ผู้เขียน หัวข้อ: เมื่อฉันหลุดเข้าไปในโลกโอเมก้าเวิร์ส-ตอนที่ 3 คู่แห่งโชคชะตา  (อ่าน 89 ครั้ง)

noneko

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 136
    • ดูรายละเอียด
   “รัก เป็นยังไงบ้างลูก?”
   “ไอ้รักมันถึกจะตายพ่อ มันไม่เป็นไรหรอกแค่สำออยเท่านั้นแหละ”
   เพราะเสียงแหลมปรี๊ดของน้องคนกลางสุดที่รักทำให้ฉันที่กำลังสะลึมสะลือถึงกับตื่นขึ้นมาเต็มตาจนได้ คงต้องขอบใจมันสักหน่อยล่ะ
   “พี่ไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหม?”
   น้องช่อคนดีค่อยพูดจาเข้าหูเจ้หน่อย อยากจะหอมแก้มน้องให้รางวัลมากๆ เลยแต่ตอนนี้ปวดหัวมากเลยคนสวยขอนอนต่ออีกหน่อยได้ไหมอ่ะ
   “ไม่เป็นไรแล้ว พี่คงแค่...หิวข้าวมั้ง”
   “จะแดกอะไรนักหนา ก่อนเป็นลมก็เพิ่งแดกพิซซาไปสองชิ้น” แล้วไอ้สันขวานก็หันไปคุยกับน้องช่อ “กูว่าพี่มึงนี่ปอบลงชัดๆ ไม่งั้นก็ท้องคงเป็นแบล็คโฮล ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมานี่แดกเอาๆ จะลงพุงแล้วมั้ง ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าโตกว่านี้แล้วมันมีผัวแล้วท้องโย้จะแดกเยอะอีกกี่เท่าตัว”
   “หยุดเลยวา อายแขกบ้างไหมน่ะเรา ฮึ”
   พ่อเขกกะโหลกลูกชายคนรองไปหนึ่งทีเน้นๆ สันตะวาเบะปาก แล้วพวกเราถึงได้หันไปมองแขกเพียงหนึ่งเดียวในห้องนั่งเล่นซึ่งลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเข้ามาหา
   รอยยิ้มนั้นดึงดูดใจฉันมากจนต้องหลบตาและหัวใจก็พลันเต้นแรงอีกแล้ว
   “รัก ลูกเป็นลมก็จริงแต่ก่อนหน้านั้นลูกรู้สึกว่าหัวใจเต้นถี่มากขึ้นกว่าเดิม เหงื่อออก ไร้เรี่ยวแรงด้วยใช่ไหม?”
   พ่อถามฉันด้วยสีหน้าซีเรียส
   ฉันพยักหน้า พ่อหันไปมองคุณธนาคิมอีกคนก็เห็นอีกฝ่ายพยักหน้าด้วยเหมือนกัน
   “อย่าบอกนะว่านอกเหนือจากนี้นายยัง...อยากจะกระโจนเข้ามาขย้ำลูกฉันด้วย ตอนรักเป็นลมไม่ใช่นายเหรอที่ถลาเข้ามารับพร้อมฉัน ส่วนคนอื่นๆ ทำอะไรไม่ถูกกันเลยสักคน”
   คุณชายธนาคิมยิ้มรับ
   “เรื่องนั้นผมเองก็ไม่ขอปฏิเสธครับรุ่นพี่ ในที่สุด...”
   คุณพ่อสุดหล่อถอนหายใจ
   “คู่แห่งโชคชะตางั้นสินะ ลูกฉันจะขายออกแล้วเหรอ เร็วไปไหมเนี่ย”

   คู่แห่งโชคชะตา?
