ผู้เขียน หัวข้อ: แผนร้ายก่อการรัก บทที่ 1  (อ่าน 482 ครั้ง)

ตามฝัน

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 98
    • ดูรายละเอียด
แผนร้ายก่อการรัก บทที่ 1
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2014, 06:41:40 PM »
บทที่ 1
   “โอ๊ย...ทำไมเปิดประตูช้าอย่างนี้”
   
เอกสิทธิ์ได้แต่ยืนเบิกตากว้างมองหญิงสาวในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนเจ้าของเสียงที่ยืนตวาดแหวใส่เขาและเป็นคนๆ เดียวกันกับที่กระหน่ำกดออดบ้านเขาตั้งแต่ช้าตรู่ เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเห็นวริศารุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยมายืนตัวเป็นๆ อยู่ตรงหน้าได้

หลังจากที่เขาเรียนจบจากมหาวิทยาลัยแล้ว เอกสิทธิ์ก็เลือกที่จะมาทำบริษัททัวร์อยู่ที่ประเทศอัคซาลนานเกือบห้าปี เวลาที่กลับไปเยี่ยมบ้านที่เมืองไทยก็มักจะนัดพบปะเจอะเจอกับเพื่อนฝูงอยู่สม่ำเสมอ เขารู้ว่าคนตรงหน้าตอนนี้ทำงานอยู่ที่ตลาดหุ้น งานเธอยุ่งมากถึงมากที่สุด เขาเคยชวนวริศามาเที่ยวที่ประเทศนี้ แต่หญิงสาวไม่มีเวลาว่างมากพอ งานเธอรัดตัวรัดคอจนไม่มีเวลาแม้จะหาแฟนเป็นของตัวเอง แต่ทำไมตอนนี้ วินาทีนี้ วริศาถึงมาปรากฏตัวตรงหน้าเขาได้ มาแบบที่เขายังไม่ทันตั้งตัว ตายแล้ว...ไอ้วิว...ไอ้ตัวแสบ...มาได้ไงวะ
   
วริศาได้แต่ยืนเท้าเอวมองหน้าหนุ่มรุ่นพี่ที่เอาแต่ทำตาโตขวางทางไม่ยอมให้เธอเข้าบ้านสักที เธอเพิ่งลงจากเครื่องบินแล้วตรงมาที่นี่ ความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางเป็นระยะเวลาหลายชั่วโมงยังไม่จางหาย เอกสิทธิ์ก็กำลังมาทำให้เธอโมโห และเมื่อเธอโมโห เธอก็ชอบพาล
   
“จะยืนบื้ออยู่หน้าประตูอีกนานไหมพี่เอก จะให้เข้าบ้านไหม เหนื่อยนะ ร้อนด้วย” วริศาแหวเสียงดังใส่เจ้าของบ้านที่ยืนทำหน้าเหลอหลาเมื่อได้เห็นเธอ แล้วเขาก็รีบหลีกทางให้เธอเข้าไปอย่างเร็วที่สุด
   
“เออๆ เข้ามาสิ” เอกสิทธิ์รีบหลบทางให้คนที่แหวๆ ใส่เดินเข้าบ้านทันที แล้วสาวเจ้าก็เดินนำเข้าไปเสมือนเป็นบ้านของตัวเอง เธอหยุดอยู่ตรงพื้นที่โล่งด้านหน้าที่มีโต๊ะและโซฟาวางอยู่มุมหนึ่ง

วริศาสำรวจพื้นที่โดยรอบด้วยสายตา เธอคิดว่านี่มันคงเป็นในส่วนของแผนกต้อนรับของบริษัท ‘เอกสิทธิ์ทราเวล’ เช้าตรู่ขนาดนี้บริษัทคงยังไม่เปิด เพราะไอ้นิสัยเจ้าของบริษัทก็ตื่นสายอยู่แล้ว หญิงสาวจึงโยนกระเป๋าเป้สัมภาระไว้ที่โซฟาตามด้วยร่างบอบบางที่ทิ้งตัวนั่งตามลงไป
   
“ทำไมที่นี่มันร้อนอย่างนี้ พี่เอกเอาน้ำเย็นๆ มากินหน่อย”
   
คนถูกสั่งถึงกับส่ายหน้าที่อยู่ดีๆ ได้ถูกลดขั้นจากเจ้าของบ้านกลายเป็นเด็กรับใช้ไอ้ตัวแสบเข้าให้ เอกสิทธิ์เดินเข้าไปที่ห้องด้านหลัง เปิดตู้เย็นรินน้ำใส่แก้วแล้วถือเดินกลับมาส่งให้คนออกคำสั่งด้วยตัวเอง
   
