ผู้เขียน หัวข้อ: ขยี้รักจอมบงการ บทที่ 8  (อ่าน 138 ครั้ง)

กลิ่นร่ำ - copter

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 43
    • ดูรายละเอียด
ขยี้รักจอมบงการ บทที่ 8
« เมื่อ: มกราคม 18, 2019, 08:50:26 AM »

ธัญเรศตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของลีโอ เธอมองเขาที่นอนหลับตาพริ้ม ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ เธอค่อยถอยออกมาแค่เพียงนิดเดียว เธอเกือบจะหลุดปากส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อเขากระชับตัวเธอเข้ามาในอ้อมกอด

แม้ตาจะหลับแต่มือยังคงไม่ปล่อย  บางครั้งก็มีเสียงพึมพำเตือนมาถ้าเธอยังดื้อหรือรั้งตัวออกห่าง เธอจะถูกลงโทษด้วยการจุมพิตที่ปลุกเร้า สุดท้ายเธอจำต้องนอนนิ่งในอ้อมกอดจนเผลอหลับไป

ครั้งนี้ถึงแม้ว่าจะเป็นครั้งที่สองสำหรับเธอและเขา แต่เธอกลับรู้สึกว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของเธอ

ครั้งแรกของธัญญ่ากับลีโอ

ไม่ใช่ครั้งแรกกับคนแปลกหน้าคนนั้น

แต่เมื่อคิดถึงความร้อนแรงที่เธอตอบรับเขาราวกับคนช่ำชองเวที เธอถึงกับหน้าร้อนผ่าวส่ายหน้าไม่ยอมรับ

“ยังไม่อิ่มเหรอ อีกรอบผมก็ยังไหวนะ”

“บ้า!” เธอตวาดให้ ถือโอกาสผละออกจากอ้อมกอดจะลุกไปแต่งตัว แต่ร่างกายที่ปราศจากเสื้อผ้า ต่อให้มีอะไรกันแล้วแต่เธอก็ยังมีความอายที่จะเดินตัวเปล่าไปหยิบเสื้อผ้าที่กองอยู่บนเก้าอี้โซฟา

หญิงสาวอยู่ในอาการลังเล แต่ลีโอกลับลุกเดินโทงๆ ไปหยิบเสื้อผ้ามาให้เธอ เขาแอบอมยิ้มกับอาการหลับตาปี๋ของเธอตอนเขาเดินไปหยิบเสื้อผ้า

“อายอะไรกัน ลืมตาสิ เมื่อกี๊ใครนะยังเรียกร้องต้องการมัน”

“หื่น!” ธัญเรศต่อว่า แต่ยังไม่ขยับตัวไปไหน

“คุณต้องทำตัวให้ชินนะ เพราะคุณจะได้เห็นมันทุกวัน”

“อะไรกัน ทุกวัน?” ธัญเรศแย้งด้วยความหงุดหงิด “เดือนละครั้งก็พอ”

ลีโอหัวเราะลั่น แทรกตัวเข้าไปในผ้าห่ม ซุกใบหน้าเกลือกกลิ้งกับทรวงอก ร่างที่โดนจู่โจมอีกครั้งอย่างไม่ทันตั้งตัวล้มลงบนเตียง เป็นโอกาสที่ลีโอจู่โจมอีกครั้ง เพียงไม่นานสองร่างก็ผสานแทบจะเป็นร่างเดียวกันอีกครั้ง ขยับโยกตอดรัดจนธัญญ่าตัวเกร็งด้วยความสุขสม ก่อนที่เขาจะหมดความอดกลั้น ลีโอรีบถอนตัวออกจากธัญญ่า น้ำรักแห่งความสุขหลั่งราดลงทรวงสล้างที่หายใจเข้าออกอย่างกระชั้นถี่ แต่ก็ยังมีเสียงต่อว่าออกมาอย่างแผ่วเบา

“คุณไม่ใส่ปลอก”

“มันหมดแล้ว แต่ผมก็ไม่ได้ทำอะไรผิดพลาด คุณว่าจริงไหม”

