ผู้เขียน หัวข้อ: เขียนใจ...ทำนายรัก >>>บทนำ<<<  (อ่าน 118 ครั้ง)

รัญชิดา

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 190
    • ดูรายละเอียด
เขียนใจ...ทำนายรัก >>>บทนำ<<<
« เมื่อ: มีนาคม 13, 2018, 12:45:01 AM »
บทนำ

   นานเท่าใดแล้วที่ไม่เคยได้เหยียบย่างกลับมา ณ ที่แห่งนี้ นานจนเกือบลืมความทรงจำที่ครั้งหนึ่งเคยหอมหวานอุ่นซ่านในหัวใจ แต่ก็นั่นแหละอดีตก็เหมือนสายน้ำไม่มีวันย้อนคืน เมื่อผ่านแล้วก็ผ่านเลยไป

   ชวินกวาดตามองรอบบริเวณที่ยืนอยู่แล้วยิ้มมุมปาก เสียงผู้คนเฮลั่นแข่งกับเสียงแตรวงดัง ถัดมาไม่กี่อึดใจเพลงมหาชัยก็บรรเลงส่งเจ้านาคเข้าอุโบสถ ผู้ที่ไม่ได้ตามเจ้านาคเข้าร่วมพิธีในอุโบสถเริ่มทยอยเดินออกมา หลายคนที่จำได้ก็ยิ้มทักทายอย่างเป็นกันเอง ซ้ำยังมีน้ำใจชวนกินข้าวที่ทางเจ้าภาพเตรียมจัดไว้ใต้ต้นประดู่ใหญ่

   ความจริงแล้วชวินไม่ได้ตั้งใจมาร่วมงานนี้หรอกเพราะเขากับเจ้านาคไก่ฟ้าก็แค่รู้จักกันแต่ไม่สนิทมากนัก ถ้าเป็นน้องสาวเขากับเจ้านาคนั่นสิถึงจะเรียกได้ว่าสนิทเพราะเป็นพี่น้องศิษย์ร่วมสถาบันเดียวกัน แต่เพราะได้รับคำเชิญจะไม่โผล่หน้ามาให้ใครเห็นเลยคงไม่เหมาะ อย่างน้อยๆ ก็เพื่อความสบายใจของกำนันชัชวาลพ่อของเขานั่นเอง

   ชวินกำลังจะหมุนตัวเดินกลับ แต่สายตาดันไปสะดุดเข้ากับหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่ช่วยกันประคองคุณยายสูงวัย อะไรบางอย่างดึงดูดสายตาจนเขาไม่อาจทำตามที่คิดไว้ตั้งแต่แรก ภาพหญิงสาวผมยาวสลวย รูปร่างงดงามได้สัดส่วนชวนมอง ใบหน้าสวยคมคาย มันคุ้นตาคุ้นใจเขาเหลือเกิน นี่แหละคือความหวานอุ่นซ่านหัวใจเมื่อครั้งอดีตของเขา หากเมื่อวันวานไม่เกิดการผิดพลาด วันนี้ผู้ชายที่อยู่เคียงข้างตะเพียนทองจะต้องเป็นเขา ไม่ใช่ไอ้หน้าอ่อน ท่าทางเหยาะแหยะนั่น

   เพียงแต่ทุกคนในย่านนี้รู้ดีว่าตะเพียนทองเป็นของต้องห้ามสำหรับชวินและผู้ชายทุกคน เธออยู่ในฐานะร่างทรงของเจ้าแม่ เป็นเหมือนตัวกลางคอยเชื่อมต่อสื่อสารระหว่างเจ้าแม่กับชาวบ้าน ใครๆ ก็รู้ความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่ตะเพียนทองนั้นร่ำลือไปไกลทั่วทั้งจังหวัด ไม่มีใครไม่รู้จัก ยากนักที่ร่างทรงจะดำรงชีวิตตามปกติเฉกเช่นหญิงสาวทั่วไป

   ศรัทธาอันแรงกล้าเป็นป้อมปราการสำคัญที่ชวินไม่อาจฝ่าฟันไปได้ ก่อนหน้านี้เขากับตะเพียนทองเคยคบหากันและเกือบจะได้แต่งงานกันแล้วหลังจากเธอเรียนจบ ทว่าแม่ของเขาไม่อาจยอมรับลูกสะใภ้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องไสยศาสตร์ แม้ตัวของแม่เองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่มีศรัทธาแรงกล้าต่อเจ้าแม่ แต่หากต้องมาเกี่ยวดองกันแม่ขอปฏิเสธ

