กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
1 กลิ่นร่ำ / รัญชิดา / Re: ขยี้รักจอมบงการ บทที่ 4.1
« กระทู้ล่าสุด โดย รัญชิดา เมื่อ พฤศจิกายน 15, 2018, 12:09:02 AM »
ลีโอเป็นคนแข็ง55555555555

ไม่ค่อยหื่นเลยพ่อคุณเอ๊ย
2
1 กลิ่นร่ำ / รัญชิดา / Re: ขยี้รักจอมบงการ บทที่ 4
« กระทู้ล่าสุด โดย รัญชิดา เมื่อ พฤศจิกายน 14, 2018, 11:39:59 PM »
หูยยยยยยยยยย คุณแม่
3
1 กลิ่นร่ำ / รัญชิดา / กำราบรักจอมอสูร >>>บทที่ 4 คนขี้เซา (จบตอน)<<<
« กระทู้ล่าสุด โดย รัญชิดา เมื่อ พฤศจิกายน 12, 2018, 09:07:43 PM »
   ชินดนัยออกมาจากห้องในสภาพเรียบร้อย เขามองหาพิราอรเป็นอันดับแรก ทว่าความเงียบเป็นคำตอบได้ดีว่าเธอไปแล้ว หากแต่กลิ่นหอมของอาหารเรียกร้องให้เขาเดินไปที่มุมทำครัวเล็กๆ

   “ฉู่ฉี่แซลมอน อือ...แม่ชีเลือกได้ไม่เลวแฮะ” ชายหนุ่มพยักหน้าพอใจกับข้าวที่พิราอรเตรียมไว้ให้ มีกระดาษโน้ตใบน้อยวางอยู่ข้างจาน

   “ในตู้เย็นมีแต่อาหารแช่แข็ง ไม่มีของสด ฉันเลือกเอาฉู่ฉี่แซลมอน เพราะเสียงท้องคุณร้องคำรามขนาดนั้น เบากว่านี้กลัวว่าจะไม่อิ่ม หมดหน้าที่แล้ว ฉันกลับห้องนะคะ”

   ชินดนัยยิ้มกว้างขณะมองดูรูปวาดผลลูกพีชทรงกลมปลายผลเรียวและลายมือเป็นระเบียบเรียบร้อยของพิราอรผู้ทรงศีล รีบวิ่งกลับห้องไปคงไม่มีเหตุผลอื่นใดหรอกนอกจากไม่อยากอยู่ใกล้เขา

   ชายหนุ่มผิวปากเป็นทำนองเพลงรักพร้อมถือจานข้าววางบนโต๊ะ เดินไปเปิดตู้เย็นเอาขวดน้ำออกมาเทใส่แก้ว แล้วนั่งลงเริ่มลงมือจัดการอาหารที่เธอเตรียมไว้ให้ มีรอยยิ้มผุดพรายขณะตักข้าวใส่ปาก


   อันที่จริงชินดนัยไม่ได้มีธุระสลักสำคัญกับใคร เขาแค่แวะเอาของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ไปมอบให้กับรัฐมนตรีคนหนึ่งตามคำสั่งของเดชทัต เสร็จแล้วก็มานั่งจิบกาแฟกับสาทิต ที่บอกพิราอรไปอย่างนั้นก็เป็นแผนล่อเธอมาให้เขาแกล้งหยอกเล่น เขาตื่นตั้งแต่เธอเปิดประตูห้องนอนเข้ามาแล้ว เล่นเข้ามาถอนหายใจดังเฮือกๆ ใครจะไม่ตื่น เขาเป็นคนหลับง่าย แต่ก็หูไวใช้ได้อยู่

   คลุมโปงรอตั้งนานกว่าจะส่งเสียงหวานเรียกขานปลุก เขาต้องนอนกลั้นหัวเราะเกือบจะแย่ หน้าตาของลูกเลี้ยงน้านันท์ตลกชะมัดตอนเห็นเขานอนตัวเปล่า หวังว่าเธอคงไม่เก็บเอาไปฝันร้ายหรอกนะ เวลาได้แกล้งให้พิราอรสมาธิกระเจิงทำอะไรไม่ถูก เขารู้สึกสนุกจริงๆ

   “ผมว่าวันนี้ดูคุณชินอารมณ์ดีเป็นพิเศษนะครับ มีอะไรที่ผมต้องร่วมยินดีด้วยหรือเปล่า”

   ชินดนัยอมยิ้ม ส่ายหน้า โบกมือปฏิเสธ “จะมีอะไร นอกจากนายจะต้องดูแลผับของฉันที่ภูเก็ตให้ดี”

   “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกครับ แต่ทางนี้สิ ไม่มีผม คุณชินแน่ใจนะครับว่าจัดการได้”

   “น้อยๆ หน่อยทิต ก่อนฉันจะมีนาย ฉันก็จัดการอะไรด้วยตัวเองทั้งนั้น”

   “แต่ผมอยากอยู่ช่วยคุณชินนะครับ” สายตาของสาทิตออดอ้อน

   ชินดนัยหรี่ตามองหน้าคนสนิท ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างรู้ทัน ไอ้หมอนี่ทำท่าจะรู้ดีเกินไปแล้ว

   “พูดมากอยู่ได้ ไหนของที่สั่งให้ซื้อมา” ชายหนุ่มเบี่ยงประเด็นไปเรื่องอื่น

   “นี่ครับ ไร้สาย ใส่สบาย ไม่เกะกะ รำคาญ ระบบปฏิบัติการดีเยี่ยม”

   ชินดนัยแกะกล่องดูของข้างใน ก่อนใส่มันกลับไปตามเดิม “ขอบใจมาก แล้วนายจะกลับภูเก็ตวันไหน”

   “ตอนแรกผมว่าจะอยู่ช่วยคุณชินสักอาทิตย์ แต่เสียดายคุณลูกพีชยังไม่พร้อมเริ่มงาน ผมคงรอดูคุณชินสอนงานสาวไม่ไหว อีกอย่าง...”

