ผู้เขียน หัวข้อ: ขยี้รักจอมบงการ บทที่ 7  (อ่าน 42 ครั้ง)

กลิ่นร่ำ - copter

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 43
    • ดูรายละเอียด
ขยี้รักจอมบงการ บทที่ 7
« เมื่อ: มกราคม 18, 2019, 08:43:40 AM »
ลีโอ แบรนดอน หยิบใบโฉนดขึ้นมาดู ก่อนจะวางลงบนโต๊ะ อัลบั้มรูปถ่ายวางอยู่ใกล้ๆ กัน มันเป็นอัลบั้มรูปบ้านและภายในบ้านแต่ละส่วนถูกจัดแต่งให้ดูดีเพื่อที่จะถ่ายรูป แต่เขามาสะดุดตาห้องนอนห้องหนึ่งที่มีภาพดรัมเมเยอร์สาวรุ่นขยายใหญ่แขวนไว้ที่ผนังห้อง

   “ดิฉันขอจำนำโฉนดบ้านไว้กับคุณ เพราะถ้าขายบ้านไป ยัยหนูคงไม่ยอมแน่”
ภาพ ‘ยัยหนู’ ของคุณธนิดาแวบเข้ามาในความคิดเขา ไม่รู้จะบ่นอะไรเขาไหม เมื่อยังจุดนัดรับประจำวันไม่มีเขายืนรออยู่ ถ้าไม่เพราะแม่เธอโทรมาหาเขาแต่เช้า ป่านนี้เขาคงได้นั่งแกล้งเธอในห้องทำงานแล้ว คุณธนิดาอ้างว่ามีธุระด่วนอยากจะขอนัดเจอเขาที่ผักแกงการู เขาก็ว่ามันแปลกๆ ตั้งแต่ขอนัดที่ผับทั้งที่ยังไม่เปิด แสดงว่าเธอต้องมีอะไรที่ต้องการคุยกับเขาพิเศษ ไม่ใช่ขอนัดเล่นแก้มือ
ฟังจากน้ำเสียงที่ร้อนรน บวกกับความอยากรู้ มันทำให้เขาตอบตกลงทั้งที่พอจะเดาภาพรวมจากการนัดครั้งนี้ได้

‘อย่าให้ธัญญ่ารู้นะ’ คุณธนิดาย้ำในโทรศัพท์ตอนนั้น

ทำให้เขาต้องออกมาแต่เช้าไปที่แกงการูผับ แดนดนัยหน้าตาบอกบุญไม่รับรออยู่ที่ผับ เขาเพิ่งจะนอนได้ไม่กี่ชั่วโมง

“คุณๆ” คุณธนิดาเรียกซ้ำๆ ที่เห็นลีโอนิ่งเงียบไปนาน ทำให้ลีโอตื่นจากภวังค์ความคิด มาสนใจคนตรงหน้าต่อ

“ฉันถ่ายรูปบ้านมาให้คุณดูภายในบ้าน จะได้ไม่ว่าฉันเอาบ้านโทรมๆ มาจำนำ”
ลีโอยิ้มข้างใน ทำไมเขาจะไม่รู้ถึงความต้องการของคุณธนิดา เขาเจอคนแบบนี้ในชีวิตไม่รู้สักเท่าไหร่แล้ว

‘ต้องการเพิ่มมูลค่าบ้าน เพื่อจะได้เป็นข้ออ้างในการเพิ่มวงเงินล่ะสิ’

“ผมให้ 15 ล้าน”

“ขอสัก 20 ล้านแล้วกัน ที่ดินมูลค่าตั้งเยอะ” คุณธนิดาต่อรอง

“คุณบอกลูกสาวว่ากลับมารึยัง เห็นบอกไปเที่ยว” เขาเปลี่ยนเรื่องคุย

“ยัง! คุณไม่ต้องไปบอกเธอแล้วกัน ฉันจะบอกเอง”

“แดน ขอแบบฟอร์มกู้เงินหน่อยสิเพื่อน”

ไม่นานสัญญาเงินกู้วางตรงหน้าคุณธนิดา เธอเซ็นชื่อลงในสัญญา ลีโอเซ็นเสร็จ ส่งให้แดนดนัยเซ็นเป็นพยาน หลังจากนั้นลีโอกรอกตัวเลขลงในเช็คส่งให้คุณธนิดาที่กระวนกระวายใจรอ

