ผู้เขียน หัวข้อ: Reborn บทที 1 เกิดใหม่ในต่างโลก (100%)(อยู่ระหว่างเเก้การจัดหน้า)  (อ่าน 300 ครั้ง)

devina

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 30
    • ดูรายละเอียด
บทที่ 1 เกิดใหม่ในต่างโลก

   สัมผัสชื้นเเฉะทีเปลือกตา ปลุกศศินาให้ตื่นขึ้น

น้ำตาเย็นๆไหลรื้นผ่านขอบตาของเธอไม่ขาดสาย

ทั้งๆที่หลับตาอยู่ ยังคงเก็บเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นนี้ไป

ฝันอยู่ เเม้จะผ่านมาเกือบอาทิตย์ ถ้าเพียงเธอจะตื่น

ขึ้นมาเเล้วพบว่าทุกอย่างเป็นเพียงเเค่ฝันร้ายเพียง

ชั่วเวลาหนึ่งเเละพี่ชายของเธอเป็นผู้เกาะกุมมือของ

เธอไว้อยู่ในตอนนี้  เเละเรื่องในคืนนั้นจบลงที่เธอกับ

พี่หนีออกมาด้วยกันไดัสำเร็จ ภาพของศศินาที่นอน

บนเตียงอย่างหมดกำลังใจในชีวิต ทำให้คนในห้อง

ที่เหลืออย่างลัลลนาผู้เป็นเเม่เเละพีรวัส ได้เเต่คอยดู

อย่างเป็นห่วง


   ความจริงเเล้วหากเพียงศศินาจะสามารถมองเห็น

พี่ชายของเธอได้เธอจะพบว่า เขาอยู่ใกล้ๆเธอเสมอ

ภายในห้องพักผู้ป่วยที่นี่ไม่ได้หายไปไหนเลย

    ปกรณ์เฝ้าดูอาการของหญิงสาวอยู่ในตอนนี้

อยากจะสัมผัส อยากจะพูดปลอบกับเเม่เเละน้องสาว

รวมถึงเพื่อนสนิทที่ยังคงทำใจไม่ได้กับเรื่องราวที่เกิด

ขึ้น เเค่ตัวเขาเป็นเพียงร่างวิญญาณ ที่ร่างกายมอดไหม้

ไปกับกองเพลิงในผับเเห่งนั้นไปเเล้ว ในตอนนี้นายปกรณ์

ได้กลายเป็นวิญญาณตามติดน้องสาวตัวเองเเละสามารถ

ติดตามพวกเขามาถึงที่นี่ด้วยจิตที่ยังพันผูกอยู่ในภพเดิม

ของตน ปกรณ์ทำได้เพียงเดินไปรอบๆห้อง เเละร่างกาย

ของเขายังสามารถทะลุผ่านสิ่งต่างๆ ไม่สามารถสัมผัส

อะไรได้เลย

        ปกรณ์เพิ่งตระหนักชัดว่าความตายเกิดขึ้นง่ายดายสำหรับ

ชีวิตมนุษย์ตัวเล็กๆอย่างเขา ที่ผ่านมาตรงหน้าเขามีเเต่เรื่องของ

การทำให้ชีวิตของคนที่เขารักดีขึ้น เขาอยู่กับงานอยู่กับเป้าหมาย

เเละยืนหยัดอยู่เพื่อเเม่ น้องสาว เเละเพื่อความฝันของตนเองด้วย 

เเม้ความฝันจะตามมาทีหลังเเล้วสุดท้ายมันจะช่วยทำให้เขามี

ทุกวันนี้ขึ้นมา เเต่สิ่งนึงที่เขาได้ค้นพบก็คือ ไม่ว่าจะเหน็ดเหนื่อย

กับการหาเงิน รึทำให้สถานะของชีวิตดีขึ้นกว่าเดิมสักเท่าไหร่เเต่

เมื่อทุกอย่างมาถึงจุดนึง เงินทอง ชื่อเสียง สถานะ ความสำเร็จ

ทรัพย์สินทีมีจะเริ่มไม่สามารถมาเป็นตัวเเปรสร้างความสุขใน