   ความรักของเขากับตะเพียนทองเลยกลายเป็นความหลัง และต่อมาไม่นานเธอก็ตัดสินใจเข้าพิธีรับขันธ์สืบทอดตำแหน่งร่างทรงจากยายรัญจวน หันหลังให้กับผู้ชายทั้งโลกและยึดติดกับเจ้าแม่มาจนถึงทุกวันนี้

   เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ชีวิตของชวินเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาไม่มีวันลืมอดีตได้สนิทใจ ต่อให้มีหญิงอื่นผ่านเข้ามามากมายก็ไม่มีใครเหมือนตะเพียนทอง ผู้หญิงคนเดียวที่เขาไม่เคยมีโอกาสได้แตะต้องแม้แต่ปลายเล็บ

   อดีตคนเคยรักกับผู้ชายคนใหม่ช่วยกันประคองคุณยายขึ้นรถ หากชักช้าก็อาจจะไม่ได้เจอกันอีก ชวินจะไม่ยอมให้โอกาสนี้หลุดมือเด็ดขาด

   “ตะเพียน” ชายหนุ่มตัดสินใจเป็นฝ่ายเดินเข้าไปเอ่ยทักทายเลือกเฉพาะเจาะจงแค่เพียงฝ่ายหญิง เปิดเผยรอยยิ้มทรงเสน่ห์แบบที่รู้ว่าหญิงสาวเห็นแล้วต้องประทับใจ

   “อ้าว...พี่วิน มาได้ไง”

   “พอดีช่วงนี้พี่ลาพักร้อนน่ะ แล้วก็ได้ข่าวว่าไก่บวชก็เลยมาทันส่งนาคเข้าโบสถ์พอดี”

   ตะเพียนทองยิ้มหวานแล้วถามต่อ “มาคนเดียวหรือคะ”

   รอยยิ้มและสีหน้ายินดีที่ได้พบกันอีกครั้งทำให้หัวใจชวินเต้นผิดจังหวะ กี่ปีแล้วนะที่เขาไม่ได้พบเธอใกล้ๆ แบบนี้ ความรู้สึกคิดถึงกึ่งโหยหาร่ำร้องให้เขายืดเวลาออกไปอีกนิด ทว่าเสียงของบุคคลที่สามดังแทรกช่วงเวลาความสุขของเขา

   “เอ่อ...ขอโทษนะครับ ก่อนที่จะคุยกันยาวกว่านี้ ผมขอขัดจังหวะแนะนำตัวซักนิดนะครับคุณสุภาพบุรุษ ผมชื่อ...โหราครับ”

   มารความสุข มาดทะเล้น ยื่นมือออกมา ชวินได้แต่มอง ก่อนยื่นมือไปจับพร้อมกับแนะนำตัวอย่างเสียมิได้ “ผม...ชวิน ครับ”

   โหรายิ้มกว้าง “ถือว่าเรารู้จักกันแล้วนะ คราวนี้ผมอยากเตือนพวกคุณว่ายายรัญจวนของผมนั่งรอในรถนานแล้ว เราน่าจะกลับกันก่อนดีมั้ยครับคุณตะเพียน”

   “เรา” ตะเพียนทองชี้ตัวเองพลางเลิกคิ้วสูง “นี่ฉันตกลงหิ้วคุณกลับบ้านตอนไหนไม่ทราบ”

   ชวินเห็นหนุ่มหล่อแกล้งอ้าปากค้าง ดวงตาเปล่งประกายออดอ้อน เห็นแล้วก็นึกอิจฉาในความเป็นธรรมชาติ มันทำได้ไม่ขัดลูกตาเลย เขาคิดว่าเวลานี้คงยังไม่เหมาะนัก การได้พบหน้ากันและพูดคุยทักทายพอหอมปากหอมคอ อย่างน้อยเขาก็รู้ว่าตะเพียนทองไม่ได้รังเกียจ ไว้ค่อยหาเวลาไปเยี่ยมเยียนเธอในโอกาสต่อไปก็ได้ เลือกเวลาที่ไม่มีใครอยู่ขัดขวางคงจะดีกว่า

   “งั้นเดี๋ยวเราค่อยคุยกันก็ได้จ้ะ รอบนี้พี่อยู่ค่อนข้างนานไว้พี่จะไปหาที่บ้านนะ”

   “อ้าว...แล้วพี่วินจะกลับยังไงคะ”