ธัญเรศเม้มปากไม่ตอบ แต่มองที่ทรวงอกตัวเองไม่กล้าขยับตัว ลีโอเอื้อมไปหยิบกระดาษทิชชู่ที่หัวเตียงมาเช็ดทำความสะอาดให้

“อาบน้ำแล้วเดี๋ยวผมพาออกไปกินข้าวฟังเพลงกัน”

ธัญเรศรีบดึงผ้าห่มปิดตัวดังเดิม เธอไม่ชิน

“ฉันจะกลับห้อง คุณไปเถอะ”

“เป็นคำสั่ง! คุณต้องไปกับผม” น้ำเสียงที่เด็ดขาดทำให้ธัญเรศมองหน้าอย่างขัดใจ

“อย่าลืมสิวันนี้เราตกลงอะไรกัน ตอนนี้คุณเป็นผู้หญิงของผมแล้ว ห้ามขัดคำสั่ง”

“แต่คุณเอาเปรียบฉัน” เธอแย้ง

“ตอนแรกผมคิดว่าจะให้โฉนดคุณไปเลย แต่คิดดูแล้วอาการดื้อดึงกับผมนี่ คุณมีสิทธิ์เบี้ยวไม่ทำตามสัญญา แบบนี้เก็บไว้กับผมก่อนแล้วกัน” เขาตัดบท

“ก็ได้ ฉันไปกินข้าวกับคุณก็ได้ หนึ่งปีถ้าฉันไม่บ้าตายไปซะก่อน ช่วยทำศพให้ด้วยก็แล้วกัน”

ธัญเรศกระฟัดกระเฟียดแต่งตัวใต้ผ้าห่มอย่างลำบาก เสร็จเรียบร้อยรีบก้าวลงจากเตียง แต่เพราะภารกิจอันหนักหน่วงที่ผ่านมาไม่นาน ทำเอาเธอขาอ่อนซวนเซเล็กน้อยเกือบล้มลงบนเตียง ลีโอไวพอที่จะจับแขนเธอไว้ไม่ให้ล้มได้ทัน แต่กลายเป็นเธอเซมาซบกับอกเขา

“ยังไม่อิ่มเหรอ”

เสียงกระซิบข้างหูทำเอาธัญเรศรีบสะบัดตัวออกมา

“อีกชั่วโมงเจอกันที่รถนะ” ลีโอตะโกนตามพร้อมเสียงหัวเราะถูกอกถูกใจเมื่อเห็นหญิงสาวปิดประตูห้องนอน

ปัง!

เสียงเดินค่อยห่างหายไป เมื่อได้ยินเสียงปิดประตูห้องลงอย่างเบามือ

ลีโอเลือกพาธัญเรศไปนั่งฟังเพลงยังผับชานเมืองย่านรังสิต โดยที่เขาเป็นคนขับรถให้สร้างความประหลาดใจให้ธัญเรศ ที่เขาขับรถได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่มีหลงทาง หรือพึ่งพาแผนที่ตัวช่วยแต่อย่างใด

เขาปล่อยให้เธอประหลาดใจไปก่อน ค่อยบอกทีหลังก็ได้ แดนดนัยกับเขาตะลอนเที่ยวกันทั่ว ยังมีอีกหลายเรื่องที่เธอจะต้องประหลาดใจในตัวเขา
เขาเปิดเพลงเบาๆ เพื่อไม่ให้ภายในรถเงียบเกินไป ถือว่าพักรบชั่วคราว แต่ลีโอก็ยังไม่วายก่อสงครามเย็นเงียบๆ ด้วยการจับมือหญิงสาวที่นั่งมองออกไปนอกรถ

ลีโออารมณ์ดีฮัมเพลงคลอไป เธอจะรู้ตัวเองไหมหนอ บุคลิกที่เธอเป็นอยู่ไม่ว่าจะช่างเถียง ดื้อรั้น หรืออะไรก็แล้วแต่มันดูผิดต่างจากเธอผู้เร่าร้อน ร้อนแรงเมื่ออยู่บนเตียงเลย พับผ่าสิ แค่เพียงเริ่มเขาก็ไม่อยากห่างจากเธอเลย