ชีวิตให้เขาได้อีก มันมาถึงจุดอิ่มตัวที่เร้าให้เขาต้องคิดต่อไป

อีกว่า เเทัจริง เขามองขัาม 'เรื่องของจิตใจ' ซึ่งเป็นสื่งที่มักถูก

มองข้าม เหมือนเส้นผมบังภูเขาอยู่ตลอดเวลา

    เเม้ตัวเขาเองก็ไม่ได้คิดถึงสิ่งนี้มาก่อน เพราะเมื่อหาได้มาใน

สิ่งที่ขาดเเคลน เมื่อถูกเติมเต็มด้วยวัตถุ เเละสถานะทางสังคม

สิ่งต่างๆถูกเติมเต็มขึ้นในใจชั่วขณะเพียงน้ำที่รินรดบนผืนทราย

เเล้วเหือดเเห้งไปในเวลารวดเร็ว

   หากมีโอกาสได้ใช้ชีวิตใหม่อีกครั้ง เขาไม่รู้สึกกลัวหากจะต้องกลับ

สู่จุดวิกฤตของชีวิตอีกรอบ เเม้จะต้องสูญเสียความทรงจำในชาติ

นี้ทั้งหมดไป เเต่เขาหวังเพียงสัญชาตญาณลึกๆ ข้างในใจที่อาจจะ

มีหลงเหลือในชาติภพหน้าใหม่ ขอให้เขาได้เรียนรู้ว่าอะไรเป็นความ

สุขที่เเท้จริงของชีวิตในชาติภพใหม่
   
    หลังจากพักฟื้นที่โรงพยาบาลมาหนึ่งอาทิตย์เเละตรวจดูอาการต่างๆ

จนวางใจเเล้วหญิงสาวเพียงได้รับบาดเเผลไฟไหม้มีบาดเเผลฉกรรจ์ที่

รอรับการรักษาดูอาการอยู่หลายเเห่ง เเต่ยังมีอาการช็อคจากการ

สูญเสีย

       ลัลนาเเม่ของเขา พีรวัสเพื่อนสนิท ทั้งคู่ทำหน้าที่เเทนเขาที่จาก

ไปอย่างดีอยู่เเล้ว  ปกรณ์นึกขอบคุณที่ มีเพื่อนอย่างพีรวัส มันเคยให้

สัญญากับเขาว่า หากวันใดวันนึงมีใครสักคนเป็นอะไรไป อีกฝ่ายจะ

ช่วยดูเเลครอบครัวของเเต่ละฝ่ายให้อย่างสุดความสามารถ ในตอน

เเรกเขายังนึกเป็นห่วงว่าเเม่จะทำใจได้รึเปลาา เเต่เเววตาของเเม่

สะท้อนความเข้มเเข็งอย่างที่เขายังจำได้ในตอนพ่อด่วนจากไปก่อน

เพราะสุขภาพร่างกาย ซึ่งในตอนนั้นจิตใจของพ่อได้เเเบกรับภาระ

หนี้สินเอาไว้ด้วย เเม่ในตอนนั้นเป็นหลักให้กับทุกคนที่รู้สึกอย่าง

รุนเเรงกับการสูญเสีย ทรัพย์สมบัตินั้นเพียงส่วนนึง เเต่บุคคล

อันเป็นที่รัก เสาหลักของครอบครัวด่วนจากไปกระทันหันทำให้

รู้สึกไร้ที่พึ่งพิง  ในตอนนี้เเววตาอันเข้มเเข็งของเธอก็ยังไม่ต่างจาก

ตอนนั้นราวยอมรับเเล้วกับโชคชะตา ที่อะไรจะเกิดมันก็ยังคงต้อง

เป็นไป           
     
      ชั่วขณะนั้นปกรณ์มีความรู้สึกอย่างเเรงกล้าว่า เมื่อเขาตาย

ไปเเล้ว ก็เอาอะไรทุกอย่างไปไม่ได้เลยจริงๆ  มีเเต่เพียงความ

อาลัยอาวรณ์ ที่ร้อยรัดเเละตรึงจิตใจของเขาเอาไว้กับภพนี้

เท่านั้นที่ยังไม่สามารถจะคลายลงโดยง่าย ปกรณ์ยังคงไม่ละ

ความพยายามที่จะติดตามทั้งสามคนไปเรื่อยๆ ไม่ว่าพวกเขา

