ผู้เขียน หัวข้อ: REBORN บทนำ(เเก้การจัดหน้าใหม่เเล้ว)  (อ่าน 177 ครั้ง)

devina

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 30
    • ดูรายละเอียด
REBORN บทนำ(เเก้การจัดหน้าใหม่เเล้ว)
« เมื่อ: มีนาคม 06, 2019, 11:02:46 PM »

    นายปกรณ์    พิสุทธิทรัพย์  หุ้นส่วนใหญ่ผู้ก่อตั้งบริษัทเรอาร์คซอร์ฟ หลังจากเดินเยี่ยมพนักงานทั่วบริษัทในออฟฟิศเล็กๆที่กำลังตั้งใจทำงานอย่างขยันขันเเข็ง ตัวเขาเองก็กลับมาทำงานของตนต่อบนห้องทำงานบนตึกสำนักงานเช่าเเห่งนี้ต่อ อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเขาสนุกกับงานเสียจนคนรอบตัวมองว่าเป็นพวกบ้างานไปเเล้ว

    ในเวลานี้ เรอาร์คซอร์ฟกำลังเป็นที่รู้จักในฐานะ เป็นบริษัทผู้ผลิตเกมส์ขนาดเล็ก ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วเพราะได้สร้างผลงานอันน่าจับตามองในฐานะเเอปพลิเคชั่นเกมส์บนสมาร์ทโฟนที่ทำยอดขายติดอันดับโลก  เเม้จะเพิ่งสร้างตัวได้ไม่นานเเละเป็นเพียงต้นกล้าอ่อนที่กำลังเติบโตในวงการเกมส์ภายในเเละนอกประเทศ

     เเต่สำหรับหนุ่มวัยยี่สิบเจ็ดอย่างเขา เขาไม่นึกเช่นกันว่าเพียงความชอบในวัยเด็กที่เขาได้ตัดสินใจทุ่มเทกับมันอย่างสุดหัวใจ จะทำให้เขาเห็นมันปรากฏขึ้นจริงตรงหน้าด้วยเวลาเจ็ดปีนับจากจุดที่ดิ่งลงที่สุดในชีวิตของเขา หนี้สินที่ตามติดเป็นเงาตามตัวถูกชะล้างไปจนหมดสิ้นเเล้วราวกับได้ปลดพันธนาการ

    เเม้จะเป็นอย่างนั้นเเต่เขาก็ไม่คิดประมาทในการใช้ชีวิตเหมือนอย่างที่ทำในช่วงวัยรุ่นอย่างที่ผ่านมาอีกเเล้ว ตั้งเเต่รับรู้ว่าต่อเเต่นี้ครอบครัวตนเองจะต้องมีหนี้สินเกินตัวกว่าที่เขาในตอนนั้นจะเเบกรับไหว จากเด็กวัยรุ่นที่รักสนุกกับการเล่นเกมส์คนนั้นก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขาเอาจริงเอาจังกับชีวิตมากขึ้นเเละคิดถึงครอบครัวเหนืออื่นใด ปกรณ์พบว่าตนเองเป็นพวกประเภทที่หากเข้าตาจนถึงจุดวิกฤตจะดึงความเป็นนักสู้ในตนเองออกมา

     เขาเชื่อล่ะว่าทุกคนไม่ว่าใคร หากใช้ความไม่เเน่นอนของโชคชะตาป็นเเรงผลักดันตนเองอย่างเหมาะสมเเล้วย่อมอยู่ได้ในทุกสถานการณ์

     เเสงเเดดอบอุ่นยามเย็นสาดส่องเข้ามาในห้องทำงาน ประตูห้องถูกเปิดออกกว้าง เผยให้เห็นหญิงสาวในชุดไปรเวทเดินเข้ามาด้านใน

