แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - Tethys

หน้า: [1] 2 3 ... 8
1
3. ตามฝัน / มะนอแน่ / Re: เขียนใจ...ทำนายรัก บทนำ
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2016, 09:28:29 PM »
55555 ชื่อโหรา นี่เท่อ่ะ แต่ทำไมต้องหัวเราะทุกครั้งที่พี่แกออกหวา
เหมาะกันดี กับ ตะเพียนทอง

แต่ละชื่อมาขวนขำจริง ๆ

ไม่กล้าแซวมาก กลัวตอหม้อเข้าท้อง ท้องเรายิ่งโต ๆ อยู่ หุหุหุหุ

รออ่านต่อนะคะ

2
5. นิรีย์ / บีเลิฟ / Re: ร้อนรักคาสิโนเถื่อน
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2016, 09:22:42 PM »
สวัสดีค่ะ คุณบีเลิฟ ไม่ได้เจอกันนาน ;) ;)

โหดกะคนอ่านจัง บทนำมาก็โหด โป้ง เลย
อึมม์ ต้องเถื่อนมากแน่ ๆ 

รออ่านบทแรกนะคะ

3
2. iloverally / ปพลทัต / Re: สาธิมา บทที่ 3
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2016, 08:52:41 AM »


เป็นฉากที่แปลกตาดีค่ะ กับเหตุภาพวาดที่ให้เจอ และการตามหาคนในฝูงชน
ไม่ค่อยเห็นบ่อยนักในนิยาย นอกจากในหนัง เขียนบรรยายตั้งแต่เข้าตลาด อ่านแล้วเห็นภาพตามได้ชัดแจ๋วเลยค่ะ


คนเขียนแอบขยักเรื่องพี่ช้าง เข้าใจค่อย ๆ หยอด แต่แหมมมแอบกรี๊ดดด ใจร้ายกับคนอ่านนะคะ อิอิ
ตื่นเต้น ด้วยความอยากรู้มาก ๆ  รอบทต่อไปนะคะ


อ่านแล้วแอบเสียดายเล็ก ๆ ตอนแรก Dandelion ฯ ตั้งใจเขียน pov บุรุษที่ 1 เหมือนกัน
เพราะบรรยายอารมณ์ได้ลึก และเขียนได้เร็ว ตอนนี้เปลี่ยน pov เลยเขียนค่อนข้างช้าอยู่เหมือนกัน 
 


แอบเจอ เลยเอามาฝากนะคะ 

สังเกตุ ไม่มีสระอุ  สังเกต นะคะ
ประปน ไม่มีรอสระอะ ปะปน นะคะ

4
2. iloverally / ปพลทัต / Re: สาธิมา บทที่ 2
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2016, 08:42:07 AM »
เอาล่ะ คุณฉันกำลังจะเล่าเรื่องพี่ช้างล่ะ

รีบตามต่อบทที่ 3 ทันที

5
ไม่สปอยล์ค่ะ เพราะยังไม่มีอะไรในหัวมาก นอกจากพล็อตหลัก และบางฉาก
บทที่ 3 ป่านนี้ยังไม่ได้เขียนเลย จะพยายามรีบเขียน

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ ตามต่อนะคะ เป็นกำลังใจให้คนเขียนเขียนจนจบด้วยค่ะ

6
1. ทอม สิริ / buddy / Re: ซัสเพนส์หมายเลข 2 บทที่ 3
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2016, 08:19:04 AM »
เห็นด้วยกับคุณ PEA555 ค่ะ บทโทรคุยกันอ่านแล้วนั่งยิ้ม ตาเป็นประกายวิบวับเลย
น้านนน แถมมีเซอร์ไพรส์อีก เสน่ห์ของหนุ่มใหญ่ อิอิ


ยายศรีนี่ได้โอกาสนะคะ สั่งให้ท่านสารวัตรสืบสะงั้น  ชอบตัวละครยายศรีจังค่ะ สร้างสีสัน แถมผลักเรื่องเดินหน้าด้วยอ่ะค่ะ


ตามมมม รออ่านบทหน้าค่ะ

7
1. ทอม สิริ / buddy / Re: ซัสเพนส์หมายเลข 2 บทที่ 2
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2016, 08:11:09 AM »
ยายศรี วัยรุ่นน่าดู คริ คริ

ท่าทางต้องเป็นเรื่องราวสายโลหิต กับมรดกสวนส้มโอแน่ ๆ เลย อึมม์ ว่าแต่ใครจะตายเพิ่ม
เดาต่อไปอย่างหนุกหนาน

เจอไม้โทหายที่หนึ่งค่ะ
...ทำไมล่ะ อย่างที่สอง ไม่น่าเป็นไปได้ที่ปู่จะไม่แบ่งที่ให้บุษ ที่สวนสมโอมีออกตั้งมากมาย

 รีบไปอ่านบทที่ 3 อย่างว่องไว


8
4. ชนิดาภา / tang 057 / Re: แนะนำเรื่อง Sense of Death
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2016, 08:57:46 PM »
เวลาอ้อพิมพ์ในเครื่องก็ cordia 14 พอยท์ตามปกติค่ะ
แต่เวลาโพสต์เรื่องในนี้ เปลี่ยนแค่ขนาดตัวอักษรบนเมนูให้เป็น 14 พอยท์ ไม่งั้นถ้าไม่ปรับมันจะเล็กมาก 
แล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน (ส่วนตัวเองชอบสีนี้ รู้สึกดีกว่าสีดำ)และดูให้แตกต่าง แค่นั้นค่ะ

