ผู้เขียน หัวข้อ: กำราบรักจอมอสูร >>>บทที่ 5 ทางลัดคนบาป (จบตอน)<<<  (อ่าน 10 ครั้ง)

รัญชิดา

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 208
    • ดูรายละเอียด
   “ฉันจะไปเข้าห้องน้ำ” พิราอรดึงมือหนี เลื่อนตัวลงจากเก้าอี้ เห็นเขาขยับจะตามไปด้วยจึงห้ามไว้ “คุณไม่ต้อง ฉันไปเองได้”

   “แน่ใจนะ ใช้ห้องน้ำข้างบนไหม” เขาหมายถึงห้องน้ำในห้องส่วนตัวที่เป็นห้องพักของเดชทัต แม้เจ้าของห้องจะไม่ได้มาใช้นานแล้ว แต่ก็ยังมีพัชนันท์แวะเวียนมาเปิดใช้ในวันที่มาตรวจสอบความเรียบร้อยของที่นี่บ้าง ต่อไปก็คงเป็นฐานที่มั่นของพิราอรนั่นแหละ

   ชินดนัยยังคงรอคำตอบ หากแต่พิราอรส่ายหน้าปฏิเสธ เขาจึงยอมตามใจ ได้แต่บอกว่า

   “งั้นผมรอนี่นะ”

   ชายหนุ่มสั่งเบียร์เพิ่ม นั่งกวาดตามองไปรอบๆ คนเริ่มเยอะ โต๊ะถูกจับจองเกือบครบแล้ว แม้ยังไม่ดึกมากแต่ผู้คนกลับหลั่งไหลมาแน่นผับ ลูกค้าของบาบิโลน มีหลายกลุ่ม หลายช่วงวัย แต่ทุกคนล้วนเป็นลูกค้ากระเป๋าหนักพร้อมจ่ายในราคาสูงเพื่อแลกกับบริการดีๆ และความเป็นส่วนตัว

   สายตาคมมองกวาดไปเรื่อยๆ ก่อนจะยกแก้วขึ้นทักทายกับหญิงสาวกลุ่มหนึ่งที่นั่งอยู่ไม่ไกลนัก หนึ่งในกลุ่มนั้นเพียรส่งสายตาเชิญชวนเขามานานแล้ว ชินดนัยยิ้มบาง ไม่ตื่นเต้นกับสาวสวย นุ่งน้อยห่มน้อย กลุ่มนั้น มาเที่ยวกลางคืนอย่างนี้ที่ไหนๆ ก็เหมือนกัน เป็นธรรมดาของสถานบันเทิง สิ่งหนึ่งต้องได้เจอแน่ๆ ก็คือผู้หญิง

   เสียดายคืนนี้เขามีผู้หญิงมาแล้ว แม้จะแต่งกายมิดชิดพร้อมเข้าวัดปฏิบัติธรรม แต่พิราอรก็ดูท้าทายกว่าสาวๆ โต๊ะนั้นเยอะ ความสัมพันธ์ฉาบฉวยไม่ยากเลยกับคนอย่างเขา แต่กับลูกสาวของเดชทัตมันมีอะไรพิเศษมากกว่านั้น เขาไม่ได้มองพิราอรเหมือนผู้หญิงทั่วไป อยากได้น่ะอยากอยู่แต่ก็รู้ว่ามันไม่ง่ายเหมือนที่ผ่านมา เธอแตกต่างจากคนอื่นเพียงแต่เขายังหาคำจำกัดความมาอธิบายไม่ได้

   ชายหนุ่มเลื่อนสายตามาหยุดที่ตรงทางเดินไปห้องน้ำ รอคอยว่าเมื่อไรแม่ชีจะกลับมา


   พิราอรหงุดหงิดเล็กน้อยกับท่าทางที่พร้อมจะอุ้มเธอขึ้นเตียงตลอดเวลาของชินดนัย เธอรู้ว่าผู้ชายอย่างเขาย่อมมีเรื่องอย่างนี้ แต่เขาน่าจะดูหน้าบ้างไม่ใช่ลุ่มล่ามกับเธอไปเรื่อย

   หญิงสาวปิดน้ำเมื่อล้างมือเสร็จ ห้องน้ำผับกว้างขวาง ยังไม่ดึกมากก็ยังสะอาดอยู่ ตอนดึกๆ คงต้องแวะเข้ามาดูอีกรอบว่าจะสภาพไหน ทางเดินที่ตัดเข้ามาค่อนข้างแคบ เนื่องด้วยความจำกัดของพื้นที่ แถมยังมืดมาก อันตรายทีเดียวสำหรับผู้หญิง เพราะมันเป็นทางเดินที่ต้องใช้ร่วมกับพวกผู้ชาย แถมระหว่างทางก็มีชายหญิงยื่นคลอเคลียกันไม่เกรงใจสายตาผู้คน