หรือเขาจะหื่นอย่างที่เธอบอกจริงๆ กับเธอเขาไม่รู้สึกพอเลย มันกลับเพิ่มทวีขึ้นทุกที ก็ตัวเธอช่างหอมหวานนัก ลีโอหันหน้าเพียงแวบเพื่อดูหญิงตัวหอมหวานยังคงนั่งเงียบเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง

เขาอดไม่ได้ที่จะลูบมือเธอเบาๆ มืออีกข้างยังคงจับพวงมาลัย สายตามองทางข้างหน้า เขาขับช้าๆ ไม่นานก็มาจอดยังที่จอดรถใกล้ๆ ผับ เขาแทบอยากเปลี่ยนใจขับกลับคอนโดไปนอนกอดหมอนข้างดิ้นได้คนนี้ซะแล้ว

แต่ท้ายสุดเขาก็จอดรถยังที่พนักงานโบกให้จอดเข้าซองเป็นที่เรียบร้อย แต่คนข้างๆ ยังนิ่งเงียบ

“ยังไม่หายโกรธอีก”

“ฉันไม่ชอบโดนบังคับ”

“ผมไม่ได้บังคับ ผมแค่สั่ง”

พูดจบเขาเดินนำเธอเขข้าไปยังร้านอาหารกึ่งผับ ไฟในร้านเริ่มหรี่ลงเหลือเพียงแสงสลัว เขาเลือกนั่งโต๊ะด้านในเป็นมุมโปรดที่เขามักเลือกนั่ง มีตู้โชว์ไวน์นานาชนิดตั้งอยู่ เป็นมุมที่ดูเป็นส่วนตัว บ่อยครั้งที่เขาและแดนดนัยจะเรียกสาวสวยมานั่งคุยด้วย

แต่...ตอนนี้เขามีผู้หญิงของเขามาด้วย

“คุณอยากกินอะไรสั่งได้เลย อย่าบอกว่าไม่หิวนะ เพราะตอนอยู่ในรถผมได้ยินเสียงท้องคุณร้องประท้วงอยู่”

“ใครบอกว่าฉันโกรธคุณ เพราะคุณมาสั่งฉันงั้นเหรอ ไม่ใช่ธัญญ่าแน่นอน ฉันแค่โมโหหิว ให้คุณรู้ไว้ ฉันแค่โมโหหิว ตอนนี้ต่อให้เป็นช้างฉันก็กินหมดทั้งตัวได้แน่” เธอย้ำ

ธัญเรศพยายามข่มใจไว้ เธอต้องทำข้อตกลงกับเขาใหม่ ไม่อย่างนั้นผลเสียจะตกกับเธอไปทุกเรื่องแน่ ที่แย่ไปกว่านั้น เธอแทบละลายในทุกสัมผัสของเขา มีความสุขไปกับรสรักที่เขามอบให้ นั่นต่างหากล่ะ ที่ทำให้เธอโกรธตัวเอง หนำซ้ำเธอยังตอบรับเขา ปล่อยอารมณ์เต็มที่ ห้ามตัวเองไม่ได้

แค่คิดก็อายแล้ว...

“น้องเขายืนรอนานแล้ว” ลีโอสะกิดบอก

“คุณจะสั่งอะไร ก็สั่งไปสิ”

“จะให้ผมสั่งให้รึเปล่า” ลีโอย้อนถาม แล้วหันไปบอกเด็กเสิร์ฟที่มายืนรอรับออเดอร์

“มิกซ์กริลล์ซอสเซส เอาขนาดบิ๊กๆ เลยนะ”

พนักงานเสิร์ฟทำหน้างง

“ตกลงรับจานใหญ่เลยนะคะ”

“ครับ” ลีโอส่งยิ้มหวานให้กับพนักงานเสิร์ฟ

แต่ธัญเรศรู้ว่าเขาไม่ได้หมายความอย่างนั้น เขากวนเธอ เธอทำไม่สนใจก่อนจะสั่งของเธอบ้าง

“พี่เอายำคอหมูย่าง ขอรสจัดนะคะ”

