ผู้เขียน หัวข้อ: ป้อมสกุลถัง : กุ้งเหนือภมร บทที่ 1.  (อ่าน 27 ครั้ง)

ไอวินทร์

  • นักข่าว
  • Full Member
  • *
  • กระทู้: 240
    • ดูรายละเอียด
ป้อมสกุลถัง : กุ้งเหนือภมร บทที่ 1.
« เมื่อ: มีนาคม 29, 2019, 03:54:56 PM »
แนว รวมๆ ก็ ไม่เชิงคอมเมดี้ซะหมด  ::)
ข้ามมิติ ย้อนยุคโบราณ พระเอกร้ายเกือบเลวนิดนุง ฮ่าๆ

ป้อมสกุลถัง : กุ้งเหนือภมร


บทที่ 1. 

ชีวิตของคนติดนิยายออนไลน์ คือ การรีเฟรชหรือกด F5 เธอก็เป็นหนึ่งในนั้นและเป็นเกือบทุกวัน ๆ ละสามเวลา
มีความลุ้นตอนใหม่จนรู้สึกเหมือนคนมีอาการทางจิต พอเห็นผู้แต่งนิยายโพสตอนใหม่ก็เกิดอาการซาบซึ้งปลื้มปริ่มยิ้มคนเดียว
แต่ถ้าไม่มีการอัพเดตก็ได้แต่ถอนหายใจ เศร้าซึมเล็กน้อยมั้ง เธอบ่นจนเพื่อนรำคาญแค่นั้นเอง และมีนิยายแนวจีนย้อนยุคเรื่องหนึ่ง
‘หงส์เหนือมังกร’ ที่ผู้แต่งอาศัยอยู่ที่ประเทศนั้นเพื่อเรียนหนังสือ จู่ๆ เกิดมีธุระสำคัญ ทำให้ไม่สามารถแต่งนิยายต่อ ขอพักชั่วคราว

    หลังจากหายไปสักพักใหญ่ กลับมาอีกครั้ง ผู้แต่งนิยายก็ยังไม่สามารถสานต่อเรื่องราวได้จนจบ เธอเข้าใจว่าการสูญเสียผู้เป็นที่รักย่อมสะเทือนใจและมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิต เธอรู้สึกเป็นห่วงแต่ไม่อาจทำอะไรได้มากเพราะไม่นานนิยายเรื่องนั้นก็ลบหายไป ยิ่งทำให้เธอรู้สึกติดค้างในใจ นิยายเรื่องนี้เป็นแนวจีนโบราณย้อนยุคที่เธอเริ่มติดตามครั้งแรก หลังจากที่เริ่มเบื่อหมวดรักซึ้งกินใจ

      แต่ว่าไม่ต้องใจดีส่งเธอมาอยู่ในนิยายเรื่องนั้นก็ได้ ให้มากำกับชีวิตคนอื่นต่อมันไม่สนุกหรอกนะ สามีก็สามีคนอื่นความจริงข้อนี้เธอรู้อยู่แก่ใจ การสวมบทบาทคนอื่นไม่มีทางใช้ชีวิตในแบบตัวเองได้หรอก เพื่อประคับประคองนิยายให้ดำเนินไป เธอจะไหลตามน้ำไป พยายามทำตัวเป็นกลางให้มากที่สุด ไม่อยากทำลายเนื้อหานิยายที่ชอบให้เละเทะ หวังว่านี่จะเป็นการกระทำที่ถูกต้อง

       การแต่งงานโดยไม่เต็มใจและมีฝ่ายหนึ่งเกลียดชังอีกฝ่ายถึงขนาด ‘ฆ่าได้ฆ่า’ จะเป็นชีวิตคู่แบบไหนกัน

       “ฮูหยินน้อยคุณชายให้ไปพบ”
สาวใช้ที่ได้รับการอบรมมาดียืนตะโกนบอกเธออยู่หน้าห้อง โชคดีที่เธอมาโผล่ในนิยายในวันรุ่งขึ้น หลังจากผ่านพิธีแต่งงานมาเรียบร้อย คืนเข้าหอน่ะเหรอ เจ้าบ่าวเจ้าสาวต่างอยู่ในห้องพักของใครของมัน และไม่มีผู้อาวุโสทัดทานความไม่เหมาะสมสักคน

เธอรู้ดีว่า นางเอกเรื่องนี้เป็นที่รังเกียจของคนในป้อมสกุลถัง ถึงกับมีชื่อเรียกพิเศษต่างหาก เธอเปิดประตูแล้วเดินตามสาวใช้ไป เธอรู้สึกหดหู่เพราะจำได้ลาง ๆ ว่า ฉากต่อไปนี้นางเอกได้รับการหยามศักดิ์ศรีแค่ไหน เธอรอสาวใช้เปิดประตูแล้วเดินเข้าไปภายในห้อง ประตูห้องเปิดทิ้งไว้ทั้งสองบานทำอย่างกับว่า ถ้าปิดประตู คุณนางเอกจะปล้ำสามีตัวเองทันทีที่มีโอกาสอยู่กันสองต่อสอง ถ้าจำไม่ผิดคงกล้วว่าพอสะใภ้ใหญ่ซึ่งคือเจ้าของร่างนี้ท้องขึ้นมา แล้วเป็นเด็กผู้ชายจะยึดป้อมของตระกูลล่ะมั้ง หัวโบราณ!