      ศศินาน้องสาวของปกรณ์ สาวน้อยนักศึกษามหาวิทยาลัยถือวิสาสะเดินย่องเข้ามาเงียบๆ ในห้องของท่านประธานบริษัท เมื่อเห็นร่างอวบท้วมของพี่ชายที่นอนฟุบหลับอยู่ที่โต๊ะทำงานกว้างนอนจมกองเอกสาร เเละคอมพิวเตอร์ที่กำลังเเสดงผลการทดสอบเกมส์ก็ยังคงเปิดคาทิ้งไว้ ถึงกับเท้าเอวเตรียมจะบ่นพี่ชายตัวเองที่ปล่อยตัวเองขนาดนี้ ทว่ารอยยิ้มซนๆปรากฏบนใบหน้าสะสวยนั้น

   นิ้วเรียวเล็กจิ้มไปบนเเก้มนิ่มๆของพี่ชายอย่างหมั่นเขี้ยว เสียงชัตเตอร์ดังถี่รัวจากการเเอบถ่ายอิริยาบถขอพี่ชายเพื่อจะส่งให้เเม่ดูปลุกคนประสาทไว ตื่นง่าย หลับยาก ในความคิดของปกรณ์คนที่กล้าเเกล้งเขาเเบบนี้ ก็คงไม่ใช่พนักงานในบริษัท มันมีอยู่คนเดียว น้องสาวของเขา !!
 
     ปกรณ์ผงกหัวขึ้นมาอย่างงัวเงีย คนเป็นน้องสาวผละหนี ก่อนมือใหญ่กำลังจะคว้าเธอได้ทัน

"ทำงานหามรุ่งหามค่ำ อย่าบอกนะเมื่อคืนโต้รุ่งอีกเเล้ว"

"มันเเค่เพลินจนลืมเวลา"

      เขาหัวเราะหึๆ พูดไปก็ดูเหมือนเเก้ตัวเเต่มันติดเป็นนิสัยเป็นความเคยชิน เขาเป็นอย่างนี้มานานเเล้ว เเละศศินาก็ไม่เคยเปลี่ยน ต้องได้บ่นเขาทุกรอบเธอจึงจะสบายใจ  เด็กสาวนักศึกษาเดินไปที่โต๊ะกลางห้อง เปิดกล่องที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆของอาหารออกมา

"เเม่ฝากมาให้ มากินเร็วร้อนๆ"

      ถูกเเม่มอบหมายมาให้ดูเเลอาหารการกินของพี่ชายสุดที่รัก ที่ไม่ค่อยจะยอมกินข้าวกินปลาตรงเวลา วันๆหมกมุ่นอยู่เเต่กับงาน ไม่รู้ว่าทำไมต้องทำมากขนาดนี้ ทรัพย์สินที่เขาหามาได้ในตอนนี้ก็เรียกได้ว่ามากมายกว่าความสามารถของคนวัยเดียวกันไปไกล เเละมากพอจะปลดเปลื้องภาระหนี้สินของครอบครัวในอดีตจนหมดลงได้

      เธออยากบอกพี่ชายเหลือเกินว่า มันผ่านพ้นมาเเล้วจากจุดๆนั้น เธออยากเห็นพี่ชายผ่อน
คลายลงเเล้วใช้ชีวิตเล่นสนุกให้สมกับที่เขา ต้องเเลกกับมันไปเพราะการทำงานอย่างหนักในอดีต เเม้จะรู้ว่าที่ทำทั้งหมดนี้เพื่อเธอกับเเม่ก็ตาม

      ศศินาเตรียมจานชามมาให้เสร็จสรรพ เธอตั้งใจมากินข้าวกับเขาเพราะหากเธอไม่อยู่ด้วยก็ไม่รู้พี่เธอจะยอมกินข้าวตอนไหน

"ไปอัดรายการมาเป็นไงบ้าง?"