   “ฮื้อ...คุณนี่ก็ถามแปลก เขามายังไงก็กลับอย่างนั้นแหละ เอากุญแจมาผมกลัวคุณเมื่อย เดี๋ยวขับให้”

   ชวินยิ้มเครียดไม่บอกก็รู้ไอ้หน้าหล่อมันจงใจตัดบทและปิดทุกโอกาสที่เขาจะเข้าไปถึงตัวตะเพียนทอง บางทีที่มองว่ามันเหยาะแหยะนั้นเขาอาจจะเข้าใจผิดไปเองก็ได้

   ผู้ชายด้วยกันสบตากันเพียงครั้งเดียวก็เกินพอ มันรักตะเพียนทอง และการยินยอมให้มันพาขึ้นรถ ยอมให้มันขับรถให้ ก็บอกชัดว่าตะเพียนทองเองไม่ได้รังเกียจมันเช่นกัน

   รถร่างทรงเจ้าแม่เลี้ยวออกประตูวัดไปแล้ว ชวินยังยืนอยู่ที่เดิม ลำดับความคิดของตัวเอง ในตอนนี้ตะเพียงทองเป็นร่างทรงเต็มตัวแล้ว เขายังรู้สึกกับเธอแบบเดิมหรือไม่ และที่จะลืมไม่ได้เลยก็คือแม่...คนที่ไม่เห็นชอบในความรักครั้งเก่าได้จากโลกนี้ไปแล้ว มันจะเป็นยังไงถ้าจะกลับมารื้อฟื้นความหลังกับร่างทรงคนสวยที่เขาไม่เคยลืม

   “พี่วิน ไหนบอกว่าจะไปรอที่รถไง ทำไมมายืนอยู่ตรงนี้ล่ะ เห็นนะว่าคุยกับใครน่ะ”

   “ก็เห็นแล้วจะถามทำไมอีก” ชวินเดินไปที่รถและปลดล็อค โดยไม่สนใจตอบคำถามของน้องสาว

   ดวงชีวันขึ้นนั่งเบาะด้านข้างคนขับ รอจนพี่ชายสตาร์ทรถและขับออกมาพ้นเขตวันจึงได้เอ่ยถาม “เมื่อกี้เห็นว่าคุยกับยัยร่างทรงนั่น ฉันก็ได้แต่หวังว่าพี่คงจะไม่คิดขัดใจแม่เอาตอนนี้ ผู้หญิงดีๆ มีอีกตั้งเยอะ ว่าแต่คนที่ประคองยายรัญจวนไปนั่นใคร ฉันมัวแต่รอเอาซองใส่ย่ามหลวงพี่ไก่เลยตามมาดูหน้าชัดๆ ไม่ทัน”

   “มันบอกว่าชื่อโหรา”

   ดวงชีวันพยักหน้ารับรู้ “รูปร่างหน้าตาดูดีเชียว เหมือนไม่ใช่คนแถวนี้ ตอนแรกฉันนึกว่าดารา ยังคิดเลยว่าหลวงพี่ไก่ไปแอบคบดาราเซเลบตอนไหน แต่พอเห็นประคองยายจวนไปส่งที่รถแล้วก็แอบเซ็ง แฟนใหม่ยัยตะเพียนเหรอ”

   “ไม่รู้สิ แต่ไม่น่าจะใช่นะ”

   “ก็ดีแล้ว ยัยร่างทรงนั่นน่ะไม่ควรได้ผู้ชายหน้าตาดีๆ ไปหรอก อยู่จมปลักกับกุมงกุมารของมันไปนั่นแหละเหมาะสุด”

   “จะพูดจะจาอะไรก็ระวังปากบ้างเถอะ ของอย่างนี้ไม่เชื่อก็ไม่ควรจะไปลบหลู่”

   ดวงชีวันได้แต่ยักไหล่ให้กับคำตักเตือนของพี่ชาย เธอจะต้องรู้ให้ได้ว่านายโหรารูปหล่อคนนั้นคือใคร เกี่ยวข้องยังไงกับตะเพียนทอง ไม่นึกเลยว่ามาร่วมงานบวชรุ่นพี่ไก่ฟ้าคราวนี้จะได้เจอกับบุรุษรูปงามโดนใจ ก็ได้แต่หวังว่านายโหราจะไม่มีรสนิยมชอบลองของแบบพี่ชายเธอหรอกนะ

   คอยดูเถอะถ้าชวินคิดจะรื้อฟื้นเรื่องเก่ากับตะเพียนทองขึ้นมาอีกล่ะก็เธอนี่แหละจะคอยขัดขวางแทนแม่เอง