มีเสียเวลาปัดบรรทัดหน่อย ถือว่าอ่านทวนเผื่อมีคำผิดหลงอยู่ เพราะไม่งั้นมันจะแน่นมาก รำคาญตาเองแหละ
แรก ๆ อาจไม่ถนัด แต่จัด/แก้ไขบ่อย ๆ ก็จะคุ้นค่ะ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจ และการติดตามนะคะ

9
4. ชนิดาภา / tang 057 / Re: แนะนำเรื่อง Sense of Death
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2016, 06:45:14 PM »
แต่ละเรื่องน่าตื่นเต้นค่ะ รออ่านนะคะ
เป็นกำลังใจให้เขียนจบทุกเรื่องตามกำหนด สู้ ๆ นะคะ

10
2. iloverally / ปพลทัต / Re: สาธิมา บทที่ 1
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2016, 07:46:03 AM »
อ่านแล้วค่ะ เปิดเรื่องแบบต้องติดตามตอนต่อไป
สามสาวไปเที่ยวหัวหินด้วยรถไฟ แล้วจะเกิดอะไรต่อนะ
เช้านี้เจอคนแก่สองเรื่อง คนแก่ใจร้าย กับ คนแก่เจ้าชู้ อิอิ
แต่ว่าไป คนแก่น่ารักเนอะ


แอบเจอคำผิด เลยเอามาฝากค่ะ

มินนี่คานส้มโอ ฉันสังเกจตุเห็นว่าส้มโอทำหน้าสลดไป

ค้าน  กับ สังเกต ค่ะ

11
1. ทอม สิริ / buddy / Re: ซัสเพนส์หมายเลข 2 บทที่ 1
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2016, 07:36:24 AM »
เสียใจกับบุษบันด้วยเช่นกันค่ะ
เรื่องราวคนในวงการโฆษณา ต้องมีอะไรตื่นเต้นแน่ ๆ

แอบหัวเราะก๊ากตรงท้าย ตามประสาคนแก่เช่นกัน

รออ่านบทที่สองต่อนะคะ ขอบคุณค่ะ

12
เหมือนจะยังจัดเวลาได้กระท่อนกระแท่น
พยายามหยอดกระปุกเขียนต่อไป บทที่ 3 จะเข็นตัวเองให้มาไวกว่านี้ค่ะ

ขอบคุณทุก ๆ ท่านที่ตามการเดินทางของจิลเลี่ยนนะคะ  :) :)

13
@ลุงทอม
ขอบคุณนะคะที่ติดตาม  :) :)

14
@คุณPEA555
ขอบคุณนะคะที่แวะมาอ่าน ฝากติดตามอ่านไปเรื่อย ๆ นะคะ  :) :)

15

บทที่ 2

ผู้ชายตาสีฟ้าเขียวน้ำทะเล กลีบดอกแดนดิไลออนชวนฝัน...บอกฉันสิว่าไม่ใช่ความจริง




“บอกฉันสิว่าไม่จริง มันไม่ใช่เรื่องจริง!!”
    
จิลเลี่ยนยังอดไม่ได้ที่จะรำพึงรำพันกับตัวเอง เพียงเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมง ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเธอดูจะเปลี่ยนไปหมด และเหมือนจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
    
เมื่อวานการมาสนามบินส่งมิโกะ ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเหมือนจะจบสิ้น ท้อแท้สิ้นหวัง ไร้ซึ่งอนาคต เด็กสาวอยากจะหัวเราะกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น บอกไปก็คงไม่มีใครเชื่ออย่างแน่นอน
    
มันช่างเหมือนราวกับอยู่ต่างมิติ โลกคู่ขนานเสียจริง หรือว่าทั้งหมดนั้นอยู่ในความฝัน ที่ไม่ใช่เรื่องจริง...
    
ตอนนี้ เวลานี้ เธออยู่ที่สนามบินอีกฟากหนึ่งของที่ไปมาเมื่อวาน เป็นพื้นที่ส่วนเฉพาะเครื่องบินส่วนตัว แต่ก่อนการเดินทางที่แท้จริงจะเริ่มต้นขึ้น  เจ้านายคนใหม่ คุณแม็คคาร์ธี่พาเธอไปยังห้องพักรับรองของสนามบิน
    
เมื่อก้าวเข้ามาในห้อง หญิงสาว และชายหนุ่มสองคนสวมสูท ดูเป็นงานเป็นการเข้ามาต้อนรับ ทั้งคู่ต่างหันมามอง และส่งยิ้มมาให้เธออย่างเป็นมิตร เธอได้แต่งง ๆ พยายามจับต้นชนปลาย แม็คคาร์ธี่ทักทายสนทนาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะแยกเดินไปกับสองคนยังอีกห้องหนึ่ง
    
เขาไม่ได้หันมามองเธอ ไม่ได้สั่งอะไร มันคงไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเธอตอนนี้ จิลเลี่ยนเลยได้แต่ยืนนิ่ง เม้มริมฝีปากแน่นเต็มไปด้วยความประหม่า และรอคอย
    
“นี่ฉันควรรอคำสั่งจากเขามากกว่า ก็ฉันต้องเป็นผู้ช่วยของเขา หรือฉันควรจะแสดงความกระตือรือร้นตามติดเขาไป ว่าเขากำลังสนทนาเรื่องอะไร ทำอะไรกัน...แต่ให้ตายสิ อย่าเพิ่งเลย”
   
ความรู้สึกเริ่มขัดแย้งกับตัวเอง หน้าที่ของเธอก็ยังไม่เข้าใจ ชัดเจนอยู่ดี ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง หรือว่าสิ่งของเหล่านี้ทั้งหมดมันเกี่ยวข้องกับงานรับรองแขกพิเศษของแดนดิไลออนคลับ เหมือนมาเลือกซื้อสิ่งของไว้รับรองแขก

เด็กสาวเริ่มคาดเดา เดินสำรวจ และสังเกตไปรอบ ๆ ห้อง..

