แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - pannapat

หน้า: [1] 2 3
1
มาแล้วจ้า แม่ๆ รึจะเสี่ยๆ ทั้งหลาย

ลูกมาแย้วววววววววววว

มาทวงบัลลังก์ความดังคืนกลับ 55555555

เสี่ยขา หรือจะสู้ซุปตาร์ตัวน้อย 55555



2
3. ปัณณ์นภัส / ตามฝัน / เปิดห้องรับแขก
« เมื่อ: มีนาคม 03, 2020, 10:04:08 AM »
ห้องนี้ไม่ได้โม้
ตามฝันจบแน่นอน 5555


 ;D ;D ;D ;D

3


บทที่ 2

ปวดหัว!

ทำไมหัวสมองมันหนักๆ แบบนี้

ไม่เอาแล้ว ต่อไปไม่ดื่มหนักแบบเมื่อคืนอีกแล้ว...

ปวดท้องอีก!

โอย...ทำไมดื่มแล้วมันปวดท้องหน่วงๆ

ธัญเรศพยายามลืมตา มือกุมหัวที่ปวดตุบๆ ก่อนจะเปลี่ยนไปกุมที่ท้องน้อยที่ไร้อาภรณ์ปิดบัง

เฮ้ย...

หญิงสาวลืมตาขึ้นทันที พบว่าตัวเองนอนเปลือยเปล่าอยู่ ที่แย่ไปกว่านั้นมีชายแปลกหน้านอนเปลือยเปล่ากรนอยู่ข้างๆ

ไม่ได้ฝัน เมื่อคืนที่เธอคิดว่าเป็นความฝัน มันไม่ใช่...

ความสุขที่ได้รับเมื่อคืน...มันเป็นความจริงหรือนี่

โอย...อยากให้เป็นฝันร้ายมากกว่า

ธัญเรศข่มอาการอ่อนเพลีย แถมร่างกายยังไม่ปกติดีนัก รีบลุกขึ้น หยิบเสื้อผ้าที่กองอยู่กับพื้นมาสวม ไม่กล้าที่จะมองไปยังชายแปลกหน้าที่กำลังหลับสนิท

เธออยากจะลำดับความคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ แต่คงไม่ใช่ตอนนี้ ต้องรีบออกไปจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด ธัญเรศคว้ากระเป๋าที่วางบนโต๊ะใกล้เตียงอย่างเบามือ สายตาแวบไปมองชายที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘คนแรก’ ของเธอ ด้วยอารมณ์ที่หน่วงหนักอยู่ในใจ

“อย่าได้เจอกันอีกเลย ชาตินี้”

หญิงสาวปิดประตูห้องอย่างแผ่วเบา จะยังไงเธอก็ยังไม่อยากให้เขาตื่นขึ้นมาตอนนี้ เธอจำได้ว่าเขาคือชายหนุ่มคนที่เจอในผับ เพราะใบหน้าอันคมคายในความสลัวนั้นชวนมอง ทำให้เธอเผลอใจแอบมองบ่อยๆ แต่ไม่คิดว่ามันคือเปลือกนอกอันเลวร้าย

316!

ตัวเลขห้องปรากฏชัดเมื่อเธอปิดประตู

“ห้องลิซ่ามัน 318 นี่” ธัญเรศอุทานด้วยความตกใจ เหลียวมองไปยังห้องตรงข้าม ถึงได้เห็น ‘318’

โอย...มองพลาดหนนี้ ชีวิตเธอถึงกับเปลี่ยนแปลงทั้งชีวิต

ไม่มีทางเหมือนเดิมอีกต่อไป

อยากร้องไห้ แต่น้ำตามันไม่ไหล

หญิงสาวรีบออกไปจากความเลวร้ายในชีวิตของเธอ ก่อนที่เขาจะตื่นขึ้นมาจะยิ่งน่ากลัวกว่านี้ ใจที่เต้นรัวทำให้เท้าที่ก้าวเดินเร็วขึ้นกว่าปกติ โดยไม่สนใจพนักงานต้อนรับกะดึกที่ประจำอยู่ส่งยิ้มให้เธอ รีบออกไปจากโรงแรมแห่งนี้โดยเร็ว ท้องฟ้าด้านนอกยังคงปกคลุมไปด้วยความมืด ยังพอมีรถแท็กซี่จอดรอรับผู้โดยสารอยู่หน้าโรงแรมสองคัน เธอรีบเปิดประตูรถบอกสถานที่ที่จะไป พอแท็กซี่แล่นออกจากโรงแรมเวสต์วูด ธัญเรศถึงกับถอนหายใจพร้อมเอนหลังพิงเบาะราวกับโล่งอก สายตาเหม่อมองออกไปนอกรถ

มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอ มันน่าอายชะมัด เธอคิดว่ามันเป็นความฝัน จะไปแจ้งความว่าถูกข่มขืนก็ไม่ได้ ถ้าเขาสวนกลับมาว่าเธอสมยอม เธอจะทำยังไง เพราะมันเป็นความจริง แต่เธอคิดว่ามันเป็นความฝัน ใครจะคิดว่ามันคือความจริง เธอมีความสุข ความสุขที่ไม่เคยมีมาก่อน แม้มันจะเจ็บปวดในตอนแรก แต่มันก็สุขล้น

ความคิดอันสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูก วิ่งวนอยู่ในหัวสมอง

บ้าไปแล้ว...นี่เธอกำลังมีความสุขกับคนแปลกหน้า ใครก็ไม่รู้

เธอต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ กับเดวิดที่ตามเธอมาหลายเดือน ยังไม่เคยได้จูบจากเธอเลย

แต่นี่...

เรื่องนี้ต้องเป็นความลับ!

เธอคงอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว โอกาสที่จะเจอเขาสูงแน่ เธอจะต้องกลับประเทศไทย ต่อให้ต้องกลับไปเจอเรื่องเลวร้าย แต่มันคงไม่มีอะไรร้ายสำหรับ
เธอมากไปกว่านี้แล้ว

ต่อให้กลับไปจะต้องเจอพ่อเลี้ยงคนใหม่ที่ทำให้เธอต้องมาเรียนต่อโทที่นี่

แรกสุดที่เธอว่าเลวร้าย คือตั้งแต่พ่อเสีย แม่ไปมีสามีใหม่ที่เธอไม่ชอบ ไม่ใช่ว่าเธอจะกีดกันแม่ แต่คนนี้ใครๆ ก็ดูออกว่ามาหลอกแม่ แต่เหตุการณ์เมื่อคืนมันเลวร้ายมากที่สุดในชีวิต

ไม่มีอะไร ธัญเรศได้แต่เตือนตัวเอง ต้องผ่านมันไปให้ได้

แต่ตอนนี้เธอคงต้องกลับบ้าน น้ำตาแห่งความเสียใจค่อยๆ ไหลริน หญิงสาวรีบปาดน้ำตาทิ้ง มองท้องฟ้าเริ่มมีแสงสว่างของดวงอาทิตย์ลอดผ่านเมฆที่ลอยเต็มท้องฟ้าสาดส่องลงมา หญิงสาวลงจากรถเข้าบ้าน โชคดีคุณป้ายังไม่ตื่นลงมาข้างล่าง แต่ก็คงใกล้เวลาที่ท่านตื่นแล้ว หญิงสาวค่อยไขกุญแจเข้าบ้าน รีบเดินเข้าห้องปิดประตู หยิบกระเป๋าเดินทางบนหลังตู้ออกมาวางบนเตียง

พรุ่งนี้สำหรับเธอ มันต้องดีกว่าวันนี้!


ลีโอขยับตัวอย่างเมื่อยขบ แขนด้านหนึ่งชาเพราะเป็นหมอนให้หญิงสาวนอนหนุนทั้งคืน หลังจากที่กรำศึกหนักอันร้อนแรง เขาลืมตาทันทีที่รู้สึกเบาหวิวตรงแขนด้านที่ชาทั้งคืน

มันควรจะมีหญิงสาวนอนหนุนซุกกายอยู่ หายไปไหนแล้ว

ลีโอมองไปยังพื้นที่เขาถอดเสื้อผ้าหญิงสาวกองไว้เมื่อคืน ตอนนี้มันไม่มีแม้สักชิ้นเดียว กระเป๋าที่เขาโยนไว้ยังหัวเตียงก็หาย

“โธ่โว้ย!”

ชายหนุ่มรู้สึกขัดใจที่หญิงสาวหายไป ไม่เคยมีหญิงคนไหนกล้าทำแบบนี้กับเขา ลีโอหยิบโทรศัพท์โทรหาแฟรงค์ทันที แม้จะถูกใจแต่ทำแบบนี้มันไม่
ดีแน่นอน

“แฟรงค์ ผู้หญิงเมื่อคืนหายไปไหน”

ทันทีที่แฟรงค์รับสาย เสียงห้วนจากลีโอทำเอาแฟรงค์ถึงกับผวา

“ขอโทษครับนาย เรื่องเมื่อคืน เธอเกิดอุบัติเหตุไม่ได้ไปหานาย เพิ่งโทรมาแจ้งผมเมื่อเช้าก่อนนายโทรมาเองครับ” แฟรงค์ละล่ำละลักตอบ

“อะไรกันแฟรงค์ ผู้หญิงเมื่อคืนแกไม่ได้ส่งมา” เสียงที่ห้วน กลับกลายเป็นถามอย่างงง ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่เข้าใจสิ่งที่เจ้านายถามเหมือนกัน

“เอ่อ..ครับ” เขาไม่อยากทำให้ลีโอโกรธ ไม่เห็นเจ้านายโทรมาโวยก็คิดว่าเรียบร้อยดี ไม่คิดว่าตอนเช้าจะเกิดเรื่อง

“ช่างเถอะ...ช่างเถอะ แค่นี้แหละ” ลีโอกดวางหูทันที

“งานเข้าแล้วมั้ยล่ะ ป่านนี้อาจจะไปแจ้งความแล้วก็ได้” ชายหนุ่มบ่นอย่างหัวเสีย

ลีโอกดโทรศัพท์อีกครั้ง

“มาร์ติน ผมขอดูเทปจากกล้องวงจรปิดของชั้นห้องพักผม แล้วก็หน้าโรงแรมด้วย เอาไปให้ที่ห้องทำงานแล้วกัน”

“ครับ บอส” มาร์ตินรับคำแบบงงๆ สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น แม้ลีโอจะไม่ค่อยมาวุ่นวายเรื่องการบริหารโรงแรมนัก ปล่อยให้จอห์น เพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนกัน
เป็นผู้บริหารหลักก็ตาม แต่คำสั่งของลีโอก็ไม่มีใครกล้าขัดหรือแย้งใดๆ ทั้งสิ้น

