ผู้เขียน หัวข้อ: Reborn บทที่ 4 สัญญาครั้งใหม่ 100%  (อ่าน 23 ครั้ง)

devina

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 22
    • ดูรายละเอียด
Reborn บทที่ 4 สัญญาครั้งใหม่ 100%
« เมื่อ: เมษายน 08, 2019, 12:03:56 AM »
“พรุ่งนี้เช้านายต้องไปกับฉันที่ลีนิกซ์”
    รชตะทำใจได้เเล้วว่าเรื่องทุกเรื่องบนโลกใบนี้คงมีเพียงเขาเท่านั้นที่ต้องยอมรับให้ได้ว่าตนเองนั่นล่ะที่ต้องเป็นคนอธิบายทุกเรื่องราวให้มนุษย์จากต่างโลกผู้นี้เข้าใจ

“ฉันขอเข้าเรื่องเลยเเล้วกัน เหตุผลที่ฉันต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตของนายทั้งที่ไม่อยากเลยสักนิดก็เพราะฉันถูกกล่าวหาว่าฆ่านายตายด้วยเรื่องที่พวกเราทะเลาะกันรุนแรงเพราะเรื่องผู้หญิง”

“ฉันกับเพทายหลังจากที่พวกเราต่อสู้กันก็เพราะเธอคนนั้น เรื่องจบลงที่พวกเราต่างฝ่ายต่างบอกเลิกกับเธอในภายหลัง เหตุผลของนายในตอนนั้นบอกเเค่ว่าเบื่อเธอเเล้วเท่านั้น เเต่นายหายตัวไปหลังจากนั้นด้วยท่าทางที่เเปลกไปจากทุกที ฉันเป็นคนตามไปพบนายในอีกที่หนึ่ง…เพราะจดหมายนัดพบที่ลงตราเลือดของนาย เเต่รู้มั้ยว่าฉันพบอะไร ตัวนายในสภาพนอนในโลงเเก้วเหมือนเจ้าชายนิทราในบ้านร้างหลังหนึ่ง กับการที่มีคนเข้ามาเจอฉันอยู่กับนายในตอนนั้น”

“เผลอพลั้งมือฆ่านายจนต้องเอานายมาคืนสภาพรักษาตัวในโลงรักษาสภาพร่างกายเอาไว้ก่อน ข่าวลือนี่เเพร่กระจายออกไปทั่วมหาวิทยาลัย”

“เเล้วทุกคนก็เชื่อ?”

“ไม่ว่าพวกเขาจะเชื่อหรือไม่เชื่อเเต่สิ่งนี้ทำให้พวกเราอยู่ในสถานะที่เเย่ทั้งคู่ มีคนที่ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้เเน่นอนพวกมันรอคอยที่จะใช้ประโยชน์จากพวกเราอยู่ อย่างน้อยก็ใน ‘เกมส์คัดเลือกผู้นำทายาท’รุ่นที่113ของทางสมาคมปีศาจ’”

“ฉันยอมรับว่าพวกเราไม่เคยลงรอยกันเลยสักนิด แต่นายช่วยดูเอาเองต่อจากนี้เเล้วกันว่าฉันคิดจะฆ่านายจริงๆอย่างที่ถูกกล่าวหารึเปล่า”
   นัยต์ตาเรียวคมสีเเดงเลือดทอประกายเเรงกล้ามันทั้งเด็ดเดี่ยวเเละบ่งบอกถึงความทะนงในศักดิ์ศรีเเห่งตนของปีศาจตนนี้

   ปกรณ์ในร่างของเพทายถอนหายใจ ถ้ารชตะในตอนนี้หรือในสามเดือนก่อนคิดจะฆ่าเขาจริงๆคงมีวิธีการที่ดีกว่านี้ที่จะไม่ให้ตัวเองต้องมาตกที่นั่งลำบากด้วยเหตุที่ตัวเองเป็นคนก่อขึ้น หรือเเม้เเต่การต้องยอมใช้เลือดตัวเองมาทำยารักษาเขาในภายหลังเเบบนี้ก็ไม่น่าใช่วิธีการของคนที่คิดจะฆ่ากันจริงๆ อย่างน้อยๆรชตะก็ต้องมีสิ่งที่จะมาข่มขู่และต่อรองกับเขาเพื่อให้เขาดำเนินตามเกมส์ที่ต้องการ เเต่การเเสดงออกทางอารมณ์ของรชตะในครั้งเเรกสุดที่เจอกันจนมาถึงตอนนี้มันดูเเปลกในความรู้สึกของเขา เเม้ปีศาจตนนี้จะเป็นคนเเปลกหน้าที่เพิ่งเจอเเละบังคับเขาให้ทำสิ่งต่างๆ เเต่ก็เป็นไปเพื่อจะพิสูจน์ความจริงที่เจ้าตัวยืนกรานหนักแน่นว่าตนเองไม่ได้เป็นคนทำ