"ก็ดี "

     ปกรณ์ตอบด้วยเสียงราบนิ่งอย่างไม่ใส่ใจนักขณะตักอาหารใส่ปากตาก็จ้องดูคลิปรีวิวเกมส์จากเหล่าเกมส์เมอร์ การติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเกมส์ออกใหม่อยู่เสมอ เป็นสิ่งที่เขาทำเป็นประจำ

      ศศินานึกถึงรายการทีวีช่องหนึ่งที่เชิญพี่ชายเธอไปออกรายการทอล์คโชว์กับพิธีกรชื่อดังไม่นึกไม่ฝันว่า พี่ชายของเธอที่เเต่ก่อนเรียกได้ว่าไม่เคยคิดมากเรื่องอนาคต ไม่เคยคิดมากกับชีวิต จะกลายเป็นผู้ประสบความสำเร็จโดยมีหลักทรัพย์ระดับร้อยล้าน นึกไม่ถึงว่าพี่ชายเธอจะกล้าลงมือทำในสิ่งที่เรียกได้ว่า ห่างไกลจากเด็กหนุ่มติดเกมส์ในอดีตที่เคยเเต่ต้องขอเงินพ่อเเม่คนนั้น

"เชื่อเขาเลย พรุ่งนี้วันสิ้นปี ก็ยังทำงาน "

"เวลาทุกนาทีเปลี่ยนเป็นเงินเป็นทองได้"

      ถูกสอนกลับเสียเเล้ว ถ้าเป็นเมื่อก่อนได้ยินเขาพูดอะไรเเบบนี้เธอคงหัวเราะ เด็กสาวจ้องมองพี่ชายตัวเองที่ก้มหน้าก้มตากิน พลันเกริ่นเสียงอ่อยๆ

"พรุ่งนี้มีนัด"


      คนเป็นพี่ขมวดคิ้วมุ่น ตีหน้าขรึมลงทันที ถามกลับเสียงเข้มกว่าปกติ

"กับใคร ที่ไหน"

"เซเรสต้า มีเพื่อนเป็นลูกเจ้าของผับ พวกเรานัดจะไปเคาท์ดาวที่นั่น"

 "ไม่ไปได้มั้ยเราน่ะ"

"คราวนี้ปฏิเสธไม่ได้ เบี้ยวนัดเพื่อนมาหลายรอบเเล้ว"

      คนเป็นพี่ยังไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ พวกเขาใช้เวลากินอาหารที่เเม่ทำใส่กล่องมาให้ด้วยกัน พูดคุยกันสัพเพเหระตามประสาพี่น้อง ทุกๆเรื่องของพี่ เเละทุกๆเรื่องของน้อง ถูกเเชร์เเลกเปลี่ยนปรึกษาหารือกันอย่างที่เป็นมาเสมอ

      ตกเย็นศศินาขอตัวกลับไปก่อนเพราะปกรณ์ในที่สุดก็อนุญาติให้เธอไป ชายหนุ่มร่างท้วมนั่งทำงานต่อได้ไม่นาน ก็รู้สึกล้าจนต้องหลับตาลง จนรู้สึกอยากพักสายตาเสียบ้าง เเต่ขณะจะงีบหลับอีกรอบให้สมองเเจ่มใสขึ้น เสียงประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะอีกครั้ง

      เเละเมื่อเห็นว่าใครที่เปิดประตูเข้ามาอีกคนอย่างถือวิสาสะ หัวคิ้วของเขาก็กระตุกวูบ ปกรณ์นั้นเพียงหรี่ตาจับจ้อง คนที่ส่งยิ้มกวนๆตอบกลับมาให้ พีรวัส เพื่อนสนิทเเละหุ้นส่วนคนสำคัญ ผู้ร่วมก่อตั้งเรอาร์คซอร์ฟจนมีทุกวันนี้มาด้วยกัน หัวเรี่ยวหัวเเรงหลักที่ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่มากับเขายืนยิ้มหล่ออยู่ตรงนั้น หมอนี่ว่างงานหรือยังไงถึงขึ้นมากวนเขา

"อย่าเบี้ยวนะคืนนี้"

      มาถึงก็ไม่มีเรื่องสำคัญอะไรนักหรอก นอกจากย้ำเรื่องงานเลี้ยงฉลองวันเกิดตัวเอง วันขึ้นปีใหม่พอดี เขาจึงถือโอกาสเสนอข้อต่อรองเสียเลย

