ผู้เขียน หัวข้อ: สืบรัก:ตำรับรัก 1 -ศพในห้อง  (อ่าน 33 ครั้ง)

admin

  • Administrator
  • Jr. Member
  • *****
  • กระทู้: 69
    • ดูรายละเอียด
สืบรัก:ตำรับรัก 1 -ศพในห้อง
« เมื่อ: ตุลาคม 09, 2018, 12:03:12 PM »

บท 1  ศพในห้อง
 
 
เรือนพิมพ์ยืนบัตรประชาชนให้กับ รปภ ที่ป้อมยามแล้วรับป้ายหมายเลขมาวางไว้ที่เบาะข้างๆ เธอมีนัดกับนักเขียนคนหนึ่งที่รู้จักกันผ่านทางเฟซบุ๊ก เขาเป็นคนที่ชอบอ่านนวนิยายสืบสวน เป็นคนขอเป็นเพื่อนเธอมา ก็เรียกได้ว่าพูดคุยกันถูกคอ เธอเคยไปกินข้าวกับเขาครั้งหนึ่ง แล้วจึงได้รู้ว่าเขาเคยเป็นเชฟที่โรงแรมมีชื่อ แถมยังเขียนหนังสือเกี่ยวกับอาหารหลายเล่ม เขาเป็นชายวัยกลางคนที่อารมณ์ดี ยังพูดล้อเลียนเธอเหมือนกันว่า จะเขียนนวนิยายแข่งกับเธอ อยากให้เธอช่วยแนะนำด้วย

การเขียนนวนิยายแม้จะเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่มันก็เป็นเรื่องที่แนะนำกันได้ ดังนั้นเธอกับเขาจึงพูดคุยกันถูกคอ เขานัดเธอเอาไว้วันนี้ บอกว่าจะทำก๋วยเตี๋ยวไก่คั่วสูตรพิเศษให้กิน พร้อมกับขอให้เธอช่วยดูพล็อตเรื่องที่เขาวางเอาไว้ให้ด้วย

ส่วนเธอมาวันนี้ก็มีเรื่องจะปรึกษาเรื่องอาหารเหมือนกัน เพราะกำลังคิดว่า จะเขียนสืบสวนเกี่ยวกับอาหาร เธอมีตัวละครที่เป็นเหยื่อเอาไว้ในใจแล้วว่า เป็นเจ้าของร้านอาหาร แต่ตายด้วยพิษสักอย่าง ไม่ใช่กระโดดตึกหรือถูกฆาตกรรมน่าหวาดเสียว ต้องไม่ใช่แบบที่เธอเพิ่งจะเจอผ่านมา อนวัชร ทำให้เธอรู้สึกกลัวๆ ขึ้นมาเหมือนกัน แม้ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี หลังจากที่เธอตื่นมาแล้วก็เจอกับเหมือนแพร ซึ่งเล่าให้เธอฟังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง และอยู่รอจนป้าจันทร์ทิพย์มาถึง แน่ล่ะว่าเธอต้องกำชับไม่ให้เหมือนแพรเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้ท่านฟัง แม้ว่าท่านจะตามเธอไปให้ปากคำกับสารวัตรหนึ่งสยามซ้ำอีกก็ตาม

เรือนพิมพ์ไปจอดรถที่หน้าตึก แล้วเดินเข้าไปในล็อบบี แจ้งความประสงค์ให้กับพนักงานที่เคาน์เตอร์ว่ามาขอพบนายพนาดลที่ห้องหมายเลขสี่ศูนย์สาม

“ดอกเตอร์เรือนพิมพ์หรือเปล่าคะ” หล่อนย้อนถาม

“ค่ะ”

“ขอดูบัตรประจำตัวด้วยค่ะ”

