ผู้เขียน หัวข้อ: Reborn บทที่ 8 เรื่องเมื่อสามเดือนก่อน (100%)  (อ่าน 155 ครั้ง)

devina

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 26
    • ดูรายละเอียด
Reborn บทที่ 8 เรื่องเมื่อสามเดือนก่อน (100%)
« เมื่อ: พฤษภาคม 17, 2019, 12:03:24 AM »
         
      เพทายมองดอกไม้ในมือตน มันเป็นดอกกุหลาบสีน้ำเงินที่กำลังส่งกลิ่นหอมโรยรินที่ปลายจมูก กลิ่นเดียวกับผู้ชายคนนั้นที่เดินเอามันมายัดใส่มือเขา เจ้าปีศาจตนนั้น เขาเห็นเพียงเเผ่นหลังสูงโปร่งที่กำลังจากไป เพทายจำได้ว่าคือมิวอิค ฉายาของมันนั้นคือเทวดาเเห่งเอเดน ปีศาจลูกครึ่งเทพผู้มีใบหน้างดงาม นัยต์ตาสีอเมทิสกับผมสีบรอนส์เทาราวกับเทวดาจริงๆ ใบหน้าที่ราวกับภาพวาดนั่น ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเขาใบหน้านั้นเรียบเฉย ทว่ามุมปากนั้นยกขึ้น ปรากฏร่องรอยเเห่งความพอใจอันเเสนลึกลับ       

  ทว่าใครอีกคนที่กำลังถูกยื่นดอกไม้มาตรงหน้านั้นกลับไม่ได้นึกยินดีด้วย คิ้วเรียวขมวดมุ่นยามเห็นช่อดอกกุหลาบสีน้ำเงินเข้มที่ซ่อนความหมายร้อนเเรงอยู่ภายในนั้น...เจ้าของริมฝีปากสีกุหลาบปรากฏร่องรอยหยันขึ้น ต่อดอกไม้ในมือตน
   
   ไอ้หมอนี่ วอนหาเรื่องหรือไงวะ ถึงได้มาเล่นตลกเเบบนี้กับเขา? นี่มันเรื่องตลกที่สุดในชีวิตของเขาเลยนะ

   เขาไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าเรื่องนี้เกิดขึ้น....

"พี่!!"

   หญิงสาวในชุดนักศึกษาวิ่งมาทางพี่ชายของตน   พลันขมวดคิ้วมุ่น กับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วตรงหน้า เเต่ยังไม่ทันจะถามใดๆ ดอกไม้ราคาเเพงก็ถูกยื่นมาตรงหน้า พร้อมคำสั่ง

"เวรัล เธอเอานี่ไปทิ้งให้พี่ที..."

"พี่ไม่ต้องการเห็นมันอีก.."

"คนใจร้าย.เเล้วคนให้จะรู้สึกยังไงเล่า?!!."

   รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นเเทนคำตอบรับจากเจ้าของใบหน้าเรียวได้รูปเปี่ยมเสน่ห์ที่เเฝงความอันตรายทุกย่างก้าว

"ใครสน? "

   เขาเดินจากไปเเล้ว พร้อมคำพูดเย็นชาไร้ความรู้สึก  เเต่มีหรือคนเป็นน้องสาวอย่างเธอจะยอมทำตาม พี่ชายจอมเผด็จการของตัวเอง เธอเห็นอยู่ว่าใครเอามาให้พี่ชาย เเต่เเค่ไม่หยิบยกมาพูดต่อหน้าให้พี่ชายต้องอารมณ์ขึ้นเท่านั้นเอง..

     ของอุตส่าห์ให้มาเเล้วจะเห็นค่าของมันสักนิดไม่ได้หรือไง คนที่ให้ย่อมรู้ว่าความหมายของดอกกุหลาบสีน้ำเงินที่พวกปีศาจชอบกันนั้นมีความหมายเป็นสากลเเฝงอยู่อย่างไร หญิงสาวไม่อยากเชื่อเลยว่าเรื่องเเบบนี้จะเกิดขึ้นกับพี่ชายของเธอ...

"อีตาเผด็จการบ้าอำนาจ สุดเเสนร้ายกาจเอ๋ย นายเองก็มีเสน่ห์ในเเบบของนายสินะ"

    ว่าเเต่พี่ชายเธอไปทำอีท่าไหนเข้าถึงไปต้องตาผู้มีฉายาปีศาจในคราบเทวดาตนนั้นกันเเน่?