“ได้ค่ะ” พนักงานสาวจดลงในกระดาษจดออเดอร์

เธอสั่งอาหารอีกสองสามอย่าง ตบท้ายด้วยชายหนุ่มสั่งไวน์ เสร็จเรียบร้อยพนักงานก็ถอยออกไป ลีโอหันมากระซิบใกล้ๆ

“อย่ากินเผ็ดเยอะนะ เดี๋ยวมันร้อน”

“เรื่องของฉัน”

“เปล่า ผมหมายถึงผมจะแสบๆ ร้อนๆ”

หญิงสาวหยุดคิดตามเพียงครู่ ก่อนจะตาโต

“บ้า! ทะลึ่ง! ความคิดนายมีแต่เรื่องประเภทนี้ในหัวสมองสินะ”

“แต่คุณชอบ” ชายหนุ่มแย้ง แต่ก็ต้องรีบรวบมือเธออย่างไว เมื่อเจอลูกทุบเข้าไป

ธัญเรศทำอะไรไม่ได้เมื่อพนักงานมาเสิร์ฟไวน์ เธอจำน้องนั่งนิ่งไม่พอใจ ลีโอรินไวน์ให้เสร็จ ชายหนุ่มยกแก้วไวน์ของเขาชนกับแก้วไวน์เธอ

“Welcome to be my girl”

“You’re my dictator” หญิงสาวประชด

“หืม...คุณว่าเป็นผมจอมบงการ” ลีโอหัวเราะถูกใจกับคำประชดประชัน

“ผมชอบคำนี้”

ธัญเรศแอบค้อน เธอตั้งใจประชดแต่เขากลับชอบ เขากลับยอมรับ เธอแพ้อีกแล้ว

หลังจากอาหารที่สั่งมาส่งจนครบ ธัญเรศเริ่มเปิดการเจรจาทันที

“ฉันยอมเป็นผู้หญิงของคุณก็จริง แต่ฉันไม่จำเป็นต้องอยู่กับคุณตลอด 24 ชั่วโมงนะ”

ลีโอยกไวน์ขึ้นจิบ จิ้มไส้กรอกชิ้นใหญ่วางในจานของธัญเรศ

“กินสิ เดี๋ยวโรคกระเพาะถามหา” ลีโอไม่ตอบ แต่พูดไปอีกเรื่อง

“ฉันไม่ชอบไส้กรอก”

“ลองสิ แล้วจะติดใจในรสชาติ”

ลีโอเฉือนไส้กรอกเป็นชิ้นไม่ใหญ่ พอเป็นคำๆ ส่งให้”

“ลองคำเล็กก่อน เลียซอสก่อน ค่อยอม ไม่สิ ผมใช้คำผิด ค่อยอ้าปากกินหมดคำแบบนี้”

ลีโอทำให้ดูราวกับสอนเด็ก และเคี้ยวอย่างอร่อย เขาตัดชิ้นใหม่จิ้มซอสแล้วยื่นใกล้ปากหญิงสาวรอป้อน ธัญเรศเบ้ปาก มองหน้าชายหนุ่มก่อนจะยอมอ้าปากกิน ก่อนจะทำหน้าเหยเก

“รสชาติไม่แย่ขนาดนั้นสักหน่อย สะอาด น่ากินจะตายไป” ลีโอพูดราวกับชั่งใจ ก่อนจะพูดต่อ

“คืนนี้จะสอนให้”

“นี่! ในหัวคุณมีแต่เรื่องแบบนี้ เรื่องอย่างว่าอย่างเดียวรึไง” เธอต่อว่าตรงๆ

“ก็ไม่เสมอไป มีแค่กับผู้หญิงที่ผมอยากมีเซ็กซ์ด้วยตลอดเวลา” เขาเน้นย้ำคำว่า ‘ตลอดเวลา’

“ฉันควรภูมิใจสินะ”

“ถูกต้อง!”

