แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - บีเลิฟ

หน้า: [1] 2 3 ... 26
1
R. 5 พิมอักษรา / ............ / บทที่ 4 ซาตานกระชากรัก
« เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2017, 09:14:20 AM »
4
หลายวันถัดมา ณาราเหม่อลอยขณะทำงานไปบ้าง เพราะจิตใจว้าวุ่นเกินไป วันนี้เธอทำโอที เวลาล่วงเลยมาจนเกือบสองทุ่มแล้ว
ทั้งที่ไม่เคยคิดมาก่อนเลยสักครั้งในชีวิต ว่าเธอจะต้องอดสูถึงขนาดต้องขายตัวเพื่อเงิน แต่ในยามที่ท้อแท้ในชีวิต เหนื่อยหน่ายกับปัญหาที่ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร หรือจะหาทางออกทางไหน จนบางครั้งเธอก็คิดโง่ๆ ว่า บางทีแล้วการขายตัวก็ไม่ได้เสียหายอะไรมากมาย อย่างไรเธอก็ไม่ใช่สาวบริสุทธิ์แล้วนี่ ทนๆ ทำไปแค่เดือนเดียว ไม่กี่ครั้งเท่านั้น เธอก็จะมีเงินใช้หนี้ทั้งหมด แถมยังมีเงินเหลืออีกตั้งเยอะ ครอบครัวของเราคงสบายกันก็คราวนี้แหละ ณารานึกอยากจะหัวเราะให้กับโชคชะตาของตัวเอง หยาดน้ำตาไหลออกมาอย่างเศร้าสะเทือน โดยที่เธอไม่ทันระวัง มือบางรีบยกขึ้นเช็ด กลัวว่าเพื่อนร่วมงานจะมาเห็น เสียงเตือนในโทรศัพท์ดังขึ้น มีข้อความเข้า
--สวัสดีค่ะ คุณณารา ฉัน โสภา นะคะ บอสของฉัน ชอบคุณจริงๆ นะคะ เพื่อแสดงความจริงใจต่อคุณ ท่านให้เพิ่มเงินให้คุณอีกห้าแสนบาท เป็นหนึ่งล้านบาท จ่ายก่อนเริ่มงานห้าแสนบาท และเมื่อครบตามที่ตกลงกัน จะจ่ายให้อีกห้าแสนบาท ถ้าตกลงก็โทรกลับมาได้ตลอดเวลานะคะ-- 
ณารานึกอยากจะหัวเราะออกมา แต่น้ำตากลับไหลเสียอย่างนั้น ถึงเธอจะยากจนข้นแค้นและต้องลำบากแค่ไหน แต่เธอก็จะไม่ยอมขายตัวเด็ดขาด
เมื่อหญิงสาวเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกง เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นอีกครั้ง หากคราวนี้มีคนโทรเข้า ณาราดูเบอร์ที่หน้าจอมือถือ เป็นแม่เธอที่โทรเข้ามา และสำเนียงนั้นก็เต็มไปด้วยความเดือดเนื้อร้อนใจ
“นา พ่อโดนทำร้าย! ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล!”

ณาราตรงดิ่งไปโรงพยาบาลทันที นายปรีชานอนอยู่บนเตียงคนไข้ ศีรษะนั้นถูกพันด้วยผ้าสีขาวเต็มไปหมดและมีสายน้ำเกลือระโยงรยางค์ หญิงสาวร้องไห้โฮออกมา ด้วยรู้สึกเป็นห่วงพ่อ ที่นอนไร้สติอยู่บนเตียงนั้น ถึงพ่อจะเมามายและทำอะไรไม่รู้จักคิดอยู่เรื่อย จนทำให้หลายครั้ง ครอบครัวต้องพบเจอกับความยากลำบาก ทุกข์แสนสาหัส แต่ณาราก็ไม่เคยนึกเกลียดพ่อของเธอเลย ก็มีบ้างที่เธอจะนึกโกรธท่าน แต่ในยามนี้ที่พ่อนอนไร้สติอยู่แบบนี้ คนเป็นลูกสาวจึงเต็มไปด้วยความรักและห่วงใย
“หมอบอกว่าพ่อไม่เป็นอะไรแล้ว แค่หัวแตก แต่ตอนแรกแม่ตกใจมาก เพราะพ่อเลือดออกมาก แม่ก็เลยโทรหานา”
นางประนอมพูดไปร้องไห้ไป
“ตอนนั้นพ่อยังมีสติอยู่ แม่ก็ถามพ่อว่าเป็นอะไร พ่อบอกว่าถูกตีจากทางด้านหลัง แต่พ่อไม่เห็นว่าเป็นใคร ได้ยินแต่เสียงมอเตอร์ไซค์แล่นจากไป”
“ต้องเป็นพวกมันแน่ หนูจะไปเอาเรื่องพวกมัน”
หญิงสาวเหมือนกับไอร้อนจากกาต้มน้ำที่กำลังเดือดดาลและต้องการโพยพุ่งออกไป ผู้เป็นแม่กอดรั้งณาราไว้
“เราจะไปทำอะไรเขาได้ พวกมันมีอิทธิพลมากมาย ตำรวจก็เป็นพรรคพวกของมันทั้งนั้น”
“แล้วเราจะทำอย่างไรล่ะแม่”
ณาราปล่อยโฮออกมาเมื่อเห็นว่าเป็นจริงตามแม่ว่า น้ำตาไหลนองท่วมหน้าอย่างคนหมดหวัง เธอไม่มีทางไปต่อกรกับพวกนั้นได้เลยสักนิด หญิงสาวใช้ความคิดตรึกตรองอยู่ชั่วครู่ แวบหนึ่ง ดวงตาคู่นั้นก็วาววับขึ้นมา ราวกับตัดสินใจบางอย่างได้แล้ว
“ถ้าใช้หนี้ให้พวกมันให้หมด มันก็จะเลิกยุ่งกับพวกเราใช่ไหมแม่”

โสภาเคาะประตูห้องนั้นเบาๆ แล้วหันมาส่งยิ้มให้ณารา พร้อมทั้งส่งเช็คเงินสดห้าแสนบาทให้
“คุณจะได้รับอีกห้าแสนบาทเมื่อคุณทำงานครบตามที่ตกลงกันไว้”
ณารารับมันไว้ในมือ น้ำตาไหลออกมาอีกอย่างเศร้าสะเทือน
“ฉันส่งแค่นี้นะ” กล่าวแค่นั้นแล้วโสภาก็เดินจากไป
ณารามองประตูบานนั้นอย่างอดสูใจอีกครั้ง น้ำตาไหลออกมาอีกหน รู้สึกเจ็บปวดลึกล้ำเข้าไปที่หัวใจ เธอไม่มีทางถอยกลับได้อีกแล้ว เธอจะทำงานนี้ให้สำเร็จ เพื่อครอบครัว เพื่อพ่อกับแม่จะได้ไม่ต้องถูกใครมาทำร้ายได้อีก
ประตูบานนั้นเปิดออก หญิงสาวก้าวขาสั่นเทาเข้าไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ หายใจไม่ทั่วท้อง ตื่นเต้น อกสั่นหวั่นไหว เธอดึงประตูปิดเข้ามาแล้วกดล็อกทันที บุรุษหนุ่มผู้นั้นหันหลังให้เธอ เรือนผมเป็นสีทองหนาหนักหยักยุ่งงดงาม เขายืนสง่าอยู่กลางห้อง ร่างกายใหญ่โตกว่าเธอมาก เขาอยู่ในเสื้อยืดและกางเกงยีนขายาว สาวสวยหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่เพื่อรวบรวมความกล้า ทั้งที่ร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ด้วยความหวาดหวั่นพรั่นพรึงแปลกๆ ได้แต่ปลุกปลอบตัวเอง อย่างไรเธอก็ไม่ใช่สาวบริสุทธิ์แล้วนี่ ทนๆ ฝืนใจทำไป ไม่มีอะไรจะต้องกลัวสักนิด
แต่เมื่อชายหนุ่มผู้นั้นหันหน้ากลับมา มุมปากหยักยิ้มขึ้น และจ้องมองที่เธออย่างเลือดเย็น ดวงตาสีฟ้านั้นมากมายไปด้วยโทสะและพลังแห่งความแค้น ณาราก็ถึงกับตัวเย็นเฉียบทีเดียว หัวใจแทบหยุดเต้น แข้งขาแข็งราวกับเป็นหิน และอ้าปากขยับออกมาเป็นคำพูดไม่ได้เลยสักคำ
ได้แต่ตะโกนเรียกชื่อเขาในใจ
‘พี่หรั่ง’






2
R. 5 พิมอักษรา / ............ / บทที่ 3 ซาตานกระชากรัก
« เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2017, 09:13:22 AM »
3
ในห้องของประธานบริษัท ใหญ่โตโอ่อ่า และหรูหราด้วยการตกแต่งอย่างดีมีสไตล์ เข้มขรึมด้วยโทนสีเทาดำ เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ เข้ากันกับสีผนังอย่างกลมกลืน หน้าต่างกระจกบานใหญ่ทำให้ผู้เป็นเจ้าของห้องสามารถมองออกไปยังเบื้องล่างได้
ลูคัสเป็นหนุ่มลูกครึ่งหล่อเหลา ดวงตาสีฟ้างดงาม ร่างกายใหญ่โตกำยำ อายุเพียงยี่สิบเจ็ดปีเท่านั้น เขาอยู่ในชุดสูทเนี้ยบเรียบขรึม และสีหน้าของเขาก็เข้มขรึมไม่ต่างอะไรไปจากโทนสีของห้องนั้นเลย ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักเครียดเขม็งคล้ายกับขบคิดวิเคราะห์อะไรอยู่ตลอดเวลา ในมือของเขาถือปากกาและกำลังเซ็นชื่อลงในเอกสารที่กองพะเนินอยู่ต่อหน้าเขา
เสียงเคาะประตูทำให้บุรุษหนุ่มเลือดผสมเงยหน้าขึ้นนิดหน่อย เมื่อประตูเปิดออก โสภาจึงก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนอยู่ต่อหน้าเขาด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน ก่อนจะเข้ามาในห้อง หญิงสาวแอบปลดกระดุมเสื้อตัวเองลงไปถึงสองเม็ด ทำให้มองเห็นเนินอกอวบอร่ามโผล่พ้นขึ้นมาอย่างชัดเจน
“เธอปฏิเสธค่ะ”
คำตอบนั้นทำให้ลูคัสถึงกับหรี่ตาลงเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด
“เพิ่มเงินให้เธออีกสิ”
เขากล่าวอย่างเข้มขรึม หงุดหงิด 
“ดูซิว่าเธอจะทนได้อีกซักกี่น้ำ”
พูดจบแล้วก็หยักยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ปรามาสเธออย่างร้ายกาจ ว่าเพิ่มเงินให้เธออีกหน่อย เดี๋ยวเธอก็ตกลงเองแหละ ราวกับว่าเขารู้จักเธอเป็นอย่างดี
“ทำไมบอสถึงสนใจเธอคนนี้เหลือเกิน ตั้งแต่ทำงานกับบอสมาหลายเดือน ไม่เห็นว่าบอสจะสนใจใครเลยนี่คะ” โสภาก้าวเข้ามาใกล้อีกนิด
ลูคัสมีท่าทีหงุดหงิด ดวงตาสีฟ้าวาวโรจน์ขึ้นอย่างน่ากลัว
“ไม่ต้องถาม คุณทำงานให้สำเร็จก็แล้วกัน อย่าให้ผมต้องรอนาน”
โสภาสบตาด้วยอย่างไม่เกรงกลัว แถมยังยิ้มยั่วใส่อย่างท้าทาย
ไม่เพียงแต่ปลดกระดุมเสื้อเท่านั้น หลังจากก้าวเข้ามาในห้องนี้แล้ว โสภาก็ถือโอกาสกดล็อกห้องไว้ด้วย
“มัวแต่ฝันถึงแต่ผู้หญิงคนนั้น บอสไม่มองคนใกล้ตัวบ้างหรือคะ”
ตามองสบตาอย่างเชือดเฉือน บรรยากาศในห้องเร่าร้อนขึ้นอย่างฉับพลัน
ว่าแล้วสาวสวยก็ค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อออกอีกเม็ดหนึ่ง ทำให้บราเซียร์สีแดงแปร๊ดโผล่พ้นออกมา ทำให้เห็นเนินทรวงอวบอูมชัดเจนยิ่งขึ้น ลูคัสจ้องมองนิ่ง ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา ดวงตาสีฟ้าวาววับ เต็มไปด้วยไฟปรารถนา ที่กำลังแผดเผา
เมื่อฝ่ายเจ้านายไม่ว่า โสภาจึงถือวิสาสะ ปลดกระดุมเสื้อของตัวเองออกจนหมด ยกทรงสีแดงถูกเหวี่ยงลงไปที่พื้น โนมเนื้อเต่งตึงจึงดีดเด้งออกมา ปลายยอดสีชมพูชูชัน ริมฝีปากแย้มยิ้ม ดวงตาเชิญชวนยวนยั่ว บัวงามมโหฬารเปลือยเปล่ากวัดแกว่งอย่างยั่วเย้ายามเธอขยับตัวเยื้องย่างร่างอิ่มเข้ามาใกล้ แล้วทรุดตัวคุกเข่าลงตรงหว่างขาท่านประธาน สองมือน้อยสีขาวช่วยกันปลดตะขอกางเกงชายหนุ่ม แล้วค่อยๆ ลากรูดซิปลงมา
เส้นผมยาวสยายไปทั่วแผ่นหลังเปล่าเปลือย พลิ้วไหวอย่างงดงามเมื่อเจ้าของโยกศีรษะเข้าและออกอย่างแช่มช้าช่ำชอง เสียงริมฝีปากสัมผัสกับท่อนเนื้อดังจุ๊บจั๊บราวกับคนหิวกระหายกำลังกำซาบซดของอร่อย
ลูคัสยังคงนั่งเคร่งเครียดอยู่กับเอกสารต่อไปด้วยสีหน้าที่มั่นคงแน่วแน่ แม้ว่าจะมีบางครั้งที่เขาจะเผลอฮึมฮำคำรามออกมาเบาๆ บ้าง เพราะความเสียดเสียวในไฟสวาทกำลังซ่องสุมรุมเร้าเข้ามาในร่างกายไม่หยุดไม่หย่อน ไม่สร่างซา แต่เสียงนั้นก็ไม่ได้ดังจนเกินกว่าเสียงหายใจ
แต่ก็มีบางครั้ง ที่ชายหนุ่มมุ่งมองออกไปยังนอกหน้าต่าง ราวกับคิดถึงสิ่งอื่นหรือคนอื่นอยู่ และดวงตาสีฟ้าคู่นั้นวาวโรจน์ขึ้นอย่างน่ากลัว คล้ายกับเคียดแค้นบางสิ่งบางอย่างอยู่นั่นเอง