ที่นี่น่าจะเป็นห้องรับรอง หรือเป็นห้องเสื้อกันแน่ เธอเริ่มจะไม่แน่ใจเท่าใดนัก…
    
เพราะเสื้อผ้ามากมายอยู่ในราวแขวน ที่ไม่น้อย 5 – 6 ราว เสื้อผ้าที่มองแวบเดียวก็เดาได้ว่าราคาคงแพงหูฉี่ รองเท้าส้นสูงหลากแบบมากกว่ายี่สิบคู่วางเรียงเป็นระเบียงอยู่บนชั้นอีกด้านหนึ่ง
    
หีบกระเป๋าเดินทางสีน้ำตาลลายแผนที่โลกแบบโบราณ 5 ใบ วางเรียงอยู่ไม่ห่างกัน จริง ๆ แล้วใบใหญ่ที่สุดนั้น ใหญ่ราว ๆ กับตู้เสื้อผ้าเด็กขนาดย่อม ๆ  ใบถัดมาก็ขนาดลดหลั่นกันไป เหมือนครอบครัวกระเป๋าเดินทางก็ไม่ปาน และแน่นอนแค่มองเห็น มันเป็นแบรนด์ยุโรปชื่อดังอย่างไม่ต้องมองซ้ำให้เสียเวลาอีก
    
เครื่องประดับหลากชนิด ที่เธอไม่คุ้นเคย แยกไม่ค่อยออกเท่าไร ว่าอะไรคืออะไร นอกจากสีขาวอย่างเพชร และไข่มุกขาวอมชมพู หลากสีสันของอัญมณี และเครื่องสำอางหลากหลาย วางเรียงอยู่บนผืนผ้ากำมะหยี่สีแดงสด พร้อมด้วยกระจกแต่งหน้ารูปไข่บนโต๊ะ ทั้งหมดอยู่บนโต๊ะกลางห้อง เหมือนกับห้องเสื้อชั้นสูงที่เคยเห็นผ่าน ๆ ในนิตยสารแฟชั่น
    
หรือที่นี่อาจมีการถ่ายแบบแฟชั่นก็เป็นได้..

งานถึงจะยังไม่ค่อยชัดเจน แต่การเริ่มต้นเข้ามาสัมผัสก็ดูหรูหราไฮโซ มันทำให้จิลเลี่ยนรู้สึกตื่นเต้น หัวใจพองโต เนื้อตัววูบวาบเหมือนกับการก้าวเข้าสู่โลกใหม่ โลกที่ไม่ใช่แบบของเธอ ไม่ใช่แบบของแม่ และไม่ใช่ของมหาเศรษฐีอย่างเดย์โอ
    
มันดูสูงศักดิ์ ราวกับราชสำนักแบบยุโรปทีเดียว...
ซึ่งนั่นมันก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเอง ต่ำต้อยลงไปอีกมากมาย

    
แต่แล้วเด็กสาวก็ต้องสะดุ้งสุดตัว ขณะที่ยืนหันหลังก้ม ๆ เงย ๆ มองเครื่องประดับต่าง ๆ บนโต๊ะอย่างเพลิดเพลิน
    
“ชอบไหม”
    
กลิ่นอ่อน ๆ จากโคโลญจ์ของเขา ที่เธอเริ่มคุ้นกลิ่นเป็นอย่างดี จากการนั่งข้าง ๆ เงียบ ๆ มาในรถลีมูซีน เสียงของเขาฟังกังวานอยู่ข้าง ๆ หูของเธอ
    
“เอ่อ... คือ”
    
จิลเลี่ยนอึกอัก ไม่ค่อยเข้าใจว่าเขาหมายความว่าอะไรกันแน่
    
“ผมเลือกเสื้อผ้าให้คุณไว้บ้างแล้ว คุณลองไปเลือกตามที่คุณพอใจเพิ่มอีก”
    
“ฉัน...เอ่อ ชอบ...ให้ฉันเลือกหรือคะ” เด็กสาวงงงัน จับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่เข้าใจ แต่สายตาคู่นั้นก็ราวกับมีมนต์สะกด จนหัวใจเต้นโครมคราม
    
“เลือกอย่างที่คุณชอบ... ผู้หญิงดูสวยที่สุด เมื่อสวมกระโปรงยาว ผ้าเบา ๆ และลูกไม้หวาน ๆ ”
    
“ฉันเลือกไม่ถูกหรอกค่ะ ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องแฟชั่น เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ เครื่องสำอางชั้นสูงอะไรแบบนี้” ก่อนที่เธอจะพูดไปตามความรู้สึกต่อ ก็ต้องหุบปากสนิท เขาส่ายหน้า อมยิ้ม รวมทั้งสายตาอ่อนโยนที่ทอดกลับมา มันทำให้รู้ตัวว่า เธอคงพูดอะไรผิดไป
    
