ผู้เขียน หัวข้อ: เมื่อฉันหลุดเข้าไปในโลกโอเมก้าเวิร์ส-ตอนที่ 17 อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด  (อ่าน 73 ครั้ง)

noneko

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 136
    • ดูรายละเอียด
   ช่วงนี้ฉันฝันประหลาดกว่าที่เคย
   ปกติมักจะฝันว่าไปเที่ยวแล้วปวดปัสสาวะไม่ก็ฝันว่าได้กินอาหารอร่อยๆ แต่หลายวันมานี้ฉันกลับฝันเห็นคนๆ หนึ่งที่มีหน้าตาเหมือนกับฉันในตอนนี้
   เขาคือรักแรกพบ
   เด็กหนุ่มน่ารักคนนั้นเดินมาหาฉันและอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่ฉันดันตกใจตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกดังเสียก่อน
   หลังจากมีข้ออ้างว่าจะไม่ทันขึ้นรถไปโรงเรียนอยู่หลายวัน เมื่อถึงวันหยุดฉันก็ไม่รอที่จะทำตัวเองให้ตื่นเช้ากว่าเคยและชวนคุณธนาคิมไปวัดด้วย
   “แหน่ ไหนป้าว่าไม่สนใจเพื่อนพ่อผมไง เป็นฝ่ายนัดเขาเองด้วย มีไปวัดสร้างบุญสร้างกุศลด้วยกัน ร้ายนะป้า กะรวบหัวรวบหางเหรอ?”
   “รวบบ้ารวบบออะไร? แค่อยากไปทำบุญเฉยๆ”
   ไอ้สันขวานก็ปากหมาจิกกัดฉันเหมือนเคย เพียงแต่มันเปลี่ยนสรรพนามมาเรียกฉันว่าป้าแทน ส่วนน้องช่อเรียกน่ารักกว่านี้มากคือคุณน้าเพราะฉันอายุน้อยกว่าคุณกันต์นิดหนึ่ง
   จะป้าหรือน้าก็ไม่เห็นจะต่างกันตรงไหนเลย ความเคารพยังแทบไม่ได้รับ ไอ้เด็กพวกนี้นี่
   “จริงอ่ะ? ปากไม่ตรงกับใจหรือเปล่า?”
   “คนที่กะรวบหัวรวบหางคือเพื่อนพ่อพวกเธอมากกว่ามั้ง มัดมือชกจับหมั้นไปแล้วเนี่ย”
   พอเด็กพวกนี้รู้ความจริงฉันเองก็ต้องวางตัวให้สมกับเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นเหมือนกัน ก็เรียกอย่างเอ็นดูว่าน้องแม้ในใจจะเรียนน้องวาว่าไอ้สันขวานเหมือนเดิมก็เถอะนะ
   “อย่าแซวคุณน้าเขานักเลยพี่วา เขาหมั้นกันแล้วนะ”
   ไอ้สันขวานหัวเราะคิกคัก
   “อุ๊บ! นั่นสิ กูกำลังยุ่งเรื่องชาวบ้านอยู่ใช่ไหมเนี่ย เขาหมั้นกันแล้วจะไปเสริมรักสร้างบุญที่ไหนก็เรื่องของเขานี่เนอะ คิกๆ”
   ฉันเบะปากใส่มัน
   คอยดูเถอะจะโทรหาไอ้ตะวันให้ปล้นจูบมันอีกสักรอบ!

   “ไม่คิดว่าคุณจะอยากไปวัด”
   คุณธนาคิมแซวฉันอีกคนแล้ว เขามารับฉันแต่เช้าด้วยรถฮอนด้าซิตี้ สวมเสื้อผ้าสบายๆ แถมวันนี้ยังคีบรองเท้าแตะหนีบด้วย
   “ทำไม คิดว่าหน้าอย่างฉันเข้าวัดแล้วจะร้อนหรือไง?”