   อึม ตอนที่หาข้อมูลเรื่องโอเมก้าเวิร์สมาอ่านเพราะรู้สึกสนใจก็มีเรื่องนี้อยู่ด้วยนิดหน่อย
   คนที่เกิดมาเป็นคู่กัน เป็นอัลฟาและโอเมก้ากันที่จะดึงดูดเข้าหากันและรักกันในที่สุด ว่ากันว่าคู่แห่งโชคชะตานั้นยากจะพานพบแต่นี่ฉันที่อยู่ในร่างของรักแรกพบกลับได้เจอกับคนๆ นั้นเร็วกว่าที่คาด
   เจ้าก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายนี้ทำให้ฉันสับสนเหลือเกิน
   ตกลงที่ฉันใจเต้นโครมครามกับคุณธนาคิมเป็นเพราะตัวฉันเองหรือเป็นเพราะร่างกายที่เป็นของแฝดคนโตแห่งบ้านกิตติธรกันแน่
   เป็นฉันหรือรักแรกพบที่เป็นคู่แห่งโชคชะตาของคุณธนาคิม
   “พี่ ไม่ต้องลงไปกินข้าวด้วยก็ได้นะ พ่อบอกให้พี่พักผ่อนก่อนดีกว่าพอคุณธนาคิมกลับไปแล้วค่อยลงไป สงสัยพ่อจะหวงพี่มาก”
   เสียงน้องช่อบอกเขาก่อนที่เจ้าตัวจะเดินออกไปจากห้องนอนขนาดกว้างใหญ่กว่าบ้านที่ฉันเคยอยู่ไม่รู้กี่เท่าตัว ฝาแฝดทั้งสามนอนห้องเดียวกันมาตั้งแต่เด็ก จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่คิดที่จะแยกจากกัน และนี่จะเป็นคืนแรกที่ฉันจะต้องนอนห้องเดียวกับผู้ชายตั้งสองคน โฮ!
   ถึงจะเป็นโอเมก้าแต่ก็เป็นผู้ชายนะโว้ย จะนอนหลับไหมวะเนี่ย
   ฉันดึงผ้าห่มมาคลุมโปง ซุกตัวนอนคิ้วขมวดอยู่ในนั้นแล้วก็โผล่ออกมาใหม่
   ไม่สิ ทำใจอยู่ในร่างที่ไม่มีนมแต่มีมดลูกได้แล้วกะอีแค่ต้องนอนห้องเดียวกับน้องๆ มันจะเป็นอะไรไปวะ น้องมันก็มีมดลูกเหมือนกันนั่นแหละ แถมเราก็แก่แล้วมันใช่เรื่องที่จะต้องมานั่งหวาดระแวงหรือเปล่าวะ
   นอนต่อดีกว่า

   ในที่สุดฉันก็เผลอหลับไปจริงๆ พองัวเงียลุกขึ้นมาดูนาฬิกาบนฝาผนังก็เห็นว่าตอนนี้ทุ่มหนึ่งแล้ว
   โครก!
   ท้องร้องว่ะ พิซซาสองชิ้นนี่ไม่ครณาท้องแบล็คโฮลของฉันเลยจริงๆ ตอนนี้แขกของพ่อคงกลับไปแล้วมั้ง ลงไปหาอะไรในครัวใส่ปากสักหน่อยดีกว่ามั้ง
   ฉันคิดแล้วก็เปิดประตูห้องนอนจากนั้นก็วิ่งถลาลงบันไดไปด้วยความเร็วสูงเพราะหิวจนไส้กิ่วแล้ว หวังว่าจะยังมีอะไรหลงเหลือให้กินอยู่บ้างนะ อย่างน้อยพวกมาม่า ปลากระป๋องก็ยังดี หรืออาจจะมีขนมปังแถวกับนมอยู่ในตู้เย็นบ้าง บ้านคนรวยขนาดนี้คงไม่ปล่อยให้ตู้เย็นมีแต่น้ำเปล่าแช่ไว้หรอกมั้ง
   ยังไม่ทันเดินถึงห้องครัวก็เจอเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่เดินมาพอดี ก่อนเข้าห้องครัวเป็นห้องน้ำสำหรับแขก สงสัยจะเพิ่งทำธุระหนักเสร็จละมั้ง แหม มีการยกมือขึ้นดมเพื่อพิสูจน์กลิ่นด้วย ถ้าไม่หน้าตาดีเป็นศรีแก่ตัวแล้ว ฉันว่าไอ้อาการของเขานี่มันคงทำให้ฉันขำกลิ้งแน่นอนเลยว่ะ
   ผิดๆ
   นี่ไม่ใช่เวลามานั่งคิดเรื่องหยะแหยงนั่นนะเว้ย เพื่อนพ่อจะเข้าห้องน้ำ ถ่ายหนักหรือเบาก็ช่างเขาเถอะ ที่สำคัญก็คือตอนนี้ฉันไม่อยากเจอหน้าหมอนี่มากกว่า หนีกลับขึ้นห้องตอนนี้ยังทันไหมวะ
   “น้องรักหิวเหรอครับ?”
