ผู้เขียน หัวข้อ: เมื่อฉันหลุดเข้าไปในโลกโอเมก้าเวิร์ส-ตอนที่ 5 รุกแรงกว่านี้มีอีกไหม  (อ่าน 65 ครั้ง)

noneko

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 136
    • ดูรายละเอียด
   เอาล่ะ ไอ้สันขวานมันหงุดหงิดกับเรื่องที่ถูกใช้งานมากฉันรู้ แต่ความขี้เสือกของพี่มันอย่างฉันก็ยังไม่จางหายไปง่ายๆ นี่สิ พอขึ้นรถกลับบ้านไอ้สันขวานหลับปุ๋ย ไม่รู้ไปเพลียอะไรมา ฉันก็เลยสะกิดถามน้องช่อเรื่องข้อมูลไอ้คนที่ชื่อตะวันที่เรากำลังจะไปหาสักหน่อย
   “ดูเหมือนตะวันจะพยายามจีบพี่วาอยู่น่ะครับ”
   “นั่นไง ทำไมซื้อหวยถึงไม่ถูกกันนะ”
   ฉันตบเข่าดังฉาด มิน่าล่ะถึงได้กลิ่นความรักเหม็นอบอวลไปหมด ทีข้อสอบดันเดาไม่ตรงอย่างนี้สักทีสิน่า กับเรื่องชาวบ้านนี่ละแม่นยังกับตาเห็น
   “ตะวันชอบมาคอยตามวอแวให้พี่วาด่าอยู่บ่อยๆ ยิ่งโดนด่าก็ดูเหมือนจะยิ่งหัวเราะชอบใจเสียอีก”
   ฉันกลอกตา
   ตกลงไอ้เจ้าเด็กที่ตะวันนี่มันเป็นมาโซคิสม์หรือเปล่าวะ ชอบให้คนเขาด่าแล้วมีความสุข บ๊ะ! ไม่ได้การละ งานนี้อีช้อยขอเสือก เอ๊ย! ไม่ใช่ ด้วยความที่อีช้อยเป็นห่วงและหวงน้องมากมายเหลือคณานับ พวกเราเลยต้องยกขบวนไปเป็นเพื่อนน้องวาคนปากหมาแห่งปีเพื่อไปตามตัวไอ้คนที่ชื่อตะวันให้มาเรียนให้ได้
   ไม่อยากไปก็ต้องไปครัช ไม่รู้ว่าไอ้สันขวานมีซัมติ้งอะไรกับไอ้คนนี้นักหนาถึงได้ยอมทำตามที่อาจารย์ขอร้องมา คงต้องคอยสังเกตท่าทีของพวกมันเสียแล้ว
   เอาละต่อมเผือกสตาร์ท!
   “ยิ้มอะไรของมึง?”
   ไอ้สันขวานดันตื่นขึ้นมาพอดี หรือว่าที่จริงแล้วก่อนหน้านี้มันแกล้งหลับวะ ซวยล่ะ มันด่าฉันเละแน่
   “เปล๊า”
   “ปฏิเสธเสียงสูงเชียวนะมึง ช่างเถอะ มึงความจำเสื่อมเพราะฉะนั้นวันนี้จะเป็นครั้งแรกที่มึงได้เจอหน้ามัน ทำใจดีๆ ไว้หน่อยล่ะ”
   ฉันเบิกตากว้าง หรือว่าหน้าตามันจะน่ากลัว หนวดเคราเฟิ้ม ต้องใช่แน่ แบบในเทพนิยายเรื่องโฉมงามกับเจ้าชายอสูรไม่ก็แฟนธอมออฟดิโอเปร่าแน่ๆ เลย มิน่าตะวันถึงได้ไม่อยากมาเรียนหนังสือ
   ฉันนั่งขนลุกเพราะมัวแต่จินตนาการภาพคนประหลาดอยู่ในหัวจากนั้นก็เหลือบตามองเจ้าน้องคนกลาง เห็นมันแค่นั่งถอนหายใจเท่านั้นก็แปลว่าตัวมันเองที่ต้องพบเจอตะวันตามตอแยอยู่บ่อยๆ ยังไม่ร้อนใจเลยแล้วฉันจะไปคิดมาก ตีโพยตีพายแทนมันไปก่อนล่วงหน้าทำไม
