ผู้เขียน หัวข้อ: เมื่อฉันหลุดเข้าไปในโลกโอเมก้าเวิร์ส-ตอนที่ 19 สามแฝดอินโคเรีย  (อ่าน 47 ครั้ง)

noneko

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 136
    • ดูรายละเอียด
   “เออ มากันให้หมด เชิญอินเลิฟกันเข้าไป ปล่อยกูเดียวดายให้ตายไปเลย กูจะไปเที่ยวของกูคนเดียว นี่มันทริปฉลองวันเกิดพวกเราหรือทริปฮันนี่มูนของพวกมึงกันแน่วะ!”
   เสียงไอ้สันขวานแผดออกมาอย่างเหลืออด คือให้ตายยังไงมันก็ไม่ยอมรับว่าตัวมันเป็นแฟนกับตะวันเสียที ขนาดจูบกันร้อนแรงอย่างนั้นแล้ว หายไปด้วยกันแล้วมันกลับมามีรอยคิสมาร์คแถวหน้าอกก็แล้วยังจะมาปฏิเสธอีก
   เชื่อตายล่ะ
   “ดูเหมือนมึงมันดื้อเกินเยียวยาแล้ว ไม่รู้ตัวสักที”
   ตะวันมันฟังแล้วขัดหู มันถลาคว้าคอสันตะวาเข้าไปจูบปากต่อหน้าพวกเราพี่น้องเลย กลางเกาะนามิเนี่ยแหละ!
   “ถ้ามึงยังบอกว่าเราไม่ใช่แฟนกันอีก กูก็จะจูบให้มึงจำให้ได้ จะกี่ครั้งก็แล้วแต่มึงนะ”
   ดรัณหัวเราะคิก เหลือบตามองน้องช่อแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ น้องช่อสะดุ้งแล้วเดินหนีไปอีกทาง งานตามก็ต้องมาใช่ไหม เดินหายไปคู่หนึ่งแล้ว ส่วนตะวันที่หาญกล้าประกบจูบน้องวาของฉันกลางสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเกาหลีใต้จนมันพอใจแล้วก็ถูกไอ้สันขวานที่ตั้งสติได้ยกเข่าเสยเข้าให้
   “ปล่อยกูเลย!”
   “ไม่ปล่อย ทำผัวเจ็บได้นะมึง ตามกูมานี่เลย”
   “ไม่ไปเว้ย กูจะเดินกับพี่กู”
   “ใช่” ฉันรีบสนับสนุน น้องรักอย่าทิ้งฉันไปอีก ภาษาก็ไม่ได้ หลงทิศเป็นที่หนึ่ง ดรัณก็ลากแขนน้องช่อไปคนหนึ่งแล้ว ถ้าตะวันเอาตัวไอ้สันขวานไปอีกคนแล้วฉันจะเดินกับใครล่ะ? “อย่าทิ้งพี่ไปนะ”
   “ผัวพี่ก็มาด้วยนี่” สันตะวาเหล่ตา พอมันรู้ว่าคนในร่างของรักแรกพบแทบจะอายุรุ่นแม่ มันก็เลยให้ความเคารพขึ้นมาอีกนิดหน่อย
   “บ้า ยังไม่มีอะไรกันเว้ย อะไรวะ? คู่ของน้องๆ อายุยังน้อยๆ ทำไมของพี่ถึงเป็นรุ่นพ่อ ยังมีแรงเหลืออยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้” ฉันพูดอย่างคะนองปากเพราะมั่นใจว่าสามีเดินไปซื้อซาลาเปานึ่งเตาถ่านแบบโบราณที่มีขายอยู่บนเกาะ มาถึงแล้วก็ต้องกินสักหน่อย
   “หูย ปาก พูดอย่างนี้เรียกเขาไปต่อยกลางสี่แยกยังเจ็บน้อยกว่าเลยนะ”
   “กลัวอะไร เขาไม่อยู่แถวนี้สักหน่อย”
   “เขาอยู่ข้างหลังป้าตั้งนานแล้ว ได้ยินเต็มสองรูหูแล้วมั้ง”
   เฮ้ย!
   พอหันไปดูก็เห็นยืนถือซาลาเปาอยู่ข้างหลังจริงๆ ด้วย
   “คือว่า...”