   อยากจะตอบไปว่า ‘ถามกวนตีนจังครับ ในห้องนอนผมก็มีห้องน้ำ ผมคงลงมาขี้ที่นี่หรอกมั้ง’ จังว่ะ แต่คุณชายธนาคิมเขาเป็นเพื่อนพ่อไง ยังไงก็ต้องรักษามารยาท เห็นแก่หน้าหล่อๆ ของพ่อบ้างอะไรบ้าง แค่ไอ้สันขวานมันปากหมาคนเดียวก็พอแล้ว ฉันไม่ควรจะช่วยส่งเสริมมันอีกแรงหรอก
   “ครับ ว่าจะกินอะไรสักหน่อย ว่าแต่คุณธนาคิมยังไม่กลับหรือครับ?”
   รู้สึกเหมือนตัวเองจะแดกดันเขาอยู่กลายๆ เหมือนกัน ความหมายของคำถามนี้ฟังดูดีๆ ก็คล้ายกับถามว่า ‘จะอยู่รบกวนบ้านคนอื่นเขาไปถึงไหน?’
   ฉันยิ้มตาใสให้เขา หวังว่าเขาจะไม่รู้ตัวว่าฉันคิดไล่เขาก็แล้วกันนะ
   “ไล่กันเหรอครับ ไม่น่ารักเอาเสียเลยนะ”
   “เปล่าสักหน่อย ผมก็แค่ห่วงว่าคุณจะกลับบ้านดึก”
   นี่ถ้าอยู่ในร่างเดิมแล้วมีผู้ชายหล่อน่าลากเข้าป่าเข้าพงมายืนคุยด้วยน้ำเสียงเซ็กซี่อย่างนี้ ไม่ขับไล่ไสไสส่งหรอก ชวนนอนบ้านแล้วหาทางปล้ำไปแล้ว ฮิๆ
   “ทำหน้าตาสวนทางกับคำพูดนะครับ” คุณชายธนาคิมเก็กหล่อ “ผมเองก็จะกลับแล้วล่ะเพราะดูท่าว่าที่พ่อตาจะหวงลูกเหลือเกิน กับน้องรักร่วมสถาบันอย่างผมยังไม่เปิดโอกาสให้เลย ใจดำจริงๆ”
   ฉันอ้าปาก เหวออย่างแรงกับการจีบอย่างไม่อ้อมค้อมของผู้ชายรุ่นเดียวกัน มันก็ดูน่าดีใจหรอกนะแต่ตอนนี้ฉันไม่ไว้ใจว่ะ ขนาดพ่อยังบอกว่าหวง ตัวฉันเองก็ต้องช่วยพ่อปกป้องประตูหลังไอ้แฝดคนโตอย่างสุดกำลังด้วย
   ฉันจะขึ้นคานไปพร้อมกับไอ้สันขวานและไอ้ช่อแม้จะตงิดๆ ว่าไม่นานไอ้สองตัวนั่นอาจจะเจอเนื้องอก เอ๊ย เนื้อคู่ ไม่ต่างกับฉันเลยก็ตาม
   “ก็ดีแล้วนี่ครับ พ่อที่ไหนก็ห่วงลูกทั้งนั้น คุณเองก็เป็นผู้ใหญ่น่าจะผ่านสาวๆ มามาก คงไม่น่าไว้ใจเท่าไหร่” แล้วฉันก็แอบเหล่ดูว่าอีกฝ่ายจะทำหน้ายังไง ปรากฏว่ายังยิ้มแป้นแล้นน่าหมั่นไส้เหมือนเดิม ถึงจะหล่อน่ากินยังไงก็ไม่ใจอ่อนให้หรอกนะโว้ย! อายุก็รุ่นพ่อยังริจะมากินหญ้าอ่อน ฝันไปเถอะ
   “แล้วถ้าบอกว่ามันคือรักแรกพบระหว่างเราสองคนจริงๆ น้องรักจะว่ายังไงละครับ?”
