ผู้เขียน หัวข้อ: เมื่อฉันหลุดเข้าไปในโลกโอเมก้าเวิร์ส-ตอนที่ 14 ขอจีบนะ  (อ่าน 71 ครั้ง)

noneko

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 136
    • ดูรายละเอียด
   ดรัณได้ไลน์ของช่อศิลาไปและเพียรส่งข้อความมาถาม
   ‘เราจะจีบได้ยังไงเหรอ?’
   ‘พี่รักเขาตกบันได ความทรงจำก็เลยขาดๆ หายๆ การใช้ชีวิตก็ไม่เหมือนเดิมตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นไป ขนาดเคยนอนนิ่งๆ เรียบร้อยตอนนี้ถีบผ้าห่มไปกองปลายเตียง ขาก่ายหมอนข้างเหมือนกับหวงมันมากมาย วันก่อนก็บ่นอยากกินส้มตำปลาร้าด้วยทั้งที่ไม่เคยกินมาก่อน เราเองก็ไม่แน่ใจหรอกว่าพี่เขาชอบอะไรบ้าง แนะนำไม่ถูกเลย’
   ‘งั้นเราไปคุยกันได้ไหม? พรุ่งนี้เจอกันที่ห้องสมุดนะ’
   ‘โอเค แต่จะทำยังไงไม่ให้พี่รักรู้ตัวก่อนดีล่ะ? เราไม่รู้ว่าพี่เขาจะเข้าใจแค่ไหนยิ่งด่าเจ็บๆ อยู่ด้วย’
   ‘ไม่ต้องกังวล เราจัดการเอง ช่ออยู่เฉยๆ เถอะ’
   ‘อึม’

   “มันมานั่งทำอะไรตรงนี้วะ?” เสียงสันตะวาถามลอยๆ และส่งสายตามองไอ้อัลฟาหน้าหล่อลุคคุณชายที่ไม่รู้จะเสนอหน้ามานั่งอยู่ที่โต๊ะเขาทำไม
   ลำพังแค่ไอ้ตะวันจัญไรคนเดียว สันตะวาก็ไมเกรนขึ้นแล้ว ไอ้หมอนี่มันจะมานั่งแสล๋นอยู่ข้างๆ อีก มันมีเป้าหมายอะไรในใจกันแน่วะ?
   พี่รักหรือว่าไอ้น้องช่อ?
   สันตะวากลอกตาอย่างนึกสงสัยและปัดประเด็นที่จะเป็นตัวเขาเองทิ้งเสีย
   ขออย่าให้มันหลงมาจีบกูอีกคนก็แล้วกัน กูกราบละ กูเหนื่อยใจกับไอ้ตะวันมากพอแล้วแม่งปล้นเฟิร์สคิสกูไปยังมาลอยหน้าลอยตาผิวปากแกล้งกูอยู่ได้ นี่มันห้องสมุดนะโว้ย!
   “มึงหยุดผิวปากเลยนะไอ้ตะวันกูรำคาญ กูจะนอนส่วนมึง” แล้วตาคมเฉี่ยวของสันตะวาก็ตวัดใส่ดรัณอีกคน “มึงด้วย ใครเขาเชิญมึงมานั่งด้วยหะ มาทางไหนกลับไปทางนั้นเลย”
   “กูมาดูแลเมียอย่างมึงถือเป็นเรื่องปกติ” ตะวันยักไหล่มองสันตะวาด้วยนัยน์ตาหวานฉ่ำจนคนถูกมองขนลุก ชีวิตนี้คนอย่างไอ้ตะวันไม่เคยแคร์อะไรอยู่แล้ว มันช่างมั่นหน้ามากถึงมากที่สุด ปูนซีเมนต์ยังอาย กูอยากจะบ้าตาย “มึงเถอะไอ้เด็กใหม่ เสือกมานั่งเด๋ออะไรตรงนี้ ถ้าคิดจะจีบเมียกูก็เตรียมรอบาทากูไว้เลย แม้แต่ปลายก้อยกูก็ไม่ให้มึงแตะ!”
