ผู้เขียน หัวข้อ: พันธะพรางใจ บทที่ 3 (100%)  (อ่าน 630 ครั้ง)

สิริเลขา

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 39
    • ดูรายละเอียด
พันธะพรางใจ บทที่ 3 (100%)
« เมื่อ: มีนาคม 02, 2014, 06:57:46 PM »
ร้านอาหารแห่งนั้นมีผู้คนบางตา อาจเป็นเพราะเวลาก็ล่วงเลยมาเกือบสี่ทุ่มแล้ว อิงฟ้าท่องคำว่าอดทนซ้ำไปซ้ำมานับครั้งไม่ถ้วน ใช่ว่าเธอจะไม่เคยรอคอยใครสักคนด้วยเวลาที่ยาวนานอย่างนี้มาก่อน กับรณรุตคนที่บัดนี้เธอตัดสินใจเติมคำว่าอดีตน้ำหน้าคำว่าคู่ควงไปด้วยเขาก็เคยปล่อยให้เธอรอข้ามวันมาแล้วด้วยซ้ำ แต่เพราะเธอรู้ว่าเธออยู่ในสถานะที่ต้องคอยง้อเขาเสมอเพราะเขาไม่สนใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไรสักนิด เธอจึงปลอบตัวเองได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่จะต้องอดทนรออย่างไม่มีจุดหมายสำหรับผู้ชายที่ชื่อรณรุต

แต่มันจะไม่มีวันเกิดขึ้นกับเธออีก เพราะรณรุตไม่ใช่คนที่มีค่าคู่ควรกับการรอคอยของเธออีกต่อไป ก็ตั้งแต่วันที่บริษัทเขาประกาศล้มละลายนั่นล่ะ จะว่าเธอทิ้งเขาก็ไม่ได้หรอกนะ ในเมื่อเขาทำท่าโล่งอกอย่างออกนอกหน้าด้วยซ้ำเมื่อเธอบอกเลิกเขาอย่างเด็ดขาด

ใช่ว่าจะไม่รู้ว่ารณรุตไม่ได้รักเธอ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะพลาดของเขาเอง เอาเถอะ...เธอเองก็ไม่ได้รักเขาหรอก มันก็แค่หลงใหลและอยากเอาชนะนั่นล่ะ แค่ได้เห็นแววตาตื่นตระหนกและเจ็บปวดเพียงวูบหนึ่งจากศศินาราเมื่อตอนที่รู้ว่าเธอกับรณรุตคบกัน แค่นั้นก็สะใจเป็นบ้า แม้ว่าต่อมาผู้หญิงคนนั้นจะเชิดหน้าทำเป็นไม่ยี่หระกับเรื่องของเธอกับรณรุตก็ตามเถอะ

แต่กับวรทย์นั้นต่างออกไป เขาไม่ได้เฉยเมยไม่รู้ร้อนรู้หนาวเหมือนอย่างที่รณรุตทำ อิงฟ้ายังจำแววตาผิดหวังที่ฉายชัดออกมาได้ไม่ลืมยามเมื่อเธอบอกลาเขา และมันก็ทำให้เธอยังมีความเชื่อมั่นอยู่ไม่น้อยว่า เขาคงยังไม่ลืมเธอ แม้ว่าตอนนี้เขาจะแต่งงานไปแล้วก็ตามเถอะ แล้วยังไงล่ะ...แต่งได้ก็หย่าได้ คนอย่างอิงฟ้าไม่สนหรอกว่าจะต้องใช้วิธีไหน ขอแค่ให้ได้ในสิ่งที่เธอต้องการก็พอ

แม้จะหงุดหงิดกับการรอคอยมากแค่ไหน แต่เมื่อเห็นบุคคลที่เธอเฝ้ารอปรากฏตัว อิงฟ้าก็ปรับสีหน้าให้เป็นแย้มยิ้มด้วยความยินดีได้อย่างรวดเร็ว

“ขอโทษที่ให้รอนาน พอดีมีงานด่วนเข้ามา เลยเสียเวลาเคลียร์นานไปหน่อย” วรทย์อธิบายหลังจากนั่งลงตรงข้ามกับหญิงสาว

“อิงเข้าใจค่ะ วรทย์งานยุ่งอย่างนี้ยังอุตส่าห์หาเวลามาให้อิงได้ แค่นี้อิงก็รู้สึกขอบคุณมากแล้ว”

วรทย์เพียงแต่ยิ้มนิดๆแทนคำตอบ เขาไม่สนใจคำขอบคุณแต่อยากให้อิงฟ้าตรงเข้าประเด็นเสียทีมากกว่า

“ดีใจจังที่เราได้มานั่งทานข้าวด้วยกันอย่างนี้อีก ไม่คิดเลยว่าความหวังเล็กๆของอิงเป็นจริงขึ้นมาอีกครั้ง อย่างน้อยในช่วงที่ชีวิตอิงเจอปัญหาก็ยังมีเรื่องดีๆให้อิงยิ้มได้อยู่บ้าง”

