แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - ไอวินทร์

หน้า: [1] 2 3 ... 17
1
ผิดมั้ย ที่โดดมาอ่านบทนี้ก่อน ฮ่าๆๆๆ

รู้สึกฝีมือการเขียนพัฒนาขึ้นนะคะ คุณภูคำ
มันดูไหลลื่น ยังรู้สึกฟิลนิยายแปล แฟนตาซีด้วย อินเตอร์ อิอิ
ท้ายบท เบ็ดเกี่ยว ตอนต่อไป ถ้าตัดจบ ตอน รถม้ากำลังมา ใครมา? มาทำไม มาดีมาร้าย
ทิ้งปมไว้สักเล็กน้อย เหมือน ละคร โปรดติดตอนต่อไป จะกำลังดีค่ะ
เป็นความคิดเห็นส่วนตัว อันนี้ก็แล้วแต่ ผู้เขียน พิจารณา เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ไม่ว่ากันค่ะ
เพราะยิ่งเขียนก็ยิ่งเก่งแบบ คุณภูคำคนสวย  ;D


2

สวัสดีวันจันทร์ "เขียนเรื่องแนวโกธิคกัน" 
เครดิต พี่ฟี
ฟีลิปดา
16 ก.ย. 62
เวลา 11:10:47


- มักเกี่ยวข้องกับเรื่องอดีต
อดีตของอะไร ของใคร
- สถานที่มักจะเป็นจุดสำคัญ
ปราสาทหลังใหญ่ - คฤหาสน์เปล่าร้าง
หมู่บ้านห่างไกล - หนองน้ำ - ป่า
หรือแม้แต่สวนดอกไม้ก็ได้
- ความเชื่อแปลกๆ ตำนานเล่าขาน
- สิ่งเหนือธรรมชาติ
ซาตาน เทพเจ้า แวมไพร์ ปีศาจ ฯลฯ
- ความลับของคน สถานที่ สิ่งของ
เมื่อมีความลับ ก็ต้องมีคนหวงห้าม
พอๆ กับมีคนอยากรู้อยากเห็น ฮ่าๆๆ
- ความตาย
- ความรัก
- ความฝัน
- สิ่งชั่วร้าย
- ฯลฯ
และที่ไม่น่าจะขาดไปเลยก็คือ - คำสาป

เอาองค์ประกอบเหล่านั้น มารวมเข้าด้วยกัน
สร้างความหม่นให้กับบรรยากาศ
อ้าว...แล้วจะให้มันออกคอมเมดี้ได้ไหม
มันก็ได้ในบางจังหวะที่สามารถแทรกเข้าไปได้
เขียนโรมานซ์อีโรติกเข้าไปก็ยังได้
แต่ก็ต้องผสมให้เข้ากันได้ กับความน่าสะพรึงกลัว





แรลลี่ครั้งที่่ 26
แนว รวมๆ ก็ ไม่เชิงคอมเมดี้ซะหมด  ::)
ข้ามมิติ ย้อนยุคโบราณ พระเอกร้ายเกือบเลวนิดนุง ฮ่าๆ

ป้อมสกุลถัง : กุ้งเหนือภมร
แนวโกธิค กลายเป็น....
ป้อมสกุลถัง : โอสถต้องสาป (เวอร์ชั่นทดลอง)

- มักเกี่ยวข้องกับเรื่องอดีตของพระเอก ทำไมถึงตาบอด
- สถานที่มักจะเป็นจุดสำคัญ ป้อมสกุลถัง กึ่งหมู่บ้าน
- ความเชื่อแปลกๆ ตำนานเล่าขาน ?????
- สิ่งเหนือธรรมชาติ นางเอกข้ามมิติมาอยู่ในร่างของตัวละครเอกในนิยาย
- ความลับของคน สถานที่ สิ่งของ
ห้องทรมาน?
ห้องปรุงยาอมตะ
ยาต้องคำสาป
๑กินแล้วเป็นอมตะแต่ต้องตาบอด??
๒กินแล้วธาตุไฟเข้าแทรก??
และที่ไม่น่าจะขาดไปเลยก็คือ - คำสาป


บทที่ 1.

เธอรู้ตัวดีว่าเป็นพวกบ้านิยายอย่างหนัก การรีเฟรชหรือกด F5 เป็นกิจวัตรประจำวันที่ขาดไม่ได้
เกิดอาการลุ้นตอนใหม่จนรู้สึกเหมือนคนมีอาการทางจิต เดี๋ยวดีใจเดี๋ยวผิดหวัง
 และมีนิยายแนวจีนโบราณย้อนยุคเรื่องหนึ่ง ที่เธอกลายเป็นแฟนพันธุ์แท้
‘หงส์เหนือมังกร’ ผู้แต่งจู่ๆ มีธุระสำคัญ ไม่สามารถแต่งนิยายต่อ

    หลังจากหายไปสักพักใหญ่ กลับมาอีกครั้ง ผู้แต่งนิยายก็ยังไม่สามารถสานต่อเรื่องราวได้จนจบ
 เธอเข้าใจว่าการสูญเสียผู้เป็นที่รักย่อมสะเทือนใจและมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิต
เธอรู้สึกเป็นห่วงแต่ไม่อาจทำอะไรได้มากเพราะไม่นานนิยายเรื่องนั้นก็ลบหายไป ยิ่งทำให้เธอรู้สึกติดค้างในใจ


      แต่คิดไม่ถึงว่าความผูกพันต่อนิยาย สามารถส่งเธอมาอยู่ในนิยายเรื่องนั้นได้
 การสวมบทบาทคนอื่นไม่มีทางใช้ชีวิตในแบบตัวเองได้หรอก เธอรู้สึกกังวลใจแต่เพื่อประคับประคองนิยายให้ดำเนินไป
 เธอจะเป็นต้นหญ้าที่ลู่ลม พยายามทำตัวกลมกลืนให้มากที่สุด ไม่อยากทำลายเนื้อหานิยายที่ชอบให้เละเทะ หวังว่าจะเป็นการกระทำที่ถูกต้อง

       การแต่งงานโดยไม่เต็มใจและมีฝ่ายหนึ่งเกลียดชังอีกฝ่ายถึงขนาด ‘ฆ่าได้ฆ่า’ จะเป็นชีวิตคู่แบบไหนกัน

       “ฮูหยินน้อยคุณชายให้ไปพบ”
สาวใช้คนหนึ่งยืนตะโกนบอกเธออยู่หน้าห้อง โชคดีที่เธอมาโผล่ในนิยายในวันรุ่งขึ้น หลังจากผ่านพิธีแต่งงานมาเรียบร้อย
คืนเข้าหอน่ะเหรอ เจ้าบ่าวเจ้าสาวต่างอยู่ในห้องพักของใครของมัน และไม่มีใครทักท้วงความไม่เหมาะสมสักคน

นางเอกเรื่องนี้เป็นที่รังเกียจของคนในป้อมสกุลถัง ถึงกับมีชื่อเรียกพิเศษต่างหาก อย่างนางปีศาจ นางแพศยา เธอเปิดประตูแล้วเดินตามสาวใช้ไป
เธอรู้สึกหดหู่เพราะจำได้ลาง ๆ ว่า ฉากต่อไปนี้นางเอกได้รับการหยามศักดิ์ศรีแค่ไหน เมื่อมาถึงสาวใช้เปิดประตูห้องทิ้งไว้ทั้งสองบาน
 ทำอย่างกับว่า ถ้าปิดประตู คุณนางเอกจะปล้ำสามีตัวเองทันทีที่มีโอกาสอยู่กันสองต่อสอง
ถ้าจำไม่ผิดพวกเขากลัวว่าพอสะใภ้ใหญ่ซึ่งคือเจ้าของร่างนี้ท้องขึ้นมา หากเป็นเด็กผู้ชายจะยึดป้อมของตระกูลล่ะมั้ง หัวโบราณ!

“สามี”
เธอลองเปล่งเสียงเรียก รู้สึกแปลกใจในน้ำเสียงของร่างนี้ช่างหวานใสน่าฟังเหลือเกิน และรู้โดยอัตโนมัติว่าควรใช้คำพูดแบบไหน

เธอเรียกผู้ชายที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ สวมใส่ชุดสีดำเรียบ ๆ ไม่ได้จัดทรงผมแต่อย่างใด ปล่อยเส้นผมยาวสยายอย่างกับผีจูออน
หน้าก็ซีด ๆ ขาว ๆ เสียด้วย

“ใครใช้ให้เจ้าเรียกข้าว่าสามี” น้ำเสียงไม่พอใจ แต่เธอไม่รู้สึกผิดคาดนัก

“ภรรยาไม่ทราบว่าจะเรียกท่านเช่นไร” เธอพูดจบแล้วเบะปาก

“เรียกข้าว่านายท่าน”

เธอรู้ดีต่อให้พูดดีกับเขาแค่ไหน คนมันเกลียดแค่หายใจก็ผิดแล้ว และที่สำคัญเขาตาบอด เพราะโดนพิษอะไรสักอย่างนี่แหล่ะ
ถ้าไม่ได้นางเอกช่วยเอาไว้เขาคงไปท่องปรโลกนานแล้ว แต่บางทีการมีชีวิตอาจเป็นเรื่องทรมานสำหรับเขาก็ได้
เธอเห็นใจนะ แต่ผู้ชายคนนี้โมโหร้ายมาก ฉุนเฉียวแทบจะตลอดเวลา แค่ต้นเรื่องก็อาละวาดใส่นางเอกไปไม่รู้เท่าไหร่