“สามี”
เธอรู้สึกแปลกใจในน้ำเสียงของร่างนี้ช่างหวานใสน่าฟังเหลือเกิน และรู้โดยอัตโนมัติว่าควรใช้คำพูดแบบไหน

เธอเรียกผู้ชายที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ สวมใส่ชุดสีดำเรียบ ๆ ไม่ได้จัดทรงผมแต่อย่างใด ปล่อยเส้นผมยาวสยายอย่างกับผีจูออน
หน้าก็ซีด ๆ ขาว ๆ เสียด้วย

“ใครใช้ให้เจ้าเรียกข้าว่าสามี” น้ำเสียงไม่พอใจมาก่อนเลย

“ภรรยาไม่ทราบว่าจะเรียกท่านเช่นไร”

“เรียกข้าว่านายท่าน”

เธอรู้ดีต่อให้พูดดีกับเขาแค่ไหน คนมันเกลียดแค่หายใจก็ผิดแล้ว และที่สำคัญเขาตาบอด เพราะโดนพิษอะไรสักอย่างนี่แหล่ะ ถ้าไม่ได้นางเอกช่วยเอาไว้เขาคงไปท่องปรโลกนานแล้ว แต่บางทีการมีชีวิตอาจเป็นเรื่องทรมานสำหรับเขาก็ได้ เธอก็เห็นใจนะ แต่ผู้ชายคนนี้โมโหร้ายมาก ฉุนเฉียวแทบจะตลอดเวลา แค่ต้นเรื่องก็อาละวาดใส่นางเอกไปไม่รู้เท่าไหร่

“นายท่านมีสิ่งใดต้องการสนทนากับข้าหรือ”

“ข้าขอเตือนเจ้า ที่นี้ป้อมสกุลถัง หากใครคิดทรยศล่ะก็ไม่ได้ตายดีแน่ ถ้าเจ้ามีแผนการชั่วร้ายก็จงตรองดูให้ดีว่าสตรีไร้ค่าเช่นเจ้าจะมีจุดจบเช่นไร ก่อนตายข้าจะส่งเจ้าไปที่สำนักโคมเขียว ให้เจ้าอยู่ไม่สู้ตาย ทนทุกข์ทรมานจนกว่าเจ้าจะสิ้นลมหายใจ”
ขู่เก่ง ตกลงนี่มันพระเอกหรือผู้ร้ายกันแน่ หน้าตาดีแต่นิสัยแย่

“นายท่านหากข้ามีบุตรไว้สืบสกุลสักคน ข้าย่อมพอใจแล้ว”

“ข้าจะไม่เข้าหอกับเจ้า และเจ้าไม่มีสิทธิ์ต่อรอง” ยิ่งพูดเสียงเขายิ่งดัง

“ท่านไม่คิดว่าจะเกิดการเข้าห้องผิดบ้างหรือ” บางทีเธอก็อดต่อปากต่อคำไม่ได้ ทั้งที่รู้ว่าเสียเปรียบ แต่จะรังเกียจอะไรนักหนา

“เจ้าคิดต่ำช้า กล้าวางยาข้าหรือ สตรีที่ข้าจะมอบเชื้อสายของตระกูลให้ย่อมไม่มีทางเป็นเจ้า
และหากมีสิ่งใดผิดพลาด ทั้งเด็กนั้นและเจ้าต้องตายสถานเดียว สตรีจิตใจโสมมไม่ต่างกับอาจม”

“นายท่านมีความคิดโหดร้ายเช่นนี้ บาปกรรมจะส่งผลให้ตาของท่านอาจรักษาไม่หายก็ได้นะ”

            “หากกำจัดนางมารที่เป็นภัยต่อยุทธภพได้ ข้าขอเสียสละตนเอง”
เธอถอนหายใจกับคนบางคนมันก็เกินเยียวยา โง่ซ้ำโง่ซาก โดยเฉพาะบทพระเอก ไม่ใช้สมองก่อนจะพูดอะไรออกมา ฐานะชาติตระกูลของร่างนี้ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าป้อมสกุลถังของเขา เผลอ ๆ อาจแข็งแกร่งและมั่งคั่งกว่าป้อมเล็ก ๆ ของเขาเสียอีก ในนิยายไม่ค่อยได้กล่าวถึงครอบครัวนางเอกมากนัก เธอเลยไม่รู้ตื้นลึกหนาบางอะไร

   “ถ้าเช่นนั้นก็เสียสละเข้าหอกับข้าสักคืนหนึ่ง แล้วปล่อยให้สวรรค์ลิขิตว่าข้าจะให้กำเนิดบุตรหรือไม่ จากนั้นต่างคนต่างอยู่ ข้อเสนอนี้ไม่ได้ยากเย็นจนเกินไป ตระกูลของข้าคงไม่พอใจแน่ถ้ารู้ว่าท่านต่อต้านการแต่งงานในครั้งนี้”