ชายหนุ่มเปิดดูเทปบันทึกจากกล้องวงจรปิดทั้งที่ติดตั้งชั้นนี้และด้านหน้า ตั้งแต่หญิงลึกลับออกไปตอนใกล้สว่าง และย้อนไปตั้งแต่ตอนมาถึง
เธอคนนั้นออกจากห้องเขาไปก่อนเขาตื่นราวชั่วโมงกว่า เธอมองกลับไปยังห้องฝั่งตรงข้ามที่เป็นห้องพักของจอห์นหุ้นส่วนเขา เขาย้อนกลับไปดูช่วงดึกตั้งแต่เวลาที่เขากลับเข้าโรงแรมและสักพักใหญ่ๆ หลังจากที่เขากลับมา

“นั่นคุณลิซ่า” ผู้จัดการโรงแรมหนุ่มชี้ไปยังผู้หญิงที่ขับรถมาจอดด้านหน้า และเธอคนนั้นลงมาจากรถในสภาพเมา เดินเซไม่ตรงนัก แล้วลิซ่าน้องสาวของจอห์นหุ้นส่วนเขาก็ขับรถออกไป ปล่อยให้เธอคนนั้นเดินเซๆ มือปาดเหงื่อตามใบหน้าก่อนจะเดินหายเข้าไปในลิฟท์

 “มีอะไรหายรึเปล่าครับ คุณลีโอ” ผู้จัดการหนุ่มถามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่มีอะไร ขอบใจนะมาร์ติน เรื่องนี้ไม่ต้องพูดมากไป ผมได้ยินใครพูด รับรองเอาเรื่องคุณแน่” เขากำชับด้วยน้ำเสียงฟังดูแล้วช่างเยือกเย็น

“ครับ บอส” มาร์ตินรีบนำเทปออกจากห้องไป เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น มันก็เป็นปกติที่ลีโอจะพาสาวมาค้างที่ห้อง แต่ครั้งนี้ดูแปลกๆ มันไม่ใช่เรื่องของเขา จัดการตามที่บอกก็พอ

พอมาร์ตินพ้นออกจากห้องลีโอรีบกดโทรศัพท์หาเพื่อนทันที รออยู่นานกว่าจอห์นจะรับสาย เขารีบขอเบอร์โทรศัพท์ลิซ่ามีบางอย่างจะสอบถาม กว่าจอห์นจะให้เขาก็โดนซักถามไปมากมาย จนต้องยืนยันว่าเขาไม่ได้คิดอะไรกับลิซ่า แค่มีบางเรื่องจะถามก็แค่นั้น พี่ชายที่หวงน้องสาวและรู้กิตติศัพท์ความเจ้าชู้ของเพื่อนดีถึงได้ยอมให้เบอร์โทรน้องสาวมา

ชายหนุ่มโทรเข้าไปรอสายเป็นนาน แต่ไม่มีคนรับสาย เลยได้แต่ฝากข้อความให้โทรกลับ ตอนนี้เขาคงได้แต่รอ

เขาไม่เคยเจอลิซ่า นี่ถ้ารู้ว่าเป็นน้องสาวเพื่อนแต่แรก เมื่อคืนคงเข้าไปทัก และอาจจะได้รู้จัดแม่สาวน้อยร้อนแรงคนนี้แล้วก็เป็นได้ แต่ช่างเถอะ ตอนนี้ถ้าอยากจะรู้จักหล่อนคงต้องเข้าหาทางลิซ่านี่แหละ ลีโอรู้สึกประหลาดใจกับความคิดของตัวเองมาก

ให้ตายเถอะ! ไม่เคยคิดว่าจะต้องมานั่งตามหาผู้หญิงที่เขาเรียกมานอนด้วยเลย

เป็นเพราะไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับเขาเลยต่างหากล่ะ

มาหลอกให้ติดใจแล้วหายไปไม่บอกกล่าว เจอตัวต้องจัดการซะให้เข็ด!


พอไฟสัญญาณให้คาดเข็มขัดดับลง ธัญเรศนั่งมองเพื่อนร่วมโดยสารบนเครื่องบินหลายคนรีบลุกขึ้นจากที่นั่ง เพื่อหยิบกระเป๋าจากแคปเหนือศีรษะที่นั่งลงมายืนเบียดกัน เพราะเธอนั่งด้านในจึงยังไม่รีบร้อน ปล่อยให้คนยืนออเบียดกันแน่นตามทางเดิน ระหว่างรอจึงได้หยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋า เปิดเครื่องไม่ทันไรเสียงสัญญาณเตือนข้อความเข้าดังรัวๆ

เพื่อนๆ ต่างไม่รู้ว่าเธอจะกลับวันนี้ จากเดิมที่จะกลับช่วงปลายเดือน แต่เธอเปลี่ยนใจเลื่อนตั๋วกลับให้เร็วขึ้น โดยที่ไม่ได้ล่ำลาใคร เธอถือว่าแค่เลื่อนกลับเร็วขึ้น ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเธอจะกลับบ้าน แม้แต่ลิซ่าก็ไม่ได้มาส่งเธอ  เธอเพิ่งโพสต์บอกทุกคนตอนที่จะขึ้นเครื่องแล้ว หลังจากนั้นก็ปิดเครื่อง จึงไม่น่าแปลกใจที่พอเปิดเครื่องแล้ว จะมีข้อความส่งกลับมารัวๆ ล้วนแต่เป็นข้อความที่ตัดพ้อและต่อว่ามาทั้งนั้น โดยเฉพาะเดวิดและลิซ่า สำหรับเดวิดเธอแค่อ่านเฉยๆ ไม่ตอบที่เดวิดคร่ำครวญว่าเธอหนีเขาไป เธอส่งข้อความตอบกลับแค่ลิซ่า

Tanya : ลิซ่า เรายังเป็นเพื่อนรักกันเสมอ ไว้คุยกันใหม่นะ
Lisa : ติดต่อมานะ ฉันมีเรื่องจะถามแก

ธัญเรศส่งข้อความกลับไปให้เพื่อนรักเสร็จ แถวที่แออัดเริ่มขยับเคลื่อน เธอไม่มีเวลามาตอบข้อความอีก ทั้งที่ในใจนึกสงสัย แต่คิดว่าลิซ่าคงจะถามเรื่องที่เธอไม่ค้างที่ห้อง เธอลุกขึ้นเดินตามผู้โดยสารคนอื่นเดินออกจากเครื่องบิน จนไปถึงที่รอกระเป๋า เพียงไม่นานนักเธอก็ลากกระเป๋าออกจากสนามบินไปขึ้นรถแท็กซี่ นอกจากป้าที่อยู่ออสเตรเลีย เธอก็ไม่ได้บอกใครว่าจะกลับมาในวันนี้

“ไปซอยเย็นอากาศ”

ธัญเรศบอกแท็กซี่ขณะเข้าไปนั่ง เธอเลือกที่จะไปตั้งหลักที่คอนโดก่อน คิดว่าคงจะพักที่คอนโดไม่กลับบ้าน ไม่อยากเจอหน้าพ่อเลี้ยงคนใหม่ที่แก่กว่าเธอไม่มาก แถมยังเป็นเซียนพนัน ไม่รู้แม่ไปหลงเสน่ห์อะไร พาเข้ามาอยู่ในบ้านทำให้เธอตัดสินใจเรียนปริญญาโทต่อหลังจากจบตรีที่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย ไม่กลับบ้านเลย เพียงแค่โทรคุยกับมารดาเท่านั้น

หลังจากลงจากรถแท็กซี่ เธอขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่พัก พอเข้าห้องได้น้ำตาแห่งความอัดอั้นตันใจมันไหลออกมา มองไปรอบๆ ห้อง ไม่คิดว่าแม้แต่บ้านเธอก็อยู่ไม่ได้ ต้องมาอยู่คอนโดที่พ่อซื้อให้สมัยเรียนมหาวิทยาลัย

หญิงสาวโยนกระเป๋าสะพายไว้บนโต๊ะรับแขกเล็ก เปิดผ้าคลุมโซฟากองโยนไว้กับพื้นก่อนจะเอนตัวเหยียดนอนบนโซฟายาว เธอกลับถึงเมืองไทยแล้ว แต่...

ทุกอย่างไม่มีอะไรเหมือนเดิม!

พ่อเสียก่อนเธอจะไปเรียนต่อ เธออยากจะล้มเลิกไม่เรียน แต่คำขอสุดท้ายของพ่อ

‘เรียนให้จบแล้วกลับมาดูแลงานให้พ่อ...’

เธอปาดน้ำตาที่ไหลเอ่อออกมาอีกเมื่อคิดถึงพ่อ เธอเคยกลับมาเยี่ยมบ้านตอนปิดภาคเรียนปีแรก พร้อมมาทำบุญให้กับพ่อ แต่พบว่าแม่มีผู้ชายคนใหม่ ที่เด็กกว่าร่วมสิบปี แถมยังมาทำเจ้าชู้ใส่เธอยามลับหลังแม่ และนับแต่นั้นเธอก็ไม่ได้กลับไปที่บ้านอีก และแม่ก็ไม่ได้บอกให้กลับมีแต่บอกจะส่งเสียให้เรียนไม่ไหวแล้ว (เรียงสิ่งที่ต้องการจะบอก ใช้คำเชื่อม ให้ดูเหมาะสม)

ทั้งที่เงินที่ส่งไปให้เธอ มันมาจากลุงมานะผู้ช่วยของพ่อที่ดูแลกิจการให้ และจัดการส่งเงินให้เธอตามที่พ่อสั่งเสียไว้ แม้เธอจะเป็นนักท่องราตรีเพื่อลืมความทุกข์ภายในใจ แต่เธอก็ตั้งใจเรียนจบมาด้วยเกรดดีเยี่ยม เธอดูแลตัวเองเป็นอย่างดี รวมทั้งได้เพื่อนที่ดีอย่างลิซ่า

คืนก่อนเป็นการพลาดที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น

“ตั้งสติ ธัญญ่า ตั้งสติ”

แล้วเธอก็ส่ายหัวแรงๆ ราวกับจะสลัดความคิดทั้งปวงออกไปจากหัวให้หมด

“คืนนี้ควรจะนอนพักให้เต็มที่ พรุ่งนี้ฉันจะเป็น ธัญเรศ รักษ์สกุลคนใหม่”

