู่กับเขานานขึ้น แต่สิ่งที่เธอทำมันทำให้เขาประหลาดใจ

“ระวังเค้กติดคอล่ะ” เขาพยายามที่จะไม่ยิ้มให้เธอเห็น กับการที่เธอกินเค้กส้มคนเดียวจนหมดชิ้นในเวลารวดเร็ว

“ทีนี้คุณจะฟังฉันได้รึยัง”   

“ได้ ว่ามาเลย”

“ฉันมาขอซื้อหุ้นที่แม่ขายคืน

“ห้าสิบล้าน!”

“ห้า..ห้าสิบล้าน!” หญิงสาวตะโกนดังลั่น

“คุณซื้อจากแม่มา สามสิบล้าน ทำไมขายตั้งห้าสิบล้าน” ธัญเรศหัวเสียกับการที่ลีโอตั้งราคาขายสูงลิบ

“ฉันจะหาเงินจากไหนมากมายขนาดนั้นมาให้คุณ ฉันบอกคุณไว้เลยนะ บริษัทกำลังประสบปัญหาขาดทุน คุณจะซื้อไปทำไม”

“เรื่องของผม ผมอยากได้ก็แล้วกัน พอจะเป็นคำตอบได้ไหม”

ลีโออยากจะตอบไปด้วยซ้ำ ‘ผมอยากได้คุณ’ แต่ยังนึกสนุกกับอาการอึดอัดของหญิงสาว

“ฉันมาตกลงกับคุณดีๆ นะ ไม่ได้มากวน”

“ผมก็บอกกับคุณดีๆ แล้วไง ถ้ามีห้าสิบล้านค่อยมาคุยกันใหม่”

“คุณโก่งราคาเกินไป ฉันจะฟ้อง”

“ผมว่า พรุ่งนี้ผมจะเข้าไปนั่งทำงาน คุณมานะยังไม่ได้บอกคุณรึไง คุณเตรียมแต่งตัวสวยๆ ต้อนรับจะดีกว่ามัง  เผื่อผมจะอารมณ์ดีเห็นคนสวยๆ แล้วลดราคาให้”

“หื่น” ธัญเรศพึมพำเบาๆ

ลีโอยิ้มที่มุมปาก หากเขาทำเป็นไม่ได้ยินที่เธอว่า

“พูดหวานๆ กับผม ก็ไม่แน่นะ สักวันผมอาจจะใจอ่อนคืนหุ้นให้ก็ได้”

ก่อนอื่นผมว่า เราควรแนะนำตัวเองกันอย่างเป็นทางการก่อนจะคุยธุรกิจกันนะ” พูดจบลีโอก็เดินไปตรงหน้าหญิงสาว พร้อมยื่นมือรอเช็กแฮนด์ ธัญเรศยื่นมือไปจับด้วย

“ดิฉัน ธัญเรศ รักษ์สกุล หุ้นส่วนบริษัท พีค เพอร์ฟอร์มานซ์”

ลีโอไม่ยอมปล่อยมือที่จับ กลับบีบมือนั้นแน่นขึ้น เมื่อธัญเรศพยายามดึงมืออก แนะนำตัวเอง

“ชื่อผมคุณคงจะรู้จักอยู่แล้ว แต่ผมจะบอกคุณเพิ่มเรื่องธุรกิจของผมก็แล้วกัน คุณจะได้มั่นใจว่าผมดูแล พีค เพอร์ฟอร์มานซ์ได้”
ธัญเรศจุ๊ปากขัดใจ ก่อนจะดึงมือออกจากมือเขาได้ ถอยห่างออกไปยืนตั้งหลักสองสามก้าว

“ฉันไม่สนว่าคุณทำธุรกิจอะไร แต่อย่ามายุ่งกับบริษัทพ่อของฉัน”

“ผมดูแลธุรกิจของที่บ้าน คล้ายกับคุณนั่นแหละ แต่ของผมจะครบวงจรกว่า มีทั้งเจล และกำลังขยายกิจการผลิตถุงยางอนามัยหลายรุ่นหลายกลิ่น ทุกสิ่งอย่างพร้อม คุณไม่ต้องห่วงว่าผมจะบริหารงานไม่ได้ อีกอย่าง...”

ธัญเรศมองลีโออย่างระวัง เพราะที่บ้านผลิตถุงยางอนามัยนี่แหละที่มีปัญหากับเธอมาตลอด แม่ถึงได้เอาเป็นข้ออ้างว่าเธอจะไม่สานต่อธุรกิจของพ่อ แต่พอต้องมาฟังเขาแจกแจง กลับรู้สึกแปลกๆ

“อีกอย่างก็คงเป็นธุรกิจผิดกฎหมายสินะ”

ลีโอหรี่ตา ยิ้มแบบมีความหมาย แต่เธอไม่ชอบรอยยิ้มนี้เลยจริงๆ

“ผมเป็นหุ้นส่วนโรงแรม เวสต์วูด ซิดนีย์ เคยไปพักรึเปล่าครับ เห็นว่าคุณเพิ่งกลับจากซิดนีย์”

“ไม่!” ธัญเรศตอบกลับเสียงเข้ม

“ถ้าคุณยังไม่ขายไม่เป็นไร ยังไงฉันก็จะหาทางเอามันคืนกลับมาให้ได้ วันนี้ฉันขอตัวกลับก่อนค่ะ”

โดยไม่รอว่าลีโอจะตอบกลับว่ายังไง ธัญเรศคว้ากระเป๋าถือเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว แต่เสียงหัวเราะชอบใจที่ดังตามมามันทำให้เธอเดินอย่างเร็ว จนเกือบจะชนคนที่เดินออกมาจากลิฟต์  ธัญเรศได้แต่พึมพำขอโทษโดยไม่มองหน้า เดินเข้าลิฟต์กดปิดอย่างเร็ว ราวกับต้องการไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดเท่าที่เท้าเธอจะก้าวไปได้

5
1 กลิ่นร่ำ / รัญชิดา / ขยี้รักจอมบงการ บทที่ 4.1
« เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2018, 01:34:08 PM »
ธัญเรศยักไหล่รีบเดินออกไปจากจุดที่ยืนคุยกับแม่ของเธอเช่นกัน เหมือนกับว่าอยากไปให้พ้นจากตรงนี้ ทำให้ไม่ได้สนใจว่าใครจะมองมา

ถ้าหญิงสาวสังเกตสักนิด จะเห็นว่ามีชายหนุ่มที่ยืนหลบมุมเลือกเสื้ออย่างพิถีพิถันอยู่ใกล้ๆ นั้น แอบฟังบทสนทนาระหว่างเธอกับแม่ตลอด

ลีโอยิ้มราวกับถูกล็อตเตอรี่รางวัลใหญ่เลยทีเดียว หยิบเสื้อที่แขวนไว้ตัวหนึ่งส่งให้พนักงานขายที่ป้วนเปี้ยนใกล้เขาตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องรีบอีกต่อไปเพราะชายหนุ่มรู้แล้วว่าเขาจะหาธัญเรศได้ที่ไหน ไม่นานเธอจะต้องวิ่งมาหาเขาอย่างแน่นอน

ชายหนุ่มเดินกลับไปยังร้านหนังสือ ป่านนี้เพื่อนรักคงบ่นเป็นหมีกินผึ้ง พอใกล้ถึงร้านหนังสือ ลีโอหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายแดนดนัยที่หน้านิ่วคิ้วขมวดรออยู่

“หายไปไหนมาวะ” แดนดนัยบ่นทันทีที่ลีโอเดินมาใกล้ “ไอ้เราก็นึกว่าจะตามเข้าไปในร้าน เดินหาจนทั่วร้านก็ไม่ยักเจอฝรั่งผมทองสักคน”  เขาจ้องหน้าลีโอ

“หรือแกเดินตามสาวไทยคนไหนอีกวะ”

แม้จะเป็นคำพูดแซวเล่นของแดนดนัย แต่ก็ทำให้ลีโอสะดุ้ง

“ไปกันเถอะ เดี๋ยวคุณลุงจะรอนาน” ลีโอพูดตัดบท

“นั่นไง มีพิรุธ” แดนดนัยยังไม่ยอมเลิกรา “ทำเป็นฝรั่งตรงต่อเวลา อยู่เมืองไทยต้องทำตัวแบบคนไทยโว้ย”

แดนดนัยหัวเราะชอบใจที่เขาไม่เถียง ลีโอทำได้แค่เดินนำก่อนจะหยุด และหันมาบอกเพื่อน

“เดินนำสิ!”

แดนดนัยเดินแซงลีโอ มุ่งตรงไปยังร้านอาหารที่นัดกับพ่อของเขา พอใกล้จะถึงร้าน เขาหยุดชะงักเมื่อเห็นใครยืนคุยกับพ่อของเขาไกลๆ จึงหันหน้าไปบอกลีโอที่เดินตามมา

“คุณธนิดา กรรมการผู้จัดการของพีค เพอร์ฟอร์มานซ์”

ลีโอพยักหน้า เขารู้แล้วว่าเธอคือใคร เพราะเพิ่งเจอกันไม่นานก่อนหน้านี้อยู่กับสาวสวยซึ่งเขาไม่คิดว่าจะเจอกันได้รวดเร็วกว่าที่คิด เขาเลือกจะเงียบไม่บอกเพื่อนแต่อย่างใด

“คนนั้นคงจะมากับคุณธนิดา”

เขาหมายถึงชายหนุ่มที่อ่อนกว่าธนิดาแต่คงจะอายุมากกว่าเขา กำลังมองมายังเขาสองคนราวกับจะหาเรื่อง แต่ยังไม่กล้าบุ่มบ่ามเหมือนจะจำแดนดนัยได้

“อ้าว...มากันแล้ว ผมคงต้องขอตัวก่อนนะครับ”

โยธินพ่อของแดนดนัยพูดขึ้นมาเมื่อเห็นสองหนุ่มเดินยิ้มเข้ามา

“คืนนี้นิดาจะแวะไปที่ผับนะคะ” ธนิดารีบย้ำราวกลับกลัวเจ้าของผับแกงการูจะลืม

“ครับ” โยธินรับทราบ เขาเห็นสายตาที่ลีโอมองไปยังธนิดา

“ผมเกือบลืมแนะนำ ต่อไปคงได้เจอกันอยู่เรื่อย” โยธินมองไปยังลีโอ “ลีโอ นี่คุณธนิดาหุ้นส่วนใหญ่บริษัท พีค เพอร์ฟอร์มานซ์ คุณธนิดาครับ นี่คุณ
ลีโอ แบรนดอน คนหนุ่มไฟแรงที่ปรึกษาของแกงการูผับครับ” โยธินแนะนำทั้งสองฝ่ายให้รู้จักกัน
ธนิดายื่นมือไปสัมผัสมือของลีโอ

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณธนิดา” ลีโอทักทายเป็นภาษาไทย

“ยินดีเช่นกันค่ะ” ธนิดาชะงักไปชั่วครู่ “ว้าว! พูดภาษาไทยได้ด้วย เก่งจังเลยค่ะ” เธอคงจะไม่หยุดคำชื่นชมหากไม่มีเสียงกระแอมจากคนข้างกาย

“คุณลีโอคะ นี่เดชาสามีดิฉันค่ะ” เธอรีบแนะนำคนที่กระแอมทันที

“สวัสดีครับ” เดชาทักทายขึ้นมาก่อน ลีโอเพียงแค่โค้งรับ

“ไปกันเถอะ” แดนดนัยขัดขึ้นมาก่อนบทสนทนาจะยืดเยื้อ

“เร็วๆ นี้คงได้เข้าไปแนะนำตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งครับ”

“คะ?” ธนิดาไม่เข้าใจสิ่งที่ลีโอบอก

“ขอตัวก่อนนะครับ” แดนดนัยรีบลากลีโอให้เดินไปกับเขา โดยมีโยธินเดินตามหลังมา

“คืนนี้เจอกันที่แกงการูนะคะ” ธนิดารีบบอกก่อนที่จะแยกย้ายกัน

   ชายหนุ่มทั้งสามเดินจากไปสักพักแล้ว แต่คุณธนิดายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม คิ้วขมวดราวกับใช้ความคิดอย่างหนัก

   “คุณว่าฝรั่งคนนี้เป็นยังไงบ้าง” เธอถามเดชาที่ยืนเงียบมานาน

   “ก็ดี แต่สายตามันท่าทางเป็นคนเอาเรื่อง ไม่ยอมใครง่ายๆ อยู่นะ”

   “ท่าทางรวยจริงนะ นี่ถ้าได้เป็นลูกเขยคงจะดีไม่น้อย เราจะได้มีทุนไปต่อยอดได้สบาย”

   “นี่คุณคิดจะจับฝรั่งหัวทองนี่รึ ผมว่าน่าจะกินยากอยู่นะ”

   “ก็ดูกันต่อไป ไม่ลองไม่รู้” สาวใหญ่ยักไหล่ “เรากลับกันเถอะ อยากกลับไปนอนสักตื่น คืนนี้จะได้มีแรงไปแก้มือได้”

   เดชาพยักหน้า “ช่วงนี้ดวงไม่ขึ้น แต่โชคอาจจะเข้าข้างเราคืนนี้ก็ได้”
การเงินของธนิดาอยู่ในสภาพที่เรียกได้ว่าเริ่มจะย่ำแย่ จนต้องขายหุ้นบางส่วนของเธอออกไป และคนซื้อก็คือโยธินเจ้าของผับแกงการู ชักชวนมาที่ผับถึงได้รู้ว่าที่นี่มีบ่อนเล็กๆ สำหรับแขกวีไอพีเท่านั้น คืนนี้ได้แต่หวังว่าโชคจะเข้าข้างเขา เดชาเดินตามธนิดาไปยังที่จอดรถ


ผับแกงการู

ภายในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ บนชั้นสามของผับ มีเคาน์เตอร์สำหรับชงเครื่องดื่ม โต๊ะสี่เหลี่ยมจัตุรัสตั้งอยู่กลางห้อง ชายสามคนนั่งอยู่แต่ละด้าน ธนิดาเป็นผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ร่วมวงไพ่นี้ สายตาจ้องสลับระหว่างไพ่ในมือกับใบหน้าของลีโอที่กำลังใช้ความคิด ก่อนจะวางไพ่ใบหนึ่งบนโต๊ะ เธอยิ้มกว้างออกมา หยิบไพ่ใบนั้นขึ้นมา

“เกม!” ธนิดาพูดอย่างลิงโลด พร้อมหงายไพ่ทั้งหมดบนโต๊ะ

“วันนี้ไม่ใช่วันของผมจริงๆ” ลีโอส่ายหน้า

ชิปกองโตถูกเดชากวาดมาวางข้างหน้าธนิดา ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มกับจำนวนชิปมากมายนั้น

วันนี้ธนิดามือขึ้น แต่เดชาที่สลับมาเล่นแทนบ้างก็เล่นได้ไม่แพ้กัน สองสามีภรรยายิ้มเริงร่า ส่งสายตาแทนคำพูด

ฝรั่งไก่อ่อน!

เดชาพยักหน้าส่งสัญญาณให้กับธนิดา

“วันนี้ดิฉันคงต้องขอตัวกลับก่อนนะคะ นี่ก็ดึกมากแล้วสมองเริ่มไม่ค่อยจะทำงาน คนแก่แล้วก็แบบนี้แหละค่ะ”

ลีโอยิ้ม ยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่มอึกใหญ่ วางแก้วเหล้าบนโต๊ะ บริกรประจำห้องรีบหยิบมาเติมเพิ่ม

“แหม น่าเสียดายจังเลยครับ เอาเป็นว่าผมขอเล่นสามตาสุดท้ายนี้หนักๆ หน่อยนะครับ ขอวัดดวงอีกครั้ง”

“ตกลงครับ” เดชาแทรกขึ้นมา ก่อนจะกระซิบกับธนิดา “คืนนี้คุณดวงนี้อยู่แล้ว เราจะได้ไปเที่ยวลาสเวกัสกันก็คราวนี้แหละ”

   แดนดนัยแจกไพ่ให้กับธนิดา ลีโอ เดชา และโยธิน สองสามีภรรยาหน้าตาเคร่งเครียดเมื่อครั้งนี้โยธินเป็นฝ่ายชนะ กองชิปหายไปครึ่ง มายิ้มออกเมื่อธนิดาแก้มือได้ตาที่สอง ต้องมาลุ้นวัดดวงกันตาที่สาม เป็นลีโอที่ชนะ แดนดนัยกวาดชิปทางฝั่งเดชาและธนิดา ไปยังลีโอ

   ใบหน้าเคร่งเครียดของสามีภรรยานักพนันบ่งบอกอารมณ์ได้เป็นอย่างดี

   “กลับเถอะ” ธนิดาบอกด้วยน้ำเสียงห้วน

   “เดี๋ยวสิครับ เอายังงี๊ก็แล้วกัน” ลีโอเลื่อนชิปทั้งหมดไปยังกลางโต๊ะ

   “แต่ฉันไม่มีชิปมากขนาดนั้น เล่นกับคุณไม่ได้แน่”

   “หาอะไรมาเดิมพันสิครับ” แดนดนัยแนะนำ

   “ธัญญ่าไง” เดชากระซิบกับภรรยา “กองนั้นยี่สิบล้านได้นะคุณ”

   “บ้ารึไงคุณ! ยัยธัญญ่าฉันจะเก็บเอาไว้ให้แต่งงานกับเสี่ยรวยๆ ลูกสาวฉันฝันแบบนั้น”

   ธนิดาตอบด้วยเสียงไม่เบานัก ลีโอตาโตด้วยความประหลาดใจกับสิ่งที่ได้ยิน

   “ใครว่าคุณไม่มี” ลีโอทำท่าคิด ก่อนจะยิ้มมีเลศนัย “หุ้น 10% ของพีค เพอร์ฟอร์มานซ์ ดูจะน่าสนใจกว่า”

   ธนิดารู้สึกผิดหวังที่ลีโอไม่มีทีท่าจะสนใจลูกสาวเธอมากกว่าเงินหรือหุ้นที่เขาเสนอ เงินกองโตนั่นมีมูลค่ามากกว่าหุ้นที่ลีโอเสนอให้เอามาพนัน

   “ฉันตกลง”

   ลีโอพยักหน้าให้กับแดนดนัย เพียงไม่นานแดนดนัยก็หยิบกระดาษพร้อมปากกาวางตรงหน้าธนิดา

   “เซ็นโอนลอยเอาไว้เฉยๆ ครับ ถ้าผมแพ้คุณธนิดาก็เอาเงินกองนี้ไปได้เลยพร้อมฉีกเอกสารนี้ทิ้ง ก็เท่านั้น”

   ธนิดา รักษ์สกุล หุ้นส่วนใหญ่ของบริษัท พีค เพอร์ฟอร์มานซ์ในตอนนี้  หยิบกระดาษขึ้นมาอ่าน มันเป็นใบโอนลอยหุ้น จับปากกาเซ็นชื่อตรงที่กากบาทไว้ เซ็นเสร็จเธอจึงเลื่อนใบโอนนั้นไปรวมกับกองชิป

   วันนี้โชคเข้าข้างเธอแน่นอน เธอย้ำกับตัวเองราวกับเรียกพลังใจกลับมา แต่มันไม่เป็นอย่างที่เธอคิด

   แพ้!

   “กลับกันเถอะ” เดชาบอกด้วยอาการหงุดหงิด แสดงออกอย่างเห็นได้ชัด เมื่อจู่ๆ เงินเป็นล้านๆ ที่ควรจะได้กลับหายวับไปกับตา ใครจะคิดว่าดวงดีอยู่แท้ๆ ดันวืดได้

   “เดี๋ยว...” ลีโอท้วง

   ชายหนุ่มหยิบเช็คจากกระเป๋าขึ้นมาเขียนอะไรบางอย่าง พร้อมยื่นส่งให้ธนิดา

   “ยี่สิบล้านบาท!” สาวใหญ่อุทานด้วยความประหลาดใจ ใบหน้างุนงง แววตามีความสงสัย

   “ถือว่าผมซื้อหุ้นสิบเปอร์เซ็นต์นี้ก็แล้วกัน เดี๋ยวจะมาหาว่าผมโกงเอาหุ้น”

   “ไอ้...” เดชาสบถออกมา “มันก็โกงนั่นแหละวะ”

   “เช็คใบนี้ผมลงวันที่ล่วงหน้าหนึ่งเดือน แต่ถ้าเรื่องโอนหุ้นเรียบร้อยก่อนวันดิว ผมจะเปลี่ยนเช็คให้ทันที”

   ธนิดาลังเลกับเงื่อนไขนี้ เธอไม่รู้ความจริงว่าทำไมเขาถึงอยากได้หุ้นบริษัท พีท เพอร์ฟอร์มานซ์นัก

    บรรยากาศในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ไม่เหมือนตอนแรกที่มีการพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ตอนนี้พนักงานออกไปข้างนอกกันหมดตั้งแต่ก่อนเล่นเกมสำคัญนี้จะเริ่มต้นเสียอีก

   “ผมได้ยินมาว่าคุณอยากขายหุ้นนี้อยู่แล้ว ยังไงถ้าอยากจะขายหุ้นส่วนที่เหลือของคุณธนิดาทั้งหมดก็ได้ ผมให้ 50 ล้าน”

   “คุณต้องการหุ้นบริษัทเราไปทำไม เอาล่ะ ฉันจะบอกคุณตรงๆ เผื่อจะเปลี่ยนใจ กิจการเรากำลังย่ำแย่นะ คุณยังจะซื้อหุ้นอีกรึไง”
ธนิดามองหน้าลีโอ ยากที่จะเดาความคิดเขาได้ ต่างจากเดชา สามีเธอที่ร้อนรนเสียจนใครก็ดูออกว่ากำลังวิตกกังวล ลีโอยิ้มที่มุมปาก

   “ผมยังได้ข่าวมาอีกว่า กิจการคุณแย่ลงตั้งแต่สามีคนก่อนคุณเสียไป บางทีเปลี่ยนผู้บริหาร ผมว่ามันน่าจะไปได้ดีนะ”

   เดชาถลึงตาใส่ลีโอแทบจะทะลุออกมานอกเบ้า

   “นี่คุณกล่าวหาว่าผมทำให้บริษัทแย่รึไง เดี๋ยวก็ไม่ขายเสียนี่” เดชาทนไม่ได้

   “ไม่ขายก็เอาเงินมาคืน สามสิบล้าน” ลีโอพูดหน้าตาย

   “ตกลง ฉันขายหุ้นส่วนของฉันสามสิบเปอร์เซนต์ให้กับคุณ” ธนิดาพูดตัดบทขึ้นมา

   ลีโอยิ้มพอใจกับคำตอบ

   “วันสองวันนี้ผมจะเตรียมเอกสารไปหาคุณธนิดาที่บริษัทนะครับ” โยธินที่นั่งเงียบมานานเอ่ยขึ้น แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมลีโอถึงอยากได้บริษัทนี้นัก ตั้งแต่ซื้อหุ้นในชื่อของเขา จนกระทั่งเดี๋ยวนี้

   ลีโอเลื่อนชิปไปให้ตั้งใหญ่

   “นี่ถือว่าเป็นค่ามัดจำในคำพูดผมก็แล้วกันนะครับ ขึ้นเงินได้ทันที”

   เดชารีบกวาดลงตะกร้า เอาไปขึ้นเงินด้านนอกทันที ราวกับกลัวลีโอจะเปลี่ยนใจ

   “ดิฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ ชักมึน เหล้าที่นี่แรงดีนะคะ” ธนิดาเหลียวไปคุยกับโยธา “จะมาวันไหนโทรบอกกันก่อนนะคะ ดิฉันไม่ได้เข้าบริษัททุกวัน”

   พอคุณธนิดาเดินออกไปได้สักพัก บรรยากาศในห้องก็กลับมาสบายๆ แบบเดิม เมื่อแดนดนัยย้ายเครื่องดื่มมาตั้งใกล้ๆ

   “มาๆ ชนนนนนนนนนนนนน” หลังจากแดนดนัยชงเครื่องดื่มให้ทุกคนเสร็จ ก็ยกแก้วไล่ชนแก้วของพ่อและของลีโอ ทุกคนก็ยกแก้วขึ้นดื่ม

   “หลานใจดีเกินไปรึเปล่า” โยธินทักขึ้นทันที

   “ใช่ๆ แกใจดีไปรึเปล่าวะ ให้ไปตั้งยี่สิบล้าน แถมเงินจากชิปอีก” แดนดนัยเห็นด้วย

   “เปล่า พ่อไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น” โยธินบอกแดนดนัย แล้วจึงหันหน้าไปคุยกับลีโอ “ลุงหมายถึงวันนี้หลานเล่นออมมือให้ เสียตลอดในตอนแรก”

   “ฝีมือแกเล่นชนะพ่อตลอด แพ้ให้กับสองคนผัวเมียนี่ ไม่ใช่แกละ” แดนดนัยโวย

   ลีโอหยิบใบโอนหุ้นขึ้นมาดู แม้มันจะยังไม่สมบูรณ์แต่มันก็มีผลที่จะทำอะไรต่อได้ เขาส่งให้กับคุณโยธา

   “ผมฝากจัดการต่อด้วยครับ วันไปพบคุณธนิดาผมจะไปด้วยนะครับ”

   “ได้เลยหลาน วันนี้ลุงขอตัวไปพักผ่อนก่อนแล้วกัน มีอะไรบอกไว้ที่เจ้าแดนได้ หลานจะกลับไปโรงแรมไหม เดี๋ยวลุงไปส่ง ไม่ต้องรอเจ้าแดนมันก็ได้”

   “ไม่เป็นไรครับ ผมจะนั่งดื่มกับแดนหน่อย ไม่ได้คุยกันนานแล้ว”

   “งั้นตามสบาย ลุงไปละ” โยธายกแก้วขึ้นดื่มจนหมดแก้ว ก่อนจะออกจากห้องไป
   
“เดี๋ยวมา ไปส่งพ่อก่อน” แดนดนัยรีบตามไปส่งพ่อเหมือนเช่นทุกวัน
ลีโอเดินไปนั่งที่โซฟารับแขก เอนตัวพิงเบาะ หลับตาใช้ความคิด แม้จะดึกจนล่วงเข้าวันใหม่แล้วแต่เขายังคงไม่ง่วง เพราะได้นอนไปตอนบ่ายๆ หลังจากกินข้าวเที่ยงกับคุณลุงโยธิน และแดนดนัย ตอนนี้ทั้งตาสว่างและสมองตื่นตัว วันนี้โชคเข้าข้างเขาที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่คิดเอาไว้

ผู้หญิงที่เร่าร้อนคนนั้น ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะเป็นคนแรกของเธอ

ยิ่งมาเจอกันแล้ว เขาไม่มีทางปล่อยเธอไปแน่

ใช่! เขาติดใจ เขาจะต้องให้เธอมาซุกอกเขา

ร้องขอความสุขที่เขามอบให้ ไม่ใช่หนีเขาออกมาแบบนี้

ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนที่ทำกับเขาแบบนี้

รู้ถึงไหน อายถึงนั่น ยังโชคดีที่คืนนั้นไม่มีใครรู้เรื่องลึก

   “คืนนี้แกแปลกๆ อย่างที่พ่อบอกจริงๆ เป็นอะไรวะ ฉันว่าแกมีอะไรกับบริษัทนี่นักหนาวะ ถึงอยากได้มากขนาดยอมลงเงินไปตั้งเยอะ” แดนดนัยทักเมื่อเข้ามาแล้วเห็นลีโอกำลังนั่งใช้ความคิด

   “มีสิ” ลีโอไม่ปฎิเสธ “แต่ขอให้สำเร็จก่อน จะเล่าให้ฟัง”

   “เป็นเรื่องดี?” แดนดนัยตั้งคำถาม

   “แน่นอน ใจเย็นเพื่อน เล่าให้ฟังแน่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้”

   “โอเค เพื่อน ว่าแต่คืนนี้เราไปนั่งดริ้งกันในผับดีไหม ได้ดูสาวๆ ด้วย คร่ำเคร่งกระเป๋าเบาไปแล้ว หาอะไรบันเทิงสายตาดีกว่า”

   “แกนี่มันหื่นเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ นะ” ลีโอหัวเราะ เดินตามแดนดนัยออกไป คืนนี้ขอฉลองให้กับแผนการแรกที่สำเร็จไปด้วยดีก่อนเถอะ

   ‘ไม่คิดว่าจะเจอง่ายๆ แบบนี้ จะทำทุกทางเพื่อครอบครองเธออีกให้ได้ และคราวนี้แหละ เขาจะทำให้เธอเรียกหาแต่เขา’

   แค่คิดมันก็ทำให้บางอย่างของเขา “แข็ง” ขึ้นมาได้

   ‘ใจเย็นๆ เจ้าหนู พ่อจะทำให้เจ้าเริงร่า สมหวัง เร็วๆ นี้แน่’



*******
มาต่อบทที่ 4 จนจบ

เชิญแนะนำกันโลด อิอิ


6
บทที่ 4

   ลีโอ แบรนดอนเดินเลี้ยวไปยังร้านขายเสื้อผ้าที่เขาเห็นธัญเรศเดินลับสายตา จนชนเข้ากับกับสาวใหญ่นางหนึ่งเกือบล้ม แต่ชายหนุ่มที่มากับเธอประคองไว้ได้ทัน

   “ซอรี่...”