เรือนพิมพ์ขมวดคิ้วอย่างสงสัย แต่หล่อนรีบชี้แจงว่า

“คุณมีนัดพบคุณพนาในวันนี้ แต่คุณพนาสั่งเอาไว้ว่า ใครจะขึ้นไปต้องขอดูบัตรประจำตัวค่ะ มันเป็นคำสั่งของเจ้าของห้อง ก่อนที่เราจะให้คีย์การ์ดสำรองขึ้นไปค่ะ”

เพราะเธอเอาบัตรประชาชนให้ที่ป้อมยามแล้ว เรือนพิมพ์จึงเอาใบขับขี่ของเธอยื่นให้ดู อีกฝ่ายก็ยิ้ม พูดว่า

“คุณพนาได้รับอุบัติเหตุตกบันไดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วค่ะ สงสัยอาจจะไม่สะดวกลุกมาเปิดประตูให้ก็ได้ เลยสั่งไว้อย่างนี้”

หล่อนพูดแล้วก็ยื่นคีย์การ์ดสำรองให้เธอ เรือนพิมพ์เดินไปที่ลิฟต์ แล้วกดชั้นสี่ขึ้นไป พอออกมาจากลิฟต์ก็มองป้ายบอกทางไปห้อง ซึ่งเธอต้องเดินไปทางด้านซ้าย  พอถึงหน้าห้องเธอก็เคาะประตู เป็นการแจ้งก่อนว่าเธอมา แล้วจึงใช้คีย์การ์ดเปิดประตูเข้าไป  ภายในห้องเงียบไม่มีคน ด้านหนึ่งจะมีชั้นวางหนังสือกั้นเอาไว้เหมือนเป็นอีกห้อง แต่เมื่อมองไปอีกด้านที่เป็นครัว บนโต๊ะมีข้าวของผักสด ผลไม้ เหมือนกำลังจะเตรียมทำอาหาร เธอกำลังจะตะโกนเรียก เพราะคิดว่าเขาคงอยู่ในห้อง แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นขาที่ยืนออกมาหลังโต๊ะเขียนหนังสือ เธอใจสั่นน้อยๆ เมื่อเดินไปดู แล้วก็นิ่งตะลึงเมื่อเห็นร่างนายพนาดลนอนหงาย มีมีดปักอยู่ที่อก!

เรือนพิมพ์รีบตั้งสติ เธอไม่รู้คิดยังไงถึงได้หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเอาไว้ แล้วรีบออกจากห้องลงลิฟต์ ตรงไปที่ประชาสัมพันธ์ว่า

“คุณคะ ฉันขึ้นไปห้องคุณพนาเมื่อกี้ เจอเขาเสียชีวิต มีมีดปักที่อก ต้องแจ้งตำรวจ”

“อะไรนะ ล้อเล่น หรือเปล่า” พนักงานสาวพูดเสียงสั่น

“คุณจะขึ้นไปดู หรือจะให้ รปภ ขึ้นไปดูก็ได้ ฉันจะอยู่ที่นี่รอตำรวจมา”

“นี่พูดจริงเหรอ” หล่อนเสียงสั่น แต่แล้วก็กด ที่ปุ่มโทรศัพท์พูดลงไปว่า “ลุงอาร์มเข้ามานี่ มีเรื่องด่วน” แล้วหล่อนก็หันมาทางเธอ “คุณอย่าเพิ่งไปไหนนะ อยู่ด้วยกันก่อน แล้วอย่าโวยวายให้คนอื่นรู้จะแตกตื่น”

เรือนพิมพ์พยักหน้า ดูเหมือนว่าหล่อนจะไม่ได้ยินตอนที่เธอพูดว่า เธอจะอยู่รอจนกว่าตำรวจจะมา เธอเป็นคนพบศพ เธอต้องถูกสอบปากคำอยู่แล้ว

ครู่หนึ่ง รปภ ก็เข้ามา พนักงานสาวก็กระซิบบอกเบาๆ  รปภ หน้าตื่นหันมา แล้วถามว่า

“คุณจะขึ้นไปด้วยอีกครั้งไหม”