“นายท่านมีสิ่งใดต้องการสนทนากับข้าหรือ”

“ข้าขอเตือนเจ้า ที่นี้ป้อมสกุลถัง หากใครคิดไม่ซื่อทรยศตระกูลข้าล่ะก็ไม่ได้ตายดีแน่
ถ้าเจ้ามีแผนการชั่วร้ายก็จงตรองดูให้ดีว่าสตรีไร้ค่าเช่นเจ้าจะมีจุดจบเช่นไร
ก่อนตายข้าจะส่งเจ้าไปที่สำนักโคมเขียว ให้เจ้าอยู่ไม่สู้ตาย ทนทุกข์ทรมานจนกว่าเจ้าจะสิ้นลมหายใจ”
ขู่เก่ง ตกลงนี่มันพระเอกหรือผู้ร้ายกันแน่ หน้าตาดีแต่นิสัยโหด

“นายท่านขอเพียงข้ามีบุตรให้ท่านไว้สืบสกุลสักคน ข้าย่อมพอใจแล้ว” ใจจริงเธอแค่พูดไปตามบทภรรยาผู้ว่าง่าย

“ข้าจะไม่เข้าหอกับเจ้า และเจ้าไม่มีสิทธิ์ต่อรอง” ยิ่งพูดเสียงเขายิ่งดัง

“ท่านไม่คิดว่าท่านพ่อท่านแม่จะบังคับให้ข้าปรนนิบัติท่าน ”

"ไม่มีทาง และเจ้าอย่าคิดการณ์ต่ำช้าเป็นอันขาด กล้าวางยาข้าล่ะก็ ทั้งเด็กนั้นและเจ้าต้องตายสถานเดียว 
สตรีที่ข้าจะมอบเชื้อสายของตระกูลให้ย่อมไม่มีทางเป็นเจ้า
สตรีจิตใจโสมมไม่ต่างกับอาจม” จะรังเกียจอะไรหนักหนาขนาดเด็กตาดำ ๆ ก็ไม่เว้น

“นายท่านมีความคิดโหดร้ายเช่นนี้ จะส่งผลให้นัยถ์ตาของท่านอาจรักษาไม่หาย”

            “หากกำจัดนางมารที่เป็นภัยต่อยุทธภพได้ ข้าขอเสียสละตนเอง”
เธอถอนหายใจกับคนบางคนมันก็เกินเยียวยา โง่ซ้ำโง่ซาก โดยเฉพาะบทพระเอก ไม่ใช้สมองก่อนจะพูดอะไรออกมา
ฐานะชาติตระกูลของร่างนี้ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าป้อมสกุลถังของเขา เผลอ ๆ อาจแข็งแกร่งและมั่งคั่งกว่าป้อมเล็ก ๆ ของเขาเสียอีก
ในนิยายไม่ค่อยได้กล่าวถึงครอบครัวนางเอกมากนัก เธอเลยไม่รู้ตื้นลึกหนาบางอะไร

  บางครั้งเธอก็อดแหย่รังแตนไม่ได้ ทั้งที่รู้ว่าเสียเปรียบ “ถ้าเช่นนั้นท่านเสียสละเข้าหอกับข้าสักคืนหนึ่ง
 แล้วปล่อยให้สวรรค์ลิขิตว่าข้าจะให้กำเนิดบุตรหรือไม่ จากนั้นต่างคนต่างอยู่
ข้อเสนอนี้ไม่ได้ยากเย็นจนเกินไป ตระกูลของข้าคงไม่พอใจแน่ถ้ารู้ว่าท่านต่อต้านการแต่งงานในครั้งนี้”

“นางมาร! อย่าคิดว่าแต่งเข้ามาเป็นฮูหยินของข้าแล้วจะทำสิ่งใดตามใจชอบได้
ข้าไม่สนว่าตระกูลของเจ้าจะยิ่งใหญ่มาจากไหน ไสหัวออกไปซะ!”

กระแสลมสายหนึ่งพุ่งมาปะทะร่างกายเธอ จนตัวกระเด็นไปกระแทกข้างฝา ความปวดร้าวเกิดขึ้นตรงทรวงอก
เกิดปั่นป่วนและกระอั่กออกมาเป็นเลือดคำหนึ่ง เธอยกหลังมือเช็ดที่คาง ไอ้เลว! ดูเหมือนเธอต้องดำเนินเรื่องราวตามต้นฉบับเสียก่อนสินะ

เหตุการณ์เดิมของนิยายเรื่องนี้มีไม่กี่ตอน ฉากสุดท้ายที่คนแต่งนิยายโพสคือ พระเอกเรียกนางเอกไปช่วยอาบน้ำ
เพราะเป็นคำสั่งของผู้นำตระกูลหรือไงนี่แหล่ะ เธอพยุงร่างตัวเองเกาะผนังเดินออกไป
พลางคิดฉากอาบน้ำจะเป็นฉากหวานก็เรียกไม่ได้เต็มปาก ตัวละครทั้งสองได้ใกล้ชิด แต่นางเอกถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม ทั้งกดขี่ทางเพศ
ผู้ชายสไตล์นี้กำลังฮิตในช่วงห้าปีก่อนหรือไงนะ หรือจริง ๆ มีเบื้องหลังตัวละครที่เธอไม่รู้เช่นกัน
แต่ถ้าร้ายกับนางเอกเกือบทั้งเรื่องแล้วทำดีตอนใกล้จบ เธอรับไม่ได้อย่างแรง ทีกับนางอิจฉาล่ะก็ใจดีเหลือเกินแล้วพอความจริงเปิดเผย
 ใช้ห้านาทีแสดงความร้ายกาจใส่เป็นการชดเชยให้นางเอก ความทุกข์ทรมานมันเทียบกันได้หรือเปล่า ช่างเถอะ ๆ




ในที่สุดเธอก็หอบร่างที่บอบช้ำเข้ามาอยู่ในห้องได้สำเร็จ ความทรงจำในร่างนี้แทบไม่มีอะไรเลย
รวมทั้งเธอไม่รู้ว่านิสัยที่แท้จริงของนางเอกเรื่องนี้ด้วย

   ปัญหาการบาดเจ็บคงต้องเร่งแก้ไขก่อน เธอไม่รู้แน่ชัดว่านางเอกเป็นหมอหรือเปล่า
หรือปรุงยาได้อย่างเดียว ดังนั้นหาคำตอบโดยค้นตามเสื้อผ้า ได้ขวดยามาสามสี่ขวด เป็นขวดสีขาว
ฝาจุกทำจากผ้า เธอดึงออกมาแล้วสูดดมกลิ่นทีละขวด กลิ่นแตกต่างกัน แต่เธอไม่รู้เรื่องอะไรเลย
ถ้าเกิดเป็นยาพิษล่ะ เพราะพระเอกชอบเรียกนางเอกแต่นางมารตลอด รายละเอียดในนิยายเธอก็ลืมไปแทบหมดแล้วด้วย

   คงต้องใช้สัญชาติญาณในการเลือกยา เธอชี้นิ้วไล่ไปทีละขวดพร้อมกับท่อง A-Z

 
   ขวดที่สอง

   เธอเทยาออกมาเม็ดหนึ่งแล้วรวบรวมกำลังใจอีกที เอาว่ะ นางมารตายด้วยยาตัวเองก็สมควรภูมิใจ
ไม่รู้ว่าต้องใช้ระยะเวลาเท่าไหร่กว่าจะออกฤทธิ์
ตอนนี้คงมีเวลาสำรวจห้องนี้สักที ห้องพักไม่ได้กว้างมากนัก นี่มันเหมาะสมกับตำแหน่งฮูหยินน้อยแล้วเหรอ
ของใช้ส่วนตัว สินเดิม รวมถึงคนรับใช้ส่วนตัวจากบ้านเดิมล่ะ
 อยู่ที่ไหน เธอจะได้รู้จักนางเอกคนนี้มากขึ้น กวาดสายตาไปรอบห้องพบกับความว่างเปล่าไม่เจอใคร
 เธอนึกออกแล้วนางเอกแทบโดนตัดขาดจากครอบครัวไม่ให้เอาสาวใช้มาด้วย

เวลาผ่านไป เธอยังไม่ได้แตะต้องอาหารเลยสักมื้อเลยไม่รู้เป็นเวลากี่โมงกี่ยามแล้ว
ค้นหีบใส่เสื้อผ้าของนางเอกก็ไม่รู้อะไรมากไปกว่าเดิม เสื้อผ้าสีสันและรูปแบบคล้ายที่เธอกำลังใส่แต่อยู่ค่อนข้างเรียบเกินไปหน่อย
 สีแดงเลือดหมูแม้แต่เสื้อชั้นในสุดก็ยังสีเดียวกัน หรือที่โดนเรียกว่านางมารเป็นเพราะสีเสื้อผ้า ตลก!

