ผู้เขียน หัวข้อ: ทดลองเฉยๆ ธีมโกธิค  (อ่าน 45 ครั้ง)

ไอวินทร์

  • นักข่าว
  • Sr. Member
  • *
  • กระทู้: 264
    • ดูรายละเอียด
ทดลองเฉยๆ ธีมโกธิค
« เมื่อ: ตุลาคม 04, 2019, 06:59:18 PM »

สวัสดีวันจันทร์ "เขียนเรื่องแนวโกธิคกัน" 
เครดิต พี่ฟี
ฟีลิปดา
16 ก.ย. 62
เวลา 11:10:47


- มักเกี่ยวข้องกับเรื่องอดีต
อดีตของอะไร ของใคร
- สถานที่มักจะเป็นจุดสำคัญ
ปราสาทหลังใหญ่ - คฤหาสน์เปล่าร้าง
หมู่บ้านห่างไกล - หนองน้ำ - ป่า
หรือแม้แต่สวนดอกไม้ก็ได้
- ความเชื่อแปลกๆ ตำนานเล่าขาน
- สิ่งเหนือธรรมชาติ
ซาตาน เทพเจ้า แวมไพร์ ปีศาจ ฯลฯ
- ความลับของคน สถานที่ สิ่งของ
เมื่อมีความลับ ก็ต้องมีคนหวงห้าม
พอๆ กับมีคนอยากรู้อยากเห็น ฮ่าๆๆ
- ความตาย
- ความรัก
- ความฝัน
- สิ่งชั่วร้าย
- ฯลฯ
และที่ไม่น่าจะขาดไปเลยก็คือ - คำสาป

เอาองค์ประกอบเหล่านั้น มารวมเข้าด้วยกัน
สร้างความหม่นให้กับบรรยากาศ
อ้าว...แล้วจะให้มันออกคอมเมดี้ได้ไหม
มันก็ได้ในบางจังหวะที่สามารถแทรกเข้าไปได้
เขียนโรมานซ์อีโรติกเข้าไปก็ยังได้
แต่ก็ต้องผสมให้เข้ากันได้ กับความน่าสะพรึงกลัว





แรลลี่ครั้งที่่ 26
แนว รวมๆ ก็ ไม่เชิงคอมเมดี้ซะหมด  ::)
ข้ามมิติ ย้อนยุคโบราณ พระเอกร้ายเกือบเลวนิดนุง ฮ่าๆ

ป้อมสกุลถัง : กุ้งเหนือภมร
แนวโกธิค กลายเป็น....
ป้อมสกุลถัง : โอสถต้องสาป (เวอร์ชั่นทดลอง)

- มักเกี่ยวข้องกับเรื่องอดีตของพระเอก ทำไมถึงตาบอด
- สถานที่มักจะเป็นจุดสำคัญ ป้อมสกุลถัง กึ่งหมู่บ้าน
- ความเชื่อแปลกๆ ตำนานเล่าขาน ?????
- สิ่งเหนือธรรมชาติ นางเอกข้ามมิติมาอยู่ในร่างของตัวละครเอกในนิยาย
- ความลับของคน สถานที่ สิ่งของ
ห้องทรมาน?
ห้องปรุงยาอมตะ
ยาต้องคำสาป
๑กินแล้วเป็นอมตะแต่ต้องตาบอด??
๒กินแล้วธาตุไฟเข้าแทรก??
และที่ไม่น่าจะขาดไปเลยก็คือ - คำสาป


บทที่ 1.

เธอรู้ตัวดีว่าเป็นพวกบ้านิยายอย่างหนัก การรีเฟรชหรือกด F5 เป็นกิจวัตรประจำวันที่ขาดไม่ได้
เกิดอาการลุ้นตอนใหม่จนรู้สึกเหมือนคนมีอาการทางจิต เดี๋ยวดีใจเดี๋ยวผิดหวัง
 และมีนิยายแนวจีนโบราณย้อนยุคเรื่องหนึ่ง ที่เธอกลายเป็นแฟนพันธุ์แท้
‘หงส์เหนือมังกร’ ผู้แต่งจู่ๆ มีธุระสำคัญ ไม่สามารถแต่งนิยายต่อ

    หลังจากหายไปสักพักใหญ่ กลับมาอีกครั้ง ผู้แต่งนิยายก็ยังไม่สามารถสานต่อเรื่องราวได้จนจบ
 เธอเข้าใจว่าการสูญเสียผู้เป็นที่รักย่อมสะเทือนใจและมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิต
เธอรู้สึกเป็นห่วงแต่ไม่อาจทำอะไรได้มากเพราะไม่นานนิยายเรื่องนั้นก็ลบหายไป ยิ่งทำให้เธอรู้สึกติดค้างในใจ