“ขอบคุณ” วริศาดื่มน้ำทีเดียวหมดแก้ว  แล้ววางแก้วเปล่าไว้ตรงหน้า สายตาสำรวจมองไปรอบๆ บ้านทั้งหลังเงียบเชียบ เอกสิทธิ์เคยเล่าว่าบริษัทนี้ในส่วนที่เป็นชั้นสองซึ่งเป็นห้องพัก เขาพักอยู่คนเดียว แต่ผู้ชายยังไงก็เป็นผู้ชาย วริศาจึงไม่มั่นใจกับพฤติกรรมที่หนุ่มรุ่นพี่เล่าให้ฟังนัก เพราะเธอต้องพักอยู่ที่นี่ด้วย “พาผู้หญิงมานอนที่บ้านด้วยรึเปล่า”
   
“ไอ้บ้า พูดอะไรของแกฮ่ะ ฉันเสียหายหมด” เอกสิทธิ์ร้องเสียงหลงเมื่อเจอคำถามนั้นเข้า เพราะแม่สาวใจกล้าลูกทัวร์ต่างชาติเพิ่งจะออกไปจากบ้านเขาหลังจากที่ฟาดฟันโรมรันกันมาทั้งคืน โชคเข้าข้างเขาจริงๆ ที่วริศามาถึงหลังจากลูกทัวร์คนพิเศษคืนเดียวออกไปก่อนแล้ว ไม่อย่างนั้นไอ้ตัวแสบมันอำเขาตายแน่ๆ
   
“หึๆๆ อย่าให้รู้แล้วกัน ประวัติมันเคยๆ มีอยู่” หญิงสาวเห็นปฏิกิริยาของคนตอบคำถามมีหรือว่าจะเชื่อในสิ่งที่เขาพูด ความเจ้าชู้ของเอกสิทธิ์โด่งดังตั้งแต่สมัยเรียน เขาชอบแอบพาผู้หญิงไปพลอดรักที่ห้องพักอยู่บ่อยๆ แบบไอ้ที่เธอบังเอิญไปเห็นหนังสดเข้าก็เคยมีมาแล้ว ยิ่งตอนนี้เขาอยู่ไกลบ้าน ไกลพ่อไกลแม่อย่างนี้ มีหรือเพลย์บอยอันดับต้นๆ จะทำตัวเรียบร้อยสงบเสงี่ยม จะออกลายมากกว่าเดิมสิไม่ว่า
   
“พอๆๆ  เลิกพูดเรื่องนี้ เป็นผู้หญิงภาษาอะไรว่ะ คุยเรื่องแบบนี้ไม่อายปาก” เอกสิทธิ์ไม่อยากให้หญิงสาวนึกถึงเรื่องอดีตสมัยเรียนที่วริศาดันไปเห็นเขานัวเนียกับผู้หญิงที่ห้องพัก เพราะเหตุการณ์ในวันนั้นมันทำให้เขาอายไอ้ตัวแสบจนถึงวันนี้ แล้ววริศาชอบเอาเรื่องนี้มาข่มขู่เสียด้วย เวลาที่เธอต้องการอะไรแล้วอยากให้เขาช่วยแล้วเขาไม่ยอมช่วย “ฉันจะบอกทุกคนว่าพี่เล่นหนังสดให้ฉันดู” ไอ้คำว่าทุกคนของเธอนั้นมันรวมถึงพ่อกับแม่เขาด้วยสิ เรื่องยุ่งแน่ถ้าพฤติกรรมผู้ชายลั้ลลาของเขารู้ถึงหูมารดา และยิ่งถ้ารู้ว่าเขาเล่นหนังสดให้คนที่ท่านรักดั่งลูกเห็นมีหวังตายสถานเดียว

ไม่รู้ว่ามารดาเขาไปถูกชะตาอะไรกับยัยนี่นักหนา ทั้งๆ ที่วันแรกที่เขาพาวริศาพร้อมกับก๊วนเพื่อนๆ ไปนั่งดื่มกันที่บ้าน แม่ที่รักยิ่งของเขาก็ทิ้งเขาจากการเป็นลูกชายสุดที่รักไปโอ๋ลูกสาวคนใหม่ทันที ท่านถึงขนาดอยากได้วริศาเป็นลูกสะใภ้เสียด้วยซ้ำ แต่เอกสิทธิ์ขอโบกมือบ๊ายบาย เขาอยากได้เมียไม่ใช่ได้แม่มาเพิ่มอีกคน วริศาเป็นผู้หญิงที่สวย เก่ง ฉลาด และก็ร้ายสุดๆ...
   