   “มันเป็นธรรมดาพีช...มันเป็นธรรมดา”

   หญิงสาวปลอบใจตัวเอง รวบรวมกำลังใจก่อนเดินออกจากห้องน้ำ ด้วยพื้นที่คับแคบบวกกับความไม่ชินเส้นทางและแสงสว่างอันน้อยนิด ขณะที่พิราอรกำลังหันรีหันขวาง ก็มีผู้หญิงกลุ่มหนึ่งเดินเซๆ สวนเข้ามาชนกับเธอจำทำให้เธอเสียหลักไปยืนขวางผู้ชายคนหนึ่งเข้า

   เขาโอบร่างเธอไว้คล้ายหวังดีจะช่วย แต่สายตาไม่น่าไว้ใจนั้นทำให้พิราอรรีบยืนตั้งหลัก ขอโทษและขอบคุณชายแปลกหน้าไปตามมารยาท แต่เมื่อขอตัวกลับถูกคนติดตามของชายแปลกหน้ากางแขนดักไว้

   “ถ้าไม่รังเกียจ ไปนั่งดื่มกับผมที่โต๊ะไหมครับ”

   “ไม่ดีกว่าค่ะ พอดีเพื่อนฉันรออยู่” พิราอรยังคงถูกกักตัวเอาไว้ หญิงสาวมองหน้าคนติดตาม ก่อนจะหันไปสบตากับชายแปลกหน้าอย่างไม่พอใจ “ช่วยสั่งคนของคุณให้ถอยด้วยค่ะ”

   “คุณมาที่นี่บ่อยไหม ทำไมผมไม่เคยเจอคุณเลย”

   “ไม่บ่อยค่ะ แต่ต่อไปคงจะต้องได้มาทุกคืน สั่งคนของคุณให้หลีกทางฉันด้วยค่ะ”

   ชายแปลกหน้ามองเธอคล้ายต้องการถ่วงเวลาเอาไว้ ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์ พยักหน้าส่งสัญญาณให้คนของตัวเองหลีกทาง ซ้ำยังทิ้งท้ายกับหญิงสาวอีกด้วยว่า

   “ถ้าคุณจะมาทุกคืน ผมก็จะมารอคุณจนกว่า เราจะได้นั่งดื่มด้วยกัน”

   พิราอรไม่เสียเวลาแม้แต่จะมองหน้าคนพูด รีบเดินหน้างอไปนั่งเก้าอี้ตัวเดิมข้างๆ ชินดนัย ราวกับว่าเขาคอยสังเกตอยู่ตลอดเวลา พอเธอนั่งเรียบร้อย เขาก็พูดขึ้นว่า

   “ไปเจอดีอะไรเข้า หน้าหงิกมาเลย ขันติ สิครับขันติ”

   หญิงสาวถอนใจ ไม่สบอารมณ์อย่างแรง “กับสถานที่แบบนี้หลักธรรมข้อไหนก็คงใช้ไม่ได้”

   “อูยยยย แสดงว่าอารมณ์ไม่ดีจริงแฮะ ไปเจออะไรมา คนจูบกันนัวเนีย หรือผู้หญิงกับผู้ชายเข้าห้องน้ำเดียวกัน” ชินดนัยถามพร้อมเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ “แต่นี่ก็ยังไม่ดึกมาก เริ่มกันแล้วเหรอ”

   พิราอรหน้าหงิกกว่าเดิม นึกอยากข่วนหน้าเรียบเฉยราวกับเรื่องที่เขาพูดเป็นเรื่องปกติเหมือนการกินข้าว จิบกาแฟ

   “คุณคงชินกับเรื่องแบบนี้ แต่สำหรับฉันคงอีกนาน”

   “ก็แสดงว่าไปเจอมาจริงๆ งั้นสิ”

   “ไม่ใช่ แค่ผู้ชายหน้าตาหื่นๆ ชวนไปนั่งดื่มที่โต๊ะ”

   ชินดนัยขำลั่นกับคำตอบนั้น พอเห็นว่าเธอมองอย่างเอาเรื่องก็แกล้งหลุบตามองแก้วเบียร์ในมือ ก่อนยกขึ้นดื่มอย่างสบายใจ

   “ผมก็นึกว่าเจออะไรร้ายแรง แค่ชวนไปนั่งดื่มที่โต๊ะนี่ถือว่ายังสุภาพมากนะ”

   “ใช่ ถ้าเทียบกับตอนที่ฉันเจอกับคุณครั้งแรกที่นี่ การชวนไปดื่มมันดูสุภาพมากเลยจริงๆ”

   ชายหนุ่มไม่สะดุ้งกับคำเหน็บแนมนั้น ซ้ำยังมองเธอสารภาพเสียงหวานฉ่ำ “อันที่จริงตอนนี้ก็อยากให้เราเป็นเหมือนครั้งนั้นนะ”

   “คุณ!”

