ผู้เขียน หัวข้อ: กำราบรักจอมอสูร >>>บทที่ 4 คนขี้เซา (1)<<<  (อ่าน 11 ครั้ง)

รัญชิดา

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 204
    • ดูรายละเอียด
กำราบรักจอมอสูร >>>บทที่ 4 คนขี้เซา (1)<<<
« เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2018, 10:53:04 PM »
บทที่ 4

   “ไม่!!!”

   พิราอรกรีดร้องสุดเสียง ก่อนจะสะดุ้งตื่น ลุกขึ้นนั่งกวาดตามองไปรอบห้องและมาหยุดนิ่งอยู่ที่นาฬิกา หญิงสาวเป่าลมออกจากปากอย่างโล่งอกที่เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจริง เธอคิดมากจนเก็บมาฝันเป็นตุเป็นตะ เผลอยกมือแตะริมฝีปากที่ถูกรุกรานในความฝัน จะต้องทำบุญใหญ่แค่ไหนถึงจะหนีจากเขาได้พ้น

   คีย์การ์ดห้องชินดนัยยังวางอยู่ตำแหน่งเดิม จากคิดว่าจะปล่อยไปให้เป็นเรื่องของเขา ทว่าจากภาพความฝันมันทำให้เธอฉุกคิด ชินดนัยบ้าบิ่นไม่เหมือนใครเธอเองก็เคยเจอมาแล้ว การมีปัญหากับเขาจะต้องเตรียมตัวตั้งรับให้รอบคอบ พิราอรจะไม่เสี่ยงกับสถานการณ์ล่อแหลมด้วยความถือดีของตัวเองเด็ดขาด

   ยังเหลือเวลาอีกเป็นชั่วโมงกว่าจะถึงตอนที่เขาสั่งให้ไปปลุก หญิงสาวลงจากเตียง อาบน้ำ แต่งตัวด้วยชุดรัดกุมที่สุด ปกติหากอยู่ห้องเธอจะไม่ใส่กางเกงยีนกระดุมแน่นเป็นตับแบบนี้หรอก เมื่อเตรียมตัวเตรียมใจพร้อมแล้วพิราอรก็หยิบคีย์การ์ดเดินออกไปจากห้อง

   ตลอดทางเดินอันแสนสั้นเธอเฝ้าคิดเพียงแต่ว่าจะปลีกตัวออกมายังไงให้เร็วที่สุด การต้องอยู่กับชินดนัยตามลำพังแถมยังเป็นพื้นที่ของเขามีแต่จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ประตูหน้าห้องของเขาอยู่ตรงหน้า หมดเวลาคิดแล้วพิราอรเอ๋ย...

   หญิงสาวรวบรวมกำลังใจสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แตะคีย์การ์ดเปิดประตูก้าวเข้าไปในห้อง สายตาสะดุดเข้ากับรองเท้าที่เจ้าของคงสลัดทิ้งไว้จนกระเด็นไปคนละทางอย่างนั้น พิราอรหยิบไปวางตรงชั้นวางเล็กๆ เดินต่อไปอีกนิดก็เจอเสื้อนอกกองกับพื้น ได้แต่ถอนใจหยิบมาถือไว้ ดูสิกว่าจะถึงห้องนอนเธอจะต้องเจออะไรอีก

   เมื่อคืนชินดนัยคงจะกลับมาในสภาพไม่สู้ดีนัก ถึงได้เรี่ยราดขนาดนี้ พิราอรลองเปิดประตูห้องนอนของเขาก็พบว่ามันไม่ได้ล็อค จึงค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปก่อน มีกางเกงยีนกองอยู่ปลายเตียง ส่วนบนเตียงยับย่นก็มีกองผ้าห่มคลุมร่างเขาเอาไว้

   นาฬิกาปลุกรุ่นพิราอรเบ้ปากใส่คนบนเตียง เธอเข้ามาขนาดนี้ยังหลับอุตุไม่รู้เหนือใต้ หากเป็นโจรผู้ร้ายคงได้โดนฆ่าชิงทรัพย์ไปแล้ว หญิงสาวถอนใจแล้วหยิบกางเกงของเขามาถือรวมกับเสื้อที่เก็บมาจากด้านนอก แล้วก็เจอกับตะกร้าหวายจึงโยนเสื้อและกางเกงลงไป แล้วเดินกลับมาหยุดที่ข้างเตียงขนาดใหญ่