“หึ ถึงจะโกรธจะเกลียดนายยังไงมาก่อน เเต่ถ้าฉันคิดจะฆ่านายจริงนายต้องตายหลังจากที่ฉันได้รับสืบทอดตำเเหน่งเเล้วเท่านั้นเพทาย”

   คำพูดนั้นสายตาคนพูดราวกับจะส่งผ่านไปยังที่ๆไกลเเสนไกลออกไปราวอยากส่งให้เจ้าของร่างตัวจริงได้รับรู้ รชตะเล่าถึงความต้องการของเพทายให้กับปกรณ์ฟัง เพทายในอดีตนั้นเป็นหนึ่งในคนที่มีจุดมุ่งหมายในสิ่งเดียวกันกับรชตะเเละคอยขับเคี่ยวกับปีศาจตนนี้มาจนถึงตอนนี้ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อกันเเต่ตอนนี้คงไม่มีอีกเเล้ว ปกรณ์นั้นเพิ่งเริ่มเข้าใจในสิ่งเเปลกๆที่ตนเองอธิบายไม่ถูก สายตาของรชตะเป็นประเภทคนที่หากรักรึเกลียดจะเเสดงออกตรงๆอย่างเปิดเผยเพราะเเบบนั้นเขาถึงไม่คิดว่าคนๆนี้จะต้องเสเเสร้งเเกล้งทำให้เขาเชื่อ

“นายคนก่อนถึงจะร้ายก็เเสดงออกอย่างตรงไปตรงมาไม่มีลอบกัดใคร เพราะเเบบนั้นจึงมีทั้งคนที่เกลียดเเละคนที่รักนายกำลังรอการกลับไปของนายอยู่”

   ‘กลับไปกับฉัน ไปยืนยันตัวเองต่อหน้าทุกคนว่านายยังไม่ตาย’ เป็นคำกล่าวสุดท้ายของรชตะ

   ปกรณ์เพียงรับรู้ว่าเพทายในอดีตมีอิทธิพลมากพอต่อคนที่มหาวิทยาลัยถึงขั้นสามารถก่อสงครามเเละสิ่งที่ผู้ไม่หวังดีคาดหวังที่จะให้เกิดขึ้นก็คือการปลุกปั่นความขัดเเย้งระหว่างกลุ่มของเพทายเเละกลุ่มของรชตะให้เกิดขึ้นก่อนการเสนอชื่อผู้นำทายาทของทางสมาคมปีศาจ ที่จะคัดเลือกทายาทปีศาจจากตระกูลทรงอิทธิพล      

        มหาวิทยาลัยลีนิกซ์นั้นเป็นสถาบันการศึกษาของอมนุษย์ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ มันหมายถึงการมีโอกาสได้รับการสนับสนุนทางอำนาจในอนาคตโดยมีเครือข่ายพันธมิตรเป็นสมาคมปีศาจปกรณ์สรุปกับตนเองง่ายๆว่ามหาวิทยาลัยลีนิกซ์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสร้างคอนเนคชั่นในอนาคตในระหว่างตระกูลปีศาจด้วยกันเพราะเหตุนี้ทั้งเพทายเเละรชตะจึงถูกทางครอบครัวส่งมาเข้าเรียนที่นี่ เเละมีหน้าที่ที่จะต้องเรียนจบกลับไปสืบทอดการเป็นผู้นำในตระกูลต่อในอนาคตไม่ว่าจะเป็นการถูกยอมรับจากสมาคมปีศาจหรือจากทายาทปีศาจตระกูลอื่นๆด้วยกันก็ล้วนเป็นจุดมุ่งหมายที่ทำให้เหล่านักศึกษาปีศาจที่ลีนิกซ์เรียกได้ว่าต้องเเข่งขันห้ำหั่นกันเพื่อพิสูจน์ตนเองให้ถูกยอมรับในความสามารถ พวกเขาไม่ใช่ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูล ตระกูลปีศาจนั้นผู้นำตระกูลสามารถมีภรรยาหลายคนเเละมีทายาทหลายคนตามต้องการ คนที่มีความสามารถโดดเด่นจึงจะถูกยอมรับ การเเข่งขันกันในระหว่างพี่น้องเเละเพื่อนปีศาจด้วยกันเป็นเรื่องธรรมดาสามัญในสังคมของเหล่าอมนุษย์อย่างปีศาจ