“ได้” เรือนพิมพ์ตอบ

“งั้นหนูไม่ขึันไปนะ ไม่อยากเห็นกลัว ใช้กุญแจของพี่เขาเปิดห้องก็ได้ ลุงอาร์มเห็นแล้ว โทรไปแจ้งตำรวจนะ แล้วบอกหนูด้วย หนูจะได้โทรไปบอกคุณเพชร”

ฟังดูแล้วก็เหมือนว่าเจ้าหล่อนจะสนิทสนมกับ รปภ วัยกลางคนนี้ไม่น้อย

“ดีนะ ที่คุณไม่กลัว”

รปภ.พูดกับเธอขณะอยู่ในลิฟต์

“ไม่กลัว แต่ก็ไม่อยากยุ่งสักเท่าไหร่”

“ไม่มีใครอยากจะยุ่งกับเรื่องอย่างนี้หรอก บางคนก็กลัวผีไปเลย”

เรือนพิมพ์ยิ้มเฉยๆ  เธอคุยกับคนนอกไม่ค่อยเก่ง แต่ดูเหมือนว่า รปภ คนนี้จะคุยเก่งไม่น้อยเมื่อถามว่า

“คุณเป็นเพื่อนของคุณพนาดลเหรอ”

“เขานัดให้มาพบวันนี้”

“ไม่น่าเลยนะ ไม่รู้ใครทำอย่างนั้นกับเขา เมื่อไม่กี่วันก็เพิ่งตกบันได เคราะห์ร้ายจริงๆ”

เรือนพิมพ์ยิ้ม ไม่พูดเหมือนเดิม และดีใจที่ลิฟต์ขึ้นไปถึงชั้นสี่  รปภ เดินออกไปก่อน เธอเดินตามอดไม่ได้ที่จะมองหากล้องวงจรปิด มันมี เพียงแต่ว่ามันจะใช้ได้แค่ไหน  รปภ เดินไปที่ห้องแล้วเปิดเข้าไป มันทำให้เรือนพิมพ์ฉุกคิด หรือตอนออกมาเธอไม่ได้ล็อกห้อง หรือว่า รปภ คนนี้มีการ์ดเปิดได้เลย แต่เธอไม่เห็นตอนพนักงานให้การ์ดแม้แต่น้อย...หรือเธอไม่ทันจะได้มอง เพราะมัวแต่มองหาอะไรที่มันผิดสังเกต แต่ก็ไม่มีอะไร

รปภ. เดินไปที่ศพของนายพนาดล แล้วก็เอาโทรศัพท์ขึ้นมาโทร  เรือนพิมพ์ยืนมองเขาอยู่ที่หน้าประตู แต่สายตาของเธอก็พยายามเก็บทุกอย่างในห้องเอาไว้ ตามกฏหมาย เมื่อพบศพต้องแจ้งภายในกี่ชั่วโมงเธอจำไม่ได้และไม่คิดจะเป็นธุระในเรื่องนั้นจึงให้ทางคอนโดมิเนียมจัดการเอง และดูเหมือนว่า รภป. คนนี้จะรู้งานไม่น้อย เมื่อเดินกลับมาหาเธอ

“คุณจะลงไปข้างล่างก็ได้ ผมจะเฝ้าที่นี่เอง จนกว่าตำรวจจะมา”