“ผู้หญิงผู้ชายมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน” สายตาหญิงสาวเป็นประกายแรงกล้าเมื่อคิดไปว่าคำพูดของเอกสิทธิ์กำลังให้สิทธิ์ความเป็นคนไม่เท่ากัน คนอย่างเธอทำทุกอย่างได้เหมือนที่ผู้ชายทำ
   
“จะมาเรียกร้องสิทธิสตรีอะไรของแกตอนนี้วะไอ้วิว ฉันไม่ได้ว่าอะไรสักคำ เลิกมองฉันอย่างนั้นได้แล้ว ฉันพี่แกนะโว้ย แล้วมาทำไมไม่บอก” เอกสิทธิ์รีบเปลี่ยนเรื่อง ไม่อยากต้องมาเถียงกับหญิงสาวด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง รู้อยู่หรอกว่าคนอย่างวริศาใครว่าไม่ได้ โดยเฉพาะสิทธิสตรีที่แม่เจ้าประคุณเดินขบวนเรียกร้องตั้งแต่สมัยเรียน ว่าหญิงชายต้องเท่าเทียมกัน เสมอภาพกัน แต่เขายังไม่ได้ว่าอะไรเลยสักคำ ไอ้ตัวแสบก็จะคว้าโทรโข่งไฮป๊าคใส่เขาซะแล้ว   

หญิงสาวต้องสงบสติอารมณ์ก่อนที่เลือดเรียกร้องสิทธิสตรีจะพุ่งปี๊ดระเบิดออกมา เฮ้อ อากาศที่นี่มันคงจะร้อนเกินไป อารมณ์เธอถึงได้ร้อนตามไปด้วย หญิงสาวพยายามปรับน้ำเสียงให้เย็นลงเมื่อต้องตอบคำถามที่เอกสิทธิ์ถามกลับมา

“อาทิตย์ที่แล้วฉันโทรมาหาพี่เอกที่บริษัท พนักงานพี่บอกว่า พี่ออกไปกับคณะทัวร์ ฝากข้อความทางอีเมล์ไว้ก็ไม่ตอบกลับ เมื่อสองวันก่อนโทรมาหาอีกรอบลูกน้องพี่บอกว่า พี่ออกไปกับลูกทัวร์อีก ฉันก็เลยต้องบินมาเองนี่ไง นึกว่ามาถึงนี่แล้วต้องมารับศพใครกลับเสียอีก”
   
“คนมีงานมีการทำนะโว้ย ไม่ได้อยู่ว่างๆ”
   
“ก็ไม่ได้ว่าอะไรถ้าทำงานจริงๆ ไม่ใช่ไปทำอย่างอื่นให้เสียชื่อบริษัท” หญิงสาวพูดทิ้งท้ายไว้ให้เจ้าของบ้านได้คิดแล้วลุกขึ้นถือกระเป๋าเป้สะพายบ่าเตรียมเคลื่อนที่ “ให้ฉันพักห้องไหน”
   
“เข้าไปด้านหลัง ขึ้นบันได ห้องริมสุดซ้ายมือ” เอกสิทธิ์รีบบอกทางให้คนรู้ทัน วริศาเหมือนจะรู้ไม่ทันเขา แต่ก็เหมือนรู้ อะไรที่จะให้เธอไปให้พ้นๆ ทางได้ตอนนี้เขาจะรีบผลักไสไล่ส่งในทันที โชคดีที่เจ้าของบ้านจะเตรียมห้องพักในบ้านหลังนี้ไว้ให้พร้อมเสมอสำหรับแขกที่มาแบบไม่ทันได้ตั้งตัวเหมือนที่วริศาทำ   

“โอเค...ฉันยังไม่ทานข้าวนะ ตื่นมาค่อยว่ากัน...กู๊ดไนท์” หญิงสาวบอกลาเจ้าของบ้านแล้วเดินหายเข้าไปยังห้องที่เจ้าของบ้านชี้บอก ขึ้นบันได้ ห้องริมสุดซ้ายมือ
   
เธอจะได้พักผ่อนให้เต็มที่ มีงานมากมายที่รอให้เธอทำ

   
วริศาตื่นขึ้นมาตอนเที่ยงวัน เธอรู้สึกสดชื่นขึ้นมากเมื่อได้หลับเต็มตา อาการเมื่อยขบจากการที่ต้องนั่งเครื่องบินมาหลายชั่วโมงหายเป็นปลิดทิ้งหลังจากที่ได้ยืดเนื้อยืดตัวเต็มที่ หญิงสาวลุกขึ้นไปเปิดหน้าต่างมองออกไปยังทิวทัศน์ด้านนอก