   “เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ”

   “รีบๆ ไปเถอะคุณ” เสียงผู้ชายที่มาด้วยบอกเธอ “เดี๋ยวก็พลาดไม่เจอคุณโยธินหรอก จะได้ขอนัดแกแก้มือคืนนี้”

   ชายหนุ่มที่ดูอ่อนวัยกว่าสาวใหญ่มองลีโอด้วยอาการไม่พอใจ แต่เห็นลีโอขอโทษแล้วก็แล้วกัน จับมือสาวใหญ่เดินห่างออกมา

   “นี่คุณห่วงแกงการูผับนั่นมากกว่าฉันเรอะ”

   เสียงที่ไม่เบาของสาวใหญ่คนนั้นโวยวายใส่ชายหนุ่ม ลีโอมองแล้วเข้าใจได้ว่าคงเป็นสามีภรรยากันแน่ เมื่อเห็นชายหนุ่มคนนั้นโอบกอดพร้อมกับพูดอะไรเขาก็ไม่ได้ยินแล้ว หญิงคนนั้นหัวเราะถูกใจ

   ‘แกงการูผับ’ ตั้งตามชื่อเล่นที่เพื่อนฝูงตั้งให้ตอนเขามาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่นี่ มันเป็นผับของคุณโยธิน พ่อของแดนดนัยเพื่อนรักของเขา และขณะนั้นทางบ้านกำลังประสบปัญหาการเงินอย่างหนัก เขาเห็นเพื่อนรักกำลังจะต้องออกจากโรงเรียน จึงได้ขอให้ที่บ้านช่วยเหลือ ทำให้โยธินกลับมาตั้งตัวได้อีกรอบ และไปได้ด้วยดีเมื่อธุรกิจมีนายทุนดีและมีผู้ใหญ่คอยหนุนหลัง จึงเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็นแกงการูตามชื่อของลีโอ หนุ่มน้อยผู้ที่ตอนนั้นความคิดก้าวไกลโตเกินตัว

พอสองคนนี้พูดชื่อ ‘แกงการูผับ’ ขึ้นมามันทำให้เขาต้องมองตามอย่างสงสัยในคำพูดที่ได้ยิน ผับนี้เบื้องหลังจะเปิดบ่อนเฉพาะแขกคนพิเศษในบางโอกาสเท่านั้น ทำให้ลีโอเข้าใจได้ว่าคำพูดที่เขาได้ยินแสดงว่าสองคนนี้จัดอยู่ในกลุ่มแขกคนพิเศษ มันทำให้เขามองตาม แม้เขาจะพลาดจากอะไรบางอย่างที่เขาตามไม่ทัน แต่เขาเชื่อว่าเขาต้องตามเจอแน่  จึงหันมาสนใจแขกพิเศษสองคนนี้

ระยะนี้โยธินกำลังตามจี้เรื่องธุรกิจหนึ่งอยู่ มันทำให้เขาหนนี้เขาต้องมาเมืองไทย การที่สองคนนี้พูดถึงเรื่องบ่อน แสดงว่าต้องมีความเกี่ยวพันอะไรบางอย่างกับเรื่องที่เขาสนใจ ลีโอถึงกับตาโตเมื่อเห็นเป้าหมายคุยกับหญิงสาวคนหนึ่ง เขาหยุดเลือกเสื้อยืดโปโลที่แขวนเรียงกันไม่ไกลนัก


“ธัญญ่า!”

เสียงที่คุ้นเคยเรียกชื่อเธอ ธัญเรศหันไปตามเสียงเรียก แม่ของเธอเดินเคียงคู่กันมากับพ่อเลี้ยงที่เธอไม่ชอบหน้า ยิ่งอาการโอบไหล่มารดาเธอ แต่สายตากับจ้องมาราวกับหมาป่าจ้องรอตะครุบเหยื่อ ยิ่งทำให้เธอเฉยชา

“ธัญญ่า ไปกินข้าวกับแม่ไหม แม่มีเรื่องจะคุยกับเราเยอะแยะไปหมด”

ธัญเรศหน้าบึ้งมองไปยังเดชา ก่อนจะตอบแม่

“เอาไว้โอกาสหน้านะคะแม่ มีอะไรเดี่ยวหนูโทรหาแม่ดีกว่านะคะ”

“ยัยหนู”  ธนิดาเรียกพร้อมกับจับแขนธัญเรศไว้ก่อนที่เธอจะเดินหนี

“มีให้แม่ยืมสักหมื่นหนึ่งก่อนไหม”

“แม่จะเอาไปเข้าบ่อนอีกเหรอคะ เมื่อไหร่แม่จะสลัดปลิงที่เกาะออกไปพ้น หนูให้แม่เลยหนึ่งล้านบาท”

“จริงรึเปล่าลูก หนูมีเงินล้านหนึ่งเลยเหรอ ดีเลย แม่จะได้เอามาลงทุนให้ลูก”

“ไม่มีหรอกค่ะ” ธัญเรศพูดตัดบท

“เอ๊ะ ยังไงกันแก” ราวกับถูกตัดความหวัง น้ำเสียงของธนิดาเกรี้ยวกราดทันที “ยังไงตอนนี้เอามาก่อนหมื่นหนึ่งเถอะ เพิ่งกลับมาจากออสเตรเลีย ป้าแกต้องให้เงินแกมาใช้อยู่แล้ว”

“ป้าไม่ได้ให้หนูมาถลุงนี่คะ ยังไงหนูก็ต้องกลับมาทำงานกินเงินเดือน”

“แม่มีเงินสดอยู่ไม่เยอะ เดี๋ยวจะแวะจ่ายค่าไฟด้วย เขาจะมายกหม้อไฟออกไปแล้ว แกจะให้แม่ลำบากรึไง แม่เลี้ยงแกมาลำบากแค่ไหน หมดไปเท่าไหร่แกไม่นึกถึงเลยรึไง”

ธัญเรศส่ายหน้า ก่อนที่แม่จะบ่นยาวไปกว่านี้ เธอล้วงกระเป๋าหยิบเงินมาให้แม่ส่วนหนึ่ง

“หนูมีแค่ห้าพันค่ะแม่ นี่เงินหนูไม่ใช่เงินใคร หนูให้แม่ได้เท่านี้ เพราะตอนนี้หนูก็ยังไม่ได้ทำงาน”

ธนิดารีบคว้าก่อนลูกสาวจะเปลี่ยนใจ

“พรุ่งนี้โอนให้แม่อีกห้าพันนะลูก” เธอตบไปเบาๆ ที่ต้นแขนธัญเรศ

“แม่ใช้เงินหนักแบบนี้ อีกหน่อยหนูคงได้ขายตัวเลี้ยงแม่หรอกค่ะ” ธัญเรศประชดแม่ แต่ธนิดากลับตาโต

“จริงสิ ถ้าหนูแต่งงานกับเสี่ย แม่ก็จะสบายไปด้วย แม่มีเพื่อนเยอะ แล้วแม่จะหาให้นะ”


“แม่คะ หนูประชด”

“เอาน่า แล้วค่อยคุยกัน” ธนิดารีบกอดลูกสาวก่อนจะเดินตามเดชาที่เดินหนีไปตั้งแต่เจอธัญเรศประชดใส่แต่แรก ไปยืนรอถัดไปอีกสองร้าน

***



โปรดติดตาม  4.1 (ห้าห้าห้า)

7
บทที่ 3

‘บ้านรักษ์สกุล’

   ธัญเรศ รักษ์สกุล ยืนมองป้ายชื่อบ้านความรู้สึกคิดถึงพ่อขึ้นมาจับจิต บ้านเมื่อไม่มีพ่อเปลี่ยนแปลง หญิงสาวเม้มปากแน่นก่อนจะไขกุญแจประตูเล็กเข้าไปยังบริเวณบ้าน

   บ้านสองชั้นในหมู่บ้านย่านบางบัวทอง ดูเงียบสงบ สนามหญ้าเริ่มมีหญ้ารกขึ้นสูง เธอมองไปยังที่จอดรถข้างตัวบ้าน ไม่มีรถจอดเลยสักคัน

   “แม่คงไม่อยู่ ว่าแต่เช้าแบบนี้แม่ไปไหนกันนะ”

   แม้จะรู้สึกผิดหวังนิดๆ แต่เธอไม่ได้โทรมาบอกแม่ว่าเธอกลับมาแล้ว

“คุณหนู”

ยังไม่ทันเดินเข้าไปในบ้านก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงเรียกจากด้านข้างของตัวบ้าน ธัญเรศหันไปมองตามเสียงเรียกที่ดังมาพร้อมร่างตุ้ยนุ้ยของป้าวันดีแม่บ้านเก่าแก่วัยสี่สิบกว่า กำลังเดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มกว้าง

   “สวัสดีค่ะ ป้าวัน แม่ไม่อยู่เหรอคะ”

   “เอ่อ...” ป้าวันมีสีหน้าไม่สบายใจ

   “แม่เป็นอะไรคะ ไม่สบายรึเปล่า” สีหน้าของป้าวันดีทำเอาหญิงสาวร้อนใจขึ้นมาทันที

   “เปล่าค่ะ คุณแม่สบายดี แต่...”

   “แต่อะไรคะ”

   “แต่...ตั้งแต่เมื่อวานแล้วยังไม่กลับบ้านเลยค่ะ” สีหน้าที่มองคุณหนูของเธออย่างเป็นกังวล ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยเสียงบางเบาจนแทบจะไม่ได้ยิน “ไปกับคุณเดชา”

   ธัญเรศแสดงอาการอ่อนอกอ่อนใจออกมา คุณแม่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ตราบใดที่มีปลิงแบบนายเดชาอยู่ด้วย ตั้งแต่พ่อเสียไปเพียงไม่ถึงปี แม่ก็มีสามีใหม่ที่เด็กกว่า นับแต่ที่แม่พานายเดชาสามีใหม่เข้ามาอยู่ด้วย เธอรู้ว่าบ้านนี้จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป มันทำให้เธอตัดสินใจที่จะไปเรียนต่อปริญญาโท ไปอยู่กับป้าที่ออสเตรเลีย แต่ก็นั่นแหละ แม่มักจะต่อว่าประจำว่าเปลืองค่าใช้จ่าย

   “เข้ามาในบ้านก่อนค่ะ คุณหนู ป้าวันคั้นน้ำส้มแช่ไว้ในตู้เย็น คุณหนูจะได้สดชื่น ทานมื้อเช้ามารึยังคะ ป้าวันจะได้ทำอาหารที่คุณหนูชอบ”

   หญิงสาวยิ้มขอบคุณ ก้าวตามป้าวันเข้าไปในบ้านขณะป้าวันยังพูดต่อไปเรื่อยๆ

   “คุณหนูกลับมาอยู่ที่บ้านนะคะ ป้าวันจะได้ไปทำความสะอาดไว้ ไม่นานค่ะ แป๊บเดียว คุณหนูจะได้นอนพักเหนื่อย”

   “ป้าจ๋า ตกลงป้าจะไปเตรียมน้ำส้มคั้นให้ หรือว่าจะไปทำอาหารอร่อยๆ ให้หนู หรือจะให้หนูนอนพักดีคะ”

   ธัญเรศอ้อนกอดหญิงวัยกลางคน พร้อมจับให้นั่งที่เก้าอี้รับแขกใกล้ๆ

   “เดี๋ยวหนูจัดการเรื่องน้ำส้มเองค่ะ อยู่ในตู้เย็นใช่ไหมคะ” หญิงสาวเดินไปทางห้องครัว สายตาก็มองสำรวจไปรอบๆ ห้อง เธอรู้สึกว่าดูโล่งตาไปเยอะ เธอเปิดตู้เย็นหยิบน้ำส้มในเหยือกที่แช่ไว้ออกมารินใส่แก้วแล้วเดินกลับมา

   “ข้าวของหายไปไหนหมดคะ ป้าวัน”

   แม้จะมีโซฟารับแขกอยู่ แต่มันไม่ใช่เครื่องเรือนอย่างดีเหมือนเมื่อก่อนที่เธอจะไปเรียนต่อ ชุดรับแขกราคาไม่แพง แค่พอมีให้แขกหรือเจ้าของบ้านนั่ง ชุดแก้วคริสตัลที่เคยอยู่ในตู้โชว์ ตอนนี้ก็ได้อันตรธานหายไปหมดสิ้น

“เอ่อ..”

“แม่เอาไปขาย ใช่ไหมคะป้า” หญิงสาวมองหน้าแม่บ้านคาดคั้นเอาคำตอบ

“ค่ะ...” ป้าวันดีได้แต่อ้อมแอ้มตอบ “คุณหนูกลับมาอยู่บ้านเถอะค่ะ” หญิงวัยกลางคนมองคุณหนูของเธอด้วยสายตาเว้าวอน

“หนูขอพักที่คอนโดก่อนค่ะ ป้า แต่ยังไงที่นี่ก็บ้านของหนู หนูกลับมาแน่ค่ะยังไงก็ฝากบ้าน ฝากคุณแม่ด้วยนะคะ” ธัญเรศส่งยิ้มให้ เธอเดินไปสำรวจรอบๆ บ้าน ก่อนจะขึ้นไปยังชั้นสอง ห้องนอนเธอยังคงเหมือนเดิม ผ้าคลุมเตียงสีชมพูอ่อนคลุมเตียงใหญ่ไว้ มุมห้องมีกล่องที่เธอส่งมาจากออสเตรเลียสองสามกล่อง

“ป้าเห็นจ่าหน้าเป็นชื่อคุณหนูค่ะ เลยให้เด็กยกมาไว้ในห้อง ไม่มีใครมายุ่งค่ะ”

ธัญเรศพยักหน้า เธอไปที่โต๊ะหนังสือที่มีพวกเครื่องเขียน ป้าวันดีคงจับรวมใส่กล่องให้เธอ หญิงสาวเปิดกล่องหยิบคัทเตอร์ออกมา แล้วจัดการเปิดกล่องที่เธอเป็นผู้ส่งมาส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือ รื้อออกมากองได้สักพัก เธอเลือกหยิบติดมือมาเล่มเดียว

“ไว้หนูค่อยมาดูใหม่ เอาไว้ตอนป้าวันว่างๆ รื้อหนังสือใส่ตู้ให้หนูได้เลยนะคะ วันนี้หนูคงต้องกลับก่อน เดี๋ยวจะแวะไปบริษัทหาลุงมานะ”
เธอเดินไปล้างมือในห้องน้ำก่อน ทุกอย่างยังเหมือนเดิมสำหรับเธอ ยกเว้นของข้างล่างบางอย่างที่หายไป พร้อมรถคันเก่งของเธอด้วย

“ป้าวันคะ แม่เอารถหนูไปใช้เหรอคะ หนูว่าจะมาเอาไปขับ แต่ไม่เห็นจอด บอกแม่ด้วยนะคะเดี๋ยวพรุ่งนี้หนูมาเอารถ”

ป้าวันดีหยุดเดิน หันมาทำหน้าตาราวกับลังเลที่จะบอกอะไร อ้ำอึ้งจนธัญเรศผิดสังเกต

“ป้าอย่าบอกนะคะว่า รถหนูแม่ก็ขายไปแล้ว” มันเป็นการเดาถูกง่ายยิ่งกว่าถูกหวยเสียอีก เมื่อแม่บ้านเก่าแก่พยักหน้าตอบ

“เฮ้อ...” หญิงสาวถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่ถอนหายใจออกมา

“หนูไปก่อนนะคะป้า แล้วหนูจะมาใหม่” ธัญเรศเข้าสวมกอดป้าวันดี ผู้ที่เป็นแม่บ้านตั้งแต่เธอยังเด็ก และเลี้ยงเธอมากับมือ

หญิงสาวเรียกแท็กซี่ออกจากบ้านที่เธออยู่ตั้งแต่เด็กด้วยอารมณ์ที่หดหู่ เธอบอกจุดหมายปลายทางที่เธอจะไปให้แท็กซี่แล้ว ก็นั่งเหม่อมองทิวทัศน์ข้างทาง ในหัวรู้สึกหนักอึ้งไปหมด ช่วงนี้เจอแต่เรื่องหน่วงๆ ในใจ ไปหาอามานะหวังว่าคงไม่เจออะไรร้ายๆ อีก
แต่ไม่ว่าจะเจออะไร เธอก็ต้องรับมันให้ได้!


ธัญเรศแหงนมองอาคารของ บริษัท พีค เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด ที่เริ่มทรุดโทรมไปตามกาลเวลา แม้เธอจะแค่เคยตามพ่อมาที่ทำงานบ้างแต่ไม่บ่อยนัก เธอก็ยังรู้สึกว้าเหว่เมื่อเธอมาที่นี่แล้วไม่มีพ่อของเธออีกต่อไป เธอไปเรียนที่ออสเตรเลียยังหลอกตัวเองได้ว่าพ่ออยู่เมืองไทย แต่พอกลับมาแล้ว ทุกที่ล้วนแต่เป็นความทรงจำให้คิดถึงพ่อ พนักงานที่นี่น้อยคนที่จะจำเธอได้

คุณสิทธาไม่มีลูกชาย แต่ทำธุรกิจเกี่ยวกับถุงยางอนามัย พอสิ้นคุณสิทธาได้ไม่นาน คุณธนิดาผู้เป็นภรรยาผู้ที่บริหารงานไม่เป็น หนำซ้ำยังเริ่มเข้าบ่อน ทำให้เจอกับนายเดชา แรกๆ ทั้งคู่ก็เล่นได้เงินมา ทำให้คุณธนิดาคิดว่านายเดชาเป็นตัวนำโชค แถมยังเอาใจแม่หม้ายสามีตายได้ชนิดที่หนุ่มๆ สาวๆ ยังต้องอาย ยิ่งทำให้คุณธนิดาหลงมากขึ้นถึงกับให้เข้ามาอยู่บ้านและพาไปทำงานด้วยในฐานะผู้ช่วย

เลขาหน้าห้องอามานะแจ้งว่าคุณอายังไม่ว่างเพราะกำลังคุยอยู่กับคุณธนิดา ห้ามใครรบกวน หญิงสาวจึงนั่งรออยู่หน้าห้องทำงานของรองกรรมการผู้จัดการ

“แปลก...แม่มาบริษัทด้วย ไม่รู้แม่กับคุณอามีเรื่องอะไรคุยกัน” ลางสังหรณ์ราวกับจะไม่ใช่เป็นเรื่องดี ทำให้ธัญเรศรีบลุกขึ้นทันทีที่เลขาหน้าห้องเดินไปห้องน้ำ หญิงสาวแอบแง้มประตูห้องทำงานของรองกรรมการผู้จัดการพร้อมขเยิบตัวเข้าไปใกล้ประตู

“พี่ทำแบบนี้ไม่ได้นะครับ” เสียงอามานะดังลอดออกมา

“ทำไมจะทำไม่ได้ หุ้นก็ชื่อฉัน บริษัทจะไปไม่รอด ฉันก็ขายเอาเงินมาใช้ ผิดตรงไหนไม่ทราบ” น้ำเสียงที่ดังไม่แพ้กันเป็นของมารดาเธอ จากน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยการประชดประชันไม่พอ แต่คำพูดที่ทำเอาธัญเรศที่แอบฟังถึงกับตกใจ เปิดประตูเข้าไปขัดจังหวะโดยไม่ได้สนใจมารยาท

“ไม่ได้นะคะคุณแม่!”

“ธัญญ่า!” สองเสียงดังประสานมาพร้อมกัน อาการตกใจที่มีคนเปิดประตูเข้าห้องกะทันหัน แต่พอเห็นเป็นใครก็แปรเปลี่ยนความรู้สึกเป็นดีใจ

“มาเมื่อไหร่ ไม่โทรหาแม่” คุณธนิดาเข้ามากอดธัญเรศ ก่อนจะดึงตัวออกห่างเพื่อดูหน้าชัดๆ “ทำไมดูซูบๆ คุณป้าเลี้ยงหนูไม่ดีล่ะสิ ดีแล้วกลับมาอยู่กับแม่”

“มาถึงเมื่อคืนค่ะ เมื่อเช้าก็แวะไปหาแม่ที่บ้าน แม่ขายรถหนูไปหนูไม่ว่า แต่แม่จะขายหุ้นของพ่อไม่ได้นะคะ” ธัญเรศรีบพูดถึงสิ่งที่ได้ยิน

“เราทำต่อไม่ได้ก็ขายๆ ไปจะเป็นไรไป แกก็เป็นผู้หญิงจะบริหารบริษัทถุงยางอนามัยได้ยังไง ขายไปน่ะดีแล้ว คุณโยธินเพื่อนคุณพ่อเรา เขาบอกมีต่างชาติสนใจให้ราคางาม ฉันก็ขายน่ะสิ”

“โยธิน เจ้าของแกงการูผับนะเหรอครับคุณพี่” สีหน้าของคุณมานะออกอาการกังวลอย่างเห็นได้ชัด

“ใช่สิ เขารวยจะตายไป”

“เขาเป็นเจ้าพ่อเงินกู้ที่โหดมากด้วย” คุณมานะเสริมขึ้นมาอีก พร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่ แสดงอาการหนักใจอย่างเห็นได้ชัด

“แต่ฉันไมได้กู้เขานี่ ฉันขายหุ้นต่างหาก จะไปกลัวทำไม อีกอย่างเขาก็คุ้นเคยกับคุณพี่ดี” เธอหมายถึงสามีของเธอที่ตายไปแล้ว “อีกอย่างฉันขายแค่หุ้นของฉันกับธัญญ่า หุ้นของแก ของคนอื่นก็ยังอยู่ แกจะกังวลอะไร มานะ”

“แม่ขายหุ้นของหนู!” น้ำเสียงตกใจของธัญเรศดังแทรกขึ้นมา หญิงสาวทรุดตัวนั่งลงโซฟาอย่างหมดแรง

“แม่ขายไปได้ยังไง หนูจะไปเอาคืน”

“แกมีปัญญาไปซื้อเรอะ ห้าสิบล้านน่ะ แกมีเงินรึไง งานแบบนี้เป็นผู้หญิงจะทำได้ยังไง ขายๆ ไปให้คนอื่นทำ แกอยากทำอะไรก็ไปทำ

ธัญเรศทรุดตัวนั่งลงโซฟาอย่างหมดแรง

“ห้าสิบล้าน...” หญิงสาวพึมพำออกมา

คุณธนิดาทำเป็นไม่สนใจกับอาการของลูกสาว เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้นมาขัดการสนทนา เมื่อเห็นว่าเป็นใครโทรมาจึงกดรับคุยสองสามประโยคก็วางสาย

“แม่ไปก่อนนะ เดชารอแม่ที่...” ธนิดาชะงักคำพูดไปชั่วขณะ ก่อนจะพูดต่อ “รอแม่ข้างนอกน่ะ แม่ต้องรีบไป แม่มีนัด คืนนี้เจอกันที่บ้านนะ”

“หนูนอนคอนโดค่ะ”

“อะไร ไปนอนทำไมที่นั่น บ้านก็มี ย้ายกลับมา แม่ไปก่อนละ”

อาการเร่งรีบไปของคุณธนิดา ธัญเรศถึงกับถอนหายใจ พอประตูห้องทำงานปิด คุณมานะก็เอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าที่แสดงถึงความกังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัด

“ธุรกิจของนายโยธินนี่ อารู้มาว่ามีมาเฟียออสเตรเลียหนุนหลังอยู่ หลานกลับมาจังหวะดี หากช้ากว่านี้อาเกรงว่าจะดึงกลับมาไม่ทัน”

“มาเฟีย?...” หญิงสาวรู้สึกงงกับคำพูดของอามานะ “เขาจะมาสนใจอะไรกับธุรกิจเราคะ”

“ที่อารู้มา ธุรกิจของครอบครัวของเขาก็ทำเกี่ยวกับพวกเจลอะไรนี่แหละ ยางพาราเขาไม่มีเหมือนบ้านเรา เขาหาแหล่งทางเมืองไทย หากจะเริ่มใหม่สู้ควบกิจการไม่ดีกว่ารึ ถูกต้องไหมหลาน”

ธัญเรศคิดตามพยักหน้าเห็นด้วย

“นายโยธินนี่ อาเห็นเข้ามาตีสนิทตั้งแต่พ่อของหลานแล้ว แต่พ่อของหลานเขาไม่เอาด้วย พอพ่อหลานเสียเขาก็เข้าหาทางคุณพี่ธนิดา”

“ซึ่งก็สำเร็จ แม่ขายหุ้นไปแล้ว” ธัญเรศพูดต่อเมื่อปะติดเรื่องราวต่อได้

“ธัญญ่าจะไปคุยกับเขา หาทางเอาคืนมาให้ได้”

“ต้องค่อยคิด เขายังยึดบริษัทไม่ได้หรอก แม้จะได้หุ้นไปสี่สิบเปอร์เซ็นต์แล้วก็ตาม พี่สิทธายกหุ้นให้อาถือสามสิบเปอร์เซ็นต์ คุณป้าของหลานอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์ กับผู้ถือหุ้นอื่นรวมๆ อีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์”

หญิงสาวเริ่มเข้าใจยาก แต่ก็พยักหน้า

ส่วนของอา อาจะให้ทนายโอนคืนให้กับหลานเพราะมันเป็นของหลาน พี่สิทธาแค่ฝากให้ลุงดูแล หลานกลับมาแล้วลุงก็จะโอนคืนให้”

“อย่าเพิ่งเลยค่ะ แต่ยังไงธัญญ่าก็ต้องเอาส่วนที่แม่ขายไปกลับคืนมาให้ได้”

หญิงสาวกะมาเซอร์ไพรส์คุณอาที่รู้จักมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ไม่คิดว่าจะเจอเรื่องที่หนักอึ้งแบบนี้ อามานะเป็นมือขวาของพ่อ ซึ่งทั้งรักและเคารพพ่อของเธอมาก ธัญเรศเคยรู้มาว่าพ่อเคยช่วยเหลืออามานะในยามลำบาก ชักชวนมาทำงานด้วยกัน ดูแลกันเหมือนพี่เหมือนน้อง จนบริษัทเจริญรุ่งเรือง จึงแบ่งหุ้นให้

“หลานกลับมาเหนื่อยๆ มาเจอเรื่องเครียดๆ อาว่าหลานกลับไปพักผ่อนก่อนดีกว่า อาทิตย์หน้าค่อยมาเรียนรู้งานกับอา”

“ธัญญ่าเกือบลืม”

หญิงสาวเหลียวซ้ายแลขวาไม่เจอ นึกได้ว่าวางไว้ด้านหน้า เดินกลับไปเอาของที่เอามาฝากอามานะวางไว้ที่เก้าอี้รับแขกหน้าห้องพร้อมส่งรอยยิ้มหวานไปยังเลขาหน้าห้องที่ดูจะงอนๆ ธัญเรศ แต่เพราะรู้ว่าธัญเรศเป็นใครจึงไม่ได้ต่อว่าอะไร คนที่แอบเข้าห้องไปจึงส่งถุงที่ข้างในเป็นลิปติกแท่งส่งให้เลขา

“ของฝากค่ะ” ยิ้มหวานๆ จากธัญเรศก่อนจะเปิดประตูเข้าห้องอามานะ

“นี่ค่ะอา ของฝากจากออสเตรเลีย เมื่อครู่มัวยุ่งๆ เลยไม่ทันได้ให้อา”

“ขอบใจจ้ะ” ชายวัยกลางคนรับของฝากอย่างไม่อิดออด

“คุณอาคะ ธัญญ่าขอยืมรถใช้สักคันพอจะมีไหมคะ แม่ขายรถของธัญญ่าไปแล้ว”

“ได้สิ รอเดี๋ยวนะ”

มานะกดอินเตอร์คอลไปยังเลขาหน้าห้อง

“จีจี้ ให้ใครขับรถของธเนศมาจอดข้างหน้าบริษัท แล้วเอากุญแจรถกับสมุดทะเบียนรถให้ผมด้วย” สั่งเลขาเสร็จ ก็พยักหน้าบอกธัญเรศ
“เรียบร้อย รถของบริษัท หลานเอาไปใช้ได้ ยังไงพี่ธนิดาก็เอาไปขายไม่ได้เพราะชื่อเป็นของบริษัท”

“ขอบคุณค่ะ คุณอา”

“ไม่เป็นไรหรอก มันก็ของเรา ว่าแต่ไปเรียนที่โน่นเป็นยังไงบ้าง”

“ก็ดีค่ะ เหมือนบ้านหลังที่สอง คุณป้าก็ดูแลดี เพื่อนที่โน่นก็ดีค่ะ”

มีไม่ดีก็เรื่องเดียว...


หลังจากที่ลีโอ แบรนดอนตามหาหญิงสาวลึกลับมาเป็นอาทิตย์ แต่พอเพื่อนส่งข่าวจากเมืองไทยเรื่องมีคนมาขายหุ้นให้พ่อของเขา แต่พ่อเห็นเป็นธุรกิจที่เขาสนใจ เขาก็ตัดสินใจมาเมืองไทยตามคำชวนที่เพื่อนรักชาวไทยเขาบอกว่าพ่อของเขาเพิ่งซื้อหุ้นธุรกิจเกี่ยวกับถุงยางอนามัยที่ลีโอเคยเปรยไว้ว่าอยากขยายฐานมาที่ประเทศไทย เพราะที่นี่มีวัตถุดิบที่ราคาไม่สูงแถมได้คุณภาพดีเยี่ยมด้วย
คงต้องพักเรื่องผู้หญิงเอาไว้ชั่วคราวก่อน...