“ฉันว่าเราอยู่ด้วยกันแค่สองวันก็พอ” ธัญเรศเสนอไปทั้งที่รู้ว่าเขาไม่ตกลงแน่

“คุณเสียใจไหม ที่ผมเป็นคนแรกของคุณ” ลีโอไม่ตอบแต่ถามเธอกลับ
คำถามนี้ทำเอาเธออึ้งไปชั่วครู่ ไม่คิดว่าเขาจะถามตรงขนาดนั้น ทำให้เธอนิ่งใช้ความคิด

“ไม่” เธอตอบตรง สั้นๆ จะให้ตอบอย่างที่รู้สึกได้ยังไงว่าเธอมีความสุขมากกับเซ็กซ์ที่เขามอบให้ ที่สำคัญมีกับเขามันคงดีกว่าให้แม่จับไปเป็นเมียน้อยเสี่ยหัวล้านพุงยุ้ยคนไหน เธอคงหมดความสุขไปตลอดชีวิตแน่
เรื่องหาคู่ครองที่เหมาะสม คงไม่มีครอบครัวไหนอยากได้สะใภ้ที่มีแม่เป็นนักพนันแน่นอน

ธัญเรศมองหน้าลีโอ เขาก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรสำหรับเธอนัก แค่ชอบบงการชีวิตกับหื่นไปนิด แต่เธอก็ยอมรับกับตัวเองว่า เซ็กซ์ของเขามันทำให้เธอมีความสุข

‘หวังว่าเราคงไม่ไปตกหลุมรักผู้ชายจอมหื่นคนนี้หรอกนะ’

“ผมรู้ว่าตัวเองหล่อ แต่อย่าส่งสายตาหวานๆ มาตอนนี้จะได้ไหม เดี๋ยวผมก็สั่งเช็กบิลกลับคอนโดหรอก”

ธัญเรศเรียกสติกลับมาเมื่อได้ยินเสียงเขาทัก มันทำให้หน้าเธอร้อนผ่าว ความมืดคงไม่ทำให้เขาเห็นหรอกนะ เธอเสหั่นไส้กรอกที่บอกเขาว่าไม่ชอบกินจนหมดชิ้น

“ให้คุณพักงานสองวันตามที่ขอ”

“หา!” ธัญเรศอุทานเพราะไม่คิดว่าเขาจะแกล้งบิดเบือน

“คุณฟังผิดรึเปล่า ฉันขออยู่กับคุณแค่สองวัน ไม่ใช่ขอหยุดสองวัน”

“ผมตกลงตามที่ผมบอก ไม่เปลี่ยนแปลง วันจันทร์ อังคาร ผมจะไม่ออกคำสั่งกับคุณ”

“แต่มันเป็นวันทำงาน ฉันก็เจอคุณทุกวันอยู่ดี โอ๊ย...”

ธัญเรศร้องอย่างหงุดหงิดใจ ยกไวน์ที่เหลือในแก้วขึ้นดื่มจนหมด

“เบาๆ หน่อยคุณ ไวน์เมาเร็ว ไม่ใช่เหล้าที่จะได้ยกดื่มหมดแก้ว อีกอย่างนะ ต้องแทนตัวเองว่าธัญญ่ากับผม”

“เจ้าค่ะ!” ธัญเรศกระแทกเสียงรับ

“คุณเป็นมาเฟียใช่ไหม”

คำถามตรงๆ ทำเอาลีโอที่กำลังยกแก้วไวน์ขึ้นมาจิบถึงกับสำลัก

“หาคุกให้ผมรึไง”

“ก็เห็นคุณเปิดบ่อน” ธัญเรศยังไม่หยุดหาเรื่อง

“กล่าวหา บ่อนที่ไหนกัน”

“ที่ผับอะไรนั่นไง อย่าคิดว่าฉันไม่รู้”

ลีโอจิบไวน์ “ผับนั่นของคุณโยธา ผมแค่มีหุ้นส่วนเล็กน้อย แต่ไม่เห็นมีบ่อนอะไร คุณอย่าไปสนใจเลย”

“ฉันไม่สนใจ แต่ฉันมีเรื่องจะขอ”

ลีโอเลิกคิ้วมองหน้าเธอราวกับพูดอะไรผิด

“ฉัน...เอ่อ...ธัญญ่า” แล้วเธอก็ส่ายหน้า “มันไม่ชิน”

