ผู้เขียน หัวข้อ: ขยี้รักจอมบงการ - บทที่ 2  (อ่าน 138 ครั้ง)

กลิ่นร่ำ - copter

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 27
    • ดูรายละเอียด
ขยี้รักจอมบงการ - บทที่ 2
« เมื่อ: มีนาคม 15, 2018, 08:18:04 PM »

บทที่ 2

ปวดหัว!

ทำไมหัวสมองมันหนักๆ แบบนี้

ไม่เอาแล้ว ต่อไปไม่ดื่มหนักแบบเมื่อคืนอีกแล้ว...

ปวดท้องอีก!

โอย...ทำไมดื่มแล้วมันปวดท้องหน่วงๆ

ธัญเรศพยายามลืมตา มือกุมหัวที่ปวดตุบๆ ก่อนจะเปลี่ยนไปกุมที่ท้องน้อยที่ไร้อาภรณ์ปิดบัง

เฮ้ย!...

หญิงสาวลืมตาขึ้นทันที พบว่าตัวเองนอนเปลือยเปล่าอยู่ใต้ผ้าห่ม ที่แย่ไปกว่านั้นเธอกำลังนอนซุกอยู่ที่อกชายแปลกหน้านอนเปลือยกายกรนอยู่ข้างๆ เธอค่อยๆ ขยับกายออกห่าง

ไม่ได้ฝัน เมื่อคืนที่เธอคิดว่าเป็นความฝัน มันไม่ใช่...

ความสุขที่ได้รับเมื่อคืน...มันเป็นความจริงหรือนี่

โอย...อยากให้เป็นฝันร้ายมากกว่า

ธัญเรศข่มอาการอ่อนเพลีย แถมร่างกายยังไม่ปกติดีนัก รีบลุกขึ้น หยิบเสื้อผ้าที่กองอยู่กับพื้นมาสวม ไม่กล้าที่จะมองไปยังคนที่กำลังหลับสนิท
เธออยากจะลำดับความคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ แต่คงไม่ใช่ตอนนี้ ต้องรีบออกไปจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด ธัญเรศคว้ากระเป๋าที่วางบนโต๊ะใกล้เตียงอย่างเบามือ สายตาแวบไปมองชายที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘คนแรก’ ของเธอก่อนจะออกไปด้วยอารมณ์ที่หน่วงหนักอยู่ในใจ เธอคุ้นหน้าเขา เคยเจอเขามาก่อน ใบหน้าของคนที่เธอว่าเป็นคนหื่นกามเมื่ออาทิตย์ก่อนแวบเข้ามา

“อย่าได้เจอกันอีกเลย ชาตินี้”

หญิงสาวปิดประตูห้องอย่างแผ่วเบา จะยังไงเธอก็ยังไม่อยากให้เขาตื่นขึ้นมาตอนนี้ เธอจำได้ว่าเขาคือชายหนุ่มคนที่เจอในผับ เพราะใบหน้าอันคมคายในความสลัวนั้นชวนมอง ทำให้เธอเผลอใจแอบมองบ่อยๆ พอเห็นหน้าชัดๆ ในตอนนี้กลับสร้างรอยด่างให้เธอไปตลอดชีวิต

316!

ตัวเลขห้องปรากฏชัดเมื่อเธอปิดประตู

“ห้องลิซ่ามัน 318 นี่” ธัญเรศอุทานด้วยความตกใจ เหลียวมองไปยังห้องตรงข้าม ถึงได้เห็น ‘318’