             •••••••••••••

...หงุดหงิดเเต่เช้าก็ตั้งเเต่ที่มีผู้ชายด้วยกันมาให้ดอกไม้เเล้ว..ใกล้เที่ยงคืนเขาไม่รู้ว่าจะไปที้ไหนก็มาจบตัวเองยังไนท์คลับที่ตัวเองชอบมา  เเต่คราวนี้มาคนเดียว ไม่ปล่อยให้เพื่อนจอมกวนหรือน้องสาวผู้น่ารำคาญตามมาด้วยดังเช่นที่ถูกรบเร้าขอตามมา

...ไนท์คลับสำหรับปีศาจโดยเฉพาะ...ที่เสียงเพลงจังหวะสนุกยังคงดำเนินไป ร่างสูงที่นั่งเพียงลำพังบนโซฟาสี่ที่นั่ง ถูกส่งสายตาเชิญชวนจากปีศาจสาวสวยรอบทิศทางเป็นระยะๆให้ไปสนุกด้วยกัน

"ดื่มด้วยคนได้มั้ย?"

"เธอเป็นใคร? เรียนที่ลีนิกซ์?"

"เหลือเชื่อที่นายไม่รู้จักฉัน "

   เขายักไหล่พร้อมตอบอย่างไม่ยี่หระใดๆ

"ฉันไม่ค่อยสนใจเรื่องคนอื่น "

"เเต่ไม่มีใครไม่รู้จักนายนี่นะเพทาย"

   รอยยิ้มปรากฏขึ้นจากเจ้าของใบหน้าสวยเฉี่ยว ที่มีเซ็กส์เเอพเพียลพุ่งกระจายอยู่ในทุกสัดส่วนอย่างเร้าให้ชวนมอง

"ฉันสนใจในตัวนาย..ความสัมพันธ์เเบบวันไนท์เเสตนด์สักคืนนึงของพวกเราคงน่าจดจำ.."

    หญิงสาวหรี่ตาลง เชิญชวนอย่างเปิดเผยด้วยสายตาทรงเสน่ห์ที่ผู้ชายทั้งหลายต้องยอมสยบ ทว่าก็ต้องนิ่งค้างเมื่อเห็นว่าสายตาของเขาเบนไปอีกทาง  ไม่ได้ฟังที่เธอพูดเลย


    บุรุษปีศาจคนเดิมเมื่อเช้า ที่ให้ดอกกุหลาบกำลังมองมาทางนี้ พร้อมเเก้วเหล้าสีสวยในมือที่ชูขึ้น ราวกับกำลังเชิญชวนเขามาร่วมดื่มด้วยทีท่าสบายๆ นัยต์ตาสีม่วงสวยของมันทอประกายราวกับกำลังเล่นสนุก

   ..ไอ้บ้านั่นมันตามเขามาด้วย กำลังจ้องเขม็งตรงมาจากทางนั้นเชียวล่ะ มองให้พอเถอะ...จะได้รู้ชัดไงว่าเขาไม่มีทางตอบรับความรู้สึกของหมอนี่เเน่นอน

    ชายหนุ่มหันกลับมายังสถานการณ์ตรงหน้าของตนที่หญิงสาวในชุดเกาะอกเข้ารูปสีเเดงสุดเซ็กซี่กำลังกอดอกรอคอยเขา

"เจอคนรู้จักเหรอ หรือใครกำลังจับตามองนายอยู่หรือไง?"
   
"ขอจูบได้รึเปล่า..."

   ปีศาจหนุ่มกล่าวขึ้นเเทนคำตอบ

    หญิงสาวผลักอกของปีศาจหนุ่มไปชนกับเบาะโซฟากว้าง เธอเป็นฝ่ายเข้าประชิดเเละโน้มตัวลงไปเริ่มมันเสียเองเป็นการตอบรับ เพทายลืมเรื่องของบุรุษที่นั่งอยู่ไม่ห่างสายตาตนตรงนั้นไปชั่วขณะ เเล้วสัมผัสกับรสชาติเเปลกใหม่ที่เธอมอบให้

.....เขาตัดสินใจจะต่อด้วยการเปิดห้องสักคืนนึงกับเธอ...เพื่อลืมเรื่องในวันนี้ไปซะ

"ที่พูดเมื่อกี้น่ะ เธอยอม? "