รถมอเตอร์ไซค์ของพวกอันธพาลจอดลงหน้าบ้านปูนเก่าคร่ำในเช้าวันอาทิตย์ ชายหนุ่มรูปร่างผอมแห้งสองคนลงจากรถและเริ่มด่าทอนายปรีชากับนางประนอมอย่างสาดเสียเทเสีย เกรี้ยวกราด ด้วยหน้าตาที่เหี้ยมโหด ปานกับโกรธกันมาตั้งแต่ชาติที่แล้ว
“โธ่ ไอ้แก่อีแก่ อยากตายกันนักหรือไงวะ เมื่อไหร่จะยอมใช้หนี้มาเสียที เฮียเส็งเขาชักจะอารมณ์เสียแล้วนะ”
ณาราได้ยินเสียงโวยวายจึงออกจากห้องไปดูที่หน้าบ้าน
“พูดจากันดีๆ ก็ได้ ทำไมต้องข่มขู่กันอย่างนี้ล่ะพี่”
ทั้งสองคนเมื่อเห็นสาวสวยจึงมีท่าทีที่อ่อนลง
“โธ่ น้องนา พี่ทำตามคำสั่งของเฮียเส็งเขาเท่านั้นจ้ะ ความจริงพี่ไม่ได้เป็นคนใจไม้ไส้ระกำเลยนะจ๊ะ”
คนที่ตัวใหญ่กว่าหน่อย ท่าทางเหมือนลูกพี่ พูดจาเสียงอ่อนเสียงหวานทีเดียว
ณาราวกกลับเข้าไปในห้องแล้วเอาเงินเดือนจากการทำงานเกือบทั้งเดือนส่งให้พวกเขาไป
“ฉันมีแค่นี้แหละพี่ ฝากบอกเฮียเส็ง ว่าฉันจะพยายามหาเงินมาใช้คืนให้ในไม่ช้า”
“แต่เฮียเส็งเขาต้องการทั้งต้นทั้งดอกภายในเดือนนี้ เพราะว่า น้องนาขาดส่งดอกมาสามเดือนเต็มๆ ถือว่าผิดสัญญา”
“ช่วงที่ผ่านมา ฉันเอาเงินไปจ่ายอู่เป็นค่าซ่อมรถให้พ่อน่ะจ้ะ เงินเลยขัดสนนิดหน่อยน่ะพี่”
แม้จะรู้สึกรังเกียจพวกเขาทั้งสองคนแค่ไหน แต่ณาราก็ต้องพยายามพูดดีกับเขา
“ช่วยพูดกับเฮียเส็งให้หน่อยนะพี่”
“พี่ก็อยากช่วยนะน้องนา แต่พี่เป็นแค่ลูกจ้าง น้องนาคุยกับเฮียเส็งเองไหมล่ะ”
มันควักโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วต่อสายถึงเจ้านายทันที และส่งยื่นให้หญิงสาว ณารารับโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู เมื่ออีกฝ่ายรับสาย เธอจึงกรอกเสียงลงไป
“สวัสดีค่ะ เฮียเส็ง”
“เฮ้ย ใครวะ”
เสียงนั้นเต็มไปด้วยอำนาจ
“ณาราค่ะ ลูกพ่อปรีชา”
“อ้อ หนูนั่นเอง”
เสียงของเฮียเส็งอ่อนโยนลงมาราวกับเป็นคนละคนทีเดียว
“หนูจะขอส่งดอกอย่างเดียวไปก่อนน่ะค่ะ จะให้ใช้ทั้งต้นทั้งดอกภายในเดือนเดียว หนูหาเงินไม่ทันหรอกค่ะ”
“มาหาเฮียสิ ความจริงแล้วเฮียชอบหนูมานานแล้วนะ พูดตรงๆ นะ ถ้าหนูยอมเฮีย เฮียก็จะไม่เร่งรัดเอาทั้งหมดภายในเดือนนี้หรอก จะให้จ่ายแต่ดอกไปก่อน เหมือนเก่าก็ได้ แต่ถ้าหนูไม่ยอม เฮียก็มีวิธีของเฮีย เพราะถือว่าพ่อกับแม่ของหนูผิดสัญญาที่ให้ไว้กับเฮีย ทางที่ดีหนูยอมเฮียเสียดีกว่านะ”




3
R. 5 พิมอักษรา / ............ / บทที่ 2 ซาตานกระชากรัก
« เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2017, 09:10:37 AM »
2
ขณะความทุกข์ระทมแสนสาหัสกำลังกรีดลึกเข้าสู่ร่างกายของเธอให้ปวดร้าวทรมาน ณาราหวนคิดไปถึงเมื่อห้าปีที่แล้ว เธอเพิ่งจบม.3 อายุเพิ่งสิบห้าเท่านั้น ตั้งใจจะหางานทำช่วยเหลือเจือจุลครอบครัว พ่อกับแม่ก็บังคับให้เธอแต่งงานกับ ‘พี่แมน’ ชายแก่รุ่นอาคนหนึ่ง
เขาเป็นลูกชายเจ้าของโรงสีข้าว ร่ำรวยมหาศาล มีกิจการมากมาย รถบรรทุก รถสิบล้อ ที่นาเป็นร้อยๆ ไร่ พ่อให้เหตุผลว่าครอบครัวของเราจะสุขสบายไปทั้งชาติ ตอนนั้นณาราก็ปฏิเสธไปทันที และนึกโกรธพ่อของเธอที่คิดจะบังคับหัวใจของเธอ แต่ในที่สุดเธอก็แต่งงานกับพี่แมนจนได้
ตอนนั้นณาราก็มีผู้ชายที่รักใคร่อยู่คนหนึ่ง แต่บ้านเขามีฐานะยากจน จึงเลิกรากันไป เพราะณาราต้องแต่งงานกับพี่แมน  ตอนแรก ณาราก็ไม่ชอบพี่แมนหรอก เพราะว่ายังมีใจรักมั่นอยู่กับแฟนคนเก่า แต่พี่แมนก็หมั่นมาหาณาราบ่อยครั้ง และมักมีของฝากมากมาย
พ่อกับแม่ต้อนรับขับสู้เขาดีเหลือเกิน ชื่นชมเขามากว่าดีพร้อมทั้งหน้าตาและทรัพย์สมบัติ พี่แมนพาณาราไปเที่ยวหลายต่อหลายครั้ง เขามีรถเก๋งและแต่งตัวดี ณาราตื่นเต้นที่ได้นั่งรถไปกับเขา สาวๆ ในหมู่บ้านพากันอิจฉาณารา และพี่แมนซื้อของขวัญราคาแพงให้เธอ สร้อยแหวนกำไร หรือโทรศัพท์รุ่นใหม่
บ่อยครั้งเข้าที่เธอได้ใกล้ชิดกับพี่แมน และเขาพูดจาอ่อนหวานกับเธอ ดีกับเธอทุกอย่าง คอยเปิดประตูรถให้ยามที่เธอจะขึ้นจะลงจากรถของเขา พี่แมนเป็นสุภาพบุรุษและให้เกียรติ เขาไม่เคยล่วงเกินเธอเลยสักนิด ทั้งที่มีโอกาสอยู่กันสองต่อสอง พ่อแม่ก็คอยพูดจาหว่านล้อมกล่อมใส่หูเธอทุกเช้าค่ำให้แต่งงานกับพี่แมนเสียเถอะ จนในที่สุดณาราก็เริ่มใจอ่อน คบกับพี่แมนไม่ถึงสามเดือน เธอก็ตกลงแต่งงานกับเขาเสียแล้ว
และแต่งงานกับพี่แมนได้ไม่ถึงสามเดือนอีกเช่นกัน เธอก็ต้องเลิกกับเขา พี่แมนเป็นคนเจ้าชู้ ทั้งที่เขามีเธอเป็นเมียอยู่แล้วทั้งคน เขายังออกไปหากินนอกบ้านอีก เธอจับได้และขอเลิกกับเขา หนีเขากลับมาอยู่ที่บ้านของเธอ พี่แมนมาตาม เขาสารภาพผิดและสัญญาว่าจะปรับปรุงตัวเอง เขาจะไม่นอกใจเธออีก พ่อกับแม่ของณาราก็สนับสนุนให้เธอยกโทษให้เขา คนเราย่อมมีพลั้งพลาดกันได้ ณารายอมให้อภัยเขา ยอมกลับไปอยู่กับเขาเป็นคู่ผัวตัวเมียกันอีกครั้ง แต่พี่แมนก็ดีได้ไม่กี่วัน สันดานเขาแก้ไม่หาย ในที่สุดณาราจึงเลิกกับเขาอย่างเด็ดขาด และพี่แมนไม่ได้มอบทรัพย์สมบัติอะไรให้เธอเลยสักอย่าง
หลังจากนั้นณาราก็สมัครเข้าทำงานที่โรงงานผลิตพลาสติกและทำงานที่นั่นมาจนปัจจุบัน
เกือบเที่ยงคืนแล้ว ณารานอนคิดใคร่ครวญถึงอดีตที่ผ่านมาอย่างเจ็บปวด และในปัจจุบันเธอจะหาเงินที่ไหนมาใช้หนี้เขากันเล่า เงินมากมายขนาดนั้น เธอจะหามาจากที่ไหนได้ ณาราเหนื่อยทั้งกายและใจ อ่อนล้าไปทุกส่วน พยายามข่มตาหลับลงไปพร้อมทั้งคราบน้ำตา
--เพล้ง!--
กระจกหน้าต่างบ้านถูกก้อนหินปา และได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์เร่งเครื่องออกไป ณาราพุ่งตัวออกไปจากห้องนอนและพบว่าพ่อกับแม่ก็เพิ่งตื่นขึ้นมา ทั้งสองมีสีหน้าหวาดกลัว
“ต้องเป็นพวกมันแน่” พ่อว่าด้วยอาการตกใจ

เช้าวันรุ่งขึ้น ณาราก็ไปทำงานตามปกติ ยังทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แม้ว่าสีหน้าของเธอจะไม่สู้ดีนักก็ตาม จนมีเพื่อนๆ หลายคนในแผนกมาไถ่ถามว่าเธอไม่สบายหรือเปล่า เพราะณารามัวคิดปวดหัวเรื่องจะหาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ให้พวกป่าเถื่อนนั้นได้ วันนี้พวกมันอาจจะแค่ขู่ แต่ต่อไปอะไรจะเกิดขึ้นบ้างก็ไม่รู้ ข่าวพวกทวงหนี้โหดทำร้ายลูกหนี้มีให้เห็นอยู่บ่อยไป และณารารู้ดีว่าคนพวกนี้มันไม่ขู่อย่างเดียวแน่นอน แต่เธอจะหาเงินจำนวนมากมายจากไหนมาใช้หนี้ได้ล่ะ เฮ้อ หญิงสาวถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย
“ณารา!”
พี่สมใจ หัวหน้าแผนกส่งเสียงดังขึ้น เมื่อเห็นว่าเธอมัวแต่เหม่อลอย
“มีคนต้องการพบเธอน่ะ”
ณาราเงยหน้าจากงานแล้วพบว่า สาวสวยคนหนึ่งในชุดสูทสตรีเข้มขรึมยืนอยู่ต่อหน้าเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย ซึ่งดูจากชุดที่สวมก็พอจะรู้แล้วว่าหญิงสาวคนนี้อยู่ในตำแหน่งงานที่สูงกว่าเธอแน่นอน
“ตามฉันมาสิ”
ณาราก้าวตามผู้หญิงคนนั้นไป พร้อมด้วยความสงสัย เอ้ มีเรื่องอะไรกันหรือ
เมื่อทั้งสองอยู่กันตามลำพังในห้องส่วนตัวแล้ว และนั่งกันอยู่ที่โซฟาตรงข้ามกัน หญิงสาวคนนั้นก็ส่งยิ้มให้และเฉลยออกมาว่า
“ฉันชื่อโสภานะคะ”
ณารานิ่วหน้า ย่นคิ้วนิดหน่อย รู้สึกคุ้นชื่อ ‘โสภา’ เหมือนกับว่าเคยได้ยินหรือเห็นจากที่ไหนมาก่อน
“ที่ฉันส่งข้อความหาคุณเมื่อวันก่อนน่ะค่ะ”
นั่นยิ่งทำให้ณาราคิ้วขมวดหนักขึ้น
“บอสเข้ามาที่นี่ และเขาเห็นคุณโดยบังเอิญที่โรงอาหาร บอสชอบคุณมากนะคะ ท่านอยากให้คุณลองตรึกตรองข้อเสนอใหม่ ห้าแสนบาท พบกันแค่สี่ครั้ง ในหนึ่งเดือน และท่านขอแค่เดือนเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นท่านก็ต้องบินกลับไปต่างประเทศแล้วค่ะ”
โสภาย้ำขอเสนออีกครั้ง และณาราเข้าใจทุกอย่างได้ดี
คราวแรกนั้น ณารานึกขำที่ได้รับข้อความแปลกๆ คิดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องจริง แค่ข้อความจากอินเตอร์เน็ตที่ส่งแกล้งกันเท่านั้น
แต่ตอนนี้เธอแน่ใจแล้วว่าทั้งหมดมันเป็นเรื่องจริง มีคนต้องการซื้อตัวเธอด้วยเงินห้าแสนบาท เจ้านายของผู้หญิงคนนี้ คิดจะใช้เงินทองของเขาหว่านซื้อตัวเธอ เห็นเธอเป็นเพียงสิ่งของที่เขาคิดจะซื้อได้ เวลานั้น ณาราก็รู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวขึ้นมา ราวกับโดนทิ่มแทงด้วยของมีคมจนทั่วร่าง เจ็บปวดที่โดนดูถูกขนาดนี้ ตอนนั้น ณาราก็นึกอยากจะเห็นหน้าท่านประธานคนนี้เหลือเกิน ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร และถ้าเขาอยู่ในห้องนี้ล่ะก็ เธอก็อยากจะตอกใส่หน้าเขาเหลือเกินว่า
ถึงเธอจะยากจนขัดสนแค่ไหน แต่ก็ไม่มีสักนิดที่เธอคิดจะขายตัว!