‘ประเทศอัคซาล’ ดินแดนแห่งทะเลทราย เธอไม่ได้อยากมาที่นี่เล๊ย จริงๆ ให้ตายเถอะ แต่เมื่อมาถึงแล้วยังไงก็ต้องอยู่ให้ถึงที่สุด เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองจะอยู่ที่นี่ได้นานแค่ไหน สภาพอากาศแบบนี้เธอไม่ชอบ มันแห้งแล้ง สัมผัสได้แต่ความร้อนจากแสงแดด และมันคงจะร้อนไปทั่วทั้งประเทศ ถ้าเธอยังไม่ได้ของๆ เธอคืน แต่อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เธอจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ถึงอัคซาลจะไม่ใช่บ้านเธอ แต่หญิงสาวไม่อยากมีส่วนร่วมในการทำลายบ้านเกืดเมืองนอนใคร ประเทศใครๆ ก็รัก

หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ววริศาจึงลงมาข้างล่าง เธอเข้ามาในส่วนของแผนกต้อนรับ พบเอกสิทธิ์กำลังนั่งคุยกับหญิงสาวคนหนึ่งบนโซฟาตัวเธอที่โยนกระเป๋าแล้วทิ้งตัวลงนั่งตั้งแต่มาถึง ประเมินด้วยสายตา ผู้หญิงคนนี้น่าจะเป็นรุ่นพี่เธอกับเอกสิทธิ์ แต่สวยมากทีเดียว
   
“อ้าว ตื่นแล้วเหรอ” เอกสิทธิ์ทักเธอทันทีที่เห็น
   
“ค่ะ” วริศาตอบเขาเสียเรียบร้อย เพราะมีคนอื่นอยู่ด้วยหรอกเลยไม่อยากเล่นลามปามให้ใครเห็น ยังไงๆ เอกสิทธิ์ก็อายุมากว่า เธอควรจะให้เกียรติเขาบ้าง
   
“มารู้จักพี่น้ำค้างก่อนไอ้วิว”
   
วริศาเดินมานั่งข้างคนที่ถูกแนะนำว่าชื่อน้ำค้าง ชื่อแบบนี้คนไทยแน่ๆ ดีเหมือนกันเธอจะได้ไม่ต้องสปีคอิงลิชให้เมื่อย ถึงเธอจะพูดภาษาอังกฤษได้ในขั้นดีเยี่ยม แต่พูดภาษาบ้านเกิดมันถนัดปากกว่า หญิงสาวจึงยกมือไหว้ฝากเนื้อฝากตัวกับผู้หลักผู้ใหญืที่ชื่อ ‘น้ำค้าง’อย่างนอบน้อม เธอเห็นเอกสิทธิ์ทำหน้าหมั่นไส้กับกิริยาน่ารักของเธอ เพราะเขาไม่เคยได้รับมันมาก่อน ก็แน่ละ กิริยาแบบนี้เหมาะแก่คนที่สมควรแก่การเคารพเท่านั้น และตั้งแต่รู้จักกับเอกสิทธิ์มา เขาหมดสิทธิ์นั้นอย่างสิ้นเชิง
   
“คุณเอกใส่ร้ายคุณวิวได้ยังไงค่ะว่าเป็นตัวแสบ ดูสิน่ารักจะตายไป แอบหวงก้างใครเขารึเปล่า” น้ำค้างแอบหยอดหยั่งเชิงเจ้านายดูปฏิกิริยาตอบกลับ เพราะเท่าที่เธอเห็นเพื่อนเจ้านายคนนี้แค่แวบเดียว เธอถูกชะตากับวริศาในทันที และสวยออกปานนี้เจ้านายจอมเจ้าชู้มาบอกได้ยังไงว่าผู้หญิงคนนี้เป็นไอ้ตัวแสบ ใส่ร้ายกันชัดๆ
   
“พี่น้ำค้างกำลังโดนภาพลวงตาแล้วล่ะครับ” เอกสิทธิ์ยืนยันคำพูดของตัวเองที่เขาบอกว่าเพื่อนที่มาพักด้วยนั้นเป็นไอ้ตัวแสบ แต่ไอ้ตัวแสบดันมาทำตัวน่ารักจนเขากลายเป็นตัวร้ายอย่างนั้น...ไอ้วิวทำเขาแสบสมฉายาที่เขาตั้งให้จริงๆ
   