   จู่ๆรชตะก็เห็นว่าเพทายราวกับกำลังครุ่นคิดถึงอะไรบางอย่าง สีหน้าก็ดูผ่อนคลายขึ้นมากหลังจากที่เขาค่อยๆเล่าทุกสิ่งให้ฟังจนเขาอยารู้นักว่า มันมีอะไรน่าโล่งใจตรงไหนกัน หรือหัวสมองของมนุษย์จากต่างโลกคนนี้จะได้รับการกระทบกระเทือนจนเพี้ยนไปเเล้ว

   เเต่รชตะนั้นคงไม่มีทางเข้าใจว่าปกรณ์ผู้เบาใจลงนั้นเพียงเห็นว่าเเท้จริงเรื่องทั้งหมดที่เขากำลังเผชิญอยู่บนโลกนี้ก็ไม่ต่างจากในโลกที่จากมาสักเท่าไหร่ ในเมื่อจะมนุษย์หรือปีศาจทุกคนต่างก็มีสิ่งที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนให้ได้มามีความปรารถนาเป็นของตัวเอง อดีตชายหนุ่มร่างท้วมเพียงเเค่รู้สึกว่าตนเองแค่กำลังเริ่มต้นในเส้นทางครั้งใหม่ของตนเองเท่านั้นมันอาจคล้ายกับเส้นทางในวันวานที่เขาเผชิญาการร้อยรัดของโชคชะตาให้ต้องฝ่าฟัน

“เรื่องสัญญาที่นายพูดถึง...สัญญาข้อเเรกรวมถึงการไม่โกหกกันด้วยรึเปล่า?”

“ทุกๆเรื่องที่นายต้องการรู้ฉันจะไม่ปิดบัง เเละทุกๆเรื่องที่ฉันอยากรู้ก็หวังว่านายจะไม่ปิดบังเช่นกัน”

        ปกรณ์กล่าวความต้องการเเท้จริงของตนออกมา เขาใคร่ครวญอยู่นาน ความต้องการของตนเองในตอนนี้มีเพียงเท่านี้จริงๆ  เพราะเขาเองก็ต้องพึ่งพาอาศัยปีศาจตนนี้ในเรื่องของข้อมูลที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตในโลกใบนี้เช่นกัน ไม่มีใครที่จะรู้จักตัวตนที่เเท้จริงของเขาดีไปกว่าปีศาจตนนี้เเล้ว

“ทั้งหมดที่มีด้วยเกียรติของฉัน สัญญานี่หมายถึงพวกเราจะเป็นพันธมิตรกันชั่วคราว”

   รชตะกล่าวหนักเเน่นมือของพวกเขายื่นออกมาผสานกันอย่างยอมรับซึ่งกันเเละกัน
   พวกเขาทำสัญญาระหว่างกันด้วยการกรีดเลือด เลือดของเขาเเละเลือดของรชตะที่ปลายนิ้วหัวเเม่มือของพวกเขาเองเกิดการสัมผัสกันเมื่อเคลื่อนเข้าหากัน จู่ๆเลือดก็เกิดปฏิกิริยาเป็นลวดลายคล้ายอักขระอะไรบางอย่างเกี่ยวกระหวัดกันราวกับเถาวัลย์มันเคลื่อนไหวผ่านระหว่างข้อมือไปถึงต้นเเขนของพวกเขาเอง ปกรณ์ได้รับคำอธิบายว่าที่เลือดของพวกเขาเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิตได้นั้นเพราะมันตอบสนองต่ออำนาจของจิตผู้เชื่อมโยงอยู่กับกายนี้นี่คือหนึ่งในความพิเศษในร่างกายของอมนุษย์อย่างเผ่าพันธ์ุปีศาจ

    พวกเขามีภาวะปัจจัยของร่างกายเเละจิตที่เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้พลังอำนาจเหนือธรรมชาติมาตั้งเเต่เกิดเป็นพรสวรรค์ของเหล่าปีศาจเลือดบริสุทธิ์ ด้วยสัญญานี่เเละเงื่อนไขระหว่างพวกเขาตามที่ตกลงกันพวกเขาจะไว้ใจซึ่งกันเเละกันจนกว่าปัญหาของพวกเขาจะจบลง หากใครคนใดคนนึงโกหกคนนั้นย่อมต้องสูญเสียพลังสัจจะวาจาส่วนนึงไปเป็นผลให้ไม่สามารถที่จะใช้พลังใดๆของตนทำอะไรอีกฝ่ายได้นั่นจะหมายถึงการเป็นฝ่ายฆ่าตัวเองด้วยน้ำมือของตนเองก็นับว่าถูกใจต่อปกรณ์ไม่น้อยในเงื่อนไข เพราะในระหว่างพวกเขาซึ่งเป็นคนเเปลกหน้าระหว่างกัน ก้าวเเรกของการจะเริ่มไว้ใจกันท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังไม่อาจรู้ทิศทางเเน่นอนในอนาคต นี่จะเป็นความอุ่นใจนึงที่เขาพอจะทำได้ในตอนนี้ระหว่างกัน คือการมองเห็นการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายอยู่อย่างใกล้ชิด