4
R. 5 พิมอักษรา / ............ / บทที่ 1 ซาตานกระชากรัก
« เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2017, 09:09:05 AM »
1
ณาราทำงานอยู่ในฝ่ายผลิตของโรงงานแห่งหนึ่ง เกี่ยวกับอุสาหกรรมพลาสติก ชิ้นส่วนต่างๆ มากมาย เธอมีหน้าที่บรรจุสินค้าที่ไหลมาจากรางสายพานใส่กล่องให้เรียบร้อย เพื่อส่งต่อขายไปทั่วประเทศ และส่วนหนึ่งก็ส่งขายไปยังต่างประเทศด้วย
ณาราอายุยี่สิบปี เรียนจบแค่ชั้น ม.3 เท่านั้น จึงทำงานได้แค่ฝ่ายผลิต ก่อนหน้านี้เธอเคยคิดจะเรียนต่อให้จบ ม.6 หรือสูงกว่านั้น แต่เพราะฐานะทางบ้านยากจน เธอเลยต้องออกจากโรงเรียนเพื่อทำงานหาเงินจุลเจือครอบครัว
เที่ยงตรง เมื่อสัญญาณเตือนดังขึ้นบอกเวลา พนักงานทุกคนจึงไปรวมตัวกันที่โรงอาหาร ณารานั่งกินข้าวอยู่ลำพังด้วยสีหน้าเรียบเฉยอยู่เป็นนิจ คล้ายกับคนที่อมทุกข์อยู่ตลอดเวลา
“น้องณารา อยู่นี่เอง พี่ตามหาแทบแย่” พนักงานผู้ชายหล่อเหลาคนหนึ่งนั่งลงตรงข้ามกับเธอด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมด้วยถาดใส่จานอาหารและน้ำอีกสองแก้ว
“พี่ซื้อน้ำมาฝากน้องณาราด้วยนะครับ”
ด้วยความที่ณาราเป็นสาวสวย หน้าตาอ่อนหวานน่ารัก และรูปร่างผอมเพรียว เรียกได้ว่าเธอเป็นดาวของแผนกเลยล่ะ จึงมีหนุ่มๆ มาขายขนมจีบเธออยู่เป็นประจำ ทั้งคนที่อยู่แผนกเดียวกัน และต่างแผนก หรือระดับหัวหน้าก็มีนะ แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถพิชิตใจของณาราได้สักคน
เสียงสัญญาณเตือนในโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ณาราจึงยกขึ้นดู มีคนส่งข้อความมา หญิงสาวจึงเปิดอ่านดู
--สวัสดีค่ะคุณณารา ดิฉันชื่อโสภานะคะ พอดีว่าบอสของดิฉันเคยเห็นคุณและชมว่าคุณน่ารัก ไม่อ้อมค้อมนะคะ ท่านอยากดูแลคุณหนึ่งเดือน จ่ายให้ห้าแสนบาท แค่หนึ่งเดือน เจอกัน 4 ครั้ง ทุกเย็นวันเสาร์ ไม่มีข้อผูกมัดค่ะ สนใจโทรกลับมาที่เบอร์นี้นะคะ 089-xxx-xxxx--
ณาราตกตะลึง แปลกใจ ตลก ความรู้สึกหลากหลายปนเป ประเดประดัง เธอคิดเอาเองว่ามันคือเรื่องแกล้งกันขำๆ เธอไม่เคยรู้จักคนที่ชื่อโสภามาก่อน และอดจะแปลกใจไม่ได้ว่า หล่อนเอาเบอร์เธอมาจากไหน แถมรู้ชื่อเธอเสียด้วย
เลิกงานแล้วณารากลับบ้านด้วยรถรับส่งพนักงานอย่างเช่นทุกวัน หญิงสาวก้าวเข้าไปในบ้านปูนหลังเก่าคร่ำคร่า ชายหญิงสูงวัยคู่หนึ่งนั่งหน้าเครียดอยู่ภายในบ้านหลังนั้น ณาราพอจะเดาสีหน้าทั้งสองออกว่าจะต้องมีเรื่องอะไรให้เธอหนักใจอีกแล้ว และคงไม่พ้นเรื่องเงิน
“นา วันนี้พวกเงินกู้มาทวงเงิน และมันพูดจาไม่ดี มันว่าจะฆ่าให้หมดบ้าน ถ้าไม่ยอมจ่ายเงินให้มันเสียที และมันต้องการทั้งต้นทั้งดอก”
นางประนอมผู้เป็นมารดากล่าวอย่างอกสั่นขวัญหาย นายปรีชาผู้เป็นบิดาก็นั่งอยู่เคียงข้างด้วยอาการหวาดกลัวในดวงตายังไม่หาย ต้องอาศัยบางอย่างย้อมใจให้บรรเทา ขวดเหล้าขาวตั้งอยู่ใกล้ๆ และมือไม้สั่นทีเดียวเมื่อยกแก้วขึ้นสาดของเหลวใส่ลำคอ
ณารา หรือที่พ่อแม่และคนรู้จักสนิทสนมเรียกสั้นๆ ว่า ‘นา’ ถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงแล้วทรุดตัวลงนั่งอย่างเหนื่อยใจ ท้อแท้ ในโชคชะตาโหดร้ายที่ตัวเองกำลังเผชิญอยู่
“หนูจะไปเอาเงินที่ไหนใช้ให้เขาล่ะแม่” พูดแล้วณาราก็ถึงกับน้ำตาเล็ดออกมาทีเดียว
เงินกู้หนึ่งแสนบาทที่พ่อไปกู้มาจากเฮียเส็งนายทุนที่พ่อรู้จัก เมื่อปีที่แล้ว เพื่อมาออกรถกระบะมือสอง ไปรับเสื้อผ้าจากกรุงเทพฯ มาขายตามตลาดนัด หวังร่ำหวังรวย แต่ก็ขายไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ก็ขายมั่งหยุดมั่ง ขายวันหยุดสองวัน แล้วจะขายดีได้อย่างไร พ่อก็เอาแต่กินเหล้า ส่วนแม่ก็ชอบเล่นไพ่ แต่ละเดือนจ่ายดอกเบี้ยเขาอย่างเดียวยังไม่พอ ก็ดอกมหาโหดขนาดนั้น
ณาราเคยบอกกับพ่อแม่แล้วว่าอย่าหาเรื่องใส่ตัว ลำพังพ่อกับแม่ เธอทำงานที่โรงงานก็พอหาเลี้ยงได้ กินใช้อย่างประหยัด ก็พออยู่กันได้ แต่ทั้งสองก็ไม่ฟัง ทั้งจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้และต้องจ่ายค่างวดรถกระบะทุกเดือน ก็แทบจะไม่พออยู่แล้ว และเมื่อเดือนที่แล้ว พ่อเมาเหล้าพารถตกลงไปข้างทาง เสียค่าซ่อมไปอีกหลายหมื่น ทำให้เงินเก็บของณาราไม่เหลือเลย แล้วอย่างนี้จะเอาเงินที่ไหนใช้หนี้เขากันเล่า รวมดอกเบี้ยด้วยก็คงร่วมสามแสนแล้วล่ะมั้งตอนนี้
“มันบอกว่าให้ใช้ทั้งต้นทั้งดอกเลย” นางประนอมบอกอีกครั้ง
“ปกติก็จ่ายดอกอย่างเดียวนี่แม่” ณาราเอ่ยอย่างทุกข์ร้อนใจ หน้าซีดหน้าเซียว
“พวกมันบอกว่า ขาดจ่ายดอกเบี้ยมาหลายเดือนแล้ว นายของมันเลยให้จ่ายให้หมดเลย ไม่อย่างนั้นจะฆ่าให้ตายให้หมดบ้านเลย พวกมันพกปืนกันด้วยนะ” ฝ่ายมารดาเล่า ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
ณาราร้องไห้ออกมาอีก “ก็หนูบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าหาเรื่องใส่ตัว ก็ไม่เชื่อ แล้วเป็นไง ทีนี้จะทำไงล่ะคะ”
นางประนอมใบ้กิน ไม่มีอะไรจะพูด
“ก็หากู้เงินเจ้าใหม่มาใช้หนี้เขาสิ”
นายปรีชาผู้เป็นพ่อกระดกเหล้าเข้าปากแล้วช่วยออกความคิดเห็น หลังจากเงียบฟังมานาน
ณาราหันไปมองพ่อตาเขม็ง
“นี่ยังลำบากกันไม่พอหรือยังไง แล้วเหล้าน่ะ กินให้มันได้อะไรขึ้นมา มันช่วยหาเงินใช้หนี้เขาได้มั้ยคะ”
“แล้วจะปล่อยให้มันมาฆ่าเราหรือไง”
ผู้เป็นพ่อตวาดกลับมาอย่างน่ากลัว ราวกับจะเอาเรื่องลูกสาว เหมือนกับเห็นว่าเธอเป็นฝ่ายผิด
ณาราไม่อยากจะเถียงด้วย เลยลุกขึ้นแล้วก้าวเข้าห้องนอนของตัวเองไป ที่กั้นด้วยปูนอย่างง่ายๆ มีประตู หน้าต่างหนึ่งบาน เตียงนอนไม้อัด ตู้เสื้อผ้าราคาถูก และโต๊ะเครื่องแป้ง
หญิงสาวคว่ำหน้าลงกับหมอนแล้วปล่อยโฮออกมา ณาราโกรธพ่อที่ทำอะไรไม่รู้จักคิด
“ก็หากู้เงินเจ้าใหม่มาใช้หนี้เขาสิ”
และพ่อกำลังจะหว่านล้อม บังคับให้เธอทำในสิ่งที่ผิดอีกแล้ว



5
R. 5 พิมอักษรา / ............ / ซาตานกระชากรัก บทนำ
« เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2017, 09:07:47 AM »
บทนำ
ณาราเป็นสาวสวยรูปร่างบอบบาง อายุยี่สิบปี เธออยู่ในเสื้อยืดพอดีตัวและกางเกงยีนขายาว ก้าวเข้าสู่ลอปบี้ของโรงแรมห้าดาว หน้าขาวซีดหม่นหมอง ด้วยเพราะรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวราวกับถูกมีดปลายแหลมทิ่มแทงไปทั่วร่าง ขาและมือน้อยๆ สั่นอย่างแปลกๆ
เธอไม่เคยคิดมาก่อนในชีวิตเลยว่า จะต้องมาทำอะไรที่อดสูและน่าขยะแขยงเช่นนี้
ภายในนั้นหรูหรา ตกแต่งทุกส่วนไว้อย่างงดงาม ผู้คนไม่พลุกพล่านนัก มีเพียงแค่พนักงานสาวสวยสองคนตรงเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ แขกของโรงแรมในชุดสูทอย่างดีสองสามคนนั่งอยู่ที่โซฟาบริเวณกึ่งกลางห้องโอ่โถงเท่านั้น ณารากวาดสายตาไปทั่ว เธอกำลังมองหาใครสักคน
หญิงสาวร่างบางภายในสูทสตรีสีเข้มขรึมและเรียบหรูที่นั่งอยู่ก่อนแล้วที่โซฟาตัวริมไกลๆ ชิดกับผนังกระจกใสซึ่งมองเห็นข้างนอกได้ หันมาทางเธอและส่งยิ้มอ่อนๆ ให้ ณาราเลยเดินเข้าไปหา
“สวัสดีค่ะคุณณารา”
ผู้หญิงคนนั้นลุกขึ้นกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้ม ณารายกมือขึ้นไหว้
“สวัสดีค่ะ”
“ไปกันเถอะค่ะ”
ว่าแล้วหญิงสาวผู้นั้นก็ก้าวนำ ณาราก้าวตามไปอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ คล้ายกับถูกพันธนาการไว้ด้วยโซ่ตรวน
ทั้งสองเข้าไปอยู่ในลิฟต์ด้วยกัน และลิฟต์กำลังเลื่อนขึ้นไปยังชั้นสูงสุดของโรงแรมแห่งนั้น ณารารู้สึกเหมือนกับว่ากำลังหายใจไม่ออก อึดอัดแน่นหน้าอกขึ้นมาเสียเฉยๆ อยู่ๆ น้ำตาก็ไหลออกมา เธอรีบยกมือบางขึ้นเช็ด
“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” ฝ่ายนั้นถามอย่างเป็นห่วงเป็นใย
“ไม่เป็นไรค่ะ แค่ผงเข้าตาค่ะ” ณาราตอบอย่างขอไปที
ไม่นานลิฟต์ก็เปิดออก ทั้งสองก้าวผ่านทางเดินโอ่โถงไปด้วยกัน จนมาหยุดอยู่หน้าห้องหนึ่ง ณารามองไปที่ประตูห้องนั้นอย่างอัปยศอดสู
ผู้หญิงคนนั้นเคาะประตูห้องเบาๆ แล้วหันมาส่งยิ้มให้ณารา พร้อมทั้งส่งเช็คเงินสดห้าแสนบาทให้
“คุณณาราจะได้รับอีกห้าแสนบาทเมื่อคุณทำงานครบตามที่ตกลงกันไว้”
ณารารับมันไว้ในมือ น้ำตาหยาดไหลออกมาอีกอย่างเศร้าสะเทือน
“ฉันส่งแค่นี้นะ”
กล่าวจบแล้วฝ่ายนั้นก็สะบัดก้นจากไป
ณารามองประตูบานนั้นอย่างอดสูใจอีกครั้ง น้ำตาไหลออกมาอีกหน รู้สึกเจ็บปวดลึกล้ำเข้าไปที่หัวใจ ราวกับถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น ถามย้ำกับตัวเองอีกครั้งขณะยกเช็คเงินสดห้าแสนบาทขึ้นมาดู
นี่เธอหมดหนทางจนขนาดต้องขายตัวแล้วล่ะหรือ
ประตูบานนั้นกำลังเปิดออก!
ณาราไม่รู้หรอกว่าเธอกำลังจะเจอกับอะไร!