   “กลับวันไหนทิต”

   “พรุ่งนี้ครับ” สาทิตยิ้มจนตาหยี ขืนพูดต่อมีหวังได้โดนเตะ

   “เออ...ก็แค่นั้น พูดอะไรไปเยอะแยะ หนวกหู คืนนี้ก็ไม่ต้องตามฉันไปที่บาบิโลนหรอก นอนพักที่โรงแรมนั่นแหละ เดี๋ยวฉันไปเอง”

   “คร้าบบบบ”

   ชินดนัยปรายตามองราวกับจะค้อน ยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะลุกขึ้น เป็นสาทิตที่มองเจ้านายอย่างงุนงงตามไม่ทัน

   “จะไปแล้วเหรอครับ”

   “เออสิ ก็เสร็จธุระแล้ว นายก็กลับไปเถอะ นานทีได้พักก็พักซะ ถ้ามีอะไรก็โทรหาฉันได้ตลอด”

   สาทิตมองตามชินดนัยจนออกจากร้านไป ตั้งแต่เจอกับคุณลูกพีชโดยบังเอิญที่บาบิโลนคืนนั้น เจ้านายของเขาก็ดูจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ผู้หญิงน้อยคนนักที่จะมีผลต่อความคิดของเจ้านาย แต่คุณลูกพีชกลับทำให้ชินดนัยทำอะไรที่สาทิตคาดไม่ถึง ก็เห็นทำเป็นบ่นค่อนขอดว่าสาวเจ้างั้นงี้ แต่ของที่สั่งให้เขาไปหามาน่ะ มันแสดงว่าเจ้านายห่วงใยเธอชัดๆ

   แยกกับสาทิตแล้ว ชินดนัยกดโทรศัพท์โทรพิราอรทันที อาทิตย์หน้าเหรอ เฮอะ! เขาไม่ใจดี นอนตีพุงรอเธอได้นานขนาดนั้นหรอก หากเธอมีงานคงค้างเหลืออยู่ เขาจะช่วยจัดการให้เอง ชายหนุ่มรอสายไม่นานก็ได้ยินเสียงหวานตอบรับนุ่มนวล

   “สวัสดีค่ะ”

   “กราบนมัสการครับแม่ชี”

   “คุณชิน!”

   “ครับ ผมเอง ชินดนัย คนดี คนเดิมของลูกพีช”

   เสียงถอนหายใจเฮือกที่เขาเริ่มจะคุ้นหูดังมาตามสาย ได้ยินก็อดหัวเราะไม่ได้ ลูกเลี้ยงน้านันท์ยั่วง่าย ก็ไหนว่าแอบไปฝึกสมาธิกับแม่บ่อยๆ เจอคนบาปอย่าเขาเข้าไป ขันติที่ฝึกมากลายเป็นขันแตกไปเสียแล้ว

   “ถ้าคุณไม่มีธุระสำคัญอะไร ฉันวางนะคะ”

   “เดี๋ยวสิ ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน”

   “เพิ่งกลับจากมูลนิธิค่ะ กำลังจะไปบ้าน เมื่อวานฉันลืมของไว้ที่นั่น”

   “แสดงว่าคุณก็ต้องผ่านคอนโด โอเคงั้นแวะมารับผมไปบ้านด้วยนะ พอดีมีเรื่องอยากปรึกษากับน้าเดช”

   “ก็แล้วทำไม คุ...”

   ชินดนัยกดวางสายโดยไม่สนใจฟัง พลางส่งจูบ ทิ้งท้ายกับหน้าจอที่ถูกตัดสัญญาณไปแล้ว

   “บายยยยยย”
   


   พิราอรจอดรถอย่างหงุดหงิด ปกติเธอเป็นคนที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดี แต่ช่วงนี้ต้องมีเหตุให้หัวเสียไม่หยุด กลับมาถึงคอนโดแล้วโทรหาเขานับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับ เธอตัดสินใจโทรหาชินดนัยอีกครั้งรอจนกระทั่งเสียงสัญญาณกลายเป็นให้ฝากข้อความ

   พอกันที!

   โทรศัพท์ในมือถูกกำแน่น หญิงสาวมองไปยังช่องจอดรถไม่ไกลกันนักก็เห็นว่ารถเขายังจอดอยู่ แสดงว่าไม่ได้ไปไหนแล้วทำไมถึงไม่ยอมรับสายเธอ สั่งให้มารับ ก็มาแล้ว นี่คงไม่ต้องให้เธอขึ้นไปอัญเชิญถึงห้องหรอกนะ

   “ทำไมฉันต้องมาเจอะมาเจอกับคนบ้าๆ อย่างคุณด้วยนะ ชินดนัย!”

   ความอดทนของพิราอรสิ้นสุดลง เธอเปิดประตูรถ เดินเร็วๆ ไปขึ้นลิฟต์ สัญญากับตัวเองว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้าย เธอจะไม่สนใจเขาอีกและหากเขาคิดจะทำอะไรรุ่มร่ามกับเธอไม่ว่าจะความจริงหรือความฝัน เธอจะจัดการกับเขาขั้นเด็ดขาด

   ทันทีที่ลิฟต์เปิดพิราอรก็เดินไปทางห้องของชินดนัย คีย์การ์ดของเขาอยู่ในกระเป๋า เธอแตะมันเพื่อปลดล็อคประตู และผลักเข้าไปโดยไม่เสียเวลาเคาะ ทั้งห้องว่างเปล่าสภาพไม่ต่างจากเมื่อเช้าที่เธอเข้ามา

   “คุณชิน”

   ไม่มีเสียงขานรับ หญิงสาวตัดสินใจเดินไปที่ห้องนอนและลองเปิดประตูดู มันไม่ได้ล็อคเหมือนเดิม ชินดนัยอยู่บนเตียง นอนหลับตานิ่ง โทรศัพท์วางอยู่ไม่ห่าง ดูจากท่านอนแล้วเจ้าตัวคงเผลอหลับไป เธอหยิบโทรศัพท์เขาขึ้นมาดูแล้วก็ได้คำตอบ

   “เล่นปิดเสียงไว้แบบนี้ จะรู้ได้ไงว่าใครโทรหา”