พอเธอเห็นวันที่ในเช็ค ลีโอเซ็นเช็คล่วงหน้าให้เหมือนที่เคย

“ฉันขอเป็นเช็คเงินสดล้านหนึ่งก่อนได้ไหม”

ลีโอรับเช็คคืนมา เขาฉีกมันทิ้งและเซ็นให้เธอไปใหม่สองใบ  คุณธนิดารับเช็คและรีบขอตัวกลับอย่างไว

“ฉันว่าแกใจกับบ้านนี้มากเลยนะ ชักจะยังไงๆ อยู่นา”
แดนดนัยมองลีโอราวกับจะจับผิด สายตาที่มองคาดคั้นอยากให้เพื่อนตอบ

“เดี๋ยวแกก็รู้เอง ใจเย็นๆ ว่าแต่แกช่วยถ่ายเอกสารสัญญากู้นี่กับสำเนาโฉนดให้ฉันสักสองสามชุดก็ได้ เผื่อมีคนมาฉีกเอกสารของฉัน”
แดนดนัยทำหน้างง

“ใครวะจะกล้ามาฉีกของแก หาเรื่องตายไม่ว่า”

“เออ...ชงกาแฟเผื่อฉันด้วยล่ะ” แดนดนัยหยิบโฉนดและสัญญากู้เงินไป แต่ยังหยุดมาบอกลีโอเมื่อเห็นเขาเดินไปเคาน์เตอร์ ส่วนเขาเดินหายไปยังด้านหลังเพื่อขึ้นไปยังออฟฟิศชั้นสอง

ลีโอเดินไปยังเคาน์เตอร์บาร์ เสียบปลั๊กเครื่องชงกาแฟ ค้นตามตู้หากาแฟ แต่หาเท่าไหร่ก็ยังไม่เจอ เลยเปิดตู้เก็บเหล้าหยิบออกมาวางบนโต๊ะแทน ตักน้ำแข็งที่ยังมีเหลืออยู่ เตรียมแก้วมาวางรอ
มันง่ายกว่าหากาแฟตั้งเยอะ...

ไม่นานนักแดนดนัยกลับมาพร้อมซองเอกสารสองซอง ชายหนุ่มต้องอุทานออกมาเมื่อคาดหวังว่าจะกลับมากินกาแฟ แต่กลับผลิกโผ

“เฮ้ย...ไหนล่ะกาแฟ ดริ้งค์แต่เช้าเลยรึ”

แต่แดนดนัยกลับยกแก้วขึ้นดื่มจนหมดเกลี้ยง ราวกับคนหิวน้ำ

“หากาแฟไม่เจอ แต่เสียบเครื่องต้มกาแฟไว้แล้ว”

แดนดนัยเดินไปค้นตามตู้หลังเคาน์เตอร์บาร์ เปิดตู้โน้น หาตู้นี้ ไม่นานก็เดินหัวยุ่งส่ายหน้าออกมา

“มันเก็บไว้ไหนวะ” แดนดนัยบ่น

“เจอแต่เหล้า ไม่ต้องกินละกาแฟ เรียกน้ำย่อยด้วยไอ้ขวดนี่แหละ” ลีโอบอกเพื่อน

“วันนี้ไม่ไปทำงานรึไง”

ลีโอส่ายหน้าแทนคำตอบ

“อะไรวะ ทำดีได้ไม่นาดีแตกซะแล้ว

“ไอ้บ้า งานฉันไม่ได้มีอย่างเดียว เห็นไหมโดนตามออกมาที่นี่” ลีโอโวยกลับบ้าง แดนดนัยหัวเราะ

“รู้ว่าแกมีหลายกิจการ แต่เพิ่งจะเคยเห็นแกทุ่มเท ลงแรงกับบริษัทนี้ ใครรู้เข้าก็ต้องงงแบบฉันแน่”

ลีโอยื่นแก้วให้แดนดนัยชงเหล้าให้บ้าง เมื่อเพื่อนกำลังเติมแก้วของตัวเองอยู่

“จัดการทางนี้เสร็จ ก็จะกลับไปดูแลทางโน้นต่อแหละ ตอนนี้มันก็ไม่มีปัญหาอะไร เขาก็ส่งรายงานมาทุกวัน”

“เออ...แล้วแต่แก ลับลมคมนัยเยอะเหลือเกิน กินเหล้าดีกว่า”