หญิงสาวบอกตัวเองเสียงดัง ราวกับจะย้ำในความคิดของตัวเอง เธอเดินไปลากกระเป๋าที่ยังคงวางอยู่ตรงใกล้ประตูห้อง ลากเข้าไปยังห้องนอนสิ้นสุดลงที่ปลายเตียง รีบเปิดแอร์ภายในห้องนอนก่อนจะเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบผ้าเช็ดตัวและชุดนอนที่ทิ้งไว้ที่นี่ออกมา ดมผ้าเช็ดตัวและชุดนอนกลิ่นพอรับได้ไม่ถึงกับเหม็นอับเท่าไหร่ แต่พรุ่งนี้เธอคงต้องเปิดตู้เพื่อให้อากาศถ่ายเทออกมาคงจะดีไม่น้อย คืนนี้เธอหมดแรงแล้ว อยากจะอาบน้ำนอนเต็มที
ห้องนี้ยังคงสะอาดใหม่เอี่ยม แม่บ้านของคอนโดเพิ่งมาทำความสะอาดไว้เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากที่อาบน้ำเสร็จ หญิงสาวเปิดผ้าคลุมเตียงออก แอร์ในห้องเริ่มมีความเย็น เธอทอดกายซุกหาความอบอุ่นภายในผ้าห่ม

สำหรับเธอ ณ ตอนนี้ ที่นี่คือสถานที่ปลอดภัย

แต่...ใบหน้าหนึ่งกับการกระทำฉายชัดกลับปลุกความร้อนรุ่มในกายภายใต้ความฝันอันยาวนาน


ล่วงเข้ามาเวลาบ่ายกว่าๆ ของวันรุ่งขึ้นแล้ว ลีโอเพิ่งจะติดต่อลิซ่าได้ และนัดให้ออกมาเจอกันยังร้านกาแฟไม่ไกลจากบ้านพักของหญิงสาวมากนัก เขาเติมกาแฟร้อนเป็นครั้งที่สองในขณะที่ลิซ่าเพิ่งจะเปิดประตูร้านเข้ามา หญิงสาวเดินตรงเข้ามาหาทันที แม้จะไม่เคยเจอกัน แต่ลิซ่าก็เคยเห็นรูปถ่ายจากในมือถือของพี่ชายบ้าง อีกอย่างทั้งร้านในตอนนี้มีลูกค้าเพียงโต๊ะเดียว

“จะกินอะไรไปสั่งเลย พี่เลี้ยง” ลีโอพูดขึ้นมาเมื่อลิซ่านั่งลงเรียบร้อย บริกรยืนรอรับออเดอร์

   “เอสเปรสโซร้อนแก้วหนึ่ง”

   “ผมขอบลูเบอรี่ชีสเค้กด้วย” ลีโอสั่งพร้อมเลิกคิ้วถามหญิงสาว “สั่งเค้กมากินสิ”

   ลิซ่ามองเมนูที่วางบนโต๊ะ เปิดผ่านๆ ก่อนจะเงยหน้า

   “เค้กชอคโกแลตชิ้นหนึ่ง”

   พอบริกรหนุ่มเดินจากไป ลีโอก็เปิดการสนทนาทันที

   “ยินดีด้วยที่เรียนจบ เก่งนะเห็นไซม่อนชื่นชมน้องสาวบอกได้เกียรตินิยมอันดับสองนี่ ทวงรางวัลไปรึยัง”

   “ยังค่ะ แต่เห็นบอกว่าจะให้ทำงานที่โรงแรม ไม่รู้พี่ไซม่อนบอกพี่ลีโอรึยัง”

   “บอกแล้วอยากทำแผนกอะไรก็คุยกันเอง พี่ไม่ยุ่งพวกงานโรงแรม”

   แม้ลีโอจะเป็นหุ้นส่วนและเป็นกรรมการใหญ่ แต่ไม่ค่อยยุ่งเรื่องงานโรงแรม ให้สิทธิ์เพื่อนบริหารอย่างเต็มที่ ลีโอแค่ลงเงินก็เท่านั้น

   ชื่อเสียงของเพื่อนพี่ชายคนนี้ลิซ่าได้ยินไปทางคาสโนว่ามากกว่าทำงานจริงจัง แต่เธอก็เห็นกิจการหลายๆ อย่างของลีโอเจริญรุ่งเรืองดี เธอไม่รู้อะไรมากนัก พี่ชายเตือนแค่ ลีโอเป็นคนดี แต่อยู่ห่างๆ ไว้ แต่วันนี้พอลีโอนัดมา ทำให้เธอประหลาดใจ เพราะคนที่ให้เบอร์โทรศัพท์ก็คือพี่ชายเธอเอง

   “ฉลองจบหนักเลยเหรอ” ลีโอทักขึ้นเมื่อเห็นลิซ่านวดต้นคอ

   “พี่รู้ได้ไง เดี๋ยวนะ...” ลิซ่าจ้องหน้าลีโอเขม็ง “เป็นพี่นี่เองที่นั่งตรงเคาน์เตอร์ ลิซ่าก็ว่าหน้าคุ้นๆ พอดีมันมืดเลยเห็นไม่ถนัด”

   ลีโอแค่พยักหน้ารับ ลิซ่าขมวดคิ้วยังคงจ้องหน้าไม่ละสายตา

   “ว่าแต่เพื่อนผู้หญิงเราคนนั้นชื่ออะไร ที่เราไปส่ง” ลีโอถามขึ้นมาโต้งๆ

   “พี่หมายถึงธัญญ่าเหรอ” ลิซ่าคิดทบทวน “ธัญญ่าไปทำอะไรพี่รึเปล่าคะ แต่เอ๊ะ พี่ออกไปก่อนนี่ หรือหล่อนไปซุ่มซ่ามอะไรที่โรงแรม บอกแล้วจะขึ้นไปส่งไม่เอาๆ บอกไหว” ลิซ่าพูดเหมือนบ่นคนเดียว

   “พอๆ ไม่ต้องเดา ไม่มีอะไร” พูดได้แค่นี้ลีโอก็รู้สึกติดขัดพูดไม่ออก กับความเป็นจริงที่มันตรงข้าม

   “พี่ชอบ”

   “อะไรนะคะ!... ลิซ่าหูฝาดไปรึเปล่า”

   อย่าว่าแต่ลิซ่าจะประหลาดใจเลย ตัวเขาเองก็ยังประหลาดใจ แต่จะบอกความจริงไปยังไง ต่อให้เป็นน้องสาวเพื่อน ลิซ่าก็คงไม่พอใจเขาเป็นแน่

   “พี่ลีโอเปลี่ยนใจเถอะค่ะ ธัญญ่าไม่อยู่ที่นี่ กลับประเทศไทยไปแล้ว ไปยังไม่บอกลิซ่าเลย ทำยังกะหนีเจ้าหนี้” ท้ายเสียงแฝงด้วยความน้อยใจเพื่อนไม่น้อย “ตอนแรกบอกจะกลับอาทิตย์หน้า มารู้ข่าวตอนขึ้นเครื่องไปแล้ว”

   “มีที่อยู่ที่ประเทศไทยไหม”

   คำถามนี้ทำเอาลิซ่าอ้าปากหวอด้วยความคาดไม่ถึง

   “พี่สนใจเพื่อนลิซ่าจริงๆ เหรอคะ ไม่ได้เห็นเป็นของเล่นนา”

   ลีโอได้แต่ยิ้ม รอยยิ้มและแววตาทำให้ลิซ่าเข้าใจ

   “ลิซ่าก็ไม่มีค่ะ รู้แต่ว่าที่บ้านของธัญญ่าเป็นบริษัททำถุงยางอนามัย”

   “ถุงยางอนามัย” ลีโอพูดทวนราวกับฟังผิด ก่อนจะหัวเราะออกมา

   “ไม่เห็นตลกเลย” ลิซ่าอดที่จะโมโหแทนเพื่อนรักไม่ได้

   “ขอโทษ พี่เพียงแต่นึกภาพผู้หญิงจะบริหารงานแบบนี้ได้ยังไง นึกภาพไม่ออก ว่าแต่ยี่ห้ออะไรล่ะ”

   “พีคค่ะ บริษัท พีค เพอร์ฟอร์มานซ์ พี่จะใช้เหรอ ที่นี่ไม่มีหรอกค่ะ มีแต่ที่ประเทศไทยโน่น”

   “พี่จะไปใช้ที่โน่นสิ”

   นี่ถ้าคุ้นเคยกันมากกว่านี้ ลิซ่าคงได้ปาหมอนพิงใส่เพื่อนพี่ชายคนนี้ เหมือนที่ทำกับพี่ชายเวลาที่เธอหมั่นไส้ แม้เพื่อนพี่ชายคนนี้จะพูดเล่น แต่สายตาบ่งบอกถึงคำพูดว่าเขาทำจริง

   “พี่ลีโอ มีสาวๆ ตั้งเยอะแยะ ธัญญ่าไม่สเปกพี่หรอก อย่าไปยุ่งกับเธอเลยค่ะ”

   ‘ร้อนแรงปานนั้น เธอห้ามพี่ไม่สำเร็จหรอก ลิซ่า’  ลีโอได้แต่ตอบอยู่ข้างใน

   “อาทิตย์หน้าพี่จะไปงานเปิดผับของเพื่อนที่ประเทศไทย ไม่แน่นะ มีโอกาสอาจจะติดต่อเอามาขายที่ซิดนีย์ก็ได้”
   
ลีโอพูดทิ้งท้ายก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย

‘แค่รู้ชื่อบริษัทมันคงไม่ยากที่จะหาตัวหล่อนเจอ ถ้าเขาตั้งใจที่จะตามหา!’