      แต่คิดไม่ถึงว่าความผูกพันต่อนิยาย สามารถส่งเธอมาอยู่ในนิยายเรื่องนั้นได้
 การสวมบทบาทคนอื่นไม่มีทางใช้ชีวิตในแบบตัวเองได้หรอก เธอรู้สึกกังวลใจแต่เพื่อประคับประคองนิยายให้ดำเนินไป
 เธอจะเป็นต้นหญ้าที่ลู่ลม พยายามทำตัวกลมกลืนให้มากที่สุด ไม่อยากทำลายเนื้อหานิยายที่ชอบให้เละเทะ หวังว่าจะเป็นการกระทำที่ถูกต้อง

       การแต่งงานโดยไม่เต็มใจและมีฝ่ายหนึ่งเกลียดชังอีกฝ่ายถึงขนาด ‘ฆ่าได้ฆ่า’ จะเป็นชีวิตคู่แบบไหนกัน

       “ฮูหยินน้อยคุณชายให้ไปพบ”
สาวใช้คนหนึ่งยืนตะโกนบอกเธออยู่หน้าห้อง โชคดีที่เธอมาโผล่ในนิยายในวันรุ่งขึ้น หลังจากผ่านพิธีแต่งงานมาเรียบร้อย
คืนเข้าหอน่ะเหรอ เจ้าบ่าวเจ้าสาวต่างอยู่ในห้องพักของใครของมัน และไม่มีใครทักท้วงความไม่เหมาะสมสักคน

นางเอกเรื่องนี้เป็นที่รังเกียจของคนในป้อมสกุลถัง ถึงกับมีชื่อเรียกพิเศษต่างหาก อย่างนางปีศาจ นางแพศยา เธอเปิดประตูแล้วเดินตามสาวใช้ไป
เธอรู้สึกหดหู่เพราะจำได้ลาง ๆ ว่า ฉากต่อไปนี้นางเอกได้รับการหยามศักดิ์ศรีแค่ไหน เมื่อมาถึงสาวใช้เปิดประตูห้องทิ้งไว้ทั้งสองบาน
 ทำอย่างกับว่า ถ้าปิดประตู คุณนางเอกจะปล้ำสามีตัวเองทันทีที่มีโอกาสอยู่กันสองต่อสอง
ถ้าจำไม่ผิดพวกเขากลัวว่าพอสะใภ้ใหญ่ซึ่งคือเจ้าของร่างนี้ท้องขึ้นมา หากเป็นเด็กผู้ชายจะยึดป้อมของตระกูลล่ะมั้ง หัวโบราณ!

“สามี”
เธอลองเปล่งเสียงเรียก รู้สึกแปลกใจในน้ำเสียงของร่างนี้ช่างหวานใสน่าฟังเหลือเกิน และรู้โดยอัตโนมัติว่าควรใช้คำพูดแบบไหน

เธอเรียกผู้ชายที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ สวมใส่ชุดสีดำเรียบ ๆ ไม่ได้จัดทรงผมแต่อย่างใด ปล่อยเส้นผมยาวสยายอย่างกับผีจูออน
หน้าก็ซีด ๆ ขาว ๆ เสียด้วย

“ใครใช้ให้เจ้าเรียกข้าว่าสามี” น้ำเสียงไม่พอใจ แต่เธอไม่รู้สึกผิดคาดนัก

“ภรรยาไม่ทราบว่าจะเรียกท่านเช่นไร” เธอพูดจบแล้วเบะปาก

“เรียกข้าว่านายท่าน”

เธอรู้ดีต่อให้พูดดีกับเขาแค่ไหน คนมันเกลียดแค่หายใจก็ผิดแล้ว และที่สำคัญเขาตาบอด เพราะโดนพิษอะไรสักอย่างนี่แหล่ะ
ถ้าไม่ได้นางเอกช่วยเอาไว้เขาคงไปท่องปรโลกนานแล้ว แต่บางทีการมีชีวิตอาจเป็นเรื่องทรมานสำหรับเขาก็ได้
เธอเห็นใจนะ แต่ผู้ชายคนนี้โมโหร้ายมาก ฉุนเฉียวแทบจะตลอดเวลา แค่ต้นเรื่องก็อาละวาดใส่นางเอกไปไม่รู้เท่าไหร่