"ไอ้พี เปลี่ยนเป็นเซเรสต้าเเทนนะ โอเคมั้ย ไม่งั้นไม่ไป"

      คนฟังเลิกคิ้ว เพื่อนเขาเสนอชื่อผับเอง ปกติไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับที่เเบบนี้ รู้จักชื่อผับดังเสียด้วย
 
"ได้อยู่เเล้ว เเต่บอกได้มั้ยว่าทำไมเปลี่ยนกระทันหันวะ"

"จะตามไปคุมไอ้นาเเทนเเม่น่ะสิ เกิดอะไรขึ้นมาไม่อยากโดนเเม่บ่น"

"ไอ้พี่หวงน้อง"

  พีรวัสล้อเลียน ยังคงใช้สิ่งนี้มาหยอกเย้าเพื่อนผู้เอาการเอางานเเละจริงจังกับงานเสมอคนนี้

"เออ สิ มีอยู่คนเดียว"

     เขาไม่สนใจคำล้อเลียนของพีรวัส ยอมรับตามตรงว่าใช่ ในเมื่อครอบครัวที่เหลืออยู่ ไม่ว่าจะทั้งเเม่หรือน้องสาว เป็นสิ่งมีค่ายิ่งกว่าเงินทองที่หาได้ หากมีเงินมากเเต่ไร้เพื่อน ไร้คนที่ห่วงใยเราอย่างเเท้จริง ที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างเราในวันที่เราล้ม เงินนั้นมันก็ไม่สามารถจะสร้างความสุขจริงๆให้ได้เลย จากเรื่องในอดีตที่ผ่านมาจากที่ผ่านชีวิตในช่วงที่จิตตกที่สุดมาเเล้ว เขาได้เรียนรู้ว่า ไม่ว่าจะมีเงินทองเเละอำนาจมากเท่าไหร่ก็ไม่มีสิ่งใดจะมีค่ามากไปกว่าสายสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวเเละมิตรภาพจากเพื่อนสักคน สำหรับเขาของขวัญที่มีค่ายิ่งคือการยังหลงเหลือสิ่งเหล่านี้ ไม่ว่าจะต้องหักเหลงสู่จุดวิกฤตของชีวิตที่ลึกสักเท่าไร หรือเเม้จะต้องเผชิญมันกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ตาม

     หลังจากพีรวัสกลับไปปกรณ์ปล่อยใจไปกับงานจนเพลิน ยังคงทำงานต่อโดยไม่คิดจะหยุดพัก ทว่าในตอนนี้พนักงานกลับบ้านกันหมดเเล้วเพื่อเตรียมตัวสำหรับวันหยุดยาวที่เขาที่กำลังจะมาถึงรถของปกรณ์ขับเข้ามาจอดที่สถานบันเทิงตั้งเเต่สี่ทุ่ม เขาปลดปล่อยตัวเองไปกับการ
พูดคุยกับเพื่อนร่วมรุ่นตั้งเเต่สมัยเรียน จนเวลาล่วงเลยไปเกือบจะเที่ยงคืนในอีกไม่กี่นาที

   
    ผับเซเรสต้า ยังคงเป็นสถานที่ยอดนิยมของการมาเคาท์ดาวดังเช่นทุกปี เขาเพิ่งจะรู้จักที่นี่ก็เมื่อตอนที่น้องสาวเล่าให้ฟัง เขาห่างหายจากสถานที่เเบบนี้มานานเเล้ว หากไม่ใช่เพราะศศินาเขาคงไม่มา

    เขามองพีรวัสที่มีสาวๆล้อมหน้าล้อมหลังดังเช่นปกติ ยังไงหนุ่มร่างท้วมก็ไม่ได้เป็นที่สนใจของผู้หญิงอยู่เเล้ว เเตกต่างเพื่อนที่มีผู้หญิงเข้าหาไม่ขาดเพราะนอกจากจะหน้าตาดีเจ้าตัวยังมีมนุษยสัมพันธ์ดีเลิศ  เขาจับจ้องเพียงกลุ่มของศศินาที่กำลังสนใจกับคอนเสิตบนเวทีที่ทางเซเรสต้ากล่าวว่าจัดขึ้นอย่างสุดพิเศษกว่าทุกปี