“นางมาร! อย่าคิดว่าแต่งเข้ามาเป็นฮูหยินของข้าแล้วจะทำสิ่งใดตามใจชอบได้ ข้าไม่สนตระกูลของเจ้าจะยิ่งใหญ่มาจากไหน ไสหัวออกไปซะ”

กระแสลมสายหนึ่งพุ่งมาปะทะร่างกายเธอ จนตัวเธอกระเด็นไปกระแทกข้างฝา ความปวดร้าวเกิดขึ้นภายใน
เกิดปั่นป่วนและกระอั่กออกมาเป็นเลือดคำหนึ่ง เธอยกหลังมือเช็ดที่คาง ไอ้เลว ดูเหมือนเธอต้องดำเนินเรื่องราวตามต้นฉบับเสียก่อนสินะ

เหตุการณ์เดิมของนิยายเรื่องนี้มีไม่กี่ตอน ฉากสุดท้ายที่คนแต่งนิยายโพสคือ พระเอกเรียกนางเอกไปช่วยอาบน้ำ เพราะเป็นคำสั่งของผู้นำตระกูลหรือไงนี่แหล่ะ เธอพยุงร่างตัวเองเดินออกไป ฉากนั้นจะเป็นฉากหวานก็เรียกไม่ได้เต็มปาก ใกล้ชิดแต่ถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม ทั้งกดขี่ทางเพศ ผู้ชายสไตล์นี้กำลังฮิตในช่วงห้าปีก่อนหรือไงนะ หรือจริง ๆ มีเบื้องหลังตัวละครที่เธอไม่รู้เช่นกัน
แต่ถ้าร้ายกับนางเอกมาเกือบทั้งเรื่องแล้วไปทำดีตอนใกล้จบ เธอรับไม่ได้อย่างแรง ทีกับนางอิจฉาล่ะก็ใจดีเหลือเกินแล้วพอความจริงเปิดเผย
 ใช้ห้านาทีแสดงความร้ายกาจใส่ ความทุกข์ทรมานมันเทียบกันได้หรือเปล่า ช่างเถอะ ๆ




ในที่สุดเธอก็หอบร่างที่บอบช้ำเข้ามาอยู่ในห้องได้สำเร็จ ความทรงจำในร่างนี้แทบไม่มีอะไรเลย
รวมทั้งเธอไม่รู้ว่านิสัยที่แท้จริงของนางเอกเรื่องนี้ด้วย จะให้เป็นตัวนำก็ควรมอบบทละครให้เธออ่านสักหน่อย
อย่างน้อยตอนนี้ สกิลพูด อ่าน เขียน ก็ไม่มีปัญหาอะไร เธอเข้าใจความหมายและรู้ว่าต้องลากเส้นคัดอักษรแบบไหน

   ปัญหาการบาดเจ็บคงต้องเร่งแก้ไขก่อน ดูจากเรตติ้งความชื่นชอบแล้วจะให้เธอเดินไปบอกให้ตามหมอคงไม่มีใครใส่ใจ เธอไม่รู้แน่ชัดว่านางเอกเป็นหมอหรือเปล่า หรือปรุงยาได้อย่างเดียว เท่าที่จำได้คือนางเอกปรุงยาเสียเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นจัดการค้นตามเสื้อผ้าได้ขวดยามาสามสี่ขวด เป็นขวดสีขาว ฝาจุกทำจากผ้า เธอดึงออกมาแล้วสูดดมกลิ่นทีละขวด เธอไม่รู้เรื่องอะไรเลย ถ้าเกิดเป็นยาพิษล่ะ เพราะพระเอกชอบเรียกนางเอกแต่นางมารตลอด รายละเอียดในนิยายเธอก็ลืมไปแทบหมดแล้วด้วย

   คงต้องใช้สัญชาติญาณในการเลือกยา เธอชี้นิ้วไล่ไปทีละขวดพร้อมกับร้อง

   “ฉัน..จะพาเธอลอย ล่องลอยไปในอวกาศ”
อาจไม่ถูกต้องนักที่ใช้วิธีนี้ บาดเจ็บแล้วยังจะมีอารมณ์รื่นเริงร้องเพลง ใช่ บางสถานการณ์มักมีอะไรขัดแย้งกัน ขบขันบางอย่างจนน้ำตาไหล
คลิปสี่สหายของHRKก็เป็นหนึ่งในนั้น เธอไม่ได้หัวเราะแบบนั้นมานานมากแล้ว เลยอยากเก็บความรู้สึกดี ๆ และกำลังใจไว้ให้นานที่สุด
ก่อนที่คนใจร้ายพวกนี้จะพรากมันไป