แดนดนัยย้ายขวดเหล้า น้ำแข็ง โซดา น้ำเปล่ามาวางบนโต๊ะ จะได้ชงได้สะดวกขึ้น

“ก่อนที่แกจะนั่งยาว แกเรียกมอเตอร์ไซค์มาให้หน่อยสิ จะฝากส่งเอกสารด่วนไปบริษัท”
แดนดนัยเลิกคิ้ว ลีโอชอบทำอะไรแปลกๆ ที่เขาเดาไม่ออกและตามไม่ค่อยทัน แต่เขาก็ไม่ถาม จัดการโทรหาแมสเซ็นเจอร์ที่เขาใช้ประจำมาให้

“อีกไม่เกินสิบนาที เขาจะมาถึงที่นี่ นายจะฝากอะไรไปให้ใคร”

แทนคำตอบลีโอหยิบซองที่ถ่ายเอกสารออกมา แดนดนัยถ่ายให้ห้าชุด ลีโอหยิบออกมาชุดหนึ่งที่เหลือย้ายไปใส่อีกซองที่มีต้นฉบับอยู่ เขาปิดซอง เขียนชื่อ ที่อยู่บริษัทบนหน้าซองเสร็จแล้วส่งกลับให้เพื่อน

แดนดนัยรับมา แต่พอเห็นชื่อที่ลีโอเขียนไว้ก็ยิ้มอย่างเข้าใจ

ธัญเรศ รักษ์สกุล

Peak Performance Co.,Ltd.

“ไหนแกรับปากคุณธนิดาว่าจะไม่บอกลูกสาวเธอ”

“ฉันไม่ได้บอก” ลีโอยิ้ม “แค่ส่งให้เฉยๆ”

“ไอ้ศรีธนญชัย” แดนดนัยว่าเพื่อน

ลีโอทำหน้างง

“ใครกัน คนที่แกพูด ฉันไม่รู้จัก”

“เออ...ช่างมันเถอะ แกนี่มันร้ายชะมัด”

เพื่อนรักส่ายหน้าลุกไปเติมน้ำแข็งมา พร้อมหยิบแก้วมาเติมทั้งของเขาและแก้วของลีโอ ส่วนลีโอได้แต่ยิ้มรับ

“นี่แกต้องการบริษัทเธอ หรือตัวเธอกันแน่วะ ฉันชักไม่แน่ใจ”

“อยากรู้?” ลีโอย้อนถาม

“เออ!”

แดนดนัยรับคำแบบรำคาญกับท่าทียึกยักไม่ยอมเล่าของเพื่อนอย่างน่าหมั่นไส้มาก ผิดกับลีโอพออกพอใจ ยิ้มที่มุมปาก ทำท่าคิดหนักก่อนจะตอบไป

“ทั้งสองอย่าง”

“ผู้หญิงคนนี้มีดีอะไร ทำไมนายยอมทุ่มทุนสร้างขนาดนี้ รู้ว่าแค่นี้ขนหน้าแข้งไม่ร่วง แต่ก็เห็นมากสุดเท่าที่รู้จักกันมา”

“ถูกใจมั้ง”

แล้วลีโอก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเมื่อเห็นสีหน้าที่ไม่เชื่อคำพูดเขาจากเพื่อนรัก

“คนอย่างแก ไม่เห็นจะถูกใจใครง่ายๆ นี่ถ้าไม่เห็นกับตาว่าแกยอมลงทุนเยอะขนาดนี้ ฉันก็คงไม่เชื่อ แต่มีแม่เป็นนักพนันนี่ระวังเขาจะจับแกล่ะ”

“แกก็รู้ ถ้าฉันไม่ยินยอม ไม่มีใครจับฉันได้ หรือแม้แต่จะมีเซ็กส์ด้วยก็ตาม”

“ดูแกมั่นใจ อย่ามั่นเกินไปนัก ระวังจะตกม้าตาย”

ลีโอยกแก้วขึ้นดื่มจนหมดแก้ว

เสียงโทรศัพท์มือถือของแดนดนัยดังขึ้นมา ชายหนุ่มรับโทรศัพท์พร้อมหยิบซองที่ลีโอส่งให้เดินออกไปข้างนอก เพียงไม่นานแดนดนัยก็เดินกลับเข้ามาพร้อมบอกลีโอ

“เรียบร้อย”