4

บทที่ 1

   ลีโอ แบรนดอน เดินฝ่าเหล่าบรรดาขาแดนซ์ในผับแห่งหนึ่ง ที่กำลังโยกย้ายส่ายสะโพกไปตามจังหวะเพลงอันเร้าใจ โดยไม่สนใจว่าใครจะเบียดจะแทรกผ่านไปหรือไม่แต่อย่างใด เขาชอบมานั่งผับนี้ประจำ ที่นี่เป็นร้านของเพื่อนเขา ดังนั้นเขาไม่ต้องกังวลใจหากจะมีเรื่อง พนักงานที่นี่พร้อมช่วยเขาเสมอ ชายหนุ่มสอดส่ายสายตาเพื่อมองหาโต๊ะว่าง พนักงานของผับรีบมาต้อนรับเพราะจำคาสโนว่าหนุ่มขาเปย์หนักขาประจำคนนี้ได้ เด็กหนุ่มเชื้อเชิญไปยังโซฟาว่างไม่ไกลนัก แต่ลีโอส่ายหน้า วันนี้เขามาคนเดียวไม่ได้ควงสาวเข้ามาด้วย จึงได้เลือกที่จะนั่งเคาน์เตอร์บาร์ด้านในสุดของผับ ซึ่งพอจะมีเก้าอี้ว่างอยู่สองสามตัว

   วันนี้เขาอยากมานั่งดื่มอะไรนิดหน่อย พรุ่งนี้เขามีงานแต่เช้า ทำให้เขาไม่อยากนัดสาวไหนมาเที่ยวสนุกด้วย บรรยากาศสลัวมีเพียงแสงไฟตรงเคาน์เตอร์บาร์ที่สว่างหน่อย พอได้ที่นั่งบาร์เทนเดอร์รีบมาบริการ

   “ขอหนักๆ แก้วหนึ่ง”

   เพียงไม่นานแก้วชอตเล็กๆ ที่มีน้ำสีอำพันก็วางตรงหน้าเขา และไม่นานเช่นกันที่เขายกแก้วขึ้นดื่มจนหมดแก้ว ความร้อนที่ไหลผ่านลงสู่ลำคอไปยังกระเพาะ สร้างความกระชุ่มกระชวยลดอาการเหนื่อยกายให้สดชื่นขึ้น

      เสียงเชียร์ที่ดังมาจากโต๊ะตัวในสุดของร้าน ทำเอาชายหนุ่มกำลังยกแก้วขึ้นดื่มจนหมดเหลียวไปมอง ทันสบสายตากับหญิงสาวชาวเอเชียคนหนึ่งกำลังยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มจนหมดไปพร้อมๆ กับเขา

      “เฮ้ๆ ” เสียงเชียร์ยังคงดังต่อเนื่อง

      ลีโอ แบรนดอน ยังคงมองเธอกระดกแก้วหมดอีกเช่นเคย มันทำให้เขายกแก้วขึ้นดื่มตามอีกครั้ง ชายหนุ่มที่มากับเธอเข้าไปดึงเธอลุกขึ้นเต้น ไฟสลัวมันทำให้เห็นเสื้อสายเดี่ยวเข้ารูป เผยสัดส่วนที่สวยงาม คาสโนว่าอย่างเขาก็เห็นดีด้วยว่าสวยงามน่าครอบครอง โดยเฉพาะทรวงอกอวบอิ่มที่น่าเป็นเจ้าของนั่นด้วยแล้วมันทำให้ไฟในกายเขาร้อนวูบวาบขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

      ‘โชคดีของไอ้หนุ่มนั่น คืนนี้คงได้สนุกกับเจ้าหล่อนแน่’ เขาได้แต่อิจฉาอยู่ข้างใน มันทำให้เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

      “แฟรงค์ คืนนี้หาผู้หญิงเอเชียให้ผมสักคนนะ ขอผู้หญิงผมยาวเซ็กซี่ มีเนื้อมีหนังหน่อย เลือกที่อายุยี่สิบกว่า เออ..ให้เธอใส่เดรสสายเดี่ยวสีครีมมานะ แล้วผมจะให้ทิปพิเศษ อีกสักชั่วโมงแล้วกันส่งไปที่ห้อง 316 โรงแรมที่เวสต์วูด ผมขอนั่งดื่มสักชั่วโมงก่อน แค่นี้แหละ”
   
   เขาวางสายจากนายหน้าหาคู่นอนเจ้าประจำมาให้เขายามที่เขาต้องการ ลีโอไม่ชอบผูกมัด ไม่มีสาวคนไหนที่จะจับเขาได้ แม้บางคนเขาจะติดใจใช้บริการหลายครั้งก็ตามเถอะ ไม่มีใครที่จะครอบครองตัวเขาเลย มีครั้งนี้แหละที่เขาเรื่องมากสั่งสเป็กที่เขาเห็นตรงหน้าให้แฟรงค์ไปหามา แค่นี้แฟรงค์จัดการให้เขาได้สบาย เขาแค่รอ ระหว่างรอก็ดูแม่สาวน้อยคอแข็งที่เริ่มมีอาการเมาไปพลางๆ สร้างแรงกระตุ้นไว้จัดการแม่สาวที่แฟรงค์จะส่งมาคืนนี้
   
        แต่ให้ตายเถอะ! สายตาที่เจ้าหล่อนส่งมาให้เขายามมองมาที่เขาแล้วส่งยิ้มให้ มันดูเย้ายวนยิ่งนัก อยากให้เจ้าหล่อนมาอยู่ใต้ร่างเขา นี่เธอจะรู้ตัวบ้างไหมว่าสายตาที่มองมานั้นมันยั่วยวนแค่ไหน แทบจะทำให้เขาทนไม่ได้ทีเดียว ถ้าเขาเป็นแฟนเธออย่าหวังว่าจะให้เธอเมาต่อหน้าใครต่อใครแน่

      ลีโอยกแก้วขึ้นดื่มจนหมดอีกครั้ง โบกมือเรียกเด็กมาเก็บเงิน

      “วันนี้คุณลีโอกลับเร็ว”

      “มีของดีรออยู่ที่ห้อง” ลีโอหัวเราะราวกับได้ของถูกใจ บริกรหนุ่มรับเงินพร้อมทิปก่อนจะถอยออกไป ก่อนลุกไปจากโต๊ะเขาก็อดไม่ได้ที่จะมองไปที่หญิงสาวชาวเอเชียคนนั้นอีกครั้ง

      “ธัญญ่า หมดแก้ว” เสียงเชียร์ดังตามมาเข้าหูเขาอีกครั้ง

      ‘เดี๋ยวก็น็อค หรือคอจะแข็ง… เสียดายเป็นบ้า คืนนี้ถ้าเป็นเธอที่ดื่มกับเขาก็คงดี’ ชายหนุ่มได้แต่บ่นกับตัวเอง สาวมีให้เลือกมากมายดันมาต้องตาต้องใจแม่สาวน้อยคนนี้ถึงกับใช้บริการกับเด็กของแฟรงค์ นี่ถ้าใครรู้คงหัวเราะเขาตาย
      
         ชายหนุ่มเดินออกจากผับมุ่งตรงไปยังที่จอดรถ ชายหนุ่มสองคนหลบมุมคุยกันในมุมมืดหลังรถ เขาแค่ชำเลืองมอง คนหนึ่งเขาจำได้ดีคือ จิมพ่อค้าขายของตลาดมืด ไม่ว่าจะเป็นยาปลุกเซ็กซ์ ไวอากร้า หรือของต่างๆ นานาที่หนุ่มๆ ต้องการ จิมมีหมด พ่อค้าตลาดมืดคนนี้เคยเสนอขายของให้ แต่เขาไม่สนใจเพราะระดับลีโอย่อมทำให้หญิงสาวติดใจได้โดยไม่พึ่งตัวเสริมพวกนี้เป็นแน่ แต่ชายหนุ่มที่เป็นลูกค้าจิม เขาจำได้ว่าเป็นคนเดียวกับที่แดนซ์กับหญิงเอเชียคนนั้น ลีโอหัวเราะเบาๆ
      
          “ไม่มั่นใจในฝีมือตัวเองรึไงวะ” เขาพึมพำเบาๆ ก่อนจะไม่สนใจเดินผ่านไปยังรถที่จอดอยู่ด้านใน
เพียงไม่นานเขาก็ขับรถมาถึงโรงแรมระดับห้าดาว เขาเป็นแขกประจำของที่นี่ เรียกได้ว่าทางโรงแรมยกห้องสูทให้เป็นห้องพักประจำของเขาเลยทีเดียว เพราะไม่เคยพาคู่นอนไปที่บ้านเลยแม้แต่คนเดียว หากจะใช้บริการเขาจะพามาโรงแรมเท่านั้น ตอนนี้สิ่งที่เขาทำได้คืออาบน้ำรอความสุขที่จะถูกส่งมาให้ในไม่ช้านี้แค่นั้นเอง

      “ธัญญ่า แก้วนี้สำหรับคุณ ยินดีด้วยที่เรียนจบ”

        เดวิดส่งยิ้มกรุ้มกริ่มให้กับหญิงสาวที่วันนี้ดื่มไปหลายแก้ว วันนี้เขาจัดเลี้ยงฉลองที่เธอสอบผ่านวิชาสุดท้าย ซึ่งหมายถึงเธอกำลังจะจบปริญญาตรี และจะกลับเมืองไทยในอีกไม่นาน และวันนี้เขาต้องจัดการเผด็จศึกเธอให้ได้ แม้ว่าเขาเป็นแฟนมาเกือบปี แต่ไม่เคยได้ล่วงเกินเธอเลย แม้จูบเธอก็ไม่ยินยอม เหมือนจะเป็นนักเรียนนอกใจกล้า แต่ช่างหวงตัวนัก เขาเฝ้าอดทนรอ

        ‘วันนี้แหละธัญญ่า เธอจะมีความสุขกับฉัน’ เดวิดได้แต่ยิ้มกริ่มอยู่ข้างใน มองแก้วเหล้าที่ส่งให้

        “ธัญญ่าจะไม่ไหวแล้ว แก้วนี้ฉันดื่มแล้วกัน” ลิซ่าเพื่อนสนิทของธัญเรศจะคว้าแก้วในมือเดวิดมา แต่เขาดึงแก้วกลับ

        “แก้วสุดท้ายแล้ว เดี๋ยวผมไปส่งทันย่าเอง”

         ธัญเรศรับแก้วจากเดวิด เธอชนแก้วกับทุกคนที่แสดงความยินดีกับเธอ ยกขึ้นดื่มจนหมดอีกครั้ง โดยมีสายตาของเดวิดมองด้วยความพอใจ
 
         ‘อีกสักพักยาคงจะออกฤทธิ์ คืนนี้แหละธัญญ่าเอ๋ย เล่นตัวดีนัก เธอจะต้องเป็นของฉัน’ เดวิดกระหยิ่มยิ้มในใจ

        เสียงเพลงยังคงดังกระหึ่มในจังหวะเร้าใจ เดวิดชวนธัญเรศเต้นอยู่ข้างๆ โต๊ะ บางจังหวะมือเขาก็ลูบไล้สัมผัสแขนเนียนขาวของแฟนสาวบ้าง บางจังหวะมีโอกาสเขาก็แกล้งทำเป็นลูบไล้สะโพกกลมกลึงไปตามจังหวะเพลง เพื่อหยั่งดูอาการของแฟนสาว

        “ลิซ่า ฉันไม่ไหวแล้ว อยากกลับ” ธัญเรศรู้สึกไม่สบายตัวคอแห้งผาด ยกน้ำเปล่าขึ้นมาดื่ม