   “กูยังไม่ใช่เมียมึงไอ้เชี่ย!”
   “เดี๋ยวก็ใช่ กูตามหึงตามหวงขนาดนี้ มึงไม่รอดมือกูหรอก ถ้าอยู่กันสองคนจะจับดูดปากแม่ง” แล้วตะวันก็หันไปคาดคั้นดรัณอีกครั้ง “มึงยังไม่ตอบคำถามกู”
   “เราแค่ย้ายมาใหม่ยังไม่มีเพื่อน”
   “มึงก็ไปหาพวกกลุ่มอัลฟาด้วยกันสิ” คราวนี้เป็นสันตะวาที่โพล่งออกมาหลังจากทุบไหล่ตะวันดังอั๊กเพราะโมโหที่มันจะจับดูดปากอีกแล้ว 
   ตะวันมันก็พยักหน้าเห็นด้วยแต่มือไม้ก็ยังเลื้อยมาลูบคลำมือกูอย่างหวงแหนเหลือเกิน กูอยากจะอ้วกแต่ก็ต้องยอมรับว่าตะวันมันชอบกูจริงไม่ใช่เรื่องโม้หรือโกหก
   สันตะวาคนแมนหลงเข้าใจผิดว่ามันชอบน้องช่อมาได้ยังไงตั้งหลายปีวะเนี่ย จนโดนมันจูบปิดปากไปนั่นละถึงได้รู้ตัวเลยสงบเสงี่ยมมากขึ้น ไม่ปากหมา ทำเป็นเก่งโดยไม่จำเป็น ไม่ใช่อะไรกลัวมันจับปล้ำอย่างปากมันพูดจริงๆ
   ตะวันมันคงไม่ชอบใจและอยากจะให้แน่ใจด้วยว่าดรัณจะไม่ใช่คู่แข่งของมันแต่สันตะวาค่อนข้างแน่ใจว่าคนที่ดรัณจะมาตามจีบน่าจะเป็นน้องช่อมากกว่าเมื่อสังเกตสายตาของมันที่เหลือบๆ มองใครบางคนอยู่
   “วางใจเถอะเราไม่ได้สนใจเมียนายหรอก เราแค่อยากเป็นเพื่อนกับพวกนายจริงๆ”
   สันตะวาหรี่ตามองดรัณแล้วหันมาสบตากับรักแรกพบแต่ดันเจอกับหน้าของตะวันเต็มๆ
   “มึงหลีกก่อน กูจะคุยกับพี่กู แม่งบังซะมิดเลยเชี่ยนี่”
   “มึงว่าไอ้ดรัณมันมาจีบไอ้น้องเล็กของมึงหรือเปล่าวะบีหนึ่ง?” แต่ไอ้ตะวันมันไม่ยอมหลีกแต่ดันยื่นหน้ามาใกล้แล้วกระซิบข้างหู ถามความเห็นเขา
   “ทำไมมึงคิดเหมือนกูเลยวะบีสอง”
   “กูผัวมึงไงล่ะ ต้องเดาใจมึงได้สิ”
   เออว่ะ นี่เป็นครั้งแรกที่สันตะวาจะไม่ด่ามันแถมยังคิดตรงกันอีกต่างหาก
   แล้วนี่ไอ้น้องช่อมันจะรู้ตัวไหมวะว่าไอ้ดรัณมองๆ มันอยู่
   ชักรู้สึกเหมือนกับเห็นภาพของตัวเองในอดีตซ้อนทับขึ้นมานิดๆ
   นี่ตัวกูในสมัยก่อนคงดูโง่ในสายตาของไอ้พี่รักกับไอ้น้องช่อน่าดู หลงคิดว่าไอ้ตะวันจัญไรชอบน้องช่อ คอยกีดกันต่างๆ นานา ที่แท้เป็นตัวกูเองนี่แหละที่มันมาชอบ
   และคนที่จะโง่เป็นรายต่อไปก็คงเป็นน้องกู แม่งยิ้มไร้เดียงสา ไม่รู้ห่าอะไรเลย!