   เสียงหายใจเป็นจังหวะสม่ำเสมอบอกกับเธอว่าไม่ควรปลุกเขา คงจะเพลียมากถึงหลับไป วิถีชีวิตคนทำงานกลางคืน พ่อเธอก็เป็น ยังจำได้ว่าแม่คอยกำชับเสมอว่าห้ามเสียงดังรบกวนพ่อ ให้พ่อได้นอนพักเต็มที่

   พิราอรนั่งลงบนเตียงมองชายหนุ่มกำลังนอนหลับตาพริ้ม นอนนิ่งๆ อย่างนี้ดูไม่มีอันตราย แต่พอลืมตาขึ้นมาเมื่อไร ก็ชอบทำให้เธอโมโห ตอนเด็กชินดนัยออกจะน่ารัก คอยดูแลเป็นเพื่อนเล่นกับเธอราวกับพี่ชาย พอมาเจอกันตอนนี้ เธอไม่นึกอยากให้เขาเติบโตขึ้นมาเลย หญิงสาวช่วยดึงผ้าห่มคลุมให้ ตั้งใจจะกลับห้องแต่ถูกคนหลับคว้ามือเอาไว้

   “คุณมาแล้วเหรอ” เขาถามเสียงอู้อี้ ไม่ยอมขยับ จะมีแต่เพียงมือที่จับหญิงสาวไว้เท่านั้น

   “อือ...คุณง่วงก็นอนต่อเถอะ ฉันไม่กวนแล้ว”

   ชินดนัยบิดกายอย่างเกียจคร้าน หน้าตายังงัวเงียเพราะนอนไม่เต็มที่ แต่เมื่อพิราอรแวะมารับแล้ว เขาก็ไม่ควรจะป่วนเธอไปมากกว่านี้

   “ออกไปนั่งรอผมข้างนอกนะ เดี๋ยวผมล้างหน้าล้างตาเสร็จแล้วเราจะได้ไปบ้านใหญ่กัน”

   หญิงสาวพยักหน้า ดึงมือออกจากการเกาะกุมแล้วเดินออกไปจากห้อง นั่งรอเพียงไม่นานชินดนัยก็ออกมา คราวนี้เป็นคุณชินดนัยเจ้าสำราญขนานแท้ รอยยิ้มของเขาทำให้พิราอรต้องรีบเปลี่ยนไปมองอย่างอื่นแทน

   “ไปกันเถอะ”

   เธอลุกขึ้นตามคำชวน ชินดนัยดูสดชื่นแต่ก็ยังมีร่องรอยที่บอกว่าพักผ่อนไม่เพียงพออยู่ หนุ่มสาวมุ่งหน้าไปบ้านธุวพร ชายหนุ่มเปิดประตูไปนั่งด้านข้างของคนขับประกาศตัวเป็นผู้โดยสาร พิราอรรู้อยู่แล้วว่าต้องออกมาสภาพนี้ ยังไงเธอก็ไม่ปล่อยให้เขาขับรถหรอก

   “ฉันเป็นขาซิ่งนะจะบอกให้” เธอแกล้งบอกขณะดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาด และชินดนัยเองก็ทำเหมือนกัน แต่พอคาดเสร็จเขาก็ส่งยิ้มกว้างให้แล้วบอกว่า

   “เหยียบให้มิดเลยก็ได้ ผมไม่มีปัญหา เพราะว่าจะนอนต่อ ตั้งใจขับรถนะ”

   พิราอรไม่นึกว่าจะเจอไม้นี้ พอปรับเบาะได้ตำแหน่งที่พอใจแล้ว อีกฝ่ายก็หลับตา ทิ้งให้เธอนั่งเหวอ

   “ถ้าจะง่วงขนาดนี้ กลับไปนอนดีกว่าไหม”

   “ถ้ากลับเข้าห้องพร้อมกับคุณอีกครั้ง กลัวว่าจะทำอย่างอื่นจนไม่ได้นอนนะสิ”

   ชินดนัยพูดทั้งที่ยังหลับตา ทว่าพิราอรก็ยังอุตส่าห์เข้าใจความนัยที่เขาต้องการจะบอก นี่เขาชักจะหมกมุ่นเกินไปแล้ว     

   โกธํ ทเมน อุจฺฉินฺเท...พึงตัดความโกรธด้วยความข่มใจ

   หญิงสาวได้แต่สะกดโทสะที่แล่นขึ้นมาเป็นริ้วๆ

   “ถ้าพูดไม่เข้าหู ฉันจะจอดทิ้งคุณไว้กลางทาง”

   ชินดนัยหัวเราะหึๆ กอดอก หลับตา ตะแคงข้างในพื้นที่คับแคบ แต่ก็ยังตอบกลับอย่างมั่นใจ

   “ไม่ได้แอ้มผมหรอก”

    ผู้คนในบ้านธุวพรดูจะตื่นเต้นกันใหญ่ที่เห็นคุณหนูลูกพีชขับรถมากับคุณชิน โดยเฉพาะพัชนันท์ถึงกับยกมือขยี้ตาเพ่งมองให้ชัดว่าลูกเลี้ยงกับหลานชายตัวแสบเดินเข้าบ้านมาพร้อมกัน

   “ทำไมถึง...”

   “คุณชินเขารู้ว่าพีชจะเข้ามาเอาของเลยขอติดรถมาด้วยค่ะ” พิราอรบอกแม่เลี้ยง ก่อนจะหันไปทางคนที่มาด้วย “คุณมีอะไรจะคุยก็คุยเถอะ ฉันขอไปหาป้าแก้วในครัวก่อน”

   “เดี๋ยวสิลูก” เดชทัตเองก็ดีใจที่ลูกสาวมาบ้านสองวันติด “มานั่งคุยก่อนก็ได้”

   “ไม่ดีกว่าค่ะ เขามีเรื่องอยากปรึกษาพ่อกับน้านันท์ บางทีอาจเป็นเรื่องสำคัญ พีชขอไปเอาของที่ลืมไว้ก่อนดีกว่า” พิราอรไม่ฟังเสียงใคร เดินตัวปลิวออกไปจากห้องรับแขก ในนั้นจึงเหลือแค่เดชทัต พัชนันท์และชินดนัย