กว่าธัญเรศจะเลิกประชุมก็ปาไปเที่ยงกว่า เธอเดินกลับมาที่ห้องทำงานเห็นซองเอกสารปิดผนึกอย่างดีวางอยู่บนโต๊ะ แต่ด้วยอารมณ์ที่ต้องรีบไปกินข้าวเพื่อที่จะมาประชุมต่อในตอนบ่าย ทำให้เธอยังไม่ได้เปิดซองเอกสารดู

“ใครส่งอะไรมา เดี๋ยวเลิกประชุมค่อยเปิดดูแล้วกัน”

หญิงสาวพลิกหน้าพลิกหลังไม่มีบอกชื่อผู้ส่ง ซองดังกล่าวจึงยังคงอยู่บนโต๊ะโดยที่ยังไม่ได้เปิดดูข้างใน จนกระทั่งบ่ายสามโมงกว่า ธัญเรศถึงได้มีเวลาเคลียร์งานบนโต๊ะหลังจากประชุมเสร็จ เธอมองไปยังอีกโต๊ะภายในห้องเดียวกัน ซึ่งตอนนี้เจ้าของโต๊ะไม่อยู่ วันนี้ไม่มีวี่แววว่ะเขาเข้ามาทำงาน อาจเป็นเพราะเรื่องการตรวจสอบคร่ำเคร่งเกินไปจนเกิดความเครียดได้ หรือไม่ก็เพราะเป็นช่วงที่รอเอกสารจากโกดังยังไม่เข้ามา ทำให้เขาไม่เข้ามาก็เป็นได้

ธัญเรศยักไหล่ มันคงเป็นความรู้สึกคุ้นชินมากกว่า พอไม่เห็นเลยดูแปลกไปกว่าทุกวัน หญิงสาวนั่งเซ็นชื่ออนุมัติในแฟ้มเอกสารกองโตจนปิดเล่มสุดท้ายจึงเห็นซองที่เธอยังไม่ได้เปิดในตอนเช้า

เธอยุ่งจนลืมซองนี้ไปสนิทใจ

หญิงสาวหยิบซองขึ้นมาพลิกดูด้านหน้าและด้านหลังอีกครั้ง ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีแค่ชื่อเธอและชื่อบริษัทเท่านั้น เธอหยิบกรรไกรมาตัดซอง แต่พอหยิบเอกสารออกมา เธอถึงกับทรุดนั่งลง ความรู้สึกมันบอกไม่ถูก พูดไม่ออก

“แม่...”

เธออ่านสัญญากู้ยืมเงินโดยเอาโฉนดบ้านค้ำประกันลงวันที่วันนี้

‘แม่กลับมาแล้ว’

ธัญเรศหยิบโทรศัพท์โทรออกหามารดาทันที แต่ไม่มีสัญญาณรับ ราวกับปิดเครื่องอยู่ เธอตัดสินใจโทรหาคนที่เธอไม่อยากคุยด้วยเท่าไหร่ แต่สถานการณ์ตอนนี้ มันทำให้เธอต้องโทรหาเขาทันที

“สวัสดีครับ ลีโอ แบรนดอนครับ”

“นี่คุณไม่ต้องทำมาเป็นพูดดี ทำไมไม่มาทำงาน”

“ผมติดธุระนิดหน่อย เห็นว่าสายแล้วด้วยเลยหยุดพักสักหน่อย”

‘นายไม่ต้องมาทำไขสือ’  เธอได้แต่ตะโกนอยู่ข้างใน พยายามใจเย็น ถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลกว่าเดิม

“นาย...เอ๊ย...คุณอยู่ที่ไหน”

“นอนดูหนังอยู่ที่คอนโด”

“ฉันมีธุระอยากจะคุยกับคุณนิดหน่อย รบกวนเวลาคุณไม่นานหรอก คุณอยู่ห้องไหน”

“1515”

หากธัญเรศสามารถมองทะลุเข้าไปยังโทรศัพท์เห็นอีกฝ่ายได้ เธอคงจะเห็นรอยยิ้มที่พึงพอใจอย่างมาก ราวกับราชสีห์รอตะครุบเหยื่ออันโอชะ

“โอเค ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ”