แม้คนที่สนามบินสุวรรณภูมิเช้านี้ค่อนข้างที่จะพลุกพล่าน จอแจ เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว แต่พอลีโอเข็นกระเป๋าเดินออกมา แดนดนัยเพื่อนของเขาก็โบกไม้โบกมือต้อนรับ

“ไง...ไอ้เสือ!” คำแรกที่ทักทายก็เรียกเสียงหัวเราะถูกใจจากแดนดนัย เพราะเป็นฉายาที่เพื่อนๆ เรียกกันสมัยเรียน

“สบายดี แกล่ะไอ้จอมบงการ”

รอยยิ้มมุมปากกว้างขึ้น กับฉายาที่เรียกขานเขาไม่ว่าจะเป็นเพื่อนฝูง หรือแม้แต่วงการธุรกิจ ล้วนแอบตั้งให้แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรกลับชอบฉายานี้ ภายใต้หน้านิ่งๆ แต่สั่งคนได้เด็ดขาดนัก

“ไม่สบายเท่าไหร่ ขาดสาวข้างกายเยอะแยะเหมือนแก”

“ไม่ต้องมาบ่น ระดับแก กระดิกนิ้วแป๊บเดียวขี้คร้านจะมากันตรึม ไม่ทำเองนี่หว่า ช่วยไม่ได้”

“จริงก็มีติดใจเหมือนกัน แต่ตื่นมาไม่รู้สาวหนีหายไปไหน”

“สมน้ำหน้า...” พูดจบแดนดนัยก็ต้องรีบหลบหมัดที่ต่อยมาเบาๆ ยังท้อง และโดนอย่างไม่จริงจังนัก เสียงหัวเราะถูกใจดังออกมาอีกครั้งเมื่อเห็นสีหน้าเพื่อนรัก

ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาแถวนั้นต้องหันกลับมามองบ่อยๆ ที่ได้ยินฝรั่งผมทอง ใบหน้าหล่อเหลา พูดภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำโต้ตอบกับชายหนุ่มชาวไทยที่สูงไล่เลี่ยกัน

“พรุ่งนี้พ่อชวนกินมื้อเที่ยงที่เอ็มควอเทียร์นะ หรือแกอยากจะกินแถวทองหล่อ”

“คุณลุงโยธินท่านแข็งแรงดีนะ เรื่องกินนี่ที่ไหนก็ได้ เพราะยังไงแกต้องมารับฉันไป”

“มาหนนี้จะอยู่นานไหม ฉันจองโรงแรมห้าดาวไว้ให้ ถ้านานจะได้ให้คนไปทำความสะอาดคอนโดไว้ให้ จะว่าไปคอนโดนี่ก็อยู่ไม่ไกลจากบริษัทที่เรียกแกมาดูนี่เหมือนกัน”

“ตั้งใจไว้อาทิตย์หนึ่งนะ แต่ถ้าเจอสาวถูกใจก็อยู่นาน ขอวีซ่าไว้หกเดือน”

“นี่แกจะมาทำธุรกิจหรือมาตามหาคู่วะ พูดมาแต่ละอย่าง”

“สาวไทยนี่ เดี๋ยวนี้หุ่นน่ากินดีนะ” ลีโอสอดส่ายสายตาหวานไปรอบๆ

“ไอ้หื่น...”

แดนดนัยส่ายหน้า ก่อนจะเดินนำพาออกประตูไปยังรถที่จอดอยู่ เสียเวลาหาไม่นานก็ถึง เขากดสัญญาณปลดล็อกเปิดประตู เปิดท้ายรถเอากระเป๋าวาง ก่อนทั้งสองหนุ่มจะขึ้นรถขับออกไป


หลังจากที่ฝ่าการจราจรอันหนาแน่นของเมืองกรุงที่ดูเหมือนวันนี้รถแต่ละคันล้วนแต่จะเลี้ยวเข้าห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านสุขุมวิท แดนดนัยเสียวเวลาหาที่จอดรถราวๆ ยี่สิบนาทีกว่า ถึงโชคดีเจอรถกำลังถอยออก เขารีบดิบไฟสัญญาณเพื่อจะจอด
พอลงจากรถเดินเข้าห้าง เขาก็หันมาบอกหนุ่มผมทองที่เดินตามมา

“พ่อบอกทำไมไม่ชวนแกพักที่บ้าน ฉันเลยบอกไปเผื่อมันพาสาวมานอนด้วย พ่อพยักหน้าเข้าใจแต่แม่ถึงกับตาโต”

“ไอ้...” เสียงภาษาไทยดังชัด พร้อมบ่นงึมงำตามมาอีกยาว คนที่มาด้วยถึงกับหัวเราะถูกอกถูกใจออกมาดังๆ

“ไปๆ เดี๋ยวพาไปร้านขายหนังสือที่แกชอบเป็นการชดเชยแล้วกัน พ่อมาถึงคงโทรตามพวกเราเอง” แดนดนัยตบหลังลีโอเบาๆ พร้อมเดินนำหนุ่มผมทองเข้าไปในห้างสรรพสินค้า

วันนี้เป็นวันทำงาน ภายในห้างผู้คนที่มาเดินเล่นจึงไม่หนาแน่นเท่าวันหยุดสุดสัปดาห์ ทั้งลีโอและแดนดนัยต่างก็เดินชิลๆ เลือกแวะดูของได้อย่างเพลิดเพลิน ลีโอได้กล้องถ่ายรูปรุ่นใหม่มาอย่างรวดเร็วทดลองฟังก์ชั่นต่างๆ จนพอใจก่อนจะเข้าร้านหนังสือ

“อยู่โน่นไม่ว่างซื้อกล้องเลยรึไง ถึงได้ตัดสินใจซื้อกะทันหันแบบนี้”

“เออ... งานยุ่ง ไม่มีเวลามาเลือกดูของ ห้างสรรพสินค้าไม่ต้องพูดถึงไม่เข้ามานานมากแล้ว อีกอย่างตัวนี้เล็งไว้นานแล้ว อยากดูเอง เลยไม่ได้ให้เลขาซื้อให้”

แดนดนัยมองลีโอที่ก้มๆ เงยๆ กับกล้อง ไม่สนใจหนังสือ

“พอได้ของถูกใจแล้วนี่ อย่างอื่นไม่สนใจเลยนะ ไหนบอกจะมาดูหนังสือ”

“แกเข้าไปก่อน เดี๋ยวตามไปขอเช็กกล้องก่อน เผื่อมีปัญหาจะได้จัดการที่ร้านได้เลย”

“เออ แล้วอย่าเข้าไปถ่ายรูปในร้านล่ะ เขาห้าม”

“รู้แล้วโว้ย” ลีโอตอบด้วยน้ำเสียงรำคาญ

แดนดนัยถึงกับส่ายหน้าเดินเข้าร้านหนังสือ ทิ้งให้ลีโอนั่งทดสอบกล้อง อยู่หน้าร้าน พอเพื่อนเข้าร้านไปแล้ว ลีโอทดลองถ่ายรูปต้นไม้ในกระถางที่เขาประดับไว้หน้าร้านบ้าง ยกกล้องขึ้นลองเล็งไปยังฝั่งตรงข้ามปรับโฟกัสเล่น สิ่งที่เห็นในกล้องทำเอาชายหนุ่มขยับกล้องออกมาดูสิ่งที่เขาเห็นด้วยตาเปล่าชัดๆ

“ตามหาแทบตาย ที่แท้อยู่นี่”

ลีโอยิ้มด้วยความพอใจ รีบเดินไปยังจุดหมายที่เห็นทันที ก่อนที่เธอจะเดินลับสายตาเขาไป

8

บทที่ 2

ปวดหัว!

ทำไมหัวสมองมันหนักๆ แบบนี้

ไม่เอาแล้ว ต่อไปไม่ดื่มหนักแบบเมื่อคืนอีกแล้ว...

ปวดท้องอีก!

โอย...ทำไมดื่มแล้วมันปวดท้องหน่วงๆ

ธัญเรศพยายามลืมตา มือกุมหัวที่ปวดตุบๆ ก่อนจะเปลี่ยนไปกุมที่ท้องน้อยที่ไร้อาภรณ์ปิดบัง

เฮ้ย!...

หญิงสาวลืมตาขึ้นทันที พบว่าตัวเองนอนเปลือยเปล่าอยู่ใต้ผ้าห่ม ที่แย่ไปกว่านั้นเธอกำลังนอนซุกอยู่ที่อกชายแปลกหน้านอนเปลือยกายกรนอยู่ข้างๆ เธอค่อยๆ ขยับกายออกห่าง

ไม่ได้ฝัน เมื่อคืนที่เธอคิดว่าเป็นความฝัน มันไม่ใช่...

ความสุขที่ได้รับเมื่อคืน...มันเป็นความจริงหรือนี่

โอย...อยากให้เป็นฝันร้ายมากกว่า

ธัญเรศข่มอาการอ่อนเพลีย แถมร่างกายยังไม่ปกติดีนัก รีบลุกขึ้น หยิบเสื้อผ้าที่กองอยู่กับพื้นมาสวม ไม่กล้าที่จะมองไปยังคนที่กำลังหลับสนิท

เธออยากจะลำดับความคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ แต่คงไม่ใช่ตอนนี้ ต้องรีบออกไปจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด ธัญเรศคว้ากระเป๋าที่วางบนโต๊ะใกล้เตียงอย่างเบามือ สายตาแวบไปมองชายที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘คนแรก’ ของเธอก่อนจะออกไปด้วยอารมณ์ที่หน่วงหนักอยู่ในใจ เธอคุ้นหน้าเขา เคยเจอเขามาก่อน ใบหน้าของคนที่เธอว่าเป็นคนหื่นกามเมื่ออาทิตย์ก่อนแวบเข้ามา

“อย่าได้เจอกันอีกเลย ชาตินี้”

หญิงสาวปิดประตูห้องอย่างแผ่วเบา จะยังไงเธอก็ยังไม่อยากให้เขาตื่นขึ้นมาตอนนี้ เธอจำได้ว่าเขาคือชายหนุ่มคนที่เจอในผับ เพราะใบหน้าอันคมคายในความสลัวนั้นชวนมอง ทำให้เธอเผลอใจแอบมองบ่อยๆ พอเห็นหน้าชัดๆ ในตอนนี้กลับสร้างรอยด่างให้เธอไปตลอดชีวิต

316!

ตัวเลขห้องปรากฏชัดเมื่อเธอปิดประตู

“ห้องลิซ่ามัน 318 นี่” ธัญเรศอุทานด้วยความตกใจ เหลียวมองไปยังห้องตรงข้าม ถึงได้เห็น ‘318’

เธอมาเข้าห้องนี้ได้ยังไง นี่เธอเมาถึงขนาดว่าเข้าห้องผิดเชียวหรือ

โอย...มองพลาดหนนี้ ชีวิตเธอถึงกับเปลี่ยนแปลงทั้งชีวิต

ไม่มีทางเหมือนเดิมอีกต่อไป

อยากร้องไห้ แต่น้ำตามันไม่ไหล

หญิงสาวรีบออกไปจากความเลวร้ายในชีวิตของเธอ ก่อนที่เขาจะตื่นขึ้นมามันคงจะน่ากลัวกว่านี้ ใจที่เต้นรัวทำให้เท้าที่ก้าวเดินเร็วขึ้นกว่าปกติ โดยไม่สนใจพนักงานต้อนรับกะดึกที่ประจำอยู่ส่งยิ้มให้เธอ รีบออกไปจากโรงแรมแห่งนี้โดยเร็ว ท้องฟ้าด้านนอกยังคงปกคลุมไปด้วย

ความมืด ยังพอมีรถแท็กซี่จอดรอรับผู้โดยสารอยู่หน้าโรงแรมสองคัน เธอรีบเปิดประตูรถบอกสถานที่ที่จะไป พอแท็กซี่แล่นออกจากโรงแรมเวสต์วูด ธัญเรศถึงกับถอนหายใจพร้อมเอนหลังพิงเบาะราวกับโล่งอก สายตาเหม่อมองออกไปนอกรถ

มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอ มันน่าอายชะมัด เธอคิดว่ามันเป็นความฝัน จะไปแจ้งความว่าถูกข่มขืนก็ไม่ได้ ถ้าเขาสวนกลับมาว่าเธอสมยอม เธอจะทำยังไง เพราะมันเป็นความจริง แต่เธอคิดว่ามันเป็นความฝัน ใครจะคิดว่ามันคือความจริง เธอมีความสุข ความสุขที่ไม่เคยมีมาก่อน แม้มันจะเจ็บปวดในตอนแรก แต่มันก็สุขล้น

ความคิดอันสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูก วิ่งวนอยู่ในหัวสมอง

บ้าไปแล้ว...นี่เธอกำลังมีความสุขกับคนแปลกหน้า ใครก็ไม่รู้

เธอต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ กับเดวิดที่ตามเธอมาหลายเดือน ยังไม่เคยได้จูบจากเธอเลย

แต่นี่...

เรื่องนี้ต้องเป็นความลับ!

เธอคงอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว โอกาสที่จะเจอเขาสูงแน่ เธอจะต้องกลับประเทศไทย ต่อให้ต้องกลับไปเจอเรื่องเลวร้าย แต่มันคงไม่มีอะไรร้ายสำหรับเธอมากไปกว่านี้แล้ว

ต่อให้กลับไปจะต้องเจอพ่อเลี้ยงคนใหม่ที่ทำให้เธอต้องมาเรียนต่อโทที่นี่

แรกสุดที่เธอว่าเลวร้าย คือตั้งแต่พ่อเสีย แม่ไปมีสามีใหม่ที่เธอไม่ชอบ ไม่ใช่ว่าเธอจะกีดกันแม่ แต่คนนี้ใครๆ ก็ดูออกว่ามาหลอกแม่ แต่เหตุการณ์เมื่อคืนมันเลวร้ายมากที่สุดในชีวิต

ไม่มีอะไร ธัญเรศได้แต่เตือนตัวเอง ต้องผ่านมันไปให้ได้

แต่ตอนนี้เธอคงต้องกลับบ้าน น้ำตาแห่งความเสียใจค่อยๆ ไหลริน หญิงสาวรีบปาดน้ำตาทิ้ง มองท้องฟ้าเริ่มมีแสงสว่างของดวงอาทิตย์ลอดผ่านเมฆที่ลอยเต็มท้องฟ้าสาดส่องลงมา หญิงสาวลงจากรถเข้าบ้าน โชคดีคุณป้ายังไม่ตื่นลงมาข้างล่าง แต่ก็คงใกล้เวลาที่ท่านตื่นแล้ว หญิงสาวค่อยไขกุญแจเข้าบ้าน รีบเดินเข้าห้องปิดประตู หยิบกระเป๋าเดินทางบนหลังตู้ออกมาวางบนเตียง
พรุ่งนี้สำหรับเธอ มันต้องดีกว่าวันนี้!


ลีโอขยับตัวอย่างเมื่อยขบ แขนด้านหนึ่งชาเพราะเป็นหมอนให้หญิงสาวนอนหนุนทั้งคืน หลังจากที่กรำศึกหนักอันร้อนแรง เขาลืมตาทันทีที่รู้สึกเบาหวิวตรงแขนด้านที่ชาทั้งคืน

มันควรจะมีหญิงสาวนอนหนุนซุกกายอยู่ หายไปไหนแล้ว

ลีโอมองไปยังพื้นที่เขาถอดเสื้อผ้าหญิงสาวกองไว้เมื่อคืน ตอนนี้มันไม่มีแม้สักชิ้นเดียว กระเป๋าที่เขาโยนไว้ยังหัวเตียงก็ไม่อยู่

“โธ่โว้ย!”

ชายหนุ่มรู้สึกขัดใจที่หญิงสาวหายไป ไม่เคยมีหญิงคนไหนกล้าทำแบบนี้กับเขา เขารีบไปดูที่กระเป๋าเงิน ไม่มีอะไรหายไป ลีโอหยิบโทรศัพท์โทรหาแฟรงค์ทันที แม้จะถูกใจแต่ทำแบบนี้มันไม่ดีแน่นอน เขาเดินหงุดหงิดไปมารอแฟรงค์รับสาย โดยไม่สนใจที่จะใส่เสื้อผ้าเลยสักนิด

“แฟรงค์ ผู้หญิงเมื่อคืนหายไปไหน”

ทันทีที่แฟรงค์รับสาย เสียงห้วนจากลีโอทำเอาแฟรงค์ถึงกับผวา

“ขอโทษครับนาย เรื่องเมื่อคืน เอ่อ...” แฟรงค์รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ก่อนจะละล่ำละลักพูดต่อ “เธอเกิดอุบัติเหตุไม่ได้ไปหานาย เพิ่งโทรมาแจ้งผมเมื่อเช้าก่อนนายโทรมาเองครับ”

“อะไรกันแฟรงค์ ผู้หญิงเมื่อคืนแกไม่ได้ส่งมา” เสียงที่ห้วน กลับกลายเป็นถามอย่างงง ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่เข้าใจสิ่งที่เจ้านายถามเหมือนกัน

“เอ่อ..ครับ” เขาไม่อยากทำให้ลีโอโกรธ ไม่เห็นเจ้านายโทรมาโวยก็คิดว่าเรียบร้อยดี ไม่คิดว่าตอนเช้าจะเกิดเรื่อง

“ช่างเถอะ...ช่างเถอะ แค่นี้แหละ” ลีโอกดวางหูทันที

“งานเข้าแล้วมั้ยล่ะ ป่านนี้อาจจะไปแจ้งความแล้วก็ได้” ชายหนุ่มบ่นอย่างหัวเสีย

ลีโอกดโทรศัพท์อีกครั้ง สอบถามไปยังพนักงานที่นั่งประจำเคาน์เตอร์ต้อนรับ จึงได้ความว่าตอนตีสี่กว่ามีหญิงสาวชุดเดรสออกจากลิฟต์แล้วเรียกแท็กซี่แค่นั้น เขาก็มั่นใจว่าต้องเป็นหล่อนแน่

ว่าแต่หล่อนเป็นใคร แล้วเขาจะเจอเธอได้ยังไง

“หรือไม่แน่เธออาจจะมาพร้อมตำรวจไม่ช้านี้ก็ได้” ชายหนุ่มเผลอพึมพำออกมา

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาขัดจังหวะ เขาปล่อยให้ดังไม่นานนักก่อนจะกดรับ เป็นเลขาเขาโทรมาเตือนเรื่องมีประชุมสำคัญในวันนี้ เขาไม่ชอบอะไรค้างคาใจ นี่ถ้าการประชุมไม่สำคัญเขาคงต้องขอเลื่อน

“ไปประชุมก่อนโว้ย ค่อยหาทางใหม่”

ให้ตายเถอะ! ไม่เคยคิดว่าจะต้องมานั่งตามหาผู้หญิงที่เขาเรียกมานอนด้วยเลย

เป็นเพราะไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับเขาเลยต่างหากล่ะ

มาหลอกให้ติดใจแล้วหายไปไม่บอกกล่าว เจอตัวต้องจัดการซะให้เข็ด!

ลีโอคว้าผ้าขนหนูเดินเข้าไปอาบน้ำ เพื่อเตรียมตัวไปประชุม


พอไฟสัญญาณให้คาดเข็มขัดดับลง ธัญเรศนั่งมองเพื่อนร่วมโดยสารบนเครื่องบินหลายคนรีบลุกขึ้นจากที่นั่ง เพื่อหยิบกระเป๋าจากช่องเก็บของเหนือศีรษะลงมายืนเบียดกัน เพราะเธอนั่งด้านในริมหน้าต่างจึงยังไม่รีบร้อน ปล่อยให้คนยืนออเบียดกันแน่นตามทางเดิน ระหว่างรอจึงได้หยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋า เปิดเครื่องไม่ทันไรเสียงสัญญาณเตือนข้อความเข้าดังรัวๆ

ข้อความจากเพื่อนๆ รัวกระหน่ำเข้ามา ดีที่ว่าเธอปิดเสียงเตือนไว้ ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงจะรำคาญเสียงเตือนนั้นแน่
เพื่อนๆ ต่างไม่รู้ว่าธัญเรศจะกลับวันนี้ จากเดิมที่จะกลับช่วงปลายเดือน แต่เธอเปลี่ยนใจเลื่อนตั๋วกลับให้เร็วขึ้น โดยที่ไม่ได้ล่ำลาใคร ถือว่าแค่เลื่อนกลับเร็วขึ้นจะเป็นไรเมื่อทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเธอจะกลับบ้าน แม้แต่ลิซ่าก็ไม่ได้มาส่งเธอ  เธอเพิ่งโพสต์บอกทุกคนตอนที่จะขึ้นเครื่องแล้ว หลังจากนั้นก็ปิดเครื่อง ธัญเรศเลือกที่จะตอบข้อความกลับแค่ลิซ่าเท่านั้น

Tanya : ลิซ่า เรายังเป็นเพื่อนรักกันเสมอ ไว้คุยกันใหม่นะ

Lisa : ติดต่อมานะ ฉันมีเรื่องจะถามแก

ธัญเรศส่งข้อความกลับไปให้เพื่อนรักเสร็จ แถวที่แออัดเริ่มขยับเคลื่อน เธอไม่มีเวลามาตอบข้อความอีก ทั้งที่ในใจนึกสงสัย แต่คิดว่าลิซ่าคงจะถามเรื่องที่เธอไม่ค้างที่ห้อง ซึ่งเธอไม่อยากพูดถึงมันอีก หญิงสาวลุกขึ้นเดินตามผู้โดยสารคนอื่นเดินออกจากเครื่องบิน จนไปถึงที่รอกระเป๋า เพียงไม่นานนักก็ลากกระเป๋าออกจากสนามบินไปขึ้นรถแท็กซี่ นอกจากป้าที่อยู่ออสเตรเลีย เธอก็ไม่ได้บอกใครว่าจะกลับมาในวันนี้

“ไปซอยเย็นอากาศ”

ธัญเรศบอกแท็กซี่ขณะเข้าไปนั่งในรถแล้ว และเลือกที่จะไปตั้งหลักที่คอนโดก่อน หลังจากลงจากรถแท็กซี่ เธอขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่พัก พอเข้าห้องได้น้ำตาแห่งความอัดอั้นตันใจมันไหลออกมา มองไปรอบๆ ห้อง ไม่คิดว่าแม้แต่บ้านเธอก็อยู่ไม่ได้ ต้องมาอยู่คอนโดที่พ่อซื้อให้สมัยเรียนมหาวิทยาลัย

หญิงสาวโยนกระเป๋าสะพายไว้บนโต๊ะรับแขกเล็ก เปิดผ้าคลุมโซฟากองโยนไว้กับพื้นก่อนจะเอนตัวเหยียดนอนบนโซฟายาว เธอกลับถึงเมืองไทยแล้ว แต่...

ทุกอย่างไม่มีอะไรเหมือนเดิม!

พ่อเสียก่อนเธอจะไปเรียนต่อ เธออยากจะล้มเลิกไม่เรียน แต่คำขอสุดท้ายของพ่อ

‘เรียนให้จบแล้วกลับมาดูแลงานให้พ่อ...’

เธอปาดน้ำตาที่ไหลเอ่อออกมาอีกเมื่อคิดถึงพ่อ หญิงสาวเคยกลับมาเยี่ยมบ้านตอนปิดภาคเรียนปีแรก พร้อมมาทำบุญให้กับพ่อ แต่พบว่าแม่พาผู้ชายคนใหม่ที่เด็กว่าแม่ร่วมสิบปีเข้ามาบ้าน และยามลับหลังแม่มักจะทำเจ้าชู้ใส่ ตอนนี้เธอตัดสินใจจะพักที่คอนโดไม่กลับบ้าน ไม่อยากเจอหน้าพ่อเลี้ยงคนใหม่ซึ่งเป็นเซียนพนัน ไม่รู้แม่ไปหลงเสน่ห์อะไร พาเข้ามาอยู่ในบ้านด้วย

เรื่องการเงินแม่ก็ไม่ส่งให้เธอตั้งแต่ที่รู้ว่า พ่อฝากเงินค่าเรียนของเธอไว้ที่ลุงมานะ ผู้ช่วยของพ่อที่ดูแลกิจการให้ และจัดการส่งเงินให้เธอตามที่พ่อสั่งเสียไว้ แม้เธอจะเป็นนักท่องราตรีเพื่อลืมความทุกข์ภายในใจ แต่เธอก็ตั้งใจเรียนจบมาด้วยเกรดดีเยี่ยม เธอดูแลตัวเองเป็นอย่างดี รวมทั้งได้เพื่อนที่ดีอย่างลิซ่า

คืนก่อนเป็นการพลาดที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น

“ตั้งสติ ธัญญ่า ตั้งสติ”

แล้วเธอก็ส่ายหัวแรงๆ ราวกับจะสลัดความคิดทั้งปวงออกไปจากหัวให้หมด

“คืนนี้ควรจะนอนพักให้เต็มที่ พรุ่งนี้ฉันจะเป็น ธัญเรศ รักษ์สกุลคนใหม่”

หญิงสาวบอกตัวเองเสียงดัง ราวกับจะย้ำในความคิดของตัวเอง เธอเดินไปลากกระเป๋าที่ยังคงวางอยู่ตรงใกล้ประตูห้อง ลากเข้าไปยังห้องนอนสิ้นสุดลงที่ปลายเตียง รีบเปิดแอร์ภายในห้องนอนก่อนจะเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบผ้าเช็ดตัวและชุดนอนที่ทิ้งไว้ที่นี่ออกมา ดมผ้าเช็ดตัวและชุดนอนกลิ่นพอรับได้ไม่ถึงกับเหม็นอับเท่าไหร่ แต่พรุ่งนี้เธอคงต้องเปิดตู้เพื่อให้อากาศถ่ายเทออกมาคงจะดีไม่น้อย คืนนี้เธอหมดแรงแล้ว อยากจะอาบน้ำนอนเต็มที

ห้องนี้ยังคงสะอาดใหม่เอี่ยม แม่บ้านของคอนโดเพิ่งมาทำความสะอาดไว้เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากที่อาบน้ำเสร็จ หญิงสาวจัดการเปิดผ้าคลุมเตียงออก แอร์ในห้องเริ่มมีความเย็น เธอทอดกายซุกหาความอบอุ่นภายในผ้าห่ม การเดินทางไกลมันไม่ได้เหนื่อยเท่ากับใจเธอ
ตอนนี้

ที่นี่คือสถานที่ปลอดภัย

แต่...ใบหน้าหนึ่งกับการกระทำฉายชัดกลับปลุกความร้อนรุ่มในกายภายใต้ความฝันอันยาวนาน

หลังจากเลิกประชุมลีโอใช้สิทธิ์หุ้นส่วนของโรงแรม เรียกเทปวงจรปิดของโรงแรมมาเปิดดูที่ห้อง โดยมีไซม่อนเพื่อนรักของเขาอยู่ด้วย แม้ไซม่อนจะประหลาดใจที่จู่ๆ ลีโอขอดูเทปวงจรปิด ทั้งที่ปกติลีโอก็พาสาวๆ มาค้างที่นี่ แต่ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ และประหลาดใจไปกว่านั้นที่เพื่อนบอกว่า คนที่มาส่งเธอคนนั้นคือลิซ่าน้องสาวของเขา ลีโอจึงได้ขอเบอร์โทรศัพท์ไว้ และขอร้องเพื่อนอย่าเพิ่งบอกใคร เขาจะจัดการปัญหาด้วยตัวเขาเอง


วันต่อมา ล่วงเข้ามาเวลาบ่ายกว่าๆ ลีโอเพิ่งจะติดต่อลิซ่าได้ และนัดให้ออกมาเจอกันยังร้านกาแฟไม่ไกลจากบ้านพักของหญิงสาวมากนัก เขาเติมกาแฟร้อนเป็นครั้งที่สองในขณะที่ลิซ่าเพิ่งจะเปิดประตูร้านเข้ามา หญิงสาวเดินตรงเข้ามาหาทันที แม้จะไม่เคยเจอกัน แต่ลิซ่าก็เคยเห็นรูปถ่ายจากในมือถือของพี่ชายบ้าง อีกอย่างทั้งร้านในตอนนี้มีลูกค้าเพียงโต๊ะเดียว

“จะกินอะไรไปสั่งเลย พี่เลี้ยง” ลีโอพูดขึ้นมาเมื่อลิซ่านั่งลงเรียบร้อย บริกรยืนรอรับออเดอร์

   “เอสเปรสโซร้อนแก้วหนึ่ง”

   “ผมขอบลูเบอรี่ชีสเค้กด้วย” ลีโอสั่งพร้อมเลิกคิ้วถามหญิงสาว “สั่งเค้กมากินสิ”

   ลิซ่ามองเมนูที่วางบนโต๊ะ เปิดผ่านๆ ก่อนจะเงยหน้า

   “เค้กชอคโกแลตชิ้นหนึ่ง”

   พอบริกรหนุ่มเดินจากไป ลีโอก็เปิดการสนทนาทันที

   “ยินดีด้วยที่เรียนจบ เก่งนะเห็นไซม่อนชื่นชมน้องสาวบอกได้เกียรตินิยมอันดับสองนี่ ทวงรางวัลไปรึยัง”

   “ยังค่ะ แต่เห็นบอกว่าจะให้ทำงานที่โรงแรม ไม่รู้พี่ไซม่อนบอกพี่ลีโอรึยัง”

   “บอกแล้วอยากทำแผนกอะไรก็คุยกันเอง พี่ไม่ยุ่งพวกงานโรงแรม”

   แม้ลีโอจะเป็นหุ้นส่วนและเป็นกรรมการใหญ่ แต่ไม่ค่อยยุ่งเรื่องงานโรงแรม ให้สิทธิ์เพื่อนบริหารอย่างเต็มที่ ลีโอแค่ลงเงินก็เท่านั้น

   ชื่อเสียงของเพื่อนพี่ชายคนนี้ลิซ่าได้ยินไปทางคาสโนว่ามากกว่าทำงานจริงจัง แต่เธอก็เห็นกิจการหลายๆ อย่างของลีโอเจริญรุ่งเรืองดี เธอไม่รู้อะไรมากนัก พี่ชายเตือนแค่ ลีโอเป็นคนดี แต่อยู่ห่างๆ ไว้ แต่วันนี้พอลีโอนัดมา ทำให้เธอประหลาดใจ เพราะคนที่ให้เบอร์โทรศัพท์ก็คือพี่ชายเธอเอง

   “ฉลองจบหนักเลยเหรอ” ลีโอทักขึ้นเมื่อเห็นลิซ่านวดต้นคอ

   “พี่รู้ได้ไง เดี๋ยวนะ...” ลิซ่าจ้องหน้าลีโอเขม็ง “เป็นพี่นี่เองที่นั่งตรงเคาน์เตอร์ ลิซ่าก็ว่าหน้าคุ้นๆ พอดีมันมืดเลยเห็นไม่ถนัด”

   ลีโอแค่พยักหน้ารับ ลิซ่าขมวดคิ้วยังคงจ้องหน้าไม่ละสายตา

   “ว่าแต่เพื่อนผู้หญิงเราคนนั้นชื่ออะไร ที่เราไปส่ง” ลีโอถามขึ้นมาโต้งๆ

   “พี่หมายถึงธัญญ่าเหรอ” ลิซ่าคิดทบทวน “ธัญญ่าไปทำอะไรพี่รึเปล่าคะ แต่เอ๊ะ พี่ออกไปก่อนนี่ หรือหล่อนไปซุ่มซ่ามอะไรที่โรงแรม บอกแล้วจะขึ้นไปส่งไม่เอาๆ บอกไหว” ลิซ่าพูดเหมือนบ่นคนเดียว

   “พอๆ ไม่ต้องเดา ไม่มีอะไร” พูดได้แค่นี้ลีโอก็รู้สึกติดขัดพูดไม่ออก กับความเป็นจริงที่มันตรงข้าม

   “พี่ชอบ”

   “อะไรนะคะ!... ลิซ่าหูฝาดไปรึเปล่า”

   อย่าว่าแต่ลิซ่าจะประหลาดใจเลย ตัวเขาเองก็ยังประหลาดใจ แต่จะบอกความจริงไปยังไง ต่อให้เป็นน้องสาวเพื่อน ลิซ่าก็คงไม่พอใจเขาเป็นแน่

   “พี่ลีโอเปลี่ยนใจเถอะค่ะ ธัญญ่าไม่อยู่ที่นี่ กลับประเทศไทยไปแล้ว ไปยังไม่บอกลิซ่าเลย ทำยังกะหนีเจ้าหนี้” ท้ายเสียงแฝงด้วยความน้อยใจเพื่อนไม่น้อย “ตอนแรกบอกจะกลับอาทิตย์หน้า มารู้ข่าวตอนขึ้นเครื่องไปแล้ว”

   “มีที่อยู่ที่ประเทศไทยไหม”

   คำถามนี้ทำเอาลิซ่าอ้าปากหวอด้วยความคาดไม่ถึง

   “พี่สนใจเพื่อนลิซ่าจริงๆ เหรอคะ ไม่ได้เห็นเป็นของเล่นนา”

   ลีโอได้แต่ยิ้ม รอยยิ้มและแววตาทำให้ลิซ่าเข้าใจ

   “ลิซ่าก็ไม่มีค่ะ รู้แต่ว่าที่บ้านของธัญญ่าเป็นบริษัททำถุงยางอนามัย”

   “ถุงยางอนามัย” ลีโอพูดทวนราวกับฟังผิด ก่อนจะหัวเราะออกมา

   “ไม่เห็นตลกเลย” ลิซ่าอดที่จะโมโหแทนเพื่อนรักไม่ได้

   “ขอโทษ พี่เพียงแต่นึกภาพผู้หญิงจะบริหารงานแบบนี้ได้ยังไง นึกภาพไม่ออก ว่าแต่ยี่ห้ออะไรล่ะ”

   “พีคค่ะ บริษัท พีค เพอร์ฟอร์มานซ์ พี่จะใช้เหรอ ที่นี่ไม่มีหรอกค่ะ มีแต่ที่ประเทศไทยโน่น”

   “พี่จะไปใช้ที่โน่นสิ”

   นี่ถ้าคุ้นเคยกันมากกว่านี้ ลิซ่าคงได้ปาหมอนพิงใส่เพื่อนพี่ชายคนนี้ เหมือนที่ทำกับพี่ชายเวลาที่เธอหมั่นไส้ แม้เพื่อนพี่ชายคนนี้จะพูดเล่น แต่สายตาบ่งบอกถึงคำพูดว่าเขาทำจริง

   “พี่ลีโอ มีสาวๆ ตั้งเยอะแยะ ธัญญ่าไม่สเปกพี่หรอก อย่าไปยุ่งกับเธอเลยค่ะ”

   ‘ร้อนแรงปานนั้น เธอห้ามพี่ไม่สำเร็จหรอก ลิซ่า’  ลีโอได้แต่ตอบอยู่ข้างใน

   “อาทิตย์หน้าพี่จะไปงานเปิดผับของเพื่อนที่ประเทศไทย ไม่แน่นะ มีโอกาสอาจจะติดต่อเอามาขายที่ซิดนีย์ก็ได้”

   ลีโอพูดทิ้งท้ายก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย

‘แค่รู้ชื่อบริษัทมันคงไม่ยากที่จะหาตัวหล่อนเจอ ถ้าเขาตั้งใจที่จะตามหา!’