   “แกมีอะไรงั้นเหรอ”

   “เอ่อ...คือว่า...” ชินดนัยยังไม่ทันได้คิดเรื่องก็ถูกน้าสาวจี้ถาม “อ๋อๆ ผมจะมาบอกน้าเดชครับว่า เรื่องที่ให้ไปจัดการเรียบร้อยแล้ว”

   “แค่นี้”

   “คุณนันท์ก็อย่าไปคาดคั้นหลานนักเลย” เดชทัตปรามภรรยาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

   “คุณดูสิคะว่ามันพิรุธขนาดไหน แค่รายงานเรื่องที่ให้ทำ ไม่เห็นต้องมาด้วยตัวเองเลย แล้วไปทำยังไงถึงได้มากับลูกพีชได้” พัชนันท์สอบสวนหลานชายอย่างเข้มงวด

   “ก็ตามที่ลูกพีชบอก เอ่อ...น้าเดชครับ ท่านโสภณฝากมาบอกว่าเร็วๆ นี้จะมีการตรวจสอบสถานบันเทิงทั่วกรุงเทพฯ ท่านสั่งให้เราเตรียมตัวครับ”

   “จัดการตามเห็นสมควรได้เลย น้าเชื่อว่าเราทำได้ แล้วก็อธิบายให้ลูกพีชเข้าใจด้วย”

   “วันนี้ผมว่าจะชวนลูกพีชไปบาบิโลนด้วยกันครับ”

   “งั้นฉันขอไปด้วย”

   “ถ้าคุณนันท์ไปแล้วใครจะนวดให้ผม” เดชทัตเลิกคิ้วถามภรรยา ทราบว่าเธอเป็นห่วง แต่ทุกคนต้องเติบโตขึ้น พิราอรก็เช่นกัน จะตามไปฟูมฟักชักนำทุกเรื่องเห็นจะไม่เข้าท่า “ปล่อยให้เด็กๆ เขาจัดการกันเถอะ แค่นี้งานคุณก็เยอะจนไม่มีเวลาพักแล้ว ไหนจะต้องดูแลผมอีก”

   “น้าเดชพูดได้ถูกต้อง 100% เลยครับ”

   “ฉันแค่เป็นห่วง แต่ถ้าคุณเดชวางใจ ฉันก็ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ ไปรอที่ห้องนะคะ”

   “อ้าว โกรธจริงหรือนั่น” เดชทัตขำท่าทางกระฟัดกระเฟียดของภรรยา ก่อนจะหันมาพยักหน้าให้กับคนที่นั่งอยู่ “สั่งคนของเราให้ดี โดยเฉพาะตรงทางเข้าอย่าปล่อยให้มีปัญหาเด็ดขาด”

   “ครับ”

   “จริงๆ อยากชวนกินข้าวเย็นด้วยกัน แต่ถ้าจะไปบาบิโลนก็คงจะไม่ยอมอยู่ต่อกันสินะ”

   ชินดนัยทำเพียงแต่ยิ้มรับ จังหวะเดียวกับพิราอรเดินเข้ามาพอดี ในมือของเธอมีโหลคุกกี้ที่พัชนันท์เตรียมไว้ให้

   “ลืมหรือไง” เดชทัตมองโหลคุกกี้แล้วถามลูกสาว

   “ค่ะพ่อ น้านันท์โทรไปบอก ถึงนึกได้”

   “จะไปดูบาบิโลนก็ไปกันเถอะลูก พีชตั้งใจฟังสิ่งที่พี่เขาสอนนะลูก ไม่มีพ่อ ไม่มีพี่ ลูกก็ต้องดูแลมันต่อไปได้”

   “ทำไมพ่อพูดงั้นล่ะคะ แล้วใครบอกว่าพีชจะไปบาบิโลนคืนนี้”

   “ผมบอกเอง ไปกันเถอะ” ชินดนัยเดินมาแย่งโหลคุกกี้เอาไปถือไว้ซะเองแล้ว กล่าวลาน้าเขย “เราสองคนขอตัวก่อนนะครับ”

   เดชทัตพยักหน้าตอบรับ ขณะนั่งมองหลานชายของภรรยาดึงมือพิราอรให้เดินไปด้วยกัน นับเป็นความสนิทสนมที่คงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เขานิยมชมชอบในฝีมือการทำงานของชินดนัยนั้นเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับลูกสาวผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ เขา...ไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น!



ขุ่นพ่อเริ่มไม่ปลื้มแล้วนะฮ้าาาาาาา
คุณชินควรเก็บมือเก็บไม้ให้ดีนะคะ
ด้วยความห่วงใจ จากรัญไงจะใครล่าาาาาา
4
1 กลิ่นร่ำ / รัญชิดา / ขยี้รักจอมบงการ บทที่ 4.1
« กระทู้ล่าสุด โดย กลิ่นร่ำ - copter เมื่อ พฤศจิกายน 10, 2018, 01:34:08 PM »
ธัญเรศยักไหล่รีบเดินออกไปจากจุดที่ยืนคุยกับแม่ของเธอเช่นกัน เหมือนกับว่าอยากไปให้พ้นจากตรงนี้ ทำให้ไม่ได้สนใจว่าใครจะมองมา

ถ้าหญิงสาวสังเกตสักนิด จะเห็นว่ามีชายหนุ่มที่ยืนหลบมุมเลือกเสื้ออย่างพิถีพิถันอยู่ใกล้ๆ นั้น แอบฟังบทสนทนาระหว่างเธอกับแม่ตลอด

ลีโอยิ้มราวกับถูกล็อตเตอรี่รางวัลใหญ่เลยทีเดียว หยิบเสื้อที่แขวนไว้ตัวหนึ่งส่งให้พนักงานขายที่ป้วนเปี้ยนใกล้เขาตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องรีบอีกต่อไปเพราะชายหนุ่มรู้แล้วว่าเขาจะหาธัญเรศได้ที่ไหน ไม่นานเธอจะต้องวิ่งมาหาเขาอย่างแน่นอน