“พี่เอกชอบแกล้งวิวค่ะ” วริศาได้โอกาสหยอดลูกอ้อนใส่คนกลางทันที สวยๆ น่ารักๆ อย่างเธอใครๆ ก็รักกันทั้งนั้น ยกเว้นตอนเธอแผลงฤทธิ์
   
“นั่นสิค่ะ คุณวิวของพี่ทั้งสวยทั้งน่ารักขนาดนี้ พี่ไม่เชื่อคุณเอกแล้ว”

“ดีแล้วค่ะพี่น้ำค้าง อย่าไปเชื่อพี่เอกนะคะ ผู้ชายคนนี้เชื่อไม่ค่อยได้” วริศารีบสำทับทันที และคนที่นั่งเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยตอบกลับเธอชัดถ้อยชัดคำเลยว่า

“จริงค่ะคุณวิว พี่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง”

สองสาวพากันหัวเราะชอบใจที่มีลูกคู่คอยจิกกัดเจ้าของบริษัท จนหนุ่มเดียวที่นั่งอยู่ตรงนั้นทำหน้าเบ้ไม่เห็นด้วยกับที่สองสาวพูดออกมา

วริศารู้สึกถูกชะตาและชอบอัธยาศัยของน้ำค้าง ผู้หญิงคนนี้เข้ากับคนง่ายและดูจะจริงใจกับคนตรงหน้า เธอเชื่ออย่างนั้น เพราะแววตามันไม่เคยปิดบังอะไรได้ แม้ว่าเธอจะเชื่ออย่างนั้นมาตลอด แต่เธอก็ทำมันพลาดมาแล้วครั้งหนึ่ง

“พี่น้ำค้างเรียกวิวว่าวิวเฉยๆ เถอะค่ะ ไม่ต้องมีคุณหรอก เราเป็นพี่น้องกันใช่ไหมค่ะ”

“พี่ติดที่จะเรียกแบบนี้แล้วละค่ะ ให้พี่เรียกคุณวิวแบบนี้เถอะ ถึงยังไงเราก็พี่น้องกัน”

“ก็ได้ค่ะ” วริศากอดเอวพี่สาวคนใหม่และหอมแก้มฟอดใหญ่อย่างประจบ

“เที่ยงแล้ว เราไปทานอาหารกันดีกว่า วันนี้พี่ลงมือทำสปาเก็ตตี้ผัดขี้เมาต้อนรับคุณวิวด้วยตัวเองเลยนะคะ แต่เดี๋ยววันหลังพี่จะพาไปทานอาหารพื้นเมือง”
   
“พี่น้ำค้างน่ารักที่สุดเลย”
   
น้ำค้างจูงมือน้องสาวคนใหม่จะเดินเข้าไปด้านหลังซึ่งเป็นในส่วนของห้องครัว โดยไม่สนใจเจ้านายที่ได้แต่นั่งมองคนทั้งสองตาปริบๆ เมื่อเอกสิทธิ์รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกิน เขาก็ต้องทำตัวให้เป็นส่วนหนึ่ง ด้วยการส่งเสียงเรียกร้องความสนใจ
   
“แล้วผมล่ะครับสาวๆ”
   
“คุณเอกอยากกินก็ตามมาสิค่ะ บ้านตัวเองแท้ๆ ต้องให้คนอื่นเชิญอีก”
   
เอกสิทธิ์ได้แต่ส่ายหน้า เขาไม่น่าส่งเสียงให้โดนด่าเลยจริงๆ
   
อาหารเที่ยงมื้อแรกที่อัคซาลของวริศามีเพื่อนร่วมโต๊ะเป็นเพื่อนชาวไทยถึงสองคน ส่วนแม่บ้านประจำบริษัทเป็นชาวอัคซาล นางขอตัวลากลับครึ่งวันเพราะลูกไม่สบาย เอกสิทธิ์จึงอนุญาต

ระหว่างรับประทานทานอาหาร วริศากับน้ำค้างคุยกันถูกคอมากขึ้นไปอีก เพราะทั้งสองคนมีไลฟ์สไตล์ รูปแบบในการดำเนินชีวิตที่คล้ายๆ กัน ใครพูดอะไรออกมาจึงเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ส่วนคนที่มีไลฟ์สไตล์ไม่เหมือนใครจึงได้แต่ก้มหน้าก้มตากินเอาๆ ฟังสองสาวพูดกันเหมือนเป็นส่วนเกิน 