   “ฮ่าๆๆ คุณพูดออกมาเองนะ”
   ฉันค้อนควับ
   ถึงฉันจะเป็นวิญญาณย้ายร่างข้ามมิติมาแต่ก็มีร่างให้สิงสถิตนะ ไม่ใช่ผีไม่ใช่วิญญาณเร่ร่อนสักหน่อยจะได้เข้าวัดเข้าวาไม่ได้
   “อย่างอนน่า ไปๆ อยากไปทำบุญก็ไปกันเถอะเดี๋ยวสายนะ”
   ฉันยังทำปากคว่ำก่อนจะเดินไปขึ้นรถเพื่อไปที่วัดซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านเท่าไหร่นัก
   ไม่น่าเชื่อว่าวัดอยู่ใจกลางเมืองหลวงแท้ๆ แต่กลับสงบเงียบ ทำให้จิตใจที่รุ่มร้อนและเคร่งเครียดเย็นลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ
   ฉันกับคุณธนาคิมทำสังฆทานด้วยกันหลังจากนั้นฉันก็ขอคำปรึกษากับหลวงพ่อท่าน สารภาพความจริงที่อัดอันตันใจไปทั้งหมด หลวงพ่อยิ้มอย่างมีเมตตาและกล่าวเพียงว่า
   “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดนะโยม”
   แปลว่าต้องทำใจอย่างเดียวสินะ
   “งั้นขอทำบุญ กรวดน้ำเพื่อความสบายใจก็แล้วกันครับหลวงพ่อ”
   ฉันทำสังฆทานแล้วกรวดน้ำใต้ต้นไม้ใหญ่ในวัดกับคุณธนาคิม เขาเห็นฉันทำหน้าคิดมากก็เลยเอ่ยขึ้นลอยๆ
   “คิดมากหน้าจะเหี่ยวเร็วนะคุณ”
   ใช่สิ เขารู้อายุจริงของฉันแล้วนี่หว่า
   “ก็...ขอโทษนะคุณคิม ฉันไม่กล้าปรึกษาเรื่องนี้กับใครเลย คุณกันต์กับน้องๆ ก็คงอยากให้รักแรกพบกลับมา ตัวฉันมันก็แค่คนอื่นสำหรับพวกเขา”
   มือของคุณธนาคิมวางลงบนหัวฉัน
   “อย่างที่ผมเคยบอก ถ้าวิญญาณของเด็กคนนั้นกลับมา ไม่ว่าคุณจะไปอยู่ในร่างไหนก็ต้องมาหาผม เข้าใจไหม?”
   “คุณกล้าสั่งฉันเหรอ?”
   “ไม่ได้สั่งแต่ขอให้คุณทำตามและอยากให้คุณรู้ไว้ด้วยว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ในโลกโอเมก้านี้คุณก็ยังมีผมอยู่”
   “เพ้อเจ้ออ่ะ”
   ฉันหน้าร้อน หลบตาสวยๆ ที่มองมาอย่างเคอะเขิน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหากนี่ไม่ได้อยู่ในวัดในวา บางทีฉันอาจจะเข้าไปกอดเขาแล้วก็ได้

   ฉันสบายใจได้แค่วันเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นก็ยังคิดมากอีกครั้งเพราะฝันเห็นรักแรกพบอีกแล้ว เขามาหาฉัน อ้าปากเหมือนอยากจะคุยด้วยแต่กลับไม่ได้ยินเสียงของเด็กคนนั้นเลยแถมยังสะดุ้งตื่นก่อนทุกครั้ง
   ฉันหมั่นทำบุญใส่บาตรเช้า บางครั้งก็ไปคุยกับหลวงพ่อที่วัดเพื่อความสบายใจแต่ก็ไม่ได้รบกวนคุณธนาคิมอีกแม้ว่าเขาจะมารู้ทีหลังว่าฉันไปกับบอดี้การ์ดแค่สองสามคนก็ตาม ไม่ใช่ว่าฉันไม่ไว้ใจเขาแต่เพราะรู้สึกและแม้ว่าไม่อยากจะยอมรับออกมาตรงๆ ว่าฉันแอบเขิน แอบคิดถึงเขาอยู่แล้วต่างหาก
   เพราะรู้สึกถึงคิดจะห้ามใจไว้ไม่ให้เกินเลยไปมากกว่าเพราะหากวันใดเด็กคนนั้นกลับมาฉันก็ไม่มีสิทธิในตัวเขาอีก ไม่มีเลยสักอย่าง
   ในใจของฉันร่ำร้องว่าถ้าน้องอยากกลับมาทวงคืนร่างนี้ก็จะยินดีคืนให้และฉันก็จะขอไปตามทางของตัวเอง อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด อะไรที่ลักชิงของเขามาแม้จะไม่ได้ตั้งใจ ฉันก็ต้องคืนเขาไป
   ฉันไม่ควรหมั้น ไม่ควรหมั้นตั้งแต่แรกแล้ว ทำไมฉันต้องทำเรื่องให้มันยุ่งยากอย่างนี้ด้วยนะ
   “รถ! หนูหลบรถเร็ว!”
