ผู้เขียน หัวข้อ: รักได้ไหม บทที่1 ร่มคันเดียว (2)  (อ่าน 11 ครั้ง)

มะยม

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 45
  • ที่สุดของการเขียนนิยาย คือการเอาชนะใจตัวเอง
    • ดูรายละเอียด
รักได้ไหม บทที่1 ร่มคันเดียว (2)
« เมื่อ: มีนาคม 15, 2019, 01:20:39 PM »
บทที่1 ร่มคันเดียว


เมื่อก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไปในห้องพักของแขก ชายหนุ่มก็ตรงไปที่สวิทช์ไฟกดเปิดเช็คทุกจุด ทุกดวงไฟก็พบว่ามันสว่างจ้าเป็นปกติ เขาถอนหายใจหันมามองน้ำอิง ที่ยืนมองมาอยู่ก่อนแล้ว

“คุณทำแบบนี้ทำไม”

“อิงอยากคุยกับคุณ”

“ทำแบบนี้คุณจะเสียหายตัวเองนะ”

“ไม่เป็นไร ก็บอกแล้วว่าอิงไม่ถือ”

“ไม่เป็นไร” ดินแดนพูดย้ำประโยคของดาราสาวราวกับกำลังประชด “แน่ใจเหรอที่พูดมา”

“แดน...”

ดินแดนมองหน้าดาราสาว อย่างคนที่รู้จักเธอดี ไม่ใช่เพราะน้ำอิงแคร์สังคม แคร์คนนอกหรอกหรือ เธอจึงได้มาขอเลิกกับเขาทั้งที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่หมาวิทยาลัยตั้งแต่ปีหนึ่งจนกระทั้งต่างคนต่างเรียนจบและออกมาหางานทำสร้างเนื้อสร้างตัว

แล้ววันนี้เธอมาทำอะไรที่นี่ จะมาปรากฏตัวให้คนในครอบครัวของเขาเห็นอีกทำไม

น้ำอิงเป็นดาราที่มีชื่อเสียง ส่วนเขาทำงานเป็นวิศวกรคุมการก่อสร้าง เป็นพนักงานบริษัทกินเงินเดือนต๊อกต๋อยของเด็กจบใหม่ที่ไม่ร่ำรวย และไม่ได้มีชื่อเสียงอะไร

ด้วยเหตุนี้เธอจึงเลิกรากับเขา เพราะเหตุผลที่ไร้เยื้อใยว่าอยากมีชีวิตที่อิสระ 

น้ำอิงทำหน้าเศร้า เธอรู้อยู่แล้วว่าต้องเจอแววตาที่หมางเมินของดินแดน แต่จะให้ทำยังไง พอบอกเลิกเขาไปแล้ว ก็กลับมารู้สึกว่าเธอยิ่งโหยหา ยิ่งห่างยิ่งรักและคิดถึง แต่ที่ขอเลิกไปตอนนั้นมันเป็นอารมณ์ชั่ววูบที่เธอไปแคร์สังคม แคร์หน้าตาชื่อเสียงที่มีมากเกินไป แต่พอยุติบทบาทคู่รักกับเขาแล้วน้ำอิงก็รู้ว่าเธอทำพลาดไป

ดินแดนเป็นผู้ชายที่ดี มีความรับผิดชอบ และที่สำคัญเขารักเธอเสมอต้นเสมอปลาย

“เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะแดน”

ชายหนุ่มขยับถอยออกเมื่อน้ำอิงเดินเข้ามาจะกอด

“สรุปว่าไฟใช้ได้ปกติ ผมไม่รบกวนแล้วครับขอตัว...”

“แดน...”