     นักร้องหนุ่มรูปหล่อวงดังบนเวทีดูจะเป็นความสนใจเดียวของน้องสาวเขาในตอนนี้ เขาเหลือบดูนาฬิกาข้อมือ ใกล้เวลานับถอยหลังเข้าไปทุกทีเเล้ว ขณะที่บนเวทีเอง จอขนาดยักษ์ ก็กำลังสะท้อนตัวเลขห้าที่หยุดนิ่ง

     ช่วงเวลาไม่กี่นาทีก่อนการเคาท์ดาวเริ่มต้น ก็ได้มีการกล่าวอวยพรส่งท้ายในวันสิ้นสุดของปี  พร้อมกล่าวถึงเกมส์ชิงของรางวัลเเละปาร์ตี้สนุกสุดเหวี่ยงที่จะจัดขึ้นต่อจากนั้นทั้งคืน

    ในเวลานั้นความสนใจของทุกคนอยู่บนเวที ส่วนปกรณ์ขมวดคิ้วมุ่นอีกครา เขาคลาดสายตาไปนิดเดียว น้องสาวของเขากลืนหายไปกับฝูงชนอีกเเล้ว รอบกายของเขาพร่างพราวด้วยเเสงจากไฟเย็นที่ถูกจุดขึ้นอย่างละลานตา เขายิ่งมองหาศศินาได้ยากเย็นขึ้นไปอีก ตัวเลขบนจอยักษ์กำลังขยับนับถอยหลัง

       "5!!"

       "4!!"

       "3!!"

       "2!!"

       "1!!"

     เค้าลางเเห่งหายนะเริ่มต้นท่ามกลางท้องฟ้ายามราตรีที่กึกก้องไปทั่วด้วยเสียงตะโกนนับถอยหลังบ่งบอกการสิ้นสุดวันสุดท้ายของปี เเทบจะในทันทีที่เขาได้ยินเสียงพลุไฟถูกจุดทะยานขึ้นฟ้าจนส่องประกายหลากสีสัน ท่ามกลางม่านราตรีเเห่งการเฉลิมฉลอง       

     เซเรสต้า ผับดังย่านใจกลางเมืองที่ผู้คนหลายร้อยตั้งใจมากันคับคั่ง กำลังกลายเป็นอีกสถานที่นึงที่ได้จารึกโศกนาฏกรรมไว้อย่างยากจะลืม

  "เอ้า ชนเเก้ว!!"

     เเอลกอฮอลล์เย็นฉ่ำไหลผ่านลำคอ ของบุรุษหนุ่มร่างท้วม จากการคะยั้นคะยออย่างไม่ลดละของเหล่าเพื่อน ที่จริงในวันนี้เขาไม่ได้อยากมาเท่าไหร่นักอยากอยู่ฉลองที่บ้านกับครอบครัวมากกว่า เเต่ในวันนี้ก็เป็นวันเกิดของเพื่อนสนิทที่ร่วมฝ่าฟันธุรกิจร่วมกันมา รวมถึงยัยน้องสาวตัวดีเองก็มาเคาท์ดาวปีใหม่ที่นี่กับเพื่อนในมหาวิทยาลัยด้วย เเม่เองก็กำชับขอให้ตามคุมน้องสาวคนเดียว เพราะความเป็นห่วงจึทำให้เขาต้องตามติดเธออยู่เเบบนี้ล่ะ
           
    ปกรณ์นิ่งมองการเเสดงคอนเสิร์ตบนเวทีจากนักร้องนำคนเดิมที่ยังคงดำเนินต่อไปช่วงเวลานั้นเขาเองก็เริ่มเคลิ้มๆ เนื่องจากโดนบังคับดื่มไปหลายเเก้ว เขาเห็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆที่เเสงไฟจากสเปเชียลเอฟเฟคบนเวทีคอนเสิร์ตนั้นสว่างวาบจนผิดสังเกต   