   คราวนี้แหละงานยากสุด จะปลุกเขายังไงดี เล่นคลุมโปงมิดขนาดนี้ เปิดเพลงเสียงดัง หรือว่าเอาน้ำเย็นๆ มาราด ไม่เอาน่ะพีช เรียกธรรมดานี่แหละ ไม่ตื่นค่อยลองวิธีอื่น หญิงสาวนั่งลงบนเตียงนุ่ม คนขี้เซาก็ยังไม่ขยับ

   “คุณ คุณคะ จะสิบโมงแล้วนะ ตื่นเถอะ”

   เงียบมากจนน่าใจหาย หวังว่าคงไม่ได้ไหลตายไปแล้วนะ พิราอรลองอีกครั้ง คราวนี้เธอวางมือลงไปบนผ้าห่ม เขย่าเบาๆ พร้อมเรียก

   “คุณชินคะ ตื่นได้แล้วค่ะ ตื่นค่ะ”

   “ฮื้อ” เสียงคนใต้ผ้าห่มส่งเสียงอย่างรำคาญ แถมยังพลิกกายหนีไปอีกด้าน

   “คุณชินคะ ตื่นค่ะ คุณมีนัดสำคัญนะคะ” พิราอรไม่ละความพยายาม ทว่ากลับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น มือเธอเปลี่ยนมากำผ้าห่มแน่นแล้วลงจากเตียงกระชากผ้านั้นสุดแรงเกิด

   ผ้าห่มผืนใหญ่ปลิวไปตกข้างเตียง แต่สิ่งที่ตรึงหญิงสาวให้ยื่นนิ่งไม่ต่างจากเสาหินเห็นจะเป็นมัดกล้ามเนื้อตัวเกือบเปลือยของชินดนัยนั่นเอง พิราอรร้องออกมาอย่างตกใจ ก่อนจะยกสองมือขึ้นปิดตาหันหลังหนีภาพไม่น่ามองนั้น

   “เฮ้ย!” จังหวะเดียวกับที่ชายหนุ่มรู้สึกตัว เนื่องจากร่างกายของเขาสัมผัสความเย็นจัดของอากาศในห้อง พอเห็นด้านหลังของพิราอรก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

   “รีบหาเสื้อคลุมมาใส่เดี๋ยวนี้เลยนะ” หญิงสาวสั่ง ได้ยินเสียงคนบนเตียงเคลื่อนไหวสวบสาบ

   “หันกลับมาเถอะ ผมไม่โป๊แล้ว”

   “แน่นะ”

   “ลองดูเอาสิ”

   หญิงสาวค่อยหันกลับไป ยังไม่กล้าเอามือออกจากตา กลัวว่าเขาจะแกล้งกันอีก

   “เอามือออกเถอะน่า ไม่โป๊จริงๆ ถ้าอยากดูอีก ผมถอดให้ก็ได้ แต่ช่วยเบาแอร์ลงหน่อยนะ หนาวจนหดไปหมดละ”

   “คุณชิน!” พิราอรลดมือลงอวดใบหน้าบึ้งจัด “ทำไมคุณทำอย่างนี้”

   “อะไร ผมทำอะไรลูกพีช”

   คนถูกกล่าวหาย้อนถาม ทั้งปากทั้งตายิ้มกรุ้มกริ่มไปหมด พอเห็นว่าหญิงสาวไม่ตอบ รอยยิ้มนั้นก็ขยายกว้างมากกว่าเดิม เพราะเริ่มเดาความคิดเธอได้ สงสัยแม่ชีจะกลัวศีลขาด หน้าแดงแจ๋ขนาดนั้น แอบคิดทะลึ่งอะไรอยู่รึไง

   “อ๋อ...เรื่องผมแก้ผ้านอนนะเหรอ ไม่เอาน่า จะมากล่าวหากันด้วยเรื่องไม่จริงได้ไง คุณก็เห็นอยู่ว่าผมยังมีบ็อกเซอร์อีกตั้งหนึ่งตัว”

