ผู้เขียน หัวข้อ: สืบรัก ตำรับรัก : บทนำ  (อ่าน 84 ครั้ง)

admin

  • Administrator
  • Jr. Member
  • *****
  • กระทู้: 61
    • ดูรายละเอียด
สืบรัก ตำรับรัก : บทนำ
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2018, 11:47:40 AM »
บทนำ

ภายในห้องที่เปิดไฟสลัว แสงจากจอทีวีที่ติดอยู่ข้างผนัง เป็นรายการทำอาหาร  สตรีนางหนึ่งยืนอยู่หลังโต๊ะที่วางเรียงรายไปด้วยจานชามที่ใส่วัตถุดิบในการทำอาหาร ปากของหล่อนอธิบายอย่างคล่องแคล่วด้วยใบหน้ายิ้มละไม แต่ไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมา  เพราะมือที่ถือรีโมทอยู่นั้นกดปิดเสียงเอาไว้ จะมีก็แต่สายตาที่จ้องตามไปไม่คลาดคลา พร้อมกับพึมพำตามเหมือนจะเป็นผู้บรรยายเสียเอง 

เสียงออดประตูดังขึ้น เขาถอนใจเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน เดินเขยกนิดๆ ไปที่ประตูส่องตาแมวออกไป พอมองเห็นว่าเป็นใคร เขาก็ยิ้มอย่างยินดีรีบเปิดประตูทันที

“ผมมาสำนักงานนักสืบอดิศักดิ์ มาพบคุณพนา”

“เชิญครับ ผมเองครับ”

เขาบอกพลางไสรถเข็นไปที่โต๊ะทำงาน เชื้อเชิญให้อีกฝ่ายนั่งที่เก้าอี้ตรงข้าม พลางพูดว่า

“คุณตรงต่อเวลาจริงๆ”

“มันเป็นงานของเราครับ คุณแจ้งไปว่าต้องการให้เราช่วยตามหาคน”

พนายิ้ม เขาเหลือบมาองนาฬิกาที่แขวนอยู่ รู้สึกพอใจที่อีกฝ่ายตรงเข้าสู่เรื่องในทันทีเลย เพราะเขาไม่ต้องการที่จะใช้เวลานานนักกับสิ่งที่เป็นความลับอย่างนี้ ถ้าหากเขาเป็นปกติ ไม่ต้องนั่งรถเข็น เขาก็คงไม่เชิญให้อีกฝ่ายมาหาที่นี่

“ผมต้องการให้คุณช่วยสืบหาและติดตามผู้ชายคนหนึ่งให้กับผม เขาชื่อ พนา  ตันตลักษณ์”

เมืองสองขมวดคิ้ว เมื่อได้ยินชื่อที่ลูกค้าต้องการให้สืบหา เพราะมันเป็นชื่อเดียวกันกับลูกค้าเอง หรือเขาจะต้องมารับเคสแปลกๆ เข้าไปอีก

“นั่นมันชื่อของคุณ”

“ใช่ ผมกำลังให้คุณช่วยตามหา คนที่ชื่อเหมือนผม นามสกุลเดียวกับผม แต่ไม่ใช่ผม คุณดูนี่”

พูดแล้วพนา ก็เปิดลิ้นชัก เอาแฟ้มหนึ่งขึ้นมายื่นให้

“ผมเห็นในเฟซบุ๊ก แต่มั่นใจได้เลยว่า นั่นไม่ใช่ผม ผมอยากจะให้ช่วยสืบด้วยว่า เขาเป็นใคร”

เมืองสองเปิดแฟ้ม เป็นกระดาษที่ปรินต์รูปต่างๆ ออกมา ไม่มีใบหน้าของเจ้าของชื่อ แต่จะมีใบหน้าของผู้หญิงคนหนึ่ง จากรูปอื่นๆ ที่ประกอบกัน ส่วนมากจะเป็นรูปภาพอาหาร และมีวิดีโอทำอาหาร

“ผมรู้จักผู้หญิงคนนี้ หล่อนเป็นพิธีกรรายการทำอาหาร มีช่องยูทูปของตัวเอง เพียงแต่ผมไม่แน่ใจว่าหล่อนจะเป็นคนทำเฟซบุ๊กนั่นเองหรือเปล่า”

“ความจริงเรื่องนี้ ก็ไม่ยากที่จะติดตาม”

“ใช่ แต่ผมไม่อยากจะให้ใครรู้ว่า เป็นผมที่สงสัยว่าจะใช่คนที่ผมคิดเอาไว้หรือเปล่า” เขาหน้าเครียดก่อนจะพูดต่อว่า “ผู้หญิงคนนี้เป็นภรรยาเก่าของผม และผมไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับหล่อนอีกโดยเด็ดขาด ผมเกรงว่านี่จะเป็นการล่อให้ผมไปติดกับ หรือไม่ก็จะเป็นการนำเขาชื่อเสียงของผมไปทำสิ่งที่ผิดกฏหมาย ผมต้องการให้แน่ใจเสียก่อน จึงจะดำเนินการต่อไป งานที่ผมอยากจะให้คุณช่วยสืบก็คือ  ทุกอย่างเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้ และใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของเฟซบุ๊กนี้”

เมืองสองพยักหน้า “ได้ ไม่มีปัญหาครับ”

“ผมต้องการรายงานทุกอย่าง ภายในหนึ่งเดือน ส่วนเรื่องค่าใช้จ่าย...”