6
R. 5 พิมอักษรา / ............ / คำโปรย ซาตานกระชากรัก
« เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2017, 08:50:43 AM »

7
ฉาก18+
เช้าวันใหม่ เก้าโมงกว่าแล้ว หนุ่ยรู้สึกตัวก่อนและเขาขยับตัวอย่างแผ่วเบา ไม่อยากให้อีกฝ่ายตื่น ให้เธอได้พักผ่อนมากๆ เมื่อคืนนี้กว่าจะได้นอนก็ใกล้สว่างเข้าไปแล้ว เขาเองก็หลับไปได้นิดหน่อยเท่านั้นเพราะมีเรื่องให้คิดมากมาย ชายหนุ่มขยับผ้าห่มผืนบางคลุมร่างเปลือยเปล่าไว้ จ้องมองใบหน้างดงามยามหลับใหลอย่างเทิดทูน ด้วยความรักอย่างแท้จริง ดวงหน้าสวยอันนี้ที่อยู่ในใจและห้วงความคิดถึงของเขาตลอดมา ชายหนุ่มก้าวออกจากเตียงและแต่งตัวจนเรียบร้อย เขาเดินไปหยุดยืนชิดกับหน้าต่างและมองออกไปยังความศิวิไลซ์เบื้องล่าง ตึกรามบ้านช่องมากมาย ผู้คนพักอาศัยอัดแน่นกันอยู่ในช่องสี่เหลี่ยม สับสนและวุ่นวาย ที่นี่ต่างกับที่บ้านของเขาอย่างสิ้นเชิง ที่เกาะแห่งนั้น เขารู้สึกได้ถึงความโล่งโปร่งสบาย ยามที่เขาลอยเรืออยู่ในทะเล ให้ความรู้สึกที่อิสระ
และนั่นทำให้เขารับรู้ได้ถึงความแตกต่างระหว่างเขากับเฮเลน
“ดูอะไรอยู่คะ” เสียงของหญิงสาวทำให้หนุ่ยหันไป
เช้านั้น เขาหล่อเหลาเหลือเกิน เธอส่งยิ้มให้เขา และเขาก็ยิ้มตอบเธอและเอ่ยทัก
“ตื่นแล้วหรือครับ”
เฮเลนนั่งอยู่ปลายเตียง ฝ่ามือกระชับผ้าสีขาวไว้ให้คลุมอยู่บนร่างงาม และสบตาอยู่กับเขา
ดวงตาของชายหนุ่มหม่นเศร้าลงมาเมื่อมองไปรอบๆ ห้องนั้น ความร่ำรวย ความหรูหรา ที่ปรากฏอยู่ต่อหน้า ทำให้เขารู้สึกอดสูใจเหลือเกิน และเขาไม่ควรอาจเอื้อมเธออีกต่อไป
“ผมเข้าใจแล้วว่า ผมนั้นไม่มีอะไรที่คู่ควรกับคุณเลยสักนิด”
คำพูดของเขาทำให้เฮเลนหน้าซีดขึ้นมา เอ่ยถามอย่างราบเรียบไร้ความรู้สึก
“แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปล่ะ”
“ผมจะกลับไปอยู่ในที่ของผมครับ”
“อะไรกัน เธอเพิ่งมาถึง จะกลับแล้วหรือ”
เฮเลนถามอย่างตกใจ น้ำตาของหญิงสาวไหลออกมาในวินาทีนั้น มือบางยกขึ้นเช็ดปาดป้อยๆ อย่างน่าสงสาร หนุ่มชาวเกาะรู้สึกสะเทือนใจขึ้นมาเมื่อเห็นหยาดน้ำตาของเธอ
“ให้ฉันพาเธอเที่ยวกรุงเทพฯ ก่อนสิ เหมือนที่เธอเคยพาฉันเที่ยวที่เกาะ”
เสียงนั้นคลุมเครือ แต่ก็ยังจับใจความได้ดี หนุ่ยมองลึกล้ำเข้าไปในดวงตาของเธออย่างลึกซึ้ง และหัวใจของเขาก็โบยบินได้ราวกับนก
“ได้สิ หากคุณอยากให้ผมอยู่ต่อ”
เฮเลนร้องไห้ออกมาอีกขณะสบตากับเขา หนุ่ยน้อยก้าวเข้ามาแล้วเช็ดน้ำตาให้เธอด้วยริมฝีปากของเขา พลางโอบกอดเธอไว้อย่างหวงแหนแสนรัก สองมือน้อยๆ ยกขึ้นแล้วกอดเขาไว้แน่นเช่นกัน ความรู้สึกบางอย่างพรั่งพรูออกมาจากหัวใจของเธอ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ด้วยความมหัศจรรย์อยู่ในใจ เหมือนว่าเธอกำลังพบเจอกับ ‘คำตอบ’ ของบางสิ่ง ที่เธอตามหามาทั้งชีวิตก็เป็นได้ รอยยิ้มน้อยๆ ผุดขึ้นบนใบหน้างดงาม
บางทีแล้ว ผู้ชายคนนั้น อาจจะยืนอยู่ตรงนี้แล้วก็ได้
...จบ...

8
หกเดือนถัดมา
ที่กรุงเทพ เฮเลนพักอาศัยอยู่ในห้องชุดหรูหรา ภายในคอนโดมิเนียมสูงเสียดฟ้า จำนวนเงินและทรัพย์สินมากมายที่ได้จากการหย่ากับมาร์คที่เป็นนักแข่งรถ ทำให้เธอร่ำรวยและใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย เธอลงทุนเงินจำนวนหนึ่งไปกับห้องพักเกือบยี่สิบห้อง เก็บค่าเช่าอย่างเดียวเธอก็ไม่ต้องทำงานอะไรให้ลำบากแล้ว เฮเลนจึงใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานและสะดวกสบาย
หญิงสาวแต่งตัวสวยด้วยชุดเดรสกระโปรงสั้นแค่เข่า ช่วงอกเปิดกว้าง ทำให้เห็นเนินอกโผล่พ้นขึ้นมา เห็นเป็นรูปเป็นร่าง กลมกลึงอะร้าอร่ามอย่างน่าหวาดเสียว
วันนี้เธอมีนัดกินอาหารมื้อค่ำกับนายธาวิน หนุ่มหล่ออายุเกือบสี่สิบปี ลูกชายของนักธุรกิจชื่อดังระดับประเทศ ที่มีทรัพย์สินมูลค่าเป็นหมื่นๆ ล้านบาททีเดียว เธอเจอกับเขาที่ผับแห่งหนึ่งเมื่อสองเดือนก่อน เขาก้าวเข้ามาขอเบอร์โทรของเธอในขณะที่เธอกำลังเต้นเบาๆ อยู่ลำพัง จากนั้นเธอก็มีโอกาสได้กินมื้อค่ำกับเขาไปแล้วถึงสองครั้ง
เฮเลนลงลิฟต์ไปที่ชั้นล่าง ก้าวผ่านล็อบบี้ไปที่ด้านหน้า ยืนรอเพียงไม่นาน รถยนต์หรูหราก็เลี้ยวเข้ามาจอดต่อหน้าเธอ หญิงสาวเปิดประตูด้านหน้าแล้วก้าวขึ้นไปนั่งเคียงข้างและหันไปส่งยิ้มให้เขา
“วันนี้คุณสวยเหลือเกินนะครับ” ชายหนุ่มกล่าวชมออกมาทันที
“ขอบคุณค่ะ”
เฮเลนหันไปส่งยิ้มหวานให้เขา ธาวินหล่อเหลาและมาดดี แต่งตัวด้วยชุดสูทเนี้ยบ โก้หรู

เขาพาเธอไปยังห้องชุดของเขา ไม่ใช่ร้านอาหารอย่างที่เคยก่อนหน้านี้
“คอนโดของผมเองแหละ ผมอยากกินอาหารกับคุณแค่สองคนเท่านั้น”
เขากระซิบที่ริมใบหูเธอขณะอยู่ในลิฟต์ด้วยกัน เฮเลนรู้สึกสยิวขึ้นมาทีเดียวที่ได้รับสัมผัสไออุ่นจากลมหายใจของเขา มือใหญ่ของเขาแตะที่เอวคอดกิ่วของเธอเบาๆ อย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ
ห้องชุดของเขาราคาแพง หรูหรามากอย่างไม่ต้องอธิบาย เมื่อเข้าไปอยู่ในห้องโอ่อ่าด้วยกันแล้ว เขาก็พาเธอไปยังห้องอาหาร หน้าต่างกระจกบานใหญ่ทำให้มองเห็นวิวด้านล่างสวยงาม แสงไฟตามหน้าต่างของตึกสูงต่ำสลับสล้าง
พนักงานในชุดสูทสีขาวยกอาหารหลายอย่างเข้ามาเสิร์ฟ หน้าตาน่ากินทั้งนั้นเลย ธาวินสั่งอาหารมาจากภัตตาคารที่อยู่ชั้นล่างของตึกนี้ ไวน์ถูกรินใส่แก้วทรงสวยสองแก้ว ชายหนุ่มส่งทิปให้พนักงานแล้วไล่ออกจากห้องไป
เฮเลนยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มพรวดเดียวหมด ราวกับว่ากระหายน้ำทีเดียว เมื่อแอลกอฮอล์ไหลลงกระเพาะอาหารเธอก็รู้สึกซู่ซ่าวูบวาบขึ้นมา สาวสวยส่งยิ้มให้เขาอย่างเย้ายวน เธอรู้ดีว่าที่เขาพาเธอมากินอาหารในห้องชุดของเขาในวันนี้ เพราะเขาตั้งใจจะเคลมเธอแน่นอน แต่เฮเลนก็หาได้หวั่นใจ เธอผ่านผู้ชายมาแล้วมากมาย จะผ่านอีกคนสองคนจะเป็นไรไป แล้วผู้ชายคนนี้ก็ร่ำรวยมหาศาล เป็นทายาทของนักธุรกิจที่มีทรัพย์สินมากมาย เธอเองก็หวังในตัวเขาอยู่ไม่น้อย