ชายหนุ่มเดินกลับไปยังร้านหนังสือ ป่านนี้เพื่อนรักคงบ่นเป็นหมีกินผึ้ง พอใกล้ถึงร้านหนังสือ ลีโอหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายแดนดนัยที่หน้านิ่วคิ้วขมวดรออยู่

“หายไปไหนมาวะ” แดนดนัยบ่นทันทีที่ลีโอเดินมาใกล้ “ไอ้เราก็นึกว่าจะตามเข้าไปในร้าน เดินหาจนทั่วร้านก็ไม่ยักเจอฝรั่งผมทองสักคน”  เขาจ้องหน้าลีโอ

“หรือแกเดินตามสาวไทยคนไหนอีกวะ”

แม้จะเป็นคำพูดแซวเล่นของแดนดนัย แต่ก็ทำให้ลีโอสะดุ้ง

“ไปกันเถอะ เดี๋ยวคุณลุงจะรอนาน” ลีโอพูดตัดบท

“นั่นไง มีพิรุธ” แดนดนัยยังไม่ยอมเลิกรา “ทำเป็นฝรั่งตรงต่อเวลา อยู่เมืองไทยต้องทำตัวแบบคนไทยโว้ย”

แดนดนัยหัวเราะชอบใจที่เขาไม่เถียง ลีโอทำได้แค่เดินนำก่อนจะหยุด และหันมาบอกเพื่อน

“เดินนำสิ!”

แดนดนัยเดินแซงลีโอ มุ่งตรงไปยังร้านอาหารที่นัดกับพ่อของเขา พอใกล้จะถึงร้าน เขาหยุดชะงักเมื่อเห็นใครยืนคุยกับพ่อของเขาไกลๆ จึงหันหน้าไปบอกลีโอที่เดินตามมา

“คุณธนิดา กรรมการผู้จัดการของพีค เพอร์ฟอร์มานซ์”

ลีโอพยักหน้า เขารู้แล้วว่าเธอคือใคร เพราะเพิ่งเจอกันไม่นานก่อนหน้านี้อยู่กับสาวสวยซึ่งเขาไม่คิดว่าจะเจอกันได้รวดเร็วกว่าที่คิด เขาเลือกจะเงียบไม่บอกเพื่อนแต่อย่างใด

“คนนั้นคงจะมากับคุณธนิดา”

เขาหมายถึงชายหนุ่มที่อ่อนกว่าธนิดาแต่คงจะอายุมากกว่าเขา กำลังมองมายังเขาสองคนราวกับจะหาเรื่อง แต่ยังไม่กล้าบุ่มบ่ามเหมือนจะจำแดนดนัยได้

“อ้าว...มากันแล้ว ผมคงต้องขอตัวก่อนนะครับ”

โยธินพ่อของแดนดนัยพูดขึ้นมาเมื่อเห็นสองหนุ่มเดินยิ้มเข้ามา

“คืนนี้นิดาจะแวะไปที่ผับนะคะ” ธนิดารีบย้ำราวกลับกลัวเจ้าของผับแกงการูจะลืม

“ครับ” โยธินรับทราบ เขาเห็นสายตาที่ลีโอมองไปยังธนิดา

“ผมเกือบลืมแนะนำ ต่อไปคงได้เจอกันอยู่เรื่อย” โยธินมองไปยังลีโอ “ลีโอ นี่คุณธนิดาหุ้นส่วนใหญ่บริษัท พีค เพอร์ฟอร์มานซ์ คุณธนิดาครับ นี่คุณ
ลีโอ แบรนดอน คนหนุ่มไฟแรงที่ปรึกษาของแกงการูผับครับ” โยธินแนะนำทั้งสองฝ่ายให้รู้จักกัน
ธนิดายื่นมือไปสัมผัสมือของลีโอ

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณธนิดา” ลีโอทักทายเป็นภาษาไทย

“ยินดีเช่นกันค่ะ” ธนิดาชะงักไปชั่วครู่ “ว้าว! พูดภาษาไทยได้ด้วย เก่งจังเลยค่ะ” เธอคงจะไม่หยุดคำชื่นชมหากไม่มีเสียงกระแอมจากคนข้างกาย

“คุณลีโอคะ นี่เดชาสามีดิฉันค่ะ” เธอรีบแนะนำคนที่กระแอมทันที

“สวัสดีครับ” เดชาทักทายขึ้นมาก่อน ลีโอเพียงแค่โค้งรับ

“ไปกันเถอะ” แดนดนัยขัดขึ้นมาก่อนบทสนทนาจะยืดเยื้อ

“เร็วๆ นี้คงได้เข้าไปแนะนำตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งครับ”

“คะ?” ธนิดาไม่เข้าใจสิ่งที่ลีโอบอก

“ขอตัวก่อนนะครับ” แดนดนัยรีบลากลีโอให้เดินไปกับเขา โดยมีโยธินเดินตามหลังมา

“คืนนี้เจอกันที่แกงการูนะคะ” ธนิดารีบบอกก่อนที่จะแยกย้ายกัน

   ชายหนุ่มทั้งสามเดินจากไปสักพักแล้ว แต่คุณธนิดายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม คิ้วขมวดราวกับใช้ความคิดอย่างหนัก

   “คุณว่าฝรั่งคนนี้เป็นยังไงบ้าง” เธอถามเดชาที่ยืนเงียบมานาน

   “ก็ดี แต่สายตามันท่าทางเป็นคนเอาเรื่อง ไม่ยอมใครง่ายๆ อยู่นะ”

   “ท่าทางรวยจริงนะ นี่ถ้าได้เป็นลูกเขยคงจะดีไม่น้อย เราจะได้มีทุนไปต่อยอดได้สบาย”

   “นี่คุณคิดจะจับฝรั่งหัวทองนี่รึ ผมว่าน่าจะกินยากอยู่นะ”

   “ก็ดูกันต่อไป ไม่ลองไม่รู้” สาวใหญ่ยักไหล่ “เรากลับกันเถอะ อยากกลับไปนอนสักตื่น คืนนี้จะได้มีแรงไปแก้มือได้”