“ขอโทษค่ะ ฉันจะพยายามเรียนรู้ ถ้าตรงนี้เกี่ยวข้องกับงานของฉัน”
    
เขาส่ายหน้าอีกครั้ง รอยยิ้มที่ปรากฏ เหมือนจะขบขันราวกับเอ็นดู มากกว่าจะเยาะเย้ย
    
“ใช้สัญชาตญาณของความเป็นผู้หญิงนำทาง ใช้หัวใจของคุณเลือก อย่างที่คุณชอบ อย่างที่คุณอยากจะใส่มัน เพราะทั้งหมดมันจะเป็นของคุณ หรือผมควรจะพูดว่า คุณควรรับรอง ดูแลตัวเองให้มีความพึงพอใจสูงสุด ก่อนที่จะไปดูแลแขกพิเศษของแดนดิไลออน”
    
จิลเลี่ยนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น เธอคงไม่ได้ฟังผิด หรือเข้าใจความหมายที่เขาพูดผิด
    
“นึกว่าต้องเลือกให้ลูกค้า แต่นี่สำหรับฉันเองก่อนหรือนี่  หรือนี่เป็นแบบทดสอบ ฝึกภาคการทำงานหรือไร...   “
    
โอ้ แม่เจ้า! เด็กสาวหันไปมองรอบ ๆ ตัวอีกครั้ง อยากบอกเขาเหลือเกินว่า ทั้งหมดที่มองเห็นอยู่นี่ มันไม่ใช่สไตล์ของฉันเอาเสียเลย...
    
“งั้นเดี๋ยวสเตฟานและแอนนาจะมาช่วยคุณเลือกเสื้อผ้าจัดลงกระเป๋าเพิ่มอีก พร้อมกับช่วยแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมให้ใหม่ ทั้งสองคนเป็นผู้เชี่ยวชาญ คุณพยายามเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างจากพวกเขาให้มากที่สุด ในเวลาอันจำกัดนี้”
    
เด็กสาวบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรในตอนนี้ แต่ก่อนที่เขาจะเดินกลับเข้าไปห้องอีกด้านหนึ่งอีกครั้ง  เสียงทุ่มนุ่มก็ดังฟังชัด จนเธอรู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมาได้ในทันที
    
“ผมอยากเห็นคุณเป็นผู้หญิงที่งามสง่า และสวยที่สุด ให้เหมาะกับแดนดิไลออน และทำงานคู่กับผม”
   
จิลเลี่ยนพยักหน้ารับคำ รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเป็นคนพิเศษ เธอเริ่มพอเข้าใจเลา ๆ ไม่แปลกใจเลยกับการกระทำ คำพูดใส่ใจที่เขาใส่ใจ จนดูจะเกินเป็นนายจ้าง ลูกจ้าง เธอเชื่อได้เลยว่าลูกค้าของเขา ต้องรู้สึกดีกับการเป็นคนพิเศษที่สำคัญแบบนี้นี่เอง
   
เด็กสาวพยายามเข้าใจบทเรียนรู้ในเวลาอันแสนสั้น เธอพยายามเรียนรู้การแต่งตัว การเลือกเสื้อผ้า เครื่องประดับ การแต่งหน้าให้เข้ากับเสื้อผ้า และบุคลิกของตัวเอง จากคำแนะนำของสเตฟานและแอนนา เจ้าหน้าที่จากห้องเสื้อแบรนด์หรูของฝรั่งเศส ที่เธอเพิ่งรู้ด้วยซ้ำว่ามีสาขาอยู่ในเมืองนี้เสียด้วยซ้ำ
   
“เอาล่ะ ตอนนี้คือตอนสำคัญ คุณแม็คคาร์ธี่ชอบให้พนักงานทุกคนของแดนดิไลออน รู้สึกเสมอว่าตัวเองงดงาม และนำเสนอความงามนั้นออกไป อย่างภาคภูมิใจ”
   
สเตฟานพยักหน้า น้ำเสียงย้ำตอนท้าย แต่จิลเลี่ยนรู้สึกว่าความภาคภูมิใจของตัวเองยังไม่เกิดขึ้นสักเท่าไรเลย แอนนารีบเสริมในทันที ทั้งคู่สลับกันแนะนำ จนเด็กสาวเริ่มรู้สึกมึน ๆ
   
“ปกติแล้วคุณแม็คคาร์ธี่เธอชอบผ้าชีฟอง บางเบา ผ้าฝ้ายทอเนื้อนุ่มบาง ผ้าลูกไม้ อะไร ๆ ที่สีพาสเทล หวาน ๆ สำหรับแต่งตัวในแต่ละวัน ให้ดูสมเป็นผู้หญิงที่บอบบาง น่าทะนุถนอม แต่หากเป็นการออกงาน หรือพบลูกค้า เธอจะชอบสีเข้ม สีจัด ผ้าทอเนื้อหนัก หรือไม่ก็กำมะหยี่ กระดุมโลหะวาว ๆ  แบบเสื้อที่ดูหรูหรา สง่างาม มั่นใจ ไม่ก็ทะมัดทะแมง”
   
“ผมของคนเอเชียอย่างคุณดำสวยดีอยู่แล้ว รักษาสุขภาพผมให้แข็งแรง สะอาด เงางาม  ดำขลับตลอดเวลา บางวันอาจใช้ที่ม้วนผมเป็นลอน ๆ ช่วย เปลี่ยนบรรยากาศ แต่ถ้าออกงานก็รวบผม หรือเกล้าขึ้น เสียบด้วยรัดเกล้าเล็ก ๆ จะดูดีมากเลย รับกับโครงหน้า และเรือนร่างของคุณด้วย”
   