   คุณธนาคิมยิ้มกว้าง ออร่าจับจนฉันต้องหยีตา ตาพร่าเลยเรา
   “ถ้าอยากรู้ว่ามีแรงไหมก็ต้องลองดูนะยายป้าหน้าสี่ขีด”
   ชิบลอส! ได้ยินจริงๆ ด้วย เดินหนีสิ อยู่ต่อไปทำไม

   เกาหลีใต้เป็นดินแดนที่โรแมนติกมากแห่งหนึ่ง แต่หน้าอย่างฉันคิดแต่เรื่องของกินกับช้อปปิ้งว่ะ เรื่องหวานๆ ไม่เคยเข้ามาอยู่ในหัวสมอง
   การเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกในชีวิตเกิดขึ้นได้เพราะมีปาปริก้า! ไม่ใช่ๆ มันคือของขวัญวันเกิดอายุครบสิบเจ็ดที่คุณพ่อสัญญาไว้ตั้งแต่ต้นปีแล้ว พอถึงวันหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่ก็เลยได้มาเที่ยวเสียที
   ฝันถึงอากาศศูนย์องศา ขนเสื้อกันหนาว รองเท้าบูท ถุงมือ ที่ปิดหูมาเต็มสตรีมแต่ ณ บัดนาว หิมะก็ยังไม่ตกลงมาให้ฟินเลย แม้น้ำในแม่น้ำฮันจะเป็นน้ำแข็งอยู่แล้วก็ตาม
   อีกอย่างหนึ่ง...
   แต่ทำไมฉันต้องมาเจอตะวันกับดรัณที่จู่ๆ ก็นึกอยากมาเที่ยวเกาหลีใต้ในช่วงเวลาเดียวกันด้วย แถมยังพักโรงแรมเดียวกันอีกสุดท้ายก็เลยต้องไปเที่ยวด้วยกันเสียเลยโดยมีไกต์กิตติมศักดิ์คือนายดรัณที่พูดภาษาบ้านเขาได้คล่องปากมากและยังรับอาสาพาทัวร์และมีสินจ้างเป็นการแอบเต๊าะน้องของฉันเป็นของแถมอยู่เรื่อยเชียว
   หันมาอีกทีหลังจากที่มัวแต่ถ่ายรูปวิวอยู่ ไอ้สองคู่นั้นมันก็หายไปแล้วเหลือแต่ฉันที่ยืนเบะปากกลัวหลงทาง แต่โชคยังดีที่คุณสามียังยืนให้กำลังใจอยู่ข้างหลัง
   “คุณคิมอย่าทิ้งเมียไปไหนนะ?”
   “เมื่อกี้ใครบอกว่าผมจะมีแรงหรือเปล่าก็ไม่รู้ เสียใจที่ได้สามีแก่”
   “ฮื่อ อย่าโกรธเมียเลยนะ เมียก็ปากพล่อยไปอย่างนั้นเอง ที่จริงก็รักคุณสามีจะตาย”
   นั่น สกิลแถชั้นยอดของฉัน บวกกับโถมตัวเข้าไปกอดด้วย เจออย่างนี้ตาดุๆ ของคุณธนาคิมก็อ่อนลงจนได้
   “งั้นเราก็ไปเดินเล่นกันสองคนเถอะ”
   “สองคนตรงไหน บอดี้การ์ดก็ตามเรามาเป็นพรวน”
   “ก็เหมือนสองคนนั่นละ พวกเขาสนใจแค่ความปลอดภัยของเราตามหน้าที่ส่วนเรื่องอื่นๆ....”
   เขากุมมือฉันแล้วพาจูงเดินไปด้วยกัน อากาศที่หนาวเย็นดูอบอุ่นขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
   “บ้าจริงเชียว”
   “ฮึๆๆ”

   สันตะวาคนแมนหาทางหลบหน้าไอ้ตะวันจัญไรแล้วมาเดินเล่นริมแม่น้ำที่จับตัวเป็นน้ำแข็ง ยืนมองดูผู้คนที่จับมือกันมาเป็นคู่ๆ แต่ก็มีบ้างที่มากับกลุ่มเพื่อนหนุ่มสาว
   เขาเป็นโอเมก้าซ้ำยังเป็นแค่เด็กวัยรุ่น ที่สำคัญยังสวมปลอกคออยู่จึงไม่แปลกเลยที่หากมาอยู่แค่คนเดียวจะถูกพวกอัลฟาลวนลามทั้งคำพูดและร่างกายได้อย่างง่ายดาย
   “ไปเที่ยวกับพี่ไหมน้อง?”
   “น่ากดว่ะ หน้าตาโคตรน่ารัก!”
   “ใครกล้าแตะเมียกูสัด!”
   เท่านั้นละวิ่งกันกระเจิงแทบไม่ทัน ไม่ได้กลัวอะไรไอ้คนตะคอกหรอกนะ แต่ไอ้ตะวันจัญไรมันเดินมาคนเดียวเสียที่ไหน มันพาบอดี้การ์ดมาด้วยเป็นสิบ หน้าตาดุๆ หนวดเคราเฟิ้มทั้งนั้น พวกอัลฟาอันธพาลมันคงสู้ได้หรอก
   “มึงนี่ชอบทำให้กูหงุดหงิดอยู่เรื่อย”
   กูเกี่ยวอะไรด้วยวะ?