น้ำค้างเป็นคนไทยได้สามีเป็นชาวอังกฤษที่ย้ายมาทำงานที่อัคซาล หญิงสาวจึงตามมาอยู่ด้วยและมาทำงานที่บริษัททัวร์แห่งนี้ เพื่อที่จะได้ไม่เหงาเวลาที่สามีออกไปทำงานนอกบ้าน และที่สำคัญ ที่เธอเลือกทำงานที่ ‘เอกสิทธิ์ทราเวล’ เป็นเพราะเจ้าของเป็นคนไทย มันทำให้น้ำค้างรู้สึกสบายใจและมีความสุขที่ได้พูดคุยกับคนชาติเดียวกัน และเอกสิทธิ์เป็นคนที่มีน้ำใจกับเพื่อนร่วมงานมาก จึงทำให้เธอทำงานได้อย่างสบายใจ
   
“แกจะมาอยู่กี่วัน” เอกสิทธิ์เริ่มถามแขกที่มาแบบไม่ให้เขาได้ทันตั้งตัว หลังจากฟังสองสาวสัมภาษณ์กันจนหอมปากหอมคอแล้ว
   
“ไม่มีกำหนด” วริศาตอบกลับทันควัน เพราะเธอไม่รู้จริงๆ ว่าจะต้องอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหน หากเป็นไปได้เธออยากกลับเสียวันนี้พรุ่งนี้เสียด้วยซ้ำ ทำไมเธอต้องทิ้งทุกอย่างมาทำบ้าอะไรที่นี่ด้วย หญิงสาวได้แต่ทำหน้าชื่นอกตรม
   
“อ้าว แล้วงานแกล่ะ”
   
“ลาออกแล้ว ตอนนี้สถานะตกงาน มีงานอะไรให้ทำไหม ชั่วคราวก็ได้”
   
“ที่นี่จะมีอะไรให้ทำ กลับไปหางานทำที่เมืองไทยไป” เอกสิทธิ์ไล่ส่ง เพราะถ้าวริศาอยู่ที่นี่เขาก็ต้องดูแลเธอ แล้วเขาจะทำตัวลั้ลล้าได้ยังไงล่ะ
   
“มีสิคะคุณเอก ทำไมจะไม่มี ก็ระหว่างที่พี่ต้องตามสามีกลับไปอังกฤษเดือนหนึ่ง ก็ให้คุณวิวมาทำงานแทนพี่ไปก่อน ให้เงินเดือนเท่าพี่นี่แหละ ส่วนพี่ไม่รับเงินเดือนๆ นี้เพราะไม่ได้ทำงานอยู่แล้ว คุณวิวทำได้ใช่ไหมค่ะ พี่มีเวลาเทรนงานให้อาทิตย์หนึ่ง” น้ำค้างเสนอความคิดทันที เพราะเธออดเป็นห่วงงานทางนี้ไม่ได้ เวลาที่เอกสิทธิ์ต้องออกไปกับลูกทัวร์ใครจะคอยดูแลงานทางนี้ให้ โชคดีจริงๆ ที่เพื่อนเจ้านายมา แถมตกงานเสียด้วย ถ้าวริศามาทำหน้าที่แทนเธอ เธอจะได้ไปอย่างสบายใจ
   
“ทำได้ค่ะ วิวทำได้ พี่น้ำค้างใจดีจังเลย” วริศาตอบตกลงรับข้อเสนอทันที เธอจะได้มีข้ออ้างในการอยู่ที่นี่ด้วย เวลาที่ใครถามจะได้บอกว่าเอกสิทธิ์ขาดคนทำงานเธอเลยอยู่ช่วย และหวังว่าธุระของเธอมันจะจบภายในหนึ่งเดือนเช่นกัน
   
“นี่ๆ คุณผู้หญิง ถามเจ้าของบริษัทรึยังว่าจะรับไหม” เอกสิทธิ์เรียกความสนใจจากหญิงสาวทั้งสองที่ทำการเปลี่ยนไม้พลัดงานบริษัทเขาโดยไม่ถามเจ้าของแม้แต่คำเดียวว่าต้องการลูกน้องที่ชื่อวริศาหรือไม่
   
“เดี๋ยวบ่ายนี้พี่เทรนงานให้คุณวิวเลยนะคะ” น้ำค้างไม่สนใจคนเรียกร้องความสนใจ เธอตัดสินใจแล้วคนที่จะมาแทนที่เธอที่บริษัทนี้ต้องเป็นวริศาเท่านั้น
   
“ขอบคุณมากค่ะพี่น้ำค้างคนสวย”
   