ไม่สิ อย่างน้อยได้รู้ว่านางเอกเป็นคนไม่ชอบแต่งตัว เธอเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง แล้วหยิบกระจกทองเหลืองขยับไปมา
 คิ้วเรียวได้รูป ดวงตาไม่เล็กหรือใหญ่ จมูกเป็นสัน ริมฝีปากอวบอิ่ม รวมแล้วเป็นใบหน้าของเด็กสาวที่น่าเอ็นดู
รูปหน้ายังมีเค้าของเด็กผู้หญิง คงจะราว ๆ สิบห้าสิบหกปี
นั่งอย่างไม่มีอะไรทำจนเบื่ออีกพักใหญ่ มีเสียงสาวใช้มาตะโกนหน้าห้องอีกแล้ว

“ฮูหยินน้อย นายท่านใหญ่และฮูหยินเชิญท่านไปดื่มน้ำชาที่ศาลาริมน้ำ”
พบพ่อแม่สามีอย่างนั้นเหรอ เธอถอนหายใจ ไม่รู้ที่นี้คือดงเสือดงจระเข้หรือเปล่าเธอเพิ่งไปเจอตัวลูกมา

เธอก้าวขาออกจากห้องแล้วเดินตามสาวใช้โดยไม่ได้พูดอะไร วันแรกเจอรับน้องโหดเลือดตกยางออกไปแล้ว
 คงไม่มีอะไรหนักไปกว่านี้สินะ ความกังวลทำให้เธอไม่มีแก่ใจไปชื่นชมทัศนียภาพ สระน้ำกว้างทีเดียว
มีทางเดินไปที่ศาลาใหญ่ สามารถรับรองแขกได้เป็นสิบ


มีสาวใช้ยืนถือถาดน้ำชารอเธออยู่ แต่มีสองถ้วย ให้เธอเป็นคนยกน้ำชาให้เหรอ ธรรมเนียมหลังแต่งงานแบบโบราณเธอก็ไม่ค่อยแน่ใจ
แต่เคยอ่านจากในนิยายและตามจริงต้องยกพร้อมกับสามีไม่ใช่เหรอ หรือเพราะสามีตาบอดไม่สะดวกเดินมา
พวกเขาเลยให้เธอมายกน้ำชาคนเดียว จุดประสงค์ที่แท้จริงคือการข่มขู่เธอเหมือนกับที่ลูกชายทำก็ได้
หลังจากกทำการยกน้ำชาตามพิธีการไปแบบงู ๆ ปลา ๆ เธอก็ได้ยินเสียงแม่สามีเอ่ยขึ้น

“นั่งสิฮัวเอ๋อร์ มีขนมที่เจ้าชอบด้วย ข้าให้แม่ครัวเตรียมไว้ให้เจ้า”
ผู้หญิงวัยกลางคนที่ท่าท่างอ่อนโยน ใบหน้าคล้ายกับลูกชาย เลื่อนจานขนมมาตรงหน้าเธอ และสาวใช้รินน้ำชามาให้เธออย่างรู้งาน

“ขอบคุณท่านแม่สามี”
เธอยื่นมือไปหยิบขนม ก่อนจะส่งเข้าปากกลิ่นบางอย่างแตะจมูก เธอก็ไม่รู้ว่ารู้ได้อย่างไรคงเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างนี้
ขนมคงจะมีปัญหาสินะ ความรู้สึกบอกให้รู้ว่าไม่ใช่ยาพิษและฝีมือคนวางยากระจอกมาก
ถ้าเธอเดาไม่ผิดคงเป็นพวกยาถ่ายและมันทำอะไรเธอไม่ได้ หรือร่างนี้จะมีภูมิต้านทานยาพิษต่าง ๆ

มีผู้หญิงอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ ยืนอยู่ด้านหลังแม่สามีใส่ชุดสีชมพู่อ่อนชายผ้าพลิ้วไหวไปตามสายลมราวกับเทพธิดาน้อย
สำหรับนางอิจฉาของเรื่องเธอไม่ลืมแน่นอน เป็นญาติห่าง ๆ หลานสาวกำพร้าของแม่สามี ที่เติบโตอยู่ที่นี้ตั้งแต่เด็ก
และแม่สามีหมายมั่นตำแหน่งภรรยาเอกเอาไว้ให้ เธอกัดขนมพร้อมทั้งเหลือบตามมองนางอิจฉาเบอร์หนึ่ง มือแทบจะฉีกผ้าเช็ดหน้าขาดออกจากกันแล้ว
น่าสงสารผู้หญิงยุคโบราณในหัวสมองต้องคิดหาวิธีจับผู้ชาย เพื่อเกาะสามีเพื่อความอยู่รอด

“ฮัวเอ๋อร์ เจ้ามีสิ่งใดไม่คุ้นเคยหรือสงสัยก็สอบถามจากทุกคนในจวนได้ ป้อมสกุลถังของเรายินดีต้อนรับเจ้า
เอาล่ะ พวกเจ้าพูดคุยกันก่อน ข้าต้องไปทำงานแล้ว”
ท่านพ่อเปิดและปิดการขายด้วยไม่กี่ประโยค แล้วก็ชิ่งหนีไป เหลือแต่กลุ่มชะนีฝูงหนึ่ง
คราวนี้คงได้เวลาแสดงเจตนาที่แท้จริงกันแล้วสินะ

“ท่านพ่อของเจ้าค่อนข้างทุ่มเทให้กับป้อมสกุลถังของเรา เพราะว่าปิงเอ๋อร์เกิดมาล้มป่วยปีนี้พอดี”
เดี๋ยวก่อนนะ ชื่อ น้ำแข็ง ไม่สิ คงเป็นชื่อเล่นในครอบครัว ชื่อเล่นสมกับหน้าหงิก ๆ ของพระเอกเหลือเกิน

เพื่อไม่ให้เป็นการเข้าใจผิดเธอเลยถาม “ท่านแม่สามีหมายถึงท่านพี่หรือเจ้าคะ”

“อืม ตอนนี้ร่างกายของเขาไม่สู้ดีนัก ต้องพักรักษาตัว เจ้าก็ทำตัวดี ๆ อย่าไปวุ่นวายระหว่างการรักษาล่ะ
และถ้าหากปิงเอ๋อร์แข็งแรงขึ้นเมื่อไหร่ล่ะก็ ข้าจะให้เขารับเพ่ยเจินเป็นฮูหยินรองเพื่อจะได้รีบมีทายาทไว ๆ”

แม่สามีแรงได้ใจลูกชายแต่งงานได้เพียงวันเดียว เอาผู้หญิงอีกคนมาข่มลูกสะใภ้แล้ว แต่ขอโทษเถอะ เธอไม่ได้อยากแย่งผู้ชายกับใคร
และไม่ได้ต้องการมาอยู่ที่นี้ ข้างนอกมีผู้ชายอีกมากมาย แค่ก ๆ เธอหมายถึงยังไม่ได้เปิดหูเปิดตาพบปะผู้คนเท่าไหร่เลย

“ข้าทราบแล้ว”
เธอค้อมศีรษะแล้วยกน้ำชาจิบอีกอึกหนึ่ง ชาขมฝาดชะมัดเลย ถ้านางเอกตัวจริงอยู่ตรงนี้จะทำอะไรนะ
พอสั่งเสียเอ่อ สั่งความเรียบร้อย ก็พากันเดินจากไปกันหมดเหลือเธอเพียงลำพัง

ข้อดีของการเข้ามาอยู่ในนิยายและต้องแสดงบทนางเอก คือมีพระเอกเป็นของตัวเอง แถมสถานะเป็นสามี
 ไม่ต้องลำบากออกเรือไปหว่านแหจับมา แต่เธอรู้สึกว่าข้อเสียจะมากมายจนนับไม่ไหว ที่เห็น ๆ คือโดนสามีซ้อม แจ้งความก็ไม่ได้
คุณนางเอกตกลงไม่มีพลังยุทธอะไรไว้ป้องกันตัวบ้างเหรอ หรือต้องพกยาพิษไว้สาดใส่คนอื่นอย่างเดียว
กว่าจะหาสมุนไพร กว่าจะปรุงยา กรอกใส่ขวด ใส่ห่อกระดาษ แล้วถ้าตกน้ำตกท่ายามิละลายสูญเปล่าอีกล่ะ
ต้นทุนและวัตถุดิบการอัพเลเวลของนางเอกเรื่องนี้สูงมาก จนคนแต่งนิยายถอดใจสินะ

เธอขอสัตว์อสูรมาเป็นผู้ช่วยสักตัวสิ ตระกูลใหญ่สี่ตระกูล ถ้าเธอจำไม่ผิดนะ จะมีพยัคฆ์เสือขาว หงส์ทางฝั่งตระกูลเธอ
 เต่าและมังกร มีบางอย่างไม่ถูกต้อง เพราะพระเอกอยู่ฝั่งตระกูลสัตว์อสูรที่เป็นมังกรและนางเอกที่เป็นหงส์
ชื่อนิยายถึงได้ชื่อว่าหงส์เหนือมังกรอย่างไรล่ะ แล้วทำไมสามีในนิยายที่เธอตื่นขึ้นมาเป็นตระกูลเสือขาวล่ะ
 ป้อมสกุลถังเก๊สินะ ฮ่า ๆ เธอนึกขบขันในใจ

มันน่าอึดอัดใจจริง ๆ มาอยู่บ้านคนอื่น จะทำอะไรก็ไม่ถนัดแถมมีแต่คนแอนตี้ เธอรู้ว่าการแต่งงานเป็นการถ่วงดุลอำนาจระหว่างสี่ตระกูลใหญ่
ไม่ให้คิดทำตัวโดดเด่นเกินหน้าเกินตาหรือทำตัวเป็นใหญ่เหนือตระกูลอื่น ถ้าเป็นไปได้เธอจะซื้อไม้กายสิทธิ์แจกหัวหน้าตระกูลทุกคน
 แล้วให้เอาไปเสกเมืองในฝัน มโนเอาเองว่าเป็นผู้ครองโลก
จะอยู่กันได้สักกี่ปีก็ต้องตายทุกคน
จริงสิดินแดนแห่งนี้ไม่มีฮ่องเต้มีแต่ตระกูลใหญ่และมีสถานที่แปลกประหลาด มีสัตว์อสูรและพลังที่เธอยังไม่ได้อ่าน
คือ คนแต่งนิยายยังเขียนไม่ถึงก็มาหยุดอัพไปเสียก่อน โลกแฟนตาซีแห่งนี้ก็เลยหยุดชะงักไป