จิลเลี่ยนเริ่มรู้สึกตัวเองเป็นเจ้าหญิงที่มีคนดูแล หยิบโน้นนี่ให้เรียนรู้ นี่เธอจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองชนิดที่เชื่อได้ว่า มิโกะ หรือแม่ของเธอคงไม่มีวันจำได้อย่างแน่นอน
   
“มาสิคะลองเลือกชุดที่คุณอยากได้ และคิดว่าชอบ โดยยึดตามคำแนะนำของพวกเรา คุณแม็คคาร์ธี่อยากให้คุณเปลี่ยนชุดที่ใส่อยู่นี้ ทิ้งไว้กับเราได้เลยนะคะ”
   
ใจหายแวบ ๆ กับการต้องเปลี่ยนตัวตนอย่างที่เป็น และไปเป็นอีกคน กับชีวิตการทำงาน บางความรู้สึกเล็ก ๆ รู้สึกว่ามันเป็นความถูกต้องหรือเปล่า

หรือนี่คือการพัฒนา การเติบโตจากเด็กหญิง จินนภา วรรณวัฒนะ เด็กสาวตัวน้อยจากกรุงเทพฯ ประเทศไทย ที่แม่หอบข้ามซีกโลก เปลี่ยนสัญชาติใหม่ เปลี่ยนชื่อใหม่ ให้เป็น จิลเลี่ยน เพื่อเข้ากับสังคมฝรั่ง และตอนนี้เธอกำลังจะเป็นหญิงสาวเต็มตัว ก้าวกระโดดเข้าสู่โลกของคนทำงาน ที่ไม่รู้จะเป็นอย่างไร แต่ต้องเป็นสังคมฝรั่งชั้นสูงมากแน่ ๆ

สิ่งที่เธอได้รับอยู่นี่ ดูเหมือนจะเป็นสวัสดิการคนทำงานที่เหลือเชื่อมาก ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มต้นทำงานด้วยซ้ำ เด็กสาววาดภาพตัวเองในโลกทำงานอย่างฟุ้งกระจาย ขณะเลือกเสื้อผ้าของตัวเอง ท่ามกลางเทรนเนอร์พิเศษ ตอนแรกก็เหมือนสนุก ๆ แต่เมื่อสเตฟานกับแอนนาส่ายหน้ามาก ๆ เมื่อเธอหยิบชุดที่ผิดมาลอง เธอก็เริ่มผวา เหมือนกับการเล่นเกม แล้วเมื่อผิดก็มีเสียงออดแผดดังสนั่น

    
มันตลกสิ้นดี ไม่รู้เวลาผ่านไปแค่ไหน แต่ต้องมากกว่าชั่วโมงที่เธอจะเลือกเสื้อผ้า เครื่องประดับ รองเท้า กระเป๋า และแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย รองเท้าส้นสูง ที่ไม่คุ้นมาตั้งแต่สมัยงานพร็อม เกือบทำหน้าคว่ำ หกคะเมนอยู่หลายครั้ง รวมทั้งสูท กระโปรงแคบยาวสีดำ มีผ่าเล็กน้อยช่วงปลาย เสื้อตัวในเป็นผ้าซาตินสีฟ้าอ่อน ๆ คอตั้งเป็นลูกไม้สีขาว  ดูงามสง่า สวยสมกับเป็นเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ แต่มันช่างอึดอัดแสนสาหัส

“เยี่ยมมากค่ะ สวยสง่า อ่อนวัยจริง ๆ แต่งหน้าอ่อน ๆ ไว้นะคะ คุณมีผิวเข้ม คมขำอยู่แล้ว แต่งเข้มเฉพาะเวลาออกงานเท่านั้น”

“ทุกสามเดือน เราจะเก็บไซส์ของคุณไว้ และส่งเสื้อผ้าชุดใหม่ไปเพิ่มให้อีก พยายามอย่าให้รูปร่างเปลี่ยนนะ อย่างนี้เพอร์เฟ็กท์สุด ๆ แล้ว”

“คุณแม็คคาร์ธี่ต้องพอใจมากแน่ ๆ “

จิลเลี่ยนมองเงาสะท้อนในกระจกบานยาว รู้สึกเหมือนไม่ใช่ตัวเอง กลับดูเป็นหญิงสาวในชุดทำงาน ผมยาวสลวยของเธอ ถูกถักเปีย และรวบเกล้าเก็บไว้ในตาข่ายครอบมวยผมลูกไม้สีดำ ไรผมเล็ก ๆ ที่อยู่เหนือหน้าผาก ไรหู และต้นคอ ทำให้เธอดูอ่อนหวานขึ้น  เธออยากรู้เหมือนกันว่า คุณแม็คคาร์ธี่จะให้คะแนนพอใจ ที่ต้องทิ้งเสื้อแจ็คเก็ต กางเกงยีนส์ตัวโปรดของเธอเท่าไร

“อ่อนวัยหรือ นี่ถ้ามีแว่นสายตา เธอคงเริ่มเหมือนครูสอนวิชาวรรณคดีวัยเจ็ดสิบในวิทยาลัยจริง ๆ “ เด็กสาวปัดความคิดเป็นเรื่องขำ ๆ ขณะที่แอนนาส่งแว่นกันแดดที่ดูนำสมัยให้ เหมือนจะเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เธอรู้สึกมั่นใจกับเสื้อผ้าในชุดแบบนี้