จะไปที่ไหน

        รถของพีรวัสเลี้ยวเข้ามาในบ้าน พิสุทธิทรัพย์ ที่ในขณะ

นี้ดูเงียบเหงาขึ้นถนัดตา  เขาพาเเม่กับน้องสาวของปกรณ์กลับ

มาส่งที่บ้าน หลังจากที่หมออนุญาติเเล้ว ข่าวเรื่องในคืนที่

ผับไฟไหม้ยังคงเป็นประเด็นที่คงจะพูดถึงกันไปอีกนาน เเละหลังจากที่

ทางตำรวจตรวจสอบรายชื่อของคนที่เสียชีวิต นักข่าวก็ได้เเห่เเหน

มาทำข่าวกับผู้เสียหายอย่างพวกเขาจนพอใจ ข่าวการตายของปกรณ์

ถูกประโคมข่าวใหญ่โตไม่เเพ้กัน  ไม่ว่าพวกเขาจะเปิดทีวีไปช่องไหนก็

ไม่ได้ทำให้หดหู่น้อยลงเลยสักนิด

     ตอนนี้พวกเขาจึงเลิกดูมันไปเเล้ว พีรวัสบอกลาทั้งคู่พร้อมบอกว่า

จะมาหาอีกเรื่อยๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น เเม่เเละน้องสาวของเพื่อน

ก็เหมือนเป็นคนสำคัญในครอบครัวของเขาเองไปเเล้ว ดังนั้นเขาตั้งใจ

ที่จะทำให้ทั้งสองคนรู้สึกดีขึ้นให้ได้ เเค่เขาคงต้องรอให้เวลาเยียวยา

ทุกสิ่ง

       เมื่อกลับมาที่คอนโดของตัวเองที่เข้าอาศัยอยู่เพียงลำพัง ภาพของ

ปกรณ์ในรายการทอล์คโชว์ เดอะ มิลเลียนเเนร์เรียลลิตี้ ที่เพิ่งจะออก

อากาศไปในเวลาไล่เรี่ยกันหลังจากการตายของปกรณ์ไม่กี่วัน เป็นสิ่ง

ที่พีรวัสยังคงย้อนกลับมาดูมันซ้ำๆไม่เลิกในโทรศัพท์ของตนในเวลาที่

เขาคิดถึงปกรณ์   คิดถึงนัยต์ตาเเจ่มใสคู่นั้นที่มันไม่เคยเลยที่จะยอม

เเพ้กัยอะไรง่ายๆ รู้ตัวอีกทีเขาก็ถูกมันจุดประกายความหวังขึ้นในการ

ร่วมกันพัฒนาเเอพพลิเคชั่นเกมส์เมื่อ 7 ปีก่อน เขายังจำความสนุก

ในช่วงเวลานั้นได้ดี เเละยังจำได้ดีว่า เมื่อพวกเขาได้เดินมาถึงความ

สำเร็จด้วยกันนั้นมันรู้สึกดีขนาดไหน คิดถึงตอนนั้นเขาก็ระบายรอย

ยิ้มอบอุ่นออกมา ตอนนี้สิ่งที่เขาทำได้มีเพียงการดูเเลเรอาร์คซอร์ฟ

ต่อไปอย่างดีที่สุด เเละดูเเลเเม่กับน้องสาวของปกรณ์เเทนอีกฝ่าย

เท่านั้น

      เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งเดือนหลังผ่านงานศพของตนเอง  ปกรณ์

ที่เคยสงสัยว่าเมื่อไหร่ตัวเขาจะต้องไปเกิดใหม่ก็เริ่มรู้สึกได้ถึงสัญญาณ

บางอย่างที่รับรู้ได้เองตามสัญชาตญาณ เมื่อตัวเขาหมดห่วงเเละคลาย

กังวลลงจากเหล่าคนที่เขาผูกพัน เขารู้สึกได้ว่าร่างกายตนเองนั้น

จางลงเรื่อยๆเเล้ว


        ศศินาใช้เวลาหนึ่งเดือนทำใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ส่วนเเม่