เหม่อมองไปยังดอกบัวสีชมพู่ที่ชูช่อท่ามกลางใบบัวสีเขียว ดอกบัวยังดิ้นรนอวดความสวยงามแข่งกัน แล้วเธอล่ะจะอยู่เฉย ๆ
ในโคลนตมต่อไปหรือเปล่า เธอชื่อเหลียนฮัว ก็คือดอกบัวดอกหนึ่งเช่นกัน
ไม่เอาดีกว่า เธอขี้เกียจ นั้นเป็นชื่อของนางเอกไม่ใช่เธอเสียหน่อย เธอจะทำอย่างที่เธออยากจะทำ
 ใครไม่มาวุ่นวายกับเธอ หรือเหยียบเท้าเธอก็ต่างคนต่างอยู่กันไป ถือศีลกินเจละเว้นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต

พอได้ข้อสรุปในการดำเนินชีวิตที่เรียบง่ายแล้ว เธอเลยเลิกว้าวุ่นใจ
บางทีอันดับแรกต้องหาวิธีฟื้นความทรงจำเกี่ยวกับการวางยาพิษ แล้วจัดให้สามีเป็นหนูทดลองสักครั้งสองครั้ง
จะได้ไม่มีแรงซ้อมเธออีก และสำหรับญาติสาวที่คิดปีนเตียงเพื่อเลื่อนฐานะ เธอจะส่งเสริมโดยการปรุงยาเลิฟให้พวกเขาสมหวัง แค่คิดเธอก็เริ่มสนุกแล้ว
นั่งเอ่อระเห้ยต่ออีกไม่นาน เธอเดินกลับห้องพัก และเพิ่งสังเกตว่าเป็นเรือนที่แยกออกมา กึ่งเรือนรับรองแขก
แต่เธอเดาว่าเคยเป็นเรือนคนใช้ที่มีตำแหน่งใหญ่เสียหน่อย อย่างพ่อบ้านแม่นมคนสนิทอะไรเทือกนั้น มีโต๊ะเขียนหนังสือชั้นหนังสือเตี้ย ๆ
มีโต๊ะเก้าอี้ โต๊ะเครื่องแป้ง เตียงขนาดกลาง การตกแต่งโทนผู้ใหญ่ดูอึมครึมให้บรรยากาศเก่าแก่ดีจริง

“ฮูหยินน้อยสำหรับอาหารมาแล้ว”

เสียงสาวใช้คนเดิมไม่รอให้เธอตอบรับก็ผลักประตูเข้ามา เดินทื่อ ๆ หิ้วปิ่นโตโบราณเข้ามาวางที่โต๊ะ เปิดฝายกอาหารออกมาวาง
อันประกอบด้วย ข้าวเปล่าหนึ่งถ้วย ผัดผักหนึ่งจานเล็ก ถั่วคั่วหนึ่งถ้วยนับเม็ดได้
 และหมูย่างชิ้นขนาดครึ่งฝ่ามือหั่นบาง ๆ สามแผ่น  ยัยสาวใช้พูดกระฟัดกระเฟียดว่าอีกครึ่งชั่วยามจะมาเก็บ

ให้เวลากินชั่วโมงหนึ่งคงให้เธอคีบข้าวทีละเม็ดสินะ อาหารน้อยขนาดนี้กินไม่ถึงห้านาทีก็หมดแล้ว

หรือเป็นวิธีกำจัดสะใภ้ให้อดอาหารจนตายไปเอง ไม่รู้ว่าเป็นความคิดใคร
 ถ้าไม่มีคนให้ท้ายมีหรือใครจะกล้าทำแบบนี้กับฮูหยินน้อย

นึกสงสัยในเมื่อมีแต่คนรังเกียจนางเอก สามีก็สะดีดสะดิ้งไม่ให้แตะเนื้อต้องตัว แม่สามีก็เอ็นดู จัดเตรียมเมียน้อยมารอท่า
ทำไมถึงให้ร่างนี้แต่งเข้ามา มีข้อตกลงอะไรในการแต่งงานของสองตระกูล ป้อมสกุลถังมีความลับอะไรกันแน่


สรุป
นางเอก คาเรคเตอร์มันชิลๆ ตลกๆ ไม่โกธิค ฮ่าๆๆๆ นางเอกคือ ตัวคนเขียน ก๊ากกกกๆๆๆ
ฝั่งพระเอกนี่ ผ่านอยู่
สร้างใหม่ ง่ายกว่า

3
พี่ปูๆๆๆๆ มาค่ะๆ จบๆๆๆๆๆๆ

4
6. ภูคำ / สปันงา / Re: กลิ่นรักรอยจันทร์...๑
« เมื่อ: ตุลาคม 04, 2019, 04:09:18 PM »
เข้าเรื่องไว ไอช้อบ ชอบ
นางเอกเก็บความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหวแล้ว แม่ก็ไม่ยอมเมลบอก ถ้ามันลับนัก ฮ่าๆๆๆๆ

5
ยินดีต้อนรับ ห้องห้าค่ะ

หวังจะมีไฟเขียนลุกโชนอีกครั้ง
ตอนนี้ไม่รู้ ว่าจะเขียนเรื่องเก่า
หรือเรื่องใหม่ตรีมโกธิคของพี่ฟี
หรือ ปรับใหม่
หรือ ให้มันจบก็พอ 555


๋Just do it!! 




(โอย หิว เย็นกินข้าวต้ม  :'()

6
ลงบทนำกันรัวๆๆ   ;) ชื่อเรื่องโรแมนติก อิอิ
ชื่อตัวละคร มันมีกลิ่นอาย ตะเกียง พรมวิเศษ และอาลาดินเลย ไม่ได้อ่านแนวนี้เลยค่ะ

7
6. ภูคำ / สปันงา / Re: เปิดห้องคุยเล่นก่อน ^--^
« เมื่อ: ตุลาคม 01, 2019, 10:29:35 PM »
ห้องนี้ดูท่า จะมีคนจบแน่นอน  ;D
รออ่านทั้งสองท่านนะคะ

8
น่าสนใจ ตรงที่ทำให้มันต่างค่ะ พี่ฟี
ไอก็มี บางทีมันแบบ พล็อต 1 พล็อต 2 คือแยกไปสองทางได้ ก็จดเอาไว้  :)

9
8) ไม่รู้ว่าหลัวอินเตอร์ หลัวไทย ที่แน่ๆๆ ต้องแซ่บ ฮ่าๆๆๆๆ

10
2. ยายทอง / มะนอแน่ / Re: เปิดห้องรอลุง
« เมื่อ: ตุลาคม 01, 2019, 10:22:26 PM »
นั่งปิ้งหมูกะทะไปเขียนไป ก็จบได้นะเออ  ;D

11
ห้องแรกคึกคัก

คุณกลิ่นไสว คุณ devina 
ไม่รู้จะแนวไหนกัน คงต้องรอชม

12
แนว รวมๆ ก็ ไม่เชิงคอมเมดี้ซะหมด  ::)
ข้ามมิติ ย้อนยุคโบราณ พระเอกร้ายเกือบเลวนิดนุง ฮ่าๆ

ป้อมสกุลถัง : กุ้งเหนือภมร


บทที่ 1. 

ชีวิตของคนติดนิยายออนไลน์ คือ การรีเฟรชหรือกด F5 เธอก็เป็นหนึ่งในนั้นและเป็นเกือบทุกวัน ๆ ละสามเวลา
มีความลุ้นตอนใหม่จนรู้สึกเหมือนคนมีอาการทางจิต พอเห็นผู้แต่งนิยายโพสตอนใหม่ก็เกิดอาการซาบซึ้งปลื้มปริ่มยิ้มคนเดียว
แต่ถ้าไม่มีการอัพเดตก็ได้แต่ถอนหายใจ เศร้าซึมเล็กน้อยมั้ง เธอบ่นจนเพื่อนรำคาญแค่นั้นเอง และมีนิยายแนวจีนย้อนยุคเรื่องหนึ่ง
‘หงส์เหนือมังกร’ ที่ผู้แต่งอาศัยอยู่ที่ประเทศนั้นเพื่อเรียนหนังสือ จู่ๆ เกิดมีธุระสำคัญ ทำให้ไม่สามารถแต่งนิยายต่อ ขอพักชั่วคราว

    หลังจากหายไปสักพักใหญ่ กลับมาอีกครั้ง ผู้แต่งนิยายก็ยังไม่สามารถสานต่อเรื่องราวได้จนจบ เธอเข้าใจว่าการสูญเสียผู้เป็นที่รักย่อมสะเทือนใจและมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิต เธอรู้สึกเป็นห่วงแต่ไม่อาจทำอะไรได้มากเพราะไม่นานนิยายเรื่องนั้นก็ลบหายไป ยิ่งทำให้เธอรู้สึกติดค้างในใจ นิยายเรื่องนี้เป็นแนวจีนโบราณย้อนยุคที่เธอเริ่มติดตามครั้งแรก หลังจากที่เริ่มเบื่อหมวดรักซึ้งกินใจ