    ปีศาจหนุ่มผละออกมาจากริมฝีปากของเธอเลื่อนตัวเข้ากระซิบที่ริมหู

"เเน่สิ ก็ฉันเป็นคนเสนอเอง"

"อย่าเสียใจทีหลังก็เเล้วกัน"

..เเค่คืนเดียวกับผู้ชายที่เธอชอบจริงๆ...เเต่นึกเเปลกใจที่ทุกอย่างมันง่ายดายเหลือเกิน

    สายตาของเพทายจับจ้องกลับไปยังตำเเหน่งเดิม ตรงที่คราวนี้นัยต์ตาสีม่วงสวยนั้น หรี่ตาลงจับจ้องมาทางนี้ด้วยบรรยากาศขั้วลบ ที่ต่างออกไปเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง เพทายคิดอย่างนึกสนุกว่าถ้ามันเห็นเขาควงเธอกลับไปเเบบนี้ ยังจะคิดเเบบเดิมกับเขาอยู่หรือเปล่า...

   คืนนี้จบลงที่ความปลอดโปร่งโล่งใจของเขา ที่ราวกับได้เอาชนะความรู้สึกอันไม่คุ้นเคยดั่งเช่นที่ผ่านมา ที่วนเวียนอยู่ข้างในใจตัวเองตั้งเเต่เช้า

    ทว่าคนที่มายืนขวางทางพวกเขาเอาไว้นั่นล่ะที่ปรายสายตามามองพวกเขา.. มันส่งบรรยากาศอันน่ากดดันเเละอันตรายออกมาอย่างเห็นได้ชัด

"อะไร?"

"นายจะตามฉันไปต่อกับเธอด้วยรึไง?"

   คงมีเพียงปีศาจสาวที่สังเกตเห็นว่าสายตาของปีศาจตนนั่นหรี่ลงจับจ้องเธออย่างน่ากลัวทีเดียว หญิงสาวยิ่งขยับกายเข้าใกล้เพทายโดยอัติโนมัติ เมื่อรู้สึกได้ถึงบรรยากาศเย็นยะเยือกจากชายตรงหน้า..'มิวอิค' หรือ ณภัทร ในขณะที่สายตาของเพทายนั้นราวกับจะท้าทายอีกฝ่ายอยู่ในที

"เสียใจด้วย เรื่องสนุกๆน่ะระหว่างฉันกับเธอเท่านั้น"

     รอยยิ้มร้ายกาจเเสนมั่นใจ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากสีกุหลาบ ของปีศาจหนุ่มฉายาสุภาพบุรุษซาตานคนนี้อีกครั้ง  นัยต์ตาของเขาราวกำลังสื่อความหมายต่อปีศาจหนุ่มผู้ได้ชื่อว่าปีศาจในคราบเทวดาตนนี้ว่า อย่าได้เข้ามาในชีวิตของเขาอีกเป็นอันขาด....

     หมอนี่ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนถึงได้กล้า..ให้ดอกไม้เขา มันไม่ได้สนใจเลยรึไงว่าเขากับมันเป็นเพศเดียวกัน...

    เพทายรั้งเธอให้เดินจากไปอย่างไม่คิดจะหันกลับมามองอีกเลย ทว่ากลับถูกคว้าข้อมือเอาไว้ เสียก่อนจนต้องปรายสายตามองกลับมา มันบีบมือเขาไว้เเน่นชั่วขณะ...ส่วนสายตาเบนหนีจากการมองใบหน้าของเขาราวกับมีอะไรบางอย่าง
ที่อยากจะพูด

....เเปลกคน.....

"ช่วงนี้ระวังตัวด้วย"

"อย่ามายุ่งเรื่องของฉัน"

    สวนกลับทันควันอย่างคนปากไว  เเม้ภายนอกจะปรากฏรอยยิ้มตอกกลับใส่หน้าอีกฝ่าย ทว่าในใจเขายิ่งหงุดหงิดขึ้นหลายเท่า....จนเเทบหมดอารมณ์ ไปในคืนนั้น



                        ______________________

   


   คงเป็นความยินดีครั้งเเรกยามที่รับรู้ได้ว่าตัวเองกลับมาเเล้ว เเม้จะฝันในเรื่องที่ตนเองอยากลืม เเต่มันกลับกลายเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวเดียวที่ยืนยันได้ว่าตัวเขาอาจจะมีโอกาสที่จะมีชีวิตอยู่