   ไม่เป็นผู้ใหญ่เอาซะเลยฉันเนี่ย

   บ้านของตะวันเป็นพวกไฮโซเหมือนกัน คอนโดทั้งตึกเป็นบ้านของครอบครัวนี้ทั้งหมด น้องช่อกระซิบบอกว่าตะวันเป็นลูกชายคนเดียว พ่อแม่เลยตามใจเป็นพิเศษ ไม่อยากไปเรียนก็ไม่ต้องไปเพราะยังไงที่บ้านก็มีธุรกิจรองรับแถมที่โรงเรียนพวกอาจารย์ก็เกรงใจอีก ชีวิตน่าหมั่นไส้มากอ่ะ
   ตัวฉันเริ่มเอามือลูบอก บอกตัวเองให้ใจเย็นๆ ตอนที่พวกบอดี้การ์ดของบ้านตะวันพาพวกเราขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้นเจ็ดซึ่งพวกเขาบอกว่าทั้งชั้นนั้นเป็นห้องส่วนตัวของคุณหนู ไม่ใช่แค่ฉันที่หัวใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ แต่น้องช่อคนดีของพี่เอยก็ยืนขาสั่น หน้าตาบ่งบอกว่ากำลังประหม่าอยู่เหมือนกัน แปลว่าไอ้เด็กคนนี้มันต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ
   ตกลงมันเป็นคนยังไงกันแน่วะ?
   พอได้เจอกันภาพขุ่นมัวในใจก็พังครืนลงมาเผยให้เห็นท้องฟ้าที่สดใสแทน
   มันหล่อมากแต่ดูร้ายไม่เบา ใส่ตุ้มหูห่วงสีเงินข้างเดียวด้วย แถมเสื้อกล้ามสีขาวที่ใส่อยู่ยังเผยให้เห็นรอยสักรูปมังกรที่หัวไหล่ซ้าย สรุปก็คือโครตรของความแบดบอยระดับพรีเมี่ยมก็คือตะวันคนนี้นี่เอง
   พอมันเห็นหน้าไอ้สันขวาน มันก็ยกยิ้มร้ายกาจแต่แม่งหล่อจนฉันยังใจเต้นแล้วตรงเข้ามาลากแขนไอ้สันขวานเข้าไปใกล้จนน้องฉันปลิวไปปะทะอกมัน ไอ้สันขวานดีดตัวออกมาแทบไม่ทัน
   นี่มันอะไรกันวะ นี่ต่อหน้าพวกฉันนะเว้ย ถ้าลับหลังหรือปล่อยให้น้องฉันคลาดสายตาไปแม้แต่นิดเดียวไม่เสียตัวให้มันหรือวะเนี่ย
   ไม่ได้ฉันหวงน้อง ต้องกันท่า จะอยู่เป็นก้างแม่งตรงนี้แหละ ใครจะทำไม!
   “แค่จับตัวทำเป็นดิ้นหนีนะมึง”
   “อย่ามาแตะต้องตัวกู!”
   มาแล้วฉากปะทะกัน ฟังจากคำพูดเผ็ดร้อนแล้วฉันต้องกันตัวน้องช่อไปไว้ข้างหลังเลย แม่งปากร้ายพอกัน ยิ่งไอ้ตะวันเนี่ยท่าทางยังกับอันธพาลแต่เนื่องจากรวยจัดเลยขอจัดมันให้อยู่ในหมวดมาเฟียแทนก็แล้วกัน
   “ผัวหายไปไม่คิดแม้แต่จะโทรหาจนกูต้องไลน์ไปเอง ถ้ากูตายมึงคงรู้เป็นคนสุดท้ายสิท่า”
   “กูไม่ได้เป็นเมียมึง!”