      แต่ว่าไม่ต้องใจดีส่งเธอมาอยู่ในนิยายเรื่องนั้นก็ได้ ให้มากำกับชีวิตคนอื่นต่อมันไม่สนุกหรอกนะ สามีก็สามีคนอื่นความจริงข้อนี้เธอรู้อยู่แก่ใจ การสวมบทบาทคนอื่นไม่มีทางใช้ชีวิตในแบบตัวเองได้หรอก เพื่อประคับประคองนิยายให้ดำเนินไป เธอจะไหลตามน้ำไป พยายามทำตัวเป็นกลางให้มากที่สุด ไม่อยากทำลายเนื้อหานิยายที่ชอบให้เละเทะ หวังว่านี่จะเป็นการกระทำที่ถูกต้อง

       การแต่งงานโดยไม่เต็มใจและมีฝ่ายหนึ่งเกลียดชังอีกฝ่ายถึงขนาด ‘ฆ่าได้ฆ่า’ จะเป็นชีวิตคู่แบบไหนกัน

       “ฮูหยินน้อยคุณชายให้ไปพบ”
สาวใช้ที่ได้รับการอบรมมาดียืนตะโกนบอกเธออยู่หน้าห้อง โชคดีที่เธอมาโผล่ในนิยายในวันรุ่งขึ้น หลังจากผ่านพิธีแต่งงานมาเรียบร้อย คืนเข้าหอน่ะเหรอ เจ้าบ่าวเจ้าสาวต่างอยู่ในห้องพักของใครของมัน และไม่มีผู้อาวุโสทัดทานความไม่เหมาะสมสักคน

เธอรู้ดีว่า นางเอกเรื่องนี้เป็นที่รังเกียจของคนในป้อมสกุลถัง ถึงกับมีชื่อเรียกพิเศษต่างหาก เธอเปิดประตูแล้วเดินตามสาวใช้ไป เธอรู้สึกหดหู่เพราะจำได้ลาง ๆ ว่า ฉากต่อไปนี้นางเอกได้รับการหยามศักดิ์ศรีแค่ไหน เธอรอสาวใช้เปิดประตูแล้วเดินเข้าไปภายในห้อง ประตูห้องเปิดทิ้งไว้ทั้งสองบานทำอย่างกับว่า ถ้าปิดประตู คุณนางเอกจะปล้ำสามีตัวเองทันทีที่มีโอกาสอยู่กันสองต่อสอง ถ้าจำไม่ผิดคงกล้วว่าพอสะใภ้ใหญ่ซึ่งคือเจ้าของร่างนี้ท้องขึ้นมา แล้วเป็นเด็กผู้ชายจะยึดป้อมของตระกูลล่ะมั้ง หัวโบราณ!

“สามี”
เธอรู้สึกแปลกใจในน้ำเสียงของร่างนี้ช่างหวานใสน่าฟังเหลือเกิน และรู้โดยอัตโนมัติว่าควรใช้คำพูดแบบไหน

เธอเรียกผู้ชายที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ สวมใส่ชุดสีดำเรียบ ๆ ไม่ได้จัดทรงผมแต่อย่างใด ปล่อยเส้นผมยาวสยายอย่างกับผีจูออน
หน้าก็ซีด ๆ ขาว ๆ เสียด้วย

“ใครใช้ให้เจ้าเรียกข้าว่าสามี” น้ำเสียงไม่พอใจมาก่อนเลย

“ภรรยาไม่ทราบว่าจะเรียกท่านเช่นไร”

“เรียกข้าว่านายท่าน”

เธอรู้ดีต่อให้พูดดีกับเขาแค่ไหน คนมันเกลียดแค่หายใจก็ผิดแล้ว และที่สำคัญเขาตาบอด เพราะโดนพิษอะไรสักอย่างนี่แหล่ะ ถ้าไม่ได้นางเอกช่วยเอาไว้เขาคงไปท่องปรโลกนานแล้ว แต่บางทีการมีชีวิตอาจเป็นเรื่องทรมานสำหรับเขาก็ได้ เธอก็เห็นใจนะ แต่ผู้ชายคนนี้โมโหร้ายมาก ฉุนเฉียวแทบจะตลอดเวลา แค่ต้นเรื่องก็อาละวาดใส่นางเอกไปไม่รู้เท่าไหร่

“นายท่านมีสิ่งใดต้องการสนทนากับข้าหรือ”

“ข้าขอเตือนเจ้า ที่นี้ป้อมสกุลถัง หากใครคิดทรยศล่ะก็ไม่ได้ตายดีแน่ ถ้าเจ้ามีแผนการชั่วร้ายก็จงตรองดูให้ดีว่าสตรีไร้ค่าเช่นเจ้าจะมีจุดจบเช่นไร ก่อนตายข้าจะส่งเจ้าไปที่สำนักโคมเขียว ให้เจ้าอยู่ไม่สู้ตาย ทนทุกข์ทรมานจนกว่าเจ้าจะสิ้นลมหายใจ”
ขู่เก่ง ตกลงนี่มันพระเอกหรือผู้ร้ายกันแน่ หน้าตาดีแต่นิสัยแย่

“นายท่านหากข้ามีบุตรไว้สืบสกุลสักคน ข้าย่อมพอใจแล้ว”

“ข้าจะไม่เข้าหอกับเจ้า และเจ้าไม่มีสิทธิ์ต่อรอง” ยิ่งพูดเสียงเขายิ่งดัง

“ท่านไม่คิดว่าจะเกิดการเข้าห้องผิดบ้างหรือ” บางทีเธอก็อดต่อปากต่อคำไม่ได้ ทั้งที่รู้ว่าเสียเปรียบ แต่จะรังเกียจอะไรนักหนา

“เจ้าคิดต่ำช้า กล้าวางยาข้าหรือ สตรีที่ข้าจะมอบเชื้อสายของตระกูลให้ย่อมไม่มีทางเป็นเจ้า
และหากมีสิ่งใดผิดพลาด ทั้งเด็กนั้นและเจ้าต้องตายสถานเดียว สตรีจิตใจโสมมไม่ต่างกับอาจม”

“นายท่านมีความคิดโหดร้ายเช่นนี้ บาปกรรมจะส่งผลให้ตาของท่านอาจรักษาไม่หายก็ได้นะ”

            “หากกำจัดนางมารที่เป็นภัยต่อยุทธภพได้ ข้าขอเสียสละตนเอง”
เธอถอนหายใจกับคนบางคนมันก็เกินเยียวยา โง่ซ้ำโง่ซาก โดยเฉพาะบทพระเอก ไม่ใช้สมองก่อนจะพูดอะไรออกมา ฐานะชาติตระกูลของร่างนี้ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าป้อมสกุลถังของเขา เผลอ ๆ อาจแข็งแกร่งและมั่งคั่งกว่าป้อมเล็ก ๆ ของเขาเสียอีก ในนิยายไม่ค่อยได้กล่าวถึงครอบครัวนางเอกมากนัก เธอเลยไม่รู้ตื้นลึกหนาบางอะไร

   “ถ้าเช่นนั้นก็เสียสละเข้าหอกับข้าสักคืนหนึ่ง แล้วปล่อยให้สวรรค์ลิขิตว่าข้าจะให้กำเนิดบุตรหรือไม่ จากนั้นต่างคนต่างอยู่ ข้อเสนอนี้ไม่ได้ยากเย็นจนเกินไป ตระกูลของข้าคงไม่พอใจแน่ถ้ารู้ว่าท่านต่อต้านการแต่งงานในครั้งนี้”

“นางมาร! อย่าคิดว่าแต่งเข้ามาเป็นฮูหยินของข้าแล้วจะทำสิ่งใดตามใจชอบได้ ข้าไม่สนตระกูลของเจ้าจะยิ่งใหญ่มาจากไหน ไสหัวออกไปซะ”

กระแสลมสายหนึ่งพุ่งมาปะทะร่างกายเธอ จนตัวเธอกระเด็นไปกระแทกข้างฝา ความปวดร้าวเกิดขึ้นภายใน
เกิดปั่นป่วนและกระอั่กออกมาเป็นเลือดคำหนึ่ง เธอยกหลังมือเช็ดที่คาง ไอ้เลว ดูเหมือนเธอต้องดำเนินเรื่องราวตามต้นฉบับเสียก่อนสินะ

เหตุการณ์เดิมของนิยายเรื่องนี้มีไม่กี่ตอน ฉากสุดท้ายที่คนแต่งนิยายโพสคือ พระเอกเรียกนางเอกไปช่วยอาบน้ำ เพราะเป็นคำสั่งของผู้นำตระกูลหรือไงนี่แหล่ะ เธอพยุงร่างตัวเองเดินออกไป ฉากนั้นจะเป็นฉากหวานก็เรียกไม่ได้เต็มปาก ใกล้ชิดแต่ถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม ทั้งกดขี่ทางเพศ ผู้ชายสไตล์นี้กำลังฮิตในช่วงห้าปีก่อนหรือไงนะ หรือจริง ๆ มีเบื้องหลังตัวละครที่เธอไม่รู้เช่นกัน
แต่ถ้าร้ายกับนางเอกมาเกือบทั้งเรื่องแล้วไปทำดีตอนใกล้จบ เธอรับไม่ได้อย่างแรง ทีกับนางอิจฉาล่ะก็ใจดีเหลือเกินแล้วพอความจริงเปิดเผย
 ใช้ห้านาทีแสดงความร้ายกาจใส่ ความทุกข์ทรมานมันเทียบกันได้หรือเปล่า ช่างเถอะ ๆ