   “ไม่ต้องพูดอะไรแล้วค่ะ ในเมื่อคุณตื่นมากวนประสาทฉันได้ขนาดนี้ ก็ไปเตรียมตัวทำธุระคุณเถอะ ฉันขอตัวกลับห้อง”

   “เดี๋ยวก่อน” ชินดนัยตามมาคว้ามือหญิงสาวไว้ ออกแรงนิดหน่อยเธอก็ถลาเข้ามาปะทะอกกว้าง มือเขาโอบรอบเอวกักเธอไว้ในอ้อมแขน

   พิราอรขืนตัวหนี สบตากับเขาอย่างเอาเรื่อง แต่ยังไม่ทันได้จัดการอะไร เสียงประหลาดก็ดังขึ้นแทรกสถานการณ์ตึงเครียด หญิงสาวขมวดคิ้วมองเขาราวกับจะถาม

   ชินดนัยตอนนี้ดูคล้ายเด็กหนุ่ม ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงดูเด็กลงจริงๆ เขายิ้มแหยก่อนเอ่ยสารภาพ “ที่ได้ยินเมื่อกี้เสียงท้องผมร้องเองแหละ หิวมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ได้นอนก็พอลืมหิวไปได้หน่อย แต่พอตื่นก็หิวเลย”

   “แล้วทำไมไม่หาอะไรกินล่ะคะ” พิราอรตำหนิไม่จริงจังนัก แรงอารมณ์คลายลง ซ้ำยังลืมไปด้วยว่ากำลังยืนแนบชิดอยู่กับเขา

   “กลับมาก็เกือบสว่างแล้ว ผมไม่มีสติสตังทำอะไรกินหรอก แค่ประคองตัวถึงห้องได้นี่ก็นับว่าเยี่ยม”

   “งั้นก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัวเถอะ เดี๋ยวฉันทำอะไรให้กินกันตาย ว่าแต่ห้องคุณพอมีเสบียงตุนไว้บ้างไหม”

   “ในตู้น่าจะพอมีของกินแช่ไว้อยู่นะ ผมชอบหิวตอนดึกๆ” ชินดนัยตอบ มือซุกซนของเขาเริ่มลูบวนแถวเอวคอด

   พิราอรนิ่วหน้าก่อนตีเข้าที่แผงอกกว้าง ผลักเขาแล้วผละออก “ถ้าคุณทำแบบนี้อีก ฉันจะกลับห้อง”

   “โอ๊ะๆๆ อย่าเพิ่งกลับเลยนะ ช่วยทำอะไรให้ผมกินประทังชีวิตก่อน หิวจะตายอยู่แล้ว ผมไม่แกล้งก็ได้ จะไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้แหละ”

   “ก็รีบไปสิคะ”

   พิราอรส่ายหน้าขณะยืนดูชายหนุ่มวิ่งปรู้ดเข้าห้องน้ำอย่างว่องไว ไม่เหมือนชินดนัยเจ้าสำราญที่รู้จักเลย แต่ละครั้งที่เจอกันดูเหมือนผู้ชายคนนี้จะมีมุมแปลกใหม่ให้เธอได้เห็นเสมอ มองในแง่ดีก็เป็นคนที่ไม่น่าเบื่อ หากจะมองแง่ร้ายผู้ชายคนนี้ก็คบไม่ได้นั่นเอง เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไม่แน่นอน จับทางยากและเป็นตัวอันตราย

   หญิงสาวเดินออกจากห้องนอน ตรงไปยังมุมทำครัวเล็กๆ ในตู้เย็นไม่มีของสดเลย เจอแต่อาหารแช่แข็งหลายกล่อง ท่าทางคงจะเป็นคนชอบกินตอนดึกจริงๆ ประเภทกินง่ายด้วย ใส่ไมโครเวฟอุ่นแล้วออกมากินได้เลย

   “หนุ่มโสดของแท้” หญิงสาวบ่น หยิบแต่ละอย่างขึ้นมาพิจารณา คงจะทำอะไรมากไม่ได้หรอกนอกจากเลือกเอาสักอย่างอุ่นให้เขากินแก้ขัดไปก่อน