“นายท่านมีสิ่งใดต้องการสนทนากับข้าหรือ”

“ข้าขอเตือนเจ้า ที่นี้ป้อมสกุลถัง หากใครคิดไม่ซื่อทรยศตระกูลข้าล่ะก็ไม่ได้ตายดีแน่
ถ้าเจ้ามีแผนการชั่วร้ายก็จงตรองดูให้ดีว่าสตรีไร้ค่าเช่นเจ้าจะมีจุดจบเช่นไร
ก่อนตายข้าจะส่งเจ้าไปที่สำนักโคมเขียว ให้เจ้าอยู่ไม่สู้ตาย ทนทุกข์ทรมานจนกว่าเจ้าจะสิ้นลมหายใจ”
ขู่เก่ง ตกลงนี่มันพระเอกหรือผู้ร้ายกันแน่ หน้าตาดีแต่นิสัยโหด

“นายท่านขอเพียงข้ามีบุตรให้ท่านไว้สืบสกุลสักคน ข้าย่อมพอใจแล้ว” ใจจริงเธอแค่พูดไปตามบทภรรยาผู้ว่าง่าย

“ข้าจะไม่เข้าหอกับเจ้า และเจ้าไม่มีสิทธิ์ต่อรอง” ยิ่งพูดเสียงเขายิ่งดัง

“ท่านไม่คิดว่าท่านพ่อท่านแม่จะบังคับให้ข้าปรนนิบัติท่าน ”

"ไม่มีทาง และเจ้าอย่าคิดการณ์ต่ำช้าเป็นอันขาด กล้าวางยาข้าล่ะก็ ทั้งเด็กนั้นและเจ้าต้องตายสถานเดียว 
สตรีที่ข้าจะมอบเชื้อสายของตระกูลให้ย่อมไม่มีทางเป็นเจ้า
สตรีจิตใจโสมมไม่ต่างกับอาจม” จะรังเกียจอะไรหนักหนาขนาดเด็กตาดำ ๆ ก็ไม่เว้น

“นายท่านมีความคิดโหดร้ายเช่นนี้ จะส่งผลให้นัยถ์ตาของท่านอาจรักษาไม่หาย”

            “หากกำจัดนางมารที่เป็นภัยต่อยุทธภพได้ ข้าขอเสียสละตนเอง”
เธอถอนหายใจกับคนบางคนมันก็เกินเยียวยา โง่ซ้ำโง่ซาก โดยเฉพาะบทพระเอก ไม่ใช้สมองก่อนจะพูดอะไรออกมา
ฐานะชาติตระกูลของร่างนี้ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าป้อมสกุลถังของเขา เผลอ ๆ อาจแข็งแกร่งและมั่งคั่งกว่าป้อมเล็ก ๆ ของเขาเสียอีก
ในนิยายไม่ค่อยได้กล่าวถึงครอบครัวนางเอกมากนัก เธอเลยไม่รู้ตื้นลึกหนาบางอะไร

  บางครั้งเธอก็อดแหย่รังแตนไม่ได้ ทั้งที่รู้ว่าเสียเปรียบ “ถ้าเช่นนั้นท่านเสียสละเข้าหอกับข้าสักคืนหนึ่ง
 แล้วปล่อยให้สวรรค์ลิขิตว่าข้าจะให้กำเนิดบุตรหรือไม่ จากนั้นต่างคนต่างอยู่
ข้อเสนอนี้ไม่ได้ยากเย็นจนเกินไป ตระกูลของข้าคงไม่พอใจแน่ถ้ารู้ว่าท่านต่อต้านการแต่งงานในครั้งนี้”

“นางมาร! อย่าคิดว่าแต่งเข้ามาเป็นฮูหยินของข้าแล้วจะทำสิ่งใดตามใจชอบได้
ข้าไม่สนว่าตระกูลของเจ้าจะยิ่งใหญ่มาจากไหน ไสหัวออกไปซะ!”