“แหม พูดจาถูกใจแถมเป็นความจริงแบบนี้ เติมค่ะ ต้องเติม กินเยอะๆ เลยนะคะ”
   
น้ำค้างตักสปาเก็ตตี้ผัดขี้เมาเพิ่มในจานเด็กฝึกงานคนใหม่จนล้น เอกสิทธิ์ได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอา เห็นทีเขาคงพาผู้หญิงมานอนที่บ้านไม่ได้อีกแล้ว อย่างน้อยต้องให้เกียรติไอ้ตัวแสบ...ถึงยังไงมันก็เป็นผู้หญิง

   
งานที่ ‘เอกสิทธิ์ทราเวล’ในส่วนที่วริศาต้องรับผิดชอบต่อจากน้ำค้างไม่มีอะไรมาก เพราะงานส่วนใหญ่เอกสิทธิ์เตรียมแผนงานไว้ดีอยู่แล้ว เธอแค่รับจองลูกทัวร์ที่จะออกไปกับบริษัทตามกำหนดตารางวัน-เวลาไว้ก็เท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวที่นี่ มีทั้งที่ต้องการทัวร์แบบสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองตามเมืองต่างๆ และกลุ่มที่ต้องการท่องเที่ยวในทะเลทรายโดยเฉพาะ วริศาต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวที่ทัวร์ของเอกสิทธิ์จะแวะว่ามีที่ใดบ้าง และอะไรที่น่าสนใจเพื่อแนะนำลูกค้า หญิงสาวใช้เวลาไม่มากนักเพราะเอกสิทธิ์เคยเล่าให้ฟังคร่าวๆ เกี่ยวกับบริษัทของเขาเธอแค่ดูรูปภาพประกอบจากน้ำค้างนิดหน่อยก็เข้าใจดี

และเมื่อถึงวันใกล้เดินทาง เธอต้องโทรไปนัดหมายกับลูกทัวร์ให้แน่นอน นอกนั้นแค่นั่งเฝ้าบริษัทรับติดต่องานทั่วไป แถมได้เงินเดือนตั้งห้าหมื่นบาทแน่ะ ถ้าเธอปฏิเสธงานนี้ก็โง่แล้ว ที่สำคัญ เธอไม่เสียอะไรเลยเพราะพักกับเอกสิทธิ์ที่บริษัทและบ้านหลังนี้ ประหยัดค่าโรงแรมไปในตัว
   
บริษัททัวร์ของเอกสิทธิ์เป็นบริษัทขนาดเล็ก มีพนักงานไม่กี่คน มีน้ำค้าง เอกสิทธิ์ แม่บ้านที่เธอเห็นแค่แวบเดียว และพนักงานชายสองคน หญิงอีกสองคนซึ่งเป็นชาวอัคซาลที่จะคอยออกไปกับคณะทัวร์ สี่คนนี้จะเข้ามาเตรียมแผนงานกับทางบริษัทก่อนออกทัวร์เพียงแค่สามวันก็พร้อมปฏิบัติงานทันที วริศาจึงได้เห็นแต่เพียงรูปถ่ายเพื่อนร่วมงานเท่านั้น เพราะอีกห้าวันทั้งสี่คนถึงจะเข้าบริษัทอีกครั้งเพื่อเตรียมงานออกทัวร์ในทริปต่อไป หลังจากกลับมาจากทัวร์ทริปเมื่อวานพร้อมเอกสิทธิ์ ระหว่างนี้ทั้งสี่คนยังอยู่ในช่วงของการพักผ่อน
   
วริศาคิดว่าการทำงานแบบนี้ดีเหมือนกัน เธอจะได้ถือเอาช่วงเวลาที่เอกสิทธิ์กับเหล่าคณะออกทัวร์จัดการธุระของเธอได้บ้าง หญิงสาวยังไม่คิดจะเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง แต่ถ้าจำเป็นหรือแผนแตกก่อนที่เรื่องจะเรียบร้อย เอกสิทธิ์คงช่วยเธอได้มาก แต่เธอยังไม่อยากให้เขาวิตกกังวลกับสิ่งที่เธอคิดจะทำ

การตามหาคนมันไม่ใช่เรื่องงาน แต่เธอจำเป็นที่จะต้องตามหาและต้องหาให้เจอ ถ้าลองถามเอกสิทธิ์คงไม่เป็นไร ในเมื่อเขาก็รู้จัก ‘ราเชส’ เมื่อมีเวลาอยู่ด้วยกันเพียงลำพังสองคนหลังจากบริษัทปิดแล้วในเวลาบ่ายสี่โมงครึ่ง พอได้จังหวะดีๆวริศาจึงไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านเลยไป
   