9
บทที่ 1

   สนามหญ้าอันกว้างใหญ่ของมหาวิทยาลัยชื่อดังของซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย คลาคล่ำไปด้วยเหล่าบัณฑิตที่ล้วนแต่มีรอยยิ้ม วันนี้เป็นวันแห่งความสำเร็จของพวกเขา หลังจากที่คร่ำเคร่งกันมาหลายปี บัณฑิตต่างถิ่นต่างถือโอกาสร่ำลาเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ รวมทั้งอาจารย์เพราะอีกไม่นานพวกเขาและเธอจะต้องกลับยังถิ่นเกิด

   แต่ธัญเรศ รักษ์สกุล แม้ใบหน้าจะมีรอยยิ้มออกมาบ้าง เมื่อมีใครมาแสดงความยินดี ทว่าดวงตาดำขลับกลับมีความหม่นหมอง เครื่องสำอางที่พอกไว้บนใบหน้าช่วยกลบเกลื่อนไปได้บ้าง

   หลังจากเสร็จสิ้นพิธีมอบปริญญาบัตร ธัญเรศ รักษ์สกุล ใบหน้าที่ดูหมองๆ ก็ยิ้มออกมาได้บ้าง เมื่อเจอคุณป้าสินี พี่สาวของพ่อเธอยืนถือช่อดอกไม้รออยู่ข้างๆ กับพ่อแม่ของลิซ่าเพื่อนสนิทที่จบมาพร้อมกัน

   “ยินดีกับหลานสาวคนเก่งของป้าด้วยจ้ะ พ่อของหลานที่อยู่บนสวรรค์จะต้องภูมิใจในลูกสาวคนนี้อย่างแน่นอน” ป้าสินีกล่าวกับหญิงสาวที่ดวงตาที่เศร้าหมองในตอนแรกเริ่มเปล่งประกายความสุขออกมา

   ดอกไม้ที่ส่งให้พร้อมอ้อมกอดอันอบอุ่นจากป้า แม้ไม่ใช่จากแม่ดั่งที่เธอหวังไว้ แต่ก็สร้างรอยยิ้มในวันดีๆ ของเธอ

   “ขอบคุณคุณป้ามากค่ะ ธัญญ่ารักคุณป้าค่ะ”

   “ป้าก็รักหลานจ้ะ” อย่างน้อยป้าสินีก็เป็นญาติสนิทคนเดียวที่มาในงานวันสำคัญของเธอ ตั้งแต่พ่อเสียและตั้งใจให้เธอมาเรียนต่อปริญญาโทที่นี่ และฝากป้าสินีที่เป็นพี่สาวคนเดียวของท่านให้ช่วยดูแล โดยมีมานะ ลูกน้องคนสนิทที่คุณสิทธาพ่อของธัญเรศได้สั่งเสียให้ช่วยดูแลเรื่องบริษัท โดยให้ป้าและลุงมานะช่วยดูแลเรื่องเงินที่ส่งเสียเธอเรียน

   ถ้าให้แม่เธอดูแล ป่านนี้เธอคงเรียนไม่จบ แม้แม่จะไม่สนใจเธอ แต่เธอก็อยากให้แม่มาในวันนี้

   “แม่ไม่มาจริงๆ ใช่ไหมคะป้า” ธัญเรศอดที่จะถามขึ้นมาไม่ได้

   อาการส่ายหน้าตอบแทนคำพูด ทำเอาใบหน้าหญิงสาวหม่นไปชั่วขณะ

   “ธัญญ่า ลิซ่า จะถ่ายรูปกับใครตรงไหนบอกมา” เสียงน้องชายของลิซ่าที่กดชัตเตอร์รัวๆ ขัดขึ้นมา เมื่อเห็นว่านางแบบหลักของเขาดูไม่ร่าเริง

   ไรอันเป็นน้องชายของลิซ่าเพื่อนรักของเธอ เขาเรียนถ่ายภาพและเป็นตากล้องมืออาชีพ วันนี้จึงมีชายหนุ่มเป็นตากล้องคอยถ่ายรูปให้สองสาว หามุมสวยๆ ถ่ายให้ แม้คนจะมากมายเต็มสนาม

   “ธัญญ่าคนบ้าเป็นแบบถ่ายรูป มัวแต่ยืมซึม ยิ้มหน่อยซิ สดชื่นหน่อย พวกเราจบแล้วนะ กว่าจะจบกันได้ เลือดตาแทบกระเด็น” เสียงลิซ่าตะโกนมา ตอนเรียนแทบทุกวันหยุดของไรอัน มักจะโดนชวนโดยสองสาวเพื่อไปหาที่ถ่ายรูป

   “อย่าให้อะไรมารบกวนจิตใจในวันดีๆ ของหลาน” ป้าสินีกล่าวย้ำให้สติ พร้อมส่งรอยยิ้มให้กำลังใจหลานสาวคนเก่ง นี่ถ้าหลานสาวคนเก่งของเธอรู้ว่าตอนนี้แม่ของเธอทำอะไรอยู่ตรงไหน คงจะเสียใจยิ่งกว่านี้

   “ต่อไปหลานยังต้องเจออะไรเข้ามาในชีวิตอีกเยอะ ตอนนี้หลานเกิดใหม่อีกครั้งแล้ว ต้องเข้มแข็ง” ป้าสินีพูดเตือนสติ หลานสาวเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากการจมน้ำมาไม่นาน

   “ขอบคุณค่ะ” ธัญเรศเอ่ยขอบคุณป้าสินีอีกครั้ง ก่อนจะหันมาชวนลิซ่า

   “ลิซ่า เราไปถ่ายหน้าป้ายมหาลัยกันเถอะ เธอก็รู้ว่าฉันชอบถ่ายกับป้าย” แล้วเสียงหัวเราะอันสดชื่นก็ดังกลับมาอีกครั้ง

   “ป้าว่า ถ่ายตรงนี้กับป้าก่อน ป้าคงไม่ตามตะลอนๆ ไปกับเราเหมือนเมื่อก่อนแล้วล่ะ”

   เสียงหัวเราะจากทั้งเธอและป้าก็ดังขึ้นมาอีกครั้งเมื่อหวนคิดไปถึงเธอตอนจบปริญญาตรี ป้าสินีบินไปร่วมงานด้วย เธอพาป้าไปถ่ายตามที่ต่างๆ จนป้าบ่นเหนื่อย

   “ป้าสินีคะ พรุ่งนี้พวกเรามีปาร์ตี้ฉลองเรียนจบกันกับเพื่อนๆ ลิซ่าขออนุญาตไว้ก่อนนะคะ เผื่อธัญญ่ากลับดึก แต่มันคงจะดึกแน่ๆ ค่ะ” ลิซ่าโอบเอวเธอไว้ ประกายตายิ้มแย้มกับความสำเร็จของเธอและเพื่อนรัก

   “ตามสบายจ้ะ ธัญญ่าโตแล้ว กลับเมืองไทยภาระหน้าที่ยังมีอีกเยอะ ตอนนี้หลานสนุกกับเพื่อนๆ ได้เต็มที่ ป้าอนุญาต”

   “ธัญญ่าเราไปถ่ายรูปกับเพื่อนๆ กันเถอะจะได้ชวนไปปาร์ตี้ด้วยเลย” ลิซ่ารีบชวน พร้อมพยักหน้าให้ธัญเรศมองไปทางที่เดวิดชายหนุ่มจอมตื๊อหวังธัญเรศเป็นแฟนกำลังเดินมาทางที่สองสาวยืนอยู่

   “ไปกันเถอะ” ธัญเรศรีบบอก ก่อนจะหันไปหาป้าสินี “ป้าไปนั่งรอที่โรงอาหารนะคะ เดี๋ยวหนูตามไป”

   ธัญเรศดึงใจให้กลับมาอยู่กับตัวไม่ไปเสียใจกับการที่แม่ไม่มาร่วมงานแห่งความสำเร็จของเธอนี้
   ใช่! เธอยังมีเรื่องอีกมากมายที่เธอต้องสานต่อและแก้ไข… เธอต้องเป็นคนใหม่ ในเมื่อเบื้องบนให้โอกาสในการมีชีวิตของเธออีกครั้ง


เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เธอเกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะความบ้าระห่ำเสียใจของเธอทำให้เธอดับความโศกเศร้าด้วยการทำบ้าๆ ว่ายน้ำในน้ำที่เย็น ถึงได้เป็นตะคริว หากไม่มีคนมาช่วย เธอก็คงไม่มีโอกาศมางานรับปริญญาของตัวเอง เธอได้แต่ขอบคุณ ‘คนนั้น’ อยู่ในใจซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร    

‘หวังว่าคงไม่ซวยซ้ำซวยซ้อนหรอกนะ’ ธัญญ่าได้แต่บ่นอยู่ในใจ นึกหวั่นใจว่าเธอจะหมดเคราะห์แล้วหรือยัง


   ลีโอ แบรนดอน เดินฝ่าเหล่าบรรดาขาแดนซ์ในผับแห่งหนึ่ง ที่กำลังโยกย้ายส่ายสะโพกไปตามจังหวะเพลงอันเร้าใจ โดยไม่สนใจว่าใครจะเบียดจะแทรกผ่านไปหรือไม่แต่อย่างใด เขาชอบมานั่งผับนี้ประจำ ที่นี่เป็นร้านของเพื่อน ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลใจหากจะมีเรื่อง พนักงานที่นี่พร้อมช่วยเขาเสมอ

วันนี้ลูกค้าหนาแน่น ชายหนุ่มสอดส่ายสายตาเพื่อมองหาโต๊ะว่าง บรรดาขาเที่ยวต่างก็มาจับจองพื้นที่กันเต็ม พนักงานของผับรีบมาต้อนรับเพราะจำคาสโนว่าหนุ่มเปย์หนักขาประจำคนนี้ได้

“วันนี้คนเยอะจัง”
“เมื่อวานมหา’ลัยรับปริญญาหลายที่ครับ วันนี้เลยโต๊ะเต็ม แต่เพิ่งจะมีว่างอยู่ที่หนึ่ง เชิญทางนี้ครับ”

เด็กหนุ่มเชื้อเชิญไปยังโซฟาว่างไม่ไกลนัก แต่ลีโอส่ายหน้า วันนี้เขามาคนเดียวไม่ได้นัดสาวคนไหน จึงได้เลือกที่จะนั่งเคาน์เตอร์บาร์ด้านในสุดของผับ พอจะมีเก้าอี้ว่างอยู่สองสามตัว

   เขาแค่อยากมานั่งดื่มอะไรนิดหน่อย พรุ่งนี้มีงานแต่เช้า ทำให้ไม่อยากนัดสาวไหนมาเที่ยวสนุกด้วย แต่วันนี้คงจะนั่งดื่มเงียบๆ ไม่ได้ เมื่อคนส่วนมากในผับแห่งนี้มีแต่สาวๆ ที่แต่งตัวราวกับปลดปล่อยอารมณ์ที่เรียนกันมาหนัก จังหวะดนตรีที่เล่นวันนี้ก็เปลี่ยนไป แม้จะไม่มีสาวๆ ที่คอยจะมายั่วยวนหาแขก แต่เป็นบรรดาสาวๆ ที่มาสนุกเฮฮากับเพื่อนๆ ก็เป็นอาหารตาอย่างดีสำหรับเขา บรรยากาศสลัวมีเพียงแสงไฟตรงเคาน์เตอร์บาร์ที่ส่องสว่าง พอได้ที่นั่งบาร์เทนเดอร์รีบมาบริการ

   “ขอหนักๆ แก้วหนึ่ง”

   เพียงไม่นานแก้วชอตเล็กๆ ที่มีน้ำสีอำพันก็วางตรงหน้าเขา และไม่นานเช่นกันที่เขายกแก้วขึ้นดื่มจนหมดแก้ว ความร้อนที่ไหลผ่านลงสู่ลำคอไปยังกระเพาะ สร้างความกระชุ่มกระชวยลดอาการเหนื่อยกายให้สดชื่นขึ้น

      เสียงเชียร์ที่ดังมาจากโต๊ะตัวในสุดของร้าน ทำเอาชายหนุ่มกำลังยกแก้วขึ้นดื่มจนหมดเหลียวไปมอง ทันสบสายตากับหญิงสาวชาวเอเชียคนหนึ่งกำลังยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มจนหมดไปพร้อมๆ กับเขา ลีโอถึงกับตาโตด้วยความประหลาดใจ ที่จู่ๆ ก็เจอหญิงสาวที่ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาคอยวนเวียนรบกวนอยู่ในหัวสมองเขา สายตาที่สบเพียงครู่แล้วกลับไปสนใจความสนุกตรงหน้า

   “เธอคงจำเราไม่ได้ แต่ไม่ว่าจะอยู่ในชุดไหนช่างดูเซ็กซี่ยั่วยวนใจโดยแท้” ลีโอได้แต่ฮึ่มฮ่ำเบาๆ

      “เฮ้ๆ ” เสียงเชียร์ยังคงดังต่อเนื่อง

      ลีโอ แบรนดอน ยังคงมองเธอกระดกแก้วหมดอีกเช่นเคย มันทำให้เขายกแก้วขึ้นดื่มตามอีกครั้ง ชายหนุ่มที่มากับเธอเข้าไปดึงเธอลุกขึ้นเต้น ไฟสลัวมันทำให้เห็นเสื้อสายเดี่ยวเข้ารูป เผยสัดส่วนที่สวยงาม คาสโนว่าอย่างเขาก็เห็นดีด้วยว่าสวยงามน่าครอบครอง โดยเฉพาะทรวงอกอวบอิ่มที่น่าเป็นเจ้าของนั่นด้วยแล้วมันทำให้ไฟในกายเขาร้อนวูบวาบขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

      ‘โชคดีของไอ้หนุ่มนั่น คืนนี้คงได้สนุกกับเจ้าหล่อนแน่’ เขาคิดในใจปนอิจฉา มันทำให้เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

      “แฟรงค์ คืนนี้หาผู้หญิงเอเชียให้ผมสักคนนะ ขอผู้หญิงผมยาวเซ็กซี่ มีเนื้อมีหนังหน่อย เลือกที่อายุยี่สิบกว่า เออ..ให้เธอใส่เดรสสายเดี่ยวสีครีมมานะ แล้วผมจะให้ทิปพิเศษ อีกสักชั่วโมงแล้วกันส่งไปที่ห้อง 316 โรงแรมที่เวสต์วูด ผมขอนั่งดื่มสักชั่วโมงก่อน แค่นี้แหละ”

      เขาวางสายจากนายหน้าหาคู่นอนเจ้าประจำมาให้เขายามที่เขาต้องการ ลีโอไม่ชอบผูกมัด ไม่มีสาวคนไหนที่จะจับเขาได้ แม้บางคนเขาจะติดใจใช้บริการหลายครั้งก็ตามเถอะ ไม่มีใครที่จะครอบครองตัวเขาเลย มีครั้งนี้แหละที่เขาเรื่องมากสั่งสเป็กที่เขาเห็นตรงหน้าให้แฟรงค์ไปหามา แค่นี้แฟรงค์จัดการให้เขาได้สบาย เขาแค่รอ ระหว่างรอก็ดูแม่สาวน้อยคอแข็งที่เริ่มมีอาการเมาไปพลางๆ สร้างแรงกระตุ้นไว้จัดการแม่สาวที่แฟรงค์จะส่งมาคืนนี้

   แต่ให้ตายเถอะ! สายตาที่เจ้าหล่อนส่งมาให้เขายามมองมาที่เขาแล้วส่งยิ้มให้ มันดูเย้ายวนยิ่งนัก อยากให้เจ้าหล่อนมาอยู่ใต้ร่างเขา นี่เธอจะรู้ตัวบ้างไหมว่าสายตาที่มองมานั้นมันยั่วยวนแค่ไหน มันทำให้เขาแทบจะทนไม่ได้ทีเดียว ถ้าเขาเป็นแฟนเธออย่าหวังว่าจะให้เธอเมาต่อหน้าใครต่อใครแน่ คนอะไรมีเสน่ห์เวลาเมา

      ลีโอยกแก้วขึ้นดื่มจนหมดอีกครั้ง โบกมือเรียกเด็กมาเก็บเงิน

      “วันนี้คุณลีโอกลับเร็ว”

      “มีของดีรออยู่ที่ห้อง” ลีโอหัวเราะราวกับได้ของถูกใจ บริกรหนุ่มรับเงินพร้อมทิปก่อนจะถอยออกไป ก่อนลุกไปจากโต๊ะเขาก็อดไม่ได้ที่จะมองไปที่หญิงสาวชาวเอเชียคนนั้นอีกครั้ง

      “ธัญญ่า หมดแก้ว” เสียงเชียร์ดังตามมาเข้าหูเขาอีกครั้ง

      ‘เดี๋ยวก็น็อค หรือคอจะแข็ง… เสียดายเป็นบ้า คืนนี้ถ้าเป็นเธอที่ดื่มกับเขาก็คงดี’ ชายหนุ่มได้แต่บ่นกับตัวเอง สาวมีให้เลือกมากมายดันมาต้องตาต้องใจแม่สาวน้อยคนนี้ถึงกับใช้บริการกับเด็กของแฟรงค์ นี่ถ้าใครรู้คงหัวเราะเขาตาย

      ชายหนุ่มเดินออกจากผับมุ่งตรงไปยังที่ลานจอดรถใกล้ๆ ผับ ระหว่างที่เดินผ่านซอกตึกเพื่อไปยังรถของเขา ได้ยินเสียงเหมือนคนคุยกัน ลีโอเดินช้าลงพร้อมกับระวังตัว ชายหนุ่มสองคนหลบมุมคุยกันที่มุมมืดหลังรถคันหนึ่ง เขาแค่ปรายตามอง คนหนึ่งเขาจำได้ดีคือ จิมพ่อค้าขายของตลาดมืด ไม่ว่าจะเป็นยาปลุกเซ็กซ์ ไวอากร้า หรือของต่างๆ นานาที่หนุ่มๆ ต้องการ พ่อค้าตลาดมืดคนนี้มีหมด จิมเคยเสนอขายของให้ แต่เขาไม่สนใจเพราะระดับลีโอย่อมทำให้หญิงสาวติดใจได้โดยไม่พึ่งตัวเสริมพวกนี้เป็นแน่ แต่ชายหนุ่มที่เป็นลูกค้าจิม แม้จะเห็นแค่แวบเดียวแต่เขาจำได้ว่าเป็นคนเดียวกับที่แดนซ์กับหญิงเอเชียคนนั้น ลีโอหัวเราะเบาๆ

      “ไม่มั่นใจในฝีมือตัวเองรึไงวะ” เขาพูดลอยๆ แล้วหัวเราะก่อนจะเดินผ่านไปอย่างไม่สนใจ

เพียงไม่นานเขาก็ขับรถมาถึงโรงแรมระดับห้าดาว เขามาที่นี่เป็นประจำ จนต้องจัดห้องสูทให้เป็นห้องพักประจำของเขาเลยทีเดียว โรงแรมนี้เขามีหุ้นอยู่ แต่เขาไม่ได้เป็นคนบริหารงานยกให้เพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนอีกคนจัดการ เขาแค่มาอาศัยนอนบ้างเป็นคราวๆ เพราะไม่เคยพาคู่นอนไปที่บ้านเลยแม้แต่คนเดียว หากจะใช้บริการเขาจะพามาโรงแรมเท่านั้น ตอนนี้สิ่งที่เขาทำได้คืออาบน้ำรอความสุขที่จะถูกส่งมาให้ในไม่ช้านี้แค่นั้นเอง

   ภายใต้จังหวะดนตรีที่ยังคงดังกระหึ่มอยู่ในผับ กลุ่มเพื่อนๆ ของธัญเรศก็ยังคงสนุกกับปาร์ตี้กันเต็มอิ่ม เสียงหัวเราะพร้อมเต้นไปตามจังหวะดนตรียิ่งสร้างความสุข

      “ธัญญ่า แก้วนี้สำหรับคุณ ยินดีด้วยที่เรียนจบ”

เดวิดส่งยิ้มกรุ้มกริ่มให้กับหญิงสาวที่วันนี้ดื่มไปหลายแก้ว ปาร์ตึ้วันนี้เป็นโอกาสสุดท้ายสำหรับเขา เพราะอีกไม่นานธัญเรศก็จะกลับประเทศของเธอแล้ว และเขาต้องจัดการเผด็จศึกเธอให้ได้ แม้ว่าเขาคอยตื๊อจีบเธอมาเกือบปี แต่ไม่เคยได้ล่วงเกินเธอเลย แม้จูบเธอก็ไม่ยินยอม เหมือนจะเป็นนักเรียนนอกใจกล้า แต่ช่างหวงตัวนัก เขาเฝ้าอดทนรอ

‘วันนี้แหละธัญญ่า เธอจะมีความสุขกับฉัน’ เดวิดได้แต่ยิ้มกริ่มอยู่ข้างใน มองแก้วเหล้าที่ส่งให้

“ธัญญ่าจะไม่ไหวแล้ว แก้วนี้ฉันดื่มแล้วกัน” ลิซ่าเพื่อนสนิทของธัญเรศจะคว้าแก้วในมือเดวิดมา แต่เขาดึงแก้วกลับ

“เอาหน่อยน่า แก้วสุดท้ายแล้ว เดี๋ยวผมไปส่งให้เอง”

ลิซ่าตาขวางเพราะไม่ชอบเดวิดเป็นทุนเดิม พยายามจะแย่งแก้วมาจากมือชายหนุ่ม แต่ธัญเรศรับแก้วจากเดวิดเพื่อตัดปัญหา ยกขึ้นดื่มจนหมดอีกครั้ง โดยมีสายตาของเดวิดมองด้วยความพอใจ

‘อีกสักพักยาคงจะออกฤทธิ์ คืนนี้แหละธัญญ่าเอ๋ย เล่นตัวดีนัก เธอจะต้องเป็นของฉัน’ เดวิดกระหยิ่มยิ้มในใจ

เสียงเพลงยังคงดังกระหึ่มในจังหวะเร้าใจ เดวิดชวนธัญเรศเต้นอยู่ข้างๆ โต๊ะ บางจังหวะมือเขาก็ลูบไล้สัมผัสแขนเนียนขาว บางจังหวะมี

โอกาสเขาก็แกล้งทำเป็นลูบไล้สะโพกกลมกลึงไปตามจังหวะเพลง เพื่อหยั่งดูอาการของหญิงสาวที่เริ่มไม่ปัดมือเขาออก

“ลิซ่า ฉันไม่ไหวแล้ว อยากกลับ” ธัญเรศรู้สึกไม่สบายตัวคอแห้งผาด ยกน้ำเปล่าขึ้นมาดื่ม ที่สำคัญ

“ฉันบอกเธอแล้วธัญญ่า เดี๋ยวก็หมดแก้วๆ จะไปสู้พวกผู้ชายได้ไง” ลิซ่าแอบบ่น แต่ก็ยอมลุกโดยดี หันมาบอกเพื่อนๆ ที่นั่งอยู่ “เดี๋ยวฉัน
ไปส่งธัญญ่าแล้วจะกลับมานะ นานๆ จะได้ฉลองอย่างสะใจซะที พวกนายอย่าเพิ่งกลับล่ะ”

“ให้ผมไปส่งดีกว่า ผมจะกลับเหมือนกัน” เดวิดรีบบอก เขามองอาการหญิงสาวด้วยความพึงพอใจมาก

“ไม่เป็นไร เดวิด ลิซ่าพามาก็จะพาไปส่ง เดี๋ยวคุณป้าของธัญญ่าจะว่าเอา”

“แต่...” เดวิดเริ่มหงุดหงิด เสียดายโอกาส เขาน่าจะพาธัญญ่าไปห้องน้ำแล้วจัดการเธอตรงนั้น ไม่คิดว่าลิซ่าจะขวาง คำว่า “แฟน” สำหรับเขาทำได้แค่กันชายหนุ่มคนอื่นไม่เข้ามายุ่งกับธัญเรศ แต่สำหรับตัวหญิงสาวเองแล้ว เขาก็ไม่แน่ใจว่าคิดยังไงกับเขากันแน่ แต่อย่างน้อยก็มีเขาที่เธอยอมไปไหนมาไหนด้วย แค่รอโอกาสเท่านั้น

“ผมจอดหน้าบ้านก็ได้ ที่บ้านธัญญ่าไม่รู้หรอก” เดวิดพยายามตื้อ อย่างน้อยจัดการเธอในรถก็ยังดี

“ธัญญ่าจะกลับกับลิซ่า” ธัญเรศเอ่ยขึ้นมา หายใจถี่รัวราวกับสะกดความรุ่มร้อนภายในให้ดับลง หญิงสาวกระวนกระวายใจอยากกลับไปอาบน้ำโดยเร็ว จะได้ดับความรุ่มร้อนนี้ได้

“ไปห้องน้ำไหม ธัญญ่า ผมจะไปส่ง” เขายังคงพยายามอีกครั้ง เขากอดธัญเรศและถือโอกาสลูบไล้สะโพกอันกลมกลึงราวกับพยายามจะปลุกให้เธอทนไม่ได้ อยากไปกับเขา แต่ว่าแม้หญิงสาวจะดูร้อนรุ่มข้างในหากเธอยังคงส่ายหน้าไปมา

“ไม่...” ธัญเรศหันหน้ามาบอกเพื่อนรัก “ลิซ่าไปส่งหน่อย”
ลิซ่ายกแก้วดื่มจนหมด พร้อมกำชับคนอื่นอย่าเพิ่งกลับ
เดวิดได้แต่หัวเสีย พลาดเสียของไปอีกครั้ง ไม่เป็นไร ครั้งหน้าก็ได้ เขาเฝ้าอดทนกับสาวเอเชียคนนี้มาหลายเดือน