   เดชาพยักหน้า “ช่วงนี้ดวงไม่ขึ้น แต่โชคอาจจะเข้าข้างเราคืนนี้ก็ได้”
การเงินของธนิดาอยู่ในสภาพที่เรียกได้ว่าเริ่มจะย่ำแย่ จนต้องขายหุ้นบางส่วนของเธอออกไป และคนซื้อก็คือโยธินเจ้าของผับแกงการู ชักชวนมาที่ผับถึงได้รู้ว่าที่นี่มีบ่อนเล็กๆ สำหรับแขกวีไอพีเท่านั้น คืนนี้ได้แต่หวังว่าโชคจะเข้าข้างเขา เดชาเดินตามธนิดาไปยังที่จอดรถ


ผับแกงการู

ภายในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ บนชั้นสามของผับ มีเคาน์เตอร์สำหรับชงเครื่องดื่ม โต๊ะสี่เหลี่ยมจัตุรัสตั้งอยู่กลางห้อง ชายสามคนนั่งอยู่แต่ละด้าน ธนิดาเป็นผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ร่วมวงไพ่นี้ สายตาจ้องสลับระหว่างไพ่ในมือกับใบหน้าของลีโอที่กำลังใช้ความคิด ก่อนจะวางไพ่ใบหนึ่งบนโต๊ะ เธอยิ้มกว้างออกมา หยิบไพ่ใบนั้นขึ้นมา

“เกม!” ธนิดาพูดอย่างลิงโลด พร้อมหงายไพ่ทั้งหมดบนโต๊ะ

“วันนี้ไม่ใช่วันของผมจริงๆ” ลีโอส่ายหน้า

ชิปกองโตถูกเดชากวาดมาวางข้างหน้าธนิดา ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มกับจำนวนชิปมากมายนั้น

วันนี้ธนิดามือขึ้น แต่เดชาที่สลับมาเล่นแทนบ้างก็เล่นได้ไม่แพ้กัน สองสามีภรรยายิ้มเริงร่า ส่งสายตาแทนคำพูด

ฝรั่งไก่อ่อน!

เดชาพยักหน้าส่งสัญญาณให้กับธนิดา

“วันนี้ดิฉันคงต้องขอตัวกลับก่อนนะคะ นี่ก็ดึกมากแล้วสมองเริ่มไม่ค่อยจะทำงาน คนแก่แล้วก็แบบนี้แหละค่ะ”

ลีโอยิ้ม ยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่มอึกใหญ่ วางแก้วเหล้าบนโต๊ะ บริกรประจำห้องรีบหยิบมาเติมเพิ่ม

“แหม น่าเสียดายจังเลยครับ เอาเป็นว่าผมขอเล่นสามตาสุดท้ายนี้หนักๆ หน่อยนะครับ ขอวัดดวงอีกครั้ง”

“ตกลงครับ” เดชาแทรกขึ้นมา ก่อนจะกระซิบกับธนิดา “คืนนี้คุณดวงนี้อยู่แล้ว เราจะได้ไปเที่ยวลาสเวกัสกันก็คราวนี้แหละ”

   แดนดนัยแจกไพ่ให้กับธนิดา ลีโอ เดชา และโยธิน สองสามีภรรยาหน้าตาเคร่งเครียดเมื่อครั้งนี้โยธินเป็นฝ่ายชนะ กองชิปหายไปครึ่ง มายิ้มออกเมื่อธนิดาแก้มือได้ตาที่สอง ต้องมาลุ้นวัดดวงกันตาที่สาม เป็นลีโอที่ชนะ แดนดนัยกวาดชิปทางฝั่งเดชาและธนิดา ไปยังลีโอ

   ใบหน้าเคร่งเครียดของสามีภรรยานักพนันบ่งบอกอารมณ์ได้เป็นอย่างดี

   “กลับเถอะ” ธนิดาบอกด้วยน้ำเสียงห้วน

   “เดี๋ยวสิครับ เอายังงี๊ก็แล้วกัน” ลีโอเลื่อนชิปทั้งหมดไปยังกลางโต๊ะ

   “แต่ฉันไม่มีชิปมากขนาดนั้น เล่นกับคุณไม่ได้แน่”

   “หาอะไรมาเดิมพันสิครับ” แดนดนัยแนะนำ

   “ธัญญ่าไง” เดชากระซิบกับภรรยา “กองนั้นยี่สิบล้านได้นะคุณ”

   “บ้ารึไงคุณ! ยัยธัญญ่าฉันจะเก็บเอาไว้ให้แต่งงานกับเสี่ยรวยๆ ลูกสาวฉันฝันแบบนั้น”

   ธนิดาตอบด้วยเสียงไม่เบานัก ลีโอตาโตด้วยความประหลาดใจกับสิ่งที่ได้ยิน

   “ใครว่าคุณไม่มี” ลีโอทำท่าคิด ก่อนจะยิ้มมีเลศนัย “หุ้น 10% ของพีค เพอร์ฟอร์มานซ์ ดูจะน่าสนใจกว่า”

   ธนิดารู้สึกผิดหวังที่ลีโอไม่มีทีท่าจะสนใจลูกสาวเธอมากกว่าเงินหรือหุ้นที่เขาเสนอ เงินกองโตนั่นมีมูลค่ามากกว่าหุ้นที่ลีโอเสนอให้เอามาพนัน

   “ฉันตกลง”

   ลีโอพยักหน้าให้กับแดนดนัย เพียงไม่นานแดนดนัยก็หยิบกระดาษพร้อมปากกาวางตรงหน้าธนิดา

   “เซ็นโอนลอยเอาไว้เฉยๆ ครับ ถ้าผมแพ้คุณธนิดาก็เอาเงินกองนี้ไปได้เลยพร้อมฉีกเอกสารนี้ทิ้ง ก็เท่านั้น”

   ธนิดา รักษ์สกุล หุ้นส่วนใหญ่ของบริษัท พีค เพอร์ฟอร์มานซ์ในตอนนี้  หยิบกระดาษขึ้นมาอ่าน มันเป็นใบโอนลอยหุ้น จับปากกาเซ็นชื่อตรงที่กากบาทไว้ เซ็นเสร็จเธอจึงเลื่อนใบโอนนั้นไปรวมกับกองชิป

   วันนี้โชคเข้าข้างเธอแน่นอน เธอย้ำกับตัวเองราวกับเรียกพลังใจกลับมา แต่มันไม่เป็นอย่างที่เธอคิด

   แพ้!