น้ำอิงเรียกชายหนุ่มที่พูดสรุปจบก็เดินหันหลังกลับออกไปอย่างไม่คิดจะหันมามอง หญิงสาวถอนหายใจยาว เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าการกลับมาง้อเขาครั้งนี้เธอจะทำมันสำเร็จ



หลังจากดินแดนกลับออกไปแล้ว น้ำอิงก็นั่งจมปลักอยู่บนเตียงฟังเสียงฝนตกพร่ำๆ อย่างเศร้าสร้อย สักพักโทรศัพท์มือถือที่วางไว้บนโต๊ะปลายเตียงก็ดังขึ้น หญิงสาวลุกไปหยิบโทรศัพท์ด้วยท่าทางเอื่อยๆ ที่ไม่เร่งรีบเพราะรู้อยู่แล้วว่าใครโทรมาหา กดรับสายแล้วย้อนกลับมานั่งบนเตียงเหมือนเดิม

‘อื่อ ว่าไง...’

‘ถึงแล้วก็ไม่คิดจะโทรมารายงานกันเลยนะยะ เป็นยังไงบ้างล่ะ’

‘ขอโทษที อิงถึงแล้วอย่างปลอดภัยไม่ต้องห่วง’

‘ไม่ใช่เรื่องนั้นย่ะ ฉันหมายถึงแดนเขาว่ายังไงบ้าง’ น้ำเสียงระรินถามอย่างกระตือรือร้น

น้ำอิงถอนหายใจ ‘ก็ไม่ว่าไง’

‘หมายความว่ายังไง อะไรที่ไม่ว่าไง เธออุตส่าห์โดดคิวถ่ายละครไปง้อเขาถึงที่เชียงคานเลยนะ แดนไม่ว่าอะไรเลยสักคำเหรอ’

‘อื่อ’

‘ไม่ใจอ่อนเลยเหรอ’

‘อื่อ’ คราวนี้ขอบตาสวยๆ เริ่มร้อนผ่าวกับคำถามของระรินเพื่อนสนิทที่ทำหน้าที่ผู้จัดการส่วนตัว

‘อิง...น้ำอิง แกเป็นอะไรหรือเปล่า แกโอเคไหม’

‘ฉันโอเค’

‘เออๆ ดีๆ แกอย่าเพิ่งคิดมากนะเว้ย...’

‘ขอบใจนะริน ฉันจะพยายามไม่คิดมาก จริงๆ แล้วความผิดพลาดทั้งหมดก็อยู่ที่ฉันคนเดียว’

‘เออๆ เรื่องนั้นช่างมันก่อน แล้วตอนนี้แดนเป็นยังไง ยังสบายดีใช่ไหม’

‘เขา...เขาดีมากเลยล่ะ’

‘ดี ดีมากของแกมันคืออะไร’

‘ก็เขาดูไม่เศร้าเท่าไหร่ ที่เลิกกับฉัน’

‘แดนอาจจะเก็บความรู้สึกอยู่ก็ได้ แกก็อย่าเพิ่งคิดอะไรไกล’

‘ฉันรักแดน ’

‘เอ่อ เรื่องนั้นฉันรู้แล้ว’

‘ฉันจะทำยังไงดีริน ฉันรักแดน’

น้ำเสียงของน้ำอิงคล่ำครวญ น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้ม ยิ่งนึกถึงการกระทำของตัวเอง ก็ยิ่งตอกย้ำความโง่เขลาที่มองไม่เห็นความดีของเขา ถึงได้กล้าขอเลิกทั้งที่ดินแดนไม่เคยทำอะไรผิด หนำซ้ำยังบอกเลิกอย่างไร้เยื้อใย ทั้งที่ตอนแรกดินแดนพยายามตามตื้อเพื่อปรับความเข้าใจกับเธออยู่หลายหน แต่คนที่ไม่ให้โอกาสตัวเองก็คือเธอ เธอไม่ยอมรับโอกาสนั้นของเขา แล้วจะกลับมาร้องขอเอาตอนนี้ มันจะสายเกินไปไหม