“กลับบ้านก็ไม่ได้ คืนนี้ธัญญ่าไปนอนโรงแรมของพี่ชายฉันก่อนแล้วกันนะ วันนี้เขาไม่อยู่ไปเมลเบิร์น”
ลิซ่าพาธัญเรศกลับมาพักโรงแรมเวสต์วูด โรงแรมหรูระดับห้าดาว ที่พี่ชายของเธอเป็นหุ้นส่วน ธัญเรศบอกที่บ้านแต่แรกแล้วว่าคืนนี้จะขอค้างกับเพื่อนรัก แต่หญิงสาวไม่ได้บอกใครนอกจากลิซ่า

“ไหวมั้ย ธัญญ่า ให้ฉันไปส่งแกที่ห้องมั้ย”

“ม่ายต้อง แกไปสนุกต่อเถอะ ฉันร้อนอยากรีบอาบน้ำนอน” หญิงสาวอยากจะขึ้นไปนอนแช่ในอ่างน้ำ เพื่อเรียกสติกลับมาโดยเร็ว เธอรู้สึกร้อนจนแทบอยากจะกระชากเสื้อผ้าออกให้หมด

“ห้อง 318 นะแก หลับให้สบายนะ ไม่ต้องห่วงฉัน ฉันมีคีย์การ์ดอีกใบ แต่ไม่รู้จะเที่ยวกันยันสว่างรึเปล่า แกไม่ต้องกังวล”

ธัญเรศพยักหน้ารับคีย์การ์ดจากเพื่อน ลงจากรถเสร็จเธอก็โบกมือลา ก่อนจะเดินเซๆ เข้าโรงแรม วันนี้เธอดื่มหนักกว่าทุกครั้ง เพราะเดวิดขยันชนแก้วกับเธอจนเธอไม่ไหว หญิงสาวรู้ว่าชายหนุ่มจ้องหาโอกาสทุกครั้ง แต่ด้วยความมั่นใจว่าตัวเองคอแข็งและมีลิซ่าเป็นกันชนให้เอาตัวรอดมาตลอด เพียงแต่วันนี้เธอรู้ว่าร่างกายเธอผิดปกติ รู้ว่าไม่ไหว อยากรีบกลับ หมดสนุกที่จะปาร์ตี้กับเพื่อนทั้งที่ตั้งใจจะสนุกกันยาวยันสว่าง แต่เธอดันไม่ไหว ก็ไม่อยากให้ลิซ่าต้องมาหมดสนุกไปด้วย

หญิงสาวพยายามประคองสติ สมองไม่รับรู้ไม่จดจำ บังคับตัวไปยังลิฟต์ที่จอดรออยู่กดชั้นสามอย่างมั่นใจ พอถึงชั้นสาม เธอก็เดินมุ่งหน้าหาห้อง มือถือคีย์การ์ดมั่น

“ห้อง 316 อยู่ไหนหว่า” หญิงสาวพยายามใช้สายตาเพ่งมองหาห้อง วันนี้เธอเมาหนักจริงๆ

ธัญเรศเดินมาจนสุดทาง ถึงได้เจอห้อง 316 หากเธอมองไปยังอีกฟาก ก็จะเห็นห้อง 318 ที่ลิซ่าบอก ทว่าธัญเรศ
กลับหยุดอยู่หน้าห้อง 316 พยายามรูดคีย์การ์ดเปิดประตูห้อง แต่ดันประตูเท่าไหร่ก็ไม่เปิด

“อะไรกัน ทำไมมันไม่เปิด” หญิงสาวพยายามตั้งสมาธิรูดใหม่อีกครั้ง แม้จะยืนโงนเงน สมองเริ่มเบลอ สายตาพร่าเลือนไปบ้าง อีกนิดเดียวก็จะเข้าห้องไปนอนได้แล้ว อยากจะเข้าห้องล้มตัวนอน เธอหมุนลูกบิดอีกครั้ง ก็ยังเปิดไม่ได้

เสียงกุกกักอยู่หน้าห้องทำให้ลีโอที่นั่งดื่มรอในห้องลุกขึ้นมา เขามองนาฬิกายังไม่ถึงเวลาที่นัด แฟรงค์ส่งคนมาเร็วกว่าที่คิด ชายหนุ่มสวมแต่กางเกงลำลองตัวเดียว เผยให้เห็นกล้ามท้องเป็นมัด แม้จะไม่ได้หุ่นแบบนักกีฬา แต่เขาก็ไม่เคยปล่อยตัวให้ลงพุง

ลีโอเปิดประตู พอเห็นคนตรงหน้ากลับตะลึงไม่เชื่อสายตา หญิงสาวเซถลาตามแรงเปิดประตู เข้าหาอกอุ่นของเขา แทบไม่เชื่อสายตาว่าจะ
เป็นเธอ! หญิงสาวที่เขาต้องการ

‘ไม่รู้ว่าเธอหากินทางนี้ด้วย นี่คงจะโดนแฟรงค์เรียกมาขัดจังหวะไปกับแฟนหนุ่มล่ะสิ คงจะร้อนเงินไม่ใช่น้อย เจ้าหนุ่มโง่นั่น ไม่จำเป็นต้องใช้ยากับเธอเลยสักนิด’

โดยไม่รอช้า เขารีบปิดประตู ประทับจูบที่เรียกร้องและเร่าร้อนให้กับคนที่เขารอคอย ฝ่ามือคลึงเคล้าไปกับอกอวบ หญิงสาวอยู่ในอาการตกใจพยายามดิ้นหนี

“อย่าเล่นตัวแม่สาวน้อย คืนนี้ฉันจะทำให้เธอมีความสุขจนลืมไม่ลงทีเดียว”

“อย่านะ ฉันไม่ใช่” หญิงสาวโวยวาย พยายามดิ้นหนี หากแต่พูดได้ไม่กี่คำ ก็โดนประทับรอยจูบปิดเสียงร้อง บดเบียดแทรกลิ้นเข้าไปในโพรงปากอย่างช่ำชอง ฝ่ามือที่รุกรานคลึงเคล้าอกอวบ บวกกับยาที่ออกฤทธิ์ได้ที่ ปลุกอารมณ์ข้างในให้เตลิด นิ้วมือเริ่มลากไล้วนลงไปรุกรานส่วนที่อ่อนไหวของหญิงสาว แม้ใจจะต่อต้านแต่หญิงสาวเริ่มจูบตอบ ต่างจากการแสดงออกทางกายที่มือพยายามออกแรงผลัก

“อึม เธอพร้อมมากเลยสาวน้อย แบบนี้สิ” ลีโอครางออกมาอย่างพอใจ อุ้มหญิงสาวที่ร้องอุทานออกมา ก่อนจะสัมผัสกับเตียงนุ่ม เพียงเสี้ยววินาทีลีโอก็ทาบทับลงมา ชุดสายเดี่ยวเลื่อนหลุดมาโชว์ทรวงสล้างที่มีเพียงบราเซียปิดอยู่ แต่ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับชายหนุ่ม เขาครอบครองทรวงอกสาวทันทีที่นิ้วปลดตะขอออกอย่างเชี่ยวชาญ เผยให้เห็นอกเนียนขาวจนแทบทนไม่ได้ ซุกหน้าลงไปคลึงเคล้า มืออีกข้างไม่ปล่อยให้ว่าง ยังคงทำงานของมันอย่างคล่องแคล่ว วนไล้นิ้วไปยังใต้ท้องน้อย

“อย่า....” เสียงร้องอย่างแผ่วเบาดังออกมา “ฉันไม่ใช่...”

นิ้วลากผ่านร่องกลางอันชุ่มฉ่ำ ร่างกายหมดแรงต้านทาน แถมตอบรับการรุกเร้า อกที่แอ่นรับยามที่ริมผีปากเขาครอบครอง แม้จะพยายามบ่ายเบี่ยง แต่กลับทรมานหากไม่ได้รับสัมผัสอย่างถึงใจ

“ถ้าฉันไม่ช่วยเธอ เธอจะยิ่งทรมาน”

เขารู้ว่าคนที่เจอยาปลุกเซ็กซ์เข้าไป จะยิ่งทรมานทุรนทุราย ดีไม่ดีช็อกตายไปยิ่งอันตราย เขาไม่รู้วิธีแก้อย่างอื่นคาสโนว่าอย่างเขาไม่เคยศึกษาวิธีแก้ นอกจากดับไฟให้ตามแบบฉบับนักรัก ลีโอจู่โจมเธออย่างอ่อนโยน แต่ไม่ว่าจะแบบไหน เขาเดินหน้าแล้วหยุดไม่ได้เช่นกัน

“เธอสวยมาก แม่สาวน้อย” ลีโอพึมพำอย่างพอใจ ชุดเดรสของหญิงสาวถูกดึงร่นออกจากตัว ยิ่งเผยให้เห็นรูปร่างที่เย้ายวน หากความคับแคบที่รัดตรึงเมื่อเขารุกล้ำ ทำให้แทบตกม้าตาย แต่คาสโนว่าอย่างเขายอมเสียเชิงชายไม่ได้

ค่อยขยับฝ่าฟันเข้าไป หากต้องชะงักอีกครั้งเมื่อเจออุปสรรคที่ขวางกั้น ทำให้ต้องหยุดนิ่ง

แฟรงค์ส่งสาวพรหมจรรย์มาให้ 

ไม่จริง...เธอไม่เคยผ่านมือชายได้ยังไง มิน่า...แฟนหนุ่มถึงกับต้องวางยา

แต่...หญิงสาวยอมมาทำงานกับแฟรงค์ได้ยังไง ยิ่งทำให้เขางงหนัก ทว่านาทีนี้ไม่จำเป็นต้องหาเหตุผล ของดีอยู่ตรงหน้า เขาพร้อมที่จะ

มอบความสุขให้กับเธออย่างเต็มอิ่ม

โอว์....เธอช่างวิเศษเกินความคาดหมาย

ต้องทิปหนักทั้งแฟรงค์และแม่สาวน้อย

ร่างกายที่พยายามหนีเพราะความเจ็บ ไม่คุ้นเคยกับการรุกราน แต่เพียงไม่นานก็แปรเปลี่ยนเป็นโอนอ่อนพร้อมเสียงครวญครางอย่างมีความสุข ยิ่งเร่งให้ลีโอโจนทะยาน เพียงไม่นานร่างกายที่เคยต่อต้านก็แอ่นรับความสุขไปพร้อมๆ กับลีโอที่ถึงจุดหมายปลายทางด้วยความสุขอันเต็มเปี่ยม

เขามองสาวน้อยที่ยังไม่รู้แม้แต่ชื่อหลับอย่างอ่อนเพลีย แต่ไม่ใช่ปัญหาเอาไว้ถามแฟรงค์ทีหลังได้ และแน่นอน เขาต้องใช้บริการเธออีกแน่
ลีโอก้มลงหอมหน้าผากที่ไรผมลงมาปกปิด สาวน้อยซุกกายเบียดกับอกอุ่นของชายหนุ่ม มือก่ายกอดเขาไว้ ใบหน้าที่เบียดซุกไซ้กับ

โอววว...เขาพร้อมอีกครั้งแล้ว กับการยั่วยวนแบบไม่ได้ตั้งใจของเธอ

การเริ่มต้นอีกครั้ง กับการตอบรับอันร้อนแรง แม้หญิงสาวจะหลับตาพริ้มครวญครางละเมอ ทำราวกับว่าตกอยู่ในความฝัน แค่ร่างกายตอบรับมันก็วิเศษสำหรับเขาแล้ว

“ฝันดีนะ แม่สาวน้อย” ลีโอพึมพำด้วยความพอใจ

“พรุ่งนี้เถอะ เธอจะมีความสุขกับฉันโดยไม่ต้องพึ่งอะไร” ชายหนุ่มเอ่ยกับหญิงสาวนิรนามที่นอนซบอยู่ในอ้อมกอดเขา ลีโอมองใบหน้าอ่อนเยาว์ที่หลับตาพริ้ม

มันคงเป็นการยากสำหรับสาวน้อย สำหรับการขายตัวครั้งแรกสินะ แต่ต่อไปเขาไม่ยอมให้เธอทำแน่ ไม่น่าเชื่อว่าแฟนหนุ่มของเธอจะไม่ได้แอ้มเธอ แต่คงพยายามอย่างมากสำหรับคืนนี้ มันทำให้ผลดีมาตกกับเขา สาวน้อยถูกมอมยา เธอจะรู้รึเปล่านะ ว่าแฟนหนุ่มของเธอถึงกับใช้ยากับเธอ ครั้งแรกของหญิงสาว ถึงกับต้องใช้ยาช่วยเชียวหรือ ให้ตายเถอะ ถ้าต่อไปมันกล้าทำอีก เขาจะจัดการมันแน่

เขาติดใจ เขาหวง คงต้องคุยกับแฟรงค์ ห้ามใครยุ่งเกี่ยวกับเธอ

ต่อแต่นี้ไปเขาจะดูแลเธอเอง...แม่สาวน้อย



10
บทแหย่พยาธิ

   “ตูมมม...”

   เสียงคนกระโดดลงสระน้ำของคอนโดหรู ริมทะเลนอกเมืองซิดนีย์ ลีโอ แบรนดอนนอนอ่านหนังสืออยู่ถึงกับลดหนังสือที่กำลังอ่านลง มองหญิงสาวที่กำลังว่ายน้ำไปมาราวกับกำลังแข่งว่ายน้ำชิงเหรียญทองอยู่ในสระคนเดียว

 แม้เช้านี้อากาศจะเริ่มอบอุ่นขึ้นมาบ้าง แต่น้ำในสระยังคงเย็นยะเยือกอยู่จึงยังไม่มีใครลงสระในช่วงเวลานี้ มีเพียงเขาที่ลงมานอนอ่านหนังสือเล่น รับลมเย็นจากธรรมชาติ ไม่คิดว่าจะมีใครบ้าระห่ำว่ายน้ำเย็นแบบนี้ แล้วเป็นผู้หญิงด้วยแล้ว เขาแค่มองตาม
แต่ก็ต้องตะลึงเมื่อเธอถอดเสื้อคลุมออกเผยให้เห็นทรวดทรง ที่ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงตัวเล็กคนนี้ภายใต้บราตัวจิ๋วที่ปิดทรวงไม่มิด จะมีหน้าอกที่ใหญ่เกินตัว เอวที่คอดกิ่วทำให้สะโพกกลมมลยิ่งทำให้ใครก็ตามที่พบเจอต้องมอง

ครั้งแรกเขาตั้งใจจะมาออกกำลังกาย ว่ายน้ำเพื่อเรียกความสดชื่นก่อนไปประชุมตอนบ่าย แต่พอแค่เท้าสัมผัสน้ำในสระ ความเย็นมันทำให้เขาเปลี่ยนใจอ่านหนังสือแทน รอให้สายกว่านี้ค่อยลงไปว่ายน้ำเล่น

แต่เธอคนนี้ไม่หวั่นความเย็นของน้ำ

หญิงสาวเกาะขอบสระก่อนจะกระโดดขึ้นนั่งตีขากับน้ำเล่น ห่างจากเก้าอี้ที่เขานอนเล่นอยู่ไม่ไกลนัก พอที่จะมองเห็นหน้าตาและรูปร่างเธอคนนั้นชัดเจน แม้เขามักจะมีหญิงสาวสวยหุ่นเซ็กซี่มาคลอเคลียอยู่เสมอก็ตาม แต่ในสายตาเขาไม่ได้สวยมีเสน่ห์ชวนหลงใหลเหมือนหญิงเอเชียคนนี้มาก่อนเลย ทั้งที่ผมที่เปียกลู่ยาวแนบลำตัวแต่ก็ไม่สามารถบดบังทรวดทรงรูปร่างที่ทำให้เขาถึงกับกลืนน้ำลายด้วยความยากลำบาก ถ้าเขาทำให้เธอครวญครางอย่างเป็นสุขได้คงจะดีไม่น้อย

“คิดอะไรบ้าๆ วะ”

เขาไม่ใช่คนหื่นกามถึงขั้นนี้ แม้ว่าจะมีหญิงสาวมาทอดกายให้เขาอย่างเต็มใจเป็นประจำก็ตาม แต่มันไม่ได้ทำให้เขาตื่นตัวเหมือนกับตอนนี้เลย เธอมองมายังเขาเพียงครู่เดียวราวกับรู้ว่าเขาจ้องมองตัวเธอ สายตาที่สำรวจรูปร่างเธอทำให้เธอหย่อนตัวลงสระน้ำอีกครั้ง เขาเห็นใบหน้าสวยที่ดูคร่ำเครียดของเธอแดงก่ำเมื่อมองเห็นอะไรบางอย่างผิดปกติในตัวเขา

“เฮ้ย...”

เจ้าหนอนน้อยสุดที่รักของเขามันอวดศักดาภายใต้กางเกงว่ายน้ำอย่างชัดเจน แรกสุดเขาเกือบจะคว้าผ้าเช็ดตัวมาปิดบังกลางลำตัว แต่...
ใบหน้าที่แดงก่ำนั่น ยิ่งดูยิ่งน่ารัก

แล้วเขาก็เปลี่ยนใจ โยนผ้าเช็ดตัวไว้กับกองสัมภาระของเขา

ลีโอ แบรนดอนทำเป็นไม่สนใจยังคงอ่านหนังสือต่อไป แต่หนนี้เขายกหนังสือขึ้นสูงนิดหน่อย ใบหน้าภายใต้หนังสือที่ปิดบังแอบยิ้มราวกับคนโรคจิตที่ได้แกล้งคน เขาไม่เคยเห็นใครหน้าแดงแบบนี้มาก่อนอย่างมากคนอื่นก็ทำตาโตแล้วรีบมองไปทางอื่น ไม่ก็ยังคงมองจนเขาต้องเอาผ้าเช็ดตัวปิดเสียเอง

ตัวหนังสือถ้ามันบอกเขาได้ คงจะรีบบอกให้เปิดหน้าต่อไปเสียที สมาธิเขาไม่ได้อยู่ที่ตัวหนังสืออีกต่อไป ภายในหัวกลับมีภาพใบหน้าแดงก่ำกำลังอาย นี่เธอไม่เคยเห็นรึไงนะ ถึงได้ทำตัวไร้เดียงสาออกมาแบบนี้

เพียงไม่นานหนังสือที่ปิดหน้าเลื่อนจากใบหน้าเมื่อเขาขยับ เผยให้ว่าเจ้าของหนังสือกำลังเข้าสู่นิทรารมย์ไปแล้ว ในฝันเขากำลังจูบสาวน้อย มือค่อยลูบไล้ไปตามสัดส่วน เสียงที่ครวญครางออกมาดังจากริมฝีปากหล่อน

...ช่วยด้วย...

ธัญเรศ รักษ์สกุล ว่ายน้ำโดยไม่สนใจใคร แม้ว่าอากาศจะหนาวเย็น แต่ในใจเธอกลับร้อนรุ่ม ความสำเร็จในการศึกษาของเธอ แม่ไม่เคยสนใจ ข้อความที่ส่งมาว่าแม่จะไม่มางานรับปริญญาของเธอ มันยังไม่ทำร้ายใจเธอเท่ากับเหตุผลที่เธอรู้มา แม่จะไปปอยเปตกับสามีใหม่  อ้างว่าเธอบอกแม่ช้าไป จบปริญญาโทแม่ไม่ต้องมาก็ได้ แม่ไม่รู้หรอกว่า เธออยากให้แม่มามากเพียงใด แม่ไปเพื่ออะไรทำไมเธอจะไม่รู้ ตั้งแต่นายเดชา สามีใหม่ของแม่เข้ามาในชีวิต แม่ก็เปลี่ยนไป

ดังนั้นเมื่อลิซ่าเพื่อนสนิทของเธอชวนมาเที่ยวทะเลก่อนวันรับปริญญาอาทิตย์หนึ่ง เธอจึงตกลง ถือโอกาสเที่ยวก่อนกลับเมืองไทยด้วย เมื่อคืนท่องราตรีกันดึกไปหน่อย ลิซ่าจึงยังไม่ลงมาว่ายน้ำกับเธอ ยิ่งน้ำเย็นแบบนี้ลิซ่าไม่ชอบได้แต่บอกจะตามลงไป

ธัญเรศว่ายน้ำคนเดียว แม้น้ำมันจะเย็น แต่พอลงไปว่ายได้ออกกำลังกาย ร่างกายมันก็อุ่นขึ้น และที่สำคัญมันทำให้เธอได้ระบายความรู้สึกไปกับการจ้วงมือลงน้ำเร่งสปีดในแต่ละครั้ง แม้เธอจะว่ายน้ำอยู่แต่บางอย่างมันเตือนราวกับว่ามีคนจ้องมองเธอ ทำให้เธอชะลอและหยุดลงตรงขอบสระ เห็นชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามมองมาแต่เธอไม่สนใจดันตัวจากน้ำกระโดดขึ้นนั่งยังขอบสระ ในหัวเธอมีเรื่องคิดมากกว่าจะมาสนใจคนแถวนี้ หญิงสาวนั่งตีขาในน้ำเล่น

“เสียมารยาท” หญิงสาวแอบพึมพำเบาๆ เมื่อเห็นว่ามีชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเหลือบทอง มองมาที่เธออย่างสำรวจ แม้เธอจะจ้องตากลับ แต่ดวงตาสีเทาคู่นั้นก็ไม่หลบ ดวงตาที่เหมือนหยอกเอินเธอไม่หลบสายตา จ้องเธอสื่อถึงความต้องการอะไรบางอย่างออกมา มันทำให้เธอเบือนสายตาหนี แต่เจ้ากรรมดันไปเห็นอะไรบางอย่างผิดปกติกลางลำตัวเขาเด่นชัดขึ้นมา

“บ้า!” เธออุทานออกมา รู้สึกถึงใบหน้าที่ร้อนผ่าว ทำให้ต้องหย่อนตัวลงในน้ำดังเดิม ว่ายน้ำหนีโดยไม่สนใจ ได้ยินเหมือนเสียงหัวเราะตามหลังมา ว่ายหนีไปทางน้ำลึก ว่ายน้ำไปมาแต่ไม่เฉียดมาทางน้ำตื้นที่เขาคนนั้นนอนอ่านหนังสืออยู่ ไม่รู้เป็นเพราะเธอใช้แรงขามากไปหรือน้ำในสระมันเย็นขึ้น  แต่มันทำให้รู้สึกแปล๊บที่ขาซ้าย

ตะคริวกินขา! สมองบอกให้เธอรับรู้ เธอพยายามพุ่งพรวดขึ้นผิวน้ำ ส่งเสียงตะโกนออกไป

“ช่วยด้วย!!!”

ทว่าเสียงที่เปล่งออกไปมันช่างเบาเหลือเกิน แวบเดียวที่เธอมองไปยังคนหื่น เห็นแต่หนังสือที่ปิดใบหน้าราวกับเข้านิทราสนิท ก่อนจะจมลงไปก้นสระอีกครั้ง กลั้นความเจ็บพยายามจะทะยานขึ้นไปใหม่ แต่แรงอันน้อยนิดกำลังจะหมดลง

ฉันยังไม่อยากตาย...

ความรู้สึกก่อนจะมืดลงไปคล้ายกับมือใครมาโอบเธอก่อนสติเธอดับวูบลง

หรือจะเป็นพญามัจจุราช...


“คุณๆ “ เสียงเรียกพร้อมเขย่าตัวให้รู้สึก เขาเอานิ้วไปอังที่จมูกเธอ

“ยังไม่ตาย” แต่หญิงสาวก็ยังคงไม่รู้สึกตัว ทำเอาลีโอใจเสียรีบปั๊มหัวใจตามที่เขาเคยได้รับการอบรมมา ปากก็ตะโกนให้พนักงานเรียกรถพยาบาล ทำอยู่สองสามรอบจึงสลับกับการผายปอดทางปาก สักพักธัญเรศก็สำลักน้ำออกมา ลีโอโล่งอกรู้สึกขอบคุณหนังสือที่ทำให้เขาทันได้ช่วยเธอ เพราะหนังสือร่วงตกทำให้เขาตกใจตื่นจากการนอน แม้จะได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือ แต่มันช่างแผ่วเบาในความฝัน ตื่นมากลับไม่เห็นหญิงสาวคนสวยที่เขาฝันถึง มองไปที่สระน้ำเห็นน้ำกระเพื่อม จึงเอะใจ รีบกระโดดไปคว้าตัวเธอขึ้นมาจากน้ำ

เสียงรถพยาบาลเข้ามาจอดหน้าคอนโด ลีโอรีบเอาผ้าเช็ดตัวมาคลุมตัวเธอพร้อมอุ้มไปส่งที่รถพยาบาล เจอเพื่อนสาวของคนที่เขาช่วยไว้
“ขอบคุณนะคะ” ลิซ่ากล่าวกับเขาก่อนประตูรถพยาบาลจะปิดและนำธัญเรศไปส่งยังโรงพยาบาล

เขาคงได้แต่สวดภาวนา...ขอให้เธอปลอดภัย!


*****  ;D   ;D   ;D   *****


บทนำเวอร์ชั่นใหม่ค่ะ อิอิ
นักเขียนใหม่ค่า แนะนำได้ ^^
ปรับไปเรื่อยๆ ขอให้จบทีเถิด 5555

11
4. กลิ่นร่ำ / PEA555 / ขยี้รักจอมบงการ - บทที่ 2
« เมื่อ: มีนาคม 15, 2018, 08:18:04 PM »

บทที่ 2

ปวดหัว!

ทำไมหัวสมองมันหนักๆ แบบนี้

ไม่เอาแล้ว ต่อไปไม่ดื่มหนักแบบเมื่อคืนอีกแล้ว...

ปวดท้องอีก!

โอย...ทำไมดื่มแล้วมันปวดท้องหน่วงๆ

ธัญเรศพยายามลืมตา มือกุมหัวที่ปวดตุบๆ ก่อนจะเปลี่ยนไปกุมที่ท้องน้อยที่ไร้อาภรณ์ปิดบัง

เฮ้ย!...

หญิงสาวลืมตาขึ้นทันที พบว่าตัวเองนอนเปลือยเปล่าอยู่ใต้ผ้าห่ม ที่แย่ไปกว่านั้นเธอกำลังนอนซุกอยู่ที่อกชายแปลกหน้านอนเปลือยกายกรนอยู่ข้างๆ เธอค่อยๆ ขยับกายออกห่าง

ไม่ได้ฝัน เมื่อคืนที่เธอคิดว่าเป็นความฝัน มันไม่ใช่...

ความสุขที่ได้รับเมื่อคืน...มันเป็นความจริงหรือนี่

โอย...อยากให้เป็นฝันร้ายมากกว่า

ธัญเรศข่มอาการอ่อนเพลีย แถมร่างกายยังไม่ปกติดีนัก รีบลุกขึ้น หยิบเสื้อผ้าที่กองอยู่กับพื้นมาสวม ไม่กล้าที่จะมองไปยังคนที่กำลังหลับสนิท
เธออยากจะลำดับความคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ แต่คงไม่ใช่ตอนนี้ ต้องรีบออกไปจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด ธัญเรศคว้ากระเป๋าที่วางบนโต๊ะใกล้เตียงอย่างเบามือ สายตาแวบไปมองชายที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘คนแรก’ ของเธอก่อนจะออกไปด้วยอารมณ์ที่หน่วงหนักอยู่ในใจ เธอคุ้นหน้าเขา เคยเจอเขามาก่อน ใบหน้าของคนที่เธอว่าเป็นคนหื่นกามเมื่ออาทิตย์ก่อนแวบเข้ามา

“อย่าได้เจอกันอีกเลย ชาตินี้”

หญิงสาวปิดประตูห้องอย่างแผ่วเบา จะยังไงเธอก็ยังไม่อยากให้เขาตื่นขึ้นมาตอนนี้ เธอจำได้ว่าเขาคือชายหนุ่มคนที่เจอในผับ เพราะใบหน้าอันคมคายในความสลัวนั้นชวนมอง ทำให้เธอเผลอใจแอบมองบ่อยๆ พอเห็นหน้าชัดๆ ในตอนนี้กลับสร้างรอยด่างให้เธอไปตลอดชีวิต

316!

ตัวเลขห้องปรากฏชัดเมื่อเธอปิดประตู

“ห้องลิซ่ามัน 318 นี่” ธัญเรศอุทานด้วยความตกใจ เหลียวมองไปยังห้องตรงข้าม ถึงได้เห็น ‘318’

เธอมาเข้าห้องนี้ได้ยังไง นี่เธอเมาถึงขนาดว่าเข้าห้องผิดเชียวหรือ

โอย...มองพลาดหนนี้ ชีวิตเธอถึงกับเปลี่ยนแปลงทั้งชีวิต

ไม่มีทางเหมือนเดิมอีกต่อไป

อยากร้องไห้ แต่น้ำตามันไม่ไหล

หญิงสาวรีบออกไปจากความเลวร้ายในชีวิตของเธอ ก่อนที่เขาจะตื่นขึ้นมามันคงจะน่ากลัวกว่านี้ ใจที่เต้นรัวทำให้เท้าที่ก้าวเดินเร็วขึ้นกว่าปกติ โดยไม่สนใจพนักงานต้อนรับกะดึกที่ประจำอยู่ส่งยิ้มให้เธอ รีบออกไปจากโรงแรมแห่งนี้โดยเร็ว ท้องฟ้าด้านนอกยังคงปกคลุมไปด้วยความมืด ยังพอมีรถแท็กซี่จอดรอรับผู้โดยสารอยู่หน้าโรงแรมสองคัน เธอรีบเปิดประตูรถบอกสถานที่ที่จะไป พอแท็กซี่แล่นออกจากโรงแรมเวสต์วูด ธัญเรศถึงกับถอนหายใจพร้อมเอนหลังพิงเบาะราวกับโล่งอก สายตาเหม่อมองออกไปนอกรถ

มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอ มันน่าอายชะมัด เธอคิดว่ามันเป็นความฝัน จะไปแจ้งความว่าถูกข่มขืนก็ไม่ได้ ถ้าเขาสวนกลับมาว่าเธอสมยอม เธอจะทำยังไง เพราะมันเป็นความจริง แต่เธอคิดว่ามันเป็นความฝัน ใครจะคิดว่ามันคือความจริง เธอมีความสุข ความสุขที่ไม่เคยมีมาก่อน แม้มันจะเจ็บปวดในตอนแรก แต่มันก็สุขล้น

ความคิดอันสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูก วิ่งวนอยู่ในหัวสมอง

บ้าไปแล้ว...นี่เธอกำลังมีความสุขกับคนแปลกหน้า ใครก็ไม่รู้

เธอต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ กับเดวิดที่ตามเธอมาหลายเดือน ยังไม่เคยได้จูบจากเธอเลย

แต่นี่...