 เรือนพิมพ์นิ่งไปแล้วก็พยักหน้า ก่อนจะเดินไปลิฟต์ เธอลงไปแล้วก็เห็น พนักงานสาวคนนั้นกำลังโทรศัพท์อยู่ จึงเดินไปนั่งที่อาร์แชร์ตัวใกล้เคาน์เตอร์ที่สุด แล้วเอามือถือขึ้นมา โหลดภาพไปเก็บไว้ในไดร์ฟบนอินเตอร์เน็ต แล้วจึงลบทิ้งทั้งหมด ความอยากรู้อยากเห็นของเธอ ที่ถ่ายรูปเอาไว้นั้น เธอจะเก็บเอาไว้เป็นส่วนตัว เธอไม่อยากให้ใครรู้ แล้วสงสัยว่าเธอถ่ายมันเอาไว้ทำไม  จากนั้นเธอก็เอาสมุดบันทึกออกมาจดทุกอย่างเอาไว้ เพื่อรอคอยตอบคำถามตำรวจ  เธอเขียนนวนิยายสืบสวน เธอต้องเตีรยมพร้อม เมื่อให้ข้อมูลตำรวจแล้ว เธอจึงจะกลับ แต่เธอเองก็อดจะตั้งคำถามเอาไว้ไม่ได้เหมือนกันว่า  ใครจะเป็นคนฆ่าพนาดล


สารวัตรหนึ่งสยามลงจากรถ มาพร้อมกับจ่านิยมและจ่ายุทธชัย เขาเดินเร็วๆ ตรงไปยังประตู  แล้วก็ขมวดคิ้วเมื่อมองผ่านกระจกเข้าไปเห็น  ดอกเตอร์เรือนพิมพ์นั่งอยู่ที่ลอบบี้  แล้วพนักงานสาวที่เคาน์เตอร์ คงเห็นชุดตำรวจของจ่านิยมก็รีบมาเปิดประตูให้พูดทันทีเลยว่า 

“เกิดเหตุที่ห้อง สี่ศูนย์สาม เจ้าของชื่อพนาดล ค่ะ รปภ ของเรารออยู่ที่นั่น เออ..นั่นดอกเตอร์เรือนพิมพ์ เป็นคนพบศพแล้วแจ้งทางเรา แล้วเราก็ให้รปภ ขึ้นไปดู จากนั้นจึงโทรไปแจ้งตำรวจค่ะ” 

สารวัตรหันไปทางดอกเตอร์เรือนพิมพ์ แล้วก็พอดีที่เธอเงยหน้าจากการนั่งจดอะไรยุกยิกอยู่ เขาเดินไปหา เธอก็พูดขึ้นว่า

“ฉันรอ เพราะคิดว่าตำรวจคงอยากจะสอบปากคำ ฉันเป็นคนไปพบศพแล้วลงมาบอกพนักงานข้างล่าง”

สารวัตรหนุ่มพยักหน้า หันไปทางจ่านิยม

“อยู่รอคนที่มาสมทบ อย่าเพิ่งให้พวกนักข่าวขึ้นไป จนกว่าจะเก็บศพเรียบร้อย  จ่ายุทธมากับผม” พูดเสร็จเขาก็หันไปทาง พนักงานสาว “อย่าเพิ่งให้ข้อมูลอะไรออกไปจนกว่าผมจะลงมา...ขึ้นไปด้วยกัน”

คำท้ายของเขาพูดพร้อมกับพยักหน้าให้ดอกเตอร์เรือนพิมพ์ ซึ่งก็ลุกขึ้นตามเขาเข้าไปในลิฟต์ทันที

 “มาทำอะไรที่นี่”

“คุณพนาเขานัดฉันมาวันนี้ อยากจะคุยเรื่องหนังสือที่เขาจะเขียน พอเข้าไปในห้อง ก็เจอเขานอนหงายมีมีดปักอก จากนั้นฉันก็ลงมาบอกพนักงานข้างล่าง แล้วก็ขึ้นไปกับรภป.อีกครั้ง เขาเห็นศพแล้วก็โทรแจ้งตำรวจ ฉันลงมารอข้างล่าง”

“ได้แตะต้องศพไหม”

เธอมองหน้าเขา เหมือนจะบอกว่าไม่น่าถามเลย แต่ก็ตอบว่า

“ไม่”

 “รู้จักกับเขานานแล้วยัง”

“ก็นาน แต่ไม่ค่อยได้เจอ เพราะรู้จักกันทางเฟซบุ๊ก เขาเป็นเชฟ เขียนหนังสือเกี่ยวกับตำราอาหาร”