   “จุ๊ๆๆ อย่าโมโหโทโสไป ไอ้หมอนั่นหรือเปล่าที่คุณไปเจอมา ดูเหมือนตอนนี้มันจะหาคุณเจอแล้ว” พิราอรหันไปมองได้เพียงแวบเดียว เขาเอื้อมมือมาจับปลายคางเธอเอาไว้ดึงกลับมา ก่อนจะค่อยๆ ไล้แก้มนุ่ม มีรอยยิ้มยั่วเย้า หากแต่คำพูดกลับไปคนละทิศกับท่าทางที่แสดงอยู่ “จะหันไปให้มันจับได้เหรอ ท่าทางไอ้หมอนั่นจะดวงตาเห็นธรรมติดใจแม่ชีซะแล้ว จ้องมาตาไม่กะพริบเลย”

   “ฉันอยากกลับแล้ว”

   “ใจเย็น” ใบหน้าของชินดนัยยังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่ เขาค่อยๆ เอื้อมมือไปช่วยทัดผมให้หญิงสาวด้วยความอ่อนโยนราวกับคู่รัก “นี่คือหนึ่งในปัญหาที่คุณจะต้องเจอในอนาคต ซ้อมรับมือไว้บ้างก็ดี ในผับอย่างนี้ก็มีแต่ไอ้พวกหัวงูจ้องจะหลอกแอ้มสาวทั้งนั้น แต่ถ้าคุณมีเจ้าของก็จะอันตรายน้อยลง”

   “ถ้าฉันต้องเจอกับอะไรแย่ๆ ที่นี่ สาบานได้เลยว่าฉันจะขาย ไม่ให้เหลือแม้แต่ถังน้ำแข็ง”

   “ทูนหัว...คุณทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก สิ่งที่คุณต้องทำคือต่อสู้กับสถานการณ์เลวร้ายให้มันผ่านไป โดยมีผมคอยช่วยเหลือ”

   ชินดนัยโน้มหน้าเข้ามากระซิบประโยคสุดท้าย หากคนที่อยู่ไกลๆ ก็คงเข้าใจว่าทั้งคู่กำลังกอดจูบกันนัวเนีย พิราอรยันอกชายหนุ่มออก

   “กลับกันเถอะ ฉันไม่อยากอยู่แล้ว เสียงดัง คนเยอะ หายใจไม่ออก” ไม่มีการรั้งรอใดๆ ถ้าเขาไม่กลับพร้อมกัน ก็เตรียมโบกแท็กซี่กลับเองได้เลย

   “เฮ้! เดี๋ยวสิพีช โอเค นั่งก่อนเถอะ”

   “ท่าทางเขาไม่ธรรมดาเลย มีคนติดสอยห้อยตาม”

   “ก็เป็นลูกชายนายตำรวจใหญ่ บารมีพ่อล้นเหลือ พอมีอำนาจพ่อคุ้มหัวก็กร่างได้นิดหน่อย ว่าไปแล้วก็อยู่ห่างๆ ไว้ก็ดีเหมือนกัน”

   “สีหน้าฉันตอนนี้ดูเหมือนอยากอยู่ใกล้เขาไหมล่ะ”

   ชายหนุ่มหัวเราะชอบใจ “ผมต้องเข้าไปขอบคุณเขาสักหน่อย เพราะสายตาคุณที่มองผมตอนนี้ดูดีเหมือนผมเป็นพระเอกยังไงก็ไม่รู้”

   “เรากลับกันเถอะนะคะ” พิราอรออดอ้อนเสียงหวาน

   “ดูเหมือนว่าขากลับเราจะต้องเดินผ่านโต๊ะเขาด้วยนะ ทำไงดี” เขาขอคำปรึกษา และหญิงสาวก็มีสีหน้าระอาใจ

   “ไม่มีทางอื่นเหรอ”