“อึมม์ ขอบคุณค่ะ ค่อยรู้สึกเป็นตัวเองหน่อย”

จิลเลี่ยนอมยิ้ม นึกสนุกแก้เครียด เธอขยับตัว หมุนซ้ายหมุนขวาหน้ากระจก พยายามทำท่า ยกแขนพอยท์เท้าให้เหมือนนางแบบตามหน้านิตยสาร จนทั้งสเตฟานและแอนนาหัวเราะคิก แต่พอเด็กสาวหันตัวกลับมาอีกที ชายหนุ่มเจ้านายของเธอก็ยืนอยู่ตรงหน้า ปรบมือเบา ๆ  เขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อไร สายตาที่ส่งกลับมา เหมือนบ่งบอกความพึงพอใจ แต่มันกลับให้เธอรู้สึกประหม่า หน้าแดง ตัวร้อนขึ้นวูบ ๆ เสียอย่างนั้น

“เยี่ยมจริง ๆ ผมว่าเราพร้อมกับการเดินทาง ไปทำงานต่อกันเสียที แอนนา สเตฟาน ขอบคุณคุณทั้งสองคนมาก แล้วคงได้พบกันอีก”

แม็คคาร์ธี่กล่าวลา ก่อนเดินออกไปจากห้อง มีพนักงานสนามบินสองสามคนเดินเข้ามาพร้อมกับรถเข็นเพื่อขนกระเป๋าเสื้อผ้า คราวนี้จิลเลี่ยนได้สติรีบกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ร้านเสื้อทั้งสองคน ก่อนรีบสาวเท้าก้าวตามชายหนุ่มออกไป

แน่นอน รองเท้าคัทชูส้นสูง กับกระโปรงทรงแคบแบบนี้เธอคงต้องใช้เวลาคุ้นเคยกับมันอีกนาน และต้องไม่ล้มคว่ำบาดเจ็บก่อนได้ทำงานจริงจัง



จิลเลี่ยนอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นกับเครื่องบินส่วนตัวลำหรู เธอไม่คิดมาก่อนว่าจะมีโอกาสได้ขึ้นมานั่งแบบนี้ ภายในเครื่องเหมือนกับห้องทำงานเคลื่อนที่ มุมโซฟานั่งสบาย ๆ อยู่ด้านหนึ่ง ด้านที่เธอและเจ้านายนั่งนั้นเป็นที่นั่งเหมือนในห้องผู้โดยสารเครื่องบินปกติ แต่เบาะนุ่มสบายผิดกันชนิดคนละเรื่อง ด้านในมีมุมนอนเป็นส่วนตัว ห้องเตรียมอาหาร และห้องน้ำ พนักงานต้อนรับดูแลประจำเครื่องเป็นหญิงสาวสวยสองคน กัปตันและนักบินผู้ช่วยอีกสองคน เหมือนจะได้ไม่เหงาระหว่างการเดินทาง

“ยังไงคุณพักผ่อนก่อน นอนให้เต็มที่ ใกล้ถึงแล้วผมจะปลุก แล้วเราค่อยคุยกันเรื่องงานเป็นจริงเป็นจังอีกทีเมื่อถึงแดนดิไลออนแล้วกัน”

ตลอดเส้นทาง จิลเลี่ยนไม่แน่ใจนักว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน แต่ดูเหมือนจะมากกว่า 6 ชั่วโมง เธอจำได้ว่า หลังจากที่ทานอาหารว่าง เธอก็เผลอหลับไปอยู่หลายรอบ คงเพราะที่ตาค้าง ไม่ได้หลับเป็นเรื่องเป็นราวมาตั้งแต่เมื่อคืน  บางช่วงที่ลืมตาขึ้นมา แม็คคาร์ธี่ชวนเธอพูดคุยเรื่องทั่ว ๆ ไปบ้าง เขาเดินคุยโทรศัพท์บ้าง หยิบโน้ตบุ้คออกมาทำงานบ้าง

เธออดไม่ได้จะสังเกตผู้ชายตาสีเขียวอมฟ้าน้ำทะเลคนนี้ ผมสีน้ำตาลเข้ม รูปร่างสูงโปร่ง ผิวเข้มที่คงผ่านจากการอาบแดด หรือเล่นน้ำทะเล หรืออยู่กลางแจ้งบ้างพอสมควร ไม่ได้ขาวซีดจนดูน่ากลัว หากมิโกะมาเห็น เธอคงจัดเขาอยู่ในเกณฑ์หนุ่มยุโรปหล่อคนหนึ่งทีเดียว

จิลเลี่ยนอยากเดาอายุของเขาก็กลัวพลาด คนต่างชาติมักดูแก่เกินอายุจริง ๆ ยิ่งผู้ชายตรงหน้าบางทีก็ดูสุขุมจนน่าจะเดาอายุซัก 40 อัพ แต่บางมุมก็ดูเหมือนอายุแค่ 30 ต้น ๆ  เด็กสาวนั่งเดาอายุ หาเหตุผลมาสนับสนุนในใจ ซึ่งนั่นก็ฆ่าเวลาให้ผ่านไปได้เป็นชั่วโมง