   อะไรนะเมีย! อ้าว ไหนไอ้สันขวานยืนยันเสียงแข็งว่ามันยังจิ้นอยู่ไง สรุปมันยังไงกันแน่วะ
   “กูได้ยินว่าพี่น้องมึงป่วย คงไม่ใช่น้องมึงหรอกมั้ง มันหัวแข็ง ท่าทางจะเป็นไอ้รักมากกว่า กูว่าใช่” แล้วดวงตาเซ็กซี่ดูขี้เล่นนั้นก็เหลือบมองมาทางฉัน “แม่งทำหน้าเอ๋อแดกได้อีก มาเข้าเรื่องกัน กูอยากคุยกับมึงตามลำพังหน่อย มาหากูสิเมียรัก”
   ไอ้สันขวานแม่งเจอมวยถูกคู่จริงๆ มันตาวาว ปฏิเสธเสียงดังลั่น
   “กูบอกกี่ครั้งว่ากูไม่ใช่เมียมึง หูหนวกหรือไง! แล้วที่กูมานี่ก็เพราะอาจารย์ขอร้องให้กูมาตามมึงไปเรียน นี่ก็ถือว่ากูทำตามที่เขาบอกมาแล้ว จะไปไม่ไปก็เรื่องของมึง”
   ตะวันยิ้ม รอยยิ้มของมันทำให้ฉันรู้สึกคันตีนยังไงก็ไม่รู้ หน้าตาของมันก็เหมือนจ้องจะแดกน้องฉันเข้าไปทั้งตัว น่ากลัวเกินไปแล้ว
   “มึงกล้าสั่งผัวเหรอ?!”
   “ทำไมกูจะไม่กล้าในเมื่อมึงไม่ใช่ผัวกู กูไม่เอากับคนอย่างมึงหรอกไอ้ตะวันจัญไร!”
   ตะวันแสยะยิ้ม
   “ปากดีนักนะเมียกู อยู่ต่อหน้าพี่น้องมึงนี่ทำเก่งเชียวนะ อย่าให้พวกมันคลาดสายตาจากมึงล่ะ” แล้วตะวันก็เดินมาประชิดตัวสันตะวา แนบริมฝีปากใกล้หูน้องคนกลางของฉัน “กูจะจูบมึงให้ปากหลุด เอ๊ะ หรือจะกดมึงลงกับเตียงสักทีจะได้ไม่กล้าหือกับกูอีก”
   “ถอยห่างไปจากตัวกูเลย กูเกลียดมึง!”
   ไอ้สันขวานผลักไหล่ตะวันแล้วถอยตัวมายืนอยู่ข้างๆ ฉัน เป็นฉันก็หนีมันว่ะ ไอ้ตะวันแม่งปากร้ายยิ่งกว่าน้องฉันเสียอีก แถมคำพูดนั้นและสีหน้าของมันแสดงออกอย่างชัดเจนว่ามันเอาจริงแน่
   น้องฉันจะรอดจากมันไปได้สักกี่น้ำ!
   “หรือจะให้กูเปลี่ยนตัวเป็นน้องมึงล่ะ?”
   “ไอ้เชี่ย มึงกล้าพูดหมาๆ กับน้องกูเหรอ กูไม่ยกไอ้ช่อให้คนอย่างมึงง่ายๆ หรอก อัลฟาเฮงซวย!”
    ไอ้สันขวานหมดความอดทนกระโจนเข้าต่อยตะวันที่ตั้งการ์ดรับทันควัน บอดี้การ์ดของตะวันที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ทำท่าจะเข้าไปช่วยเจ้านายของตัวเองแต่ตะวันมันยกมือห้าม ทางเราเองก็มีบอดี้การ์ดตามขึ้นมาบนคอนโดชั้นเจ็ดนี้แค่คนเดียวเอง พวกไอ้ตะวันมีเป็นสิบ เสียเปรียบเห็นๆ
   ไอ้ตะวันยิ้มเจ้าเล่ห์ หลังรับหมัดไอ้สันขวานได้มันก็รวบตัวน้องฉันเข้าไปกอดต่อหน้าต่อตาพวกเราเลย
   ทั้งกล้าทั้งชั่วมาก! จะขยับตัวไปช่วยน้องยังทำไม่ได้เลยเพราะคนของมันยืนคุมเชิงอยู่แถมยังตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อหนึ่งในคนของมันดันหยิบปืนออกมา
   มันกล้าขู่ คิดว่ากลัวเหรอวะ!