   คำตอบที่ได้คือการส่ายหน้าช้าๆ “ผมมีวิธีที่จะทำให้ไอ้หมอนั่นไม่มาวอแวกับคุณอีก แต่ต้องถามก่อนว่าคุณจะยอมเล่นด้วยไหม”

   “อะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ เขายังบอกกับฉันด้วยว่าจะมารอทุกวัน นี่ฉันจะต้องปั้นหน้าต้อนรับลูกค้าแบบนี้เหรอ ไม่ไหวมั้ง ท่าทางไม่น่าไว้ใจเลย”

   ชินดนัยไม่สนคำพูดประโยคหลังของเธอ แค่เธอยอมเขาก็พร้อมประกาศศักดาแล้ว ชายหนุ่มลงจากเก้าอี้ แล้วยื่นมือออกมารอ พิราอรลังเลเล็กน้อยแต่ก็ยอมวางมืออย่างไม่เต็มใจนัก ทำไมตัวเลือกของเธอช่างน้อยนิดเพียงนี้ แต่อย่างน้อยชินดนัยก็ดีกว่าคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักละนะ เขาเลื่อนมือมาโอบเอวเธอดึงร่างเข้าไปชิดแล้วดันให้เดินไปด้วยกัน

   “เดินดีๆ ไม่ได้หรือไง”

   “ต้องแบบนี้แหละ ให้มันเห็นไปเลยว่าคุณมีเจ้าของแล้ว”

   “บางทีฉันไม่จำเป็นต้องแลกกับอะไรแบบนี้ก็ได้นะ เห็นได้ชัดว่ามันไม่คุ้ม”

   “ยอมให้ผมกอดนิดหน่อยๆ ก็ดีกว่าต้องหาวิธีอื่นหนีมันนะ น่า...ทำตัวตามสบาย ผมทำอะไรคุณก็แค่...คล้อยตาม”

   ชินดนัยพาเธอเดินไปเรื่อยๆ ไม่เร่งรีบ สบายๆ เหมือนเขาว่า พิราอรเสียอีกที่แข็งขืนจนเขาต้องดึงกึ่งลาก เธอเหลือบมองไปยังโต๊ะคู่กรณีก็เห็นอีกฝ่ายมองมาอย่างสนใจ ยิ่งใกล้เธอก็ยิ่งรู้สึกว่าวงแขนของชินดนัยรัดแน่นขึ้น

   “เลิกงอนผมได้แล้วนะที่รัก สัญญาว่าจะไม่ทำอย่างงั้นอีก” ชินดนัยพาเธอหยุดใกล้ๆ โต๊ะของคู่กรณี แล้วพูดขึ้นเสียงดังเกินกว่าเหตุ ซึ่งนั่นทำให้เธองงหนัก เขาต้องรีบไปเธอไปให้พ้นสิ ไม่ใช่มาหยุดตรงหน้า แล้วพูดเพ้อเจ้ออะไรก็ไม่รู้

   “รีบพาฉันกลับเถอะ”

   เพราะไม่อยากตกเป็นเป้าสายตานาน พิราอรตัดบทแล้วเตรียมผละหนี หากแต่เพียงครึ่งก้าว ชินดนัยก็คว้ามือเธอไว้ดึงกลับมาอย่างรวดเร็ว ร่างเธอปลิวเข้าปะทะอกกว้าง เงยหน้าจะอ้าปากถาม หน้าเขาก็โน้มมาจนชิด ปิดปากเธอด้วยปากเขาอย่างดูดดื่ม

   พิราอรดิ้นรนขัดขืน สองมือทุบไปตามร่างกายของเขา แต่ชินดนัยไม่ได้สะดุ้งสะเทือน ใช้สองมือประคองหน้าเธอปรับองศาให้เหมาะสม ขยี้จูบอย่างเร่าร้อน แกล้งขบเม้มปากเธอบังคับให้ยินยอมพร้อมใจ เกือบจะขาดอากาศหายใจนั่นแหละเขาถึงได้ยอมถอนจูบ

   หญิงสาวหอบแรง เนื่องจากรีบดึงอากาศเข้า จ้องหน้าเขาด้วยดวงตาวาววับ และยังไม่ทันที่ชินดนัยจะแก้ตัวอะไร ฝ่ามือของหญิงสาวก็ฟาดเปรี้ยงไปที่ใบหน้าหล่อเหลา

   “คุณมันก็ไม่ต่างจากผู้ชายคนอื่นเลย” พิราอรวิ่งหนีเขาไปอย่างรวดเร็ว

   ชินดนัยรีบวิ่งตามจนมาทันเธอขึ้นรถ ชายหนุ่มเปิดประตูด้านคนขับ แล้วนั่งเบียดจนพิราอรต้องยอมขยับไปอีกเบาะ ใบหน้าของหญิงสาวตึงเปรี๊ยะ โกรธหนักจนควันออกหู เธอไม่มองหน้าเขาด้วยซ้ำ