กับพีรวัสนั้นทำใจได้นานเเล้ว เเละคอยช่วยประคับประคอง

จิตใจของเธอจนผ่านช่วงที่รู้สึกเเย่ที่สุดมาได้

      ขณะปกรณ์เฝ้ามองทุกคนใช้ชีวิตก้าวต่อไปข้างหน้าเขา

หวังว่าตนเองจะเป็นหนึ่งในความทรงจำที่ทำให้ผู้ที่ระลึกถึง

 มีความสุขเเละมีรอยยิ้มเกิดขึ้นบ้างก็พอให้ตัวเขาค่อยๆเลือน

รางลงในความรู้สึกของคนที่เขารัก ให้ไม่ต้องห่วงอาลัยกันเเม้

ต้องจากกัน

    ชาติใหม่ของเขาจะเป็นสุขคติหรือไม่เขาเองไม่นึกหวั่นเกรง

เเค่ต่อสู้ไปในเเบบของตัวเองเหมือนที่ผ่านมา หากจะมีเรื่องไหน

ที่เสียดายที่สุดก็คงจะเป็นการหักโหมทำงานมากเกินไป จน

ไม่ได้ใช้เวลาร่วมกับคนที่รักมากพอนั่นล่ะที่เขาอยากจะทำ

ทุกอย่างให้ดีขึ้นกว่าเดิมจริงๆหากมีโอกาสอีกครั้ง

    ในเช้าวันที่ พีรวัสขับรถ มาร่วมตักบาตรกับศศินาเเละ

ลัลนาที่บ้าน ปกรณ์จากไปครบร้อยวันพอดี เป็นวันที่เขาได้

เห็นทุกคนกลับมาร่าเริงขึ้นมากเเล้วพีรวัสกลับมาเป็นคนเดิม

 ที่ชอบพูดคุยเฮฮาคลายบรรยากาศ ศศินาเองก็กำลังมุ่งมั่น

กับการเรียนเเละหวังจะจบมาช่วยดูเเลบริษัทของเขา ส่วนเเม่

ผู้เข้มเเข็งยังทำหน้าที่ดูเเลทุกคน เเละคอยเป็นเสาหลักของ

ครอบครัว เขาไม่มีอะไรจะต้องกังวลใจอีกต่อไปเเล้ว

     สายตาของปกรณ์มองคนทั้งสามที่กำลังพูดคุยกัน

อย่างผ่อนคลายในสวนกลางบ้านที่เเม่ของเขายกอาหาร

ออกมาต้อนรับพีรวัสที่ในตอนนี้เสมือนเป็นลูกชายอีกคน

ของบ้านที่ช่วยให้เธอคลายความเหงาลง  รวมถึงช่วย

เติมเต็มจิตใจน้องสาวของเขาด้วยการทำหน้าที่เป็นพี่ชาย

ตัวเเทน เขารู้ว่าขณะเห็นทุกคนยิ้มอย่างมีความสุขในตอนนี้

ก็เป็นเวลาที่นานมากพอเเล้วที่ธรรมชาติได้ให้โอกาสเขาได้

เห็นมันก่อนที่จะต้องไปจริงๆ

      ปกรณ์ใช้สายตาจับจ้องภาพของคนที่เขารักเป็นครั้งสุดท้าย

ให้มันประทับในความทรงจำของตนเองมากที่สุด ตัวเขาในตอนนี้

เริ่มรู้สึกได้ถึงการนับถอยหลังสู่อะไรบางอย่างที่จะเป็นการเริ่มต้น

ใหม่ในภพต่อไปช่วงเวลาของการปฏิสนธิจิตต่อไปกำลังเริ่มต้นขึ้น

    ในคืนนั้นร่างกายโปร่งใสของปกรณ์ เเตกกลายเป็นละอองอณูเล็กๆ

กายเนื้อเเละวิญญาณของเขากำลังกลับคืนสู่ธรรมชาติ การรับรู้ทาง

ประสาทสัมผัสของปกรณ์ถูกตัดขาดลงโดยสมบูรณ์    เขาต้องเตรียมตัว

เผชิญหน้ากับเข้าสู่ชีวิตใหม่ในอีกภพหนึ่ง

   
                               ●☆●☆●☆●☆●☆●☆●☆●☆


        เสียงเหมือนบรรดาเครื่องไม้เครื่องมือในโรงพยาบาลที่ส่งสัญญาณ

ดังเป็นจังหวะไม่สม่ำเสมอกันตลอดเวลา'เขารู้สึกได้ถึงอะไรที่เกาะติดทั่ว

ร่างกายตัวเอง ลมหายใจรู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง ทว่านัยต์ตาสามารถลืมขึ้น