บุคลิกของแม็คคาร์ธี่ดูอบอุ่น โดยเฉพาะน้ำเสียงเวลาที่เขาพูดไม่ว่ากับเธอ หรือพูดปกติกับคนอื่น เต็มไปด้วยความห่วงใย ใส่ใจ รอยยิ้มชวนฝัน ดูมีเสน่ห์ จนบ่อย ๆ ที่เธอจะรู้สึกเขิน ๆ เวลาเขามองมาตรง ๆ
เธออยากแสดงความกระตือรือร้น พูดคุยกับเขาเรื่องงาน แต่สมองและดวงตาของเธอก็อ่อนล้าเต็มที เมื่ออยู่ในบรรยากาศเงียบ อุณหภูมิกำลังสบาย มีเพลงบรรเลงเบา ๆ  ปุยเมฆและสีฟ้าสดใสนอกหน้าต่าง ก็ทำให้เธอหลับยาวไปอีกครั้งอย่างง่ายดาย

   

พนักงานให้บริการบนเครื่องปลุกจิลเลี่ยนเมื่อเครื่องบินลดระดับ เธองัวเงียอยู่ครู่หนึ่ง กว่าจะตั้งสติว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ที่ไหน ก่อนจะละล้าละลังลงจากเครื่องบินตามแม็คคาร์ธี่เข้ามายังอาคารตรวจเอกสารกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง  ไม่มีการซักถามอะไรมาก และเมื่อเรียบร้อย แทบจะไม่เสียเวลา เจ้านายของเธอก็พาเดินออกมายังสนามบินอีกฟากหนึ่ง

“เพื่อเซฟเวลา เราจะไปต่อด้วยเครื่องบินเล็ก ไว้วันหลังผมจะพาคุณนั่งเรือแล้วมาเที่ยวนีซกัน คุณคงน่าจะชอบ”

เด็กสาวได้แต่ทำตาโต และยิ้ม ๆ เธออยากบอกว่าเธอยังงุนงงกับสถานภาพของตัวเองอย่างเหลือเกิน เพียงแค่หนึ่งวันเธอผ่านสิ่งต่าง ๆ มาอย่างเหลือเชื่อ มันดูจะเหมือนเกินกว่าความฝัน และแทบไม่น่าจะใช่ความจริง แต่มันก็คือความจริง น่าเสียดายที่ทุกอย่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว

จากเครื่องบินส่วนตัวลำโต มาเป็นเครื่องบินเล็กสี่ที่นั่ง พร้อมนักบิน วิวของเมืองริมทะเล และท้องทะเลด้านล่าง ทำให้เธอหายงัวเงียเป็นปลิดทิ้ง  ไม่ถึงยี่สิบนาที แมคคาร์ธี่ชี้นิ้วมาทางด้านหน้าต่างของเธอ ดวงตาสีเขียวอมฟ้าเป็นประกายสดใส รอยยิ้มแห่งมิตรภาพอยู่บนหน้าเจ้าของ ซึ่งจิลเลี่ยนรู้สึกได้ทันที

“แดนดิไลออนคลับ ยินดีต้อนรับครับ”

เพียงเวลาไม่ถึงชั่วโมงเธอก็เริ่มเห็นเกาะรูปร่างเหมือนผีเสื้อสีเขียว ๆ อยู่เบื้องหน้า เครื่องบินวนรอบ เกาะอยู่สองรอบ ราวกับกำลังเชื้อเชิญต้อนรับเธออยู่จริง ๆ ทำให้เด็กสาวมีเวลามองอนาคตของตัวเธอบนอาณาเขตผืนที่กว้างใหญ่เบื้องล่าง ซึ่งคงไม่อาจเดินสำรวจโดยรอบได้ภายในวันเดียว

จิลเลี่ยนรู้สึกตระการตา หัวใจพองโต ตื่นเต้นกับความสวยงามของภาพที่เห็นตรงหน้า  ความเขียวชอุ่มของป่า เนินทุ่งหญ้าเขียวขจี  เนินเขา ผาหย่อม ๆ  ทุ่งกว้างสีเหลืองของดอกแดนดิไลออน  และผืนน้ำสีฟ้า ฟองคลื่นสีขาว  ท่ามกลางธรรมชาติที่งดงาม แทรกตัวด้วยสิ่งก่อสร้าง โดดเด่นด้วยอาคารกระจกสีขาวดูทันสมัย ถัดมามีสระว่ายน้ำสีฟ้าขนาดใหญ่  อีกด้านหนึ่ง เป็นแมนชั่นหรู บ้านพัก สระว่ายน้ำขนาดเล็ก และเรือนแถวกระจายอยู่ห่าง ๆ สองสามหลัง ทั้งหมดที่เห็น ทำให้เธอเริ่มรู้สึกว่าตัวเองหดเหลือนิดเดียว
   
“อาคารกระจกตรงนั้นจะเป็นห้องทำงาน และที่พัก  พนักงานบางส่วนจะแยกพักอยู่บริเวณเรือนแถวนั่น  ส่วนแมนชั่นท้ายเกาะติดกับสนามบินจะเป็นที่พักของผู้ลงทุน ผู้บริหาร และลูกค้าพิเศษของแดนดิไลออน คืนนี้คุณคงได้พบกับพวกเขาบางคน”
   
“ไม่น่าเชื่อ จะมีที่หรูหรา ตระการตาใหญ่โตขนาดนี้ กลางทะเล ห่างไกลเมืองแบบนี้”
   
“มันเป็นความภูมิใจของพวกเราทุกคน”
   
น้ำเสียงของเขาบอกอย่างนั้น แต่สิ่งที่เห็นในสายตาของเขานั้น มันบอกถึงความภูมิใจของตัวเองมากที่สุด
   