เรื่องนี้ต้องเป็นความลับ!

เธอคงอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว โอกาสที่จะเจอเขาสูงแน่ เธอจะต้องกลับประเทศไทย ต่อให้ต้องกลับไปเจอเรื่องเลวร้าย แต่มันคงไม่มีอะไรร้ายสำหรับ
เธอมากไปกว่านี้แล้ว

ต่อให้กลับไปจะต้องเจอพ่อเลี้ยงคนใหม่ที่ทำให้เธอต้องมาเรียนต่อโทที่นี่

แรกสุดที่เธอว่าเลวร้าย คือตั้งแต่พ่อเสีย แม่ไปมีสามีใหม่ที่เธอไม่ชอบ ไม่ใช่ว่าเธอจะกีดกันแม่ แต่คนนี้ใครๆ ก็ดูออกว่ามาหลอกแม่ แต่เหตุการณ์เมื่อคืนมันเลวร้ายมากที่สุดในชีวิต

ไม่มีอะไร ธัญเรศได้แต่เตือนตัวเอง ต้องผ่านมันไปให้ได้

แต่ตอนนี้เธอคงต้องกลับบ้าน น้ำตาแห่งความเสียใจค่อยๆ ไหลริน หญิงสาวรีบปาดน้ำตาทิ้ง มองท้องฟ้าเริ่มมีแสงสว่างของดวงอาทิตย์ลอดผ่านเมฆที่ลอยเต็มท้องฟ้าสาดส่องลงมา หญิงสาวลงจากรถเข้าบ้าน โชคดีคุณป้ายังไม่ตื่นลงมาข้างล่าง แต่ก็คงใกล้เวลาที่ท่านตื่นแล้ว หญิงสาวค่อยไขกุญแจเข้าบ้าน รีบเดินเข้าห้องปิดประตู หยิบกระเป๋าเดินทางบนหลังตู้ออกมาวางบนเตียง

พรุ่งนี้สำหรับเธอ มันต้องดีกว่าวันนี้!


ลีโอขยับตัวอย่างเมื่อยขบ แขนด้านหนึ่งชาเพราะเป็นหมอนให้หญิงสาวนอนหนุนทั้งคืน หลังจากที่กรำศึกหนักอันร้อนแรง เขาลืมตาทันทีที่รู้สึกเบาหวิวตรงแขนด้านที่ชาทั้งคืน

มันควรจะมีหญิงสาวนอนหนุนซุกกายอยู่ หายไปไหนแล้ว

ลีโอมองไปยังพื้นที่เขาถอดเสื้อผ้าหญิงสาวกองไว้เมื่อคืน ตอนนี้มันไม่มีแม้สักชิ้นเดียว กระเป๋าที่เขาโยนไว้ยังหัวเตียงก็ไม่อยู่

“โธ่โว้ย!”

ชายหนุ่มรู้สึกขัดใจที่หญิงสาวหายไป ไม่เคยมีหญิงคนไหนกล้าทำแบบนี้กับเขา เขารีบไปดูที่กระเป๋าเงิน ไม่มีอะไรหายไป ลีโอหยิบโทรศัพท์โทรหาแฟรงค์ทันที แม้จะถูกใจแต่ทำแบบนี้มันไม่ดีแน่นอน เขาเดินหงุดหงิดไปมารอแฟรงค์รับสาย โดยไม่สนใจที่จะใส่เสื้อผ้าเลยสักนิด

“แฟรงค์ ผู้หญิงเมื่อคืนหายไปไหน”

ทันทีที่แฟรงค์รับสาย เสียงห้วนจากลีโอทำเอาแฟรงค์ถึงกับผวา

“ขอโทษครับนาย เรื่องเมื่อคืน เอ่อ...” แฟรงค์รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ก่อนจะละล่ำละลักพูดต่อ “เธอเกิดอุบัติเหตุไม่ได้ไปหานาย เพิ่งโทรมาแจ้งผมเมื่อเช้าก่อนนายโทรมาเองครับ”

“อะไรกันแฟรงค์ ผู้หญิงเมื่อคืนแกไม่ได้ส่งมา” เสียงที่ห้วน กลับกลายเป็นถามอย่างงง ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่เข้าใจสิ่งที่เจ้านายถามเหมือนกัน

“เอ่อ..ครับ” เขาไม่อยากทำให้ลีโอโกรธ ไม่เห็นเจ้านายโทรมาโวยก็คิดว่าเรียบร้อยดี ไม่คิดว่าตอนเช้าจะเกิดเรื่อง

“ช่างเถอะ...ช่างเถอะ แค่นี้แหละ” ลีโอกดวางหูทันที

“งานเข้าแล้วมั้ยล่ะ ป่านนี้อาจจะไปแจ้งความแล้วก็ได้” ชายหนุ่มบ่นอย่างหัวเสีย

ลีโอกดโทรศัพท์อีกครั้ง สอบถามไปยังพนักงานที่นั่งประจำเคาน์เตอร์ต้อนรับ จึงได้ความว่าตอนตีสี่กว่ามีหญิงสาวชุดเดรสออกจากลิฟต์แล้วเรียก
แท็กซี่แค่นั้น เขาก็มั่นใจว่าต้องเป็นหล่อนแน่

ว่าแต่หล่อนเป็นใคร แล้วเขาจะเจอเธอได้ยังไง

“หรือไม่แน่เธออาจจะมาพร้อมตำรวจไม่ช้านี้ก็ได้” ชายหนุ่มเผลอพึมพำออกมา

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาขัดจังหวะ เขาปล่อยให้ดังไม่นานนักก่อนจะกดรับ เป็นเลขาเขาโทรมาเตือนเรื่องมีประชุมสำคัญในวันนี้ เขาไม่ชอบอะไรค้างคาใจ นี่ถ้าการประชุมไม่สำคัญเขาคงต้องขอเลื่อน

“ไปประชุมก่อนโว้ย ค่อยหาทางใหม่”

ให้ตายเถอะ! ไม่เคยคิดว่าจะต้องมานั่งตามหาผู้หญิงที่เขาเรียกมานอนด้วยเลย

เป็นเพราะไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับเขาเลยต่างหากล่ะ

มาหลอกให้ติดใจแล้วหายไปไม่บอกกล่าว เจอตัวต้องจัดการซะให้เข็ด!

ลีโอคว้าผ้าขนหนูเดินเข้าไปอาบน้ำ เพื่อเตรียมตัวไปประชุม


พอไฟสัญญาณให้คาดเข็มขัดดับลง ธัญเรศนั่งมองเพื่อนร่วมโดยสารบนเครื่องบินหลายคนรีบลุกขึ้นจากที่นั่ง เพื่อหยิบกระเป๋าจากช่องเก็บของเหนือศีรษะลงมายืนเบียดกัน เพราะเธอนั่งด้านในริมหน้าต่างจึงยังไม่รีบร้อน ปล่อยให้คนยืนออเบียดกันแน่นตามทางเดิน ระหว่างรอจึงได้หยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋า เปิดเครื่องไม่ทันไรเสียงสัญญาณเตือนข้อความเข้าดังรัวๆ

ข้อความจากเพื่อนๆ รัวกระหน่ำเข้ามา ดีที่ว่าเธอปิดเสียงเตือนไว้ ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงจะรำคาญเสียงเตือนนั้นแน่

เพื่อนๆ ต่างไม่รู้ว่าธัญเรศจะกลับวันนี้ จากเดิมที่จะกลับช่วงปลายเดือน แต่เธอเปลี่ยนใจเลื่อนตั๋วกลับให้เร็วขึ้น โดยที่ไม่ได้ล่ำลาใคร ถือว่าแค่เลื่อนกลับเร็วขึ้นจะเป็นไรเมื่อทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเธอจะกลับบ้าน แม้แต่ลิซ่าก็ไม่ได้มาส่งเธอ  เธอเพิ่งโพสต์บอกทุกคนตอนที่จะขึ้นเครื่องแล้ว หลังจากนั้นก็ปิดเครื่อง ธัญเรศเลือกที่จะตอบข้อความกลับแค่ลิซ่าเท่านั้น

Tanya : ลิซ่า เรายังเป็นเพื่อนรักกันเสมอ ไว้คุยกันใหม่นะ
Lisa : ติดต่อมานะ ฉันมีเรื่องจะถามแก

ธัญเรศส่งข้อความกลับไปให้เพื่อนรักเสร็จ แถวที่แออัดเริ่มขยับเคลื่อน เธอไม่มีเวลามาตอบข้อความอีก ทั้งที่ในใจนึกสงสัย แต่คิดว่าลิซ่าคงจะถามเรื่องที่เธอไม่ค้างที่ห้อง ซึ่งเธอไม่อยากพูดถึงมันอีก หญิงสาวลุกขึ้นเดินตามผู้โดยสารคนอื่นเดินออกจากเครื่องบิน จนไปถึงที่รอกระเป๋า เพียงไม่นานนักก็ลากกระเป๋าออกจากสนามบินไปขึ้นรถแท็กซี่ นอกจากป้าที่อยู่ออสเตรเลีย เธอก็ไม่ได้บอกใครว่าจะกลับมาในวันนี้

“ไปซอยเย็นอากาศ”

ธัญเรศบอกแท็กซี่ขณะเข้าไปนั่งในรถแล้ว และเลือกที่จะไปตั้งหลักที่คอนโดก่อน หลังจากลงจากรถแท็กซี่ เธอขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่พัก พอเข้าห้องได้น้ำตาแห่งความอัดอั้นตันใจมันไหลออกมา มองไปรอบๆ ห้อง ไม่คิดว่าแม้แต่บ้านเธอก็อยู่ไม่ได้ ต้องมาอยู่คอนโดที่พ่อซื้อให้สมัยเรียนมหาวิทยาลัย

หญิงสาวโยนกระเป๋าสะพายไว้บนโต๊ะรับแขกเล็ก เปิดผ้าคลุมโซฟากองโยนไว้กับพื้นก่อนจะเอนตัวเหยียดนอนบนโซฟายาว เธอกลับถึงเมืองไทยแล้ว แต่...

ทุกอย่างไม่มีอะไรเหมือนเดิม!

พ่อเสียก่อนเธอจะไปเรียนต่อ เธออยากจะล้มเลิกไม่เรียน แต่คำขอสุดท้ายของพ่อ

‘เรียนให้จบแล้วกลับมาดูแลงานให้พ่อ...’

เธอปาดน้ำตาที่ไหลเอ่อออกมาอีกเมื่อคิดถึงพ่อ หญิงสาวเคยกลับมาเยี่ยมบ้านตอนปิดภาคเรียนปีแรก พร้อมมาทำบุญให้กับพ่อ แต่พบว่าแม่พาผู้ชายคนใหม่ที่เด็กว่าแม่ร่วมสิบปีเข้ามาบ้าน และยามลับหลังแม่มักจะทำเจ้าชู้ใส่ ตอนนี้เธอตัดสินใจจะพักที่คอนโดไม่กลับบ้าน ไม่อยากเจอหน้าพ่อเลี้ยงคนใหม่ซึ่งเป็นเซียนพนัน ไม่รู้แม่ไปหลงเสน่ห์อะไร พาเข้ามาอยู่ในบ้านด้วย

เรื่องการเงินแม่ก็ไม่ส่งให้เธอตั้งแต่ที่รู้ว่า พ่อฝากเงินค่าเรียนของเธอไว้ที่ลุงมานะ ผู้ช่วยของพ่อที่ดูแลกิจการให้ และจัดการส่งเงินให้เธอตามที่พ่อสั่งเสียไว้ แม้เธอจะเป็นนักท่องราตรีเพื่อลืมความทุกข์ภายในใจ แต่เธอก็ตั้งใจเรียนจบมาด้วยเกรดดีเยี่ยม เธอดูแลตัวเองเป็นอย่างดี รวมทั้งได้เพื่อนที่ดีอย่างลิซ่า

คืนก่อนเป็นการพลาดที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น

“ตั้งสติ ธัญญ่า ตั้งสติ”

แล้วเธอก็ส่ายหัวแรงๆ ราวกับจะสลัดความคิดทั้งปวงออกไปจากหัวให้หมด

“คืนนี้ควรจะนอนพักให้เต็มที่ พรุ่งนี้ฉันจะเป็น ธัญเรศ รักษ์สกุลคนใหม่”

หญิงสาวบอกตัวเองเสียงดัง ราวกับจะย้ำในความคิดของตัวเอง เธอเดินไปลากกระเป๋าที่ยังคงวางอยู่ตรงใกล้ประตูห้อง ลากเข้าไปยังห้องนอนสิ้นสุดลงที่ปลายเตียง รีบเปิดแอร์ภายในห้องนอนก่อนจะเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบผ้าเช็ดตัวและชุดนอนที่ทิ้งไว้ที่นี่ออกมา ดมผ้าเช็ดตัวและชุดนอนกลิ่นพอรับได้ไม่ถึงกับเหม็นอับเท่าไหร่ แต่พรุ่งนี้เธอคงต้องเปิดตู้เพื่อให้อากาศถ่ายเทออกมาคงจะดีไม่น้อย คืนนี้เธอหมดแรงแล้ว อยากจะอาบน้ำนอนเต็มที

ห้องนี้ยังคงสะอาดใหม่เอี่ยม แม่บ้านของคอนโดเพิ่งมาทำความสะอาดไว้เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากที่อาบน้ำเสร็จ หญิงสาวจัดการเปิดผ้าคลุมเตียงออก แอร์ในห้องเริ่มมีความเย็น เธอทอดกายซุกหาความอบอุ่นภายในผ้าห่ม การเดินทางไกลมันไม่ได้เหนื่อยเท่ากับใจเธอตอนนี้
ที่นี่คือสถานที่ปลอดภัย

แต่...ใบหน้าหนึ่งกับการกระทำฉายชัดกลับปลุกความร้อนรุ่มในกายภายใต้ความฝันอันยาวนาน


หลังจากเลิกประชุมลีโอใช้สิทธิ์หุ้นส่วนของโรงแรม เรียกเทปวงจรปิดของโรงแรมมาเปิดดูที่ห้อง โดยมีไซม่อนเพื่อนรักของเขาอยู่ด้วย แม้ไซม่อนจะประหลาดใจที่จู่ๆ ลีโอขอดูเทปวงจรปิด ทั้งที่ปกติลีโอก็พาสาวๆ มาค้างที่นี่ แต่ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ และประหลาดใจไปกว่านั้นที่เพื่อนบอกว่า คนที่มาส่งเธอคนนั้นคือลิซ่าน้องสาวของเขา ลีโอจึงได้ขอเบอร์โทรศัพท์ไว้ และขอร้องเพื่อนอย่าเพิ่งบอกใคร เขาจะจัดการปัญหาด้วยตัวเขาเอง

วันต่อมา ล่วงเข้ามาเวลาบ่ายกว่าๆ ลีโอเพิ่งจะติดต่อลิซ่าได้ และนัดให้ออกมาเจอกันยังร้านกาแฟไม่ไกลจากบ้านพักของหญิงสาวมากนัก เขาเติมกาแฟร้อนเป็นครั้งที่สองในขณะที่ลิซ่าเพิ่งจะเปิดประตูร้านเข้ามา หญิงสาวเดินตรงเข้ามาหาทันที แม้จะไม่เคยเจอกัน แต่ลิซ่าก็เคยเห็นรูปถ่ายจากในมือถือของพี่ชายบ้าง อีกอย่างทั้งร้านในตอนนี้มีลูกค้าเพียงโต๊ะเดียว

“จะกินอะไรไปสั่งเลย พี่เลี้ยง” ลีโอพูดขึ้นมาเมื่อลิซ่านั่งลงเรียบร้อย บริกรยืนรอรับออเดอร์

   “เอสเปรสโซร้อนแก้วหนึ่ง”

   “ผมขอบลูเบอรี่ชีสเค้กด้วย” ลีโอสั่งพร้อมเลิกคิ้วถามหญิงสาว “สั่งเค้กมากินสิ”

   ลิซ่ามองเมนูที่วางบนโต๊ะ เปิดผ่านๆ ก่อนจะเงยหน้า

   “เค้กชอคโกแลตชิ้นหนึ่ง”

   พอบริกรหนุ่มเดินจากไป ลีโอก็เปิดการสนทนาทันที

   “ยินดีด้วยที่เรียนจบ เก่งนะเห็นไซม่อนชื่นชมน้องสาวบอกได้เกียรตินิยมอันดับสองนี่ ทวงรางวัลไปรึยัง”

   “ยังค่ะ แต่เห็นบอกว่าจะให้ทำงานที่โรงแรม ไม่รู้พี่ไซม่อนบอกพี่ลีโอรึยัง”

   “บอกแล้วอยากทำแผนกอะไรก็คุยกันเอง พี่ไม่ยุ่งพวกงานโรงแรม”

   แม้ลีโอจะเป็นหุ้นส่วนและเป็นกรรมการใหญ่ แต่ไม่ค่อยยุ่งเรื่องงานโรงแรม ให้สิทธิ์เพื่อนบริหารอย่างเต็มที่ ลีโอแค่ลงเงินก็เท่านั้น

   ชื่อเสียงของเพื่อนพี่ชายคนนี้ลิซ่าได้ยินไปทางคาสโนว่ามากกว่าทำงานจริงจัง แต่เธอก็เห็นกิจการหลายๆ อย่างของลีโอเจริญรุ่งเรืองดี เธอไม่รู้อะไรมากนัก พี่ชายเตือนแค่ ลีโอเป็นคนดี แต่อยู่ห่างๆ ไว้ แต่วันนี้พอลีโอนัดมา ทำให้เธอประหลาดใจ เพราะคนที่ให้เบอร์โทรศัพท์ก็คือพี่ชายเธอเอง

   “ฉลองจบหนักเลยเหรอ” ลีโอทักขึ้นเมื่อเห็นลิซ่านวดต้นคอ

   “พี่รู้ได้ไง เดี๋ยวนะ...” ลิซ่าจ้องหน้าลีโอเขม็ง “เป็นพี่นี่เองที่นั่งตรงเคาน์เตอร์ ลิซ่าก็ว่าหน้าคุ้นๆ พอดีมันมืดเลยเห็นไม่ถนัด”

   ลีโอแค่พยักหน้ารับ ลิซ่าขมวดคิ้วยังคงจ้องหน้าไม่ละสายตา

   “ว่าแต่เพื่อนผู้หญิงเราคนนั้นชื่ออะไร ที่เราไปส่ง” ลีโอถามขึ้นมาโต้งๆ

   “พี่หมายถึงธัญญ่าเหรอ” ลิซ่าคิดทบทวน “ธัญญ่าไปทำอะไรพี่รึเปล่าคะ แต่เอ๊ะ พี่ออกไปก่อนนี่ หรือหล่อนไปซุ่มซ่ามอะไรที่โรงแรม บอก
แล้วจะขึ้นไปส่งไม่เอาๆ บอกไหว” ลิซ่าพูดเหมือนบ่นคนเดียว

   “พอๆ ไม่ต้องเดา ไม่มีอะไร” พูดได้แค่นี้ลีโอก็รู้สึกติดขัดพูดไม่ออก กับความเป็นจริงที่มันตรงข้าม

   “พี่ชอบ”

   “อะไรนะคะ!... ลิซ่าหูฝาดไปรึเปล่า”

   อย่าว่าแต่ลิซ่าจะประหลาดใจเลย ตัวเขาเองก็ยังประหลาดใจ แต่จะบอกความจริงไปยังไง ต่อให้เป็นน้องสาวเพื่อน ลิซ่าก็คงไม่พอใจเขาเป็นแน่

   “พี่ลีโอเปลี่ยนใจเถอะค่ะ ธัญญ่าไม่อยู่ที่นี่ กลับประเทศไทยไปแล้ว ไปยังไม่บอกลิซ่าเลย ทำยังกะหนีเจ้าหนี้” ท้ายเสียงแฝงด้วยความน้อยใจเพื่อนไม่น้อย “ตอนแรกบอกจะกลับอาทิตย์หน้า มารู้ข่าวตอนขึ้นเครื่องไปแล้ว”

   “มีที่อยู่ที่ประเทศไทยไหม”

   คำถามนี้ทำเอาลิซ่าอ้าปากหวอด้วยความคาดไม่ถึง

   “พี่สนใจเพื่อนลิซ่าจริงๆ เหรอคะ ไม่ได้เห็นเป็นของเล่นนา”

   ลีโอได้แต่ยิ้ม รอยยิ้มและแววตาทำให้ลิซ่าเข้าใจ

   “ลิซ่าก็ไม่มีค่ะ รู้แต่ว่าที่บ้านของธัญญ่าเป็นบริษัททำถุงยางอนามัย”

   “ถุงยางอนามัย” ลีโอพูดทวนราวกับฟังผิด ก่อนจะหัวเราะออกมา

   “ไม่เห็นตลกเลย” ลิซ่าอดที่จะโมโหแทนเพื่อนรักไม่ได้

   “ขอโทษ พี่เพียงแต่นึกภาพผู้หญิงจะบริหารงานแบบนี้ได้ยังไง นึกภาพไม่ออก ว่าแต่ยี่ห้ออะไรล่ะ”

   “พีคค่ะ บริษัท พีค เพอร์ฟอร์มานซ์ พี่จะใช้เหรอ ที่นี่ไม่มีหรอกค่ะ มีแต่ที่ประเทศไทยโน่น”

   “พี่จะไปใช้ที่โน่นสิ”

   นี่ถ้าคุ้นเคยกันมากกว่านี้ ลิซ่าคงได้ปาหมอนพิงใส่เพื่อนพี่ชายคนนี้ เหมือนที่ทำกับพี่ชายเวลาที่เธอหมั่นไส้ แม้เพื่อนพี่ชายคนนี้จะพูดเล่น แต่สายตาบ่งบอกถึงคำพูดว่าเขาทำจริง

   “พี่ลีโอ มีสาวๆ ตั้งเยอะแยะ ธัญญ่าไม่สเปกพี่หรอก อย่าไปยุ่งกับเธอเลยค่ะ”

   ‘ร้อนแรงปานนั้น เธอห้ามพี่ไม่สำเร็จหรอก ลิซ่า’  ลีโอได้แต่ตอบอยู่ข้างใน

   “อาทิตย์หน้าพี่จะไปงานเปิดผับของเพื่อนที่ประเทศไทย ไม่แน่นะ มีโอกาสอาจจะติดต่อเอามาขายที่ซิดนีย์ก็ได้”

   ลีโอพูดทิ้งท้ายก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย

‘แค่รู้ชื่อบริษัทมันคงไม่ยากที่จะหาตัวหล่อนเจอ ถ้าเขาตั้งใจที่จะตามหา!’

12
4. กลิ่นร่ำ / PEA555 / ขยี้รักจอมบงการ - บทที่ 1
« เมื่อ: มีนาคม 12, 2018, 05:43:08 PM »

   หลังจากเสร็จสิ้นพิธีมอบปริญญาบัตร ธัญเรศ รักษ์สกุล ใบหน้าที่ดูหมองๆ ก็ยิ้มออกมาได้บ้าง เมื่อเจอคุณป้าสินี พี่สาวของพ่อเธอยืนถือช่อดอกไม้ข้างๆ กับพ่อแม่ของลิซ่า

   “ยินดีกับหลานสาวคนเก่งของป้าด้วยจ้ะ พ่อของหลานจะต้องภูมิใจในลูกสาวคนนี้อย่างแน่นอน” ป้าสินีกล่าวกับหญิงสาวที่ดวงตาที่เศร้าหมองในตอนแรกเริ่มเปล่งประกายความสุขออกมา

   ดอกไม้ที่ส่งให้พร้อมอ้อมกอดอันอบอุ่นจากป้า แม้ไม่ใช่จากแม่ดั่งที่เธอหวังไว้ แต่ก็สร้างรอยยิ้มในวันดีๆ ของเธอ

   “ขอบคุณคุณป้ามากค่ะ ธัญญ่ารักคุณป้าค่ะ”

   “ป้าก็รักหลานจ้ะ” อย่างน้อยป้าสินีก็เป็นญาติสนิทคนเดียวที่มาในงานวันสำคัญของเธอ ตั้งแต่พ่อเสียและตั้งใจให้เธอมาเรียนต่อปริญญาโทที่นี่ และฝากป้าสินีที่เป็นพี่สาวคนเดียวของท่านให้ช่วยดูแล โดยมีมานะ ลูกน้องคนสนิทที่คุณสิทธาพ่อของธัญเรศได้สั่งเสียให้ช่วยดูแลเรื่องบริษัท โดยให้ป้าและลุงมานะช่วยดูแลเรื่องเงินที่ส่งเสียเธอเรียน

   ถ้าให้แม่เธอดูแล ป่านนี้เธอคงเรียนไม่จบ แม้แม่จะไม่สนใจเธอ แต่เธอก็อยากให้แม่มาในวันนี้

   “แม่ไม่มาจริงๆ ใช่ไหมคะป้า” ธัญเรศอดที่จะถามขึ้นมาไม่ได้

   อาการส่ายหน้าตอบแทนคำพูด ทำเอาใบหน้าหญิงสาวหม่นไปชั่วขณะ

   “ธัญญ่า ลิซ่า จะถ่ายรูปกับใครตรงไหนบอกมา” เสียงน้องชายของลิซ่าที่กดชัตเตอร์รัวๆ ขัดขึ้นมา เมื่อเห็นว่านางแบบหลักของเขา ใบหน้าเริ่มหม่นหมอง

   ไรอันเป็นน้องชายของลิซ่าเพื่อนรักของเธอ เขาเรียนถ่ายภาพและเป็นตากล้องมืออาชีพ เป็นตากล้องคอยถ่ายรูปให้สองสาว หามุมสวยๆ ถ่ายให้ แม้คนจะมากมายเต็มสนาม

   “ธัญญ่าคนบ้าเป็นแบบถ่ายรูป มัวแต่ยืมซึม ยิ้มหน่อยซิ สดชื่นหน่อย พวกเราจบแล้วนะ กว่าจะจบกันได้ เลือดตาแทบกระเด็น” เสียงลิซ่าตะโกนมา ตอนเรียนแทบทุกวันหยุดของไรอัน มักจะโดนชวนโดยสองสาวเพื่อไปหาที่ถ่ายรูป

   “อย่าให้อะไรมารบกวนจิตใจในวันดีๆ ของหลาน” ป้าสินีกล่าวย้ำให้สติ พร้อมส่งรอยยิ้มให้กำลังใจหลานสาวคนเก่ง นี่ถ้าหลานสาวคนเก่งของเธอรู้ว่าตอนนี้แม่ของเธอทำอะไรอยู่ตรงไหน คงจะเสียใจยิ่งกว่านี้

   “ต่อไปหลานยังต้องเจออะไรเข้ามาในชีวิตอีกเยอะ ตอนนี้หลานเกิดใหม่อีกครั้งแล้ว ต้องเข้มแข็ง” ป้าสินีพูดเตือนสติ หลานสาวเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากการจมน้ำมาไม่นาน

   “ขอบคุณค่ะ” ธัญเรศเอ่ยขอบคุณป้าสินีอีกครั้ง ก่อนจะหันมาชวนลิซ่า

   “ลิซ่า เราไปถ่ายหน้าป้ายมหาลัยกันเถอะ เธอก็รู้ว่าฉันชอบถ่ายกับป้าย” แล้วเสียงหัวเราะอันสดชื่นก็ดังกลับมาอีกครั้ง

   “ป้าว่า ถ่ายตรงนี้กับป้าก่อน ป้าคงไม่ตามตะลอนๆ ไปกับเราเหมือนเมื่อก่อนแล้วล่ะ”

   เสียงหัวเราะจากทั้งเธอและป้าก็ดังขึ้นมาอีกครั้งเมื่อหวนคิดไปถึงเธอตอนจบปริญญาตรี ป้าสินีบินไปร่วมงานด้วย เธอพาป้าไปถ่ายตามที่ต่างๆ จนป้าบ่นเหนื่อย

   “ป้าสินีคะ พรุ่งนี้พวกเรามีปาร์ตี้ฉลองเรียนจบกันกับเพื่อนๆ ลิซ่าขออนุญาตไว้ก่อนนะคะ เผื่อธัญญ่ากลับดึก แต่มันคงจะดึกแน่ๆ ค่ะ” ลิซ่าโอบเอวเธอไว้ ประกายตายิ้มแย้มกับความสำเร็จของเธอและเพื่อนรัก

   “ตามสบายจ้ะ ธัญญ่าโตแล้ว กลับเมืองไทยภาระหน้าที่ยังมีอีกเยอะ ตอนนี้หลานสนุกกับเพื่อนๆ ได้เต็มที่ ป้าอนุญาต”

   “ธัญญ่าเราไปถ่ายรูปกับเพื่อนๆ กันเถอะจะได้ชวนไปปาร์ตี้ด้วยเลย” ลิซ่ารีบชวน พร้อมพยักหน้าให้ธัญเรศมองไปทางที่เดวิดชายหนุ่มจอมตื๊อหวังธัญเรศเป็นแฟนกำลังเดินมาทางที่สองสาวยืนอยู่

   “ไปกันเถอะ” ธัญเรศรีบบอก ก่อนจะหันไปหาป้าสินี “ป้าไปนั่งรอที่โรงอาหารนะคะ เดี๋ยวหนูตามไป”

   ธัญเรศดึงใจให้กลับมาอยู่กับตัวไม่ไปเสียใจกับการที่แม่ไม่มาร่วมงานแห่งความสำเร็จของเธอนี้