“ไปนอนได้เเล้ว”

“เดี๋ยว มีอีกเรื่อง”

   ปกรณ์รั้งอีกฝ่ายไว้ จนเจ้าของเเผ่นหลังเเกร่งหันหน้ากลับมา

“ยังไม่พอใจอะไรกับสัญญารึไง?”

“เปล่า เเค่จะขอบคุณสำหรับเลือดของนาย”

    เขาชูถุงยาในมือขึ้น ถ้อยคำขอบคุณง่ายๆในเเบบของปกรณ์อดีตชายหนุ่มร่างท้วมเป็นไปตามปกติยามรู้สึกสำนึกในความช่วยเหลือจากใครสักคน แต่เมื่อมันถูกเเสดงออกด้วยตัวตนของใครอีกคนที่การเเสดงออกนี้ไม่มีวันที่จะปรากฏขึ้นได้จากเจ้าของร่างคนเดิม ด้วยสายตาของเพทาย เดชะฤทธิ์ที่มองเขาอย่างขอบคุณเช่นนี้อย่างที่คงไม่มีใครในโลกเคยได้เห็นมาก่อนเเม้เเต่ตัวเขาเอง

   ให้ตายเถอะเขากำลังเป็นคนเเรกที่ได้เห็นมัน  รชตะคิดว่าบางทีเขาอาจต้องการเพทายคนเดิมกลับคืนมา คนที่ไม่เคยเลยที่จะทำให้เขารู้สึกถึงอะไรเเปลกๆที่กำลังเกิดขึ้นที่ใจตัวเองได้เเบบนี้เเถมมันยังตรึงสายตาของเขาไว้ได้ในขณะนึงจากสิ่งที่ไม่เคยเลยที่จะได้เห็นจากเพทายคนก่อน ปีศาจหนุ่มหันกลับออกเดินไปยังห้องของตนพยายามไม่ใส่ใจต่อภาพที่เห็นเเละคำขอบคุณเมื่อครู่ แม้คนทางเบื้องหลังได้ทิ้งค้างความรู้สึกบางอย่างไว้ที่ใจของเขาอย่างยากจะยอมรับไปเเล้วก็ตาม

………………………………………………………………………………………………………………
........………………………………........…………………………………………………………………



“ใกล้ครบกำหนดหมดสถานภาพนักศึกษาของเจ้าสารเลวนั่นเเล้วไม่ใช่หรือ?”

“เจอเรื่องเเบบนี้เข้าไปไม่อยากเชื่อว่าเธอจะไม่ทำอะไรเลยนะเวรัล ”

“ถึงตอนนั้นล่ะเธอเองที่จะอยู่ยากขึ้น เตรียมตัวเตรียมใจไว้เถอะ ศัตรูของพี่เธอน่ะ พวกเขาคงจะรอเวลานี้มานานเเล้ว”

   ถ้อยคำเหล่านี้เป็นของเพื่อนนักศึกษาชั้นปีเดียวกันที่เธอรู้จักดี มันไม่ได้เข้าหู เวรัล เดชะฤทธิ์เลยเเม้เเต่น้อย หญิงสาวนักศึกษาปีหนึ่งเดินผ่านมันไปเหมือนเพียงได้ยินเสียงของสายลมที่เพียงพัดผ่าน พลันครุ่นคิดถึงปีศาจตนนั้น เจ้าบ้าที่กำลังทำให้เป็นห่วงอยู่ในตอนนี้

   ผ่านมาจะครบกำหนดสามเดือนเเล้วที่พี่ชายของเธอหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย มันก็ตั้งเเต่ที่พี่ชายกลับมาจากการทะเลาะกับนักศึกษารุ่นเดียวกันที่ชื่อรชตะ ซึ่งเขาเองก็มีอิทธิพลเเละอำนาจพอดูในมหาวิทยาลัยลีนิกซ์เเห่งนี้ อิทธิพลเหนืออิทธิพลในหมู่นักศึกษาปีศาจด้วยกันที่คนที่นี่ตระหนักดี ส่วนพี่ชายของเธอก็เป็นประเภทที่เคยกลัวการข่มขู่ของใครเสียที่ไหนในเมื่อชื่อเสียงของเขาในมหาวิทยาลัยเเห่งนี้ก็สะสมชื่อเสียงเเย่ๆมามากอพอดูในฐานะจอมวายร้ายเเห่งลีนิกซ์ที่คอยก่อกวนเส้นทางของรชตะมาโดยตลอด เเต่คราวนี้เธอคิดว่ามันล้ำเส้นของปีศาจอย่างรชตะมากเกินพอ มากจนเธอคิดว่าคนอย่างรชตะอาจตัดสินใจฆ่าพี่ชายของเธอไปแล้วจริงๆ