ดินแดนยังจะให้โอกาสนั้นกับเธออยู่อีกหรือเปล่า

น้ำอิงวางมือถือลงข้างตัวแล้วคว้าหมอนมานอนกอด ดวงตาคู่สวยเปียกชื้นเพราะน้ำตาที่ไหลไม่หยุด นึกโกรธตัวเอง ทำไมเธอจึงลืม...ลืมว่าตลอดเวลาที่คบกับเขา เขาดียังไง ....ดินแดนดูแลเธอดีแค่ไหน

น้ำอิงนอนขดตัวกอดหมอนร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างคนที่มีหัวใจปวดร้าว

เธอทำสิ่งที่ดีที่สุดหลุดมือ เขาคงไปจากเธอแล้วจริงๆ

‘ใจเย็นๆ ก่อนนะน้ำอิง...กลับมากรุงเทพฯ มาเคลียร์งานให้เรียบร้อยก่อน แล้วเราค่อยกลับไปที่นั่นใหม่เดี๋ยวฉันไปกับแกด้วย ฮัลโหลๆ น้ำอิง...อิง ยังฟังอยู่หรือเปล่า อิง...อิง’


จันดีอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกมาช่วยป้าแหวนในครัว กับข้าวส่วนใหญ่คุณลลนาจะสั่งป้าแหวนทำเอาไว้แล้ว หญิงสาวจึงยกออกมาวางบนจัดโต๊ะจัดจามชานจนเสร็จเรียบร้อย ก็เรียกทุกคน ดินแดนอาบน้ำเสร็จออกมาพอดี

ชายหนุ่มชะโงกหน้ามองอาหารบนโต๊ะ “ทำอะไรมากิน โอ้โห น่ากินทั้งนั้น” ขณะจันดีตักข้าวใส่จานให้

“ป้าแหวนทำ” เธอบอก

“ไม่ต้องบอกก็รู้ เธอทำอาหารเป็นหรือ”

“ก็เป็นนะคะ จันทำเป็นตั้งหลายอย่าง”

“เช่น” ชายหนุ่มถามยั่วคนทำกับข้าวไม่เก่ง

“ไข่เจียว ไข่ต้ม ไข่ตุ๋น ไข่กระทะ”

ดินแดนหัวเราะ “ฉันชักจะสงสารพ่อบ้านของจันซะแล้วสิกินแต่ไข่ๆๆ หน้าคงเป็นไข่สักวัน” พูดจบก็ทำหน้ากลมๆใส่จันดีที่ยื่นปากขยุบขยิบมาให้

“เถียงกันอีกแล้วสองคนนี้”


“คุณแดนนะสิคะ ดูถูกจัน เป็นแม่บ้านไม่เห็นจะยุ่งยากอะไรเลย กับข้าวมีชายเยอะแยะซื้อเอาก็ได้”

ลลนารับจานข้าวจานจากจันดี “แต่สำหรับลูกผู้หญิง เสน่ห์ปลายจวักยังไงมันก็ต้องมีเอาไว้บ้างนะจัน”

“ก็เมนูไข่ของจันไงคะ” ตอบพลางยิ้มแหยๆ ให้ประธานใหญ่ของบ้าน

“โอ๊ย...คุยกับจันแล้วฉันปวดหัว มาๆ กินข้าวดีกว่าอย่ามัวเถียงกัน ยายดาวมานั่งกับแม่” ลลนาเรียกลูกสาวที่กำลังรินน้ำใส่แก้วแจกทุกคน “จันไปเรียกป้าแหวนออกมากินข้าวเหอะ”

“ค่า” จันดีรับปากแล้วก็วิ่งหายเข้าไปในครัว

“แม่ละอ่อนใจจริงๆ เถียงกับจันไม่มีทางชนะได้หรอก” คนพูดทำหน้ายิ้ม

“ถ้าพี่จันไม่อยู่ เราจะเหงานะแม่”

“นั่นสิ นี่ก็ใกล้แล้วสินะ”

“จันจะไปไหนเหรอครับแม่” ดินแดนถามอย่างไม่เข้าใจ เขาไม่รู้เรื่องของจันดีนัก เพราะกลับจากกรุงเทพฯ ก็พบว่าจันดีอยู่กับแม่ที่นี่แล้ว

“พี่จันเขามาอยู่แค่ สามสี่เดือนนี้เท่านั้นแหละพี่แดน ไม่ได้อยู่กับเราตลอดหรอก” นับดาวบอกพี่ชาย

“อ้าว ทำไมละครับ จันไมได้เป็นคนงานของแม่หรอกหรือ?”