   ร้านกาแฟหน้าโรงเรียน
   ไม่รู้อะไรยังไงแต่สามแฝดแห่งบ้านกิตติธรซึ่งไม่เคยแวะร้านกาแฟหน้าโรงเรียนมาก่อนจู่ๆ วันนี้เจ้าน้องคนเล็กมันดันบอกอยากกินนมปั่นคาราเมลร้านนี้ตอนจะกลับบ้าน
   น้องขอทั้งทีพวกพี่ๆ ก็ต้องยอมตามใจ คือจะมีแค่พวกเราสามคนก็คงไม่เป็นไรหรอกแต่ไอ้ตะวันกับคุณชายดรัณตัวร้ายมันจะมาด้วยทำไมวะ?
   ไอ้ตะวัน ฉันเข้าใจได้ มันประกาศตัวจีบไอ้สันขวาน มีเป้าหมายคือคว้าน้องฉันเป็นเมียให้ได้ ไม่แปลกที่มันต้องเสนอหน้ามา ทางใดที่ทำให้ไอ้สันขวานหวั่นไหวได้  ไอ้ตะวันมันก็ต้องทำทุกทางนั่นละให้น้องฉันยอมรับรักมันซะที
   ไอ้น้องคนกลางนี่ก็ใจแข็งไม่เบาเหมือนกัน เขาเต๊าะมันมาตั้งเกือบสามปีแล้วแม่งยังไม่รู้ตัวไม่พอ ยังเสือกเข้าใจผิดมาตลอดอีกต่างหาก แต่ที่ฉันนับถือใจมากคือไอ้อัลฟาหน้าด้านลูกมาเฟียคนดังนี่
   มันนักเลงตัวจริง ไม่เคยย่อท้อในการตามตื้อ ไม่เคยถอดใจแถมยังสุภาพบุรุษพอที่จะปล่อยให้ไอ้สันขวานยังเวอร์จิ้นได้ถึงตอนนี้ทั้งที่จะบังคับเอาตัวเมื่อไหร่ก็ได้ พอนึกถึงเรื่องนี้ฉันก็เลยพอจะมองข้ามความสถุลของมันไปได้เพราะไอ้สันขวานเองก็สถุลไม่แพ้กันน่าจะเข้ากันได้ดีส่วนคุณชายดรัณ...
   ไอ้หมอนี่หรอกที่ฉันแปลกใจ มันมาทำไม? และจำเป็นไหมที่จะต้องแยกมานั่งกับฉันแค่สองคน!
   เพื่อ?
   น้องช่อไปนั่งกับไอ้สันขวานอีกโต๊ะหนึ่งโดยมีตะวันนั่งอยู่ข้างๆ หน้าตาของเจ้าน้องคนกลางดูเอือมระอามากเพราะถูกตะวันจับมือซ้ายไว้ตลอดเวลา พยายามสะบัดมันก็ไม่ปล่อย มือกาวสุดๆ แล้วฉันก็หันกลับมาจ้องหน้าดรัณ
   เปิดอกคุยกันไปเลยดีกว่า
   “ตกลงที่มานี่ไม่ได้จะมาจีบเราแต่จะจีบน้องช่อใช่ไหม?”
   “ฉลาดนี่”
   “นี่ว่าน้องเราโง่เหรอที่ดูนายไม่ออกน่ะ หน้าอย่างนายมันพวกหมาป่าห่มหนังแกะชัดๆ!”
   “กูชัดเจนแต่แค่บอกไม่หมดว่าจะจีบใคร เขาเข้าใจผิดไปเอง กูก็เลยเนียน”
   “นั่นไง จากเราเปลี่ยนกูเชียวนะ เราสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ?”