ธัญเรศรีบวางสายราวกับกลัวเขาจะไม่อยู่รอเธอ หญิงสาวคว้ากระเป๋าถือโดยไม่ลืมหยิบซองเจ้าปัญหาไปด้วย บอกเลขาหน้าห้องว่าเธอไปธุระไม่กลับเข้ามา เพียงไม่นานเธอก็ขับรถอย่างไม่กลัวใบสั่ง ฝ่าการจราจรอันคับคั่งมาถึงคอนโดที่พักด้วยความรวดเร็ว
หญิงสาวรีบคว้ากระเป๋าถือและซองเอกสารเจ้าปัญหาขึ้นลิฟต์ไปยังห้องที่ท่องจำไว้แม่น 1515 เขาพักห่างจากเธอแค่ชั้นเดียว เมื่อถึงหน้าห้องรีบเคาะประตูทันที รัวราวกับเกิดไฟไหม้ มือลองหมุนลูกบิดประตูปรากฏว่าประตูไม่ได้ล๊อค เธอเข้าไปข้างใน

“นี่มันอะไรกัน” ธัญเรศต่อว่าทันทีที่เห็นหน้าเขา เธอชูซองกระดาษในมือพร้อมตะโกนต่อว่าทันที

“นายทำแบบนี้ต้องการอะไรจากครอบครัวฉัน”

“นั่งลงก่อนสิ เสียงดังอย่างกับแม่ค้าตลาดสด”

“นาย!”

หญิงสาวพูดไม่ออก เมื่อโดนชายหนุ่มเอาไปเปรียบเทียบกับแม่ค้าตลาดสด ทำให้เธอหยุดโวยวายเพื่อตั้งสติ นั่งลงทำตาขวางใส่เขา มองไปรอบห้องจึงได้เห็นว่าเขาเปิดทีวีอยู่ และนั่งดูทีวีโดยไม่สนใจเธอ หญิงสาวหยิบรีโมตทีวีตรงโต๊ะรับแขกปิดทีวีทันที ราวกับเสียงนางร้ายในทีวีจะดังแข่งกับเสียงของเธอ

“ดื่มอะไรดี” เขาไม่หัวเสียเมื่อเธอปิดทีวีที่เขากำลังดูอยู่ แต่ถามกลับในฐานะเจ้าของห้อง “เลิกงานแล้ววิสกี้โซดาสักแก้วไหม จะได้ใจเย็นๆ”

“ไม่เป็นไร ฉันแค่มาถามคุณบางอย่างแล้วก็จะไป”

ลีโอยังไม่ตอบ หากแต่ลุกไปหยิบแก้วมาชงวิสกี้โซดามาวางตรงหน้าเธอ

“คุณต้องการอะไร บริษัท? บ้าน? แล้วต่อไปคุณจะต้องการอะไรอีก วุ่นวายอะไรกับแม่ของฉัน”

ลีโอส่ายหน้า

“แม่คุณมาหาผมเองนะ ผมไม่ได้เป็นฝ่ายนัด” ลีโอชงวิสกี้โซดายื่นส่งให้

หญิงสาวหน้าบูดหน้าบึ้งรับแก้ว จิบแล้วก็วางลงบนโต๊ะรับแขก

“ทำไม? แม่จะต้องมาหาคุณ คนอื่นมีตั้งหลายคน ทำไมแม่ไม่ไปหา ทำไมต้องเป็นคุณ คุณหลอกอะไรแม่ฉัน!”
ลีโอจุ๊ปาก

“ผมจะไปหลอกอะไรแม่คุณ คุณธนิดาเธอมาหาผมเอง มาขายหุ้นและเพิ่งจะมายืมเงินผมเอง” ชายหนุ่มเน้นคำพูดตอนท้ายช้าๆ

“ฉันไม่เชื่อ คุณมันมีแผนร้ายชัดๆ คุณมาเมืองไทยทำไม”

คำถามของเธอดูเหมือนจะไปเข้าทางเขา ลีโอยิ้มมุมปากก่อนจะตอบ

“ผมมาตามหาผู้หญิงของผม เธอหนีมาไม่บอกกล่าว” เขาจ้องตาเธอโดยไม่กระพริบ เห็นอาการเธอที่แสดงออกทางสีหน้าว่ากำลังคิดตามที่เขาพูด ก่อนจะปล่อยหมัดเด็ด

“เธอขโมยเงินผมมา”

“ฉันไม่ได้ขโมย” ธัญเรศโวยวายเมื่อถูกใส่ร้าย

แต่...