   ขวดที่สาม

   เธอเทยาออกมาเม็ดหนึ่งแล้วรวบรวมกำลังใจอีกที เอาว่ะ นางมารตายด้วยยาตัวเองก็สมควรภูมิใจ ยาได้ผลจริง ไม่รู้ว่าต้องใช้ระยะเวลาเท่าไหร่กว่าจะออกฤทธิ์
ตอนนี้คงมีเวลาสำรวจห้องนี้สักที ห้องพักไม่ได้กว้างมากนัก นี่มันเหมาะสมกับตำแหน่งฮูหยินน้อยแล้วเหรอ ของใช้ส่วนตัว สินเดิม รวมถึงคนรับใช้ส่วนตัวจากบ้านเดิมล่ะ อยู่ที่ไหน เธอจะได้รู้จักนางเอกคนนี้มากขึ้น กวาดสายตาไปรอบห้องพบกับความว่างเปล่าไม่เจอใคร เธอนึกออกแล้วนางเอกแทบโดนตัดขาดจากครอบครัวไม่ให้เอาสาวใช้มาด้วย อะไรจะหัวเดียวกระเทียมลีบขนาดนี้
แต่ก็ดีเธอจะได้ไม่ต้องระวังตัว ให้สาวใช้นึกสงสัยว่าทำไมคุณหนูถึงได้ทำตัวประหลาดเหลือเกิน ข้อเสียก็คือไม่มีผู้ช่วยที่ไว้ใจได้ บางทีเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนับตั้งแต่เธอไปเจอสามีจูออน  เป็นแค่จินตนาการเท่านั้นเอง เกิดจากความคิดคำนึงถึงนิยายเรื่องหนึ่งนานเกินไป

เวลาผ่านไปอีกพักใหญ่ เธอยังไม่ได้แตะต้องอาหารเลยสักมื้อเลยไม่รู้เป็นเวลากี่โมงกี่ยามแล้ว ค้นหีบใส่เสื้อผ้าของนางเอกก็ไม่รู้อะไรมากไปกว่าเดิม เสื้อผ้าสีสันและรูปแบบคล้ายที่เธอกำลังใส่แต่อยู่ค่อนข้างเรียบง่ายเกินไปหน่อย สีแดงเลือดหมูแม้แต่เสื้อชั้นในสุดก็ยังสีเดียวกัน หรือที่โดนเรียกว่านางมารเป็นเพราะสีเสื้อผ้า ตลก!

ไม่สิ ได้รู้ว่านางเอกเป็นคนไม่ชอบแต่งตัว เธอเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง แล้วหยิบกระจกทองเหลืองขยับไปมา คิ้วเรียวได้รูป ดวงตาไม่เล็กหรือใหญ่ จมูกเป็นสัน ริมฝีปากอวบอิ่ม รวมแล้วเป็นใบหน้าของเด็กสาวที่น่าเอ็นดู รูปหน้ายังมีเค้าของเด็กผู้หญิง คงจะราว ๆ สิบห้าสิบหกปี
นั่งอย่างไม่มีอะไรทำจนเบื่อก็มีเสียงสาวใช้มาตะโกนหน้าห้องอีกแล้ว

“ฮูหยินน้อย นายท่านใหญ่และฮูหยินเชิญท่านไปดื่มน้ำชาที่ศาลาริมน้ำ”
พบพ่อแม่สามีอย่างนั้นเหรอ เธอถอนหายใจ ไม่รู้ที่นี้คือดงเสือดงจระเข้หรือเปล่าเธอเพิ่งไปเจอตัวลูกมา

เธอก้าวขาออกจากห้องแล้วเดินตามสาวใช้โดยไม่ได้พูดอะไร วันแรกก็เจอรับน้องโหดเลือดตกยางออกไปแล้ว คงไม่มีอะไรหนักไปกว่านี้สินะ ความกังวลใจทำให้เธอไม่มีแก่ใจไปชื่นชมทัศนียภาพ สระน้ำกว้างทีเดียว มีทางเดินไปที่ศาลาใหญ่ คนสามารถเข้าไปนั่งพร้อมกันได้นับสิบ
สงสัยเอาไว้เป็นที่กินข้าวเปลี่ยนบรรยากาศ

มีสาวใช้ยืนถือถาดน้ำชารอเธออยู่ แต่มีสองถ้วย ให้เธอเป็นคนยกน้ำชาให้เหรอ ธรรมเนียมหลังแต่งงานแบบโบราณเธอก็ไม่ค่อยแน่ใจ
แต่เคยอ่านจากในนิยายและตามจริงต้องยกพร้อมกับสามีไม่ใช่เหรอ หรือเพราะสามีตาบอดไม่สะดวกเดินมา
พวกเขาเลยให้เธอยกน้ำชาคนเดียว จุดประสงค์ที่แท้จริงคือการข่มขู่เธอเหมือนกับที่ลูกชายทำก็ได้
หลังจากกทำการยกน้ำชาตามพิธีการไปแบบงู ๆ ปลา ๆ เธอก็ได้ยินเสียงแม่สามีเอ่ยขึ้น