   ฉันยิ้มตาใสแต่ในใจแม่งอยากตบหัวมันมาก ไอ้เด็กรุ่นหลังนี่!
   “แล้วมึงจะช่วยกูจีบน้องมึงไหม กูจริงจังนะบอกเลย”
   ฉันยักไหล่
   “ก็ขึ้นอยู่กับความจริงใจ แต่ก็ไม่ควรจะทำให้น้องเราเข้าใจผิดไปนานๆ เดี๋ยวจะเหมือนไอ้วา กว่ามันจะรู้ตัวว่าไอ้ตะวันชอบมันก็เป็นปีๆ เลยนะ อ้อ! น้องช่อชอบนมสดคาราเมลกับชอคโกแลตคิทแคทนะ”
   มันยิ้มเห็นเขี้ยวทรงเสน่ห์ ตาแทบพร่าเลยฉัน รอบตัวเต็มไปด้วยคนหน้าตาดียังกับเทพบุตรลงมาเกิด เฮ้อ!
   “ขอบใจ พี่ๆ”
   แล้วดรัณก็หันไปเรียกพนักงานเสริฟแล้วสั่งนมสดคาราเมลปั่นให้น้องช่อแก้วหนึ่ง พอพนักงานสาวเดินไปเสริฟให้ที่โต๊ะน้องช่อคนดีก็ทำหน้าเหรอหรา จู่ๆ ได้กินนมสดคาราเมลแก้วที่สองเฉยเลย
   ไม่ทันไรไลน์ในมือถือดรัณก็เด้งมา ฉันเหลือบไปเผือกเห็นว่าเป็นไลน์จากน้องช่อคนดีของบ้านกิตติธร ฉันทำตาโตทึ่งในความร้ายกาจของมันจริงๆ
   ไอ้ตะวันควรจะมาเรียนรู้กับมันนะ มันเพิ่งมาเรียนไม่กี่วันเองแม่งได้ไลน์น้องช่อของพวกเราไปแล้ว ส่วนมันไอ้ตะวันจัญไรกว่าจะได้จูบน้องวาต้องใช้เวลาตั้งเกือบสามปี
   มันมัวไปทำอะไรอยู่วะ?
   ‘ทำไมสั่งนมสดคาราเมลให้เราล่ะ? ดูแลพี่เราไปสิ’
   ‘เราไม่จีบคนที่มีแฟนแล้วหรอก’
   ‘อ้าว พี่เราบอกว่าไม่ได้ชอบคุณธนาคิมนะ นายพยายามหน่อยสิ อย่าท้อง่ายๆ’
   ‘เราไม่ท้อง่ายๆ หรอก เราก็พยายามอยู่นี่ไง ^_^’
   ‘สู้ๆ นะ’
   ‘ที่บอกว่าให้สู้ๆ นี่แปลว่าโอเคใช่ไหม?’
   ‘ก็โอเคสิ’
   ‘งั้นเราจีบช่อเลยนะ’
   ‘หะ’
   น้องช่อลุกขึ้นแล้วหันมามองฉันกับดรัณก่อนจะหยิบมือถือตัวเองขึ้นมาอ่านไลน์อีกครั้ง
   ‘คนที่เราตั้งใจจีบคือช่อ ไม่ใช่พี่ชายของนายตั้งแต่แรกแล้ว แต่ถ้าเราพูดออกมาตรงๆ นิสัยอย่างนายก็คงตกใจวิ่งหนีไป เราเห็นนายเข้าใจผิดและคุยกับเราอย่างสบายใจ ยอมลดกำแพงให้เราเข้าไปใกล้เราก็เลยแกล้งเนียนไป แต่เราไม่อยากโกหกนายอีกแล้ว เราอยากซื่อตรงกับคนที่เราชอบ ขอโทษนะที่เราทำให้นายเข้าใจผิด เราขอจีบนายได้ไหม?’