เธอมาเข้าห้องนี้ได้ยังไง นี่เธอเมาถึงขนาดว่าเข้าห้องผิดเชียวหรือ

โอย...มองพลาดหนนี้ ชีวิตเธอถึงกับเปลี่ยนแปลงทั้งชีวิต

ไม่มีทางเหมือนเดิมอีกต่อไป

อยากร้องไห้ แต่น้ำตามันไม่ไหล

หญิงสาวรีบออกไปจากความเลวร้ายในชีวิตของเธอ ก่อนที่เขาจะตื่นขึ้นมามันคงจะน่ากลัวกว่านี้ ใจที่เต้นรัวทำให้เท้าที่ก้าวเดินเร็วขึ้นกว่าปกติ โดยไม่สนใจพนักงานต้อนรับกะดึกที่ประจำอยู่ส่งยิ้มให้เธอ รีบออกไปจากโรงแรมแห่งนี้โดยเร็ว ท้องฟ้าด้านนอกยังคงปกคลุมไปด้วยความมืด ยังพอมีรถแท็กซี่จอดรอรับผู้โดยสารอยู่หน้าโรงแรมสองคัน เธอรีบเปิดประตูรถบอกสถานที่ที่จะไป พอแท็กซี่แล่นออกจากโรงแรมเวสต์วูด ธัญเรศถึงกับถอนหายใจพร้อมเอนหลังพิงเบาะราวกับโล่งอก สายตาเหม่อมองออกไปนอกรถ

มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอ มันน่าอายชะมัด เธอคิดว่ามันเป็นความฝัน จะไปแจ้งความว่าถูกข่มขืนก็ไม่ได้ ถ้าเขาสวนกลับมาว่าเธอสมยอม เธอจะทำยังไง เพราะมันเป็นความจริง แต่เธอคิดว่ามันเป็นความฝัน ใครจะคิดว่ามันคือความจริง เธอมีความสุข ความสุขที่ไม่เคยมีมาก่อน แม้มันจะเจ็บปวดในตอนแรก แต่มันก็สุขล้น

ความคิดอันสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูก วิ่งวนอยู่ในหัวสมอง

บ้าไปแล้ว...นี่เธอกำลังมีความสุขกับคนแปลกหน้า ใครก็ไม่รู้

เธอต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ กับเดวิดที่ตามเธอมาหลายเดือน ยังไม่เคยได้จูบจากเธอเลย

แต่นี่...

เรื่องนี้ต้องเป็นความลับ!

เธอคงอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว โอกาสที่จะเจอเขาสูงแน่ เธอจะต้องกลับประเทศไทย ต่อให้ต้องกลับไปเจอเรื่องเลวร้าย แต่มันคงไม่มีอะไรร้ายสำหรับ
เธอมากไปกว่านี้แล้ว

ต่อให้กลับไปจะต้องเจอพ่อเลี้ยงคนใหม่ที่ทำให้เธอต้องมาเรียนต่อโทที่นี่

แรกสุดที่เธอว่าเลวร้าย คือตั้งแต่พ่อเสีย แม่ไปมีสามีใหม่ที่เธอไม่ชอบ ไม่ใช่ว่าเธอจะกีดกันแม่ แต่คนนี้ใครๆ ก็ดูออกว่ามาหลอกแม่ แต่เหตุการณ์เมื่อคืนมันเลวร้ายมากที่สุดในชีวิต

ไม่มีอะไร ธัญเรศได้แต่เตือนตัวเอง ต้องผ่านมันไปให้ได้

แต่ตอนนี้เธอคงต้องกลับบ้าน น้ำตาแห่งความเสียใจค่อยๆ ไหลริน หญิงสาวรีบปาดน้ำตาทิ้ง มองท้องฟ้าเริ่มมีแสงสว่างของดวงอาทิตย์ลอดผ่านเมฆที่ลอยเต็มท้องฟ้าสาดส่องลงมา หญิงสาวลงจากรถเข้าบ้าน โชคดีคุณป้ายังไม่ตื่นลงมาข้างล่าง แต่ก็คงใกล้เวลาที่ท่านตื่นแล้ว หญิงสาวค่อยไขกุญแจเข้าบ้าน รีบเดินเข้าห้องปิดประตู หยิบกระเป๋าเดินทางบนหลังตู้ออกมาวางบนเตียง

พรุ่งนี้สำหรับเธอ มันต้องดีกว่าวันนี้!


ลีโอขยับตัวอย่างเมื่อยขบ แขนด้านหนึ่งชาเพราะเป็นหมอนให้หญิงสาวนอนหนุนทั้งคืน หลังจากที่กรำศึกหนักอันร้อนแรง เขาลืมตาทันทีที่รู้สึกเบาหวิวตรงแขนด้านที่ชาทั้งคืน

มันควรจะมีหญิงสาวนอนหนุนซุกกายอยู่ หายไปไหนแล้ว

ลีโอมองไปยังพื้นที่เขาถอดเสื้อผ้าหญิงสาวกองไว้เมื่อคืน ตอนนี้มันไม่มีแม้สักชิ้นเดียว กระเป๋าที่เขาโยนไว้ยังหัวเตียงก็ไม่อยู่

“โธ่โว้ย!”