   “หะ?”
   ฉันละจากภวังค์ขณะเดินอยู่ในโรงเรียนหลังจากเดินเอาแก้วชามะนาวไปทิ้งถังขยะฝั่งตรงข้ามกับตึกเรียน
   โครม!

   ฉันสะลึมสะลือเหมือนจะลืมตาตื่นแต่ก็ลืมไม่ขึ้น ร่างกายนี่เจ็บไปทั้งตัวเลย ได้กลิ่นฉุนของยา รู้ตัวแล้วแหละว่าอยู่ในโรงพยาบาลแน่ๆ
   “ป้า”
   ใครเรียกอย่างนี้วะ? ไอ้สันขวานเหรอเสียงคุ้นๆ ถ้ามันจะมาเยี่ยมก็ควรจะพูดจาน่ารักๆ กับคนเจ็บหน่อยก็ดีนะ
   “ผมไม่ใช่ไอ้วา ผมรักแรกพบ คนที่ป้าคิดถึงแถมยังทำบุญไปให้อยู่บ่อยๆ ต่างหาก”
   “เฮ้ย ผีหลอก”
   แม่ง ตื่นเต็มตาเลยฉัน ผีหลอก แถมยังเป็นผีที่หน้าตาเหมือนฉันแบบเป๊ะๆ เลยด้วย เด็กหนุ่มหน้าสวยยืนอยู่ข้างๆ เตียงนี่เอง เขาส่งยิ้มให้ฉันแต่ฉันกลับตีความหมายไม่ออกว่าตกลงนี่มาเพราะความแค้นหรือมาเพราะมีข้อตกลงอะไรกับฉันหรือเปล่า
   ได้ยินจากปากสองแฝดแล้วว่ามันฉลาดพอตัวแม้จะเรียนโง่ก็ตาม
   “ผมสบายดี ไม่ต้องกังวลอะไรหรอก แล้วก็ฝากน้องๆ ของผมด้วยนะป้า”
   เด็กมันพูดง่ายๆ เหมือนแค่จะไปกินก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอยเลย มันใช่ไหมวะ? คิดว่าจะมาบีบคงบีบคอ เป็นวิญญาณอาฆาตเหมือนในหนังซะอีก
   “มันหมดเวลาของผมในร่างนี้แล้วต่างหากละป้า เขา...บอกให้ผมตัดใจน่ะแต่กว่าจะทำได้ก็ยากน่าดูเลย ไม่แปลกหรอกที่ป้าจะระแวง ผมเองก็ใช่ว่าไม่เคยคิดจะจัดการป้าแล้วตัวเองจะได้กลับเข้าร่างให้สิ้นเรื่องไปแต่เขายืนยันว่าถ้าผมทำอย่างนั้นก็ไร้ประโยชน์ ป้าไม่ต้องห่วงนะ ที่ผมมาก็มาลาแล้วก็มีเรื่องจะขอร้องด้วยน่ะ”
   “ถ้าเรื่องของเจ้าวากับน้องช่อ ป้าไม่รับปากแต่จะดูแลน้องๆ ให้ดี ไอ้ตะวันมันก็จริงจังกับเจ้าวาดี มีแต่ไอ้คุณชายดรัณเนี่ยที่ต้องรอดูไปก่อนว่ามันจะมาเล่นๆ กับน้องช่อหรือเปล่า”
   รักแรกพบหัวเราะ