    หลังจากนั้นตัวเขาเเละกลุ่มเพื่อนก็หันไปสนใจกับการร่วมกันจุดไฟเย็นเเละพลุกระดาษหลากสีสัน ชั่ววินาทีต่อจากนั้นความสนุกก็ปิดฉากลง เมื่อเสียงระเบิดดังเปรี้ยงคล้ายหม้อเเปลงไฟระเบิด เเละประกายที่ไม่ต่างจากดอกไม้ไฟก็เเล่นปะทุขึ้น

"อะไรวะ?!"

     เหล่านักท่องราตรีที่กำลังเพลิดเพลินสนุกสนานหันไปมองเป็นตาเดียวณ ตรงจุดที่ เเสงสว่างจ้าเป็นสีเเดงสุกสกาว ราวกับกองไฟที่ลุกพรึบขึ้น มันอยู่สูงขึ้นไปเหนือหัวพวกเขา เเต่คราวนี้มันดูต่างจากเเสงสเปเชียลเอ็ฟเฟ็คบนเวที เเละต่างจากเเสงไฟจากโคมเเชนเดอร์เลียร์ตกเเต่งด้าน
บนอย่างมาก

    สัมผัสเย็นเยียบเกิดขึ้นกับปกรณ์จนเเทบหยุดหายใจเมื่อ ประกายเพลิงพวยพุ่งลุกลามอย่างรวดเร็วเพียงพริบตา จนโครงสร้างด้านบนของผับดังกลายเป็นกรงเพลิงที่ล้อมคอกพวกเขาไว้ในชั่วไม่กี่นาที ต่อจากนั้นความโกลาหลก็เกิดขึ้น เมื่อทุกคนต่างต้องหนีตายเอาตัวรอด จากสะเก็ดเปลวเพลิงที่ตกลงมาเเละกลุ่มควันดำมรณะที่เเพร่กระจายไปทั่ว

    ความสับสนอลหม่านที่เกิดขึ้น ยังไม่รวมถึงคนจำนวนมากที่กำลังตรงไปที่เดียวกัน เหยียบกัน เบียดเสียดดันกันออกไปยังประตูทางออก
   
"ไอ้กรณ์ วิ่ง!! "

    บรรดาพวกเพื่อนของเขาตรงไปที่ทางออกกันเเล้วเเละพยายามที่จะดันตัวเองออกไปให้ได้ ในเวลานี้ไม่มีใครสนใจใครอีกต่อไป ขณะที่พีรวัสเพื่อนคนสนิทกระชากไหล่ของหนุ่มร่างอวบที่หันรีหันขวางมองหาน้องสาวตัวเองให้ออกไปด้วยกัน ทว่าชายหนุ่มกลับเเข็งขืนจากการเกาะกุม

"เเกออกไปก่อนไอ้นายังอยู่ข้างใน เเล้วก้ไม่ต้องตามมา!"

     เสี้ยวเวลาสั้นๆที่หันไปบอกพีรวัสด้วยเเววตาเเน่วนิ่งเด็ดขาด คนเป็นเพื่อนสนิทที่ลืมตัวไปว่าน้องสาวเพื่อนเองก็มาด้วยรู้สึกว่าหัวใจตนเองกระตุกวูบ รู้สึกหน่วงๆตรงก้อนเนื้อที่กำลังเต้นถี่รัวกลางอกอย่างน่าประหลาด เมื่อเห็นร่างท้วมๆ วิ่งหายไป เเม้ใจอยากจะตามไปเเค่ไหน เเต่เขารู้ดีว่าช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเเบบนี้ เป็นช่วงที่ปกรณ์จะหัวดื้อไม่ฟังใครที่สุด   เขาเลือกที่จะรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดเเล้วจะลองหาทางให้ทั้งคู่ออกมาได้จากทางออกอีกด้านเเทน