“นั่งสิฮัวเอ๋อร์ มีขนมที่เจ้าชอบด้วย ข้าให้แม่ครัวเตรียมไว้ให้เจ้า”
ผู้หญิงวัยกลางคนที่ท่าท่างอ่อนโยน ใบหน้าคล้ายกับลูกชาย เลื่อนจานขนมมาตรงหน้าเธอ และสาวใช้รินน้ำชามาให้เธออย่างรู้งาน

“ขอบคุณท่านแม่สามี”
เธอยื่นมือไปหยิบขนม ก่อนจะส่งเข้าปากกลิ่นบางอย่างแตะจมูก เธอก็ไม่รู้ว่ารู้ได้อย่างไรคงเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างนี้
ขนมคงจะมีปัญหาสินะ ความรู้สึกบอกให้รู้ว่าไม่ใช่ยาพิษและฝีมือคนวางยากระจอกมาก
ถ้าเธอเดาไม่ผิดคงเป็นพวกยาถ่ายและมันทำอะไรเธอไม่ได้

มีผู้หญิงอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ ยืนอยู่ด้านหลังแม่สามีใส่ชุดสีชมพู่อ่อนชายผ้าพลิ้วไหวไปตามสายลมราวกับเทพธิดาน้อย สำหรับนางอิจฉาของเรื่องเธอไม่ลืมแน่นอน เป็นญาติห่าง ๆ หลานสาวกำพร้าของแม่สามี ที่เติบโตอยู่ที่นี้ตั้งแต่เด็ก และแม่สามีหมายมั่นตำแหน่งภรรยาเอกเอาไว้ให้ เธอกัดขนมพร้อมทั้งเหลือบตามมองนางอิจฉาเบอร์หนึ่ง มือแทบจะฉีกผ้าเช็ดหน้าขาดออกจากกันแล้ว
น่าสงสารผู้หญิงยุคโบราณในหัวสมองต้องคิดหาวิธีจับผู้ชาย เพื่อเกาะสามีเพื่อความอยู่รอด

“ฮัวเอ๋อร์ เจ้ามีสิ่งใดไม่คุ้นเคยหรือสงสัยก็สอบถามจากทุกคนในจวนได้ ป้อมสกุลถังของเรายินดีต้อนรับเจ้า
เอาล่ะ พวกเจ้าพูดคุยกันก่อน ข้าต้องไปทำงานแล้ว”
ท่านพ่อเปิดและปิดการขายด้วยไม่กี่ประโยค แล้วก็ชิ่งหนีไป เหลือแต่กลุ่มชะนีฝูงหนึ่ง
คราวนี้คงได้เวลาแสดงเจตนาที่แท้จริงกันแล้วสินะ

“ท่านพ่อของเจ้าค่อนข้างทุ่มเทให้กับป้อมสกุลถังของเรา เพราะว่าปิงเอ๋อร์เกิดมาล้มป่วยปีนี้พอดี”
เดี๋ยวก่อนนะ ชื่อ น้ำแข็ง ไม่สิ คงเป็นชื่อเล่นในครอบครัว ชื่อเล่นสมกับหน้าหงิก ๆ ของพระเอกเหลือเกิน

เพื่อไม่ให้เป็นการเข้าใจผิดเธอเลยถาม “ท่านแม่สามีหมายถึงท่านพี่หรือเจ้าคะ”

“อืม ตอนนี้ร่างกายของเขาไม่สู้ดีนัก ต้องพักรักษาตัว เจ้าก็ทำตัวดี ๆ อย่าไปวุ่นวายระหว่างการรักษาล่ะ
และถ้าหากปิงเอ๋อร์แข็งแรงขึ้นเมื่อไหร่ล่ะก็ ข้าจะให้เขารับเพ่ยเจินเป็นฮูหยินรองเพื่อจะได้รีบมีทายาทไว ๆ”

แม่สามีแรงได้ใจลูกชายแต่งงานได้เพียงวันเดียวก็เอาผู้หญิงอีกคนมาข่มลูกสะใภ้แล้ว แต่ขอโทษเถอะ เธอไม่ได้อยากแย่งผู้ชายกับใคร
และไม่ได้ต้องการมาอยู่ที่นี้ ข้างนอกมีผู้ชายอีกมากมาย แค่ก ๆ เธอหมายถึงยังไม่ได้เปิดหูเปิดตาพบปะผู้คนเท่าไหร่เลย

“ข้าทราบแล้ว”
เธอค้อมศีรษะแล้วยกน้ำชาจิบอีกอึกหนึ่ง ชาขมฝาดชะมัดเลย ถ้านางเอกตัวจริงอยู่ตรงนี้จะทำอะไรนะ
พอสั่งเสียเอ่อ สั่งความเรียบร้อย ก็พากันเดินจากไปกันหมดเหลือเธอเพียงลำพัง