    และจู่ๆพ่อก็เรียกตัวพี่ชายของเธอกลับบ้านอย่างกระทันหัน เเน่ล่ะว่าพี่ชายของเธอไม่ยอมกลับง่ายๆคนอย่างเขาเคยยอมให้ใครมาบังคับได้เสียที่ไหนเเม้เเต่พ่อแท้ๆของตัวเอง เเต่คราวนี้พ่อเองก็เหมือนจะมีเรื่องอะไรบางอย่างถึงต้องส่งคนของตัวเองมาเอาตัวพี่ไปในทันที เธอขาดการติดต่อกับเขาตั้งเเต่ตอนนั้นที่พ่อของเธออาศัยช่วงเวลาที่เพทายกำลังได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับรชตะ เอาตัวเขากลับบ้านไปในตอนนั้น ถึงเเม่จะไปอ้อนวอนถึงหน้าประตูบ้านตระกูลเดชะฤทธิ์เพื่อขอพบเขาเเต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับกลับใดๆถึงข่าวคราวของพี่เลยสักนิด

   แต่ดูเหมือนว่าคนจงใจหาเรื่องจะยังไม่ยอมเลิกราง่ายๆ ในเมื่อเธอยังคงมาขวางหน้าเวรัลที่คิดจะเดินเลี่ยงไปอีกทาง
   เวรัล เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของใบหน้าเย่อหยิ่งทว่างดงามผู้ยืนขวางหน้าท้าทายตนเองอยู่ในตอนนี้ เธอเรียกได้ว่ามีอำนาจสะกดสายตาต่อผู้มองอย่างยิ่งไม่ว่าใครต่อใคร เเละเธอคนนี้เองที่เป็นชนวนเหตุให้พี่ชายของเธอต้องถึงขั้นเเตกหักกับคู่อริของตนเองมาเเล้วเมื่อสามเดือนก่อน ความงามระดับล่มเมืองนั้นเรียกได้ว่าไม่เกินเลยต่อปีศาจสาวสายเลือดบริสุทธิ์นาม ไอริณ คนนี้ แต่นางพญาสาวเเห่งมหาวิทยาลัยชื่อเสียงระดับประเทศกลับถูกพี่ชายของเธอบอกเลิกในทันทีเมื่อเธอตัดสินใจคบกับพี่ชายของเธอ ราวกับว่าความรู้สึกของเธอเป็นเพียงของเล่นสนุกสำหรับเพทายเท่านั้นที่นึกจะเขี่ยเธอทิ้งเมื่อไรก็ได้ เธอเสียหน้าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต มันควรหรอกที่พี่ชายของเธอจะถูกหญิงสาวเเค้น ข่าวลือว่าพี่ชายเธอถูกรชตะสั่งเก็บจึงกลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงอย่างหนาหูในตอนนี้ ยิ่งเสริมให้ตัวตนของปีศาจนามรชตะ เวตราพิทักษ์ เเฟนคนเเรกไอริณคนนี้ ดูน่าหวั่นเกรงเเละอันตรายขึ้นหลายเท่า ช่วงเวลาเกือบสามเดือนที่พวกเขาหายตัวไปด้วยกัน ไร้คำตอบจากปีศาจทรงอิทธิพลผู้นั้นว่า ทำไมเขาไม่คืนร่างกายของพี่ชายเธอมารักษาต่อ ในตอนที่เขาถูกค้นพบว่าอยู่กับพี่ชายของเธอในสภาพที่ร่างของพี่ไม่ต่างจากเจ้าชายนิทรา เพทายถูกพ่อเอาตัวไปเเต่ทำไมสุดท้ายเขาถึงไปอยู่กับรชตะในสภาพเหมือนคนตายเเบบนั้นเป็นสิ่งที่เธอคิดว่าเรื่องราวชักชวนสับสนเเละน่าสงสัยอย่างยิ่ง มันใกล้เวลาที่พี่ของเธอกับปีศาจตนนั้นที่หายไปด้วยกันจะหมดสถานภาพนักศึกษาลงทุกที เพทายจะยังมีชีวิตอยู่จริงๆรึเปล่า