     ปกรณ์พุ่งตรงสวนทางไปยังทางด้านในที่ฝูงชนกำลังล้นทะลักกันออกมา ร่างของเขากำลังกลืนหายไปกับประกายสีเพลิงนั้นที่เขม่าควันไฟพวยพุ่งไม่หยุด

     ศศินาที่เพิ่งออกจากห้องน้ำด้านในได้ ก็รู้สึกถึงกลิ่นเหม็นไหม้อย่างรุนเเรง เเละควันไฟขุ่นคลัก ที่ทะลักออกมาจนบดบังทัศนวิสัย เธอเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าได้ในทันทีว่าสถานที่เเห่งนี้กำลังเกิดอะไรขึ้น

     หญิงสาวพยายามวิ่งฝ่าออกมาจากผู้คนที่เบียดเสียดกันข้างนอก เเต่ก็สู้เเรงจากกลุ่มคนเหล่านี้  จนเธอรู้สึกไม่ไหวไม่นึกว่า เพียงชั่วเวลาไม่นานทุกอย่างที่เคยเห็นว่าเป็นปกติดี จะกลายเป็นสถานที่คร่าชีวิตคน เธอเเทบจะหมดเเรง เเละสำลักกับควันพิษที่ต้องสูดดมเข้าไปเพราะต้องการไขว่คว้าหาออกซิเจน อากาศกำลังขาดหายไปเรื่อยๆถ้าเธออยู่ที่นี่ต่อ ไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตตนเองกำลังเฉียดใกล้ความตายเท่านี้มาก่อน

     เธอรีบคว้าโทรศัพท์ของตน เพิ่งพบว่าตัวเองไม่ได้เปิดเสียงไว้ สายเข้าเกือบเจ็ดสายดังต่อเนื่องจนถึงตอนนี้ หญิงสาวกดรับเมื่อรู้ว่าใครโทรมา เเล้วมีเสียงดังเเทรกขึ้นพร้อมกันในทันที

"พี่กร!!"

"ไอ้นาเเกอยู่ไหน!!"

     เสียงตะโกนกร้าวด้วยความร้อนรน ดังเเข่งกับเสียงหวีดร้องอันเเสนสับสนวุ่นวาย ทำให้หญิงสาวรับรู้ได้ว่า พี่ชายของเธอเองก็อยู่ที่นี่ด้วย

    เขาตามมาโดยไม่บอกเธองั้นเหรอ?

     กลายเป็นความห่วงกังวลยิ่งเพิ่มขึ้นกับเธอหลายเท่า ยิ่งกว่าห่วงความปลอดภัยในชีวิตตัวเอง ท่ามกลางความรู้สึกสิ้นหวังเเละเสียงของพี่ชายที่ได้ยินผ่านโทรศัพท์ สัมผัสหนักๆที่รั้งไหล่ของเธอนั้นคือข้อมืออวบหนาของพี่ชายร่างกายที่หอบเเฮกจนตัวสั่นคลอนของร่างท้วมๆกับเเววที่สะท้อนความห่วงหากระวนกระวายใจอย่างถึงที่สุดกำลังอยู่ตรงหน้าของเธอ

    ศศินามองรอบทุกทิศทางที่สับสนวุ่นวาย ตอนนี้ยากจะเเยกเเยะว่าทางใดเป็นทางใด พวกเธอต้องรอดออกไปด้วยกัน การหายใจเริ่มติดขัดจากการสูดดมควันพิษที่จะยิ่งทวีความหนาเเน่นมากขึ้นเรื่อยๆ

"พี่กรณ์ ทางออกด้านหน้าเราไปถึงไม่ได้เเน่ "

"ไปที่ทางหนีไฟ"

     ประกายตาของหนุ่มร่างท้วมยังคงเปี่ยมไปด้วยความหวัง พร้อมดิ้นรนไม่ยอมจนหนทาง

     เสียงดังครืนๆดึงความสนใจของทั้งคู่ขึ้นมองด้านบนทว่าควันสีเทาดำทึบหนักทำให้เธอมองไม่เห็นอะไรเลยว่าจุดใดที่กำลังจะเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น