   ห้องน้ำอยู่ไหนบอกด้วย ฉี่จะราดแล้ว!
   “นี่ถิ่นกู อย่าริลองดีกับกูนะครับเมีย แต่ถ้าอยากตัวตัว ห้องนอนกูอยู่ทางขวา นี่ก็ชั้นเจ็ดพอดีมึงอยากขึ้นสวรรค์กับกูไหมล่ะไอ้วา หึม?”
   ดูปากมัน!
   “อย่างมึงน่ะไปลงนรกซะเถอะไอ้ตะวันจัญไร ปล่อยกูเดี๋ยวนี้นะไอ้เวร!”
   “ปากอย่างนี้มันน่าจูบให้ระทวยนะครับเมีย”
   “กูไม่ใช่เมียมึง!”
   “เดี๋ยวก็เป็น กูไม่ปล่อยมึงไว้นานหรอก พยศนักต้องรีบปราบ”
   “ปล่อยกู!”
    ไอ้ตะวันยิ้มร่าเริงดูมีความสุขเหลือเกินทั้งที่คนในอ้อมแขนทั้งทุบทั้งตีมัน ขายังกระทืบรัวๆ พยายามดิ้นหนีสุดฤทธิ์ทว่า...อนิจจาไอ้น้องรักของฉันมันเป็นโอเมก้า ต่อให้มันเก่งแค่ไหนแต่ก็แพ้แรงอัลฟาอย่างไอ้ตะวันอยู่ดี มันไม่สะดุ้งสะเทือนเลยสักนิด!
   “เอาเหอะ ก้างแม่งเยอะ อยากจูบก็ลำบาก วันนี้พอแค่นี้ พวกมึงกลับไปได้แล้วกูจะนอน”
   แล้วไอ้ตะวันก็กอดไอ้สันขวานแน่นขึ้น จมูกนี่ซุกไซ้เส้นผมสีสวยของมันจนพอใจถึงได้ยอมปล่อยตัวน้องฉันออกมา ไอ้สันขวานรีบกระโดดมายืนอยู่ข้างหลังฉันทั้งที่ฉันก็ไม่น่าจะมีปัญญาช่วยอะไรมันได้
   หลังจากตะวันออกปากขับไล่ไสส่งพวกเราแล้วมันก็เดินกลับเข้าไปในห้องนอน ปิดประตูดังปังทิ้งให้เราสามแฝดคนหนึ่งยืนเอ๋อคือตัวฉันเอง คนหนึ่งร้องไห้ตาแดงก่ำ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากน้องช่อศิลาคนดีของพี่ๆ และคนเกรี้ยวกราดอีกคนหนึ่งที่ยืนฟาดหัวฟาดหางใส่พี่มันจนเจ็บไปหมด
   “ไอ้พี่บ้า ไอ้รักคนเลว มึงไม่ช่วยกูเลยปล่อยให้มันทำลามกอนาจารใส่กู พวกมึงยืนรอตัดริบบิ้นอยู่หรือไงวะ!”
   แม่งพาล ผิดหรือวะที่กลัวลูกปืนอ่ะ!
   เมื่อไม่มีใครตอบมันก็กระทืบเท้าอย่างขัดเคืองใจแล้วแผดเสียงลั่นห้อง
   “กลับโว้ย! กูจะไม่มาอีกแล้วที่นี่ ไอ้นรกขุมที่เจ็ด!”
   จ้ะ ตามที่น้องสบายใจเลยจ้ะ พี่เองก็จะไม่โผล่มาอีกแล้วเหมือนกันจ้ะ