เมื่อกินอาหารอิ่มแล้ว ธาวินจึงเริ่มเล้าโลมเธอในทันทีที่มีโอกาส กอดรัดฟัดเหวี่ยงแนบใบหน้าลงมาเกลือกกลั้วกับทรวงอกอวบสล้างขาวนวลเนียนอย่างหื่นกระหาย 
“อุ้ย...ใจเย็นๆ สิคะ” เฮเลนร้องด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยจริตจะก้านมารยา มือน้อยๆ ผลักไสให้เขาออกห่างพอเป็นพิธี
“ผมจะกลืนกินคุณทั้งตัวเลยคอยดู เนื้อตัวคุณนี่มันช่างหอมหวานเหลือเกิน”
ใบหน้าหล่อเหลาของเขากระเหี้ยนกระหือรือเต็มที่ มือใหญ่สองข้างลูบไล้ลงไปที่ด้านล่าง คว้าหมับที่สะโพกผายกลมกลึง บีบขยำอย่างบ้าคลั่งรุนแรง ก่อนที่มือข้างหนึ่งจะลุกล้วงเข้าไปใต้กระโปรงแล้วขยุมขยำที่เนินเนื้อสามเหลี่ยมกึ่งกลางตัวเธอ
“ออยยยย...ซี๊ดดดด...อ๊อยยยย...ซี๊ดดดด”
เฮเลนครางออกมาทันทีด้วยความสยิวไหว หกเดือนแล้วสินะ ที่ไม่มีผู้ชายตกถึงท้องเลย
ร่างบอบบางถูกตวัดขึ้นสู่อ้อมแขน ดวงตาสองคู่สอดประสานกันอย่างลึกซึ้ง ลึกล้ำ ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนเร่าร้อน และต่างรู้ดีว่าต่างฝ่ายต่างต้องการสิ่งใด
“ผมจะทำให้คุณมีความสุขที่สุดเลยคอยดู”
ชายหนุ่มก้าวพาเธอล่วงเข้าสู่ห้องนอนใหญ่แล้ววางเธอลงบนเตียงนอนสีขาว แล้วเขาก็ยืนขึ้นเพื่อถอดชุดสูทรุ่มร่ามของเขาออก ตามด้วยเสื้อเชิ้ตตัวใน เผยแผ่นอกหนั่นแน่นและซิกแพ็คหน้าท้องงดงามออกมา เฮเลนตาลุกวาว ไม่น่าเชื่อว่าคนอายุสี่สิบจะหุ่นดีขนาดนี้ สาวสวยเลียลิ้นรอบริมฝีปากตัวเองอย่างหิวกระหายขณะจ้องมองดูเขา
ธาวินถอดกางเกงขายาวออก และเขาเหลือเพียงแค่บ๊อกเซอร์เท่านั้น ร่างใหญ่โตก้าวเข้ามาที่เตียงแล้วก้มลง สองมือหยาบกระชากชุดเดรสของเธอออกอย่างรุนแรงและร้อนรน ด้วยความหื่นกระสัน ทำให้ชุดเธอขาดออกไม่มีชิ้นดี แต่เขาก็คงมีปัญญาซื้อชุดใหม่ให้เธอได้ ดวงตาชายหนุ่มดุร้ายและกระหายหิวราวกับดวงตาของราชสีห์ จ้องมองลงที่อีกฝ่ายคล้ายกับเป็นเหยื่ออันโอชะ เฮเลนผวาเฮือกอย่างตกใจที่โดนฉีกชุดแบบนั้น แต่ก็ตื่นเต้นกับท่าทางร้อนแรงของเขา ร่างบางสะท้านสะเทือน เหวี่ยงไหว กายบอบบางขาวนวลเหลือแค่ยกทรงกับกางเกงในเท่านั้น
หนุ่มหล่อปราดมองเธอทั้งร่างกาย จากนั้นหันเหสนใจที่ทรวงอวบอร่ามของเธอ ที่อยู่ภายใต้บราเซียร์สีขาวเซ็กส์ซี่ ที่แทบจะปกปิดอะไรไม่ได้อยู่แล้ว เขาใช้นิ้วมือกระตุกทีเดียว เสื้อชั้นในก็หลุดออกอย่างง่ายดาย อกอวบใหญ่โตก็ดีดผึงออกมาทันที ราวกับโหยหาเวลานี้มานานแสนนาน มันกลมกลึงและเต่งตึงดีเหลือเกิน ได้รูปและสวยงาม ยอดอกเป็นสีชมพูระเรื่อราวกับสีของเม็ดทับทิมทีเดียว
“โอ้ นมคุณสวยเหลือเกิน”
ชายหนุ่มชมเปราะอย่างเอาใจแล้วก้มหน้าลงไปอย่างอดใจไม่ได้ เขาปรารถนาจะใช้ริมฝีปากครอบครองยอดถันชันชี้ใจแทบขาดแล้ว
แต่ก่อนที่เรียวลิ้นและริมฝีปากของเขาจะประทับลงบนปลายยอดชูชัน เสียงกริ่งที่หน้าประตูห้องก็ดังขึ้นเสียก่อน
“ออดดดดดด...ออดดดดดด”
ทำให้ธาวินต้องชะงักร่างกาย ดวงตาวาวโรจน์ขึ้นอย่างโมโห เขาไม่ได้สั่งอาหารอีกแล้วนี่ ใครนะช่างบังอาจมาขัดขวางความสุขของเขา
“ออดดดดดดด...ออดดดดดด”
เสียงกริ่งที่หน้าประตูห้องชุดหรูหรานั้นยังดังอย่างต่อเนื่องและเร่งเร้าผิดวิสัย คล้ายกับมีเรื่องอะไรเร่งด่วนอย่างนั้น
“ปัดโธ่ ตึกจะถล่มหรือยังไง” ชายหนุ่มสบถอย่างหัวเสีย
“มีอะไรหรือคะ” เฮเลนเอ่ยถามอย่างงงงวย ร่างบอบบางระทดระทวย โหยหิวและต้องการ ทำไมเขาไม่ทำอะไรเธอเสียที
“เดี๋ยวผมมา”
ชายหนุ่มก้าวออกจากเตียงอย่างขุ่นเคือง คว้าผ้าขนหนูมาคลุมร่างตัวเองไว้ที่ส่วนล่างอย่างง่ายๆ ปล่อยเปลือยเนื้อตัวบึกบึนช่วงบนไว้ แล้วก้าวไปยังประตูห้องที่ด้านหน้า เขาจะด่าพนักงานของห้องอาหารให้สาสมทีเดียว และจะแจ้งให้ทางร้านไล่ออกเสียเลย ธาวินคิดอย่างหงุดหงิดเหลือเกิน มือใหญ่ดันประตูเปิดออกไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
และหญิงสาวอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา ที่ยืนอยู่ตรงนั้น ด้วยสีหน้าโกรธกร้าว ก็ทำให้ธาวินหน้าหดเหลือสองนิ้ว ภรรยาของเขานั่นเอง
ฝ่ามือน้อยของสาวใหญ่ก็ฟาดเข้าที่หน้าหล่อเหลาของเขาทันทีอย่างรุนแรง และคงตามมาอีกหลายทีหากฝ่ายสามีจะไม่ยกมือขึ้นกันไว้เสียก่อน
“ไอ้แก่ มาทำอะไรอยู่ที่นี่ อย่านึกว่าฉันไม่รู้นะ ฉันให้นักสืบตามดูแกอยู่ หน็อย บอกว่าประชุม ที่แท้ก็เอาอีหนูมากก”
ไม่ไกลจากตรงนั้น เฮเลนสวมเสื้อเชิ้ตไว้อย่างลวกๆ เพราะเดรสของเธอนั้นขาดไม่มีชิ้นดี และเธอเห็นแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น อาศัยที่ทั้งสองกำลังต่อสู้กันอย่างชุลมุน หนีออกมาจากห้องนั้นอย่างรวดเร็ว

หญิงสาวนั่งอยู่บนแท็กซี่ และเธอร้องไห้ออกมาเบาๆ มือบางยกปาดเช็ดน้ำตาอย่างรวดเร็วเหมือนกลัวว่าใครจะมาเห็น ก็เขาบอกว่าหย่าขาดจากเมียแล้วนี่หน่า เธอไม่คิดเลยว่าเขาจะหลอกลวงเธอ เฮเลนรู้สึกเจ็บปวดที่หัวใจ ทำไมนะ เธอจึงไม่สมหวังในความรักเสียที ก็ไหนริชาร์ดเคยบอกกับเธอว่าสักวันเธอจะเจอใครที่รักเธอจริง แล้วเมื่อไหร่ล่ะ เธอจะได้เจอกับใครคนนั้นเสียที
แท็กซี่จอดลงที่หน้าคอนโดของเธอ เฮเลนจ่ายเงินให้แล้วดันประตูเปิดก้าวลง เดินต่อไปอีกสองสามก้าว หญิงสาวก็ทรุดลงไปที่พื้นอย่างอ่อนแรงและร้องไห้ออกมา นี่เธอเมาไวน์หรืออย่างไรกัน หรือว่าเมาชีวิต เฮเลนเกือบจะหัวเราะออกมาทีเดียว
ชายหนุ่มคนหนึ่งช่วยประคองเธอให้ลุกขึ้นยืนได้อีกครั้งอย่างเอื้อเฟื้อ
“ขอบคุณค่ะ”
เฮเลนหันไปสบตากับชายคนนั้นแล้วพบว่าเขาคือ...หนุ่ย









9
ฉาก18+
ท้องฟ้าเบื้องบนเป็นสีแดงอมส้ม ดวงอาทิตย์ใกล้จะลาลับขอบฟ้าแล้ว แต่สองหนุ่มสาวในบ้านพักของรีสอร์ทสวยงามยังหลับใหลอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน
เป็นหนุ่ยที่รู้สึกตัวก่อน เขาลืมตาขึ้นมาพร้อมด้วยความรู้สึกบางอย่าง มันทำให้เขาหม่นหมอง เมื่อมองดูแผ่นหลังบอบบางเปลือยเปล่า ดวงหน้างดงามหนุนแขนและแทบอยู่กับแผ่นอกแกร่งของเขา เพียงเขาขยับตัวเล็กน้อยเท่านั้นอีกฝ่ายก็ตื่นขึ้นมาเช่นกัน หญิงสาวส่งยิ้มให้อย่างอ่อนหวาน
“กี่โมงกันแล้วไม่รู้”
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบ เขามีสีหน้าเรียบขรึม ค่อยๆ ลุกออกจากเตียงและคว้าชุดของตัวเองมาสวมใส่ พร้อมทั้งหยิบเสื้อผ้า กางเกงชั้นในและเสื้อในส่งยื่นให้เธอด้วย เฮเลนส่งยิ้มให้แล้วเริ่มสวมใส่เสื้อผ้า ค่อยๆ สวมกางเกงใน เสื้อชั้นใน ไม่นานเลยพวกเขาก็แต่งตัวเรียบร้อย
“กลับกันเถอะ เย็นแล้ว” หญิงสาวว่าขณะนั่งอยู่ที่ปลายเตียง
ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ทรุดตัวคุกเข่าลงกับพื้นแล้วสวมกอดเธอไว้แน่นอย่างแสนรัก แนบใบหน้าหล่อเหลาเข้ากับลำตัวของเธอ
เฮเลนยกมือลูบที่ศีรษะของชายหนุ่มเบาๆ อย่างเอ็นดู และรู้สึกแปลกใจขึ้นมา
เขาละอ้อมกอดออกจากเธอ แต่ยังฉวยฝ่ามือของเธอไว้ข้างหนึ่งอย่างทะนุถนอม กุมมือข้างนั้นไว้อย่างรักใคร่ เงยหน้าขึ้นมองสบตากับเธออย่างแน่วแน่
“คุณเป็นใครกันครับ”
เขาถามราวกับไม่แน่ใจว่าเธอใช่เผ่าพันธุ์เดียวกับเขาหรือไม่ ด้วยใบหน้าและน้ำเสียงที่เศร้าสะเทือน เหมือนเขากำลังจะร้องไห้
เฮเลนยิ้มขึ้นและนึกขำกับท่าทางของเขา
“ฉันเป็นเพื่อนกับริชาร์ด”
“คุณมาจากกรุงเทพใช่ไหมครับ”
“ใช่จ้ะ”
“แล้วคุณจะกลับวันไหน”
“อาจจะเป็นพรุ่งนี้ หรือมะรืน”
หนุ่ยรู้สึกใจหาย เหมือนกับกำลังจะถูกปลิดขั้วหัวใจ
“คุณจะรู้สึกอย่างไร ถ้าผมจะบอกว่าผมรักคุณ”
หนุ่มชาวเกาะบอกออกไปอย่างง่ายดาย ราวกับมันเอ่อล้นอยู่ในหัวใจของเขาตลอดเวลา เฮเลนมองชายหนุ่มรุ่นน้องตรงหน้าอย่างเข้าใจ
“ไม่ใช่ความรักหรอก เธอแค่หลงใหลไปชั่วคราว”
“แต่ผมแน่ใจ” หนุ่ยย้ำอย่างหนักแน่น ดวงตาคู่นั้นจ้องมองที่เธอ ราวกับว่าเห็นเธอเป็นเป้าหมายในชีวิตของเขาอย่างนั้น
“กลับกันเถอะ” เฮเลนหลบสายตา
“ทำไมล่ะครับ”
หญิงสาวหันมาสบตากับเขาอีกครั้งอย่างไม่สบอารมณ์
“อย่าเซ้าซี้ฉันสิ”
“ผมรักคุณนะครับ”
“แต่ฉันไม่ได้รักเธอน่ะสิ”
คำตอบของหญิงสาวทำให้เขายอมปล่อยมือเธอและไม่เซ้าซี้เธออีก
หัวใจของเขาแตกสลายย่อยยับทีเดียว

แม้ว่ามือบางจะกอดเอวเขาไว้แน่น และใบหน้าสวยจะซบลงที่แผ่นหลังของเขาก็ตาม แต่ตลอดทางจากรีสอร์ตแห่งนั้นไปจนถึงคฤหาสน์ของริชาร์ด ทั้งสองก็ไม่ได้พูดอะไรกันเลย