ชายหนุ่มรู้สึกขัดใจที่หญิงสาวหายไป ไม่เคยมีหญิงคนไหนกล้าทำแบบนี้กับเขา เขารีบไปดูที่กระเป๋าเงิน ไม่มีอะไรหายไป ลีโอหยิบโทรศัพท์โทรหาแฟรงค์ทันที แม้จะถูกใจแต่ทำแบบนี้มันไม่ดีแน่นอน เขาเดินหงุดหงิดไปมารอแฟรงค์รับสาย โดยไม่สนใจที่จะใส่เสื้อผ้าเลยสักนิด

“แฟรงค์ ผู้หญิงเมื่อคืนหายไปไหน”

ทันทีที่แฟรงค์รับสาย เสียงห้วนจากลีโอทำเอาแฟรงค์ถึงกับผวา

“ขอโทษครับนาย เรื่องเมื่อคืน เอ่อ...” แฟรงค์รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ก่อนจะละล่ำละลักพูดต่อ “เธอเกิดอุบัติเหตุไม่ได้ไปหานาย เพิ่งโทรมาแจ้งผมเมื่อเช้าก่อนนายโทรมาเองครับ”

“อะไรกันแฟรงค์ ผู้หญิงเมื่อคืนแกไม่ได้ส่งมา” เสียงที่ห้วน กลับกลายเป็นถามอย่างงง ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่เข้าใจสิ่งที่เจ้านายถามเหมือนกัน

“เอ่อ..ครับ” เขาไม่อยากทำให้ลีโอโกรธ ไม่เห็นเจ้านายโทรมาโวยก็คิดว่าเรียบร้อยดี ไม่คิดว่าตอนเช้าจะเกิดเรื่อง

“ช่างเถอะ...ช่างเถอะ แค่นี้แหละ” ลีโอกดวางหูทันที

“งานเข้าแล้วมั้ยล่ะ ป่านนี้อาจจะไปแจ้งความแล้วก็ได้” ชายหนุ่มบ่นอย่างหัวเสีย

ลีโอกดโทรศัพท์อีกครั้ง สอบถามไปยังพนักงานที่นั่งประจำเคาน์เตอร์ต้อนรับ จึงได้ความว่าตอนตีสี่กว่ามีหญิงสาวชุดเดรสออกจากลิฟต์แล้วเรียก
แท็กซี่แค่นั้น เขาก็มั่นใจว่าต้องเป็นหล่อนแน่

ว่าแต่หล่อนเป็นใคร แล้วเขาจะเจอเธอได้ยังไง

“หรือไม่แน่เธออาจจะมาพร้อมตำรวจไม่ช้านี้ก็ได้” ชายหนุ่มเผลอพึมพำออกมา

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาขัดจังหวะ เขาปล่อยให้ดังไม่นานนักก่อนจะกดรับ เป็นเลขาเขาโทรมาเตือนเรื่องมีประชุมสำคัญในวันนี้ เขาไม่ชอบอะไรค้างคาใจ นี่ถ้าการประชุมไม่สำคัญเขาคงต้องขอเลื่อน

“ไปประชุมก่อนโว้ย ค่อยหาทางใหม่”

ให้ตายเถอะ! ไม่เคยคิดว่าจะต้องมานั่งตามหาผู้หญิงที่เขาเรียกมานอนด้วยเลย

เป็นเพราะไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับเขาเลยต่างหากล่ะ

มาหลอกให้ติดใจแล้วหายไปไม่บอกกล่าว เจอตัวต้องจัดการซะให้เข็ด!