“พูดบ่อยๆ ก็ชินไปเอง ธัญญ่ามีอะไร” เขาเปลี่ยนสรรพนามน้ำเสียงก็เปลี่ยนไปเช่นกัน

“เอานายเดชาออกไปจากชีวิตแม่ฉัน..เอ่อ ธัญญ่า ที ถ้าคุณทำได้ จะให้ฉัน..ธัญญ่าอยู่แบบนี้กับนายตลอดชีวิตก็ได้”

“แม่คุณจะยอมหรือ ธัญญ่า”

“ฉัน...ธัญญ่าเชื่อว่าคุณทำได้”

“ผมไม่รับปาก ต้องดูฝีมือคุณคืนนี้ก่อกน ค่อยตัดสินใจ” ลีโอแกล้งพูดจากวนหญิงสาวเล่น

‘คนอย่างเขาอย่างที่เธอเชื่อมั่นนั่นแหละ ถ้าจะทำ ต้องสำเร็จ’

แต่ปฎิกิริยาของหญิงสาวก็ทำเอาเขาตกใจที่เห็นเธอตั้งหน้าตั้งตากิน ยำคอหมูย่างรสจัด ที่เธอสั่งอย่างเอาเป็นเอาตาย

“เฮ้ย!”

แบบนี้ต้องชนแก้วให้เธอเมาเสียแล้ว เธอจะได้ไม่ทำอย่างที่เธอคิด  ไม่เช่นนั้นเขาต้องแย่แน่นอน


เช้าวันต่อมา ธัญเรศรู้สึกไม่ค่อยสบาย ปล่อยให้ลีโอไปทำงานคนเดียว ตอนแรกลีโอจะเบี้ยวไม่ยอมเข้าบริษัท แต่ติดที่วันนี้เขามีนัดลูกค้าจากต่างประเทศ จึงขับรถของธัญเรศเข้าบริษัท

เป็นเรื่องปกติที่คนในบริษัทเริ่มจะชินกับการที่ลีโอและธัญเรศจะมาทำงานด้วยกันหรือแยกกันมา วงซุบซิบเริ่มซา และมีหลายคนที่แอบลุ้นให้จีบกัน เขาและเธอจะได้ไม่ต้องหางานใหม่ เพราะเป็นที่รู้กันว่าลีโอฝรั่งคนนี้เงินหนา กับสภาพบริษัทที่หลายคนเริ่มคิดว่าสั่นคลอน

ลีโอรู้สึกหงุดหงิดใจกับการที่อยู่ในห้องทำงานคนเดียว โดยไม่มีธัญเรศให้ทะเลาะด้วย พอเสร็จจากประชุมกับลูกค้าในตอนบ่ายเขารีบเตรียมตัวจะกลับ แต่ก็ต้องนั่งลงตามเดิมเมื่อเห้นใครเปิดประตูห้องเข้ามา ยังดีที่ยังเคาะประตูสองสามทีก่อนเปิดพรวดเข้ามา

“ไง ไอ้เสือ ไม่เห็นหน้าหลายวันเลยนะ”

แดนดนัยทักก่อนจะเดินสำรวจรอบๆ ห้อง เพราะเป็นครั้งแรกที่เขาเข้ามานับจากที่ลีโอเริ่มมาบริหารที่นี่

“โอ้โห สินค้าตัวอย่างน่าใช้ เบิกให้เพื่อนทดลองใช้บ้างได้ไหม จะได้สั่งเป็นลูกค้าประจำ เอาไว้ที่ผับ”

ลีโอหยิบให้อย่างละกล่อง

“ต่อไปแกต้องใช้แต่ของที่นี่เท่านั้น” ลีโอเผลอสั่งแม้กระทั่งเพื่อนสนิทของเขา

“นี่แกให้แค่อย่างละกล่องเองเรอะ”

ลีโอส่ายหน้า “แล้วจะเบิกให้ ว่าแต่มีเรื่องอะไรด่วนถึงบุกมาถึงบริษัท”