   ในรถของร่างทรงคนที่สองพี่น้องกำลังพูดถึงเงียบกริบ โหราเหลือบมองกระจกมองหลัง ยายรัญจวนนั่งเพลิดเพลินอยู่กับการดูทิวทัศน์ข้างทาง ตะเพียนทองหลานสาวคนสวยของคุณยายก็ไม่ต่างกัน ทว่าโหราไม่ค่อยวางใจท่าทางนิ่งๆ นั่งมองข้างทางเนียนๆ นั้น

   “นั่งนิ่งๆ นี่ แอบท่องคาถาเสกตะปูเข้าท้องผมอยู่หรือเปล่า” ก็ตามที่รู้ๆ กัน เขากับแม่สาวหน้าคมข้างๆ ไม่ค่อยจะลงรอยกันเท่าใดนัก เหตุทั้งหมดก็มาจากตัวเขาเองนี่แหละ ใครจะคิดล่ะว่าแม่สาวที่เจอกันครั้งแรกแล้วตบเขาซะจนเห็นดาวหมุนติ้วรอบหัวจะมีอันต้องโคจรมาเจอกันอีก

   ดูเหมือนเหตุการณ์รักฟ้าแลบกลางตลาดสามสุขครั้งนั้นจะกลายเป็นตราบาปติดตัวโหราไปเสียแล้ว ตะเพียนทองไม่ประทับใจแถมยังทำท่าจะเหม็นขี้หน้าเขาซะด้วย นี่ยังดีที่ยังยอมให้เข้าถึงตัวบ้าง แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้เขาก็เจ็บมาเยอะ เห็นตัวเล็กๆ อย่างนี้พิษสงมากมาย ถ้าจับมาเขียนเป็นนางเอกนิยายก็น่าสงสารพระเอกชะมัด แต่ว่าในชีวิตจริงเขาก็ยอมโชคร้ายและพร้อมที่จะเป็นพระเอกของเธอ เรียกว่ายิ่งกว่าเต็มใจซะอีก

   “ฉันว่าตะปูมันเบาไป ต่อม่อเลยดีมั้ยล่ะ”

   “ใจร้าย” ชายหนุ่มโอดครวญ “ผมก็แค่ไม่อยากให้คุณหวั่นไหวกับกิ๊กเก่า”

   “แค่ทักกันไม่กี่คำ รู้เลยเหรอว่าเขาเคยเป็นอะไรกับฉัน แหม...นี่ถ้าเป็นผู้หญิงฉันจะให้มารับขันธ์เป็นทายาทเจ้าแม่เลยนะ มีแววรุ่ง”

   “แค่รับขันธ์ก็ได้เป็นเลยงั้นเหรอ”

   “งั้นสิ” ตะเพียนทองพยักหน้า เหยียดยิ้มมุมปากถามกึ่งจริงกึ่งเล่น “สนใจรึไง”

   “ไม่ได้สนใจเจ้าแม่ แต่คนทรงนี่ไม่แน่นะ” ชายหนุ่มขยิบตาเจ้าชู้ใส่หญิงสาว “จะเป็นทายาทต้องรับขันธ์กับเจ้าแม่ แล้วถ้าจะสมัครเป็นเขยขวัญผมต้องไปรับขันธ์ที่ใคร”

   คุณยายรัญจวนนั่งเงียบมานานก็หัวเราะออกมา ฟังหนุ่มสาวคุยกันมานาน พอเจอมุกนี้ของโหราเขาไปคุณยายถึงกับต้องออกปาก

   “ให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะไอ้หนุ่ม หลานข้าไม่ธรรมดานะโว้ย เอ็งจะเที่ยวมาทำมุกตลาดจีบเรี่ยจีบราด ประเดี๋ยวจะเจอดี”

   “รู้ว่าเสี่ยง แต่ทนเสียงหัวใจเรียกร้องนะครับยาย ชีวิตผมก็เสี่ยงมาตั้งมากมายจะเพิ่มหลานสาวคนสวยของยายเข้าไปอีกซักเรื่องจะเป็นไรไป เนาะ” ท้ายประโยคโหราหันไปขอความเห็นกับคนข้างๆ

   “เพ้อเจ้อ” ตะเพียนทองหัวเราะ ไม่ออกความเห็นนอกจากอมยิ้มแล้วก็เบือนหน้าออกไปมองทิวทัศน์