        “ฉันบอกเธอแล้วธัญญ่า เดี๋ยวก็หมดแก้วๆ จะไปสู้พวกผู้ชายได้ไง” ลิซ่าแอบบ่น แต่ก็ยอมลุกโดยดี หันมาบอกเพื่อนๆ ที่นั่งอยู่ “เดี๋ยวฉันไปส่งธัญญ่าแล้วจะกลับมานะ นานๆ จะได้ฉลองอย่างสะใจซะที พวกนายอย่าเพิ่งกลับล่ะ”

        “ให้ผมไปส่งดีกว่า ผมจะกลับเหมือนกัน” เดวิดรีบบอก เขามองอาการแฟนสาวด้วยความพึงพอใจมาก
 
        “ไม่เป็นไร เดวิด ลิซ่าพามาก็จะพาไปส่ง เดี๋ยวคุณป้าของธัญญ่าจะว่าเอา”

“แต่...” เดวิดเริ่มหงุดหงิด เสียดายโอกาส เขาน่าจะพาธัญญ่าไปห้องน้ำแล้วจัดการเธอตรงนั้น ไม่คิดว่าลิซ่าจะขวาง คำว่า “แฟน” สำหรับเขาทำได้แค่กันชายหนุ่มคนอื่นไม่เข้ามายุ่งกับธัญเรศ แต่สำหรับตัวหญิงสาวเองแล้ว เขาก็ไม่แน่ใจว่าคิดยังไงกับเขากันแน่ แต่อย่างน้อยก็มีเขาที่เธอยอมไปไหนมาไหนด้วย แค่รอโอกาสเท่านั้น

“ผมจอดหน้าบ้านก็ได้ ที่บ้านธัญญ่าไม่รู้หรอก” เดวิดพยายามตื้อ อย่างน้อยจัดการเธอในรถก็ยังดี

“ธัญญ่าจะกลับกับลิซ่า” ธัญเรศเอ่ยขึ้นมา หายใจถี่รัวราวกับสะกดความรุ่มร้อนภายในให้ดับลง

“ไปห้องน้ำไหม ทันย่า ผมจะไปส่ง” เขายังคงพยายามอีกครั้ง เขากอดธัญเรศและถือโอกาสลูบไล้สะโพกอันกลมกลึง แม้หญิงสาวจะดูร้อนรุ่มข้างในหากเธอยังคงส่ายหน้าไปมา

“ไม่ ลิซ่าไปส่งหน่อย”

ลิซ่ายกแก้วดื่มจนหมด พร้อมกำชับคนอื่นอย่าเพิ่งกลับ

เดวิดได้แต่หัวเสีย พลาดเสียของไปอีกครั้ง ไม่เป็นไร ครั้งหน้าก็ได้ เขาเฝ้าอดทนกับสาวลูกครึ่งเอเชียคนนี้มาหลายเดือน
ลิซ่าพาธัญเรศกลับมาพักโรงแรมเวสต์เกตต์ โรงแรมหรูระดับห้าดาว ที่พ่อของเธอเป็นหุ้นส่วน ธัญเรศบอกที่บ้านแต่แรกแล้วว่าคืนนี้จะขอค้างกับเพื่อนรัก แต่หญิงสาวไม่ได้บอกใครนอกจากลิซ่า

“ไหวมั้ย ธัญญ่า ให้ฉันไปส่งแกที่ห้องมั้ย”

“ม่ายต้อง แกไปสนุกต่อเถอะ ฉันร้อนอยากรีบอาบน้ำนอน” หญิงสาวอยากจะขึ้นไปนอนแช่ในอ่างน้ำ เพื่อเรียกสติกลับมาโดยเร็ว เธอรู้สึกร้อนจนแทบอยากจะกระชากเสื้อผ้าออกให้หมด

“ห้อง 318 นะแก หลับให้สบายนะ ไม่ต้องห่วงฉัน ฉันมีคีย์การ์ดอีกใบ แต่ไม่รู้จะเที่ยวกันยันสว่างรึเปล่า แกไม่ต้องกังวล”

ธัญเรศพยักหน้ารับคีย์การ์ดจากเพื่อน ลงจากรถเสร็จเธอก็โบกมือบ๊ายบาย วันนี้เธอดื่มหนักกว่าทุกครั้ง เพราะเดวิดขยันชนแก้วกับเธอจนเธอไม่ไหว หญิงสาวรู้ว่าชายหนุ่มจ้องหาโอกาสทุกครั้ง แต่ด้วยความมั่นใจว่าตัวเองคอแข็งและมีลิซ่าเป็นกันชนให้เอาตัวรอดมาตลอด เพียงแต่วันนี้เธอรู้ว่าร่างกายเธอผิดปกติ รู้ว่าไม่ไหว อยากรีบกลับ หมดสนุกที่จะปาร์ตี้กับเพื่อน พยายามประคองสติ สมองไม่รับรู้ไม่จดจำ

พอถึงชั้นสาม เธอก็เดินมุ่งหน้าหาห้อง มือถือคีย์การ์ดมั่น

“ห้อง 316 อยู่ไหนหว่า” หญิงสาวพยายามใช้สายตาเพ่งมองหาห้อง วันนี้เธอเมาหนักจริงๆ

ธัญเรศเดินมาจนสุดทาง ถึงได้เจอห้อง 316 หากเธอมองไปยังอีกฟาก ก็จะเห็นห้อง 318 ที่ลิซ่าบอก ทว่าธัญเรศกลับหยุดอยู่หน้าห้อง 316 พยายามรูดคีย์การ์ดเปิดประตูห้อง แต่ดันประตูเท่าไหร่ก็ไม่เปิด

“อะไรกัน ทำไมมันไม่เปิด” หญิงสาวพยายามตั้งสมาธิรูดใหม่อีกครั้ง แม้จะยืนโงนเงน สมองเริ่มเบลอ สายตาพร่าเลือนไปบ้าง อีกนิดเดียวก็จะเข้าห้องไปนอนได้แล้ว อยากจะเข้าห้องล้มตัวนอน เธอหมุนลูกบิดอีกครั้ง ก็ยังเปิดไม่ได้


เสียงกุกกักอยู่หน้าห้องทำให้ลีโอที่นั่งดื่มรอในห้องลุกขึ้นมา เขามองนาฬิกายังไม่ถึงเวลาที่นัด แฟรงค์ส่งคนมาเร็วกว่าที่คิด ชายหนุ่มสวมแต่กางเกงลำลองตัวเดียว เผยให้เห็นกล้ามท้องเป็นมัด แม้จะไม่ได้หุ่นแบบนักกีฬา แต่เขาก็ไม่เคยปล่อยตัวให้ลงพุง

ลีโอเปิดประตู พอเห็นคนตรงหน้ากลับตะลึงไม่เชื่อสายตา หญิงสาวเซถลาตามแรงเปิดประตู เข้าหาอกอุ่นของเขา แทบไม่เชื่อสายตาว่าจะเป็นเธอ!

'โอ เป็นเธอ หญิงสาวที่เขาต้องการ ไม่รู้ว่าเธอหากินทางนี้ด้วย นี่คงจะโดนแฟรงค์เรียกมาขัดจังหวะไปกับแฟนหนุ่มล่ะสิ คงจะร้อนเงินไม่ใช่น้อย'

โดยไม่รอช้า เขารีบปิดประตู ประทับจูบที่เรียกร้องและเร่าร้อนให้กับคนที่เขารอคอย ฝ่ามือคลึงเคล้าไปกับอกอวบ หญิงสาวอยู่ในอาการตกใจพยายามดิ้นหนี

“อย่าเล่นตัวแม่สาวน้อย คืนนี้ฉันจะทำให้เธอมีความสุขจนลืมไม่ลงทีเดียว”

“อย่านะ ฉันไม่ใช่” หญิงสาวโวยวาย พยายามดิ้นหนี หากแต่พูดได้ไม่กี่คำ ก็โดนประทับรอยจูบปิดเสียงร้อง บดเบียดแทรกลิ้นเข้าไปในโพรงปากอย่างช่ำชอง ฝ่ามือที่รุกรานคลึงเคล้าอกอวบ บวกกับยาที่ออกฤทธิ์ได้ที่ ปลุกอารมณ์ข้างในให้เตลิด นิ้วมือเริ่มลากไล้วนลงไปรุกรานส่วนที่อ่อนไหวของหญิงสาว แม้ใจจะต่อต้านแต่หญิงสาวเริ่มจูบตอบ

“อึม เธอพร้อมมากเลยสาวน้อย แบบนี้สิ” ลีโอครางออกมาอย่างพอใจ อุ้มหญิงสาวที่ร้องได้แค่ว๊ายออกมา ก่อนจะสัมผัสกับเตียงนุ่ม เพียงเสี้ยววินาทีลีโอก็ทาบทับลงมา ชุดสายเดี่ยวเลื่อนหลุดมาโชว์ทรวงสล้างที่มีเพียงบราเซียปิดอยู่ แต่ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับชายหนุ่ม เขาครอบครองทรวงอกสาวทันทีที่นิ้วปลดตะขอออกอย่างเชี่ยวชาญ เผยให้เห็นอกเนียนขาวจนแทบทนไม่ได้ ซุกหน้าลงไปคลึงเคล้า มืออีกข้างไม่ปล่อยให้ว่าง ยังคงทำงานของมันอย่างคล่องแคล่ว วนไล้นิ้วไปยังใต้ท้องน้อย

“อย่า....” เสียงร้องอย่างแผ่วเบาดังออกมา ร่างกายหมดแรงต้านทาน แถมตอบรับการรุกเร้า อกที่แอ่นรับยามที่ริมผีปากเขาครอบครอง

“ถ้าฉันไม่ช่วยเธอ เธอจะยิ่งทรมาน”

เขารู้ว่าคนที่เจอยาปลุกเซ็กซ์เข้าไป จะยิ่งทรมานทุรนทุราย ดีไม่ดีช๊อกตายไปยิ่งอันตราย เขาไม่รู้วิธีแก้อย่างอื่นคาสโนว่าอย่างเขาไม่เคยศึกษาวิธีแก้ นอกจากดับไฟให้ตามแบบฉบับนักรัก ลีโอจู่โจมเธออย่างอ่อนโยน

“เธอสวยมาก แม่สาวน้อย” ลีโอพึมพำอย่างพอใจ ชุดเดรสของหญิงสาวถูกดึงร่นออกจากตัว ยิ่งเผยให้เห็นรูปร่างที่เย้ายวน หากความคับแคบที่รัดตรึงทำเอาเขาแทบตกม้าตาย แต่คาสโนว่าอย่างเขายอมเสียเชิงชายไม่ได้ ฝ่าฟันไป หากต้องชะงักอีกครั้งเมื่อเจออุปสรรคที่ขวางกั้น ทำให้ต้องหยุดนิ่ง