   “กลับกันเถอะ” เดชาบอกด้วยอาการหงุดหงิด แสดงออกอย่างเห็นได้ชัด เมื่อจู่ๆ เงินเป็นล้านๆ ที่ควรจะได้กลับหายวับไปกับตา ใครจะคิดว่าดวงดีอยู่แท้ๆ ดันวืดได้

   “เดี๋ยว...” ลีโอท้วง

   ชายหนุ่มหยิบเช็คจากกระเป๋าขึ้นมาเขียนอะไรบางอย่าง พร้อมยื่นส่งให้ธนิดา

   “ยี่สิบล้านบาท!” สาวใหญ่อุทานด้วยความประหลาดใจ ใบหน้างุนงง แววตามีความสงสัย

   “ถือว่าผมซื้อหุ้นสิบเปอร์เซ็นต์นี้ก็แล้วกัน เดี๋ยวจะมาหาว่าผมโกงเอาหุ้น”

   “ไอ้...” เดชาสบถออกมา “มันก็โกงนั่นแหละวะ”

   “เช็คใบนี้ผมลงวันที่ล่วงหน้าหนึ่งเดือน แต่ถ้าเรื่องโอนหุ้นเรียบร้อยก่อนวันดิว ผมจะเปลี่ยนเช็คให้ทันที”

   ธนิดาลังเลกับเงื่อนไขนี้ เธอไม่รู้ความจริงว่าทำไมเขาถึงอยากได้หุ้นบริษัท พีท เพอร์ฟอร์มานซ์นัก

    บรรยากาศในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ไม่เหมือนตอนแรกที่มีการพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ตอนนี้พนักงานออกไปข้างนอกกันหมดตั้งแต่ก่อนเล่นเกมสำคัญนี้จะเริ่มต้นเสียอีก

   “ผมได้ยินมาว่าคุณอยากขายหุ้นนี้อยู่แล้ว ยังไงถ้าอยากจะขายหุ้นส่วนที่เหลือของคุณธนิดาทั้งหมดก็ได้ ผมให้ 50 ล้าน”

   “คุณต้องการหุ้นบริษัทเราไปทำไม เอาล่ะ ฉันจะบอกคุณตรงๆ เผื่อจะเปลี่ยนใจ กิจการเรากำลังย่ำแย่นะ คุณยังจะซื้อหุ้นอีกรึไง”
ธนิดามองหน้าลีโอ ยากที่จะเดาความคิดเขาได้ ต่างจากเดชา สามีเธอที่ร้อนรนเสียจนใครก็ดูออกว่ากำลังวิตกกังวล ลีโอยิ้มที่มุมปาก

   “ผมยังได้ข่าวมาอีกว่า กิจการคุณแย่ลงตั้งแต่สามีคนก่อนคุณเสียไป บางทีเปลี่ยนผู้บริหาร ผมว่ามันน่าจะไปได้ดีนะ”

   เดชาถลึงตาใส่ลีโอแทบจะทะลุออกมานอกเบ้า

   “นี่คุณกล่าวหาว่าผมทำให้บริษัทแย่รึไง เดี๋ยวก็ไม่ขายเสียนี่” เดชาทนไม่ได้

   “ไม่ขายก็เอาเงินมาคืน สามสิบล้าน” ลีโอพูดหน้าตาย

   “ตกลง ฉันขายหุ้นส่วนของฉันสามสิบเปอร์เซนต์ให้กับคุณ” ธนิดาพูดตัดบทขึ้นมา

   ลีโอยิ้มพอใจกับคำตอบ

   “วันสองวันนี้ผมจะเตรียมเอกสารไปหาคุณธนิดาที่บริษัทนะครับ” โยธินที่นั่งเงียบมานานเอ่ยขึ้น แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมลีโอถึงอยากได้บริษัทนี้นัก ตั้งแต่ซื้อหุ้นในชื่อของเขา จนกระทั่งเดี๋ยวนี้

   ลีโอเลื่อนชิปไปให้ตั้งใหญ่

   “นี่ถือว่าเป็นค่ามัดจำในคำพูดผมก็แล้วกันนะครับ ขึ้นเงินได้ทันที”

   เดชารีบกวาดลงตะกร้า เอาไปขึ้นเงินด้านนอกทันที ราวกับกลัวลีโอจะเปลี่ยนใจ

   “ดิฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ ชักมึน เหล้าที่นี่แรงดีนะคะ” ธนิดาเหลียวไปคุยกับโยธา “จะมาวันไหนโทรบอกกันก่อนนะคะ ดิฉันไม่ได้เข้าบริษัททุกวัน”

   พอคุณธนิดาเดินออกไปได้สักพัก บรรยากาศในห้องก็กลับมาสบายๆ แบบเดิม เมื่อแดนดนัยย้ายเครื่องดื่มมาตั้งใกล้ๆ

   “มาๆ ชนนนนนนนนนนนนน” หลังจากแดนดนัยชงเครื่องดื่มให้ทุกคนเสร็จ ก็ยกแก้วไล่ชนแก้วของพ่อและของลีโอ ทุกคนก็ยกแก้วขึ้นดื่ม

   “หลานใจดีเกินไปรึเปล่า” โยธินทักขึ้นทันที

   “ใช่ๆ แกใจดีไปรึเปล่าวะ ให้ไปตั้งยี่สิบล้าน แถมเงินจากชิปอีก” แดนดนัยเห็นด้วย

   “เปล่า พ่อไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น” โยธินบอกแดนดนัย แล้วจึงหันหน้าไปคุยกับลีโอ “ลุงหมายถึงวันนี้หลานเล่นออมมือให้ เสียตลอดในตอนแรก”

   “ฝีมือแกเล่นชนะพ่อตลอด แพ้ให้กับสองคนผัวเมียนี่ ไม่ใช่แกละ” แดนดนัยโวย

   ลีโอหยิบใบโอนหุ้นขึ้นมาดู แม้มันจะยังไม่สมบูรณ์แต่มันก็มีผลที่จะทำอะไรต่อได้ เขาส่งให้กับคุณโยธา