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั้นทำให้เธอรู้ว่าเธอพลาด เธอคิดว่าเขาจำไม่ได้แท้จริงแล้ว

เขาจำได้ และรอเวลาเท่านั้น

“ผมไม่ชอบติดค้างใคร ผมนอนกับคุณแต่ยังไม่ได้จ่ายเงิน คุณก็หนีไป มาไกลเสียด้วย”

“ฉันไม่ใช่...” หญิงสาวปฏิเสธแต่สายตาที่เขามองเธอ ไม่เชื่อเธอเลยสักนิด มันทำให้เธอหยุดเพียงครู่ ก่อนจะพูดต่อ

“ถ้าอย่างนั้นก็จ่ายมา ฉันจะได้ซื้อบ้านคืน”

“โอ...คุณคิดว่าค่าตัวคุณสูงถึงยี่สิบล้านเชียวรึ”

ธัญเรศหน้าชากับคำพูดดูถูกจากเขา ก่อนจะข่มความอายพูดออกไป

“ใช่ เพราะคุณทำลายเวอร์จิ้นของฉัน”

“นี่ถ้าแม่คุณรู้ว่าส่งไปเรียน แต่ลูกสาวกลับมาขายตัว คงจะ...”

“คุณไม่ต้องพูดถึงแม่ฉัน”

“ไม่พูดถึงได้ยังไง ต่อให้คุณซื้อคืน แม่คุณขาดเงินอย่างหนัก ก็เอาไปขายคนอื่นได้อีก”

คำท้วงจากลีโอ มันทำให้ธัญเรศเงียบ เธอยกแก้วขึ้นดื่มจนหมด ยังคงเงียบใช้ความคิดอยู่ ลีโอเติมเครื่องดื่มให้ใหม่

“ฉันจะซื้อคืน คุณก็ไม่ต้องไปบอกแม่ว่าฉันซื้อ ให้แม่เข้าใจว่าเป็นคุณก็พอ”

“ถ้า...ผมไม่ขายล่ะ”

“นาย!” ธัญเรศไม่คิดว่าเขาจะยอกย้อนเล่นแง่กับเธอ

“นาย...คุณจะเอายังไง”

“เป็นผู้หญิงของผมหนึ่งปี” เขาตอบหน้าตาย

“หา...ว่าไงนะ”

เป็นผู้หญิงของผมหนึ่งปี อยู่กับผม ตามใจผม แล้วผมจะยกบ้านคืนให้คุณ”

“อะไรนะ คุณดูละครไทยมากไปรึเปล่า นี่มันยุคไหนแล้ว มายื่นข้อเสนอนี้อยู่ได้”

“จะยุคไหน พ.ศ.ไหน คนเรามันก็มีความต้องการไม่ต่างกันหรอกนะ”

“หื่น!” ธัญเรศพูดไปตามที่คิด

“ตกลง หรือไม่ตกลงตอบแค่นั้น” เขาย้ำ

“ธัญเรศหลับตา ปล่อยให้ความคิดอันสับสนเถียงกันอยู่ข้างใน

เขาก็ไม่ได้เลวร้ายกว่าที่คิด ถ้าแม่เกิดให้เธอไปมีอะไรกับเสี่ยแก่ๆ พุงโตจะทำยังไง

เธอชอบฝันถึงเขาไม่ใช่รึไง อย่าปฏิเสธว่าเธอไม่ได้ชอบ

คิดดีๆ นะ ชีวิตเธอนะ มันน่าจะมีวิธีที่ดีกว่านี้

“ว่ายังไง” เสียงทุ้มนุ่มเร่งถามเอาคำตอบ

“ตกลง” การตอบรับที่แสนจะแผ่วเบา แต่ดังชัดในหัวของเธอ

“มานั่งใกล้ๆ นี่สิ” คำสั่งแรกมาทันที

ธัญเรศถอนหายใจเฮือกใหญ่ รับคำตัดสินใจที่ได้ตกลงไปแล้ว เธอลุกจากเก้าอี้ตัวข้างโซฟาไปนั่งที่โซฟาเดียวกับเขา

ลีโอชนแก้วเหล้ากับเธอ

“เพื่อวันเริ่มต้นเป็นผู้หญิงของผม”

“เริ่มพรุ่งนี้ได้ไหม ฉันยังไม่พร้อม” ธัญเรศต่อรอง

“ผมไม่ได้เป็นคนน่ากลัวนะ คุณก็รู้” ลีโอส่งยิ้มที่มีความหมาย

“และถ้าฉันทำให้คุณติดใจ หลงเสน่ห์จนโงหัวไม่ขึ้นล่ะ” เธอประชด

ลีโอถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะกับการประชดที่ดูมั่นใจ