ลีโอคว้าผ้าขนหนูเดินเข้าไปอาบน้ำ เพื่อเตรียมตัวไปประชุม


พอไฟสัญญาณให้คาดเข็มขัดดับลง ธัญเรศนั่งมองเพื่อนร่วมโดยสารบนเครื่องบินหลายคนรีบลุกขึ้นจากที่นั่ง เพื่อหยิบกระเป๋าจากช่องเก็บของเหนือศีรษะลงมายืนเบียดกัน เพราะเธอนั่งด้านในริมหน้าต่างจึงยังไม่รีบร้อน ปล่อยให้คนยืนออเบียดกันแน่นตามทางเดิน ระหว่างรอจึงได้หยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋า เปิดเครื่องไม่ทันไรเสียงสัญญาณเตือนข้อความเข้าดังรัวๆ

ข้อความจากเพื่อนๆ รัวกระหน่ำเข้ามา ดีที่ว่าเธอปิดเสียงเตือนไว้ ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงจะรำคาญเสียงเตือนนั้นแน่

เพื่อนๆ ต่างไม่รู้ว่าธัญเรศจะกลับวันนี้ จากเดิมที่จะกลับช่วงปลายเดือน แต่เธอเปลี่ยนใจเลื่อนตั๋วกลับให้เร็วขึ้น โดยที่ไม่ได้ล่ำลาใคร ถือว่าแค่เลื่อนกลับเร็วขึ้นจะเป็นไรเมื่อทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเธอจะกลับบ้าน แม้แต่ลิซ่าก็ไม่ได้มาส่งเธอ  เธอเพิ่งโพสต์บอกทุกคนตอนที่จะขึ้นเครื่องแล้ว หลังจากนั้นก็ปิดเครื่อง ธัญเรศเลือกที่จะตอบข้อความกลับแค่ลิซ่าเท่านั้น

Tanya : ลิซ่า เรายังเป็นเพื่อนรักกันเสมอ ไว้คุยกันใหม่นะ
Lisa : ติดต่อมานะ ฉันมีเรื่องจะถามแก

ธัญเรศส่งข้อความกลับไปให้เพื่อนรักเสร็จ แถวที่แออัดเริ่มขยับเคลื่อน เธอไม่มีเวลามาตอบข้อความอีก ทั้งที่ในใจนึกสงสัย แต่คิดว่าลิซ่าคงจะถามเรื่องที่เธอไม่ค้างที่ห้อง ซึ่งเธอไม่อยากพูดถึงมันอีก หญิงสาวลุกขึ้นเดินตามผู้โดยสารคนอื่นเดินออกจากเครื่องบิน จนไปถึงที่รอกระเป๋า เพียงไม่นานนักก็ลากกระเป๋าออกจากสนามบินไปขึ้นรถแท็กซี่ นอกจากป้าที่อยู่ออสเตรเลีย เธอก็ไม่ได้บอกใครว่าจะกลับมาในวันนี้

“ไปซอยเย็นอากาศ”

ธัญเรศบอกแท็กซี่ขณะเข้าไปนั่งในรถแล้ว และเลือกที่จะไปตั้งหลักที่คอนโดก่อน หลังจากลงจากรถแท็กซี่ เธอขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่พัก พอเข้าห้องได้น้ำตาแห่งความอัดอั้นตันใจมันไหลออกมา มองไปรอบๆ ห้อง ไม่คิดว่าแม้แต่บ้านเธอก็อยู่ไม่ได้ ต้องมาอยู่คอนโดที่พ่อซื้อให้สมัยเรียนมหาวิทยาลัย

หญิงสาวโยนกระเป๋าสะพายไว้บนโต๊ะรับแขกเล็ก เปิดผ้าคลุมโซฟากองโยนไว้กับพื้นก่อนจะเอนตัวเหยียดนอนบนโซฟายาว เธอกลับถึงเมืองไทยแล้ว แต่...

ทุกอย่างไม่มีอะไรเหมือนเดิม!

พ่อเสียก่อนเธอจะไปเรียนต่อ เธออยากจะล้มเลิกไม่เรียน แต่คำขอสุดท้ายของพ่อ

‘เรียนให้จบแล้วกลับมาดูแลงานให้พ่อ...’