“ประกาศเรียกประชุมสมาชิกของสภานักศึกษาเเห่งลีนิกซ์เรื่องการส่งรายชื่อตัวแทนเข้าร่วมเกมส์การคัดเลือกผู้นำทายาทรุ่นที่ 113 ของทางสมาคมปีศาจ”

   สิ้นเสียงประกาศจากตึกกลางของมหาวิทยาลัยนั้นเองที่ทำให้ความสนใจของทุกคนถูกดึงไปรวมที่จุดๆเดียวกัน ไอริณละความสนใจจากเวรัลที่ไม่มีทีท่าจะเเสดงปฏิกิริยาใดๆโต้ตอบเลยสักนิด ทั้งเธอเเละเหล่านักศึกษาปีศาจกำลังมารวมตัวกันด้วยจุดหมายเดียวกัน คือเกมส์ประเพณีของเหล่านักศึกษาลีนิกซ์เเต่ละคณะสาขาวิชาต่างๆที่จะมารวมตัวเข้าเเข่งขันกัน กล่าวได้ว่าทั้งหมดของการเข้าร่วมมหาวิทยาลัยลีนิกซ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับประเทศนั้นก็เพื่อจะมีส่วนร่วมเป็นส่วนนึงในเกมส์นี้สักครั้งในชีวิต ทุกคนต่างมุ่งหวังที่จะเข้าร่วมเกมส์การทดสอบของทางสมาคมปีศาจซึ่งผู้ชนะจะได้รับรางวัลตอบเเทนในด้านสิทธิประโยชน์ต่างๆ ทั้งโอกาสในการได้รับเงินทุนสนับสนุนรวมถึงโอกาสในการเสริมสร้างโปรไฟล์ของตนเองให้โดดเด่นกว่าใครหลังจากเรียนจบ กล่าวคือเส้นทางสู่ความก้าวหน้าในอนาคตเปิดกว้างขึ้นจากการทำความรู้จักผู้คนต่างๆในเกมส์นี้นั่นเอง ผลจากการทำความรู้จักเเละเข้าร่วมกลุ่มกับเพื่อนนักศึกษาที่มีทั้งอิทธิพลเเละความสามารถตั้งเเต่ชั้นปีแรกไป ล้วนเป็นใบเบิกทางสำคัญที่ได้ในระหว่างการเข้าร่วมเกมส์นี้เเละมีโอกาสเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทำงานในเเบบของมหาวิทยาลัยลีนิกซ์ ว่ากันว่าระบบเกมส์ทดสอบที่ออกเเบบโดยทางสมาคมปีศาจนี้ล้วนจัดการทดสอบที่ไม่ธรรมดามันถูกออกเเบบโดยคำนวณจากพื้นฐานเป็นรายบุคคลของนักศึกษาเเละสามารถส่งผลถึงงานในอนาคตหลังเรียนจบของคนๆนั้นเป็นการตอบแทน

   เวรัลมารวมตัวกับคนอื่นๆที่ลานกว้างอย่างเหม่อลอย เหล่าคนที่รู้จักพี่ชายเธอล้วนเเต่มีคำถามอยากจะถามเธอ เเต่เธอยังไม่พร้อมที่จะตอบพวกเขา หากใครเข้ามายุ่งกับเธอในตอนนี้คงมีเพียงความมืดหม่นบนนัยต์ตาสีเเดงเลือดของเธอเเทนคำตอบ

   แต่จู่ๆ เวรัลก็รู้สึกได้ถึงเงาของร่างสูงกว่าที่ยืนค้ำหัวเธออยู่ มันชนเธอที่กำลังตั้งสติจนเซออกไปเล็กน้อย ความรู้สึกใกล้ชิดมาพร้อมกับเสียงกระซิบที่ริมหูเมื่อคนผู้นั้นโน้มตัวลงมาใกล้เธอ

“ไอ้ปีศาจนั่นมันไปไหนซะล่ะ? น่าเสียดายที่สุดท้ายคนปากดี ก็ลาโลกไปซะก่อน หึ”