   “มึงไม่รู้ตัวหรือไงว่ามึงสวย มึงน่ารักแค่ไหน ห่างสายตากูแค่แป๊บเดียวเองแม่งเอ๊ย! ไม่ใช่แค่มึงหรอกที่ไมเกรนขึ้น กูก็ด้วย”
   ไอ้ตะวันทึ้งผม หน้าตาดูโกรธเกรี้ยวแต่กูจำได้ว่าคนที่โดนจีบคือกู คนที่ต้องอารมณ์เสียคือกูไม่ใช่หรือวะ?
   “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับมึง มึงไม่ได้โดนจีบสักหน่อย”
   “กูรักมึง กูหึงหวงมึงเว้ย ช่วยเข้าใจอะไรง่ายๆ หน่อยได้ไหมไอ้วา!”
   เงิบ!
   สันตะวาก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันเป็นอย่างนี้ไปได้ยังไง ก่อนหน้านี้เขาก็ต่อสายหาพ่อแล้ว พวกเขามาเที่ยวกันสามคนพี่น้องพร้อมบอดี้การ์ดชุดใหญ่ ไม่มีอะไรน่าห่วงอยู่แล้ว คุณธนาคิมจะตามเมียอย่างพี่รักมาเขาก็ยอมรับได้ ยังไงก็เป็นญาติกันแล้ว แต่ไอ้ตะวันกับดรัณมันมายังไงกันครับ พ่อเองก็จนปัญญาบอกเสียงอ่อยว่าไม่รู้เหมือนกัน ทางนั้นคงมีสายข่าวอยู่ด้วยละมั้ง
   เพื่อลดทอนความขัดเขินที่จู่ๆ ตะวันก็มาพูดตรงๆ ว่าหึงหวงเขาก็เลยเปลี่ยนเรื่องถามมันสักหน่อย
   “ตามมาทำไม?”
   จากหน้าบูดๆ มันก็เปลี่ยนเป็นคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์เสียนี่
   “กูมาเที่ยวเฉยๆ ไม่ได้ตามมึงมาหรอกนะอย่าเข้าใจผิด”
   “อย่ามาแหล มึงตั้งใจตามกูมาชัดๆ มึงนอนโรงแรมเดียวกับกู ชั้นเดียวกันอีก ห้องก็ติดๆ กัน มึงตั้งใจนี่หว่า”
   “อ้าว หรือมึงอยากให้กูถอยห่างออกจากมึงล่ะ มึงชอบแบบนั้นใช่ไหมกูจะได้ทำให้?”
   ตามติดเป็นสัมภเวสี ที่นี้จะถอยห่าง กูไม่ยอม!
   “มึงลองสิ ถ้าทำมอย่างนั้นมึงก็ไม่ต้องมาให้กูเห็นหน้าอีก”
   มันหัวเราะ แม่งน่าหมั่นไส้
   “อ้าว ปกติมึงเอาแต่ไล่กู ไม่สิ ไม่เคยพูดดีด้วยเลยด้วย กูเองก็น้อยใจเป็นเหมือนกันนะ”
   “ฮึ แล้วมึงก็ทำเป็นเล่นๆ มาตลอด กูก็เลยไม่แน่ใจหรอกว่าคนอย่างมึงจะจริงจังกับกูแค่ไหน และกูก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่แต่งงานเพราะกูไม่อยากเป็นแค่เมียที่นอนกอดทะเบียนส่วนผัวไปร่าเริงกับเมียน้อย จนถึงตอนนี้กูก็ยังคิดอย่างนั้น รวยๆ อย่างมึงตอนนี้ก็พูดหวานหูกับกูเพราะอยากได้จนตัวสั่น พอได้แล้วเบื่อมึงก็คงทิ้งกูไม่ต่างอะไรกับพวกอัลฟาเลวๆ คนอื่นหรอก” สันตะวาทำเสียงดังฮึ “คนอย่างสันตะวาถ้าจะมีผัวทั้งทีต้องเป็นของกูคนเดียวทั้งตัวทั้งหัวใจเท่านั้น”
   “มึงนี่โลภมาก”
   “กูมันเด็กเลวอยู่แล้วนี่ มึงอยากได้คนหัวอ่อนก็ไปหาเอาที่อื่นสิ”
   “อ้าว งั้นกูกับมึงก็คงเลวพอกัน มิน่าถึงเข้ากันได้ดี”
   พูดถูกใจ งานนี้สันตะวาจะไม่มีน้ำโหแล้วกัน
   “ไม่รู้”
   “เข้ากันได้ดีบนเตียงก็ดีนะ”
   หันขวับเลยกู แม่งเลวกว่าที่กูคิด มึงหวานๆ ดรามาได้แป๊บเดียวจริงๆ ด้วยไอ้ตะวันจัญไร!