“ข้อนี้ผมคงต้องยอมแพ้ เพราะแค่ครั้งเดียวผมก็ติดใจจนต้องตามคุณมาถึงเมืองไทย ตามหาคุณ โชคเข้าข้างผม ผมเจอตัวคุณเร็วกว่าที่คิด”

“น่าเกลียด”

“ถ้าคุณทำได้จริง...” ลีโอทำท่าคิด พร้อมจิบน้ำสีอำพันในแก้วทีละนิด

“คุณคืนหุ้นให้ฉันนะ” ธัญเรศแอบเนียนเสนอ

ลีโอส่ายหน้า

“เอาไว้ค่อยคิด” เขาสรุป

“ถ้าฉันท้องล่ะ”

ลีโอยิ้ม “บริษัทเราทำอะไรคุณอย่าลืมสิ”

อาการตาโตเพราะตกใจในคำตอบ ใบหน้าแดงระเรื่อ มันทำให้ลีโอยิ้มพอใจ แต่หญิงสาวเงียบทันที

“คุณมีอะไรสงสัยอีกไหม ถ้าไม่มีชงเหล้าให้ผมอีกแก้วสิ” เขาเริ่มออกคำสั่งอีก

ธัญเรศหน้าหงิกชงเหล้าให้เขาตามคำสั่ง และถือโอกาสเติมให้กับตัวเองด้วย

‘เมาๆ ไปเลยก็ดี’

ลีโอหยิบรีโมตมาเปิดหาดูหนังต่อ เขาเลือกแนวคอเมดี้ เพื่อให้หญิงสาวได้ผ่อนคลาย

‘เธอเครียดเกินไปแล้วสาวน้อย เดี๋ยวฉันจะทำให้เธอมีความสุขจนลืมเรื่องที่กังวลใจเอง’

เขาได้แค่คิดไม่พูดออกไป เพราะรู้ว่าถ้าพูดไปเธอจะยิ่งกังวลใจไปกันใหญ่ ลงมือทำเลยดีกว่า ดังนั้นพอดูหนังเพลินๆ ได้ไม่นาน มือเขาเริ่มพาดไปโอบเอวหญิงสาวให้ขยับเข้ามานั่งชิดกับเขา สายตายังคงจ้องอยู่กับหนังที่เปิดไว้

แรกๆ ธัญเรศก็ขืนตัวเล็กน้อย แต่เขาแค่ออกแรงนิดหน่อย เธอก็ขยับเข้ามาเบียดชิดให้เขานั่งกอดได้สะดวก แต่เขาเพียงแค่กอดเฉยๆ โดยให้เธอคอยชงเหล้าบ้าง  เพราะจังหวะที่เธอขยับตัวชงเหล้านั้น มันเป็นโอกาสเดียวที่เขาปล่อยมือแล้วหลังจากนั้นเธอจะแอบขยับตัวออกห่าง แต่ได้ไม่นานก็ถูกรั้งให้เข้าใกล้ตามเดิม

ไม่นานมือที่สงบนิ่งเริ่มเลื้อยเป็นปลาหมึก ลูบไล้ช่วงสะโพกก่อนจะเลื่อนเข้าไปด้านในเสื้อไปยังฐานทรวงอก นิ้วขยับเขี่ยจนยอดชูชัน เธอเม้มปากแน่นราวกับกลัวเสียงครางจะหลุดดังออกมา ขยับตัวหนี แต่กลายเป็นไปพิงอกคนที่มือซุกซน ลีโอจัดการรวบตัวเธอให้นั่งพิงกับอกเขา แต่ตายังคงจ้องดูจอทีวี มือที่ซุกซนยังคงทำหน้าที่ของมัน คลึงเคล้นเบาๆ
ภาพบนทีวีเริ่มไม่สามารถเรียกสมาธิให้อยู่บนจอได้ จริงๆ มันก็ไม่ได้อยู่แต่แรกแล้ว เป็นเขาที่ต้องรวบรวมสมาธิ เมื่อเธอเผลอครางออกมาเบาๆ มันทำให้เขาตบะแตกก้มหน้าซุกไซ้ไปตามซอกคอ และใบหู เม้มเบาๆ มือยังคงนวดเคล้นยังอกอิ่ม