ในที่สุดเธอก็หอบร่างที่บอบช้ำเข้ามาอยู่ในห้องได้สำเร็จ ความทรงจำในร่างนี้แทบไม่มีอะไรเลย
รวมทั้งเธอไม่รู้ว่านิสัยที่แท้จริงของนางเอกเรื่องนี้ด้วย จะให้เป็นตัวนำก็ควรมอบบทละครให้เธออ่านสักหน่อย
อย่างน้อยตอนนี้ สกิลพูด อ่าน เขียน ก็ไม่มีปัญหาอะไร เธอเข้าใจความหมายและรู้ว่าต้องลากเส้นคัดอักษรแบบไหน

   ปัญหาการบาดเจ็บคงต้องเร่งแก้ไขก่อน ดูจากเรตติ้งความชื่นชอบแล้วจะให้เธอเดินไปบอกให้ตามหมอคงไม่มีใครใส่ใจ เธอไม่รู้แน่ชัดว่านางเอกเป็นหมอหรือเปล่า หรือปรุงยาได้อย่างเดียว เท่าที่จำได้คือนางเอกปรุงยาเสียเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นจัดการค้นตามเสื้อผ้าได้ขวดยามาสามสี่ขวด เป็นขวดสีขาว ฝาจุกทำจากผ้า เธอดึงออกมาแล้วสูดดมกลิ่นทีละขวด เธอไม่รู้เรื่องอะไรเลย ถ้าเกิดเป็นยาพิษล่ะ เพราะพระเอกชอบเรียกนางเอกแต่นางมารตลอด รายละเอียดในนิยายเธอก็ลืมไปแทบหมดแล้วด้วย

   คงต้องใช้สัญชาติญาณในการเลือกยา เธอชี้นิ้วไล่ไปทีละขวดพร้อมกับร้อง

   “ฉัน..จะพาเธอลอย ล่องลอยไปในอวกาศ”
อาจไม่ถูกต้องนักที่ใช้วิธีนี้ บาดเจ็บแล้วยังจะมีอารมณ์รื่นเริงร้องเพลง ใช่ บางสถานการณ์มักมีอะไรขัดแย้งกัน ขบขันบางอย่างจนน้ำตาไหล
คลิปสี่สหายของHRKก็เป็นหนึ่งในนั้น เธอไม่ได้หัวเราะแบบนั้นมานานมากแล้ว เลยอยากเก็บความรู้สึกดี ๆ และกำลังใจไว้ให้นานที่สุด
ก่อนที่คนใจร้ายพวกนี้จะพรากมันไป

   ขวดที่สาม

   เธอเทยาออกมาเม็ดหนึ่งแล้วรวบรวมกำลังใจอีกที เอาว่ะ นางมารตายด้วยยาตัวเองก็สมควรภูมิใจ ยาได้ผลจริง ไม่รู้ว่าต้องใช้ระยะเวลาเท่าไหร่กว่าจะออกฤทธิ์
ตอนนี้คงมีเวลาสำรวจห้องนี้สักที ห้องพักไม่ได้กว้างมากนัก นี่มันเหมาะสมกับตำแหน่งฮูหยินน้อยแล้วเหรอ ของใช้ส่วนตัว สินเดิม รวมถึงคนรับใช้ส่วนตัวจากบ้านเดิมล่ะ อยู่ที่ไหน เธอจะได้รู้จักนางเอกคนนี้มากขึ้น กวาดสายตาไปรอบห้องพบกับความว่างเปล่าไม่เจอใคร เธอนึกออกแล้วนางเอกแทบโดนตัดขาดจากครอบครัวไม่ให้เอาสาวใช้มาด้วย อะไรจะหัวเดียวกระเทียมลีบขนาดนี้
แต่ก็ดีเธอจะได้ไม่ต้องระวังตัว ให้สาวใช้นึกสงสัยว่าทำไมคุณหนูถึงได้ทำตัวประหลาดเหลือเกิน ข้อเสียก็คือไม่มีผู้ช่วยที่ไว้ใจได้ บางทีเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนับตั้งแต่เธอไปเจอสามีจูออน  เป็นแค่จินตนาการเท่านั้นเอง เกิดจากความคิดคำนึงถึงนิยายเรื่องหนึ่งนานเกินไป

เวลาผ่านไปอีกพักใหญ่ เธอยังไม่ได้แตะต้องอาหารเลยสักมื้อเลยไม่รู้เป็นเวลากี่โมงกี่ยามแล้ว ค้นหีบใส่เสื้อผ้าของนางเอกก็ไม่รู้อะไรมากไปกว่าเดิม เสื้อผ้าสีสันและรูปแบบคล้ายที่เธอกำลังใส่แต่อยู่ค่อนข้างเรียบง่ายเกินไปหน่อย สีแดงเลือดหมูแม้แต่เสื้อชั้นในสุดก็ยังสีเดียวกัน หรือที่โดนเรียกว่านางมารเป็นเพราะสีเสื้อผ้า ตลก!

ไม่สิ ได้รู้ว่านางเอกเป็นคนไม่ชอบแต่งตัว เธอเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง แล้วหยิบกระจกทองเหลืองขยับไปมา คิ้วเรียวได้รูป ดวงตาไม่เล็กหรือใหญ่ จมูกเป็นสัน ริมฝีปากอวบอิ่ม รวมแล้วเป็นใบหน้าของเด็กสาวที่น่าเอ็นดู รูปหน้ายังมีเค้าของเด็กผู้หญิง คงจะราว ๆ สิบห้าสิบหกปี
นั่งอย่างไม่มีอะไรทำจนเบื่อก็มีเสียงสาวใช้มาตะโกนหน้าห้องอีกแล้ว

“ฮูหยินน้อย นายท่านใหญ่และฮูหยินเชิญท่านไปดื่มน้ำชาที่ศาลาริมน้ำ”
พบพ่อแม่สามีอย่างนั้นเหรอ เธอถอนหายใจ ไม่รู้ที่นี้คือดงเสือดงจระเข้หรือเปล่าเธอเพิ่งไปเจอตัวลูกมา

เธอก้าวขาออกจากห้องแล้วเดินตามสาวใช้โดยไม่ได้พูดอะไร วันแรกก็เจอรับน้องโหดเลือดตกยางออกไปแล้ว คงไม่มีอะไรหนักไปกว่านี้สินะ ความกังวลใจทำให้เธอไม่มีแก่ใจไปชื่นชมทัศนียภาพ สระน้ำกว้างทีเดียว มีทางเดินไปที่ศาลาใหญ่ คนสามารถเข้าไปนั่งพร้อมกันได้นับสิบ
สงสัยเอาไว้เป็นที่กินข้าวเปลี่ยนบรรยากาศ

มีสาวใช้ยืนถือถาดน้ำชารอเธออยู่ แต่มีสองถ้วย ให้เธอเป็นคนยกน้ำชาให้เหรอ ธรรมเนียมหลังแต่งงานแบบโบราณเธอก็ไม่ค่อยแน่ใจ
แต่เคยอ่านจากในนิยายและตามจริงต้องยกพร้อมกับสามีไม่ใช่เหรอ หรือเพราะสามีตาบอดไม่สะดวกเดินมา
พวกเขาเลยให้เธอยกน้ำชาคนเดียว จุดประสงค์ที่แท้จริงคือการข่มขู่เธอเหมือนกับที่ลูกชายทำก็ได้
หลังจากกทำการยกน้ำชาตามพิธีการไปแบบงู ๆ ปลา ๆ เธอก็ได้ยินเสียงแม่สามีเอ่ยขึ้น

“นั่งสิฮัวเอ๋อร์ มีขนมที่เจ้าชอบด้วย ข้าให้แม่ครัวเตรียมไว้ให้เจ้า”
ผู้หญิงวัยกลางคนที่ท่าท่างอ่อนโยน ใบหน้าคล้ายกับลูกชาย เลื่อนจานขนมมาตรงหน้าเธอ และสาวใช้รินน้ำชามาให้เธออย่างรู้งาน

“ขอบคุณท่านแม่สามี”
เธอยื่นมือไปหยิบขนม ก่อนจะส่งเข้าปากกลิ่นบางอย่างแตะจมูก เธอก็ไม่รู้ว่ารู้ได้อย่างไรคงเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างนี้
ขนมคงจะมีปัญหาสินะ ความรู้สึกบอกให้รู้ว่าไม่ใช่ยาพิษและฝีมือคนวางยากระจอกมาก
ถ้าเธอเดาไม่ผิดคงเป็นพวกยาถ่ายและมันทำอะไรเธอไม่ได้

มีผู้หญิงอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ ยืนอยู่ด้านหลังแม่สามีใส่ชุดสีชมพู่อ่อนชายผ้าพลิ้วไหวไปตามสายลมราวกับเทพธิดาน้อย สำหรับนางอิจฉาของเรื่องเธอไม่ลืมแน่นอน เป็นญาติห่าง ๆ หลานสาวกำพร้าของแม่สามี ที่เติบโตอยู่ที่นี้ตั้งแต่เด็ก และแม่สามีหมายมั่นตำแหน่งภรรยาเอกเอาไว้ให้ เธอกัดขนมพร้อมทั้งเหลือบตามมองนางอิจฉาเบอร์หนึ่ง มือแทบจะฉีกผ้าเช็ดหน้าขาดออกจากกันแล้ว
น่าสงสารผู้หญิงยุคโบราณในหัวสมองต้องคิดหาวิธีจับผู้ชาย เพื่อเกาะสามีเพื่อความอยู่รอด