ได้เเล้ว เขานอนมามากเกินพอ มาได้สติอยู่บนเตียงของผู้ป่วย

ก็จริง เเต่เขาอยู่ในห้องที่มีกำเเพงกระจกรอบด้าน มีเครื่องมือทางการ

เเพทย์ที่เหมือนอยู่ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ของโลกอนาคตในหนัง

ไซไฟสักเรื่องอะไรอย่างนั้น  มีคนในชุดเสื้อกาวน์เดินอยู่ทั้งด้านใน

เเละด้านนอกเต็มไปหมด

        เขายันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งก้มมองร่างกายสมส่วนของตัวเอง

พลันขมวดคิ้วมุ่น นี่มันไม่ใช่ร่างกายของเขาเเน่ๆ เเค่ความรู้สึกเเปลกๆ

ที่ไหลเวียนอยู่ทั่วร่างนี่ก็ไม่ใช่เเล้ว มันให้ความรู้สึกคล่องตัวเกินกว่า

จะเป็นคนป่วยที่นอนต่อท่อสายระโยงระยางด้วยอาการโคม่า

พระเจ้า..ทำไมเขาถึงรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้งในร่างกายของคนอื่น

 โดยที่มีความทรงจำเก่าของตนอยู่อย่างเต็มเปี่ยม เขาตระหนัก

ชัดว่าตนเองตายไปเเล้วเเละไม่ได้ฝันไปอย่างเเน่นอน เขาเเค่รู้สึก

เหมือนตัวเองหลับไประยะหนึ่งเท่านั้นเเละเขารู้ชัดดีในตอนที่ตน

เองในร่างวิญญาณไม่สามารถรับรู้ตัวตนของตนได้อีกนี่ไม่อาจ

เรียกได้ว่าเป็นการเกิดใหม่จริงๆ เหมือนเขาเเค่หลับไปเเล้วมา

ตื่นอีกที่หนึ่ง เขาควรจะรับรู้อะไรได้เเบบเด็กทารกซึ่งมีขีดจำกัด

เเละไม่สามารถจะจำอะไรในอดีตไดั เเต่นี่ความทรงจำของเขายัง

อยู่ครบเขายังรู้สึกว่าตัวเองคือปกรณ์คนเดิม เหมือนเพียงเเค่ย้าย

มาอยู่ในร่างของคนอื่นเท่านั้น

       นั่งจมอยู่กัยความคิดตัวเองได้ไม่นานนัก ปกรณ์ก็รู้สึกถึง

สายตาของชายหนุ่มที่ดูอายุไม่มากในชุดเสื้อกาวน์จ้องเขม็ง

มาทางเขาอย่างไม่วางตา เขาดูเหมือนเเพทย์ของโรงพยาบาล

ทว่าบรรยากาศรอบตัวเเตกต่างจากเเพทย์ทั่วไป  เเพทย์คนนั้น

ต่อสายโทรออกเเล้วพูดอะไรสองสามคำ  นัยต์ตาของเขาเป็นสี

เเดงเลือดจนเขามองเห็นมันอย่างชัดเจนจากระยะที่ห่างกันพอ

สมควร  ปกรณ์ที่ไม่ค่อยจะกลัวอะไรอย่างไร้เหตุผล รู้สึกกลัว

ขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ เมื่อเเม้เเต่คนที่ดูท่าจะเป็นหมอหรือ

พยาบาลผู้หญิงที่ผ่านประตูบานเลื่อนใสเเล้วก้าวฉับๆตรงมา

ทางเขานั้น ก็มีนัยต์ตาสีเเดงก่ำราวสัตว์ป่าไม่เเตกต่างกัน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 22, 2019, 11:18:23 PM โดย devina »