   “ผมดีใจนะที่เป็นป้ามาเข้าร่างผม ป้ารักพวกน้องๆ ของผมจริง ผมก็สบายใจ อ้อ เรื่องที่ผมจะมาบอกก็คือ ผมดีใจด้วยนะที่ป้าจะได้มีผัวเป็นตัวเป็นตนเสียที รีบแต่งงานซะล่ะ ผมอยากมาเกิดใหม่เต็มทีละ ฮ่าๆๆ”
   หมายความว่าเจ้ารักรักแรกพบจะเกิดมาเป็นลูกของฉันในอนาคตเหรอเนี่ย?!
   แล้วร่างของรักแรกพบก็หายไป ฉันตะโกนเรียกจนเจ็บคอ มารู้ตัวอีกทีก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อดังอยู่ข้างๆ หู
   “คุณๆ ตื่นได้แล้ว ตื่นๆ”
   “หมอๆ”
   เสียงโหวกเหวกโวยวายข้างตัวทำให้ฉันรำคาญและลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างงงๆ และเห็นว่าคนที่ยืนล้อมอยู่รอบเตียงคือคุณกันต์ ไอ้สันขวาน น้องช่อ และชายหนุ่มสวมชุดกาวน์ซึ่งคงจะเป็นหมอกับพยาบาลอีกสองคน
   “ฉันอยู่โรงพยาบาลเหรอ?”
   “เมื่อกี้ป้าเพ้อใหญ่เลย เกิดอะไรขึ้น?”
   ฉันไม่ได้ตอบคำถามเด็กที่เป็นห่วงฉันมากแต่กลับเรียกหาคุณธนาคิม
   “คุณกันต์ คุณธนาคิมเขามาด้วยหรือเปล่า?”
   คุณกันต์ชะงักไปครู่หนึ่ง จากแววตาสวยเหมือนผู้หญิงที่มองมาทำให้ฉันเข้าใจได้ว่าเขามีความหวังเล็กๆ ว่าคนที่ฟื้นขึ้นมาอาจจะเป็นรักแรกพบ ลูกชายของเขาก็ได้และฉันก็ไม่คิดโกรธเคืองเขาเลย เขารักลูกเขา ฉันเข้าใจดี
   น้องช่อออกไปจากห้องและสักพักคุณธนาคิมก็เดินหน้าซีดเข้ามาหาฉันที่เตียงคนไข้
   “คุณคือรักแรกพบหรือคุณอร?”
   เขาถามฉันเป็นคำถามแรก หน้าตาของเขาดูเจ็บปวดเหลือเกินแต่ฉันไม่สนใจเพราะสิ่งแรกที่ฉันต้องทำเพื่อให้ความปรารถนาของรักแรกพบเป็นจริงก็คือ
   “คุณธนาคิมแต่งงานกับฉันเถอะ ถือว่าฉันขอร้อง”
   “หะ? ฟื้นมาก็อยากมีผัวเลยหรือป้า?”
   เสียงไอ้สันขวานแม่งกวนอารมณ์จริงเว้ย คนยิ่งกำลังซีเรียสอยู่!
   มันเป็นปัญหาระดับชาติ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะเอ็ง
   ไม่ได้อยากมีผัวจริงๆ นะเออ แค่อยากให้รักแรกพบของครอบครัวกลับมาเร็วๆ แค่นั้นเอง!