   นัยต์ตาสีดุจเเสงตะวันอันเปี่ยมพลังนั้นลืมตาขึ้นในความมืดมิดรอบตัว ความทรงจำที่ผ่านมายังคงชัดเจนราวกับเพียงเเค่ฝันเเล้วลืมตาตื่น ทว่าสิ่งที่หลั่งใหลแทรกเข้ามาในการรับรู้กลับทำให้ ต้องผวาลุกขึ้นมาอีกคราอย่างไม่สามารถจะข่มกลั้นความรู้สึกอันรุนแรงนี้ได้ เป็นความรู้สึกของคนที่สัมผัสความตายมาเเล้วครั้งนึง

   เขาตายแล้ว…นี่เป็นเรื่องจริง สัมผัสที่ว่าวิญญาณตัวเองถูกทำให้หลุดออกมาจากร่างด้วย ‘สิ่งนั้น’ มันชัดเจนจนไม่อาจปฏิเสธราวกับฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนไม่เลิก แต่เเล้วทำไม…?

   ทั้งความคงอยู่ของกายเนื้อที่หนักอึ้ง ความอบอุ่น ความเย็นชื้น ความร้อนผ่าวที่ใบหน้าของน้ำตาที่หลั่งใหลไม่หยุด เเละลมหายใจเเห่งชีวิต ทำไมทุกอย่างยังคงอยู่ เขาเชื่อว่าตัวเองตายไปแล้วจริงๆ

   คำตอบนั้นอยู่ตรงหน้าด้วยเเสงจันทร์ที่สาดกระทบลงมาจากภายนอก. เงารางเลือนในกระจกเเทนคำตอบว่ามีร่างนึงนั่งอยู่บนเตียงนอนในตอนนี้อยู่จริงๆ ร่างกายที่หนักอึ้งผ่อนตกลงพิงกับพนักเตียงอย่างคนไร้เรี่ยวเเรงชั่วขณะ

   เขาจะหัวเราะหรือร้องไห้กับเรื่องที่เกิดขึ้นดีล่ะ? ในเมื่อนี่มันไม่ใช่ร่างกายของเขา…

        เพทายสูดลมหายใจเข้าลึกๆเรียกสติตัวเอง หัวใจยังคงเต้นอย่างไม่ค่อยปกตินัก จากเรื่องราวต่างๆที่ประดังเข้ามาใส่ตัว..ได้ในตอนนี้คือเขาจะมัวมานอนอยู่ที่นี่ไม่ได้...ความทรงจำสุดท้าย ก่อนที่วิญญาณเขาจะออกจากร่าง มันเกิดขึ้นหลังจากที่เขาต่อสู้กับรชตะเพราะเรื่องของไอริณ...เเล้วถูกคนของพ่ออาศัยจังหวะนั้นพาตัวเขากลับบ้าน....มันน่าเเปลกที่....ไอริณปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ทำทีเป็นช่วยเขา เเล้วก็ใช้'สิ่งนั้น'เเทงทะลุเข้ากลางอกของเขา อย่างไม่ทันได้ตั้งตัว..เหตุการณ์ทั้งหมดเหมือนจิ๊กซอว์เเต่ละชิ้นที่กระจัดกระจายไม่เป็นรูปร่างที่เเน่ชัดในหัวสมองของเขาเอง

"ไอริณ.."

   เบาะเเสทุกอย่างย้อนกลับไปที่เธอ ในช่วงที่เขาบอกเลิกเธอ เเม้ไอริณจะโกรธเขามาก เเต่ถ้าเทียบกับช่วงเวลาที่เธอเอาสิ่งที่เหมือนกริชนั่นเเทงใส่เขาอย่างไม่ลังเลนั้น มันต่างออกไป เหมือนไม่ใช่ตัวเธอเอง

   เขาพยายามนึกทว่าพอเริ่มรู้สึกปวดหัวหน่วงๆขึ้นมาเขาจึงหยุดคิด มากกว่านี้ไม่ไหวเเล้วจริงๆในตอนนี้

    เขาจะมัวมานอนอยู่ที่นี่ไม่ได้ เพราะยังไม่รู้อะไรเพิ่มขึ้นเลยสักอย่าง เเต่การที่ตัวเองได้นอนหลับอย่างสบายมาถึงในตอนนี้ก็เป็นเครื่องยืนยันได้อย่างนึงว่า ที่นี่ปลอดภัยสำหรับเขามาตลอดในยามหลับ