ราตรีนั้น หลังจากอาบน้ำอาบท่าแล้ว เฮเลนร่วมรับประทานอาหารเย็นกับริชาร์ดและต้นหลิวอีกครั้ง เจ้าของบ้านถามเธอว่าไปเที่ยวเล่นมาสนุกไหมวันนี้ เธอส่งยิ้มให้อย่างเรียบเฉยแล้วขอร้องให้เขาไปส่งเธอที่ฝั่งในวันพรุ่งนี้ เธอต้องการกลับกรุงเทพแล้ว ริชาร์ดก็ตอบตกลง
เฮเลนก้าวเข้ามาในห้องของตนเองแล้วหย่อนกายนั่งลงบนเตียง จุดบุหรี่ขึ้นสูบ ปล่อยควันสีขาวลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นวิวสวยงามของทะเลยามค่ำคืน เกลียวคลื่นสะท้อนแวบวับกับแสงของพระจันทร์
คราวแรกที่เธอพบกับเขา หนุ่มน้อยคนนั้น เธอเห็นเขาเป็นเหมือนน้ำหล่อเลี้ยง ช่วยชีวิตคนที่กำลังเหี่ยวเฉาใกล้ตายให้ลุกฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากนั้นเธอก็โลภมากขึ้นไปอีก เห็นเขาเป็นเครื่องมือปลดเปลื้องกำหนัดให้เธอ และเขาก็ทำหน้าที่ได้ดี มอบความสุขเสียวให้เธออย่างอ่อนโยน เธอและเขามีความสุขเหมือนอยู่ในห้วงฝันทีเดียว
แต่ก็เหมือนกลับว่าทุกอย่างกำลังจะเกินเลย เพราะเขาไม่ได้คิดเช่นเดียวกับเธอ ไม่ได้เพียงผูกพันลึกซึ้งกันทางร่างกายและอารมณ์เท่านั้น หากเขายังเอาหัวใจและความรักเข้ามาเกี่ยวพันอีกด้วย และเธอไม่อยากให้เขาเจ็บปวดไปมากกว่านี้ จึงต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เขาคงเสียใจที่รู้สึกเหมือนถูกหลอกใช้ แต่ก็คงดีกว่าให้ความหวังลมๆ แล้งๆ กับเขาไป ในเมื่อ ‘วิถี’ ชีวิตของเธอและเขาเหมือนเส้นขนาน ไม่มีวันมาบรรจบกันได้อยู่แล้ว
อยู่ๆ น้ำตาก็ไหลออกมาเสียเฉยๆ เฮเลนไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร มือบางยกขึ้นปาดเช็ด ทิ้งบุหรี่ลงในที่เขี่ย และร่างบางก็ค่อยๆ ล้มตัวนอนลงบนเตียงนั้นแล้วหลับตา เธออ่อนเพลียเหลือเกิน
 
เกือบเที่ยงคืนแล้ว หนุ่ยยังนั่งอยู่ลำพัง ปลายสุดของสะพาน เหม่อมองออกไปในทะเลมืดมัว เคว้งคว้าง น้ำตาลูกผู้ชายไหลหยดออกมาอย่างเศร้าสะเทือน เขารีบปาดเช็ดราวกับกลัวใครจะมาเห็น เจ็บปวดที่หัวใจเหลือเกิน เขาน่าจะเข้าใจได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าเธอนั้นต้องการอะไรจากเขา เห็นเขาเป็นที่ระบายความใคร่ให้เธอเท่านั้น
และให้เขาได้รู้จักกับความสุขเสียวที่แท้จริงว่ามันเป็นอย่างไร ให้เขาได้ดื่มด่ำกับห้วงเวลาที่แสนวิเศษ แค่นี้ยังไม่พอใจอีกหรือ ดีแค่ไหนที่เธอลดตัวลงมาเกลือกกลั้วกับคนอย่างเขา ที่ไม่มีอะไรจะไปเทียบกับเธอได้เลย ยังจะมีหน้าไปบอกกับเธอว่ารักอีก เอาความรักไร้ค่าไปเสนอให้กับเธอ สมควรแล้วที่เธอจะตอกหน้าเขามาตรงๆ ว่าเธอไม่ได้รักเขาสักนิด

สายของวันใหม่
ทั้งที่คิดจนเกือบค่อนคืนแล้วว่าไม่ควรพบกับเธออีก แต่เหตุใดเขาถึงมายืนอยู่หน้าคฤหาสน์ในตอนเก้าโมงเช้าของวันถัดมา เมื่อกดกริ่งได้สักพักป้าแหววก็ก้าวออกมาต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“ผมต้องการมาขอพบ...เอ่อ” หนุ่ยอ้ำอึ้งนิดหน่อย เพราะว่าเขายังไม่รู้จักชื่อเธอเลย แต่แม่บ้านผู้แก่วัยก็บอกข้อมูลกับเขาอย่างเอื้อเฟื้อ
“คุณเฮเลนหรือคะ เธอกำลังจะไปขึ้นเรือค่ะ ข้ามไปฝั่งโน้นเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพ”
หัวใจเหมือนกับจะขาดรอนๆ เสียให้ได้ ปวดแสบปวดร้อนไปทั้งช่องอก
“เรืออยู่ที่ไหนครับ”

สะพานปูนทอดยาวจากตัวคฤหาสน์ไปไม่ถึงห้าสิบเมตร เรือสปีดโบทจอดอยู่ปลายสะพานนั่นเอง และหนุ่ยก็วิ่งไปทันก่อนที่ริชาร์ดจะสตาร์ทเครื่องยนต์ ต้นหลิวลงไปนั่งบนเรือได้แล้ว เหลือเพียงเฮเลนที่กำลังจะก้าวลงเรือ ริชาร์ดกับต้นหลิวหันสบตากันอย่างเหลือเชื่อและแอบส่งยิ้มให้กันเมื่อหันไปเห็นว่าใครวิ่งมาหยุดยืนอยู่ตรงนั้น
เฮเลนเดินย้อนกลับไปสี่ห้าก้าวเพื่อเผชิญหน้ากับชายหนุ่มที่ยืนหอบแฮกๆ อยู่ตรงนั้น เหน็ดเหนื่อยเนื่องจากเร่งฝีเท้ามาจนสุดแรง
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความรู้สึกบางอย่าง เขาสบตากับเธออย่างจริงจัง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาดีใจแค่ไหนที่วิ่งมาทัน
“ผมแค่อยากจะบอกว่าผมรักคุณจริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่หลงใหลชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น หากเป็นความรักที่มาจากหัวใจของผมทั้งนั้น”
ถ้อยคำเหล่านั้นหลุดออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ หนุ่ยพูดอย่างจริงจัง เมื่ออาการหอบหายใจทุเลาลงไปมากแล้ว
เฮเลนส่งยิ้มให้
“รักจริงก็ไปหาฉันที่กรุงเทพสิ”








10
กว่าเฮเลนจะตื่นขึ้นก็เป็นเวลาเกือบเก้าโมงเช้าแล้ว สาวสวยยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ฝ่ามือบางผลักผ้าห่มสีขาวออกไปจากร่าง แล้วลุกขึ้นจากเตียงอย่างง่ายๆ ปล่อยเปลือยเนื้อตัวอล่างฉ่างงดงามออกมา แม้จะตัวเล็กบอบบาง แต่นมเป็นนม ตูดเป็นตูด และหน้าท้องแบนราบเรียบดีเหลือเกิน เธอเดินเข้าห้องน้ำและเปิดฝักบัว
หญิงสาวก้าวออกมาจากห้องน้ำด้วยผ้าขนหนูสีขาวที่พันกายไว้อย่างหมิ่นเหม่ จวนจะหลุดมิหลุดแหล่อยู่แล้ว เนินอกโผล่พ้นออกมาจนเกือบครึ่งค่อนอย่างน่าหวาดเสียว แต่เธอก็หาสนใจกระชับผ้าผืนนั้นให้แน่นขึ้นสักนิดไม่
เฮเลนใส่เสื้อยืดรับรูป ที่ทำให้มองเห็นช่วงหน้าอกกลมกลึงเป็นรูปเป็นร่างชัดเจน และกางเกงยีนขาสั้นกุด ที่ความยาวเลยกว่ากางเกงชั้นในไปแค่นิ้วเดียวเท่านั้น อวดโชว์ขาขาวยาวเรียวอย่างจงใจ แต่งหน้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แค่นี้เธอก็สวยบาดใจแล้ว เมื่ออยู่ในชุดแบบนี้ เธอก็ดูคล้ายกับหญิงสาวอายุเพิ่งจะยี่สิบเท่านั้น เฮเลนยิ้มขึ้นแล้วเปิดประตูก้าวออกจากห้องนั้น ก็พอดีเจอกับป้าแหวว หญิงรับใช้สูงวัย ที่เดินอยู่แถวๆ นั้นพอดี
“อุ๊ย ตื่นพอดีเลย ไปทานข้าวสิคะคุณเฮเลน คุณริชาร์ดกับคุณต้นหลิวก็กำลังทานกันอยู่พอดี”
“ขอบคุณค่ะป้า” หญิงสาวกล่าวขอบคุณ และเธอก็กำลังหิวอยู่พอดี

เฮเลนก้าวเข้าไปที่ห้องอาหารหรูหราด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เจ้าบ่าวและเจ้าสาวหมาดๆ ที่นั่งกินอาหารอยู่ก่อนแล้วจึงหันมาส่งยิ้มให้
“มากินข้าวด้วยกันสิ” ริชาร์ดกล่าวทักทาย
“ขอบคุณค่ะ”
เฮเลนนั่งลง ป้าแหววก็เดินมาถึงห้องนั้นพอดีและช่วยตักข้าวให้
“คุณพักอยู่ที่นี่ได้ นานเท่าที่คุณอยากจะอยู่นะครับ” เจ้าของบ้านบอกอย่างเอื้อเฟื้อ ต้นหลิวก็หันมาส่งยิ้มให้กับเธอด้วย
“ค่ะ”
เฮเลนส่งยิ้มตอบให้กับทั้งสองด้วยมิตรไมตรี และแอบชื่นชมทั้งคู่ ริชาร์ดก็หล่อเหลาและร่ำรวยเพียบพร้อม เด็กสาวต้นหลิวก็น่ารักสดใส พวกเขาเหมาะสมกันเหลือเกิน
“แล้ววันนี้คุณมีโปรแกรมไปไหนหรือเปล่า บอกผมได้เลยนะไม่ต้องเกรงใจ ผมว่าจะไปที่ฝั่งโน้น จะพาต้นหลิวไปซื้อของใช้ส่วนตัวเสียหน่อย ไปกับเราไหมล่ะ” ริชาร์ดว่า
สาวสวยยิ้มหวานให้
“ไม่เป็นไรค่ะ วันนี้ฉันมีนัดแล้ว”

ริมชายหาดแถบหลังเกาะแห่งนั้นเป็นหมู่บ้านชาวประมงดั้งเดิมที่อยู่กันมาช้านาน บ้านเรือนส่วนใหญ่มีสภาพทรุดโทรม สร้างจากไม้เก่าๆ ไม่มั่นคงนัก หลังคามุงด้วยสังกะสีเป็นสนิม เรือหาปลาลำน้อยหลายลำจอดอยู่ที่ปลายสะพานไม้ที่ทอดยาวลงไปในทะเล ผู้คนในหมู่บ้านยึดอาชีพหาปลาสืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ดำรงวิถีชีวิตแบบเก่าก่อน
หนุ่ยตื่นแต่เช้ามืด และรีบล้างรถมอเตอร์ไซค์ของเขาให้เอี่ยมสะอาด เพราะว่ามีนัดสำคัญในวันนี้ และเขาตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก เมื่อล้างรถเสร็จแล้ว เขารีบอาบน้ำแต่งตัวด้วยเสื้อยืดตัวใหม่และกางเกงยีนขายาว รองเท้าผ้าใบเรียบร้อย
“จะไปไหนหรือ แต่งตัวเสียหล่อเลย” นายตี๋ ผู้เป็นบิดากล่าวทัก
หนุ่ยส่งยิ้มให้อย่างเริงร่า
“จะไปหาสาวพ่อ”
นายตี๋ย่นคิ้วด้วยความแปลกใจ เพราะเห็นลูกชายทำหน้าเศร้าอมทุกข์มาหลายวันแล้ว
“สาวที่ไหน ลูกใครวะ” นางน้อย ผู้เป็นมารดา แล่นออกมาจากในครัวและถามไถ่อย่างสนใจ
หนุ่ยส่งยิ้มให้ทั้งพ่อและแม่อย่างขวยเขิน
“เถอะน่า เดี๋ยวผมจะพามาให้รู้จักเอง”

สิบโมงตรง หนุ่ยจึงพารถมอเตอร์ไซค์คู่ใจมาจอดอยู่หน้าคฤหาสน์ใหญ่โตด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เขาลงจากรถแล้วกดกริ่งสัญญาณ ไม่นานประตูบานใหญ่ก็ถูกเปิดออก เฮเลนก้าวออกมาและส่งยิ้มให้ เธองดงามเหลือเกิน ราวกับตกลงมาจากสวรรค์ หนุ่มชาวเกาะถึงกับตกตะลึงไปชั่วครู่เมื่อพบหน้ากับเธออีกครั้ง
“คุณนั่งมอไซค์ได้ไหมครับ” เขาบอกอย่างเกรงใจ ไม่มั่นใจ กลัวว่าเธอจะไม่กล้าไปกับเขา
“ได้สิ” เฮเลนตอบอย่างมั่นใจด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
ชายหนุ่มยิ้มตอบและโล่งใจ หันไปคร่อมรถ สาวสวยก็กระโดดขึ้นซ้อนท้ายเขาอย่างคล่องแคล่วแล้วสองมือก็กอดเอวเขาไว้แน่นหนา ด้วยท่าทางสนิทสนม หนุ่ยยิ้มขึ้นอย่างมีความสุข ราวกับว่าหัวใจของเขากำลังโบยบินไปไกลแสนไกล เขาบิดกุญแจและสตาร์ทเครื่องยนต์ แล้วพารถมอเตอร์ไซค์แล่นฉิวออกไปจากตรงนั้น
ริชาร์ดและต้นหลิวยืนอยู่บนชั้นสองของคฤหาสน์แห่งนั้น และทันได้เห็นว่าเฮเลนออกไปกับใคร พวกเขาก็ถึงกับหันสบตากันอย่างแปลกใจ