“เปล่าหรอก แดนเพิ่งมาเลยไม่รู้นะสิ แม่ไม่ได้จ้างจันดีหรอกนะ ก็มาอยู่ช่วยๆ กัน ทำงานแลกกับข้าวแลกที่พัก จันบอกว่าอยากใช้ชีวิตเรียบๆ ง่ายๆ แบบพวกเราบ้าง แม่ก็เลยชวนมาอยู่กับเราที่นี่ ก่อนจันกลับไปทำงานในกรุงเทพฯ น่ะ”

“โห...ไม่รู้จักกันแล้วทำไมแม่ไว้ใจให้เข้ามาอยู่ในบ้านล่ะครับ”

“จันเขาก็มีเหตุผลที่น่าฟัง อีกอย่างเขามีเอกสารส่วนตัวมาให้แม่ด้วย ดูแล้วไม่มีปัญหาอะไรหรอก”

“เอกสารอะไรเหรอครับ”

“ก็เหมือนเอกสารสมัครงานทั่วๆ ไปนั่นแหละ แม่ก็เลยรับไว้แบบความสบายใจของทั้งสองฝ่าย”

“เอกสาร เอามาตรวจสอบหรือยังมันของจริงหรือเปล่า”

“คิดมากน่า จันดีไม่ใช่พวกสิบแปดมงกุฎ ถ้าใช่ป่านนี้แม่หมดตัวไปแล้ว ส่วนเรื่องเอกสารแม่บอกรายละเอียดอะไรกับแดนไม่ได้หรอกมันเป็นเรื่องส่วนตัวของจัน ไม่ต้องห่วงถ้าเขาสร้างปัญหาอะไรแม่ก็เอาหลักฐานพวกนั้นมาจัดการได้ แต่ลูกก็เห็นนี่ว่าจันไม่ได้มีพิษมีภัย ดีเสียอีกมีจันอยู่ด้วยแม่หายเหงาไปเยอะเลย”

“หายเหงาก็ดีแล้วครับ อย่าลืมหน้าลูกตัวเองก็พอ”  ดินแดนแกล้งประชด เพราะนับวันแม่จะรักและยกย่องจันดีจนเขานึกว่าเธอเป็นลูกสาวของแม่อีกคน ดินแดนหยุดพูดเรื่องของจันดีเมื่อเธอเดินถือหม้อใบเล็กๆ มากับป้าแหวน

“ยกอะไรมาอีกหรือจัน”

“ป้าเห็นฟักทองหลังบ้านกำลังแก่ได้ที่ก็เลยแบ่งเอามาทำขนมค่ะคุณนา” ป้าแหวนตอนแทนจันดีที่ถือหม้อบวชฟักทองไปวางบนโต๊ะข้างๆ กัน

“เธอชอบกินไข่ใช่ไหม นี่ไข่เจียว” ดินแดนตักไข่เจียวใส่จานข้าวของจันดี

“ไม่ต้องค่ะ จันตักเอง” จันดีกัดฟันบอกกับชายหนุ่ม ถลึงตาใส่เขาเมื่อเห็นว่าลลนากำลังเผลอ แต่เธอก็ไม่ติดใจอะไรเพราะรู้ว่าเขากำลังแกล้ง

“นี่เจ้าแดน” ลลนาเรียกลูกชาย “เดี๋ยวเถอะ เล่นเป็นเด็ก”