แฟรงค์ส่งสาวพรหมจรรย์มาให้  โอว....วิเศษเกินความคาดหมาย

ต้องทิปหนักทั้งแฟรงค์และแม่สาวน้อย

ร่างกายที่พยายามหนีเพราะความเจ็บ ไม่คุ้นเคยกับการรุกราน แต่เพียงไม่นานก็แปรเปลี่ยนเป็นโอนอ่อนพร้อมเสียงครวญครางอย่างมีความสุข ยิ่งเร่งให้ลีโอโจนทะยาน เพียงไม่นานร่างกายที่เคยต่อต้านก็แอ่นรับความสุขไปพร้อมๆ กับลีโอที่ถึงจุดหมายปลายทางอย่างมีความสุขเต็มเปี่ยม

เขามองสาวน้อยที่ยังไม่รู้แม้แต่ชื่อหลับอย่างอ่อนเพลีย แต่ไม่ใช่ปัญหาเอาไว้ถามแฟรงค์ทีหลังได้ และแน่นอน เขาต้องใช้บริการเธออีกแน่
ลีโอก้มลงหอมหน้าผากที่ไรผมลงมาปกปิด สาวน้อยซุกกายเบียดกับอกอุ่นของชายหนุ่ม มือก่ายกอดเขาไว้

โอววว...เขาพร้อมอีกครั้งแล้ว กับการยั่วยวนแบบไม่ได้ตั้งใจของเธอ

การเริ่มต้นอีกครั้ง และอีกครั้ง ราตรีนี้อีกยาวไกล หลับให้สบาย แค่ร่างกายตอบรับมันก็วิเศษสำหรับเขาแล้ว หญิงสาวทำราวกับว่าตกอยู่ในความฝัน

“ฝันดีนะ แม่สาวน้อย” ลีโอพึมพำด้วยความพอใจ

“พรุ่งนี้เถอะ เธอจะมีความสุขกับฉันโดยไม่ต้องพึ่งอะไร” ชายหนุ่มเอ่ยกับหญิงสาวนิรนามที่นอนซบอยู่ในอ้อมกอดเขา ลีโอมองใบหน้าอ่อนเยาว์ที่หลับตาพริ้ม

มันคงเป็นการยากสำหรับสาวน้อย สำหรับการขายตัวครั้งแรกสินะ แต่ต่อไปเขาไม่ยอมให้เธอทำแน่ ไม่น่าเชื่อว่าแฟนหนุ่มของเธอจะไม่ได้แอ้มเธอ แต่คงพยายามอย่างมากสำหรับคืนนี้ มันทำให้ผลดีมาตกกับเขา สาวน้อยถูกมอมยา เธอจะรู้รึเปล่านะ ว่าแฟนหนุ่มของเธอถึงกับใช้ยากับเธอ ครั้งแรกของหญิงสาว ถึงกับต้องใช้ยาช่วยเชียวหรือ ให้ตายเถอะ ถ้าต่อไปมันกล้าทำอีก เขาจะจัดการมันแน่

เขาติดใจ เขาหวง คงต้องคุยกับแฟรงค์ ห้ามใครยุ่งเกี่ยวกับเธอ

เขาจะดูแลเธอเอง...แม่สาวน้อย


5
R. 1 ปัณณ์นภัส / ม่านราตรี / ห้องร้อนแรง
« เมื่อ: พฤษภาคม 16, 2017, 08:03:10 PM »
มาเปิดห้องร้อนแรง ทั้งทราย ทั้งสวาท ไม่ร้อนทนได้ให้รู้ไปสิ 55555
แวะมาแซบ แวะมาฟินกันได้เน้อ ไม่นานเกินรอ

6
แถ่น แถ่น แท้นนนนนนน

มาแบบเงียบๆ 5555

แรลลี่มาได้ครึ่งทางแย้ว  เพราะอากาศร้อน

แต่ฝนฟ้าที่ตกเมื่อวาน อย่างน้อยมีรายงานผลคืบหน้า

ลุงทอม นำบทที่ 6 มาลงแล้วจ้า 

คุณบีอยู่หนายยยย ตามมาเร็วๆๆ

คนอื่นด้วยนะคะ  แรลลี่นี้ต้องมีคนจบ อิอิ

7
7. Buddy และ ปัณณ์นภัส / Breath of love ลมหายใจแห่งรัก บทที่ 1
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2015, 09:45:37 PM »
บทที่ 1

“น้ำ”
   
สาวร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดกับกางเกงยีนเข้ารูป กำลังจะเปิดประตูรถหันมาตามเสียงเรียก

   “แป้ง...”

   แล้วสองสาวก็หัวเราะกอดกันกลม บนลานจอดรถกลางแจ้งของห้างสรรพสินค้า บนถนนแจ้งวัฒนะ แดดที่ร้อนยามเที่ยงวันส่องมาเผาไหม้ แต่ ณ วินาทีนั้นสองสาวกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และเสียงที่แย่งกันคุย

   “กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ยัยน้ำ ไม่ส่งข่าวมาหากันบ้างเลย”

“น้ำเพิ่งกลับมาได้สักอาทิตย์นี้เอง วุ่นๆ เดินสายตามบ้านญาติ ว่าจะไปหาแป้งอยู่ อย่าเพิ่งงอนสิ”

วรินรำไพเพิ่งจะกลับจากญี่ปุ่นได้ไม่ถึงอาทิตย์ หญิงสาวไปเรียนด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ถึงสี่ปี ปาลิดาก็เคยไปให้เธอพาเที่ยวญี่ปุ่น แต่ในระยะหลังต่างคนต่างยุ่งเลยติดต่อกันแค่ทางอินเตอร์เน็ต หญิงสาวไม่ได้กลับมาประเทศไทยเลยตั้งแต่ไปเรียน เพราะที่บ้านกลัวลูกสาวจะบินไปบินมา จึงออกคำสั่งห้ามกลับมาเด็ดขาดจนกว่าจะเรียนจบ

ปาลิดาพยักหน้า หลังจากมองสำรวจเพื่อนรักแล้วก็นึกขึ้นได้ว่า มีคนยืนฟังอยู่ด้วยอีกคน เธอมองไปเห็นชายหนุ่มหน้าตาจัดได้ว่าหล่อ แต่สายตาที่มองเธอนี่ไม่ชอบเอาซะเลย

 “แล้วนี่มากับใครล่ะ” ปาลิดา หรือแป้งแอบกระซิบถาม

“อ้าว ลืมแนะนำ มัวแต่ดีใจ มานี่ๆ” วรินรำไพ ดึงแขนเพื่อนเดินมาใกล้ๆ ชายหนุ่มที่ยืนรอ

“พี่ศรุตคะ นี่แป้งเพื่อนรักของน้ำ เราเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่เด็ก”

“สวัสดีค่ะ” ปาลิดารีบยกมือขึ้นสวัสดีก่อน

“พี่ศรุต เป็นเจ้าของบริษัทเอส จิวเวลลี ที่น้ำจะไปเดินแบบให้น่ะ”

ปาลิดาพยักหน้า แต่สายตามองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างพินิจ

‘คุ้นจัง เคยเจอที่ไหนนะ’

“สวัสดีครับ คุณแป้ง ผมขอเชิญคุณแป้งไปงานด้วยนะครับ ที่เซ็นธารา อาทิตย์ที่จะถึงนี่แหละครับ”

“ยินดีค่ะ เพื่อนแป้งเดินแบบทั้งที”

“เกินไปยัยแป้ง  น้ำก็เพิ่งจะเดินเป็นครั้งแรก จะไม่เดิน พี่ศรุตก็คะยั้นคะยอจนต้องยอม” น้ำเสียงกับสายตาที่มองไปยังศรุตล้วนแล้วแต่บ่ง
บอกถึงความชื่นชม

“น้องน้ำ เป็นนางแบบกิตติมศักดิ์ที่สวยมากครับ ใส่ชุดเครื่องเพชรของทางร้านเราแล้วต้องโดดเด่นที่สุดในงาน”

“พี่ศรุตพูดเกินไปค่ะ น้ำยังไม่ได้ลองเลย”

ทั้งน้ำเสียงและแววตาที่มองกัน ปาลิดามองแล้วก็ยิ้ม ไม่ต้องบอกก็พอจะเดาได้ ‘แฟนกันชัวร์ เอาไว้ต้องซักรายละเอียดจากยัยน้ำ’ ปาลิดาช่างสังเกต แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก

“น้ำ เราขอตัวก่อนนะ พรุ่งนี้ไปไหนรึเปล่าจะไปหาที่บ้าน”

“อยู่บ้านจ้า ว่าจะเคลียร์ของน่ะ ออกบ้านมาหลายวันยังเคลียร์กระเป๋าไม่เสร็จเลย”

“แล้วเราไปหานะ เดี๋ยวเราต้องรีบไปซื้อของให้แม่ก่อน เดี๋ยวคุณนายรอนาน”

“พรุ่งนี้เจอกัน” วรินรำไพเข้ามาสวมกอดเพื่อนรัก ก่อนโบกมือให้เมื่อปาลิดาเดินไปแล้วหันมามองอีกครั้งด้วยสายตาที่ไม่แน่ใจในอะไรบางอย่าง

‘พรุ่งนี้ค่อยถาม’ เธอหมายมาดไว้ในใจ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้กับชายหนุ่มที่รอนานแล้ว

“ขอโทษนะคะ พี่ศรุต”

“ไม่เป็นไรครับ พี่ฟังแล้วเพลินดี สำหรับน้องน้ำนานกว่านี้พี่ก็ยืนรอได้ครับ”

แม้ว่าจะเป็นคำพูดที่เชย แต่สำหรับวรินรำไพ เธอกลับมองเห็นว่า ‘เขาน่ารัก’ พี่ศรุตกับเธอเพิ่งจะรู้จักกันได้หกเดือน ตอนเขาไปเปิดการแสดงจิวเวลลี่ที่โตเกียว แล้วเธอไปเป็นเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่สนใจ ตั้งแต่นั้นมาพี่ศรุตก็ไปญี่ปุ่นแทบทุกเดือน โดยคอยมารับเธอไปเที่ยวทั่วเกาะญี่ปุ่น

โยโกะเพื่อนชาวญี่ปุ่นบอกเธอว่า พี่ศรุตใจดีกับเธอมาก เขาต้องแอบชอบมิซึโกะแน่ๆ เธอเรียกชื่อน้ำตามภาษาญี่ปุ่น วรินรำไพกลายเป็นที่อิจฉาในบรรดานักเรียนไทยในโตเกียว ที่มีหนุ่มรูปหล่อ แถมรวยอีกต่างหาก มาติดพัน ซึ่งที่บ้านก็ไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่เตือนให้ลูกสาวดูคนให้ดีๆ