โชคดีที่วันนั้นท้องฟ้าครึ้มไปด้วยเมฆฝน อากาศจึงไม่ร้อน แถมมีลมพัดโชยมาให้ความเย็นสบายด้วย และฝนก็ไม่ได้ตกลงมาให้เสียบรรยากาศ หนุ่ยพาเฮเลนไปหลายๆ ที่ ขี่รถวนเวียนจนรอบเกาะ ตรงไหนสวยงามเขาก็จะพาเธอไปดู ถามเธอว่าหิวไหม อยากกินอะไร เขาก็จะออกเงินเลี้ยงเธอ น้ำ หรือว่า ไอศกรีม เขาก็ยินดีหาให้เธอได้ทั้งนั้น
บนยอดเขาสูงที่มองเห็นวิวด้านล่างได้เกือบทั้งเกาะ เฮเลนส่งโทรศัพท์รุ่นใหม่ราคาแพงให้หนุ่ยเพื่อถ่ายรูปของเธอเก็บไว้ แล้วก็ยืนโพสท่าราวกับนางแบบเลยทีเดียว ชายหนุ่มกดถ่ายรูปให้เธอรัวๆ และลอบมองดูเธอบ่อยครั้งด้วยความชื่นชม
“บ้านเธออยู่ที่ไหนหรือ”
เฮเลนถามเมื่อหนุ่ยยื่นโทรศัพท์คืนให้เธอแล้ว
“แถวโน้นแหละครับ” เขาชี้ไปแถวหมู่บ้านหลังเกาะที่อยู่ไกลลิบๆ
“และเธอทำอาชีพอะไรหรือ”
“ผมเป็นชาวประมงครับ”
“ว่าแล้วเชียว ฉันนึกอยู่แล้วว่าเธอต้องเป็นชาวประมง” เฮเลนหัวเราะออกมาเบาๆ

ในที่สุดพวกเขาก็มานั่งอยู่ในร้านอาหารบรรยากาศดีตอนบ่ายสองโมง อาหารหลายอย่างถูกยกมาวางบนโต๊ะที่กั้นระหว่างทั้งสอง เบียร์หนึ่งขวดตั้งอยู่ด้วย
“เธอไม่กินหรือ” สาวสวยถามเมื่อรินเบียร์ใส่แก้วให้ตัวเอง
หนุ่ยส่ายหัวและส่งยิ้มให้
เมื่อแอลกอฮอล์ไหลลงสู่กระเพาะอาหาร เฮเลนก็รู้สึกวูบวาบขึ้นมาทันที เลือดในกายสาวพลุ่งพล่านไปทั่วร่าง เธอเกิดอารมณ์และนึกอยากมีเซ็กส์ขึ้นมา มุ่งมองหน้าหนุ่มหล่อตรงหน้าอย่างพอใจ ส่งยิ้มหวานให้ เมื่อคืนนี้เขาทำให้เธอสุขเสียวได้ แม้จะขลุกขลักไปสักหน่อยในตอนแรก อาวุธประจำกายของเขาใหญ่โตมโหฬารเหลือเกิน แค่คิดขึ้นมา เฮเลนก็รู้สึกเสียววาบไปทั้งหน้าขา และน้ำแทบจะเดินทีเดียว
“เดี๋ยวอิ่มข้าวแล้วไปหาเปิดห้องกันเถอะ” สาวรุ่นพี่บอกอย่างไม่อาย
เขารู้ดีว่าเธอหมายถึงอะไร หนุ่ยสบตากับสาวสวยอย่างตกใจนิดหน่อย และรู้สึกหม่นเศร้าขึ้นมา ไม่คิดว่าเธอจะเอ่ยเช่นนั้นออกมา
“หรือเธอเบื่อฉันแล้ว” เฮเลนยิ้มหวาน
หนุ่ยจ้องมองใบหน้าแสนงดงามนั้น
เขาไม่มีวันเบื่อเธอหรอก เพราะเธอทั้งสวยและเพียบพร้อมไปเสียทุกส่วน ยากที่จะหาใครมาเทียบได้ และเขายอมรับว่ารสสวาทที่เขาได้รับจากเธอนั้นแสนวิเศษ ทำให้เขามีความสุขเหลือเกิน จนทำให้เขาปรารถนาและโหยหาเธออยู่ร่ำไป
หากแต่สิ่งที่เขาต้องการในเวลานี้กลับไม่ใช่เซ็กส์! 

หนุ่ยจ่ายเงินค่าอาหารมื้อนั้นและพาเฮเลนไปยังรีสอร์ทแห่งหนึ่ง เมื่อผ่านเข้าไปในห้องได้ และประตูถูกปิดล็อกเรียบร้อยแล้ว เฮเลนก็ถอดเสื้อยืดตัวเองออกทันที แล้วนอนหงายลงไปบนเตียงสีขาว พลางส่งยิ้มยั่วยวนให้กับชายหนุ่มรุ่นน้องทันที
หนุ่ยจ้องมองที่เธออย่างจริงจัง หากว่านี่เป็นสิ่งที่เธอต้องการแล้วล่ะก็ เขาก็จะพยายามทำอย่างสุดความสามารถ เพื่อให้เธอพึงพอใจในตัวเขามากที่สุด





11
ฉาก18+

12
ฉาก18+

13
หนุ่ยกลับเข้ามาในคฤหาสน์ใหญ่โตนั้นอีกครั้ง พร้อมด้วยสาวสวยคนหนึ่งที่เขาช่วยเหลือไว้ สองมือใหญ่ประคับประคองเธอไว้อย่างตั้งใจ ไม่ให้เธอทรุดลงไปกับพื้น ซึ่งก็ไม่ได้เป็นเรื่องหนักหนาอะไรเพราะเธอตัวเล็กนิดเดียว ร่างกายบอบบางอ้อนแอ้น น่าทะนุถนอม เขาใช้ฝ่ามือเพียงข้างเดียวก็คงยกเธอขึ้นได้ทั้งตัว
เฮเลนซบหน้าอยู่กับแผ่นอกแกร่งของเขา แอบลูบไล้ฝ่ามือไปตามร่างกายบึกบึนของเขา แล้วก็ให้รู้สึกวูบวาบซาบซ่าน ขนลุกซู่ซ่า หนักเข้าไปอีก เลือดในกายสาวพลุ่งพล่านไปทั่วร่าง ร้อนรุ่มไปด้วยไฟเสน่หา แทรกซึมไปทุกรูขุมขน เธอต้องการเขา เธอต้องการเขาเหลือเกิน เฮเลนกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ โอ้ ที่รัก ฉันอยากจะกลืนกินเธอเสียตอนนี้
ตอนนั้นเงียบสนิท แขกเหรื่อกลับไปหมดแล้ว คงเหลือแต่เพียงเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวที่กำลังมีความสุขกันอยู่ในห้องหอที่ชั้นบน อย่างดุเด็ดเผ็ดมัน พวกเขาคงเปลือยเปล่า...เนื้อแนบเนื้อ และเสียดสีอย่างสุดเสียว แค่คิด หญิงสาวก็รู้สึกหวิวไหวและต้องการมันเพิ่มมากขึ้นไปอีก
เฮเลนดวงตาฉ่ำหวาน ชี้นิ้วบอกทางและพูดเสียงอ้อแอ้ แต่หนุ่ยก็สามารถพาเธอเข้าไปในห้องพักของเธอได้สำเร็จ ในตอนที่ทั้งสองก้าวผ่านประตู คนเมาก็ยังพอมีสติดึงประตูห้องนั้นปิดเข้ามาแล้วกดล็อกเสียด้วย
ในห้องนั้นใหญ่โตโอ่อ่าและหรูหรา ตกแต่งไว้เป็นอย่างดี เหมือนกับในโรงแรมห้าดาว เตียงนอนขนาดคิงส์ไซด์พร้อมฟูกหนานุ่ม หมอนและผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดตา ตรงข้ามกับทีวีห้าสิบนิ้วบนชั้นไม้สีดำมันวับ ผนังในห้องนั้นถูกประดับด้วยภาพวาดแบบอิมเพรสชั่นนิสม์งดงาม
สองมือบอบบางกอดรัดรอบลำคอแกร่งอย่างแน่นหนา ราตรีนี้ เฮเลนคงไม่ปล่อยให้หนุ่มรุ่นน้องหลุดมือไปได้ง่ายๆ และเมื่อหญิงสาวล้มลงบนที่นอนอีกฝ่ายจึงต้องล้มลงไปด้วยอย่างไม่ตั้งใจ ร่างกายโถมทับกัน แนบสนิทชิดเชื้อ สัมผัสได้ถึงไออุ่นและเลือดเนื้อ ตามองสบตาอย่างลึกซึ้ง บรรยากาศภายในห้องนั้นระอุคุกรุ่นรุกเร้าเร่าร้อนขึ้นมาอย่างฉับพลัน
เมื่อไฟในห้องนั้นสาดกระทบ ทำให้เห็นหน้าตาซึ่งกันและกันได้ชัดขึ้น ดวงตาสองคู่สอดประสาน ว้าว! เฮเลนอุทานในใจเบาๆ เขาเป็นชายหนุ่มที่หล่อเหลาเหลือเกิน คิ้วเข้มหนา จมูกโด่งอย่างพอดี ริมฝีปากรูปกระจับงดงาม รับกับแนวคางคมคาย เขาหล่อเหลาเหมือนกับ เวียร์ ศุกลวัฒน์ ดาราชื่อดังของไทยเลยทีเดียว และนั่นทำให้เฮเลนต้องการเขาหนักขึ้นไปอีก
หนุ่ยสบตากับสาวสวยอย่างกล้าๆ กลัวๆ หัวใจเต้นระส่ำอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ร่างกายสั่นระริกน้อยๆ สองมือยันกับพื้นที่นอนไว้ พยายามที่จะไม่ทิ้งน้ำหนักลงไป แต่ลำตัวช่วงล่างของเขาแทบทับอยู่บนร่างกายของเธอ สัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่ม และหากเขาก้มลงไปเพียงเล็กน้อย ใบหน้าของเขาก็จะซุกลงบนเนินอกอวบของเธอที่ล้นออกมาจากคอเสื้อ อะร้าอร่ามกลมกลึงเป็นรูปเป็นร่างชัดเจน ซึ่งเขายอมรับว่าภาพตรงหน้านั้นยั่วยวนเขาเหลือเกิน อดไม่ได้ที่หนุ่ยจะลอบกลืนน้ำลายลงคออีกครั้ง
ในตอนนี้ อาการมึนเมาของหญิงสาวทุเลาลงไปมากแล้ว ความจริงเธอก็ไม่ได้เมามากมายอะไร เพียงแต่ออเซาะอยากให้เขาช่วยพยุงพามาส่งที่ห้องต่างหาก ไอ้ล้มทีแรกน่ะไม่ได้แกล้ง แต่อาการโซเซหลังจากนั้นน่ะ มารยาล้วนๆ
เฮเลนส่งยิ้มหวานให้ จับอาการประหม่าของหนุ่มน้อยได้ดี และรู้ดีว่าเขาก็สนใจเธออยู่ไม่น้อย หญิงสาวอ่านอีกฝ่ายได้ง่าย เพราะผ่านประสบการณ์เรื่องแบบนี้มาอย่างโชกโชน ในชีวิตของเฮเลนตั้งแต่โตเป็นสาวมาจนบัดนี้ อายุสามสิบห้า เคยมีแฟนมาแล้วไม่ต่ำกว่าสิบคน ซึ่งเธอมีอะไรกับแฟนทุกคน และเฮเลนเคยซื้อกินอีกสองสามครั้งในช่วงที่ของขาดมือ
ดวงตาฉ่ำหวาน ริมฝีปากแย้มยิ้มยั่วยวน สองมือบางกอดรั้งรอบลำคอแกร่งไว้แน่นหนาไม่ยอมปล่อยหนุ่มน้อยหลุดมือไปได้ง่ายๆ
“ถึงห้องนอนของคุณแล้วครับ”
หนุ่ยพยายามโหย่งตัวขึ้น ฝืนแรงสู้กับเธอ ต้องการให้เธอปล่อยตัวเขา แต่อีกฝ่ายก็เหนี่ยวรั้งไว้อย่างสุดความสามารถ
“ทำไมล่ะ ฉันไม่สวยหรือยังไง”
เสียงนั้นนิ่มนวล อ่อนหวาน เฮเลนจ้องมองเข้าไปในดวงตาหนุ่มน้อยเพื่อค้นหาบางอย่าง ชายหนุ่มหยุดชะงักเหมือนกับโดนมนตร์สะกด และสบตากับเธออย่างจริงจัง
“คุณสวย ตั้งแต่เกิดมา ผมยังไม่เคยเห็นใครสวยเท่าคุณมาก่อนเลยครับ” หนุ่มชาวเกาะบอกออกไปด้วยความซื่อ แม้น้ำเสียงจะไม่ราบเรียบเท่าที่ควรแต่ก็สะท้อนความจริงใจออกมาได้ดี
หญิงสาวยิ้มกว้างอย่างพอใจเมื่อถูกชมต่อหน้า มองลึกล้ำเข้าไปในดวงตาคู่นั้น แล้วเอ่ยอ้อนวอน
“คืนนี้...อยู่กับฉันได้ไหม”
“เอ่อ..”
ชายหนุ่มรุ่นน้องมีอาการอ้ำอึ้งให้เห็น คิ้วหนาย่นเข้าหากันอย่างสับสน ไม่แน่ใจ ไม่เข้าใจ ว่าเธอหมายถึงอะไรกันแน่
“เธอไม่ต้องการหรือยังไง”
เฮเลนถามอย่างเว้าวอน อ่อนโยน ดวงตาหวานเยิ้มยั่วยวน ฝ่ามือข้างหนึ่งลูบไล้ลงที่แผ่นอกกว้างบึกบึนของเขาอย่างเล้าโลม
“ผม...ไม่...”
คนกำลังโดนไล่ต้อนพูดตะกุกตะกัก ด้วยสีหน้าหวั่นวิตก
“หรือว่าเธอยังไม่เคย” สาวสวยถามอย่างตกใจนิดหน่อย
หนุ่ยพยักหน้ารับอย่างตรงไปตรงมาและรู้สึกอาย ตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยมีอะไรกับผู้หญิงเลยสักครั้ง แต่เขาก็เคยช่วยเหลือตัวเอง และรู้ดีว่าเวลาเสร็จสมแล้วรู้สึกมีความสุขอย่างไร
เฮเลนยิ้มขึ้นอย่างดีใจ เกือบจะหลุดหัวเราะออกมา โชคดีอะไรเบอร์นี้ เธอจะได้เปิดซิงเขาหรือนี่! นั่นทำให้เธอโหยหาและต้องการเขาหนักขึ้นไปอีก โถ พ่อหนุ่มน้อยของฉัน
“เธออายุเท่าไหร่แล้ว” ถามเขาอย่างนึกเอ็นดู
“ยี่สิบสองครับ” หนุ่ยตอบตรง
สาวสวยกระหยิ่มยิ้ม นี่เขาเด็กกว่าเธอตั้งสิบสามปีเลยหรือนี่ ว้าว ดีจัง เธอไม่เคยกินเด็กที่อ่อนกว่ามากขนาดนี้มาก่อน
“ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะสอนเธอเอง” เฮเลนบอกอย่างอ่อนโยน ราวกับคุณครูที่กำลังจะสั่งสอนศิษย์รัก
หนุ่ยเบิกตาโพลง นี่แปลว่า...