วรทย์แอบเหลือบมองเวลาที่ข้อมือ ในใจก็ประหวัดไปถึงคนที่อยู่ที่บ้าน เขาไม่มีโอกาสได้โทรบอกศราวณีเลยว่าจะกลับดึก เพราะกว่าจะเลิกประชุมก็ค่ำแล้วและต้องรีบมารับรองลูกค้าอีก ไม่รู้ว่าเธอจะยังรอเขาอยู่หรือเปล่า ใจจริงนั้นอยากจะเลื่อนนัดกับอิงฟ้าไปเสีย แต่ก็เห็นใจที่หล่อนอุตส่าห์มารอเขาตั้งนาน ถ้าเขาไม่เสียเวลาไปมากจากการรับรองลูกค้าก็คงไม่ต้องให้เธอรอนานอย่างนี้ และป่านนี้เขาอาจจะกลับถึงบ้านแล้วก็ได้

“อิงมีปัญหาอะไรก็บอกมาเถอะ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงผมก็ยินดีช่วย” วรทย์เป็นฝ่ายเข้าประเด็นเสียเอง รู้ดีว่าขืนรออิงฟ้าก็คงจะอารัมภบทอีกหลายหน้าเลยล่ะ

อิงฟ้าหน้าเสียเล็กน้อย ไม่คิดว่าวรทย์จะถามกันโต้งๆอย่างนี้ แล้วดูท่าทางเขาสิ ดูกระวนกระวายเหมือนไม่อยากเสียเวลาอยู่กับเธอให้นานกว่านี้อย่างนั้นล่ะ หญิงสาวแอบจิกเล็บด้วยความโกรธที่ถูกเขาเมิน

คิดถึงยัยเมียหน้าจืดอยู่ล่ะสิ ไม่เชื่อหรอกว่าแค่ห่างกันไม่ถึงปีวรทย์จะลืมเยื่อใยที่มีต่อเธอจนหมดสิ้น คอยดูเถอะ เธอจะทวงคืนความรักความหลงที่เขาเคยมีให้เธอกลับมาเหมือนเดิมให้ได้

“รู้มั้ยว่าทำไมอิงถึงลืมวรทย์ไม่ได้ทั้งๆที่พยายามมากแค่ไหนก็ตาม ก็เพราะความหวังดีที่วรทย์ยังคงมีให้อิงเสมอแม้ว่าอิงจะเคยผิดต่อวรทย์ก็ตามนี่ยังไงล่ะ มันทำให้อิงรู้สึกผิดแต่ก็ซาบซึ้งใจมากในเวลาเดียวกัน วรทย์ไม่โกรธอิงแล้วใช่มั้ย ยกโทษให้อิงแล้วใช่มั้ย”

ถ้ามีเวลาว่างมากจริงๆวรทย์ก็คงจะมีอารมณ์นั่งสาธยายให้ฟังหรอกว่าเขาไม่เหลือความรู้สึกอะไรกับเธอแล้วจริงๆ ไม่ว่าเธอจะเคยทิ้งเขาไปหาผู้ชายที่ร่ำรวยมีชื่อเสียงมากกว่าอย่างรณรุตก็ตาม เขาอาจจะเคยเจ็บ เคยผิดหวัง แต่ตอนนี้มันไม่มีเหลือความรู้สึกแบบนั้นแล้ว เธอไม่จำเป็นต้องมาขอให้เขายกโทษให้ก็ได้

แต่ตอนนี้เขาไม่อยากเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ถ้าอิงฟ้ามาพบเขาด้วยจุดประสงค์งี่เง่าอย่างขอคืนดีล่ะก็ เขาคงลุกกลับทันทีโดยไม่เกรงใจเลยล่ะ ดังนั้นวรทย์จึงตัดบทการพิรี้พิไรของเธอด้วยการถามตรงเข้าประเด็นอีกครั้ง

“ผมไม่ได้โกรธอิง อะไรที่ผ่านไปแล้วก็แล้วไปเถอะ อิงมีอะไรก็พูดมาตรงๆเถอะ ผมไม่อยากให้อิงกลับดึก”

ฟังเหมือนจะเป็นห่วงเธอ แต่อิงฟ้ารู้ว่าเขานั่นล่ะที่อยากกลับบ้านเสียเต็มประดา หญิงสาวได้แต่เข่นเขี้ยวในใจ แต่ใบหน้านั้นปั้นแต่งให้ดูโศกเศร้าได้แนบเนียนเชียวล่ะ

“วรทย์รู้แล้วใช่มั้ยว่าวีเคมิคอลล้มละลาย”

ชายหนุ่มเลิกคิ้ว เขาพลาดข่าวนี้ไปได้อย่างไร แต่...คิดอีกทีก็คงไม่แปลกนัก เพราะเขาทำธุรกิจด้านซอฟต์แวร์ คนละตลาดกับวีเคมิคอลที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเวชภัณฑ์ แค่ลำพังงานที่ทำอยู่ก็ยุ่ง ถ้าหากไม่ใช่บริษัทคู่แข่งหรือพาร์ทเนอร์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ เขาก็ไม่มีเวลาจะไปสนใจหรอกว่าบริษัทไหนกำลังรุ่งเรือง บริษัทไหนกำลังร่อแร่

“ผมไม่รู้มาก่อน เสียใจด้วยจริงๆ” เขาเอ่ยจากใจจริง ความรู้สึกอยากกลับบ้านถูกความรู้สึกสงสารเห็นใจอดีตคนรักเข้าแทนที่ทันที

“มันเร็วมาก อิง...ตั้งตัวไม่ทัน จู่ๆก็กลายเป็นคนตกงาน ไม่รู้ว่าต้องรอนานแค่ไหนว่าจะหางานใหม่ได้”

คราวนี้คิ้วเข้มของชายหนุ่มขมวดมุ่นด้วยความแปลกใจ อิงฟ้าทำงานด้วยหรือ?