    ปีศาจหนุ่มในตอนนี้เลือกที่จะนอนพักอีกครั้ง เเละไม่คิดปล่อยให้ช่วงเวลาในคืนนี้ ผ่านไปอย่างสูญเปล่า อย่างน้อยเขาก็คิดจะสำรวจที่นี่ รวมถึงรู้ให้ได้ว่าตนเองมาอยู่ในร่างใคร

    เขาพยายามเร่งเร้าประสาทสัมผัสของตนเองถึงขีดสุด โดยเฉพาะการได้ยิน...เพื่อจะจับสัมผัสให้ได้จากเสียงรอบตัวว่ามีกี่คนอยู่ที่นี่บ้าง เพราะจากเเค่ขนาดห้องที่กว้างไม่น้อยรวมถึงการตกเเต่งอย่างใส่ใจ ทำให้เขาพอจะนึกถึงอาณาบริเวณกของบ้านได้ทีเดียว

   
    สภาพของเขาเองในตอนนี้ เป็นเพียงร่างของเด็กหนุ่มวัยรุ่นที่น่าจะยังไม่เข้ามหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ เขาลองขยับร่างกายดูเพื่อยืดเส้นยืดสาย กล้ามเนื้อของเขาช่างอ่อนลีบเหมือนคนไม่เเข็งเเรง เเถมผิวยังขาวซีดกว่าระดับปกติมาก เหมือนคนที่นอนป่วยบนเตียงมานานอย่างไรอย่างนั้น ที่สำคัญเขาหิวมากทีเดียว...มากเกินกว่าที่จะอยากกินอาหารปกติเเบบมนุษย์เเล้วค่อยๆรอร่างกายดูดซึมสารอาหาร เขาต้องการ'ดื่มเลือด' เพื่อชดเชยกับความอ่อนเเรงสะสมของร่างกายนี้..ความกระหายอันเเสนคุ้นเคยนี่เองเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ในทันทีว่าตนเองได้เข้ามาอาศัยในร่างของปีศาจสักตนนึง โชคดีที่มันเป็นเช่นนั้นเพราะหากเขามาอยู่ในร่างของมนุษย์ธรรมดาๆล่ะก็เขาไม่สามารถจะยอมรับเเละปรับตัวได้ในทันทีอย่างเเน่นอน เเละเพราะร่างนี้กำลังหิวเป้าหมายจึงถูกล็อคเป้าอย่างรวดเร็วด้วย 'คนที่ใกล้ตัวที่สุด'


   เเม้เเต่เสียงของลมหายใจที่ผ่านเข้าออกเป็นจังหวะอย่างสม่ำเสมอของคนห้องข้างๆเขาก็ได้ยินมันชัดเจน เพทายในร่างเด็กหนุ่มเปิดประตูออกไปยังระเบียง สำหรับเขามันเป็นการง่ายที่จะทำทุกอย่างโดยไร้เสียง สายตาของเขากวาดผ่านตาอย่างรวดเร็วไปยังเบื้องล่าง มีคนเฝ้าอยู่จริงๆ ทว่ายังไม่สังเกตเห็นเขา ร่างเด็กหนุ่มเคลื่อนไหวรวดเร็วจนเห็นเป็นเงาดำพาดผ่านไปยังห้องข้างๆ

   'ประตูระเบียงไม่ได้ล็อค' อีกฝ่ายเป็นคนไม่ค่อยระวังตัว หรือจริงๆอาจมั่นใจว่ามีคนข้างล่างคอยคุ้มกันตนเองยู่เเล้วมากกว่า

         เเสงจันทร์จากภายนอกทำให้เห็นร่างของเขาเป็นเพียงเงาที่เดินสำรวจสิ่งต่างๆ เเล้วตรงมายังตำเเหน่งที่เตียงนอนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ เขายอมรับว่าหิวจนเเทบอดใจไม่ไหวเเล้วจริงๆ เเต่จิตสำนึกก็ยังคงหลงเหลือที่คิดจะทำให้อีกฝ่ายเจ็บน้อยที่สุด