“ตำราอาหาร” สารวัตรหนุ่มทวน

“เขาบอกจะเขียนนวนิยายแนวสืบสวนเลยนัดฉันมาพบที่นี่”

“แล้วคุณก็มา”

เรือนพิมพ์เม้มปากน้อยๆ ก่อนจะพูดว่า “ฉันมาเพราะจะมาขอความเห็นเขาเกี่ยวกับเรื่องอาหาร เพราะกำลังจะเขียนเรื่องเกี่ยวกันอาหาร”

“แล้วคิดที่จะย้ายมาเช่าที่นี่ไหม”

คำถามเขาทำเอาเธออึัง แต่ไม่ทันได้ตอบ ลิฟต์ก็เปิดเขาเดินออกไป เจอกับ รปภ. ก็พูดว่า

“ห้องไหน”

“ทางนี้ครับ” รปภ รีบเดินนำไป

“มาทำงานที่นี่นานแล้วยัง”

“สี่เดือนแล้วครับ”

“มีกล้องวงจรปิดไหม”

“มีครับ สองตัว ทั้งด้านลิฟต์และทางบันไดหนีไป”

“เห็นมีอะไรผิดปกติไหม หรือใครที่มีท่าทางปกติ”

“ไม่ครับ คอนโดที่นี่เงียบ และมีแต่คนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง ระบบความปลอดภัยเราแน่นหนา”
“รู้จักผู้ตายไหม”

“เออ...ผมก็เคยเห็นตอนเข้าออกคอนโดครับ แต่ตอนที่ตกบันได ผมเป็นคนช่วยเรียกรถพยาบาลมา”

“เขาอยู่คนเดียวเหรอ”

“ครับ ไม่มีญาติ แต่เหมือนจะมีเลขาคุณพนาที่มาบ่อย”

“รู้ได้ยังไง ว่าเธอเป็นเลขา”

“รู้ตอนที่ผมไปช่วยอุ้มคุณพนาขึ้นรถเข็นตอนกลับจากโรงพยาบาลครับ...นี่ครับห้องนี้”

รปภ เปิดห้องให้อย่างขมีขมัน 

“รออยู่ข้างนอกนี่ล่ะ ไม่ต้องเข้าไป เดี๋ยวจะมาถามใหม่” เขาสั่ง รปภ รวมทั้งดอกเตอร์เรือนพิมพ์ที่เดินตามมาเงียบๆ

สารวัตรหนึ่งสยามเดินไปยังร่างที่นอนหงายอยู่  เลือดเหมือนจะแห้ง  มือผู้ตายกุมมีดที่ปักตรงอกจมมิดด้าม ลักษณะตั้งตรง หรือผู้ตายจะฆ่าตัวตาย และเมื่อมองไปรอบห้องๆ ทุกอย่างก็เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ มีรถเข็นจอดนิ่งอยู่อีกด้านหนึ่งของโต๊ะ แม้จะห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ถ้าหากนายพนาดลคนนี้จะฆ่าตัวตาย ก็คงไม่เดินมาแทงตัวเองตายตรงนี้แน่ เขาน่าจะนั่งแล้วฆ่าตัวเองที่เก้าอี้เข็นไปเลย

เขาปล่อยให้จ่ายุทธชัยถ่ายรูปตรงนั้น เมื่อเดินเดินสำรวจชั้นหนังสือ โดยมากจะเป็นหนังสือต่างประเทศ และมีหนังสือเกี่ยวกับอาหารอยู่แถวบนสุดของทุกชั้นวางหนังสือ จากสายตาน่าจะไม่ต่ำกว่าร้อยเล่ม  เขาเปิดลิ้นชักโต๊ะมันล็อกทั้งหมด แต่ของที่วางอยู่บนโต๊ะก็ออกจะรกไม่น้อย มีหนังสือสามสี่เล่ม กระดาษปึกหนึ่ง สมุดอีกสามสี่เล่ม มีแก้วใส่ปากกา เขาพลิกกระดาษดู เหมือนดอกเตอร์เรือนพิมพ์บอกเป็นความจริง เพราะที่เห็นคือการร่างแนวคิดการเขียนนวนิยาย แต่ออกมาในรูปของมายด์แมพ 