   “ลองคิดดูถ้าผมไม่ทำแบบนั้น มันก็คงจะเพียรหาเรื่องมายุ่งกับคุณอีก เราต้องเด็ดขาดนะพีช”

   “แต่มันต้องไม่ใช่วิธีเอาเปรียบแบบที่คุณทำเมื่อกี้ คนอื่นเห็นจะคิดยังไง คุณเคยคิดถึงฉันบ้างไหม ฉันจะโดนคนอื่นดูถูกยังไงก็ได้งั้นเหรอ”

   “แค่จูบกันในผับ ไม่มีใครเขาคิดมากกันหรอก อย่างมากก็มองว่าเป็นธรรมดาของคู่รัก”

   “แต่ฉันไม่ได้มาบาบิโลนแค่วันนี้เท่านั้น พนักงานคนอื่นจะคิดยังไง”

   “พนักงานของเราทุกคนถูกอบรมให้เก็บความลับของลูกค้า เรื่องเราจูบกันไม่มีใครสนใจหรอก”

   “พูดเห็นแก่ตัว”

   “แล้วคุณจะให้ผมทำไง จะมีวิธีไหนดีกว่าการทำให้ไอ้กร่างนั่นเข้าใจว่าคุณมีเจ้าของ ต่อไปมันก็คงไม่มาวุ่นวายกับคุณอีกแล้ว เชื่อผมสิ”

   พิราอรจนด้วยคำพูด โกรธที่เขาทำบ้าๆ แบบนั้น ชินดนัยเอาเปรียบเธอซ้ำยังฉวยโอกาสเอากับเธอแบบหน้าด้านๆ ทำเหมือนปกป้องเธอแต่เขาก็ได้ประโยชน์เข้าตัว หญิงสาวกำมือแน่น สะกดแรงอารมณ์ยื่นคำขาดกับเขาเสียงเครียด

   “ต่อไปอย่าฉวยโอกาสกับฉันอย่างนี้อีก”

   “เรากลับบ้านกันได้แล้วยัง” เขาแกล้งไก๋ไม่ตอบ แถมยังชวนกลับดื้อๆ

   พิราอรก็ไม่พูดเหมือนกัน แต่ด่าในใจเป็นชุด ผู้ชายเจ้าเล่ห์ ฉวยโอกาส ไว้ใจไม่ได้!




   เหตุการณ์ในผับยังคงดำเนินต่อไป ชยินยังคงนั่งจิบเครื่องดื่ม ในอ้อมแขนมีสาวสวยขนาบซ้ายขวา ทันทีที่พิราอรกับชินดนัยออกไป เขาก็เรียกลูกน้องเข้ามาถาม

   “ผู้หญิงคนนั้นใครกันวะ ไอ้หน้าหล่อนั่นก็ด้วย”

   “คุณชยินสนใจเหรอครับ”

   “ได้ก็ดี ถ้าเจอกันอีกนะ เปลี่ยนไปลองสาวเรียบร้อยบ้างได้อารมณ์ไปอีกแบบ” ชยินบอกอย่างไม่ใส่ใจ ถึงเขาจะสนใจแต่ก็เห็นอยู่ว่าไม่จำเป็นต้องดิ้นรนแสวงหา ด้วยบารมีของพ่อทำให้เขาไม่ขาดแคลนเงินตราและผู้หญิง อยากได้อะไรก็แค่กระดิกนิ้วทุกอย่างก็มาอยู่ตรงหน้าแล้ว

   ที่ติดใจผู้หญิงคนนั้นก็เพราะไม่ค่อยเห็นแบบเจ้าหล่อนบ่อยนัก แต่ก็น่าเสียดายอยู่ไม่น้อยที่ดูเหมือนว่าเธอจะมีเจ้าของเสียแล้ว แต่เรื่องแบบนี้เขาไม่ถือหรอก สมบัติผลัดกันชมได้ แค่ให้ได้เจออีกสักครั้ง เธออาจจะเปลี่ยนใจจากไอ้หน้าหล่อนั้นก็ได้

   ลูกชายนายตำรวจยศใหญ่คิดอย่างย่ามใจ ขณะซุกไซ้คลอเคลียสองสาวในอ้อมกอด คืนนี้ยังไม่ได้ แต่คืนต่อๆ ไปมันก็ไม่แน่!