ข้อดีของการเข้ามาอยู่ในนิยายและต้องแสดงบทนางเอก คือมีพระเอกเป็นของตัวเอง แถมสถานะเป็นสามี ไม่ต้องลำบากออกเรือไปหว่านแหจับมา แต่เธอรู้สึกว่าข้อเสียจะมากมายจนนับไม่ไหว ที่เห็น ๆ คือโดนสามีซ้อม แจ้งความก็ไม่ได้
คุณนางเอกตกลงไม่มีพลังยุทธอะไรไว้ป้องกันตัวบ้างเหรอ หรือต้องพกยาพิษไว้สาดใส่คนอื่นอย่างเดียว
กว่าจะหาสมุนไพร กว่าจะปรุงยา กรอกใส่ขวด ใส่ห่อกระดาษ แล้วถ้าตกน้ำตกท่ายามิละลายสูญเปล่าอีกล่ะ
ต้นทุนและวัตถุดิบการอัพเลเวลของนางเอกเรื่องนี้สูงมาก จนคนแต่งนิยายถอดใจสินะ

เธอขอสัตว์อสูรมาเป็นผู้ช่วยสักตัวสิ ตระกูลใหญ่สี่ตระกูล ถ้าเธอจำไม่ผิดนะ จะมีพยัคฆ์เสือขาว หงส์ทางฝั่งตระกูลเธอ
 เต่าและมังกร มีบางอย่างไม่ถูกต้อง เพราะพระเอกอยู่ฝั่งตระกูลสัตว์อสูรที่เป็นมังกรและนางเอกที่เป็นหงส์
ชื่อนิยายถึงได้ชื่อว่าหงส์เหนือมังกรอย่างไรล่ะ แล้วทำไมสามีในนิยายที่เธอตื่นขึ้นมาเป็นตระกูลเสือขาวล่ะ
 ป้อมสกุลถังเก๊สินะ ฮ่า ๆ เธอนึกขบขันในใจ

มันน่าอึดอัดใจจริง ๆ มาอยู่บ้านคนอื่น จะทำอะไรก็ไม่ถนัดแถมมีแต่คนแอนตี้ เธอรู้ว่าการแต่งงานเป็นการถ่วงดุลอำนาจระหว่างสี่ตระกูลใหญ่ ไม่ให้คิดทำตัวโดดเด่นเกินหน้าเกินตาหรือทำตัวเป็นใหญ่เหนือตระกูลอื่น ถ้าเป็นไปได้เธอจะซื้อไม้กายสิทธิ์แจกหัวหน้าตระกูลทุกคนแล้วให้เอาไปเสกเมืองในฝัน มโนเอาเองว่าเป็นผู้ครองโลก จะอยู่กันได้สักกี่ปีก็ต้องตายทุกคน
จริงสิดินแดนแห่งนี้ไม่มีฮ่องเต้มีแต่ตระกูลใหญ่และมีสถานที่แปลกประหลาด มีสัตว์อสูรและพลังที่เธอยังไม่ได้อ่าน
คือ คนแต่งนิยายยังเขียนไม่ถึงก็มาหยุดอัพไปเสียก่อน โลกแฟนตาซีแห่งนี้ก็เลยหยุดชะงักไป

และเธอก็ค้างคาใจมานาน แม้ปัจจุบันเธอจะสามารถจินตนาการได้ว่าพระเอกจะต้องหลงรักนางเอกในที่สุด และจบลงอย่างมีความสุข แต่ความสนุกระหว่างทางอันเป็นสาระสำคัญที่ตกหล่นหายไปนี่สิที่เธออยากอ่าน มาถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่รู้จะทำอะไรต่อไปดี นั่งเหม่อมองไปยังดอกบัวสีชมพู่ที่ชูช่อท่ามกลางใบบัวสีเขียว ดอกบัวยังดิ้นรนอวดความสวยงามแข่งกัน แล้วเธอล่ะจะอยู่เฉย ๆ ในโคลนตมต่อไปหรือเปล่า เธอชื่อเหลียนฮัว ก็คือดอกบัวดอกหนึ่งเช่นกัน

ไม่เอาดีกว่า เธอขี้เกียจ นั้นเป็นชื่อของนางเอกไม่ใช่เธอเสียหน่อย เธอจะทำอย่างที่เธออยากจะทำ ใครไม่มาวุ่นวายกับเธอ หรือเหยียบเท้าเธอก็ต่างคนต่างอยู่กันไป ถือศีลกินเจละเว้นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต

พอได้ข้อสรุปในการดำเนินชีวิตที่เรียบง่ายแล้ว เธอเลยเลิกว้าวุ่นใจ บางทีอันดับแรกต้องหาวิธีฟื้นความทรงจำเกี่ยวกับการวางยาพิษ แล้วจัดให้สามีเป็นหนูทดลองสักครั้งสองครั้ง จะได้ไม่มีแรงซ้อมเธออีก และสำหรับญาติสาวที่คิดปีนเตียงเพื่อเลื่อนฐานะ เธอก็จะส่งเสริมโดยการปรุงยาเลิฟให้พวกเขาสมหวัง แค่คิดเธอก็เริ่มสนุกแล้ว หรือนี่เป็นนิสัยของนางเอกที่เริ่มมีผลต่อตัวเธอ อย่างนางเอกที่เป็นนักฆ่าพอมาอยู่ร่างของเด็กสาวคนหนึ่ง นิสัยยังเปลี่ยนแปลงกลายเป็นเด็กใส ๆ ไร้พิษสงเหมือนร่างเดิม