“พี่เอกจำราเชสได้ไหม” เอกสิทธิ์ทำท่านิ่งคิด แล้วมองหน้าคนถาม วริศาจึงขยายสรรพคุณต่อไปอีกว่า “เพื่อนวิวคนที่เป็นชาวอัคซาลไง”
   
“อ๋อ จำได้ ทำไม อย่าบอกนะว่าที่หอบสังขารมาถึงนี่เพราะมาตามหามันนะ มันทำแกท้องแล้วไม่รับผิดชอบรึไง” เอกสิทธิ์ส่งสายตาเจ้าเล่ห์ เขารู้ว่าวริศาไม่ใช่คนที่ทำตัวแบบนั้น แต่เขาอยากจะอำเล่น และก็ได้ผล เพราะเริ่มเห็นประกายแห่งความอาฆาตมาจากไอ้ตัวแสบแล้ว
   
“ไอ้พี่เอก ไอ้บ้า คิดอะไร แค่ถามถึงเฉยๆ โว้ย”
   
“จะไปรู้เหรอ เห็นถามหาผู้ชาย นึกว่าพลาดท่าเสียทีผู้ชายอัคซาลซะแล้ว ไอ้หมอนั่นมันหล่อน้อยกว่าฉันนิดเดียวเอง แต่ไม่ได้ท้องก็ดี ฉันสงสารคนที่ได้แกเป็นเมีย มันจะรู้จักคำว่านรกก่อนที่มันจะตาย”
   
“ไอ้พี่เอก ไอ้พี่ไม่รักดี อย่าอยู่เลย”
   
วริศากระโดดข้ามโต๊ะออกมาพร้อมกับกระดาษที่อยู่ใกล้มือม้วนเป็นวงกลมหวังฟาดคนปากเสียสักผลัวะ แต่เอกสิทธิ์ก็ไวทายาท กระโดดหลบอย่างรู้เชิง เมื่อพลาดเป้าวริศาก็ร้องโวยวายดังขึ้นกว่าเก่า จนคนถูกปองร้ายชอบใจหัวเราะใส่ที่แกล้งคนขี้โมโหได้ วริศาควรรู้ว่าผู้ชาย ยังไง๊ ยังไงก็เป็นฝ่ายได้เปรียบผู้หญิงอยู่วันยันค่ำ เพราะธรรมชาติสร้างผู้หญิงให้เป็นเพศที่อ่อนแอ เพื่อให้ผู้ชายคอยปกป้องดูแล ดูอย่างแค่พละกำลังระหว่างเขากับเธอสิ เขาเหนือกว่าเห็นๆ

 แล้วเสียงร้องโวยวายวิ่งตึงตังก็ดังรอบในส่วนของฝ่ายต้อนรับของบริษัทที่ประตูถูกปิดแล้ว
   
แต่ทันใดนั้น ประตูกลับถูกเปิดเข้ามาอย่างร้อนรน พร้อมกับที่เอกสิทธิ์กระโดดหลบคนที่เข้ามาใหม่โดยไม่ได้เคาะประตูได้ทัน แต่คนที่วิ่งตามหลังเจ้าของบริษัทอยู่นั้นกลับยกมือข้างที่ถืออาวุธเตรียมฟาดคนปากเสียเมื่อกวดทันใกล้เข้าไป แต่ผิดคาดเมื่อเขากระโดดหลบคนที่เข้ามาใหม่ วริศาก็ยั้งมือยั้งตัวไม่ทันเสียแล้ว
   
โป๊ก!

ทาริก

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 63
    • ดูรายละเอียด
Re: แผนร้ายก่อการรัก บทที่ 1
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2014, 09:50:55 PM »
ฟาดใครเข้าล่ะนั่น

เอพริว

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 19
    • ดูรายละเอียด
Re: แผนร้ายก่อการรัก บทที่ 1
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2014, 04:53:36 PM »
นางเอกของเรา คงจะต้องเจอมือปราบสักหน่อยแล้ว

"ไอ้ตัวแสบ"  :P



คุณพีทคุง

  • นักข่าว
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 47
    • ดูรายละเอียด
    • คนเขียนฝัน พิธันดร
Re: แผนร้ายก่อการรัก บทที่ 1
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มีนาคม 02, 2014, 07:01:15 PM »

โดนฟาดตั้งแต่บทแรกแบบนี้ ต้องป็นหนุ่มหล่อแน่เลยนะฮะ