“ฮัวเอ๋อร์ เจ้ามีสิ่งใดไม่คุ้นเคยหรือสงสัยก็สอบถามจากทุกคนในจวนได้ ป้อมสกุลถังของเรายินดีต้อนรับเจ้า
เอาล่ะ พวกเจ้าพูดคุยกันก่อน ข้าต้องไปทำงานแล้ว”
ท่านพ่อเปิดและปิดการขายด้วยไม่กี่ประโยค แล้วก็ชิ่งหนีไป เหลือแต่กลุ่มชะนีฝูงหนึ่ง
คราวนี้คงได้เวลาแสดงเจตนาที่แท้จริงกันแล้วสินะ

“ท่านพ่อของเจ้าค่อนข้างทุ่มเทให้กับป้อมสกุลถังของเรา เพราะว่าปิงเอ๋อร์เกิดมาล้มป่วยปีนี้พอดี”
เดี๋ยวก่อนนะ ชื่อ น้ำแข็ง ไม่สิ คงเป็นชื่อเล่นในครอบครัว ชื่อเล่นสมกับหน้าหงิก ๆ ของพระเอกเหลือเกิน

เพื่อไม่ให้เป็นการเข้าใจผิดเธอเลยถาม “ท่านแม่สามีหมายถึงท่านพี่หรือเจ้าคะ”

“อืม ตอนนี้ร่างกายของเขาไม่สู้ดีนัก ต้องพักรักษาตัว เจ้าก็ทำตัวดี ๆ อย่าไปวุ่นวายระหว่างการรักษาล่ะ
และถ้าหากปิงเอ๋อร์แข็งแรงขึ้นเมื่อไหร่ล่ะก็ ข้าจะให้เขารับเพ่ยเจินเป็นฮูหยินรองเพื่อจะได้รีบมีทายาทไว ๆ”

แม่สามีแรงได้ใจลูกชายแต่งงานได้เพียงวันเดียวก็เอาผู้หญิงอีกคนมาข่มลูกสะใภ้แล้ว แต่ขอโทษเถอะ เธอไม่ได้อยากแย่งผู้ชายกับใคร
และไม่ได้ต้องการมาอยู่ที่นี้ ข้างนอกมีผู้ชายอีกมากมาย แค่ก ๆ เธอหมายถึงยังไม่ได้เปิดหูเปิดตาพบปะผู้คนเท่าไหร่เลย

“ข้าทราบแล้ว”
เธอค้อมศีรษะแล้วยกน้ำชาจิบอีกอึกหนึ่ง ชาขมฝาดชะมัดเลย ถ้านางเอกตัวจริงอยู่ตรงนี้จะทำอะไรนะ
พอสั่งเสียเอ่อ สั่งความเรียบร้อย ก็พากันเดินจากไปกันหมดเหลือเธอเพียงลำพัง

ข้อดีของการเข้ามาอยู่ในนิยายและต้องแสดงบทนางเอก คือมีพระเอกเป็นของตัวเอง แถมสถานะเป็นสามี ไม่ต้องลำบากออกเรือไปหว่านแหจับมา แต่เธอรู้สึกว่าข้อเสียจะมากมายจนนับไม่ไหว ที่เห็น ๆ คือโดนสามีซ้อม แจ้งความก็ไม่ได้
คุณนางเอกตกลงไม่มีพลังยุทธอะไรไว้ป้องกันตัวบ้างเหรอ หรือต้องพกยาพิษไว้สาดใส่คนอื่นอย่างเดียว
กว่าจะหาสมุนไพร กว่าจะปรุงยา กรอกใส่ขวด ใส่ห่อกระดาษ แล้วถ้าตกน้ำตกท่ายามิละลายสูญเปล่าอีกล่ะ
ต้นทุนและวัตถุดิบการอัพเลเวลของนางเอกเรื่องนี้สูงมาก จนคนแต่งนิยายถอดใจสินะ

เธอขอสัตว์อสูรมาเป็นผู้ช่วยสักตัวสิ ตระกูลใหญ่สี่ตระกูล ถ้าเธอจำไม่ผิดนะ จะมีพยัคฆ์เสือขาว หงส์ทางฝั่งตระกูลเธอ
 เต่าและมังกร มีบางอย่างไม่ถูกต้อง เพราะพระเอกอยู่ฝั่งตระกูลสัตว์อสูรที่เป็นมังกรและนางเอกที่เป็นหงส์
ชื่อนิยายถึงได้ชื่อว่าหงส์เหนือมังกรอย่างไรล่ะ แล้วทำไมสามีในนิยายที่เธอตื่นขึ้นมาเป็นตระกูลเสือขาวล่ะ
 ป้อมสกุลถังเก๊สินะ ฮ่า ๆ เธอนึกขบขันในใจ

มันน่าอึดอัดใจจริง ๆ มาอยู่บ้านคนอื่น จะทำอะไรก็ไม่ถนัดแถมมีแต่คนแอนตี้ เธอรู้ว่าการแต่งงานเป็นการถ่วงดุลอำนาจระหว่างสี่ตระกูลใหญ่ ไม่ให้คิดทำตัวโดดเด่นเกินหน้าเกินตาหรือทำตัวเป็นใหญ่เหนือตระกูลอื่น ถ้าเป็นไปได้เธอจะซื้อไม้กายสิทธิ์แจกหัวหน้าตระกูลทุกคนแล้วให้เอาไปเสกเมืองในฝัน มโนเอาเองว่าเป็นผู้ครองโลก จะอยู่กันได้สักกี่ปีก็ต้องตายทุกคน
จริงสิดินแดนแห่งนี้ไม่มีฮ่องเต้มีแต่ตระกูลใหญ่และมีสถานที่แปลกประหลาด มีสัตว์อสูรและพลังที่เธอยังไม่ได้อ่าน
คือ คนแต่งนิยายยังเขียนไม่ถึงก็มาหยุดอัพไปเสียก่อน โลกแฟนตาซีแห่งนี้ก็เลยหยุดชะงักไป

และเธอก็ค้างคาใจมานาน แม้ปัจจุบันเธอจะสามารถจินตนาการได้ว่าพระเอกจะต้องหลงรักนางเอกในที่สุด และจบลงอย่างมีความสุข แต่ความสนุกระหว่างทางอันเป็นสาระสำคัญที่ตกหล่นหายไปนี่สิที่เธออยากอ่าน มาถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่รู้จะทำอะไรต่อไปดี นั่งเหม่อมองไปยังดอกบัวสีชมพู่ที่ชูช่อท่ามกลางใบบัวสีเขียว ดอกบัวยังดิ้นรนอวดความสวยงามแข่งกัน แล้วเธอล่ะจะอยู่เฉย ๆ ในโคลนตมต่อไปหรือเปล่า เธอชื่อเหลียนฮัว ก็คือดอกบัวดอกหนึ่งเช่นกัน

ไม่เอาดีกว่า เธอขี้เกียจ นั้นเป็นชื่อของนางเอกไม่ใช่เธอเสียหน่อย เธอจะทำอย่างที่เธออยากจะทำ ใครไม่มาวุ่นวายกับเธอ หรือเหยียบเท้าเธอก็ต่างคนต่างอยู่กันไป ถือศีลกินเจละเว้นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต

พอได้ข้อสรุปในการดำเนินชีวิตที่เรียบง่ายแล้ว เธอเลยเลิกว้าวุ่นใจ บางทีอันดับแรกต้องหาวิธีฟื้นความทรงจำเกี่ยวกับการวางยาพิษ แล้วจัดให้สามีเป็นหนูทดลองสักครั้งสองครั้ง จะได้ไม่มีแรงซ้อมเธออีก และสำหรับญาติสาวที่คิดปีนเตียงเพื่อเลื่อนฐานะ เธอก็จะส่งเสริมโดยการปรุงยาเลิฟให้พวกเขาสมหวัง แค่คิดเธอก็เริ่มสนุกแล้ว หรือนี่เป็นนิสัยของนางเอกที่เริ่มมีผลต่อตัวเธอ อย่างนางเอกที่เป็นนักฆ่าพอมาอยู่ร่างของเด็กสาวคนหนึ่ง นิสัยยังเปลี่ยนแปลงกลายเป็นเด็กใส ๆ ไร้พิษสงเหมือนร่างเดิม

นั่งเอ่อระเห้ยต่ออีกไม่นาน เธอเดินกลับห้องพัก และเพิ่งสังเกตว่าเป็นเรือนที่แยกออกมากึ่ง ๆ เรือนรับรองแขก แต่เธอเดาว่าเคยเป็นเรือนคนใช้ที่มีตำแหน่งใหญ่เสียหน่อย อย่างพ่อบ้านแม่นมคนสนิทอะไรเทือกนั้น มีโต๊ะเขียนหนังสือชั้นหนังสือเตี้ย ๆ มีโต๊ะเก้าอี้ โต๊ะเครื่องแป้ง เตียงขนาดกลาง ๆ การตกแต่งโทนผู้ใหญ่ดูอึมครึมให้บรรยากาศเก่าแก่ดีจริง ๆ

“ฮูหยินน้อยสำหรับอาหารมาแล้ว”