นั่งเอ่อระเห้ยต่ออีกไม่นาน เธอเดินกลับห้องพัก และเพิ่งสังเกตว่าเป็นเรือนที่แยกออกมากึ่ง ๆ เรือนรับรองแขก แต่เธอเดาว่าเคยเป็นเรือนคนใช้ที่มีตำแหน่งใหญ่เสียหน่อย อย่างพ่อบ้านแม่นมคนสนิทอะไรเทือกนั้น มีโต๊ะเขียนหนังสือชั้นหนังสือเตี้ย ๆ มีโต๊ะเก้าอี้ โต๊ะเครื่องแป้ง เตียงขนาดกลาง ๆ การตกแต่งโทนผู้ใหญ่ดูอึมครึมให้บรรยากาศเก่าแก่ดีจริง ๆ

“ฮูหยินน้อยสำหรับอาหารมาแล้ว”

เสียงสาวใช้คนเดิมไม่รอให้เธอตอบรับก็ผลักประตูเข้ามา เดินทื่อ ๆ หิ้วปิ่นโตโบราณเข้ามาวางที่โต๊ะ เปิดฝายกอาหารออกมาวาง อันประกอบด้วย ข้าวเปล่าหนึ่งถ้วย ผัดผักหนึ่งจานเล็ก ถั่วคั่วหนึ่งถ้วยนับเม็ดได้ และหมูย่างชิ้นขนาดครึ่งฝ่ามือหั่นบาง ๆ สามแผ่น ดีเหลือเกินรังแกกันขนาดนี้ไร้มนุษยธรรมที่สุด ยัยสาวใช้พูดกระฟัดกระเฟียดว่าอีกครึ่งชั่วยามจะมาเก็บ

ให้เวลากินชั่วโมงหนึ่งคงให้เธอคีบข้าวทีละเม็ดสินะ อาหารน้อยขนาดนี้กินไม่ถึงสิบนาทีก็หมดแล้ว หรือเป็นวิธีกำจัดสะใภ้ให้อดอาหารจนตายไปเอง ไม่รู้ว่าเป็นความคิดใคร แต่ถ้าไม่มีคนให้ท้ายมีหรือใครจะกล้าทำแบบนี้กับฮูหยินน้อย ถ้าสั่งพิซซ่ามากินได้เธอจะไม่ง้อเลย

นางเอกมักจะมีอุปกรณ์เสริมอย่างมิติลับ พื้นที่เก็บของ ไว้ปลูกพืชปลูกสมุนไพรไม่ใช่เหรอ แล้วนี่เหลียนฮัวเป็นนางเอกสายปรุงยาต้องมีไอเท็มพิเศษติดตัวบ้างสิ ไม่อย่างนั้นมันจะอนาถาเกินไปนะ เธอไม่สนใจอาหาารยกมือขึ้นมาดู ไม่มีแหวนสักวง สร้อยคอล่ะ เธอเอามือลูบไปตามลำคอ ปิ่นเครื่องประดับ ตุ้มหู
เธออยากจะตะโกนว่า โอ้! มาย ก็อด

   มีอีกอย่าง กำไล เธอเลิกแขนเสื้อขึ้นมาดูทีละข้าง ที่แขนขวาปรากฎกำไลหยกสีเขียวอ่อนค่อนข้างเล็กรัดอยู่กับท่อนแขน คาดว่ากำไลนี่คงจะทำเพื่อเจ้าของร่างนี้มาตั้งแต่เด็ก พอเติบโตขึ้นกำไลเลยไม่สามารถถอดออกได้ ขอให้เป็นของดีด้วยเถิด เธอตั้งสมาธิแล้วเอามือแตะไปที่กำไล ผ่านไปสักพักไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นไปไม่ได้ กำไลต้องไม่ใช่ของธรรมดาสิ เธอจะร้องไห้แล้วนะ หรือเพราะเธอไม่รู้วิธีใช้งาน ไม่เป็นไรกินอาหารก่อนก็ได้

   เธอหยิบตะเกียบมาคีบผัก ดูสีก็รู้ว่าผักใกล้เน่าแล้ว เธอหันไปคีบหมูที่บางเหมือนกระดาษเจอลมแรง ๆ คงพัดปลิวหายไป ลองกัดคำเล็ก รสชาติใช้ได้ ติดที่ว่าเริ่มมีรสเปรี้ยวแทรกเข้ามาแต่พอกินได้อยู่ เธอไม่มีทางเลือกอื่นคีบหมูเข้าปากทีละชิ้น ข้าวเปล่าเธอเอามาเทใส่จานหมูย่างที่วางแล้วเขี้ยหาความผิดปกติ