“ไม่มีอะไร เพียงแต่ไม่เห็นหัวคนบางคนมาหลายวัน เลยแวะมาดูว่าตายคาอกสาวไหนไปรึยัง”

“ไอ้...” ลีโอทำได้แค่ด่าเบาๆ

“แต่มาก็ดีแล้ว มีเรื่องจะคุยด้วย”

“ไอ้นี่ เห็นหน้าก็สั่งงาน เรื่องใหญ่แน่ๆ ถึงกับออกปากมาแบบนี้ เอาไว้ไปคุยที่ผับ เผื่อที่นี่มีกล้องหรือเครื่องดักฟัง”
แดนดนัยไม่ประมาทเสมอ เพราะเขาทำธุรกิจที่ต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ

“ว่าแต่ที่นี่น่าติดกล้องนะ เผื่อเห้นฉากเด็ดระหว่างแกกับเจ้าของบริษัทสาวสวย”

“จุ๊ๆ เบาๆ หน่อยแก เดี๋ยวพนักงานมาได้ยิน แกจะไม่รอดออกไป”

“นอกจากแกแล้วใครจะกล้า” แดนดนัยดักคออย่างรู้ทัน

“เออๆ คืนนี้จะไปหาที่ผับ”

“พูดอย่างกับไม่อยากไป หรือแกมีแหล่งที่ไปใหม่ ที่ไหน พากันไปบ้างนะโว้ย”

“เออ ว่าแต่แกเห็นนายเดชากับคุณธนิดาไปที่ผับบ้างรึเปล่า”

“ช่วงนี้ไม่เห็น คงไปเที่ยวลัลลาที่ไหนสักแห่ง ได้เงินมาเยอะนี่ แกนี่ก็แปลก มานั่งขยันทำงานที่นี่อยู่ได้ตกลงจะปักหลักเมืองไทยแล้วเรอะ”
ลีโอส่ายหน้า

“ธุรกิจนี้กำไรงาม แกก็รู้”

“เออ รู้อยู่ แต่ถ้าหุ้นส่วนเอาไปใช้ฟรีบ่อยๆ ระวังขาดทุนนะโว้ย แล้วจะหาว่าเพื่อนไม่เตือน”

ลีโอชี้ไปที่กล่องตัวอย่างที่วางอยู่ข้างหน้า

“ใครขอ?”

แดนดนัยยักไหล่

“เอาไปทำการตลาดให้ ว่าแต่ออกไปด้วยกันเลยไหม ชักหิวข้าว”

ลีโอมองนาฬิกา เพิ่งจะบ่ายสามโมง

“แกไปก่อนเถอะ ฉันต้องเอารถไปคืนเธอก่อน”

“เธอ?” แดนดนัยตั้งคำถามขึ้นมาอีก

“รถของธัญญ่า เธอไม่สบาย ฉันเลยยืมรถขับมาเอง”

“โห เดี๋ยวนี้สนิทกันถึงขั้นยืมรถได้ วันก่อนยังทะเลาะกันแทบจะฆ่ากันตาย เสน่ห์แรงนะเพื่อน แล้วทำไมไม่ซื้อรถวะ ไปดูก็ไม่เอา เงินก็มี”

“จะไปกินร้านไหน เดี๋ยวตามไป”

“เคๆ” แดนดนัยไม่ลืมที่จะหยิบสินค้าตัวอย่างใส่กระเป๋า

“เดี๋ยวจะแวะทำธุระแถวนี้ก่อน ทุ่มหนึ่งจะไปรับที่คอนโดก็แล้วกัน เวลาพอไหม หรือจะให้ไปรับกี่โมง” คำถามที่แสนจะธรรมดา แต่รอยยิ้มกับแววตาทำให้ลีโอเก็บของออกจากห้องไปพร้อมกับเพื่อนทันที