14
8. บีเลิฟ / แครอทสีส้ม / บทนำ รสสวาทนายหัว2
« เมื่อ: เมษายน 27, 2017, 02:19:56 PM »
บทนำ
ยามนั้น ท้องฟ้าเป็นสีเทาทึบ แผ่นน้ำทะเลราบเรียบอย่างกับน้ำในสระเลยทีเดียว ลมรำเพยพัดโชยมาเบาๆ ให้ความเย็นสบายดีเหลือเกิน เฮเลนเป็นสาวสวย รูปร่างบอบบาง อายุสามสิบห้าแล้ว แต่ใบหน้าอ่อนวัยเหมือนกับเพิ่งยี่สิบกว่าๆ เท่านั้น เธออยู่ในเดรสสีชมพูหรูหราราคาแพง ประดับด้วยลูกไม้สีขาวอ่อนหวาน กระโปรงสั้นแค่เข่าเลิกขึ้นมาจนเห็นขาอ่อนนวลเนียน หญิงสาวนั่งอยู่ที่เก้าอี้ริมชายหาดเพียงลำพัง และเหม่อมองออกไปยังขอบฟ้าด้วยแววตาที่แสนเศร้า
ป่านนี้เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวคงกำลังมีความสุขกันอยู่ เพราะเพิ่งถูกส่งตัวเข้าหอไปไม่นาน เฮเลนดื่มไวน์ไปเยอะมากและกำลังเมาได้ที่ แม้จะยินดีกับริชาร์ดที่ได้แต่งงานกับผู้หญิงที่ตนรัก แต่ก็อดเสียใจกับตัวเองไม่ได้ เธอไม่น่าจะมองข้ามเขาไปเลย
เมื่อห้าปีที่แล้วเฮเลนเป็นแฟนของริชาร์ด เจ้าบ่าวในวันนี้ และเกือบจะได้แต่งงานกับเขาอยู่แล้วเชียว แต่เธอก็ทิ้งเขาไป เพื่อแต่งงานกับมาร์คที่เป็นนักแข่งรถชื่อดัง แต่อยู่กันได้เพียงสามปีก็ต้องเลิกรา เพราะทนเขาไม่ไหว มาร์คเป็นคนเจ้าชู้ และเขาไม่เคยรักเธอเลย เฮเลนเลิกกับมาร์คและมีแฟนใหม่อีกสองคน รักๆ เลิกๆ อีกสามคนในช่วงสองปีที่ผ่านมา และเธอคิดจะกลับมาหาริชาร์ดอีกครั้ง จึงหน้าด้านเดินทางมาที่เกาะแห่งนี้เพื่อขอร้องให้ริชาร์ดกลับไปรักเธออีกครั้ง แต่เขาให้ความสัมพันธ์กับเธอได้แค่เพื่อนเท่านั้น ริชาร์ดกำลังมีความรักอยู่กับเด็กสาวที่ชื่อต้นหลิว และเธอไม่อาจจะแทรกกลางระหว่างทั้งสองได้ ในที่สุดริชาร์ดกับต้นหลิวก็แต่งงานกัน วันนี้เฮเลนจึงทำได้แค่มาแสดงความยินดีเท่านั้น
หากเธอตกลงแต่งงานกับริชาร์ดไปในวันนั้น ป่านนี้ชีวิตของเธอก็คงมีความสุขไปแล้ว ไม่ต้องมานั่งเสียใจอยู่อย่างนี้ แต่ก็นั่นล่ะ เธอคงไม่ใช่เนื้อคู่กับเขา และริชาร์ดเคยบอกกับเธอว่าสักวันเธอจะเจอคนที่รักเธอจริง แม้ว่าหัวใจของเฮเลนจะรู้สึกเหี่ยวเฉาเหลือเกินแต่เธอก็ยิ้มออกมาอย่างมีความหวัง สักวันเธอจะเจอกับใครสักคนที่รักเธอจริง หญิงสาวลุกขึ้นจากเก้าอี้ผ้าใบ ตั้งใจจะเดินกลับไปที่คฤหาสน์ ซึ่งอยู่ไม่ไกล ริชาร์ดเอื้อเฟื้อห้องนอนที่ชั้นล่างเป็นที่พักสำหรับเธอ
แต่เพราะเฮเลนกำลังเมาจึงทำให้เธอเซนิดหน่อยและล้มลงไปกับชายหาด
“ให้ผมช่วยไหมครับคุณผู้หญิง”
เฮเลนแหงนเงยหน้าสบตากับชายหนุ่มหล่อเหลาที่ยืนอยู่ใกล้ๆ กับเธอ และเขาช่วยพยุงเธอให้ลุกขึ้นอย่างห่วงใย ตัวเขาสูงกว่าเธอมาก ร่างกายกำยำใหญ่โต หญิงสาวยิ้มหวานในทันทีเมื่อมีบุรุษหนุ่มขี่ม้าขาวมาช่วย เธอสบตากับเขาอย่างลึกซึ้งอยู่ชั่วครู่สั้นๆ ท่ามกลางดวงดาวที่พร่างพราวอยู่เต็มท้องฟ้า
เขาไม่ได้เพียงแต่ช่วยประคองเธอให้ลุกขึ้นได้เท่านั้น หากแต่ยังทำให้หัวใจที่เหี่ยวเฉาของเธอชุ่มชื้นขึ้นด้วย หนุ่มหล่อมีผิวที่คล้ำนิดหน่อยทำให้เฮเลนเดาเอาเองว่าเขาอาจจะเป็นชาวเกาะก็ได้ และเขายังหนุ่มแน่น อายุน้อยกว่าเธอหลายปีทีเดียว เฮเลนคิดเช่นนั้น แม้นัยน์ตาของเขาจะดูเศร้าสร้อยแต่ก็แฝงไว้ด้วยความลึกลับน่าค้นหา
วันนี้หนุ่ยแต่งตัวหล่อเหลาด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวดูเรียบร้อย และกางเกงยีนขายาว รองเท้าผ้าใบสีดำ เมื่อหนุ่มชาวเกาะอยู่ในชุดแบบนี้แล้ว เขาก็ดูเฉิดฉายเหมือนกับเหรียญใหม่ทีเดียว หนุ่ยเป็นชาวเกาะ ผู้สืบทอดอาชีพหาปลามาจากพ่อ เขาอายุเพียงยี่สิบสองเท่านั้น
และเขาก็มีสภาพอะไรไม่ต่างไปจากเฮเลนนัก นั่นคือเศร้าและกำลังหมดหวัง สิ้นอาลัยตายอยากในชีวิต ชายหนุ่มแอบหลงรักต้นหลิว เจ้าสาวในวันนี้ มาเกือบหนึ่งปีแล้ว และเขาไม่เคยชอบพอผู้หญิงคนไหนมาก่อนเลยสักหน ต้นหลิวจึงเป็นรักแรกของเขา แต่เขาก็ต้องอกหัก เมื่อต้นหลิวสารภาพกับเขาว่าได้มอบหัวใจทั้งดวงให้กับริชาร์ดไปแล้ว ต้นหลิวขอโทษเขา ที่ไม่อาจจะรักเขาได้ เพราะเธอคิดกับเขาเหมือนพี่ชาย หนุ่ยเข้าใจและยอมรับได้ เขารักต้นหลิวอย่างบริสุทธิ์ใจ หากว่าเธอได้ดี เขาก็ควรจะดีใจด้วย ไม่ใช่หรือ
ชายหนุ่มเดินออกมาจากงานเลี้ยงฉลองสมรสอย่างเงียบๆ เมื่อเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวถูกส่งตัวเข้าห้องหอเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าเขาจะแอบร้องไห้ก็ตาม แต่นั่นก็ด้วยความดีใจ ปลื้มใจ เมื่อคนที่เขารักได้แต่งงานกับผู้ชายที่ดีพร้อม เขาก็ควรจะดีใจไปกับเธอ หนุ่ยจะกลับบ้าน เขากำลังจะเดินไปยังรถมอเตอร์ไซค์ของเขาที่จอดเงียบเหงาอยู่ใต้ต้นมะพร้าว ก็เผอิญพบกับสาวสวยคนหนึ่งกำลังทรุดตัวลงที่หาดทราย เขาเลยเข้ามาช่วยเหลือเธอไว้
“ขอบคุณค่ะ”
เฮเลนกล่าวเสียงอ่อนหวาน ซุกหน้าลงที่แผ่นอกของหนุ่มน้อยและกอดรั้งตัวเขาไว้ ราวกับเห็นเขาเป็นที่พักพิง
“ไม่เป็นไรครับ”
เธอสวยเหมือนกับดาราทีเดียว หนุ่ยคิดอย่างนั้น หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองเพลขณะประคองสองมือไว้ที่แผ่นหลังและเอวกิ่วของเธอเพื่อไม่ให้เธอล้มลงไปอีก และรู้ว่าเธอกำลังเมาหนัก กลิ่นเหล้าหึ่งเลยทีเดียว เขาคิดว่าเธอคงเป็นหญิงสาวที่มาจากกรุงเทพแน่ๆ เพราะดูการแต่งตัวสวยงามทันสมัยของเธอ เธออาจจะเป็นเพื่อนหรือญาติของทางฝ่ายเจ้าบ่าวก็ได้
คอเสื้อปาดกว้างทำให้ทรวงอวบทะลักออกมาจนเกือบครึ่งค่อนอย่างน่าหวาดเสียว กลมกลึงอะร้าอร่าม งดงาม และหนุ่ยเผลอมองดูอย่างตกใจ เพราะเขาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน ความเศร้าซึมที่เขามีมาตลอดหลายวันก็เหมือนจะเลือนจางลงไป และหน้าอกหน้าใจของเธอถูไถกับตัวเขา ทำให้เขาเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมาอย่างหนักหน่วง สิ่งที่อยู่ลึกล้ำในเป้ากางเกงผุดผาดผงาดง้ำใหญ่โตขึ้นมาในทันทีทันใด ให้ตายสิไอ้หนุ่ย เอ็งเป็นอะไรของเอ็ง
เฮเลนเงยหน้าขึ้นเพื่อสบตากับหนุ่มหล่อคนนั้นอีกครั้ง จ้องเข้าไปในดวงตาลึกล้ำน่าค้นหาอย่างพอใจ หนุ่ยมองโต้ตอบกลับมาด้วยความหวั่นไหวใจสั่น เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนที่สวยและเพียบพร้อมขนาดนี้มาก่อนเลย ใบหน้าทั้งสองเกือบจะแนบชิด หากเขาจะก้มหน้าลงไปเพียงนิด จมูกโด่งของเขาก็คงจะสัมผัสโดนพวงแก้มสีเรื่อของเธอได้
“ช่วยฉันหน่อยได้ไหมคะ” เสียงนั้นออเซาะเหลือเกิน
“อะไรหรือครับ” ชายหนุ่มรุ่นน้องถามพลางกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างไม่รู้ตัว เขาเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขา
แค่ได้ซบกับแผ่นอกหนั่นแน่น เฮเลนก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจเหลือเกิน และเพียงแค่ใช้ฝ่ามือสัมผัสไปตามร่างกายของเขาเพียงเล็กน้อย เธอก็รู้ดีว่าหนุ่มน้อยคนนี้มีร่างกายกำยำบึกบึนแค่ไหน และจังหวะหนึ่งที่อีกฝ่ายช่วยพยุงตัวเธอขึ้นมา ท่อนแขนของเธอเผอิญไปสัมผัสกับบางอย่างตรงเป้ากางเกงของเขาและรู้ดีว่ามันคือความอลังการ สาวสวยก็รู้สึกซู่ซ่าขึ้นมาทันที เสียววูบวาบไปทั้งหน้าขา เลือดในกายสาวพลุ่งพล่าน หวามไหวไปหมด โอ้ย ตายละ เฮเลนรู้สึกหิวโหย หื่นกระหายขึ้นมา อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หลายเดือนแล้วสินะที่ไม่มีผู้ชายตกถึงท้องเลยสักคน
ในฉับพลันความคิด เธอก็อยากทำความรู้จักเขาให้มากกว่านี้ บางทีแล้วสวรรค์อาจจะส่งหนุ่มน้อยคนนี้มาเป็นน้ำหล่อเลี้ยง ช่วยทำให้เธอหายเศร้าก็เป็นได้ เฮเลนจึงส่งเสียงหวานอย่างออดอ้อนจนน่าหมั่นไส้
“ช่วยไปส่งฉันที่ห้องได้ไหมคะ”







15
่ลบแล้ว

หน้า: [1] 2 3 ... 26