    เเม้จะมืดเเต่นั่นก็ไม่เป็นอุปสรรค รูปโครงของร่างที่นอนหลับอยู่เป็นชายหนุ่มร่างสูง เเละน่าจะอยู่ในอาการหลับลึกทีเดียว เด็กหนุ่มเลื่อนกายตนเองเข้าไปใกล้ นิ้วมือของเขาวาดในสิ่งที่เป็นอักขระโบราณกลางอากาศ ตัวอักษรเหล่านั้นปรากฏเป็นเเสงสว่างท่ามกลางความมืดทีละตัวเเละหายเข้าไปในร่างของเป้าหมาย กันไว้ก่อนโดยเลือกที่จะใส่มนตราที่ทำให้หลับลึกเข้าไปในร่างของเป้าหมายกันไว้อีกชั้นหนึ่ง

     เพทายในร่างเด็กหนุ่มโน้มตัวลงไปใกล้ 'กลิ่นบางอย่างที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาดเเทรกเข้ามาในประสาทสัมผัส  เขี้ยวเริ่มโผล่พ้นริมฝีปากโดยสัญชาตญาณความกระหายเริ่มเข้าครอบงำสติสัมปะชัญญะ เขาในตอนนี้ยินดีจะเป็นปีศาจไร้สติที่ดื่มด่ำกับรสเลือดชั่วคราวอย่างเต็มที่ คมเขี้ยวนั้นฝังเข้าที่ต้นคอของร่างนั้นอย่างไม่ลังเล
     
     รสเลือดที่ผ่านพ้นลำคอที่เเห้งผากเข้าไปเป็นรสชาติที่ประหลาดมาก เเละทำให้สามารถเเยกเเยะได้ว่าคนๆนี้เป็นปีศาจเช่นกัน เลือดไม่ได้รสชาติดีเกินกว่ารสธรรมดาของเลือดอมนุษย์หรือมนุษย์ที่เคยดื่มเเต่...รสของมันกลับมีสิ่งที่ไม่คุ้นเคยเจือปน

    จนสุดท้ายเขาก็นึกออก เลือดของคนๆนี้ มีความพิเศษที่เเสดงลักษณะเฉพาะทางเผ่าพันธ์ุ   จนเขาสรุปว่าน่าจะเพราะความเป็นลูกครึ่งสองสายเลือดทำให้เลือดของเขารสชาติเเตกต่างจากใครๆ จะเป็นใครก็ตามยังไงก็นึกขอบคุณที่ไม่ตื่นขึ้นมาเสียก่อน  เเต่ยังไม่ทันจะวางใจได้นานนัก

    ขณะที่เลือดของชายคนนี้ไม่สามารถทำให้เขาผละออกจากร่างนี้ได้โดยง่าย จู่ๆคนใต้ร่างก็เกิดปฏิกิริยาขึ้นมาจนร่างเด็กหนุ่มสั่นสะท้านเมื่อสัมผัสได้ถึงเเรงกดรั้งหนักๆที่ต้นคอตนเอง พร้อมกับสัมผัสของนิ้วมือที่เลื่อนผ่านขึ้นไปลูบเส้นผมของเขา เขาผละคมเขี้ยวออกมาโดยสัญชาตญาณเเล้วคิดจะรักษาระยะห่างออกจากคนๆนร้ในทันที...

   
    ทว่าชั่วเวลาเพียงไม่กี่วินาที สถานการณ์ก็กลายเป็นเขาเสียเองที่ถูกพลิกตัวไปอยู่ใต้ร่างของชายคนนี้ เขาเผชิญหน้ากับเจ้าของนัยต์ตาสีม่วงที่ส่องประกายเด่นชัดในความมืด มือของมันเอื้อมไปกดสวิทยังโคมไฟที่หัวเตียง ทำให้ทุกอย่างถูกเฉลยอย่างยากจะยอมรับในความจริง ช่วงเวลาราวกับถูกหยุดไว้ตรงนั้น เมื่อเขาเองก็คิดไม่ออกว่าควรจะพูดอะไรต่อคนที่เขาถือวิสาสะกัดคอดื่มเลือด เเต่จะให้เขาขอบคุณคนๆนี้ ปากก็หนักจนพูดไม่ออก เเล้วทำไมโชคชะตาต้องทำให้เป็นปีศาจตนนี้กับเขาต้องมาเจอกันอีก? 

"นึกว่านายจะไม่ตื่นขึ้นมาเเล้ว 'เพทาย'.."