เธอปาดน้ำตาที่ไหลเอ่อออกมาอีกเมื่อคิดถึงพ่อ หญิงสาวเคยกลับมาเยี่ยมบ้านตอนปิดภาคเรียนปีแรก พร้อมมาทำบุญให้กับพ่อ แต่พบว่าแม่พาผู้ชายคนใหม่ที่เด็กว่าแม่ร่วมสิบปีเข้ามาบ้าน และยามลับหลังแม่มักจะทำเจ้าชู้ใส่ ตอนนี้เธอตัดสินใจจะพักที่คอนโดไม่กลับบ้าน ไม่อยากเจอหน้าพ่อเลี้ยงคนใหม่ซึ่งเป็นเซียนพนัน ไม่รู้แม่ไปหลงเสน่ห์อะไร พาเข้ามาอยู่ในบ้านด้วย

เรื่องการเงินแม่ก็ไม่ส่งให้เธอตั้งแต่ที่รู้ว่า พ่อฝากเงินค่าเรียนของเธอไว้ที่ลุงมานะ ผู้ช่วยของพ่อที่ดูแลกิจการให้ และจัดการส่งเงินให้เธอตามที่พ่อสั่งเสียไว้ แม้เธอจะเป็นนักท่องราตรีเพื่อลืมความทุกข์ภายในใจ แต่เธอก็ตั้งใจเรียนจบมาด้วยเกรดดีเยี่ยม เธอดูแลตัวเองเป็นอย่างดี รวมทั้งได้เพื่อนที่ดีอย่างลิซ่า

คืนก่อนเป็นการพลาดที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น

“ตั้งสติ ธัญญ่า ตั้งสติ”

แล้วเธอก็ส่ายหัวแรงๆ ราวกับจะสลัดความคิดทั้งปวงออกไปจากหัวให้หมด

“คืนนี้ควรจะนอนพักให้เต็มที่ พรุ่งนี้ฉันจะเป็น ธัญเรศ รักษ์สกุลคนใหม่”

หญิงสาวบอกตัวเองเสียงดัง ราวกับจะย้ำในความคิดของตัวเอง เธอเดินไปลากกระเป๋าที่ยังคงวางอยู่ตรงใกล้ประตูห้อง ลากเข้าไปยังห้องนอนสิ้นสุดลงที่ปลายเตียง รีบเปิดแอร์ภายในห้องนอนก่อนจะเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบผ้าเช็ดตัวและชุดนอนที่ทิ้งไว้ที่นี่ออกมา ดมผ้าเช็ดตัวและชุดนอนกลิ่นพอรับได้ไม่ถึงกับเหม็นอับเท่าไหร่ แต่พรุ่งนี้เธอคงต้องเปิดตู้เพื่อให้อากาศถ่ายเทออกมาคงจะดีไม่น้อย คืนนี้เธอหมดแรงแล้ว อยากจะอาบน้ำนอนเต็มที

ห้องนี้ยังคงสะอาดใหม่เอี่ยม แม่บ้านของคอนโดเพิ่งมาทำความสะอาดไว้เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากที่อาบน้ำเสร็จ หญิงสาวจัดการเปิดผ้าคลุมเตียงออก แอร์ในห้องเริ่มมีความเย็น เธอทอดกายซุกหาความอบอุ่นภายในผ้าห่ม การเดินทางไกลมันไม่ได้เหนื่อยเท่ากับใจเธอตอนนี้
ที่นี่คือสถานที่ปลอดภัย

แต่...ใบหน้าหนึ่งกับการกระทำฉายชัดกลับปลุกความร้อนรุ่มในกายภายใต้ความฝันอันยาวนาน


หลังจากเลิกประชุมลีโอใช้สิทธิ์หุ้นส่วนของโรงแรม เรียกเทปวงจรปิดของโรงแรมมาเปิดดูที่ห้อง โดยมีไซม่อนเพื่อนรักของเขาอยู่ด้วย แม้ไซม่อนจะประหลาดใจที่จู่ๆ ลีโอขอดูเทปวงจรปิด ทั้งที่ปกติลีโอก็พาสาวๆ มาค้างที่นี่ แต่ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ และประหลาดใจไปกว่านั้นที่เพื่อนบอกว่า คนที่มาส่งเธอคนนั้นคือลิซ่าน้องสาวของเขา ลีโอจึงได้ขอเบอร์โทรศัพท์ไว้ และขอร้องเพื่อนอย่าเพิ่งบอกใคร เขาจะจัดการปัญหาด้วยตัวเขาเอง