   ใช่! เธอยังมีเรื่องอีกมากมายที่เธอต้องสานต่อและแก้ไข… เธอต้องเป็นคนใหม่ ในเมื่อเบื้องบนให้โอกาสในการมีชีวิตของเธออีกครั้ง
เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เธอเกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะความบ้าระห่ำเสียใจของเธอทำให้เธอดับความโศกเศร้าด้วยการทำบ้าๆ ว่ายน้ำในน้ำที่เย็น ถึงได้เป็นตะคริว หากไม่มีคนมาช่วย เธอก็คงไม่มีโอกาศมางานรับปริญญาของตัวเอง เธอได้แต่ขอบคุณ ‘คนนั้น’ อยู่ในใจซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร    
‘หวังว่าคงไม่ซวยซ้ำซวยซ้อนหรอกนะ’ ธัญญ่าได้แต่บ่นอยู่ในใจ นึกหวั่นใจว่าเธอจะหมดเคราะห์แล้วหรือยัง


   ลีโอ แบรนดอน เดินฝ่าเหล่าบรรดาขาแดนซ์ในผับแห่งหนึ่ง ที่กำลังโยกย้ายส่ายสะโพกไปตามจังหวะเพลงอันเร้าใจ โดยไม่สนใจว่าใครจะเบียดจะแทรกผ่านไปหรือไม่แต่อย่างใด เขาชอบมานั่งผับนี้ประจำ ที่นี่เป็นร้านของเพื่อน ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลใจหากจะมีเรื่อง พนักงานที่นี่พร้อมช่วยเขาเสมอ

วันนี้ลูกค้าหนาแน่น ชายหนุ่มสอดส่ายสายตาเพื่อมองหาโต๊ะว่าง บรรดาขาเที่ยวต่างก็มาจับจองพื้นที่กันเต็ม พนักงานของผับรีบมาต้อนรับเพราะจำคาสโนว่าหนุ่มเปย์หนักขาประจำคนนี้ได้

“วันนี้คนเยอะจัง”

“เมื่อวานมหา’ลัยรับปริญญาหลายที่ครับ วันนี้เลยโต๊ะเต็ม แต่เพิ่งจะมีว่างอยู่ที่หนึ่ง เชิญทางนี้ครับ”

เด็กหนุ่มเชื้อเชิญไปยังโซฟาว่างไม่ไกลนัก แต่ลีโอส่ายหน้า วันนี้เขามาคนเดียวไม่ได้นัดสาวคนไหน จึงได้เลือกที่จะนั่งเคาน์เตอร์บาร์ด้านในสุดของผับ พอจะมีเก้าอี้ว่างอยู่สองสามตัว

   เขาแค่อยากมานั่งดื่มอะไรนิดหน่อย พรุ่งนี้มีงานแต่เช้า ทำให้ไม่อยากนัดสาวไหนมาเที่ยวสนุกด้วย แต่วันนี้คงจะนั่งดื่มเงียบๆ ไม่ได้ เมื่อคนส่วนมากในผับแห่งนี้มีแต่สาวๆ ที่แต่งตัวราวกับปลดปล่อยอารมณ์ที่เรียนกันมาหนัก จังหวะดนตรีที่เล่นวันนี้ก็เปลี่ยนไป แม้จะไม่มีสาวๆ ที่คอยจะมายั่วยวนหาแขก แต่เป็นบรรดาสาวๆ ที่มาสนุกเฮฮากับเพื่อนๆ ก็เป็นอาหารตาอย่างดีสำหรับเขา บรรยากาศสลัวมีเพียงแสงไฟตรงเคาน์เตอร์บาร์ที่ส่องสว่าง พอได้ที่นั่งบาร์เทนเดอร์รีบมาบริการ

   “ขอหนักๆ แก้วหนึ่ง”

   เพียงไม่นานแก้วชอตเล็กๆ ที่มีน้ำสีอำพันก็วางตรงหน้าเขา และไม่นานเช่นกันที่เขายกแก้วขึ้นดื่มจนหมดแก้ว ความร้อนที่ไหลผ่านลงสู่ลำคอไปยังกระเพาะ สร้างความกระชุ่มกระชวยลดอาการเหนื่อยกายให้สดชื่นขึ้น

      เสียงเชียร์ที่ดังมาจากโต๊ะตัวในสุดของร้าน ทำเอาชายหนุ่มกำลังยกแก้วขึ้นดื่มจนหมดเหลียวไปมอง ทันสบสายตากับหญิงสาวชาวเอเชียคนหนึ่งกำลังยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มจนหมดไปพร้อมๆ กับเขา ลีโอถึงกับตาโตด้วยความประหลาดใจ ที่จู่ๆ ก็เจอหญิงสาวที่ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาคอยวนเวียนรบกวนอยู่ในหัวสมองเขา สายตาที่สบเพียงครู่แล้วกลับไปสนใจความสนุกตรงหน้า

   “เธอคงจำเราไม่ได้ แต่ไม่ว่าจะอยู่ในชุดไหนช่างดูเซ็กซี่ยั่วยวนใจโดยแท้” ลีโอได้แต่ฮึ่มฮ่ำเบาๆ

      “เฮ้ๆ ” เสียงเชียร์ยังคงดังต่อเนื่อง

      ลีโอ แบรนดอน ยังคงมองเธอกระดกแก้วหมดอีกเช่นเคย มันทำให้เขายกแก้วขึ้นดื่มตามอีกครั้ง ชายหนุ่มที่มากับเธอเข้าไปดึงเธอลุกขึ้นเต้น ไฟสลัวมันทำให้เห็นเสื้อสายเดี่ยวเข้ารูป เผยสัดส่วนที่สวยงาม คาสโนว่าอย่างเขาก็เห็นดีด้วยว่าสวยงามน่าครอบครอง โดยเฉพาะทรวงอกอวบอิ่มที่น่าเป็นเจ้าของนั่นด้วยแล้วมันทำให้ไฟในกายเขาร้อนวูบวาบขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

      ‘โชคดีของไอ้หนุ่มนั่น คืนนี้คงได้สนุกกับเจ้าหล่อนแน่’ เขาคิดในใจปนอิจฉา มันทำให้เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

      “แฟรงค์ คืนนี้หาผู้หญิงเอเชียให้ผมสักคนนะ ขอผู้หญิงผมยาวเซ็กซี่ มีเนื้อมีหนังหน่อย เลือกที่อายุยี่สิบกว่า เออ..ให้เธอใส่เดรสสายเดี่ยวสีครีมมานะ แล้วผมจะให้ทิปพิเศษ อีกสักชั่วโมงแล้วกันส่งไปที่ห้อง 316 โรงแรมที่เวสต์วูด ผมขอนั่งดื่มสักชั่วโมงก่อน แค่นี้แหละ”

      เขาวางสายจากนายหน้าหาคู่นอนเจ้าประจำมาให้เขายามที่เขาต้องการ ลีโอไม่ชอบผูกมัด ไม่มีสาวคนไหนที่จะจับเขาได้ แม้บางคนเขาจะติดใจใช้บริการหลายครั้งก็ตามเถอะ ไม่มีใครที่จะครอบครองตัวเขาเลย มีครั้งนี้แหละที่เขาเรื่องมากสั่งสเป็กที่เขาเห็นตรงหน้าให้แฟรงค์ไปหามา แค่นี้แฟรงค์จัดการให้เขาได้สบาย เขาแค่รอ ระหว่างรอก็ดูแม่สาวน้อยคอแข็งที่เริ่มมีอาการเมาไปพลางๆ สร้างแรงกระตุ้นไว้จัดการแม่สาวที่แฟรงค์จะส่งมาคืนนี้

   แต่ให้ตายเถอะ! สายตาที่เจ้าหล่อนส่งมาให้เขายามมองมาที่เขาแล้วส่งยิ้มให้ มันดูเย้ายวนยิ่งนัก อยากให้เจ้าหล่อนมาอยู่ใต้ร่างเขา นี่เธอจะรู้ตัวบ้างไหมว่าสายตาที่มองมานั้นมันยั่วยวนแค่ไหน มันทำให้เขาแทบจะทนไม่ได้ทีเดียว ถ้าเขาเป็นแฟนเธออย่าหวังว่าจะให้เธอเมาต่อหน้าใครต่อใครแน่ คนอะไรมีเสน่ห์เวลาเมา

      ลีโอยกแก้วขึ้นดื่มจนหมดอีกครั้ง โบกมือเรียกเด็กมาเก็บเงิน

      “วันนี้คุณลีโอกลับเร็ว”

      “มีของดีรออยู่ที่ห้อง” ลีโอหัวเราะราวกับได้ของถูกใจ บริกรหนุ่มรับเงินพร้อมทิปก่อนจะถอยออกไป ก่อนลุกไปจากโต๊ะเขาก็อดไม่ได้ที่จะมองไปที่หญิงสาวชาวเอเชียคนนั้นอีกครั้ง

      “ธัญญ่า หมดแก้ว” เสียงเชียร์ดังตามมาเข้าหูเขาอีกครั้ง

      ‘เดี๋ยวก็น็อค หรือคอจะแข็ง… เสียดายเป็นบ้า คืนนี้ถ้าเป็นเธอที่ดื่มกับเขาก็คงดี’ ชายหนุ่มได้แต่บ่นกับตัวเอง สาวมีให้เลือกมากมายดันมาต้องตาต้องใจแม่สาวน้อยคนนี้ถึงกับใช้บริการกับเด็กของแฟรงค์ นี่ถ้าใครรู้คงหัวเราะเขาตาย

      ชายหนุ่มเดินออกจากผับมุ่งตรงไปยังที่ลานจอดรถใกล้ๆ ผับ ระหว่างที่เดินผ่านซอกตึกเพื่อไปยังรถของเขา ได้ยินเสียงเหมือนคนคุยกัน ลีโอเดินช้าลงพร้อมกับระวังตัว ชายหนุ่มสองคนหลบมุมคุยกันที่มุมมืดหลังรถคันหนึ่ง เขาแค่ปรายตามอง คนหนึ่งเขาจำได้ดีคือ จิมพ่อค้าขายของตลาดมืด ไม่ว่าจะเป็นยาปลุกเซ็กซ์ ไวอากร้า หรือของต่างๆ นานาที่หนุ่มๆ ต้องการ พ่อค้าตลาดมืดคนนี้มีหมด จิมเคยเสนอขายของให้ แต่เขาไม่สนใจเพราะระดับลีโอย่อมทำให้หญิงสาวติดใจได้โดยไม่พึ่งตัวเสริมพวกนี้เป็นแน่ แต่ชายหนุ่มที่เป็นลูกค้าจิม แม้จะเห็นแค่แวบเดียวแต่เขาจำได้ว่าเป็นคนเดียวกับที่แดนซ์กับหญิงเอเชียคนนั้น ลีโอหัวเราะเบาๆ

      “ไม่มั่นใจในฝีมือตัวเองรึไงวะ” เขาพูดลอยๆ แล้วหัวเราะก่อนจะเดินผ่านไปอย่างไม่สนใจ
เพียงไม่นานเขาก็ขับรถมาถึงโรงแรมระดับห้าดาว เขามาที่นี่เป็นประจำ จนต้องจัดห้องสูทให้เป็นห้องพักประจำของเขาเลยทีเดียว โรงแรมนี้เขามีหุ้นอยู่ แต่เขาไม่ได้เป็นคนบริหารงานยกให้เพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนอีกคนจัดการ เขาแค่มาอาศัยนอนบ้างเป็นคราวๆ เพราะไม่เคยพาคู่นอนไปที่บ้านเลยแม้แต่คนเดียว หากจะใช้บริการเขาจะพามาโรงแรมเท่านั้น ตอนนี้สิ่งที่เขาทำได้คืออาบน้ำรอความสุขที่จะถูกส่งมาให้ในไม่ช้านี้แค่นั้นเอง


   ภายใต้จังหวะดนตรีที่ยังคงดังกระหึ่มอยู่ในผับ กลุ่มเพื่อนๆ ของธัญเรศก็ยังคงสนุกกับปาร์ตี้กันเต็มอิ่ม เสียงหัวเราะพร้อมเต้นไปตามจังหวะดนตรียิ่งสร้างความสุข

      “ธัญญ่า แก้วนี้สำหรับคุณ ยินดีด้วยที่เรียนจบ”

เดวิดส่งยิ้มกรุ้มกริ่มให้กับหญิงสาวที่วันนี้ดื่มไปหลายแก้ว ปาร์ตึ้วันนี้เป็นโอกาสสุดท้ายสำหรับเขา เพราะอีกไม่นานธัญเรศก็จะกลับประเทศของเธอแล้ว และเขาต้องจัดการเผด็จศึกเธอให้ได้ แม้ว่าเขาคอยตื๊อจีบเธอมาเกือบปี แต่ไม่เคยได้ล่วงเกินเธอเลย แม้จูบเธอก็ไม่ยินยอม เหมือนจะเป็นนักเรียนนอกใจกล้า แต่ช่างหวงตัวนัก เขาเฝ้าอดทนรอ

‘วันนี้แหละธัญญ่า เธอจะมีความสุขกับฉัน’ เดวิดได้แต่ยิ้มกริ่มอยู่ข้างใน มองแก้วเหล้าที่ส่งให้

“ธัญญ่าจะไม่ไหวแล้ว แก้วนี้ฉันดื่มแล้วกัน” ลิซ่าเพื่อนสนิทของธัญเรศจะคว้าแก้วในมือเดวิดมา แต่เขาดึงแก้วกลับ

“เอาหน่อยน่า แก้วสุดท้ายแล้ว เดี๋ยวผมไปส่งให้เอง”

ลิซ่าตาขวางเพราะไม่ชอบเดวิดเป็นทุนเดิม พยายามจะแย่งแก้วมาจากมือชายหนุ่ม แต่ธัญเรศรับแก้วจากเดวิดเพื่อตัดปัญหา ยกขึ้นดื่มจนหมดอีกครั้ง โดยมีสายตาของเดวิดมองด้วยความพอใจ

‘อีกสักพักยาคงจะออกฤทธิ์ คืนนี้แหละธัญญ่าเอ๋ย เล่นตัวดีนัก เธอจะต้องเป็นของฉัน’ เดวิดกระหยิ่มยิ้มในใจ

เสียงเพลงยังคงดังกระหึ่มในจังหวะเร้าใจ เดวิดชวนธัญเรศเต้นอยู่ข้างๆ โต๊ะ บางจังหวะมือเขาก็ลูบไล้สัมผัสแขนเนียนขาว บางจังหวะมีโอกาสเขาก็แกล้งทำเป็นลูบไล้สะโพกกลมกลึงไปตามจังหวะเพลง เพื่อหยั่งดูอาการของหญิงสาวที่เริ่มไม่ปัดมือเขาออก

“ลิซ่า ฉันไม่ไหวแล้ว อยากกลับ” ธัญเรศรู้สึกไม่สบายตัวคอแห้งผาด ยกน้ำเปล่าขึ้นมาดื่ม ที่สำคัญ

“ฉันบอกเธอแล้วธัญญ่า เดี๋ยวก็หมดแก้วๆ จะไปสู้พวกผู้ชายได้ไง” ลิซ่าแอบบ่น แต่ก็ยอมลุกโดยดี หันมาบอกเพื่อนๆ ที่นั่งอยู่ “เดี๋ยวฉันไปส่งธัญญ่าแล้วจะกลับมานะ นานๆ จะได้ฉลองอย่างสะใจซะที พวกนายอย่าเพิ่งกลับล่ะ”

“ให้ผมไปส่งดีกว่า ผมจะกลับเหมือนกัน” เดวิดรีบบอก เขามองอาการหญิงสาวด้วยความพึงพอใจมาก

“ไม่เป็นไร เดวิด ลิซ่าพามาก็จะพาไปส่ง เดี๋ยวคุณป้าของธัญญ่าจะว่าเอา”

“แต่...” เดวิดเริ่มหงุดหงิด เสียดายโอกาส เขาน่าจะพาธัญญ่าไปห้องน้ำแล้วจัดการเธอตรงนั้น ไม่คิดว่าลิซ่าจะขวาง คำว่า “แฟน” สำหรับเขาทำได้แค่กันชายหนุ่มคนอื่นไม่เข้ามายุ่งกับธัญเรศ แต่สำหรับตัวหญิงสาวเองแล้ว เขาก็ไม่แน่ใจว่าคิดยังไงกับเขากันแน่ แต่อย่างน้อยก็มีเขาที่เธอยอมไปไหนมาไหนด้วย แค่รอโอกาสเท่านั้น

“ผมจอดหน้าบ้านก็ได้ ที่บ้านธัญญ่าไม่รู้หรอก” เดวิดพยายามตื้อ อย่างน้อยจัดการเธอในรถก็ยังดี

“ธัญญ่าจะกลับกับลิซ่า” ธัญเรศเอ่ยขึ้นมา หายใจถี่รัวราวกับสะกดความรุ่มร้อนภายในให้ดับลง หญิงสาวกระวนกระวายใจอยากกลับไปอาบน้ำโดยเร็ว จะได้ดับความรุ่มร้อนนี้ได้

“ไปห้องน้ำไหม ธัญญ่า ผมจะไปส่ง” เขายังคงพยายามอีกครั้ง เขากอดธัญเรศและถือโอกาสลูบไล้สะโพกอันกลมกลึงราวกับพยายามจะปลุกให้เธอทนไม่ได้ อยากไปกับเขา แต่ว่าแม้หญิงสาวจะดูร้อนรุ่มข้างในหากเธอยังคงส่ายหน้าไปมา

“ไม่...” ธัญเรศหันหน้ามาบอกเพื่อนรัก “ลิซ่าไปส่งหน่อย”
ลิซ่ายกแก้วดื่มจนหมด พร้อมกำชับคนอื่นอย่าเพิ่งกลับ
เดวิดได้แต่หัวเสีย พลาดเสียของไปอีกครั้ง ไม่เป็นไร ครั้งหน้าก็ได้ เขาเฝ้าอดทนกับสาวเอเชียคนนี้มาหลายเดือน

“กลับบ้านก็ไม่ได้ คืนนี้ธัญญ่าไปนอนโรงแรมของพี่ชายฉันก่อนแล้วกันนะ วันนี้เขาไม่อยู่ไปเมลเบิร์น”

ลิซ่าพาธัญเรศกลับมาพักโรงแรมเวสต์วูด โรงแรมหรูระดับห้าดาว ที่พี่ชายของเธอเป็นหุ้นส่วน ธัญเรศบอกที่บ้านแต่แรกแล้วว่าคืนนี้จะขอค้างกับเพื่อนรัก แต่หญิงสาวไม่ได้บอกใครนอกจากลิซ่า

“ไหวมั้ย ธัญญ่า ให้ฉันไปส่งแกที่ห้องมั้ย”

“ม่ายต้อง แกไปสนุกต่อเถอะ ฉันร้อนอยากรีบอาบน้ำนอน” หญิงสาวอยากจะขึ้นไปนอนแช่ในอ่างน้ำ เพื่อเรียกสติกลับมาโดยเร็ว เธอรู้สึกร้อนจนแทบอยากจะกระชากเสื้อผ้าออกให้หมด

“ห้อง 318 นะแก หลับให้สบายนะ ไม่ต้องห่วงฉัน ฉันมีคีย์การ์ดอีกใบ แต่ไม่รู้จะเที่ยวกันยันสว่างรึเปล่า แกไม่ต้องกังวล”

ธัญเรศพยักหน้ารับคีย์การ์ดจากเพื่อน ลงจากรถเสร็จเธอก็โบกมือลา ก่อนจะเดินเซๆ เข้าโรงแรม วันนี้เธอดื่มหนักกว่าทุกครั้ง เพราะเดวิดขยันชนแก้วกับเธอจนเธอไม่ไหว หญิงสาวรู้ว่าชายหนุ่มจ้องหาโอกาสทุกครั้ง แต่ด้วยความมั่นใจว่าตัวเองคอแข็งและมีลิซ่าเป็นกันชนให้เอาตัวรอดมาตลอด เพียงแต่วันนี้เธอรู้ว่าร่างกายเธอผิดปกติ รู้ว่าไม่ไหว อยากรีบกลับ หมดสนุกที่จะปาร์ตี้กับเพื่อนทั้งที่ตั้งใจจะสนุกกันยาวยันสว่าง แต่เธอดันไม่ไหว ก็ไม่อยากให้ลิซ่าต้องมาหมดสนุกไปด้วย

หญิงสาวพยายามประคองสติ สมองไม่รับรู้ไม่จดจำ บังคับตัวไปยังลิฟต์ที่จอดรออยู่กดชั้นสามอย่างมั่นใจ พอถึงชั้นสาม เธอก็เดินมุ่งหน้าหาห้อง มือถือคีย์การ์ดมั่น

“ห้อง 316 อยู่ไหนหว่า” หญิงสาวพยายามใช้สายตาเพ่งมองหาห้อง วันนี้เธอเมาหนักจริงๆ

ธัญเรศเดินมาจนสุดทาง ถึงได้เจอห้อง 316 หากเธอมองไปยังอีกฟาก ก็จะเห็นห้อง 318 ที่ลิซ่าบอก ทว่าธัญเรศกลับหยุดอยู่หน้าห้อง 316 พยายามรูดคีย์การ์ดเปิดประตูห้อง แต่ดันประตูเท่าไหร่ก็ไม่เปิด

“อะไรกัน ทำไมมันไม่เปิด” หญิงสาวพยายามตั้งสมาธิรูดใหม่อีกครั้ง แม้จะยืนโงนเงน สมองเริ่มเบลอ สายตาพร่าเลือนไปบ้าง อีกนิดเดียวก็จะเข้าห้องไปนอนได้แล้ว อยากจะเข้าห้องล้มตัวนอน เธอหมุนลูกบิดอีกครั้ง ก็ยังเปิดไม่ได้


เสียงกุกกักอยู่หน้าห้องทำให้ลีโอที่นั่งดื่มรอในห้องลุกขึ้นมา เขามองนาฬิกายังไม่ถึงเวลาที่นัด แฟรงค์ส่งคนมาเร็วกว่าที่คิด ชายหนุ่มสวมแต่กางเกงลำลองตัวเดียว เผยให้เห็นกล้ามท้องเป็นมัด แม้จะไม่ได้หุ่นแบบนักกีฬา แต่เขาก็ไม่เคยปล่อยตัวให้ลงพุง

ลีโอเปิดประตู พอเห็นคนตรงหน้ากลับตะลึงไม่เชื่อสายตา หญิงสาวเซถลาตามแรงเปิดประตู เข้าหาอกอุ่นของเขา แทบไม่เชื่อสายตาว่าจะเป็นเธอ! หญิงสาวที่เขาต้องการ

‘ไม่รู้ว่าเธอหากินทางนี้ด้วย นี่คงจะโดนแฟรงค์เรียกมาขัดจังหวะไปกับแฟนหนุ่มล่ะสิ คงจะร้อนเงินไม่ใช่น้อย เจ้าหนุ่มโง่นั่น ไม่จำเป็นต้องใช้ยากับเธอเลยสักนิด’

โดยไม่รอช้า เขารีบปิดประตู ประทับจูบที่เรียกร้องและเร่าร้อนให้กับคนที่เขารอคอย ฝ่ามือคลึงเคล้าไปกับอกอวบ หญิงสาวอยู่ในอาการตกใจพยายามดิ้นหนี

“อย่าเล่นตัวแม่สาวน้อย คืนนี้ฉันจะทำให้เธอมีความสุขจนลืมไม่ลงทีเดียว”

“อย่านะ ฉันไม่ใช่” หญิงสาวโวยวาย พยายามดิ้นหนี หากแต่พูดได้ไม่กี่คำ ก็โดนประทับรอยจูบปิดเสียงร้อง บดเบียดแทรกลิ้นเข้าไปในโพรงปากอย่างช่ำชอง ฝ่ามือที่รุกรานคลึงเคล้าอกอวบ บวกกับยาที่ออกฤทธิ์ได้ที่ ปลุกอารมณ์ข้างในให้เตลิด นิ้วมือเริ่มลากไล้วนลงไปรุกรานส่วนที่อ่อนไหวของหญิงสาว แม้ใจจะต่อต้านแต่หญิงสาวเริ่มจูบตอบ ต่างจากการแสดงออกทางกายที่มือพยายามออกแรงผลัก

“อึม เธอพร้อมมากเลยสาวน้อย แบบนี้สิ” ลีโอครางออกมาอย่างพอใจ อุ้มหญิงสาวที่ร้องอุทานออกมา ก่อนจะสัมผัสกับเตียงนุ่ม เพียงเสี้ยววินาทีลีโอก็ทาบทับลงมา ชุดสายเดี่ยวเลื่อนหลุดมาโชว์ทรวงสล้างที่มีเพียงบราเซียปิดอยู่ แต่ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับชายหนุ่ม เขาครอบครองทรวงอกสาว
ทันทีที่นิ้วปลดตะขอออกอย่างเชี่ยวชาญ เผยให้เห็นอกเนียนขาวจนแทบทนไม่ได้ ซุกหน้าลงไปคลึงเคล้า มืออีกข้างไม่ปล่อยให้ว่าง ยังคงทำงานของมันอย่างคล่องแคล่ว วนไล้นิ้วไปยังใต้ท้องน้อย

“อย่า....” เสียงร้องอย่างแผ่วเบาดังออกมา “ฉันไม่ใช่...”
นิ้วลากผ่านร่องกลางอันชุ่มฉ่ำ ร่างกายหมดแรงต้านทาน แถมตอบรับการรุกเร้า อกที่แอ่นรับยามที่ริมผีปากเขาครอบครอง แม้จะพยายามบ่ายเบี่ยง แต่กลับทรมานหากไม่ได้รับสัมผัสอย่างถึงใจ

“ถ้าฉันไม่ช่วยเธอ เธอจะยิ่งทรมาน”
เขารู้ว่าคนที่เจอยาปลุกเซ็กซ์เข้าไป จะยิ่งทรมานทุรนทุราย ดีไม่ดีช็อกตายไปยิ่งอันตราย เขาไม่รู้วิธีแก้อย่างอื่นคาสโนว่าอย่างเขาไม่เคยศึกษาวิธีแก้ นอกจากดับไฟให้ตามแบบฉบับนักรัก ลีโอจู่โจมเธออย่างอ่อนโยน แต่ไม่ว่าจะแบบไหน เขาเดินหน้าแล้วหยุดไม่ได้เช่นกัน

“เธอสวยมาก แม่สาวน้อย” ลีโอพึมพำอย่างพอใจ ชุดเดรสของหญิงสาวถูกดึงร่นออกจากตัว ยิ่งเผยให้เห็นรูปร่างที่เย้ายวน หากความคับแคบที่รัดตรึงเมื่อเขารุกล้ำ ทำให้แทบตกม้าตาย แต่คาสโนว่าอย่างเขายอมเสียเชิงชายไม่ได้
ค่อยขยับฝ่าฟันเข้าไป หากต้องชะงักอีกครั้งเมื่อเจออุปสรรคที่ขวางกั้น ทำให้ต้องหยุดนิ่ง

แฟรงค์ส่งสาวพรหมจรรย์มาให้ 

ไม่จริง...เธอไม่เคยผ่านมือชายได้ยังไง มิน่า...แฟนหนุ่มถึงกับต้องวางยา

แต่...หญิงสาวยอมมาทำงานกับแฟรงค์ได้ยังไง ยิ่งทำให้เขางงหนัก ทว่านาทีนี้ไม่จำเป็นต้องหาเหตุผล ของดีอยู่ตรงหน้า เขาพร้อมที่จะมอบความสุขให้กับเธออย่างเต็มอิ่ม

โอว์....เธอช่างวิเศษเกินความคาดหมาย

ต้องทิปหนักทั้งแฟรงค์และแม่สาวน้อย

ร่างกายที่พยายามหนีเพราะความเจ็บ ไม่คุ้นเคยกับการรุกราน แต่เพียงไม่นานก็แปรเปลี่ยนเป็นโอนอ่อนพร้อมเสียงครวญครางอย่างมีความสุข ยิ่งเร่งให้ลีโอโจนทะยาน เพียงไม่นานร่างกายที่เคยต่อต้านก็แอ่นรับความสุขไปพร้อมๆ กับลีโอที่ถึงจุดหมายปลายทางด้วยความสุขอันเต็มเปี่ยม

เขามองสาวน้อยที่ยังไม่รู้แม้แต่ชื่อหลับอย่างอ่อนเพลีย แต่ไม่ใช่ปัญหาเอาไว้ถามแฟรงค์ทีหลังได้ และแน่นอน เขาต้องใช้บริการเธออีกแน่
ลีโอก้มลงหอมหน้าผากที่ไรผมลงมาปกปิด สาวน้อยซุกกายเบียดกับอกอุ่นของชายหนุ่ม มือก่ายกอดเขาไว้ ใบหน้าที่เบียดซุกไซ้กับ

โอววว...เขาพร้อมอีกครั้งแล้ว กับการยั่วยวนแบบไม่ได้ตั้งใจของเธอ

การเริ่มต้นอีกครั้ง กับการตอบรับอันร้อนแรง แม้หญิงสาวจะหลับตาพริ้มครวญครางละเมอ ทำราวกับว่าตกอยู่ในความฝัน แค่ร่างกายตอบรับมันก็วิเศษสำหรับเขาแล้ว

“ฝันดีนะ แม่สาวน้อย” ลีโอพึมพำด้วยความพอใจ

“พรุ่งนี้เถอะ เธอจะมีความสุขกับฉันโดยไม่ต้องพึ่งอะไร” ชายหนุ่มเอ่ยกับหญิงสาวนิรนามที่นอนซบอยู่ในอ้อมกอดเขา ลีโอมองใบหน้าอ่อนเยาว์ที่หลับตาพริ้ม

มันคงเป็นการยากสำหรับสาวน้อย สำหรับการขายตัวครั้งแรกสินะ แต่ต่อไปเขาไม่ยอมให้เธอทำแน่ ไม่น่าเชื่อว่าแฟนหนุ่มของเธอจะไม่ได้แอ้มเธอ แต่คงพยายามอย่างมากสำหรับคืนนี้ มันทำให้ผลดีมาตกกับเขา สาวน้อยถูกมอมยา เธอจะรู้รึเปล่านะ ว่าแฟนหนุ่มของเธอถึงกับใช้ยากับเธอ ครั้งแรกของหญิงสาว ถึงกับต้องใช้ยาช่วยเชียวหรือ ให้ตายเถอะ ถ้าต่อไปมันกล้าทำอีก เขาจะจัดการมันแน่

เขาติดใจ เขาหวง คงต้องคุยกับแฟรงค์ ห้ามใครยุ่งเกี่ยวกับเธอ

ต่อแต่นี้ไปเขาจะดูแลเธอเอง...แม่สาวน้อย

13
4. กลิ่นร่ำ / PEA555 / ขยี้รักจอมบงการ - บทนำ
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 28, 2018, 10:39:34 AM »
บทนำ

   “ตูมมม...”