แล้วสารวัตรหนุ่มก็ขมวดคิ้ว เมื่อเห็นเปิดไปอีกก็เห็นกระดาษโพสอิทที่ติดอยู่ เป็นโพสอิทสีเขียว เขียนเอาไว้ด้วยหมึกสีดำว่า

ถ้ามีการตายเกิดขึ้น จะต้องเป็นเธอ

“ผมจะเข้าไปดูในห้องนอน จะได้ถ่ายรูปเอาไว้ทั้งหมด  เออ...จะโทรบอกคุณแพรไหมครับ”

สารวัตรหนึ่งสยามหันไปมองคนถามแล้วขมวดคิ้ว “ทำงานของจ่าไปเถอะ”

เขาบอกแล้วก็เดินไปที่ครัวมีพวกของผักวางอยู่บนโต๊ะ เหมือนกำลังจะเตรียมทำอาหารสักอย่าง  แต่เมื่อพิจารณาแล้ว ผักพวกนี้ก็ไม่ได้สดเลยทีเดียว ครัวที่นี่จัดเป็นระเบียบ แม้แต่ในลิ้นชักก็ดูเป็นระเบียบเพียงแต่ว่าบางอย่าง มันยังไม่ถูกแกะออกมาใช้งานเลย ไม่ว่าจะเป็นมีด ช้อนส้อม พวกตัด พวกปอกต่างๆ  เขามองดูตามชั้นลอยในครัว ทุกอย่างเป็นระเบียบแต่ก็มีฝุ่นเกาะ มีไม่กี่ชั้นที่ถูกใช้งาน

เขาเหยียบเปิดฝาถังขยะเปิดออก  ในนั้นโดยมากจะเป็นพวกกล่องและโฟมพลาสติก และเมื่อไปเปิดตู้เย็น เขาก็มองเห็นพวกอาหารแช่แข็ง เครื่องดื่ม และผลไม้หลายอย่าง

เขายังไม่ทันจะได้ตรวจสอบอะไรมาก เจ้าหน้าที่ฝ่ายชันสูตรพลิกศพก็เข้ามา ส่วนจ่านิยมก็ยืนอยู่ที่หน้าประตุูคอยกันไม่ให้พวกนักข่าวเข้าไป แต่กระนั้นก็ยังมีการยกกล้อง สอดกล้องถ่ายเข้ามาในห้อง เทคโนโลยีเดี๋ยวนี้มันง่ายที่จะจับภาพใกล้ไกลขนาดนี้
 
“สวัสดีสารวัตร”

“สวัสดีครับหมอ”

เป็นการทักทายสั้นๆ ก่อนที่หมอจะเข้ามา ตรวจศพ พร้อมกับบอกคร่าวๆ
 
“สาเหตุการตายก็เพราะถูกแทงเข้าที่หัวใจ จากกล้ามเนื้อที่แข็งตัวเห็นคิดว่า น่าจะตายมาสักสามสี่ชั่วโมง”

 สารวัตรหนึ่งสยามจดบันทึกตามที่หมอบอก  แล้วนักข่าวคนหนึ่งก็ตะโกนถามว่า

“สารวัตรเข้าได้ยัง ศพใคร เป็นอะไรตาย”

“ถ้าจะถ่ายรูป ให้ถ่ายอยู่ตรงนั้น เสร็จแล้วไปรอข้างล่าง ผมจะลงไปให้รายละเอียดทีหลัง”