วันต่อมา ล่วงเข้ามาเวลาบ่ายกว่าๆ ลีโอเพิ่งจะติดต่อลิซ่าได้ และนัดให้ออกมาเจอกันยังร้านกาแฟไม่ไกลจากบ้านพักของหญิงสาวมากนัก เขาเติมกาแฟร้อนเป็นครั้งที่สองในขณะที่ลิซ่าเพิ่งจะเปิดประตูร้านเข้ามา หญิงสาวเดินตรงเข้ามาหาทันที แม้จะไม่เคยเจอกัน แต่ลิซ่าก็เคยเห็นรูปถ่ายจากในมือถือของพี่ชายบ้าง อีกอย่างทั้งร้านในตอนนี้มีลูกค้าเพียงโต๊ะเดียว

“จะกินอะไรไปสั่งเลย พี่เลี้ยง” ลีโอพูดขึ้นมาเมื่อลิซ่านั่งลงเรียบร้อย บริกรยืนรอรับออเดอร์

   “เอสเปรสโซร้อนแก้วหนึ่ง”

   “ผมขอบลูเบอรี่ชีสเค้กด้วย” ลีโอสั่งพร้อมเลิกคิ้วถามหญิงสาว “สั่งเค้กมากินสิ”

   ลิซ่ามองเมนูที่วางบนโต๊ะ เปิดผ่านๆ ก่อนจะเงยหน้า

   “เค้กชอคโกแลตชิ้นหนึ่ง”

   พอบริกรหนุ่มเดินจากไป ลีโอก็เปิดการสนทนาทันที

   “ยินดีด้วยที่เรียนจบ เก่งนะเห็นไซม่อนชื่นชมน้องสาวบอกได้เกียรตินิยมอันดับสองนี่ ทวงรางวัลไปรึยัง”

   “ยังค่ะ แต่เห็นบอกว่าจะให้ทำงานที่โรงแรม ไม่รู้พี่ไซม่อนบอกพี่ลีโอรึยัง”

   “บอกแล้วอยากทำแผนกอะไรก็คุยกันเอง พี่ไม่ยุ่งพวกงานโรงแรม”

   แม้ลีโอจะเป็นหุ้นส่วนและเป็นกรรมการใหญ่ แต่ไม่ค่อยยุ่งเรื่องงานโรงแรม ให้สิทธิ์เพื่อนบริหารอย่างเต็มที่ ลีโอแค่ลงเงินก็เท่านั้น

   ชื่อเสียงของเพื่อนพี่ชายคนนี้ลิซ่าได้ยินไปทางคาสโนว่ามากกว่าทำงานจริงจัง แต่เธอก็เห็นกิจการหลายๆ อย่างของลีโอเจริญรุ่งเรืองดี เธอไม่รู้อะไรมากนัก พี่ชายเตือนแค่ ลีโอเป็นคนดี แต่อยู่ห่างๆ ไว้ แต่วันนี้พอลีโอนัดมา ทำให้เธอประหลาดใจ เพราะคนที่ให้เบอร์โทรศัพท์ก็คือพี่ชายเธอเอง

   “ฉลองจบหนักเลยเหรอ” ลีโอทักขึ้นเมื่อเห็นลิซ่านวดต้นคอ

   “พี่รู้ได้ไง เดี๋ยวนะ...” ลิซ่าจ้องหน้าลีโอเขม็ง “เป็นพี่นี่เองที่นั่งตรงเคาน์เตอร์ ลิซ่าก็ว่าหน้าคุ้นๆ พอดีมันมืดเลยเห็นไม่ถนัด”

   ลีโอแค่พยักหน้ารับ ลิซ่าขมวดคิ้วยังคงจ้องหน้าไม่ละสายตา

   “ว่าแต่เพื่อนผู้หญิงเราคนนั้นชื่ออะไร ที่เราไปส่ง” ลีโอถามขึ้นมาโต้งๆ

   “พี่หมายถึงธัญญ่าเหรอ” ลิซ่าคิดทบทวน “ธัญญ่าไปทำอะไรพี่รึเปล่าคะ แต่เอ๊ะ พี่ออกไปก่อนนี่ หรือหล่อนไปซุ่มซ่ามอะไรที่โรงแรม บอก
แล้วจะขึ้นไปส่งไม่เอาๆ บอกไหว” ลิซ่าพูดเหมือนบ่นคนเดียว

   “พอๆ ไม่ต้องเดา ไม่มีอะไร” พูดได้แค่นี้ลีโอก็รู้สึกติดขัดพูดไม่ออก กับความเป็นจริงที่มันตรงข้าม