“อย่า...” เสียงห้ามที่เบาจนแทบไม่ได้ยินดังออกมา เมื่อมือเขาเลื่อนจากทรวงอกลงไปยังเนินกลางตัว คลึงวนไปรอบๆ มือเธอพยายามจะปัดออก

“เธอพร้อมแล้ว” เขากระซิบข้างหูเธอ แต่ดูเหมือนสมองเธอจะไม่รับฟังอะไรแล้ว

ลีโอจับตัวเธอเผชิญหน้ากับเขา ยิ้มอย่างพอใจที่เห็นหญิงสาวหายใจแรง เขาก้มลงทาบปากบนริมฝีปากของเธอ  บดริมฝีปากอย่างรุกเร้า พร้อมประคองร่างที่อ่อนระทวยนอนยังโซฟา สองมือเมื่อไม่ต้องกอดหรือประคองร่างหญิงสาว มันก็เริ่มกลับมาทำงานของมันอย่างเต็มที่ ปลดกระดุมเสื้อเธอออกอย่างรวดเร็ว ไม่นานร่างทั้งร่างของเธอก็เปลือยเปล่า

“สวย” ลีโออดที่จะชื่นชมเรือนร่างที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่ได้ “ตรงนี้ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่” พูดจบเขาก็อุ้มร่างเปลือยเปล่าที่ก้มหน้างุด เดินตัวปลิวไปยังห้องนอน

พอวางเธอลงบนเตียง เขาก้มลงจูบที่ริมฝีปากอิ่มเธอทันที งึมงำเบาๆ

“ช่วยปลดกระดุมทีสิ”

แต่ระหว่างที่บอก มือของเขายังคงวนเวียนลูบไล้อยู่ที่เอวที่คอดกิ่วไปยังเนินอกอิ่ม
หญิงสาวปลดกระดุมเสื้อให้เขา แต่เพราะเขาไม่ได้หยุดนิ่ง ทำให้เป็นไปอย่างยากลำบาก ลีโอถอนจูบจากริมฝีปากที่บวมเป่งเล็กน้อยจากการบดขยี้รสจูบที่ร้อนแรงของเขา เขาถอดเสื้อผ้าออกอย่างรวดเร็ว ราวกับเป็นสิ่งที่เกะกะสำหรับร่างกายในตอนนี้
แม้ว่าลีโอจะเป็นผู้ชายคนแรกของเธอ แต่ตอนนั้นเธอเมาไม่รู้เรื่อง รับรู้ได้แค่ความสุขที่เข้ามา ตอนนี้มันต่างจากตอนนั้น แม้จะดื่มบ้างก็ตาม แต่มันเป็นเพียงแค่กระตุ้นจิตใต้สำนึกเธอเท่านั้น

เธอไม่ได้เมา!

แค่เห็นแก่นกายกลางลำตัวของชายหนุ่ม ธัญเรศถึงกับอ้าปากค้าง ลีโอไม่ปล่อยให้เธอตะลึงได้นาน เขาจู่โจมเธอด้วยรสจูบที่ปลุกอารมณ์อีกครั้ง เร่งเร้ากระตุ้นความรู้สึกข้างในกายเธอให้ร้อนรุ่ม ไม่นานนักค่อยลากไล้ลงมาครอบครองทรวงอกสล้างที่ชูชันราวกับเรียกร้อง

ธัญเรศถึงกับเผลอร้องครางเสียงดังออกมา ที่นี่เป็นห้องของเขา ลีโอจึงปล่อยให้เธอปล่อยอารมณ์เต็มที่ มันยิ่งเป็นสิ่งกระตุ้นไฟในกายเขาให้โหมกระพือยิ่งขึ้น อกที่แอ่นรับลิ้นที่ลากวนไปรอบป้าน กายที่เบียดเข้าชิด

“ต้องร้อนแบบนี้สิ ถึงจะใช่เธอคนเดิม” ลีโอพึมพำ

ก่อนที่เขาจะไม่ไหวเช่นกัน ชายหนุ่มรีบหยิบถุงยางอนามัยที่เตรียมไว้สวมใส่อย่างชำนาญ ก่อนจะแทรกลึกลงไปในกายเธอ แม้จะติดขัดบ้างในตอนแรก แต่ไม่นานทุกอย่างก็ลื่นไหลไปตามจังหวะเร่งเร้า รัวกระชั้นถี่ เสียงกรีดร้องถึงความสุขสมที่ได้รับทำให้เขามีความสุขตามเธอไปทันที