   โหราแกล้งทำหน้ามุ่ยขัดใจที่อีกฝ่ายไม่ยอมเออออด้วย ระหว่างนั้นก็ลอบสังเกตอากัปกิริยาของหญิงสาว เธอยังหัวเราะได้เขาก็เบาใจ พี่ชวินรูปหล่อประหนึ่งมิตรไชย บัญชา ลงมาจุตินั่นคงไม่ค่อยมีผลเท่าไร แล้วที่สำคัญคุณยายรัญจวนสุดสวาทขาดใจของไอ้โหรก็ไม่เอ่ยถึงหมอนั่นเลยทั้งๆ ที่ก็เห็นอยู่ มีความเป็นไปได้ว่ายายรัญจวนอาจจะรู้สึกเฉยๆ ค่อนไปทางไม่ปลื้มไอ้หมอนั่นหรือถ้าสถานหนักก็อาจจะถึงขั้นเกลียดขี้หน้าจนไม่อยากเอ่ยถึง

   ก็ดี...แบบนี้โหราค่อยมีกำลังใจหน่อย อย่างน้อยเขาก็เป็นรองแค่มาทีหลัง ไม่เคยมีอดีตชาติแสนหวานร่วมกันเท่านั้น ของอย่างนี้มันบอกอะไรไม่ได้หรอก ถามเขาก็ขอตอบแบบเข้าข้างตัวเองสุดๆ เลยว่า เขาแซบกว่าเยอะ

   หลังจากขับออกมาได้สักพักตะเพียนทองก็สั่งให้โหราเลี้ยวไปบ้านผู้ใหญ่เบิ้มเพราะเธอจะไปส่งเขาก่อนแล้วจึงกลับตำหนัก

   โหราจัดให้ตามคำขอ จากนั้นก็เก็บปากเงียบเปลี่ยนมาวางแผนในใจ ถึงยังไงเขาก็เกรงใจคุณยายรัญจวน จะให้รุกจีบหลานท่านตลอดเวลาก็จะดูบ้าคลั่งเกินไป ดีไม่ดีเกิดคุณยายไม่ถูกใจขึ้นมาจะซวยได้ ถ้าตัวหลานก็ไม่มีใจ แล้วตัวยายยังไม่ปลื้มนี่คงจะไม่ดีแน่ ต่อไปนี้เขาจะต้องเกรียนให้มันถูกจังหวะ เพื่อสถานะเขยขวัญของคุณยายรัญจวน

   การเป็นนักเขียนมันก็ดีตรงนี้ ไอ้เรื่องจินตนาการนี่โหราถนัดนัก แม้ว่าก่อนหน้านี้จะคิดไม่ออกติดขัดไปบ้าง แต่พอมาเจอหน้าสวยๆ ของร่างทรงเจ้าแม่ตะเพียนทองเท่านั้น วิญญาณนักเขียนเบสเซลเลอร์ก็กลับพุ่งเข้ามาสิงเขาเลย ยังไงโหราก็จะตั้งหน้าตั้งตาจีบหลานสาวยายจวนให้ได้ อุปสรรคจะกล้ามใหญ่ หล่อเหลา เขาก็จะไม่ยอมแพ้

   สำหรับโหรานั้นตะเพียนทองเป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่ง ภาระหน้าที่ของเธอไม่มีผลต่อเขา แม้ทุกคนจะยกเธอไว้สูงแค่ไหน แต่สักวันเขาจะไขว่คว้าเธอมาแนบใจให้ได้ ถึงต้องปีนป่ายตะเกียกตะกายก็เอา

   นักเขียนหนุ่มยืนมองตามท้ายรถกระบะที่เขาเพิ่งลงมาด้วยดวงตามุ่งมั่น หากไม่มีบุคคลที่สามแทรกเข้ามาเขาก็คงจะใจเย็นจีบเธอทีเล่นทีจริงต่อไปวันๆ แต่พอพี่เทพบุตรชวินโผล่มา ทำให้ต้องเปลี่ยนแผนบอกลาความใจเย็นไปเลยถึงเวลาที่ต้องลงมืออย่างจริงจังแล้ว

   ร่างสูงของนักเขียนหนุ่มหมุนตัวมุ่งหน้าเดินกลับเรือน สมองของเขากำลังทำงานหนักหน่วง ครุ่นคิดถึงแผนการพิชิตใจร่างทรงคนสวย ระดับโหราถ้าลงมือต้องไม่มีคำว่าพลาด เตรียมปิดตำหนัก อำลาตำแหน่งแล้วมารักกับโหรได้เลยคุณตะเพียน!