“เราไปหาอะไรทานก่อนดีกว่านะครับ แล้วค่อยไปลองชุดที่จะใส่ในงาน”

เสียงของศรุตปลุกภวังค์หญิงสาวให้กลับมาสู่ปัจจุบัน

“อุ๊ย น้ำขอโทษค่ะ พี่ศรุตคงจะหิวแย่ น้ำมัวแต่คุยกับเพื่อนเพลิน”

ชายหนุ่มเปิดประตูด้านข้างคนขับให้หญิงสาวขึ้นไปนั่ง โดยที่ไม่ทันได้สังเกตว่าอีกด้านของลานจอดรถ มีคนแอบถ่ายรูปทั้งสองคนไว้

พอรถยุโรปที่ติดฟิลม์กรองแสงแทบจะมองเข้าไปในรถไม่เห็นได้แล่นออกไปแล้ว ก็มีรถมอเตอร์ไซค์ขี่ตามอยู่ห่างๆ ไปบนท้องถนนที่จอแจ



ลงบางส่วนประเดิมเอาชัยก่อนค่า



8
7. Buddy และ ปัณณ์นภัส / ห้องรับแขก
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2015, 10:35:51 AM »
มาเปิดห้องรอบัดดี้คนเก่ง

พร้อมรอต้อนรับ นักอ่านที่จะเข้ามาเยือน และเป็นกำลังใจให้สองสาว

ไม่ได้โม้ ห้องนี้ต้องเป็นแชมป์ 5555

9
สื่อรักซุปตาร์ฟันน้ำนม
บทนำ

   เสียงดนตรีจังหวะเร้าใจดังกระหึ่มไปทั่วลานกว้างของโรงแรมระดับห้าดาวริมหาดชะอำ ที่ทางผู้จัดละครชื่อดังแห่งวงการละครทีวีในขณะนี้ ‘แม่รัตน์’ เจ้าแม่แห่งวงการละครทึ่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มในการทำงาน จนดาราไม่กล้าที่จะงอแง จัดงานเลี้ยงปิดกล้องละคร งานนี้มีการเลี้ยงไวน์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่อั้น เพราะเป็นวันเกิดลูกชายสุดเลิฟของแม่รัตน์ที่เพิ่งกลับจากอเมริกามาไม่นาน แม้จะดูดุในสายตาคนทั่วไป แต่สำหรับลูกชายคนเดียว เธอกลับตามใจจนแทบจะเสียคน กับฉายา ‘เพลย์บอย’ ก่อนไปอเมริกา

   พอเริ่มดึก บรรยากาศยิ่งคึกคัก ทั้งบนเวทีที่ตอนนี้คิวร้องเพลงยาวไปตลอดงาน

   “คุณแมน สุขสันต์วันเกิดค่า” ช่างแต่งหน้าสาวประเภทสองรีบขอชนแก้วหนุ่มหล่อที่กำลังจะเดินผ่านโต๊ะหล่อนไป

   แมน รัตนสิงห์ หันมายิ้มรับคำอวยพรพร้อมยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม

   “เรื่องหน้าต้องบอกคุณแม่ให้คุณแมนเป็นพระเอกนะคะ  หล่อแบบนี้รับรองแฟนคลับตรึม” ช่างทำผมที่นั่งใกล้ๆ หันมาแซว พร้อมส่งยิ้มหวานให้กับชายหนุ่ม

   “ไม่ละครับ ขออยู่เบื้องหลังดีกว่าครับ”  แมนรีบส่ายหน้าปฏิเสธ แต่กลับส่งยิ้มทางสายตาให้กับสาวที่นั่งเบ้ปากอยู่ข้างๆ แล้วหันไปสนใจบนเวทีแทน

   เมื่อพิธีกรจำเป็นในงานประกาศเชิญชายหนุ่มให้ขึ้นไปบนเวที ชายหนุ่มแกล้งเดินเฉียดไปชนเก้าอี้เธอคนนั้น พร้อมยักคิ้วให้ก่อนเดินไปสมทบกับแม่ของเขาที่ขึ้นไปยืนรอบนเวที

   ไฟในงานถูกปิดชั่วคราวพร้อมเค้กก้อนโตที่ทีมงานนำออกมา เพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ที่พิธีกรกับเหล่าดาราต่างช่วยกันร้อง รวมทั้งคนที่อยู่ในงานก็ร้องเพลงนี้กันดังลั่นให้กับเจ้าของวันเกิด ชายหนุ่มตัดเค้กให้กับเหล่าบรรดาผู้ใหญ่ในงาน ก่อนที่จะให้ทีมงานตัดแบ่งให้กับทุกโต๊ะ

   “ร้องเพลงๆๆๆ” เสียงตะโกนดังมาจากทุกโต๊ะที่อยู่ในงาน

   แมน รัตนสิงห์ไม่มีปฏิเสธ เขาจัดไปสามเพลงติดต่อกัน สร้างความเฮฮาให้กับผู้ร่วมงาน บรรดาแขกผู้ใหญ่เริ่มขอตัวไปพักผ่อนเพราะดึกมากแล้ว ปล่อยให้หนุ่มๆ สาวๆ และทีมงานสนุกสนานกันต่อ

   “อย่าดื่มหนักนะตาแมน”  คุณรัตนากระซิบบอกก่อนจะขอตัวไปพักผ่อน

   “ครับแม่ ให้ผมไปส่งที่ห้องไหมครับ”

   “ไม่ต้อง สนุกไปเถอะ แม่ไปเองได้”

   คุณรัตนาหอมแก้มลูกชายก่อนจะแยกย้ายขึ้นห้องไปพักผ่อน  หญิงสาวที่นั่งอยู่โต๊ะทีมงานช่างแต่งหน้าและทำผมมองตามไป ก่อนจะหันไปบอกเพื่อนรัก

   “ยัยเกด”

   “อะไรนุช” กรเกตุหันหน้าที่เริ่มแดงเพราะแอลกอฮอล์มองหน้าเพื่อนรัก แต่เห็นว่าหน้าอนุชก็แดงไม่แพ้กับเธอก็หัวเราะออกมา  “เฮ้ย หน้าแกแดงว่ะ ไม่เห็นค่อยกิน แดงได้ไงวะ”

   “เออน่า เอาคีย์การ์ดมา เดี๋ยวจะขึ้นไปนอนก่อน”

   “นุช” พี่ตุ๊ผู้กำกับหนุ่มใหญ่เรียก อนุชที่กำลังคุยหันไปตามเสียงเรียก แต่ก็ยิ้มค้างเมื่อมองเห็นชายหนุ่มเจ้าของวันเกิดยืนข้างๆ ผู้กำกับด้วย

   “เรื่องนี้หนูเล่นได้เริดมากเลยจ้ะ เรื่องต่อไปพี่จะเสนอผู้ใหญ่ให้อีกเร็วๆ นี้แน่นอน”

   อนุชยกมือไหว้ขอบคุณผู้กำกับอีกครั้ง

   “คุณแมนต้องบอกคุณแม่ด้วยนะ”

   “ครับ” ชายหนุ่มยิ้มให้กับสาวหน้าแดงตรงหน้า แม้แสงไฟจะไม่สว่างมากนัก แต่เขาว่า ‘เธอสวย’ ผมยาวที่รวบมัดไว้ด้านหลังเผยให้เห็นไหล่เนียน

   หญิงสาวเห็นชายหนุ่มจ้องมาที่ตัวเอง ก็ดึงเสื้อที่เผยไหล่ขึ้น แต่ก็ขยับได้ไม่มาก

   ‘น่าเกลียด’ หญิงสาวแอบบ่นอยู่ในใจ

   บริกรกำลังจะเดินผ่านไป  ชายหนุ่มลูกผู้จัดละครเรียกไว้ พร้อมหยิบแก้วไวน์ส่งให้หญิงสาวกับผู้กำกับ ส่วนเขาหยิบแก้วบรั่นดี

   “ขอให้ละครคุณแม่เรตติ้งสูงๆ นะครับ” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมยื่นแก้วไปข้างหน้าหญิงสาว

   ผู้กำกับยื่นแก้วไวน์มาชนด้วย ทำให้อนุชยกแก้วที่ถือในมือชนกับทั้งสอง

   “ค่ะ ขอให้เรตติ้งสูงๆ นุชจะได้มีโอกาสได้แสดงอีก”  เธอหันไปกล่าวกับผู้กำกับโดยไม่ได้มองหน้าลูกชายผู้จัดแม้แต่นิด บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมเธอ
ถึงไม่ค่อยชอบหน้าเขาเท่าไหร่ หรือเป็นเพราะบุคลิกที่ชอบทำท่ากรุ้มกริ่มใส่สาวๆ มันก็ไม่เกี่ยวกับเธอ เพราะเธอไม่ได้สนใจ

   เรื่องนี้เธอเล่นเป็นตัวประกอบที่มีบทบาทเยอะหน่อย ตอนแรกเธอมาหาเพื่อนที่ทำงานในกองนี้ดูแลเรื่องเสื้อผ้าของดารานักแสดง แต่วันนั้นตัวประกอบเกิดไม่สบายกะทันหัน  ผู้กำกับจับเธอมาเล่นแทน และด้วยที่เธอสวยขึ้นกล้อง ทำให้ทีมงานตกลงเพิ่มบทให้เธอได้เล่นจนค่อนเรื่อง

   งานเลี้ยงคืนนี้ก็คงเป็นงานเลี้ยงอำลา แม้ละครมีต้องถ่ายบ้างหลังจากนี้ แต่สำหรับเธอมันก็จบแล้ว

   “แล้วถ้าพี่มีเรื่องใหม่ พี่จะติดต่อนุชไปนะ”

   “ขอบคุณค่ะ พี่ตุ๊”

   “แบบนี้เราต้องฉลองกันหน่อย” เสียงที่แทรกขึ้นมาพร้อมส่งแก้วใหม่ให้กับหญิงสาวและผู้กำกับหนุ่มใหญ่ พอชนแก้วเสร็จชายหนุ่มก็ยกขึ้นดื่มจนหมดแก้ว

   “พี่ขอตัวไปคุยกับเจ้าแป้งก่อนนะ”  ผู้กำกับตุ๊บอกเสร็จก็เดินไปหาธุรกิจกองถ่ายที่กำลังเฮฮาอยู่อีกด้าน