   ฉันถอยห่างออกมาเล็กน้อย ลืมเรื่องความหิวไปได้เลยเพราะแถวนี้มันอันตราย ก็ไอ้เพื่อนพ่อนี่แหละ หนอย เจอกันครั้งแรกมาพร่ำพรรณนาว่าเป็นรักแรกพบ ถุย! ไม่เชื่อหรอก กูเรียนมา ร้อยทั้งร้อยแม่งก็กะหลอกฟันแล้วทิ้งทั้งนั้นละ
   “เก็บคำเลี่ยนๆ ของคุณไว้เต๊าะคนรุ่นเดียวกันไม่ดีกว่าหรือครับ พอดีสเป็คของผมไม่ใช่รุ่นคุณลุงเสียด้วย”
   เรื่องปากดียกให้ฉันเถอะ พูดตรงขนาดนี้แล้วมันคงไม่หน้าด้านอยู่ต่อหรอกนะ ไม่กลับมาอีกเลยยิ่งดี
   “เค้าว่าผู้ชายงานดีต้องอายุประมาณผมนี่ละ เพราะมันน่าค้นหา ว่าแต่น้องรักไม่อยากลองค้นหาอะไรดีๆ ที่ว่าของผมหน่อยหรือครับ?”
   ระ...รุกแรงเกินแล้ว แถมยังหล่อเหลือล้น หน้าทนเหลือหลาย ครบสูตรเพลย์บอลอย่างนี้ก็ไปไม่เป็นเลยสิ งานงอกแล้ว ขึ้นห้องจำศีลสิรออะไร
   “ผมคิดว่าไม่น่าสนใจหรอกครับ ขอตัว”
   ฉันก้าวถอยหลังแล้วรีบวิ่งอ้าวกลับขึ้นห้องทันที โชคดีที่อีกฝ่ายไม่หน้าด้านถึงกับวิ่งตามมาหรือรั้งข้อมือฉันไว้ไม่ก็ดึงเข้าไปกอดอย่างในละคร ไม่อย่างนั้นก็เป็นฉันนี่ละที่จะหัวใจวาย
   ไม่น่าเลย ไม่น่ามาหิวเอาตอนนี้เลยจริงๆ

   “โยว่ ตายหรือยังวะพี่กู?”
   “แค่เป็นลมจะตายได้ยังไงละพี่วา”
   ได้ยินเสียงคู่พี่น้องคุยกันตอนที่พวกมันเปิดประตูเข้ามาในห้อง ฉันเองก็ไม่ได้นอนหลับต่อหรอกเพราะไม่ง่วงแล้วแต่ก็ไม่ได้ทำอะไรต่อนอนจากนอนลงบนเตียง คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย บอกตรงๆ ว่าเครียดกับการใช้ชีวิตที่ผิดที่ผิดทางอย่างไม่คาดฝันนี้มาก
   ไหนจะเรื่องเรียน แล้วยังมีเรื่องรักที่ยังไม่อยากได้เสียหน่อยอีก
   “เฮ้อ”
   “ถอนหายใจ แหม! เจอคู่แห่งโชคชะตาเข้าหน่อยทำเป็นอ่อนระทวย พอตื่นมาก็ทำเป็นคิดมากเป็นสาวน้อยช่างฝัน บอกเลยว่ามันไม่เข้ากับมึงหรอกไอ้รัก”
   ไอ้สันขวาน ฟันมันนี่น่าเลาะเอาไปให้หมาใส่แทน แม่ง ปากหมาจริงๆ
   “กลุ้มใจอยู่เนี่ยเห็นไหม”
   “กลุ้มใจทำไม คนจะมีผัวน่าจะมีความสุขนะ ฮ่าๆๆ”
   เสียงหัวเราะของไอ้น้องคนกลางแม่งน่าถีบมากว่ะ
   “พี่ละก็พูดจาน่าเกลียด”
   “ใช่ พี่ไม่ได้อยากมีผัวนะโว้ย ใครจะไปคิดวะนึกว่าจะมาเป็นแม่เลี้ยง ที่ไหนได้ดันมาเป็นคู่โชคชะตาบ้าบอนั่น บุพเพอาละวาดมากกว่ามั้ง” ฉันตีอกชกหัว หยิบผ้าห่มมานอนกัดอย่างชอกช้ำใจ
   คือคุณธนาคิมหล่อมากไหม...ใช่
   รวยด้วย...ใช่
   มีเสน่ห์อีกต่างหาก...ใช่
   แต่ฉันจะปล่อยให้หัวใจเตลิดไปกับเขาไม่ได้อ่ะ เจออีแบบนี้ฟันธงได้ว่าควรหนีว่ะ พวกอยากได้อะไรก็ต้องได้ รุกแรงเบอร์นี้ ขายอ้อยทั้งไร่อย่างนี้ อนาคตท้ายที่สุดหมอนี่จะทำให้ฉันหลงรักหัวปักหัวปำแล้วหลังจากนั้นก็ถูกทิ้ง ก่อนที่จะหวั่นไหวไปกับคำพูดอ่อนหวานและการเอาใจต้องรีบตัดใจตั้งแต่เนิ่นๆ
   ฉันจะไม่หลงกลหมอนั่นเด็ดขาด!