     โครงสร้างด้านบนของอาคารที่ถูกเพลิงลุกไหม้อย่างหนักไม่สามารถรับน้ำหนักได้อีกต่อไป เเละเงาใหญ่ท่วมศีรษะสายหนึ่งนั้นมันกำลังพุ่งตรงมาทางเธอ รู้ตัวอีกทีเธอก็รู้สึกถึงเเรงกระเเทกอันหนักหน่วงที่ทำให้ตัวเองลงไปนอนกองกับพื้น ตัวเธอห่างออกจากจุดเดิมทียืนอยู่นั้นไม่มากนัก จนพอจะเห็นชัดว่าอะไรเป็นอะไร

      ราวกับฝันร้ายทั้งลืมตา เมื่อร่างที่นอนเเน่นิ่งไม่ไหวติงอยู่เเทน ณ ตำเเหน่งเดิมของเธอ คือปกรณ์ที่ร่างกายถูกกดทับด้วยคานเหล็กหนาหนักจนขยับไม่ได้ เขาพยายามเงยหน้าขึ้นมามองน้องสาวตัวเองอย่างยากลำบากเหลือเกินในตอนนี้ เเล้วยิ้มในเเบบที่ทุกครั้งเขามักจะบอกเธอว่า
มันไม่ได้เป็นอะไรร้ายเเรงสำหรับเขาเลย ศีรษะของเขาตกลงพร้อมร่างกายที่เเน่นิ่งไม่ไหวติงไปเเล้ว

      ชั่วเวลาที่หัวใจเธอเหมือนจะหยุดเต้น สติของเธอถูกกระชากหลุดออกไปอย่างง่ายดายจนไม่สนใจเเล้วว่าตนเองจะต้องหาทางออกไปจากนี่ให้ได้

     ลมหายใจของหญิงสาวเริ่มติดขัด เเละจิตใจเองก็รับไม่ได้กับสิ่งที่เห็นตรงหน้า  เมื่อครู่พี่ชายยังพูดคุย ยังสัมผัสเธออยู่เลย เส้นทางรอบด้านกลับกลายเป็นความมืดมิด อาจเพราะสมองของเธอยังไม่อยากรับรู้ภาพตรงหน้าเธอมองไม่เห็นอะไรอีกเลยนอกจากร่างกายตัวเองที่ถ่วงหนักจนเหมือนถูกตรึงเอาไว้ในความมืดไร้ที่สิ้นสุดพร้อมๆกับสติสัมปะชัญญะที่ค่อยๆหลุดลอยไป

     
      ●●●●°°°°°°°°●●●●●●●●●●°°°°°°°°°●●●●●

     อะไรต่างๆยังคงไม่ลงตัวเหมือนเดิมกับการเขียนของตัวเองค่ะ เเต่รู้เลยว่าถ้าเเก้มากไปกว่านี้คงไม่ได้โพสสักบทเเน่ๆ  ขอออกจากบทนำไปเริ่มบทที 1 ซะทีค่า เขียนในโทรศัพท์กับเเท็บเลตกำลังไล่เเก้บรรทัดทั้งหมด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 01, 2019, 01:13:25 AM โดย devina »

ธันย่า

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 100
  • ที่สุดของการเขียน คือการก้าวผ่านจุดเริ่มสู่จุดจบ
    • ดูรายละเอียด
Re: REBORN บทนำ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มีนาคม 17, 2019, 01:07:17 PM »
ฟ้อนเล็กไปค่า เพิ่มขนาดสักหน่อย14 - 16 ดีกว่าอ่านง่ายกว่าค่ะ // การเพิ่มก็ครอบตัวหนังสือทั้งหมดแล้วเลือกขนาดฟ้อนที่เมนูบนเวบได้เลย

devina

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 30
    • ดูรายละเอียด
Re: REBORN บทนำ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มีนาคม 18, 2019, 09:27:06 AM »
ขอบคุณค่ะเดียวจะเเก้ในคอมเน้อ