แม้เขาจะพูดอย่างนั้น ก็ไม่มีทีท่าว่าใครจะถอยกลับไป ต่างก็ยังยกกล้องถ่ายรูปกันไปเรื่อย จนกระทั่งศพพร้อมที่จะย้ายออกไป  สารวัตรหนึ่งสยามจึงพยักหน้าเรียกจ่านิยมเข้ามา

“บอกดอกเตอร์เรือนพิมพ์ให้รอ  เดี๋ยวผมจะกลับขึ้นมา”

พูดแล้วเขาก็เดินออกไปไม่มองหน้าดอกเตอร์เรือนพิมพ์แม้แต่น้อย เขาก็เพียงแต่จะกันไม่ให้นักข่าวยุ่งกับเธอเท่านั้น และก็ดูเหมือนว่าเธอจะอยู่เป็นไม่น้อย เมื่อไปยืนหลบอยู่ด้านในข้างประตู ใช้มือถือถ่ายรูปปิดบังใบหน้าตัวเองเอาไว้

สารวัตรหนึ่งสยามไม่ได้ลงลิฟต์เพราะปล่อยให้ขนศพ เขาเดินลงบันได นักข่าวก็ตามเขา และถามเขาไปด้วย เขาตอบคำถามสั้นๆ ง่ายๆ แต่เมื่อมาถึงชั้นบันไดชั้นที่สอง ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินสวนทางขึ้นมา

“อ้าว สารวัตร” 

“พักที่นี่เหรอครับ”

“เปล่า มาหาเพื่อน”

“แล้วค่อยคุยกันนะครับ”

เขาพูดแล้วก็เดินผละมาอย่างไม่สนใจนัก หมอมุกดา เป็นคนที่แม่ของเขาชื่นชม เป็นเพื่อนสมัยวัยเรียนของเขา ถ้าหากเธอรู้จักใครที่นี่ บางทีเขาก็อาจจะคุยสอบถามเธอ หรือเพื่อนของเธอที่นี่ เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีก็ได้.

:+:+:+:+:

ไอวินทร์

  • นักข่าว
  • Full Member
  • *
  • กระทู้: 232
    • ดูรายละเอียด
Re: สืบรัก:ตำรับรัก 1 -ศพในห้อง
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ตุลาคม 14, 2018, 12:55:58 AM »
โหะๆ ไงกัน มีทั้งอาหาร มีทั้งศพ

ไม่ได้อ่านชื่อตอน เม้นต์ก่อนหน้า เลยภาวนา (ขนาดนั้นเลย?) ว่าไม่ขอให้มีอาหาร จริงๆ มานไม่ได้อ่านชื่อเรื่องเลย ฮ่าๆ
ก็บอกชัดๆ สืบรัก ตำรับรัก คือ จะตีหนึ่งแย้ววว สติเริ่มไปแล้ว น้ำยังไม่ได้อาบ
เมืองสอง หรือ นางเอกนะ มีแมวชื่อปลาทู  หาวแล้ว  :)  ขอให้ไอเขียนจบบ้างดีกว่า ฮ่าๆ วิ่ง ฟิ้ววววววว
Licht und Schatten トーキョーグール-

buddy

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 342
    • ดูรายละเอียด
Re: สืบรัก:ตำรับรัก 1 -ศพในห้อง
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2018, 11:00:15 AM »
ยืนบัตรประชาชน
ขาที่ยืนออกมา

หรือว่า รปภ คนนี้มีการ์ดเปิดได้เลย แต่เธอไม่เห็นตอนพนักงานให้การ์ดแม้แต่น้อย. - ปชส ไม่ได้ให้การ์ด แต่บอกให้ใช้การ์ดที่เรือนพิมพ์ค่ะ

อาร์แชร์
ต้องเตีรยมพร้อม
หรือใครที่มีท่าทางปกติ
และเมื่อมองไปรอบห้องๆ
เมื่อเดินเดินสำรวจชั้นหนังสือ
หน้าประตุู

สนุกน่าติดตามเช่นเคยค่ะ รอบทต่อไป   ;D