ลีโอไขกุญแจเข้าห้องของธัญเรศเองโดยไม่ต้องเคาะห้อง หญิงสาวยังคงนอนพักผ่อนอยู่ในห้องนอน เขาบอกเธอแต่เช้าแล้วเมื่อพบว่าเธอไม่สบาย ร่างกายอ่อนเพลีย อาการไข้เลยถามหา เขาเตรียมข้าวต้มไว้ให้ และบอกเธอแล้วว่าจะเอากุญแจไปปั๊ม เขาไม่ได้ทำแค่ห้องเธอ แต่ทำกุญแจห้องของเขาไว้ให้ธัญญ่าด้วย

ชายหนุ่มเดินตรงไปยังห้องนอนเธอผ่านโต๊ะรับแขก ชามข้าวต้มยังวางอยู่ แสดงว่าเธอออกมากินข้าวเรียบร้อยแล้ว พอเปิดเข้าไป ธัญเรศกำลังนอนเล่นมือถืออยู่ พอเห็นลีโอเปิดประตูเข้ามา ก็รีบซุกมือถือไว้ใต้หมอน และรีบหลับตา ทำราวกับว่ายังนอนหลับอยู่

ดวงตาลีโอหรี่ลง สมองใช้ความคิด เพียงไม่นานชายหนุ่มก้มลงไปเคลียคลอที่ใบหน้า

“คนป่วยหายตัวร้อนรึยังต้องเช็ก”

ธัญเรศแกล้งหลับคิดว่าเขาจะเอามือวางบนหน้าผาก เหมือนอย่างที่เธอมักทำเวลาเช็กไข้ให้คนอื่น แต่ริมฝีปากที่สองวันนี้เธอคุ้นชินมาก ลิ้นร้อนซอนซอนเข้ามาสำรวจ ส่วนมือก็ล้วงเข้าไปใต้เสื้อนอนที่ไม่ได้ใส่อะไรข้างใน คลึงเคล้าอกอิ่มเบาๆ

“ตัวไม่ร้อนแล้วนี่ ร่างกายแข็งแรงตอบสนองดี หายแล้วล่ะสิ”

“บ้า!” หญิงสาวว่าออกไป

“เนี่ยนะวิธีเช็กไข้ของคุณ ใช้ประจำล่ะสิ”

ธัญเรศจับนิ้วมือที่ซุกซนไม่ให้ขยับไปยังส่วนอื่น แต่ไม่เป็นผล

“ยังระบมอยู่ไหม ผมขอโทษนะ อยู่ใกล้ธัญญ่าแล้วผมห้ามใจไม่ไหวทุกที” เขากระซิบ มือไปหยุดตรงส่วนที่ชุ่มฉ่ำของเธอที่พร้อมเต็มที่ เขาใช้นิ้วช่วยสร้างความสุขสมให้คนป่วย หลังเสียงกรีดร้องด้วยความสุข ร่างที่เกร็งสะท้านไม่นานก็อ่อนแรง

“เดี๋ยวผมจะออกไปหาเพื่อนหน่อย คุณนอนพักเถอะผมไม่กวนละ รถผมไม่ได้เอาไปนะ กุญแจรถวางบนหลังตู้เย็น อึม ผมซื้ออาหารเยอะแยะอยู่ในตูเย็นนะ เผื่อคุณหิวก็ลุกไปหาอะไรกินนะ อย่าปล่อยให้ซูบ ผมชอบให้มีน้ำมีนวล ไม่กวนคนป่วยละ”

ลีโอออกไปสักพัก ธัญเรศจึงได้ลุกจากเตียงนอน ออกไปล็อคโซ่คล้องประตูหน้า แค่นี้เธอก็ไข้กลับแล้ว ยังไม่รู้จักอิ่มอีก เธอเห็นถุงกระดาษวางบนโต๊ะรับแขก

“ซื้ออะไรมานะ”

เธอเดินไปหยิบมา แต่พอเห็นของในถุง เธอถึงกับปรี๊ดแตก โยนมันลงบนพื้น ของข้างในหลายรส หลายกลิ่นกระจายลงบนพื้น

“ตาบ้า หื่นได้ตลอดเวลา”

บ่นเสร็จก็ต้องรีบเก็บเจ้าซองกล่องสี่เหลี่ยมเล็กร่วมสิบกล่องที่หล่นกระจายบนพื้นใส่กล่องตามเดิม