“ทางเราจะส่งรายละเอียดมาให้ภายในวันพรุ่งนี้”

“ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามนี้ อ้อ รายละเอียดอื่นๆ ที่ผมต้องการบางอย่างก็อยู่ในแฟ้มนั้นแล้ว ขอบคุณมากที่มาบริการผมถึงที่นี่”

เมื่อเห็นอีกฝ่ายขยับรถเข็นออกมาเหมือนจะหมดเรื่องพูด เมืองสองเลยลุกขึ้น แต่สายตาของเขาก็มองกวาดทุกอย่างในห้องบันทึกไว้ในหัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะภาพบนจอทีวีและมุมครัวในห้องที่จัดวางของไม่ต่างจากหน้าจอทีวีนัก

เขาเดินออกมาแล้วลงลิฟต์ คิดว่างานนี้ค่อนข้างจะง่าย แถมลูกค้ายังให้เวลาเป็นเดือน การที่เขาได้มารับงานแทนอดิศักดิ์ก็เพราะอดิศักดิ์ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ และเขาก็พักอยู่ไม่ไกลจากที่นี่  แต่แม้เขาจะมารับงานเอง ก็ใช่ว่าเขาจะต้องลงมือทำงานด้วยตัวเอง ยิ่งเป็นเรื่องง่ายอย่างนี้ เขาอาจจะให้เด็กที่ทำงานทำแทนก็ได้ เพราะเขาเองตอนนี้ก็มีเรื่องต้องคิดต้องทำอยู่...เขาคิดว่าจะเริ่มกลับไปทำงานที่เดิมอีกครั้ง เขาอยากจะเปิดตัวออกไปสู่โลกภายนอกอย่างที่เคยเป็นมาก่อน เขายังต้องการตามหาคนที่เหมือนจะเฝ้าติดตามเขาอยู่  การได้พบคนมากหน้าหลายตาขึ้น ก็คงจะมีใครสักคนที่พูดถึงเรื่องราวในอดีตหรืออะไรสักอย่างที่เป็นเบาะแสทำให้เขาจดจำเรื่องของเขากับแก้วนางได้ เพราะคนใกล้ตัวเขาโดยเฉพาะสารวัตรหนึ่งสยามนั้น ก็ไม่เคยได้บอกอะไรในเรื่องที่เขาไม่รู้มาก่อน และเขาก็ยังจำไม่ได้ด้วยว่า แก้วนาง มีญาติพี่น้องที่ไหนไหม เพื่อที่เขาจะไปตามหาถามไถ่  เป็นเพราะแก้วนางไม่มีญาติ หรือว่าเขาเองจำไม่ได้เองก็ไม่รู้...มันก็น่าตลกที่ นายพนาคนนี้ไม่อยากจะพบกับอดีตภรรยา ขณะที่เขาอยากพบคนในอดีตมากแค่ไหน

เขาออกจากลิฟต์เดินผ่านไปทางเคาน์เตอร์ พนักงานหญิงที่เป็นคนขอดูบัตรประชาชนของเขาก่อนจะขึ้นไปส่งยิ้มมาให้อย่างมีมนุษยสัมพันธ์ เขายิ้มให้หล่อนแล้วเดินออกมา เมื่อขึ้นรถก็โทรไปหาอดิศักด์แจ้งเรื่องที่ลูกค้าต้องการพร้อมกับบอกว่า

“งานนี้ ให้เด็กที่บริษัททำก็แล้วกัน ฉันไม่ว่าง”

เมืองสองตั้งใจที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่พอสายของวันรุ่งขึ้น เขาก็ต้องนั่งนิ่งอยู่หน้าจอทีวีเมื่อเห็นข่าว นายพนา เสียชีวิตในห้องพักที่เขาเพิ่งไปเจอมาเมื่อวาน แต่ที่ทำให้เขาสนใจ สงสัยเข้าไปอีก ก็คือการเห็นด็อกเตอร์เรือนพิมพ์ ร้อยพรรณไม้ ยืนอยู่ที่นั่นด้วย...เธอไปยุ่งอะไรกับคนตายอีกแล้วหรือ?
:+:+:+:+:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 06, 2018, 11:49:44 AM โดย admin »