เสียงสาวใช้คนเดิมไม่รอให้เธอตอบรับก็ผลักประตูเข้ามา เดินทื่อ ๆ หิ้วปิ่นโตโบราณเข้ามาวางที่โต๊ะ เปิดฝายกอาหารออกมาวาง อันประกอบด้วย ข้าวเปล่าหนึ่งถ้วย ผัดผักหนึ่งจานเล็ก ถั่วคั่วหนึ่งถ้วยนับเม็ดได้ และหมูย่างชิ้นขนาดครึ่งฝ่ามือหั่นบาง ๆ สามแผ่น ดีเหลือเกินรังแกกันขนาดนี้ไร้มนุษยธรรมที่สุด ยัยสาวใช้พูดกระฟัดกระเฟียดว่าอีกครึ่งชั่วยามจะมาเก็บ

ให้เวลากินชั่วโมงหนึ่งคงให้เธอคีบข้าวทีละเม็ดสินะ อาหารน้อยขนาดนี้กินไม่ถึงสิบนาทีก็หมดแล้ว หรือเป็นวิธีกำจัดสะใภ้ให้อดอาหารจนตายไปเอง ไม่รู้ว่าเป็นความคิดใคร แต่ถ้าไม่มีคนให้ท้ายมีหรือใครจะกล้าทำแบบนี้กับฮูหยินน้อย ถ้าสั่งพิซซ่ามากินได้เธอจะไม่ง้อเลย

นางเอกมักจะมีอุปกรณ์เสริมอย่างมิติลับ พื้นที่เก็บของ ไว้ปลูกพืชปลูกสมุนไพรไม่ใช่เหรอ แล้วนี่เหลียนฮัวเป็นนางเอกสายปรุงยาต้องมีไอเท็มพิเศษติดตัวบ้างสิ ไม่อย่างนั้นมันจะอนาถาเกินไปนะ เธอไม่สนใจอาหาารยกมือขึ้นมาดู ไม่มีแหวนสักวง สร้อยคอล่ะ เธอเอามือลูบไปตามลำคอ ปิ่นเครื่องประดับ ตุ้มหู
เธออยากจะตะโกนว่า โอ้! มาย ก็อด

   มีอีกอย่าง กำไล เธอเลิกแขนเสื้อขึ้นมาดูทีละข้าง ที่แขนขวาปรากฎกำไลหยกสีเขียวอ่อนค่อนข้างเล็กรัดอยู่กับท่อนแขน คาดว่ากำไลนี่คงจะทำเพื่อเจ้าของร่างนี้มาตั้งแต่เด็ก พอเติบโตขึ้นกำไลเลยไม่สามารถถอดออกได้ ขอให้เป็นของดีด้วยเถิด เธอตั้งสมาธิแล้วเอามือแตะไปที่กำไล ผ่านไปสักพักไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นไปไม่ได้ กำไลต้องไม่ใช่ของธรรมดาสิ เธอจะร้องไห้แล้วนะ หรือเพราะเธอไม่รู้วิธีใช้งาน ไม่เป็นไรกินอาหารก่อนก็ได้

   เธอหยิบตะเกียบมาคีบผัก ดูสีก็รู้ว่าผักใกล้เน่าแล้ว เธอหันไปคีบหมูที่บางเหมือนกระดาษเจอลมแรง ๆ คงพัดปลิวหายไป ลองกัดคำเล็ก รสชาติใช้ได้ ติดที่ว่าเริ่มมีรสเปรี้ยวแทรกเข้ามาแต่พอกินได้อยู่ เธอไม่มีทางเลือกอื่นคีบหมูเข้าปากทีละชิ้น ข้าวเปล่าเธอเอามาเทใส่จานหมูย่างที่วางแล้วเขี้ยหาความผิดปกติ

มีเศษหินกรวดเล็ก ๆ หลายอัน เธอคีบข้าวกินทีละเม็ดอย่างระมัดระวัง ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าทำไมให้เวลากินเยอะนักที่เธอคาดเอาไว้ก็ดันถูกต้องเสียอีก ถั่วที่ให้มาไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคงคั่วเกลือมาเต็มที่เกล็ดสีขาวออกจะชัดเจนขนาดนั้น เธอลุกไปหาผ้าเอามาห่อถั่วทั้งหมด ยุคโบราณเกลือเป็นของหายาก แต่ในโลกนิยายอันนี้คงมีเหลือเฟือสินะ คีบข้าวเม็ดสุดท้ายน้ำตาเธอก็ไหลออกมาพอดี การกลั่นแกล้งพวกนี้ต้องการให้เธอออกจากบ้านไปสินะ หรือไม่ก็ผูกคอตายเพราะทนไม่ไหว ไร้สาระที่สุด

คราวหลังเธอไปขโมยอาหารสามีตาบอดของเหลียนฮัวดีไหม ลืมไป เขาเป็นวรยุทธ์ ชีวิตเธอตกอับแต่คงดีกว่าการเป็นขอทาน เธอนั่งมองจานผัดผักเน่าแล้วคิดว่าจะแก้ปัญหาพวกนี้อย่างไรดี การโวยวายคงไม่ได้ผล เธอถอนหายใจ แต่งงานมาเป็นฮูหยินน้อยหรือมาเป็นนักโทษกันแน่ ถ้าจะทำกันขนาดนี้เอาเธอไปประหารเถอะ น้ำที่เธออาบก็ต้องมีการเล่นตุกติกแน่นอน

ฟ้าด้านนอกยังไม่มืดแต่มีคนผลักประตูเข้ามาอย่างหยาบคายพร้อมกับบ่าวชายสองคนหาบถังน้ำเข้ามาก่อน จากนั้นก็เทน้ำใส่ถังให้ ถ้าวัดปริมาณจากขา ดูแล้วระดับไม่น่าถึงหัวเข่า ลงไปนั่งแช่ได้ไม่ถึงครึ่งตัวเลย ปกติเธอจะเห็นกระไอน้ำร้อนพวยพุ่งขึ้นมา นี่คือประหยัดฟืนโดยไม่ต้มน้ำมาให้เธอสินะ รอจนทุกคนออกไป เธอวักน้ำขึ้นมาตรวจสอบ ยังดีที่เป็นน้ำสะอาด เธอแค่เอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัว แล้วก็ล้างเท้าน่าจะพอแก้ขัดไปก่อน

คืนนี้เป็นคืนแรกที่เธอจะได้นอนในยุคโบราณและเป็นโลกของนิยาย เธอรู้สึกอ่อนแอไร้การป้องกันตัว ไม่มีกองกำลังสนับสนุน เอาจริง ๆ นะ นี่มันนิยายหมวดไหนกันแน่ ดราม่าเคล้าน้ำตาแม่ผัวตบกับลูกสะใภ้ใช่หรือเปล่า เธอจะได้คิดวางยาพิษลูกชายสุดที่รักของยัยป้าคนนี้ก่อน พอคนลูกทรมาน แม่ย่อมทุกข์ใจ แล้วเธอจะรีบสงเคราะห์สามีของเหลียนฮัวให้ไปสู่ปรโลกโดยเร็ว จากนั้นค่อยส่งคนแม่ตามลงไปอยู่เป็นเพื่อนลูกชายสุดที่รัก คิดว่าแม่คนอื่นเขาไม่รักลูกบ้างหรือไงถึงแกล้งได้แกล้งเอา

ทั้งที่ไม่ได้ทำงานทำการอะไร แต่การคิดเรื่องราวต่าง ๆ มากมายทำให้เธอรู้อ่อนเพลียอย่างไม่น่าเชื่อ
พล่อยหลับลงไปอย่างง่ายดาย และเข้าสู่ความฝัน ไม่รู้ว่าเป็นที่ไหนแต่เธอปีนขึ้นไปเก็บแอ็บเปิ้ลกินอย่างเอร็ดอร่อย กินไปทั้งหมดถึงสามลูก




-----------

ไม่ได้วางแผนการเขียน มันก็จะไหลไปเรื่อย 555
ขออภัยทำให้ลายตา  ความขี้เกียจจัดหน้า แหะๆๆ



13
2. iloverally / ทอม สิริ / ห้องต้อนรับ ผู้มาเยือน
« เมื่อ: มีนาคม 02, 2019, 05:35:17 PM »

ขอยินดีต้อนรับทุกท่าน เข้าสู่ห้องแรลลี่ที่สอง
แต่เป็นห้องแชมป์แรลลี่ครั้งนี้นะคะ
อะคุ อะคุ (หัวเราะ)

ไอมีความยินดีอีกแล้ว ที่จะเสนอนิยายสองเรื่องสองรส  :P

เรื่องของ คุณทอม สิริ
"เหมี่ยวเมี๊ยว"

เรื่องของไอ "ป้อมสกุลถัง : กุ้งเหนือภมร"
แนวจีนโบราณย้อนยุค

ชื่อเรื่อง และเรื่องราวจะตรงปกหรือไม่
โปรดติดตามและเป็นกำลังใจให้ห้องนี้ด้วยนะคะ
อย่าลืมเลือก ห้องสอง เอ้ย เข้ามาอ่านกันค่ะ
 ;)

14
1. มะยม / ฟีลิปดา / Re: สืบรัก : ตำรับรัก --- บทนำ
« เมื่อ: มีนาคม 02, 2019, 05:24:47 PM »
เมืองสอง นี่ พี่แก เท่ๆ คูลๆ ค่อนข้างต่างกะพระเอกคนอื่น ของพี่ฟีมากเลย
มีความชิล มีความเป็นนักสืบ ฮ่าๆๆๆ เอ้า ก็คาเรคเตอร์มางี้  ::)

15
ว้าว รูปแอดมินวาด

รู้สึกอยากกินไอติม ความสีสันนี้ รู้สึกสดชื่น  ;D

ติดตามค่ะ ๆๆๆ

หน้า: [1] 2 3 ... 17