   ยิ่งดึก ยิ่งแยกออกเป็นหลายกลุ่ม ทั้งยืนคุยกัน บ้างก็ออกไปเดินเล่นชายหาด อนุชเหลียวไปหาเพื่อน ก็ไม่เห็นแล้ว มองไปรอบๆ เห็นคุยอยู่กับพวกทีมงานอยู่ กลายเป็นพอผู้กำกับเดินออกไปเหลือเพียงเธอกับลูกชายผู้จัดละครเท่านั้น เธอรู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันใด

   “ขอตัวขึ้นห้องก่อนนะคะ รู้สึกปวดหัว” เธอขอตัวดื้อๆ

   “ให้ผมเดินไปส่งนะครับ”

   “ไม่เป็นไรค่ะ เชิญคุณแมนตามสบายดีกว่า ฉันไปเองได้”  อนุชปฏิเสธแล้วก็ไม่ฟังคำพูดของเขาต่อ รีบเดินออกมาขึ้นลิฟต์มุ่งตรงไปยังห้องนอนของเธอ แต่พอยืนหน้าห้อง

   “อ้าว กุญแจหายไปไหน ไม่ได้หยิบมาด้วยซะงั้น วันนี้ไม่น่าดื่มเยอะเลยเรา” อนุชบ่นพึมพำพร้อมเอามือนวดขมับเบาๆ กับอาการมึนหัว

   ‘นี่ถ้าแม่รู้ ต้องโดนดุอีก แพ้แอลกอฮอล์แล้วยังจะดื่มอีก’

   หญิงสาวพยายามตั้งสติเดินกลับไปที่ลิฟต์  แต่ทำไมทางมันไกลกว่าตอนแรก  อาการปวดท้องโรคกระเพาะกำเริบเริ่มปวดตะหงิดๆ ขึ้นมา เริ่มรู้ตัวว่าไม่ไหว
อนุชเลยนั่งเก้าอี้ที่อยู่ด้านหน้าของลิฟต์เพื่อพักสักครู่ ค่อยลงไปตามเพื่อนเธอมา

   เสียงเรียกของลิฟต์ดังขึ้นมา ก่อนที่ประตูลิฟต์จะเปิดออก  อนุชเงยหน้าขึ้นมองเผื่อเป็นเพื่อนเธอที่ขึ้นมา แต่พอเห็นว่าเป็นใคร เธอก็หลับตาลงเหมือนเดิม

   “คุณ...คุณเป็นอะไร” แมนพยายามเขย่าตัวหญิงสาว เพื่อให้ตื่น

   “อย่าเขย่า  ฉันปวดหัว” เสียงเอ็ดเบาๆ ของคนที่นั่งเอามือกุมท้องน้อย

   “ปวดหัวแต่กุมท้อง เป็นอะไรมากไหมคุณ ผมจะพาไปส่งที่ห้อง”

   “ฉันลืมเอากุญแจห้องขึ้นมา”

   “งั้นไปพักห้องผมก่อน เดี๋ยวผมหายาให้”  ชายหนุ่มจัดการประคองหญิงสาวเดินไปห้องพักเขาที่อยู่ด้านในสุด

   ห้องชุดสูทสำหรับผู้บริหาร ที่ทางทีมงานจองไว้ให้ ตอนนี้เขาพาหญิงสาวเข้าไปนอนพักยังเตียงของเขา พร้อมไปรื้อกระเป๋า

   “นี่คุณ ลุกมากินยาก่อน”  ชายหนุ่มส่งยาพาราพร้อมแก้วน้ำให้อนุช

   หญิงสาวรับยามากินก่อนจะล้มตัวนอน

   “คุณรบกวนโทรบอกยัยเกดเพื่อนฉันด้วย” หญิงสาวบอกเบอร์ห้องให้กับเขา มือถือเธอก็ไม่ได้เอาออกมาจากห้องพัก เธอไม่เคยจำเบอร์โทรศัพท์ใครได้
เพราะใช้เมมเบอร์ลงเครื่องอย่างเดียว

   แมนจัดการโทรไปที่เคาน์เตอร์ด้านล่าง ฝากข้อความให้กับห้องที่หญิงสาวพัก พอจัดการเสร็จหันมาก็เห็นเธอหลับด้วยความอ่อนเพลีย ชายหนุ่มจึงจัดการเสียบน้ำร้อนเพื่อหากาแฟร้อนๆ ดื่มบ้าง  คืนนี้เขาก็ดื่มหนักเหมือนกัน แต่พอเจอหญิงสาวป่วย ทำเอาแทบสร่างเมา

   เขาจัดการชงกาแฟ มานั่งจิบกาแฟพร้อมเปิดทีวีดู แต่ตากลับมองหญิงสาวที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงเขา หน้าตาก็ไม่ได้สวยเด่นเลิศเลอเหมือนกับสเปกที่เขาชอบ แต่เขากลับมองว่า ‘เธอน่ารัก’

   “บ้าแล้วเรา” แมนบ่นออกมาเบาๆ พร้อมสะบัดหน้าขับไล่ความเมา กาแฟช่วยทำให้บรรเทาได้บ้าง แต่ถ้าง่วงแบบนี้เผลอหลับไปจะยุ่ง

   “ไปอาบน้ำก่อนดีกว่า”

   พอแมน รัตนสิงห์หายเข้าห้องน้ำได้เพียงครู่ เสียงออดจากหน้าประตูห้องก็ดังขึ้นมา ชายหนุ่มอยู่ในห้องน้ำไม่ได้ยินเสียง ทำเอาอนุชที่นอนพักอยู่ตื่นงัวเงียขึ้นมา ได้ยินเสียงชายหนุ่มผิวปากร้องเพลงอยู่ในห้องน้ำ

   “มาแล้วเหรอเกด” หญิงสาวค่อยๆ เดินช้าๆ อาการปวดหัวค่อยทุเลามาบ้าง ไปเปิดประตูห้อง แต่ก็ต้องอ้าปากค้าง เมื่อคนกดออดหน้าห้องไม่ใช่เพื่อนของ
เธอ แต่เป็น

   “คุณรัตน์!”  หญิงสาวอุทานออกมา

   “เธอ !!!”  อาการตกใจของคุณรัตนาก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าหญิงสาวตรงหน้า เธอรีบเข้ามาในห้อง ได้ยินเสียงลูกชายสุดที่รักกำลังอาบน้ำ ภายในห้องไม่มีใครอยู่อีก คุณรัตนามองอนุชด้วยแววตาที่ผิดหวัง

   “ไม่นะคะ ไม่ใช่อย่างที่คุณรัตน์คิด” อนุชละล่ำละลักพยายามอธิบาย

   ชายหนุ่มที่อาบน้ำเสร็จได้ยินเสียงคนคุยกันหน้าห้องน้ำ รีบเปิดประตูออกมา ทั้งที่ยังแต่งตัวไม่เรียบร้อย นุ่งแค่ผ้าเช็ดตัวของโรงแรม

   “แม่ !!!”

   “แต่งตัวให้เรียบร้อย แล้วไปหาแม่ที่ห้อง ส่วนเธอพรุ่งนี้ฉันคงไม่เห็นหน้าเธออีกต่อไปนะ”

   คุณรัตนาหันหลังกลับเดินออกจากห้อง โดยไม่ฟังคำใดๆ ทั้งสิ้น  ออกมาไม่กี่ก้าวก็สวนกับกรเกตุที่เดินจ้ำอ้าวมา กรเกตุยกมือสวัสดีคุณรัตนาที่มองเธอด้วยสายตาเย็นชา เดินผ่านไปไม่รับไหว้

   “เกิดอะไรขึ้นหว่า”  กรเกตุพึมพำเบาๆ ก่อนจะไปถึงห้องด้านในสุด ก็อ้าปากค้าง เมื่อเห็นแมนที่นุ่งผ้าเช็ดตัวโรงแรมอยู่ พร้อมกับเพื่อนสาวของเธอที่นั่ง
หน้ามุ่ยอยู่ที่เก้าอี้รับแขก

   “เกิดอะไรขึ้นวะ นุช” กรเกตุรีบถามเพื่อน เมื่อชายหนุ่มคนเดียวของห้องหยิบเสื้อและกางเกงตัวใหม่ผลุบเข้าห้องน้ำไป เพียงครู่ก่อนที่จะออกมา

   “ขอโทษ” น้ำเสียงและสายตาอ่อนโยนที่ทอดมายังหญิงสาวผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกับเขา ก่อนจะเดินออกจากห้องไป

   “เฮ้ย...” กรเกตุร้องขึ้นมาอีกครั้ง

   “ไม่ใช่อย่างที่แกคิด” อนุชพูดห้วน “แล้วฉันจะเล่าให้แกฟัง ว่าแต่ตอนนี้เราคงต้องไปเก็บของที่ห้อง พรุ่งนี้เช้าก็กลับกรุงเทพเลย”

   ใจเธออยากจะไปมันซะตอนนี้ให้รู้แล้วรู้รอด แต่สภาพเธอกับเพื่อนตอนนี้คงขับรถกลับเข้ากรุงเทพไม่ไหวแน่

   “ให้ตายสิ” เธอสบถเบาๆ  “กลับห้องกันเถอะ”

   อนุชไม่พูดมากเดินนำเพื่อนออกมา โดยมีกรเกตุรีบปิดประตูแล้วตามเพื่อนออกไป

10
เมื่อสองคนนีัอยู่ห้องเดียวกัน

จะเกิดอะไรขึ้น 5555

มาเปิดห้องต้อนรับ  อิอิ

 ;D   ;D    ;D

11
4. ปัณณ์นภัส / มะนอแน่ / พยาธิเยอะ
« เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2014, 10:21:46 PM »
มาโหมดเพ้อ

เงาทรายรัก  นิยายรักหวานหรือเปล่า  จะคิคุโน่เน๊หรือไม่

ไม่ยู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ 555555

ฉุกละหุก ลึกล้ำพันลึก 

พล็อตมาเป็นหย่อมๆ

แน่ๆ  พระเอก ชื่อ อัสวานนนนนนน   

นางเอกกำลังหาชื่ออยู่

โอว.... นิยาย 30 วันนะ ตอนนี้ไปกี่วันแล้วหว่า 

ไม่เป็นไร  เขียนไป มันก็จบจนได้ละน่า ฮ่าๆๆ

12
เงาทรายเสน่หา  บทที่ 23  บทสุดท้าย

   ขออนุญาตลบแล้วนะคะ ^^

      จบจนได้ เย้ๆๆๆๆๆๆๆ
      25/4/57
                            15.15  น.

13
เงาทรายเสน่หา บทที่ 22

ขออนุญาตลบค่า




14
เงาทรายเสน่หา  บทที่ 21
ขออนุญาตลบค่า

15
เงาทรายเสน่หา บทที่ 20

ขออนุญาตลบค่า

หน้า: [1] 2 3