“นอกจากความภูมิใจแล้ว ผมพูดได้เต็มปากว่า ผมมีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่... ในตอนนี้”
   
แต่คราวนี้เด็กสาวรู้สึกได้ทันทีทั้งเสียงที่แผ่วลงในตอนท้าย สายตาที่เหม่อมองออกไปด้านหน้า พร้อมกับเสียงถอนหายใจเบา ๆ จากท่าทีของเขา เธอมั่นใจว่าเขาต้องมีอะไรบางอย่างที่ไม่ค่อยดี ซุกซ่อนอยู่ในใจแน่ ๆ …
   

เหมือนอย่างที่เขาบอกไว้บนเครื่องบิน หลังจากเครื่องลงจอด มีเจ้าหน้าที่ขับรถกอล์ฟไฟฟ้ามารับ  บางความรู้สึกเหมือนอยู่บนเกาะลับ ที่มีห้องทดลองของหน่วยงานราชการอย่างที่เคยเห็นบ่อย ๆ ในหนัง เพราะโดยรอบดูเงียบเชียบ มีแต่ป่าละเมาะ ไม่ใช่เกาะรีสอร์ตท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยผู้คน เวลาที่เธอมาถึงบ่ายคล้อยเกือบเย็นแล้ว พนักงานคงต่างง่วงอยู่กับการทำงาน หรืออาจจะกลับที่พักไปพักผ่อนแล้ว

“กระเป๋าของคุณจะตามไปคอยที่ห้องพัก  แต่เราจะแวะไปดูที่ทำงานก่อน แล้วส่งคุณเข้าห้องพัก ก่อนสองทุ่มดินเนอร์มื้อเย็นค่อยพบกันอีกที”

แม็คคาร์ธี่บอกโปรแกรมของวันนี้อย่างคร่าว ๆ เธอได้แต่ยิ้มและพยักหน้ารับทราบ เพียงชั่วอึดใจทั้งเขาและเธอก็มาถึง อาคารกระจกรูปตัวแอล 3 ชั้น สีขาว เป็นอาคารกระจกดูทันสมัย ภายในตกแต่งด้วยผ้าม่าน โคมไฟ ภาพวาดยุควิคเตอเรียน ทำให้ดูหรูหรามากยิ่งขึ้น แต่ในความรู้สึกของเธอมันช่างเงียบเชียบมากมาย   
   
จิลเลี่ยนพยายามข่มความรู้สึกตื่นเต้น ประหม่าของตัวเอง แต่เธอก็ปฏิเสธตัวเองไม่ได้ ความมั่นใจในตัวเองเริ่มกะพริบเป็นสัญญาณเตือนว่าพลังอ่อนเหลือน้อยเต็มที
   
“กลัวหรือ ที่นี่ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก  สักพักเดี๋ยวก็คุ้น มาสิ ผมจะพาคุณไปรู้จักกับคนอื่น ๆ กับการทำงานก่อน ”
   
น้ำเสียงอ่อนโยนนั้น ช่วยทำให้เธอผ่อนคลายลงไปได้เยอะ ดวงตาสีเขียว และรอยยิ้มนั้นทำให้หัวใจเธอฟูขึ้น ความมั่นใจเริ่มกลับมามีพลัง ตั้งใจเตรียมพร้อมกับการทำงานขึ้นอีกครั้ง...
   
เด็กสาวให้สัญญากับตัวเองว่าจะเรียนรู้ระบบ และคุ้นเคยกับสิ่งรอบตัวใหม่โดยเร็วที่สุด ชายหนุ่มพาเธอขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นสาม ด้านขวามีประตูห้องต่อเนื่องอยู่หลายบาน อีกด้านเป็นกระจกบานยาว ตลอดทางเดินดูเงียบ ๆ หากไม่มีเสียงเพลงบรรเลงที่ดังออกมาเบา ๆ หรือถ้าไม่เพราะแสงสว่างอ่อน ๆ ที่ผ่านกระจกเข้ามา ซึ่งถ้าเป็นตอนกลางคืนแล้วคงวังเวง น่ากลัวอยู่ไม่น้อย 
    
แม็คคาร์ธี่พาเธอมาหยุดหน้าห้องหนึ่งก่อนสุดทางเดิน เขาหันมามองเธออีกครั้ง ก่อนกดปุ่มปลดล็อกประตู และเชื้อเชิญให้เธอก้าวเข้าไป และในทันทีที่ประตูเลื่อนเปิดออก ภาพของกลุ่มคนกับการทำงานที่ปรากฎให้เห็นอยู่ตรงหน้า ทำให้เธอต้องหาข้อมูลในสมองมาอธิบายเพิ่มให้ตัวเองมากมาย ความรู้สึกเหมือนเอกสารที่อ่านไปเมื่อเช้ากำลังหวนกลับมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว...
    
จิลเลี่ยนกะพริบตาถึ่ ๆ เฝ้ามองการทำงานที่กำลังดำเนินไปอย่างเงียบ ๆ พยายามจะปรับตัวเองให้เข้าใจ แต่หัวใจของเธอก็เหมือนถูกกระตุกอยู่ตลอดเวลา ก่อนจะรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว เมื่อความคิดจะเริ่มปะติดปะต่อให้เข้าใจอย่างชัดเจน…

   

**โปรดติดตามอ่านในบทต่อไป**


หน้า: [1] 2 3 ... 8