   “ผมฝากจัดการต่อด้วยครับ วันไปพบคุณธนิดาผมจะไปด้วยนะครับ”

   “ได้เลยหลาน วันนี้ลุงขอตัวไปพักผ่อนก่อนแล้วกัน มีอะไรบอกไว้ที่เจ้าแดนได้ หลานจะกลับไปโรงแรมไหม เดี๋ยวลุงไปส่ง ไม่ต้องรอเจ้าแดนมันก็ได้”

   “ไม่เป็นไรครับ ผมจะนั่งดื่มกับแดนหน่อย ไม่ได้คุยกันนานแล้ว”

   “งั้นตามสบาย ลุงไปละ” โยธายกแก้วขึ้นดื่มจนหมดแก้ว ก่อนจะออกจากห้องไป
   
“เดี๋ยวมา ไปส่งพ่อก่อน” แดนดนัยรีบตามไปส่งพ่อเหมือนเช่นทุกวัน
ลีโอเดินไปนั่งที่โซฟารับแขก เอนตัวพิงเบาะ หลับตาใช้ความคิด แม้จะดึกจนล่วงเข้าวันใหม่แล้วแต่เขายังคงไม่ง่วง เพราะได้นอนไปตอนบ่ายๆ หลังจากกินข้าวเที่ยงกับคุณลุงโยธิน และแดนดนัย ตอนนี้ทั้งตาสว่างและสมองตื่นตัว วันนี้โชคเข้าข้างเขาที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่คิดเอาไว้

ผู้หญิงที่เร่าร้อนคนนั้น ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะเป็นคนแรกของเธอ

ยิ่งมาเจอกันแล้ว เขาไม่มีทางปล่อยเธอไปแน่

ใช่! เขาติดใจ เขาจะต้องให้เธอมาซุกอกเขา

ร้องขอความสุขที่เขามอบให้ ไม่ใช่หนีเขาออกมาแบบนี้

ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนที่ทำกับเขาแบบนี้

รู้ถึงไหน อายถึงนั่น ยังโชคดีที่คืนนั้นไม่มีใครรู้เรื่องลึก

   “คืนนี้แกแปลกๆ อย่างที่พ่อบอกจริงๆ เป็นอะไรวะ ฉันว่าแกมีอะไรกับบริษัทนี่นักหนาวะ ถึงอยากได้มากขนาดยอมลงเงินไปตั้งเยอะ” แดนดนัยทักเมื่อเข้ามาแล้วเห็นลีโอกำลังนั่งใช้ความคิด

   “มีสิ” ลีโอไม่ปฎิเสธ “แต่ขอให้สำเร็จก่อน จะเล่าให้ฟัง”

   “เป็นเรื่องดี?” แดนดนัยตั้งคำถาม

   “แน่นอน ใจเย็นเพื่อน เล่าให้ฟังแน่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้”

   “โอเค เพื่อน ว่าแต่คืนนี้เราไปนั่งดริ้งกันในผับดีไหม ได้ดูสาวๆ ด้วย คร่ำเคร่งกระเป๋าเบาไปแล้ว หาอะไรบันเทิงสายตาดีกว่า”

   “แกนี่มันหื่นเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ นะ” ลีโอหัวเราะ เดินตามแดนดนัยออกไป คืนนี้ขอฉลองให้กับแผนการแรกที่สำเร็จไปด้วยดีก่อนเถอะ

   ‘ไม่คิดว่าจะเจอง่ายๆ แบบนี้ จะทำทุกทางเพื่อครอบครองเธออีกให้ได้ และคราวนี้แหละ เขาจะทำให้เธอเรียกหาแต่เขา’

   แค่คิดมันก็ทำให้บางอย่างของเขา “แข็ง” ขึ้นมาได้

   ‘ใจเย็นๆ เจ้าหนู พ่อจะทำให้เจ้าเริงร่า สมหวัง เร็วๆ นี้แน่’



*******
มาต่อบทที่ 4 จนจบ

เชิญแนะนำกันโลด อิอิ

5
1 กลิ่นร่ำ / รัญชิดา / Re: ขยี้รักจอมบงการ บทที่ 4
« กระทู้ล่าสุด โดย กลิ่นร่ำ - copter เมื่อ พฤศจิกายน 10, 2018, 01:27:47 PM »
หม้อไฟ เป็นคำเรียกติดปาก 55555

ภาษาเหนือ เรียกมิเตอร์ไฟฟ้า ว่า หม้อไฟค่ะ กร้ากกกกก

ขอบคุณทุกคนที่มาเม้นต์แนะนำให้นะคะ รอเก็บ อิอิ
6
2. มะยม / พิธันดร / Re: ดอกไม้ในกาลเวลา บทที่12
« กระทู้ล่าสุด โดย moolar เมื่อ พฤศจิกายน 06, 2018, 08:39:56 PM »
เรื่องราวดำเนินไปอย่างละมุน อิอิ  ;D
7
2. มะยม / พิธันดร / Re: ดอกไม้ในกาลเวลา บทที่ 11
« กระทู้ล่าสุด โดย moolar เมื่อ พฤศจิกายน 06, 2018, 08:03:49 PM »
ลุ้นๆ  ;D
8
2. มะยม / พิธันดร / Re: ดอกไม้ในกาลเวลา บทที่ 10
« กระทู้ล่าสุด โดย moolar เมื่อ พฤศจิกายน 06, 2018, 07:57:44 PM »
 ;D ;D
9
2. มะยม / พิธันดร / Re: ดอกไม้ในกาลเวลา บทที่ 9
« กระทู้ล่าสุด โดย moolar เมื่อ พฤศจิกายน 06, 2018, 01:25:42 PM »
 ;) ;)
10
2. มะยม / พิธันดร / Re: ดอกไม้ในกาลเวลา บทที่ 8
« กระทู้ล่าสุด โดย moolar เมื่อ พฤศจิกายน 04, 2018, 05:05:05 PM »
 :) :)
หน้า: [1] 2 3 ... 10