   “พี่ชอบ”

   “อะไรนะคะ!... ลิซ่าหูฝาดไปรึเปล่า”

   อย่าว่าแต่ลิซ่าจะประหลาดใจเลย ตัวเขาเองก็ยังประหลาดใจ แต่จะบอกความจริงไปยังไง ต่อให้เป็นน้องสาวเพื่อน ลิซ่าก็คงไม่พอใจเขาเป็นแน่

   “พี่ลีโอเปลี่ยนใจเถอะค่ะ ธัญญ่าไม่อยู่ที่นี่ กลับประเทศไทยไปแล้ว ไปยังไม่บอกลิซ่าเลย ทำยังกะหนีเจ้าหนี้” ท้ายเสียงแฝงด้วยความน้อยใจเพื่อนไม่น้อย “ตอนแรกบอกจะกลับอาทิตย์หน้า มารู้ข่าวตอนขึ้นเครื่องไปแล้ว”

   “มีที่อยู่ที่ประเทศไทยไหม”

   คำถามนี้ทำเอาลิซ่าอ้าปากหวอด้วยความคาดไม่ถึง

   “พี่สนใจเพื่อนลิซ่าจริงๆ เหรอคะ ไม่ได้เห็นเป็นของเล่นนา”

   ลีโอได้แต่ยิ้ม รอยยิ้มและแววตาทำให้ลิซ่าเข้าใจ

   “ลิซ่าก็ไม่มีค่ะ รู้แต่ว่าที่บ้านของธัญญ่าเป็นบริษัททำถุงยางอนามัย”

   “ถุงยางอนามัย” ลีโอพูดทวนราวกับฟังผิด ก่อนจะหัวเราะออกมา

   “ไม่เห็นตลกเลย” ลิซ่าอดที่จะโมโหแทนเพื่อนรักไม่ได้

   “ขอโทษ พี่เพียงแต่นึกภาพผู้หญิงจะบริหารงานแบบนี้ได้ยังไง นึกภาพไม่ออก ว่าแต่ยี่ห้ออะไรล่ะ”

   “พีคค่ะ บริษัท พีค เพอร์ฟอร์มานซ์ พี่จะใช้เหรอ ที่นี่ไม่มีหรอกค่ะ มีแต่ที่ประเทศไทยโน่น”

   “พี่จะไปใช้ที่โน่นสิ”

   นี่ถ้าคุ้นเคยกันมากกว่านี้ ลิซ่าคงได้ปาหมอนพิงใส่เพื่อนพี่ชายคนนี้ เหมือนที่ทำกับพี่ชายเวลาที่เธอหมั่นไส้ แม้เพื่อนพี่ชายคนนี้จะพูดเล่น แต่สายตาบ่งบอกถึงคำพูดว่าเขาทำจริง

   “พี่ลีโอ มีสาวๆ ตั้งเยอะแยะ ธัญญ่าไม่สเปกพี่หรอก อย่าไปยุ่งกับเธอเลยค่ะ”

   ‘ร้อนแรงปานนั้น เธอห้ามพี่ไม่สำเร็จหรอก ลิซ่า’  ลีโอได้แต่ตอบอยู่ข้างใน

   “อาทิตย์หน้าพี่จะไปงานเปิดผับของเพื่อนที่ประเทศไทย ไม่แน่นะ มีโอกาสอาจจะติดต่อเอามาขายที่ซิดนีย์ก็ได้”

   ลีโอพูดทิ้งท้ายก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย

‘แค่รู้ชื่อบริษัทมันคงไม่ยากที่จะหาตัวหล่อนเจอ ถ้าเขาตั้งใจที่จะตามหา!’

PEA555

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 52
    • ดูรายละเอียด
Re: ขยี้รักจอมบงการ - บทที่ 2
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มีนาคม 16, 2018, 08:53:44 PM »
สนุกดีนะครับ

กลิ่นร่ำ - copter

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 27
    • ดูรายละเอียด
Re: ขยี้รักจอมบงการ - บทที่ 2
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มีนาคม 22, 2018, 03:22:43 PM »
ขอบคุณค่า หัดเขียนแนวนี้อยู่ อิอิ