   “ไอ้ทะลึ่ง ไอ้เลว ไอ้คนเอาแต่ได้!”
   “คนเอาแต่ได้ที่อยากอยู่ใกล้มึงแค่คนเดียวไง”
   “น้ำเน่า”
   “เน่าแล้วรักกูไหมล่ะ?”
   “ไม่”
   ฟอด!
   มันหอมแก้มกู ไอ้เลว!
   “หอมแก้มโทษฐานที่มึงปากไม่ตรงกับใจ”
   “ไอ้เชี่ย!”
   “ด่าอีกกูจะเปลี่ยนมาจูบที่ปาก”
   “มึงได้ทีรังแกกู”
   “อย่างนี้เรียกว่ารังแกแล้วหรือวะ กูนึกว่าต้องที่เตียงเท่านั้นซะอีก”
   “กูไม่คุยกับมึงแล้ว อะไรก็เตียงๆ มึงง่วงก็ไปนอนสิ ชิ้วๆ”

   ดรัณ...ชายหนุ่มซึ่งเก่งภาษาเกาหลีเดินจูงมือช่อศิลาไปอีกทาง อย่างน้อยก็ต้องให้ไกลจากคู่ของตะวันและสันตะวามากที่สุดล่ะ ก็คู่นี้แม่งเอะอะโวยวายเสียงดังลั่น ไม่มีความโรแมนติกเลย คู่ของเขาต้องการความสงบเลยต้องถอยห่างจากพวกมันให้มากที่สุด
   ช่อศิลาเป็นคนเรียบร้อย นุ่มนวล อาจดูจืดชืดในสายตาของคนอื่นแต่สำหรับเขา คนๆ นี้น่ารัก
   น่ารักจนอยากครอบครองไว้คนเดียว
   “เบื่อแล้ว ไม่อยากจีบช่อแล้วอ่ะ”
   ช่อศิลาหน้าเสีย เขาเห็นแล้วก็แกล้งตีหน้านิ่ง นึกอยากแกล้งให้ร้องไห้เล่นสักหน่อย ได้ผลด้วยเพราะดวงตาสีอ่อนภายใต้แว่นทรงกลมนั้นแดงก่ำ ปากน้อยๆ นั้นเริ่มเบะเหมือนจะร้องไห้
   อยากจะแกล้งมากกว่านี้แต่คงต้องหยุดไว้ก่อน ถ้าปล่อยโฮขึ้นมาเขาเองก็ชักสงสารเสียด้วยสิ
   “เป็นแฟนกันเลยได้ไหม?”
   ช่อศิลาชะงัก ดวงตากลมมองเขานิ่งจนเขาต้องย้ำชัดๆ อีกครั้ง
   “ว่าไง เป็นแฟนกันไหม?”
   “แล้ว...ตอนนี้เราไม่ใช่แฟนกันอยู่แล้วหรอกเหรอ?” ช่อศิลาก้มหน้างุด “ก็รัณเอาดอกไม้กับขนมมาให้เราอยู่บ่อยๆ คอยเดินตาม คุยกับเราอยู่ตลอด อย่างนี้ไม่ได้เรียกว่าเป็นแฟนกันแล้วเหรอ?”
   ดวงตาคู่สวยกะพริบวับวับอย่างสงสัย
   ดรัณตบหน้าผากตัวเอง
   อ้าว! นี่กูโง่หรือวะนี่ นึกว่าตัวเองฉลาดเสียอีก แต่ในเมื่อคนตัวเล็กเปิดโอกาสให้กูขนาดนี้ก็คว้าไว้สิครับ รออะไร
   “งั้นข้ามขั้นเลยได้ป่าว จากแฟนกลายเป็นผัวอ่ะ”
   “บ้า”
   “งั้นจูบมัดจำไว้ก่อนก็ได้”
   “ไม่เอา”
   เห็นหัวอ่อนแต่ก็ดื้อใช่เล่นแฮะ
   “ครั้งเดียวเอง นี่เกาหลีใต้นะ ไม่มีใครรู้หรอก”
   จุ๊บ!
   แล้วริมฝีปากนั้นก็ทาบทับลงมาฉกเอาจูบแรกของช่อศิลามา
   “รัณ ไอ้บ้า!”
   คนอะไรด่าได้น่ารักจัง