มีเศษหินกรวดเล็ก ๆ หลายอัน เธอคีบข้าวกินทีละเม็ดอย่างระมัดระวัง ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าทำไมให้เวลากินเยอะนักที่เธอคาดเอาไว้ก็ดันถูกต้องเสียอีก ถั่วที่ให้มาไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคงคั่วเกลือมาเต็มที่เกล็ดสีขาวออกจะชัดเจนขนาดนั้น เธอลุกไปหาผ้าเอามาห่อถั่วทั้งหมด ยุคโบราณเกลือเป็นของหายาก แต่ในโลกนิยายอันนี้คงมีเหลือเฟือสินะ คีบข้าวเม็ดสุดท้ายน้ำตาเธอก็ไหลออกมาพอดี การกลั่นแกล้งพวกนี้ต้องการให้เธอออกจากบ้านไปสินะ หรือไม่ก็ผูกคอตายเพราะทนไม่ไหว ไร้สาระที่สุด

คราวหลังเธอไปขโมยอาหารสามีตาบอดของเหลียนฮัวดีไหม ลืมไป เขาเป็นวรยุทธ์ ชีวิตเธอตกอับแต่คงดีกว่าการเป็นขอทาน เธอนั่งมองจานผัดผักเน่าแล้วคิดว่าจะแก้ปัญหาพวกนี้อย่างไรดี การโวยวายคงไม่ได้ผล เธอถอนหายใจ แต่งงานมาเป็นฮูหยินน้อยหรือมาเป็นนักโทษกันแน่ ถ้าจะทำกันขนาดนี้เอาเธอไปประหารเถอะ น้ำที่เธออาบก็ต้องมีการเล่นตุกติกแน่นอน

ฟ้าด้านนอกยังไม่มืดแต่มีคนผลักประตูเข้ามาอย่างหยาบคายพร้อมกับบ่าวชายสองคนหาบถังน้ำเข้ามาก่อน จากนั้นก็เทน้ำใส่ถังให้ ถ้าวัดปริมาณจากขา ดูแล้วระดับไม่น่าถึงหัวเข่า ลงไปนั่งแช่ได้ไม่ถึงครึ่งตัวเลย ปกติเธอจะเห็นกระไอน้ำร้อนพวยพุ่งขึ้นมา นี่คือประหยัดฟืนโดยไม่ต้มน้ำมาให้เธอสินะ รอจนทุกคนออกไป เธอวักน้ำขึ้นมาตรวจสอบ ยังดีที่เป็นน้ำสะอาด เธอแค่เอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัว แล้วก็ล้างเท้าน่าจะพอแก้ขัดไปก่อน

คืนนี้เป็นคืนแรกที่เธอจะได้นอนในยุคโบราณและเป็นโลกของนิยาย เธอรู้สึกอ่อนแอไร้การป้องกันตัว ไม่มีกองกำลังสนับสนุน เอาจริง ๆ นะ นี่มันนิยายหมวดไหนกันแน่ ดราม่าเคล้าน้ำตาแม่ผัวตบกับลูกสะใภ้ใช่หรือเปล่า เธอจะได้คิดวางยาพิษลูกชายสุดที่รักของยัยป้าคนนี้ก่อน พอคนลูกทรมาน แม่ย่อมทุกข์ใจ แล้วเธอจะรีบสงเคราะห์สามีของเหลียนฮัวให้ไปสู่ปรโลกโดยเร็ว จากนั้นค่อยส่งคนแม่ตามลงไปอยู่เป็นเพื่อนลูกชายสุดที่รัก คิดว่าแม่คนอื่นเขาไม่รักลูกบ้างหรือไงถึงแกล้งได้แกล้งเอา

ทั้งที่ไม่ได้ทำงานทำการอะไร แต่การคิดเรื่องราวต่าง ๆ มากมายทำให้เธอรู้อ่อนเพลียอย่างไม่น่าเชื่อ
พล่อยหลับลงไปอย่างง่ายดาย และเข้าสู่ความฝัน ไม่รู้ว่าเป็นที่ไหนแต่เธอปีนขึ้นไปเก็บแอ็บเปิ้ลกินอย่างเอร็ดอร่อย กินไปทั้งหมดถึงสามลูก




-----------

ไม่ได้วางแผนการเขียน มันก็จะไหลไปเรื่อย 555
ขออภัยทำให้ลายตา  ความขี้เกียจจัดหน้า แหะๆๆ


Licht und Schatten トーキョーグール-

devina

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 22
    • ดูรายละเอียด
Re: ป้อมสกุลถัง : กุ้งเหนือภมร บทที่ 1.
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มีนาคม 30, 2019, 11:16:48 PM »
เเนวจีนพีเรียด  น่าสนใจ  8)

มะยม

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 65
  • ที่สุดของการเขียนนิยาย คือการเอาชนะใจตัวเอง
    • ดูรายละเอียด
Re: ป้อมสกุลถัง : กุ้งเหนือภมร บทที่ 1.
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 03, 2019, 02:38:14 PM »
ขอสูตรยาเลิฟ :-[