   เป็นแอสรอน เคอร์เทียร์ หนึ่งในผู้สมัครที่เคยปะทะฝีปากกับพี่ชายของเธออยู่บ่อยครั้งนั่นเองที่ปรากฏตัวขึ้น ปีศาจตนนี้คงจะอยากรู้เพียงว่าตกลงพี่ชายของเธอตายไปเเล้วจริงๆตามข่าวลือหรือเปล่า ปีศาจสาวรุ่นน้องเพียงเงยหน้าขึ้นสบตาคนตัวโตกว่าตรงหน้าอย่างด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่คิดต่อปากต่อคำเขาคงอยากจะมาเพื่อเยาะเย้ยพี่ชายของเธอ เเอสรอนเองเป็นหนึ่งในคู่อริของพี่ชายเเต่ไหนเเต่ไรมาทั้งทัศนคติเเะการกระทำของพวกเขาก็ไม่เคยจะลงรอยกันเลยสักนิด คอยจะหาเรื่องกันตลอดเวลาที่มีโอกาส ที่สำคัญเเอสรอนกับเพทายยังทำธุรกิจเเบบเดียวกันในเขตเดียวกัน มันไม่ใช่ธุรกิจที่ขาวสะอาดนัก บ่อยครั้งที่พวกเขามักจะปะทะกันเพราะผลประโยชน์บนพื้นที่ทับซ้อนที่ต่างฝ่ายก็อ้างสิทธิในความเป็นเจ้าของ

   เวรัลถอนหายใจเธอเป็นฝ่ายเดินหนีไปอีกทาง เกมส์บ้านี่จะเป็นยังไงก็ช่างใครจะชนะใครจะช่วงชิงอะไรจากเกมส์นี้เธอไม่สนใจ เธอเเค่อยากได้พี่ชายของเธอกลับคืนมาเท่านั้น ยามอยู่ด้วยกันเธอรู้สึกเพียงว่าเขาเป็นจอมเผด็จการเเม้เเต่กับน้องสาวตัวเอง มีช่วงเวลาที่เธอรู้สึกเกลียดพี่ชายตัวเองบ่อยครั้ง เเต่พอมาจนถึงตอนนี้ บอกได้เลยว่าเธอขอให้เรื่องที่พี่ชายตายไปเเล้วเป็นเพียงเรื่องโกหก การมีพี่ชายปากร้าย ไม่มีนิสัยความเป็นสุภาพบุรุษ เเละยังเป็นคนร้ายกาจในสายตาคนอื่นยังดีเสียกว่าการต้องอยู่เพียงลำพังในตอนนี้ เวรัลเพิ่งจะตระหนักว่าเขาเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของเธอที่ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นเเละปลอดภัยยามอยู่ในมหาวิทยาลัยเเห่งนี้ เเค่รู้สึกว่าเขาเคยบอกเธอว่าอยากเข้าร่วมเกมส์นี้มาก จนเธอคิดว่าเขาอาจจะปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเธอที่นี่เเละทำเหมือนทุกอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น

        ลานกว้างในอาคารหอคอเเห่งเกียรติยศของมหาวิทยาลัยลีนิกซ์สถานที่จัดประชุมนั้นคลาคล่ำไปด้วยเหล่านักศึกษาปีศาจทั้งหมดที่เข้าร่วมลงทะเบียนกันเรียบร้อย นักศึกษาปีศาจทุกคณะทุกสาขาเหล่าผู้ชมอาจคิดว่ามาช้าก็ยังดีกว่าไม่มา เพราะในปีนี้อะไรก็พลิกผันไม่เเน่ไม่นอนไปเสียหมด อย่างเช่น ตัวเต็งของปีอย่างรชตะ เเละเพทาย ที่จนเเล้วจนรอดใกล้ถึงเวลานับถอยหลังสู่การปิดรับสมัครไปทุกที ก็ยังไม่โผล่หน้ามาให้ประธานของรุ่นที่กำลังรอคอยการยืนยันตัวตนผู้สมัครเห็นหน้าเสียที เสียงส่วนใหญ่พูดคุยกันถึงผู้สมัครเเละต่างคาดเดาไปถึงโจทย์ของปีนี้ คำพูดที่ว่า“เกมส์นี้จะไม่มีเพทายกับรชตะเข้าร่วมจริงๆ” ก็สร้างความผิดคาดให้กับทุกคน เพราะม้ามืดกลับกลายเป็นว่า กลุ่มของผู้สมัครคนอื่นเสียเเทนอย่างเช่นเเอสรอน เเละ ‘รูน’ พี่ชายต่างเเม่ของเธอที่ไม่ว่าเธอจะไปถามเรื่องของเพทายในตอนที่ถูกพ่อเอาตัวไปสักเท่าไหร่ การได้รับการตอกกลับใส่หน้ามาเช่นเดิมว่าเขาไม่รู้เรื่อง มันน่าหงุดหงิดเหลือเกินสำหรับเธอเเต่เขาเป็นลูกชายสุดรักของพ่อที่ทั้งเธอเเละเพทายนั้นไม่สามารถจะเเตะต้องได้ หลังจากเวรัลลงทะเบียนเรียบร้อยก็ตัดสินใจเดินออกมาด้านนอกไม่อยากรอคอยอีกต่อไป สังเกตว่ามหาวิทยาลัยในตอนนี้เงียบสงัดไปในทันทีเพราะทุกคนไปรวมตัวอยู่ในที่เดียวกันคือหอด้านใน เธอรู้เเค่ว่าตนเองอยากกลับบ้านจึงออกมานั่งสงบสติอารมณ์ตัวเองสักพัก พอหัวเริ่มโล่งขึ้นก็คิดถึงเรื่องการออกไปตามหาปีศาจรุ่นพี่อย่างรชตะอีกคน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะไปตามตัวได้ที่ไหน

“มานั่งทำอะไรตรงนี้?”