“จริงด้วยค่ะ พี่แดนนี่...เมื่อหัวค่ำก็ทำตัวเป็นเด็กเหมือนกัน” นับดาวเสริม

“พอๆ หยุดเลยยายดาวอย่าเอาเรื่องรกสมองมาคุยที่โต๊ะอาหาร”

“หยุดทั้งสามคนนั่นแหละ แม่เลี้ยงลูกมาตั้งหลายปีแล้วไม่โตกันบ้างเลยหรือ”

ดินแดนหันมายิ้มแหยๆ “ขอโทษครับแม่” ก่อนตักข้าวใส่ปากอย่างรีบๆ เพราะมีงานค้างที่ต้องสะสางให้เสร็จๆ ในคืนนี้

หญิงสาวลอบมองคนในครอบครัว ‘ดินแดนนับดาว’ ระหว่างร่วมรับประทานอาหาร เธอรับรู้ถึงความอบอุ่นของครอบครัวนี้ คุณลลนา เป็นหญิงหม้ายวัยห้าสิบที่ยังคงสง่างามและใจดี จึงไม่แปลกที่ลูกๆ ของนางจะอารมณ์ดีขี้เล่น ตั้งแต่ได้เข้ามาใกล้ชิดกับครอบครัวนี้ ก็รับรู้ว่าเลยว่าเสน่ห์ของคนบ้านนี้ คือความอ่อนโยนและจิตใจที่งดงามเหมือนแม่

มันเป็นความโชคดีของเธอที่ได้มารู้จักกับพวกเขา ทั้งที่อยู่ห่างกันคนละขั้ว

กินข้าวเสร็จเธอกับนับดาวก็ช่วยกันเก็บจานชามไปล้าง ป้าแหวนกลับบ้านไปแล้ว คุณลลนานั่งตรวจบัญชีเหมือนทุกวันก่อนปิดร้าน ส่วนดินแดนกินข้าวเสร็จเขาก็กลับเข้าห้องเห็นบอกว่ามีงานด่วนที่ต้องสะสาง

เธอไม่ค่อยรู้หรอกว่าวันๆ เขาทำอะไรบ้าง มีแต่คุณลลนาและนับดาวเล่าให้ฟังว่าเขาจงวิศวกรโยธารับงานเป็นฟรีแลนซ์ควบคู่กับดูแลงานก่อสร้างของที่บ้าน

จันดียกจานที่ล้างและคว่ำเอาไว้ตั้งแต่ก่อนกินข้าวที่หลังร้านเข้ามาในครัวเพื่อเช็ดและเก็บเข้าตู้

“แม่บอกว่าพี่จันใกล้จะกลับไปทำงานแล้วเหรอคะ” นับดาวเดินไปหยิบผ้าสะอาดมาเช็ดจานที่จันดีขนเข้ามาวางหน้าตู้เก็บ

“อื่อ”

“แล้วพี่จะกลับมาที่นี่อีกไหม”

“ยังไม่รู้เลย”

“อ้าว หายไปเลยไม่ได้นะจัน ดาวโกรธจริงๆ ด้วย”

จันดีหันมายิ้มให้เด็กสาว “พี่อาจมีงานยุ่งๆ น่ะ แต่ถ้ามาได้พี่ก็จะมายังไม่รับปากก็แล้วกันนะ”

“ไม่ได้ค่ะ ยุ่งแค่ไหนพี่จันก็ต้องหาเวลากลับมาหาพวกเราที่นี่บ้าง ถ้าพี่จันหายไปเลยแม่คงจะเหงา คงจะคิดถึงรวมทั้งดาว ป้าแหวน ลุงสุข พี่ตีม่อง แล้วก็พี่...”