    สีหน้าของเขาคงกำลังเเสดงความประหลาดใจที่สุดในชีวิตออกมาที่มันเองก็รู้เรื่องนี้ ความรู้สึกโล่งอกจู่ๆก้ผุดเเทรกขึ้น...ความคิดที่ว่าคนๆนี้อาจเป็นผู้อยู่ในเหตุกาาณ์ตอนนั้นทำให้เขาวางใจลงได้บ้าง ต่อหน้าคนๆนี้เขาคงไม่ต้องเเสร้งทำเป็นคนอื่นเพื่อปิดบังอีกต่อไปในเมื่อนัยต์ตาของอีกฝ่ายไม่มีความคลางเเคลงต่อสิ่งใดเลยสักนิดต่อตัวเขาราวเข้าใจดีว่าเขากำลังอยู่ในสถานการณ์ใด มันนิ่งสงบราวกับว่าไม่มีสิ่งใดจะสร้างความประหลาดใจให้กับคนๆนี่ได้เลยเเม้เเต่เรื่องราวอันเเสนผิดเพี้ยนตรงหน้า

....สิ่งที่ขาดหายไปตอนนั้น เพิ่มมาอีกชิ้นส่วนต่อไม่ได้มีเพียงเเค่ไอริณที่อยู่กับเขา มิวอิคอาจเป็นคนที่จะให้คำตอบเขาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

"ต้องการเลือดอีกรึเปล่า? "


    นึกไม่ถึงว่าคำพูดต่อมาของอีกฝ่ายจะเป็นเรื่องนี้ นอกจากจะไม่ติดใจต่อเรื่องเมื่อครู่ ยังเป็นฝ่ายเสนอเองอีกด้วย

"ไม่ล่ะ"

    เพทายตอบกลับไม่เต็มเสียงนัก ยั้งคำว่า'ฝันไปเถอะ' ไม่ให้ออกไป เขารู้สึกเหมือนตนเองหน้าเห่อร้อนขึ้นนิดๆ พอรู้ว่าทำอะไรกับปีศาจตนนี้ลงไป คงจะมีความเผลอไผลอีกเป็นครั้งที่สองอยู่หรอก

 "ฉันต้องรีบไปจากที่นี่ เล่าทุกอย่างที่นายรู้มาให้หมด"

   เพทายเข้าเรื่องที่ตนอยากรู้ในทันทีอย่างไม่ให้เสียเวลาอีก ทว่าสิ่งนี้กลับกลายเป็นสิ่งที่ย้อนเข้าตัวเขาเองเสียอย่างนั้น

"วิธีนี้น่าจะเร็วกว่า..."

 "วิธีไหน?"

    คนสมองเร็วคิดว่าตนไม่น่าถาม ในเมื่อรู้ได้ในทันทีว่า'วิธีไหน' ที่อีกฝ่ายกำลังคิดอยู่

   'ความทรงจำของมิวอิคจะไหลผ่านเข้ามาในการรับรู้ของเขาผ่าน'เลือด'มันคือกฏอันเเสนง่ายดายของการเเลกเปลี่ยนความทรงจำที่ต้องยินยอมทั้งสองฝ่าย...เเต่มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น

"มันจะ'เร็ว'ก็ต่อเมื่อ พวกเราอยู่ยังสถานที่ที่เป็นสื่อกลางไม่ใช่รึไง'"

"ร่างกายของฉันเป็นสื่อกลางที่ดีอยู่เเล้ว"

   น้ำเสียงมั่นใจตอบกลับมา
 
"นึกไม่ถึงว่านายจะมีความสามารถพิเศษด้านนี้"

    เขากล่าวอย่างคลางเเคลง ทว่ากลับถูกย้อนกลับมาอีกครั้ง ด้วยรอยยิ้มสบายๆที่ปรากฏขึ้นราวท้าทายว่าเขากล้ารึเปล่า

"ไม่ลองเเล้วจะรู้?"

    เพทายสาบานกับตนเองว่า ครั้งสุดท้ายเเล้วจริงๆที่เขาจะดื่มมัน ยอมกลืนน้ำลายตัวเองในครั้งนี้ก็เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ

                                              _______________________

บทเดิมยังไปต่อไม่จบ ยังวางแผนไม่ออกจริงๆว่าจะเขียนออกมายังไง ยิ่งปล่อยนานก็ยิ่งลากยาวมาจนจะหมดเดือน เดือนนี้คงไม่จบเเต่ก็อยากเขียนต่อไปเรื่อยในส่วนที่อยากจะเติมเต็มเนื้อเรื่องมันเข้าไปค่ะ  ;D
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 19, 2019, 01:29:27 AM โดย devina »