   เวรัลเงยหน้าขึ้นจากม้านั่ง ร่างสูงเพรียวของ ‘มิวอิค’ หรือณภัทรปรากกฏสู่สายตา เธอมักจะเห็นเขาอยู่กับพี่รชตะเเละในตอนนี้ก็เห็นเขาใช้ชีวิตอย่างปกติสุข เเถมยังมาพร้อมกับสาวสวยอีกตามเคย เขาเปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าอยู่ในตอนนี้ ใช้ชีวิตตามปกติ ไม่เเสดงปฏิกิริยาใดๆต่อการที่เพื่อนถูกหาว่าฆ่าใครตายตามข่าวลือ เเถมเขาน่าจะเป็นคนเเรกๆที่เดินออกมาจากหอเกียรติยศด้วยซ้ำ เธอโง่รึเปล่านะ กังวลจนเเทบบ้าไปเองอยู่คนเดียว ถึงนี่จะไม่ใช่ปัญหาของเขาเองโดยตรงเขาจึงไม่รู้สึกอะไร เเต่อย่างน้อยการเห็นการใช้ชีวิตเป็นปกติสุขของเขาในตอนนี้ก็พอจะทำให้อารมณ์เธอเริ่มเย็นลงตามไปด้วย

“รชตะอยู่ที่ไหน เขาได้ติดต่อรุ่นพี่มาบ้างหรือเปล่า พี่ไม่รู้สึกอะไรเลยรึไง?”
   
   เวรัลอดไม่ได้ที่จะถาม บทจะเจอตัวเขามันง่ายเสียที่ไหน ส่วนมิวอิคนั้นเเม้จะเคยเจอกันไปเเล้วเมื่อสามเดือนก่อนเเละเธอยังคงถามเขาด้วยเรื่องเดิมๆ สายตาของมิวอิคมองปีศาจรุ่นน้องด้วยความหมายบางอย่าง พลันรอยยิ้มเเสนเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้น

“อย่าใจร้อน ไม่ใช่ฉันไม่รู้สึกอะไร เเต่ฉันเชื่อว่ารชตะจะยังไม่ฆ่าพี่เธอในตอนนี้หรอก”
   
   ดูการตอบของเขา เป็นการวิเคราะห์ที่น่าหวั่นใจเหลือเกิน เขายังกล่าวต่อด้วยคำพูดสุดกำกวม ราวกับนักมายากลที่กำลังเเสดงโชว์อยู่ตรงหน้า

“ถ้ายังนั่งรออยู่ตรงนี้ อีกไม่กี่นาทีพวกเขาก็น่าจะเดินออกมาเเล้ว”

   ขณะนั้น เวรัลเพิ่งจะสังเกตเห็นรถสปอร์ตคันหรูสองที่นั่งสีน้ำเงินอันเเสนคุ้นตาที่ไม่ได้เห็นเป็นเวลาสามเดือนจอดคู่อยู่กับ คันสีเหลืองรุ่นเดียวกันของพี่มิวอิค ปีศาจสาวเบิกตาโพลง กับทะเบียนรถR4xxx ที่เห็นอยู่เบื้องหน้า กำลังมีนักศึกษาคนอื่นเดินออกมา เธอได้ยินเสียงพูดคุยกันตลอดทางมาจากทางเบื้องหลัง แสงไฟกระพริบปลดล็อกรถหรูสีน้ำเงินสว่างขึ้น และเสียงฝีเท้าที่บ่งบอกว่าพวกเขามาหยุดยืนอยู่ใกล้ๆกับเธอเเล้ว
   
   “กำลังหาตัวอยู่เลยเวรัล”

____________

(จบบที่4 ค่ะปล่อยทิ้งค้างอย่างยืดเยื้อสุดๆกว่าจะจบลง ช้าขนาดนี้เพราะความขี้เกียจเเละความไปต่อไม่ถูกในเนื้อเรื่องล้วนๆ)

   


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 14, 2019, 02:39:18 PM โดย devina »