   เสียงคนกระโดดลงสระน้ำของคอนโดหรู ริมทะเลนอกเมืองซิดนีย์ ลีโอ แบรนดอนนอนอ่านหนังสืออยู่ถึงกับลดหนังสือที่กำลังอ่านลง มองหญิงสาวที่กำลังว่ายน้ำไปมาราวกับกำลังแข่งว่ายน้ำชิงเหรียญทองอยู่ในสระคนเดียว

 แม้เช้านี้อากาศจะเริ่มอบอุ่นขึ้นมาบ้าง แต่น้ำในสระยังคงเย็นยะเยือกอยู่จึงยังไม่มีใครลงสระในช่วงเวลานี้ มีเพียงเขาที่ลงมานอนอ่านหนังสือเล่น รับลมเย็นจากธรรมชาติ ไม่คิดว่าจะมีใครบ้าระห่ำว่ายน้ำเย็นแบบนี้ แล้วเป็นผู้หญิงด้วยแล้ว เขาแค่มองตาม

ครั้งแรกเขาตั้งใจจะมาออกกำลังกาย ว่ายน้ำเพื่อเรียกความสดชื่นก่อนไปประชุมตอนบ่าย แต่พอแค่เท้าสัมผัสน้ำในสระ ความเย็นมันทำให้เขาเปลี่ยนใจอ่านหนังสือแทน รอให้สายกว่านี้ค่อยลงไปว่ายน้ำเล่น

แต่เธอคนนี้ไม่หวั่นความเย็นของน้ำ

หญิงสาวเกาะขอบสระก่อนจะกระโดดขึ้นนั่งตีขากับน้ำเล่น ห่างจากเก้าอี้ที่เขานอนเล่นอยู่ไม่ไกลนัก พอที่จะมองเห็นหน้าตาและรูปร่างเธอคนนั้นชัดเจน แม้เขามักจะมีหญิงสาวสวยหุ่นเซ็กซี่มาคลอเคลียอยู่เสมอก็ตาม แต่ในสายตาเขาไม่ได้สวยมีเสน่ห์ชวนหลงใหลเหมือนหญิงเอเซียคนนี้มาก่อนเลย ทั้งที่ผมที่เปียกลู่ยาวแนบลำตัวแต่ก็ไม่สามารถบดบังทรวดทรงรูปร่างที่ทำให้เขาถึงกับกลืนน้ำลายด้วยความยากลำบาก ถ้าเขาทำให้เธอครวญครางอย่างเป็นสุขได้คงจะดีไม่น้อย

“เฮ้ย...คิดอะไรบ้าๆ วะ”

เขาไม่ใช่คนหื่นกามถึงขั้นนี้ แม้ว่าจะมีหญิงสาวมาทอดกายให้เขาอย่างเต็มใจเป็นประจำก็ตาม แต่มันไม่ได้ทำให้เขาตื่นตัวเหมือนกับตอนนี้เลย เธอมองมายังเขาเพียงครู่เดียวราวกับรู้ว่าเขาจ้องมองตัวเธอ สายตาที่สำรวจรูปร่างเธอทำให้เธอหย่อนตัวลงสระน้ำอีกครั้ง เขาเห็นใบหน้าสวยที่ดูคร่ำเครียดของเธอแดงก่ำเมื่อมองเห็นอะไรบางอย่างผิดปกติในตัวเขา

“เฮ้ย...”

เจ้าหนอนน้อยสุดที่รักของเขามันอวดศักดาภายใต้กางเกงว่ายน้ำอย่างชัดเจน แรกสุดเขาเกือบจะคว้าผ้าเช็ดตัวมาปิดบังกลางลำตัว แต่...
ใบหน้าที่แดงก่ำนั่น ยิ่งดูยิ่งน่ารัก

ลีโอ แบรนดอนทำเป็นไม่สนใจอ่านหนังสือต่อไป แต่หนนี้เขายกหนังสือขึ้นสูงนิดหน่อย ใบหน้าภายใต้หนังสือที่ปิดบังแอบยิ้มราวกับคนโรคจิตที่ได้แกล้งคน เขาไม่เคยเห็นใครหน้าแดงแบบนี้มาก่อนอย่างมากคนอื่นก็ทำตาโตแล้วรีบมองไปทางอื่น ไม่ก็ยังคงมองจนเขาต้องเอาผ้าเช็ดตัวปิดเสียเอง

ตัวหนังสือถ้ามันบอกเขาได้ คงจะรีบบอกให้เปิดหน้าต่อไปเสียที สมาธิเขาไม่ได้อยู่ที่ตัวหนังสืออีกต่อไป ภายในหัวกลับมีภาพใบหน้าแดงก่ำกำลังอาย นี่เธอไม่เคยเห็นรึไงนะ ถึงได้ทำตัวไร้เดียงสาออกมาแบบนี้

ลีโอ แบรนดอนเผลองีบ หนังสือที่ปิดหน้าร่วงหล่น


ธัญเรศ รักษ์สกุล ว่ายน้ำโดยไม่สนใจใคร แม้ว่าอากาศจะหนาวเย็น แต่ในใจเธอกลับร้อนรุ่ม ความสำเร็จในการศึกษาของเธอ แม่ไม่เคยสนใจ ข้อความที่ส่งมาว่าแม่จะไม่มางานรับปริญญาของเธอ มันยังไม่ทำร้ายใจเธอเท่ากับเหตุผลที่เธอรู้มา แม่จะไปปอยเปตกับสามีใหม่  อ้างว่าเธอบอกแม่ช้าไป จบปริญญาโทแม่ไม่ต้องมาก็ได้ แม่ไม่รู้หรอกว่า เธออยากให้แม่มามากเพียงใด แม่ไปเพื่ออะไรทำไมเธอจะไม่รู้ ตั้งแต่นายเดชา สามีใหม่ของแม่เข้ามาในชีวิต แม่ก็เปลี่ยนไป

ดังนั้นเมื่อลิซ่าเพื่อนสนิทของเธอชวนมาเที่ยวทะเลก่อนวันรับปริญญาอาทิตย์หนึ่ง เธอจึงตกลง ถือโอกาสเที่ยวก่อนกลับเมืองไทยด้วย เมื่อคืนท่องราตรีกันดึกไปหน่อย ลิซ่าจึงยังไม่ลงมาว่ายน้ำกับเธอ ยิ่งน้ำเย็นแบบนี้ลิซ่าไม่ชอบได้แต่บอกจะตามลงไป

ธัญเรศว่ายน้ำคนเดียว แม้น้ำมันจะเย็น แต่พอลงไปว่ายได้ออกกำลังกาย ร่างกายมันก็อุ่นขึ้น และที่สำคัญมันทำให้เธอได้ระบายความรู้สึกไปกับการจ้วงมือลงน้ำเร่งสปีดในแต่ละครั้ง แม้เธอจะว่ายน้ำอยู่แต่บางอย่างมันเตือนราวกับว่ามีคนจ้องมองเธอ ทำให้เธอชะลอและหยุดลงตรงขอบสระ เห็นชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามมองมาแต่เธอไม่สนใจดันตัวจากน้ำกระโดดขึ้นนั่งยังขอบสระ ในหัวเธอมีเรื่องคิดมากกว่าจะมาสนใจคนแถวนี้ หญิงสาวนั่งตีขาในน้ำเล่น

“เสียมารยาท” หญิงสาวแอบพึมพำเบาๆ เมื่อเห็นว่ามีชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเหลือบทอง มองมาที่เธออย่างสำรวจ แม้เธอจะจ้องตากลับ แต่ดวงตาสีเทาคู่นั้นก็ไม่หลบ ดวงตาที่เหมือนหยอกเอินเธอไม่หลบสายตา จ้องเธอสื่อถึงความต้องการอะไรบางอย่างออกมา มันทำให้เธอเบือนสายตาหนี แต่เจ้ากรรมดันไปเห็นอะไรบางอย่างผิดปกติกลางลำตัวเขาเด่นชัดขึ้นมา

“บ้า!” เธออุทานออกมา รู้สึกถึงใบหน้าที่ร้อนผ่าว ทำให้ต้องหย่อนตัวลงในน้ำดังเดิม ว่ายน้ำหนีโดยไม่สนใจ ได้ยินเหมือนเสียงหัวเราะตามหลังมา ว่ายหนีไปทางน้ำลึก ว่ายน้ำไปมาแต่ไม่เฉียดมาทางน้ำตื้นที่เขาคนนั้นนอนเล่นอยู่ ไม่รู้เป็นเพราะเธอใช้แรงขามากไปหรือน้ำในสระมันเย็นขึ้นก็ไม่รู้  แต่มันทำให้เธอรู้สึกแปล๊บที่ขาซ้าย

ตะคริวกินขา! สมองบอกให้เธอรับรู้ เธอพยายามพุ่งพรวดขึ้นผิวน้ำ ส่งเสียงตะโกนออกไป

“ช่วยด้วย!!!”

ทว่าเสียงที่เปล่งออกไปมันช่างเบาเหลือเกิน แวบเดียวที่เธอมองไปยังคนหื่น เห็นแต่หนังสือที่ปิดใบหน้าราวกับเข้านิทราสนิท ก่อนจะจมลงไปก้นสระอีกครั้ง กลั้นความเจ็บพยายามจะทะยานขึ้นไปใหม่ แต่แรงอันน้อยนิดกำลังจะหมดลง

ฉันยังไม่อยากตาย...

ความรู้สึกก่อนจะมืดลงไปคล้ายกับมือใครมาโอบเธอก่อนสติเธอดับวูบลง

หรือจะเป็นพญามัจจุราช...


“คุณๆ “ เสียงเรียกพร้อมเขย่าตัวให้รู้สึก เขาเอานิ้วไปอังที่จมูกเธอ

“ยังไม่ตาย” แต่หญิงสาวก็ยังคงไม่รู้สึกตัว ทำเอาลีโอใจเสียรีบปั๊มหัวใจตามที่เขาเคยได้รับการอบรมมา ปากก็ตะโกนให้พนักงานเรียกรถพยาบาล ทำอยู่สองสามรอบจึงสลับกับการผายปอดทางปาก สักพักธัญเรศก็สำลักน้ำออกมา ลีโอโล่งอกรู้สึกขอบคุณหนังสือที่ทำให้เขาทันได้ช่วยเธอ เพราะหนังสือร่วงตกทำให้เขาตกใจตื่นจากการนอน แม้จะได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือ แต่มันช่างแผ่วเบาในความฝัน ตื่นมากลับไม่เห็นหญิงสาว
คนสวยที่เขาฝันถึง มองไปที่สระน้ำเห็นน้ำกระเพื่อม จึงเอะใจ รีบกระโดดไปคว้าตัวเธอขึ้นมาจากน้ำ

ได้แต่สวดภาวนา...ขอให้เธอปลอดภัย!

เสียงรถพยาบาลเข้ามาจอดหน้าคอนโด ลีโอรีบเอาผ้าเช็ดตัวมาคลุมตัวเธอพร้อมอุ้มไปส่งที่รถพยาบาล เจอเพื่อนสาวของคนที่เขาช่วยไว้

“ขอบคุณนะคะ” ลิซ่ากล่าวกับเขาก่อนประตูรถพยาบาลจะปิดและนำธัญเรศไปส่งยังโรงพยาบาล


*******
อย่างน้อยเดือนแรกก็มีลง 5555

กลิ่นร่ำ ฝากตัวด้วยค่า

14
บทแหย่พยาธิ


   เสียงเชียร์ที่ดังมาจากโต๊ะตัวในสุดของร้าน ทำเอาชายหนุ่มกำลังยกแก้วขึ้นดื่มจนหมดเหลียวไปมอง เห็นผู้หญิงเอเชียคนหนึ่งยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มจนหมดไปพร้อมๆ กับเขา

   “เฮ้ๆ ” เสียงเชียร์ยังคงดังต่อเนื่อง

   ลีโอ แบรนดอน ยังคงมองเธอกระดกแก้วหมดอีกเช่นเคย มันทำให้เขายกแก้วขึ้นดื่มตามอีกครั้ง ชายหนุ่มที่มากับเธอเข้าไปดึงเธอลุกขึ้นเต้น ไฟสลัวมันทำให้เห็นเสื้อสายเดี่ยวเข้ารูป เผยสัดส่วนที่สวยงาม คาสโนว่าอย่างเขาก็เห็นดีด้วยว่าสวยงามน่าครอบครอง โดยเฉพาะทรวงอกอวบอิ่มที่น่าเป็นเจ้าของนั่นด้วยแล้ว

   ‘โชคดีของไอ้หนุ่มนั่น คืนนี้คงได้สนุกกับเจ้าหล่อนแน่’ เขาคิดในใจปนอิจฉา มันทำให้เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

   “แฟรงค์ คืนนี้หาผู้หญิงเอเชียให้ผมสักคนสิ ขอผู้หญิงผมยาวเซ็กซี่ มีเนื้อมีหนังหน่อย เลือกที่อายุยี่สิบกว่า เออ..ให้เธอใส่เดรสสายเดี่ยวสีครีมมานะ แล้วผมจะให้ทิปพิเศษ อีกสักชั่วโมงแล้วกันส่งไปที่ห้อง 316 โรงแรมเวสต์วูด ผมขอนั่งดื่มสักชั่วโมงก่อน แค่นี้แหละ”

   เขาวางสายจากนายหน้าหาคู่นอนเจ้าประจำมาให้เขายามที่เขาต้องการ ลีโอไม่ชอบผูกมัด ไม่มีสาวคนไหนที่จะจับเขาได้ แม้บางคนเขาจะติดใจใช้บริการหลายครั้งก็ตามเถอะ ไม่มีใครที่จะครอบครองตัวเขาเลยสักคน มีครั้งนี้แหละที่เขาเรื่องมากสั่งสเป็กที่เขาเห็นตรงหน้าให้แฟรงค์ไปหามา แค่นี้แฟรงค์จัดการให้เขาได้สบาย เขาแค่รอ

   ลีโอยกแก้วขึ้นดื่มจนหมดอีกครั้ง โบกมือเรียกเด็กมาเก็บเงิน

   “วันนี้คุณลีโอกลับเร็ว”

   “มีของดีรออยู่ที่ห้อง” ลีโอหัวเราะราวกับได้ของถูกใจ บริกรหนุ่มรับเงินพร้อมทิปก่อนจะถอยออกไป ก่อนลุกไปจากโต๊ะเขาก็อดไม่ได้ที่จะมองไปที่หญิงสาวชาวเอเชียคนนั้นอีกครั้ง

   “ทันย่า หมดแก้ว” เสียงเชียร์ดังมาอีกครั้ง

   ‘เดี๋ยวก็น็อค หรือคอจะแข็ง’ ชายหนุ่มคิดปนเสียดาย ที่เกิดมาต้องตาแม่สาวน้อยคนนี้ถึงกับใช้บริการแฟรงค์ นี่ถ้าใครรู้คงหัวเราะเขาตาย

   ชายหนุ่มเดินออกจากผับเล็กๆ ที่เขาชอบมานั่งประจำ ที่นี่เป็นร้านของเพื่อนเขา ดังนั้นเขาไม่ต้องกังวลใจหากจะมีเรื่อง พนักงานที่นี่พร้อมช่วยเขาเสมอ ลีโอเดินไปที่จอดรถเห็นชายหนุ่มสองคนหลบมุมคุยกัน คนหนึ่งเขาจำได้คือ จิมพ่อค้าขายของตลาดมืด จิมเคยเสนอขายของให้เขา ไม่ว่าจะเป็นยาปลุกเซ็กซ์ ไวอากร้า หรือต่างๆ นานา แต่เขาไม่สนใจเพราะระดับลีโอย่อมทำให้หญิงสาวติดใจโดยไม่พึ่งพวกนี้เป็นแน่ แต่ชายหนุ่มที่เป็นลูกค้าจิมนี่สิ เขาจำได้ว่าเป็นโต๊ะของหญิงเอเชียคนนั้น ลีโอหัวเราะเบาๆ

   “ไม่มั่นใจในฝีมือตัวเองรึไงวะ” เขาพึมพำเบาๆ ก่อนจะไม่สนใจเดินผ่านไปยังรถที่จอดอยู่ เพียงไม่นานเขาก็ขับรถมาถึงโรงแรมระดับห้าดาว เขาเป็นแขกประจำของที่นี่ เรียกได้ว่าทางโรงแรมยกห้องสูทให้เป็นห้องพักประจำของเขาเลยทีเดียว เขาไม่เคยพาคู่นอนไปที่บ้านเลยแม้แต่คนเดียว หากจะใช้บริการเขาจะพามาโรงแรมเท่านั้น
   
   “ทันย่า แก้วนี้สำหรับคุณ ยินดีด้วยที่เรียนจบ”

เดวิดส่งยิ้มกรุ้มกริ่มให้กับหญิงสาวที่วันนี้ดื่มไปหลายแก้ว วันนี้เขาจัดเลี้ยงฉลองที่เธอสอบผ่านวิชาสุดท้าย ซึ่งหมายถึงเธอกำลังจะจบปริญญาตรี และจะกลับเมืองไทยในอีกไม่นาน และวันนี้เขาต้องจัดการเธอให้ได้ แม้ว่าเขาเป็นแฟนมาเกือบปี แต่แม้จูบเธอก็ไม่ยินยอม เหมือนจะเป็นนักเรียนนอกใจกล้า แต่ช่างหวงตัวนัก

‘วันนี้แหละทันย่า เธอจะมีความสุขกับฉัน’ เดวิดได้แต่คิดในใจ มองแก้วเหล้าที่ส่งให้


“ทันย่าจะไม่ไหวแล้ว แก้วนี้ฉันดื่มแล้วกัน” ลิซ่าเพื่อนสนิทอีกคนของทันย่าจะคว้าแก้วในมือเดวิดมา แต่เขาหลบ

“แก้วสุดท้ายแล้ว เดี๋ยวผมไปส่งทันย่าเอง”

ธัญเรศรับแก้วจากเดวิด เธอชนแก้วกับทุกคนที่แสดงความยินดีกับเธอ ยกขึ้นดื่มจนหมดอีกครั้ง โดยมีสายตาของเดวิดมองด้วยความพอใจ

‘อีกสักพักยาคงจะออกฤทธิ์ คืนนี้แหละทันย่าเอ๋ย เล่นตัวดีนัก เธอจะต้องเป็นของฉัน’ เดวิดกระหยิ่มยิ้มในใจ

“ลิซ่า ฉันไม่ไหวแล้ว อยากกลับ” ธัญเรศรู้สึกไม่สบายตัวคอแห้งผาด ยกน้ำเปล่าขึ้นมาดื่ม

“ฉันบอกเธอแล้วทันย่า ยกหมดๆ จะไปสู้พวกผู้ชายได้ไง เดี๋ยวฉันไปส่งทันย่าแล้วจะกลับมานะ พวกนายอย่าเพิ่งกลับ”

“ให้ผมไปส่งดีกว่า ผมว่าจะกลับเหมือนกัน” เดวิดรีบบอก เขามองอาการแฟนสาวด้วยความพึงพอใจมาก

“ไม่เป็นไร เดวิด ลิซ่าพามาก็จะพาไปส่ง เดี๋ยวที่บ้านทันย่าจะว่าเอา”

“แต่...” เดวิดเริ่มเสียดายโอกาส เขาน่าจะพาทันย่าไปห้องน้ำแล้วจัดการเธอตรงนั้น ไม่คิดว่าลิซ่าจะขวาง

“ผมจอดหน้าบ้านก็ได้ ที่บ้านทันย่าไม่รู้หรอก” เดวิดพยายามตื้อ อย่างน้อยจัดการเธอในรถก็ยังดี

“ทันย่าจะกลับกับลิซ่า” ธัญเรศเอ่ยขึ้นมา

“ไปห้องน้ำไหม ทันย่า ผมจะไปส่ง” เขายังคงพยายามอีกครั้ง เขากอดธัญเรศและถือโอกาสลูบไล้สะโพกอันกลมกลึง แม้หญิงสาวจะดูร้อนรุ่มข้างในหากเธอยังคงส่ายหน้าไปมา

“ไม่ ลิซ่าไปส่งหน่อย”

ลิซ่ายกแก้วดื่มจนหมด พร้อมกำชับคนอื่นอย่าเพิ่งกลับ เดวิดได้แต่หัวเสีย เสียของไปอีกครั้ง ไม่เป็นไร ครั้งหน้าก็ได้ เขาเฝ้าอดทนกับสาวลูกครึ่งเอเชียคนนี้มาหลายเดือน

ลิซ่าพาธัญเรศกลับมาพักโรงแรมเวสต์เกตต์ โรงแรมหรูระดับห้าดาว ที่พ่อของเธอเป็นหุ้นส่วน ธัญเรศบอกที่บ้านแต่แรกแล้วว่าคืนนี้จะขอค้างกับลิซ่าเพื่อนรัก แต่หญิงสาวไม่อยากบอกใคร

“ไหวมั้ย ทันย่า ให้ฉันไปส่งแกที่ห้องไหม”

“ม่ายต้อง แกไปสนุกต่อเถอะ ฉันจะนอน” หญิงสาวอยากจะขึ้นไปนอนแช่ในอ่างน้ำ เพื่อเรียกสติกลับมาโดยเร็ว เธอรู้สึกร้อนจนแทบอยากจะกระชากเสื้อผ้าออกให้หมด

“ห้อง 318 นะแก หลับให้สบายนะ ไม่ต้องห่วงฉัน ฉันมีคีย์การ์ดอีกใบ”

ธัญเรศพยักหน้ารับคีย์การ์ดจากเพื่อน ลงจากรถเสร็จเธอก็โบกมือ วันนี้เธอดื่มหนักกว่าทุกครั้ง เพราะเดวิดขยันชนแก้วกับเธอจนเธอไม่ไหว หญิงสาวพยายามประคองสติ สมองไม่รับรู้ไม่จดจำ

พอถึงชั้นสาม เธอก็เดินมุ่งหน้าหาห้อง มือถือคีย์การ์ดมั่น

“ห้อง 316 อยู่ไหนหว่า”

ธัญเรศเดินมาจนสุดทาง ถึงได้เจอห้อง 316 หากเธอมองไปยังอีกฟาก ก็จะเห็นห้อง 318 ที่ลิซ่าบอก แต่ธัญเรศหยุดอยู่หน้าห้อง 316 พยายามรูดคีย์การ์ดเข้าห้อง แต่เธอก็เปิดไม่ได้

“อะไรวะ ทำไมมันไม่เปิด” หญิงสาวพยายามตั้งสมาธิรูดใหม่อีกครั้ง แม้จะยืนโงนเงน เริ่มเบลอ สายตาพร่าเลือนไปบ้าง อีกนิดเดียวก็จะเข้าห้องไปนอนได้แล้ว เธอหมุนลูกบิดอีกครั้ง ก็ยังเปิดไม่ได้


เสียงกุกกักอยู่หน้าห้องทำให้ลีโอที่นั่งดื่มรอในห้องลุกขึ้นมา เขามองนาฬิกา แฟรงค์ส่งคนมาเร็วกว่าที่คิด ชายหนุ่มที่เหลือแต่กางเกงลำลองตัวเดียว เผยให้เห็นกล้ามท้องเป็นมัด แม้จะไม่ได้หุ่นแบบนักกีฬา แต่เขาก็ไม่เคยปล่อยตัวให้ลงพุง

ลีโอเปิดประตู แทบตะลึงที่หญิงสาวเซเข้าหาอกอุ่นของเขา

โอ เป็นเธอ หญิงสาวที่เขาต้องการ ไม่รู้ว่าเธอหากินทางนี้ด้วย นี่คงจะโดนแฟรงค์เรียกมาขัดจังหวะไปกับแฟนหนุ่มล่ะสิ โดยไม่รอช้า เขารีบปิดประตู ประทับจูบที่เรียกร้องและเร่าร้อนให้กับคนที่เขารอคอย ฝ่ามือคลึงเคล้าไปกับอกอวบ หญิงสาวที่ตกอยู่ในอาการตกใจพยายามดิ้นหนี

“อย่าเล่นตัวแม่สาวน้อย คืนนี้ฉันจะทำให้เธอมีความสุขจนลืมไม่ลงทีเดียว”

“อย่านะ ฉันไม่ใช่” หญิงสาวโวยวาย พยายามดิ้นหนี หากแต่พูดได้ไม่กี่คำ ก็โดนประทับรอยจูบปิดเสียงร้อง บดเบียดแทรกลิ้นเข้าไปในโพรงปากอย่างช่ำชอง ฝ่ามือที่รุกรานคลึงเคล้าอกอวบ บวกกับยาที่ออกฤทธิ์ได้ที่ ปลุกอารมณ์ข้างในให้เตลิด นิ้วมือเริ่มลากไล้วนลงไปรุกรานส่วนที่อ่อนไหวของหญิงสาว

“อึม เธอพร้อมมากเลยสาวน้อย แบบนี้สิ” ลีโอครางออกมาอย่างพอใจ อุ้มหญิงสาวที่ร้องได้แค่ว๊ายออกมา ก่อนจะสัมผัสกับเตียงนุ่ม เพียงเสี้ยววินาทีลีโอก็ทาบทับลงมา ชุดสายเดี่ยวเลื่อนหลุดมาโชว์ทรวงสล้างที่มีเพียงบราเซียปิดอยู่ แต่ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับชายหนุ่ม เขาครอบครองทรวงอกสาวทันทีที่นิ้วปลดตะขอออกอย่างเชี่ยวชาญ เผยให้เห็นอกเนียนขาวจนแทบทนไม่ได้ ซุกหน้าลงไปคลึงเคล้า มืออีกข้างไม่ปล่อยให้ว่าง ยังคงทำงานของมันอย่างคล่องแคล่ว วนไล้นิ้วไปยังใต้ท้องน้อย แหวกกอหญ้าพุ่มน้อยที่ชุ่มฉ่ำ

“อย่า....” เสียงร้องอย่างแผ่วเบาดังออกมา ร่างกายหมดแรงต้านทาน แถมตอบรับอกที่แอ่นรับยามที่ริมผีปากเขาครอบครอง

“เธอสวยมาก แม่สาวน้อย” ลีโอพึมพำอย่างพอใจ ชุดเดรสของหญิงสาวถูกดึงร่นออกจากตัว ยิ่งเผยให้เห็นรูปร่างที่เย้ายวน เขาจู่โจมเธออย่างอ่อนโยน หากความคับแคบที่รัดตรึงทำเอาเขาแทบตกม้าตาย แต่คาสโนว่าอย่างเขายอมเสียเชิงชายไม่ได้ ฝ่าฟันไปหากต้องอุปสรรคที่ขวางกั้น ทำให้ต้องหยุดนิ่ง

แฟรงค์ส่งสาวพรหมจรรย์มาให้  โอว....วิเศษเกินความคาดหมาย

ต้องทิปหนักทั้งแฟรงค์และแม่สาวน้อย

ร่างกายที่พยายามหนีเพราะความเจ็บ ไม่คุ้นเคยกับการรุกราน แต่เพียงไม่นานก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงครวญครางอย่างมีความสุข ยิ่งเร่งให้ลีโอโจนทะยาน เพียงไม่นานร่างกายที่เคยต่อต้านก็แอ่นรับความสุขไปพร้อมๆ กับลีโอที่ถึงจุดหมายปลายทางอย่างมีความสุขเต็มเปี่ยม
เขามองสาวน้อยที่ยังไม่รู้แม้แต่ชื่อหลับอย่างอ่อนเพลีย แต่ไม่ใช่ปัญหาเอาไว้ถามแฟรงค์ทีหลังได้ และแน่นอน เขาต้องใช้บริการเธออีกแน่

ลีโอก้มลงหอมหน้าผากที่ไรผมลงมาปกปิด สาวน้อยซุกกายเบียดกับอกอุ่นของชายหนุ่ม

โอววว...เขาพร้อมอีกครั้งแล้ว กับการยั่วยวนแบบไม่ได้ตั้งใจของเธอ

การเริ่มต้นอีกครั้ง และอีกครั้ง ราตรีนี้อีกยาวไกล หลับให้สบาย แค่ร่างกายตอบรับมันก็วิเศษสำหรับเขาแล้ว พรุ่งนี้เถอะ เธอจะมีความสุขกับฉันโดยไม่ต้องพึ่งอะไร

มันคงเป็นการยากสำหรับสาวน้อย สำหรับการขายตัวครั้งแรกสินะ แต่ต่อไปเขาไม่ยอมให้เธอทำแน่

ไม่น่าเชื่อว่าแฟนหนุ่มของเธอจะไม่ได้แอ้มเธอ แต่คงพยายามสำหรับคืนนี้ มันทำให้ผลดีมาตกกับเขา

สาวน้อยถูกมอมยา ให้ตายเถอะ ถ้าต่อไปมันกล้าทำอีก เขาจะจัดการมันแน่

เขาติดใจ เขาหวง คงต้องคุยกับแฟรงค์ ห้ามใครยุ่งเกี่ยวกับเธอ

เขาจะดูแลเธอเอง...แม่สาวน้อย






15
4. กลิ่นร่ำ / พิมอักษรา / ห้องร้อนแรง
« เมื่อ: สิงหาคม 30, 2016, 02:14:57 PM »
มาเปิดห้องรอรับแขก
อายุต่ำกว่า 18 เข้าห้องนี้ไม่ได้นะคะ
ตัวพ่อกับตัวแม่มาเอง 5555

หน้า: [1] 2