   ที่สำคัญฉันมันก็แค่วิญญาณตนหนึ่งที่จู่ๆ ก็เข้ามาสิงในร่างของรักแรกพบเท่านั้น จะมารู้สึกดีกับคนที่ไม่ได้เกิดมาเพื่อตัวเองไม่ได้
   คุณธนาคิมเป็นคู่แห่งโชคชะตาของรักแรกพบ เขาไม่ได้เกิดมาเพื่อผู้หญิงเพ้อฝันและซกมกอย่างฉัน
   “วา ช่อ ช่วยพี่ด้วยนะ ถ้าเขามาอีกก็ช่วยกันเขาออกจากพี่ที พี่เกลียดคุณธนาคิม”
   “หึมม ไม่รู้สึกแบบเคลิ้มๆ อะไรบ้างเหรอมึง?” ไอ้สันขวานหรี่ตาถาม
   ช่วยเชื่อใจพี่หน่อยไม่ได้หรือน้อง
   “รีบปฏิเสธแล้วมาร้องกาๆๆ ทีหลังมันไม่ดีนะคุณพี่”
   “กาๆๆ อะไร พี่ไม่ใช่อีกา”
   “สุดท้ายถูกเขาคาบไปแดก มึงก็นกนอนกกฟางในรังเดียวดายไงละมึง เผอิญว่านกอื่นมันสวยไป อย่างมึงเป็นได้แค่อีกาเท่านั้นละวะ”
   “น้องเวร! ถ้านี่ขี้เหร่ พวกแกก็หน้าเน่าเหมือนกันละวะ ออกมาจากท้องเดียวกัน ดีเอ็นเอเดียวกันชัดๆ”
   “อ้าว นี่พ่อยังไม่ได้บอกเหรอว่ามีมึงคนเดียวเท่านั้นที่ไม่ใช่ลูกแท้ๆ เพราะพ่อเก็บมาจากถังขยะ”
   ฉันทำปากเบะ เฮ้ย! หรือจะเป็นเรื่องจริงเพราะฉันไม่รู้เรื่องอะไรในโลกนี้เลยสักนิด ไม่นะเว้ย! ชีวิตนี้ลำบากพอแล้ว อย่าดรามาอีกได้ไหม พลีส!
   ไอ้สันขวานยิ้มเจ้าเล่ห์ส่วนน้องช่อคนดีเป็นคนปลอบโยนฉันแทน
   “พี่ละก็ น่าจะรู้ว่าพี่วาเชื่อถือได้ที่ไหน ถูกเขาหลอกแล้ว เราเป็นฝาแฝดกัน เป็นพี่น้องกันแท้ๆ อย่าคิดมากเลยนะ”
   “นั่นไงๆ ทำหน้าจะร้องไห้ละ เพราะอย่างนี้ไงถึงน่าแกล้ง”
   ฉันหยิบหมอนมาตีไหล่ไอ้สันขวานไปทีหนึ่ง
   “มาหลอกกันได้นะไอ้สันขวาน!”
   เจ้าเด็กน้อยหน้าสวยแลบลิ้นแล้ววิ่งจู๊ดไปรอบห้องเมื่อฉันพยายามวิ่งเอาหมอนไล่ตีเจ้าน้องเวรไปทั่วห้องด้วยความหมั่นไส้
   อาจจะแถมท้ายด้วยเอ็นดูนิดๆ ด้วยละมั้ง