“โอ๊ยๆๆๆ อย่าเพิ่งค่ะน้องดาวอย่าเหมารวม คงไม่ทุกคนหรอก” จันดีรีบเบรกนับดาว ไม่อยากให้เด็กสาวพูดเกินจริง

“ดาวพูดจริงๆ ทุกคนต้องคิดถึงพี่จัน”

“เอาเป็นว่าถ้าน้องดาวเข้าไปเรียนในกรุงเทพฯ แล้วพี่จะแวะไปหาดีไหมคะ”

นับดาวเข้ามาเกาะแขนหญิงสาวเขย่าอย่างลืมตัว “จริงนะคะพี่จัน แล้วช่วยพาจันเที่ยวด้วยนะ”

“เรื่องเที่ยวเอาไว้ก่อน ดาวต้องเอาเกรดมาให้พี่ดูแล้วค่อยคุยเรื่องเที่ยวอีกทีดีไหม”

“โธ่พี่จันอะ ทำตัวเป็นพี่แดนสองอีกละ”

จันดียิ้มให้นับดาว เก็บจานเข้าตู้เรียบร้อยก็เดินไปปิดประตูครัวด้านหลังให้เหลือทางเข้าออกแค่จากหน้าร้านด้านเดียว จากนั้นก็เดินออกจากห้องครัวย้อนมาที่หน้าร้าน หญิงสาวยืนยิ้มขณะมองนับดาวที่กระโดดโลดเต้นออกจากครัวตรงไปกอดแม่ ภาพสองแม่ลูกที่โผกอดราวหายหน้ากันไปนานทำให้คนยืมมองน้ำตาซึมเพราะคิดถึงวันที่ต้องไปจากที่นี่

“พี่ก็คงคิดถึงที่นี่มากเหมือนกัน”


ดินแดนหลบอยู่ตรงมุมมืด เขายืนมองหญิงสาวที่ถอดผ้ากันเปื้อนใส่ตะกร้าสำหรับเตรียมไว้ซักในวันรุ่งขึ้น ดวงหน้าเรียวเล็กแหงนมองนาฬิกาที่ผนังก่อนเดินไปเข้าไปในเคาน์เตอร์เก็บของบนเคาน์เตอร์จัดจนเป็นระเบียบแล้วก็ออกไปปิดหน้าต่างแล้วมาดึงประตูบานเฟี้ยมที่หน้าร้านปิดจนสนิท ก่อนจะไปสมทบกับแม่และนับดาวที่กำลังง่วนกับตัวเลขและรายชื่อลูกค้าที่จองห้องพัก เขาเห็นเธอหยิบสมุดรายชื่อแขกมาดู จดอะไรยิกๆ ใส่ไปในนั้นไม่นานนักก็ยื่นคืนให้แม่

ดินแดนจับตามองการกระทำของจันดี ตั้งแต่เธอพูดคุยกับนับดาวอยู่ในครัว กระทั่งออกมาจัดการงานในร้านแทนแม่จนเสร็จสรรพด้วยความสนใจ 

หลังจากเลิกรากับน้ำอิงชายหนุ่มก็ตัดสินใจกลับบ้าน เขารู้จักจันดีได้เพียงสองเดือนเศษ แต่เพิ่งรู้จากแม่เมื่อครู่ว่าจันดีมาช่วยงานแม่เฉยๆ และสักวันเธอก็ต้องไปจากที่นี่ การมาของจันดีทำให้เขาสนใจและอยากรู้ ว่าอะไรทำให้เธอเลือกที่จะมาอยู่กับแม่ และยังช่วยงานสารพัดราวคนงานอย่างนี้

คนร่างสูงเดินฝ่าความมืดกลับไปที่ห้องนอนตัวเองเมื่อสามสาวต่างวัยต่างลุกไปช่วยกันปิดไฟในร้านจนหมดแล้วแยกย้ายเข้าห้องใครห้องมัน










ฝากนิยายแนวรักโรแมนติกไว้สักเรื่องนะคะ ติติงได้ค่าาา ขอบคุณล่วงหน้าด้วยค่ะ





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 16, 2019, 07:35:04 PM โดย มะยม »