“ทำหน้าแบบนั้นคงคิดไม่ถึงล่ะสิว่าอิงจะทำงานที่วีเคมิคอลจริงๆ จะบอกให้ก็ได้ว่าอิงได้แรงบันดาลใจมาจากวรทย์นั่นล่ะ ก็เห็นวรทย์มุ่งมั่นทำงานจนธุรกิจไปได้สวย อิงเลยคิดได้ว่าตัวเองใช้ชีวิตแบบไร้แก่นสารมานาน ถึงจะเคยทำร้านเสื้อผ้ากับพวกเพื่อนๆ แต่ก็แค่สนุกๆ แต่พอมาเริ่มงานที่วีเคมิคอลอิงก็เลยขายหุ้นนั้นทิ้งซะและตั้งใจว่าจะจริงจังกับงานใหม่นี้ซะที แต่ก็โชคร้าย ทำงานจริงๆจังๆได้แค่เดือนกว่าๆบริษัทก็เจ๊งซะงั้น”

เพราะไม่เห็นเหตุผลว่าอิงฟ้าโกหกเขาเรื่องนี้แล้วจะได้อะไร วรทย์จึงเชื่อสนิทใจว่าเธอตกงานอย่างที่บอก จริงอยู่ว่าตอนที่คบกันอิงฟ้าก็เปลี่ยนงานไปเรื่อย รายได้ของเธอแต่ละเดือนไม่พอต่อสไตล์การใช้ชีวิตของเธอแน่ และเขาก็คงตอบสนองเธอได้ไม่เต็มที่ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ทิ้งเขาไปคบกับทายาทมหาเศรษฐีอย่างรณรุตหรอก เขาไม่เชื่อที่เธอบอกว่าอยากทำงานจริงจัง ก็คงแค่หาอะไรทำเล่นๆตามประสาเธอนั่นล่ะ แต่พอคนรักตกยาก เงินทองที่เคยมีใช้ไม่ขาดมือก็คงร่อยหรอลงไปถนัดตา

เอาล่ะ...เขาพอจะเข้าใจแล้วว่าอิงฟ้าต้องการอะไร และมันก็ไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงสักเท่าไหร่ เขาเองก็กำลังต้องการคนมาช่วยงานอยู่พอดี อิงฟ้าก็ไม่ใช่คนหยิบโหย่งทำอะไรไม่เป็นซะหน่อย ถ้าเธอตั้งใจจะทำอะไรก็ถือว่าทำได้ดีเชียวล่ะ ข้อนี้เขารู้ดี เสียแต่ว่าเธอชอบเที่ยวสนุกจนไม่สนใจทำงานจริงๆจังๆเท่านั้นเอง

“ผมกำลังหาคนมาช่วยดูแลงานด้านพีอาร์ ถ้าอิงสนใจ...”

“สนค่ะ อิงสน วรทย์น่ารักที่สุด ขอบคุณนะคะที่ให้โอกาสอิงอีกครั้ง อิงสัญญาค่ะว่าจะทุ่มเทเพื่อวรทย์ จะไม่ทำให้วรทย์ต้องผิดหวังอีกแน่นอน”

วรทย์พยายามไม่สนใจน้ำเสียงและแววตาของหญิงสาวที่สื่อความหมายเป็นนัย

“ผมดีใจที่ได้ยินอย่างนั้น อิงพร้อมเมื่อไหร่ก็เข้าไปที่บริษัทได้เลย”

“อิงพร้อมสำหรับวรทย์เสมอ พรุ่งนี้เลยเป็นไงคะ”

เจ้าของบริษัทชะงักเล็กน้อยกับคำพูดและท่าทีกระตือรือร้นของว่าที่พนักงานใหม่ ดูท่าอิงฟ้าคงไม่ได้ต้องการแค่ทำงานกับเขาอย่างเดียวแน่ๆ

แต่เธอจะคิดต้องการอะไรมากกว่านี้ก็เรื่องของเธอสิ ในเมื่อเขาให้ได้เท่านี้ อิงฟ้าจะทำอะไรได้ คนอย่างวรทย์จบแล้วก็คือจบ ยิ่งกับผู้หญิงที่เขารู้นิสัยใจคอว่าไม่มีทางไปกันได้แน่ๆอย่างอิงฟ้าแล้ว เขาไม่คิดจะหวนกลับไปคบให้เปลืองเวลาเปล่าๆหรอก