กระแสลมสายหนึ่งพุ่งมาปะทะร่างกายเธอ จนตัวกระเด็นไปกระแทกข้างฝา ความปวดร้าวเกิดขึ้นตรงทรวงอก
เกิดปั่นป่วนและกระอั่กออกมาเป็นเลือดคำหนึ่ง เธอยกหลังมือเช็ดที่คาง ไอ้เลว! ดูเหมือนเธอต้องดำเนินเรื่องราวตามต้นฉบับเสียก่อนสินะ

เหตุการณ์เดิมของนิยายเรื่องนี้มีไม่กี่ตอน ฉากสุดท้ายที่คนแต่งนิยายโพสคือ พระเอกเรียกนางเอกไปช่วยอาบน้ำ
เพราะเป็นคำสั่งของผู้นำตระกูลหรือไงนี่แหล่ะ เธอพยุงร่างตัวเองเกาะผนังเดินออกไป
พลางคิดฉากอาบน้ำจะเป็นฉากหวานก็เรียกไม่ได้เต็มปาก ตัวละครทั้งสองได้ใกล้ชิด แต่นางเอกถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม ทั้งกดขี่ทางเพศ
ผู้ชายสไตล์นี้กำลังฮิตในช่วงห้าปีก่อนหรือไงนะ หรือจริง ๆ มีเบื้องหลังตัวละครที่เธอไม่รู้เช่นกัน
แต่ถ้าร้ายกับนางเอกเกือบทั้งเรื่องแล้วทำดีตอนใกล้จบ เธอรับไม่ได้อย่างแรง ทีกับนางอิจฉาล่ะก็ใจดีเหลือเกินแล้วพอความจริงเปิดเผย
 ใช้ห้านาทีแสดงความร้ายกาจใส่เป็นการชดเชยให้นางเอก ความทุกข์ทรมานมันเทียบกันได้หรือเปล่า ช่างเถอะ ๆ




ในที่สุดเธอก็หอบร่างที่บอบช้ำเข้ามาอยู่ในห้องได้สำเร็จ ความทรงจำในร่างนี้แทบไม่มีอะไรเลย
รวมทั้งเธอไม่รู้ว่านิสัยที่แท้จริงของนางเอกเรื่องนี้ด้วย

   ปัญหาการบาดเจ็บคงต้องเร่งแก้ไขก่อน เธอไม่รู้แน่ชัดว่านางเอกเป็นหมอหรือเปล่า
หรือปรุงยาได้อย่างเดียว ดังนั้นหาคำตอบโดยค้นตามเสื้อผ้า ได้ขวดยามาสามสี่ขวด เป็นขวดสีขาว
ฝาจุกทำจากผ้า เธอดึงออกมาแล้วสูดดมกลิ่นทีละขวด กลิ่นแตกต่างกัน แต่เธอไม่รู้เรื่องอะไรเลย
ถ้าเกิดเป็นยาพิษล่ะ เพราะพระเอกชอบเรียกนางเอกแต่นางมารตลอด รายละเอียดในนิยายเธอก็ลืมไปแทบหมดแล้วด้วย

   คงต้องใช้สัญชาติญาณในการเลือกยา เธอชี้นิ้วไล่ไปทีละขวดพร้อมกับท่อง A-Z

 
   ขวดที่สอง

   เธอเทยาออกมาเม็ดหนึ่งแล้วรวบรวมกำลังใจอีกที เอาว่ะ นางมารตายด้วยยาตัวเองก็สมควรภูมิใจ
ไม่รู้ว่าต้องใช้ระยะเวลาเท่าไหร่กว่าจะออกฤทธิ์
ตอนนี้คงมีเวลาสำรวจห้องนี้สักที ห้องพักไม่ได้กว้างมากนัก นี่มันเหมาะสมกับตำแหน่งฮูหยินน้อยแล้วเหรอ
ของใช้ส่วนตัว สินเดิม รวมถึงคนรับใช้ส่วนตัวจากบ้านเดิมล่ะ
 อยู่ที่ไหน เธอจะได้รู้จักนางเอกคนนี้มากขึ้น กวาดสายตาไปรอบห้องพบกับความว่างเปล่าไม่เจอใคร
 เธอนึกออกแล้วนางเอกแทบโดนตัดขาดจากครอบครัวไม่ให้เอาสาวใช้มาด้วย

เวลาผ่านไป เธอยังไม่ได้แตะต้องอาหารเลยสักมื้อเลยไม่รู้เป็นเวลากี่โมงกี่ยามแล้ว
ค้นหีบใส่เสื้อผ้าของนางเอกก็ไม่รู้อะไรมากไปกว่าเดิม เสื้อผ้าสีสันและรูปแบบคล้ายที่เธอกำลังใส่แต่อยู่ค่อนข้างเรียบเกินไปหน่อย
 สีแดงเลือดหมูแม้แต่เสื้อชั้นในสุดก็ยังสีเดียวกัน หรือที่โดนเรียกว่านางมารเป็นเพราะสีเสื้อผ้า ตลก!

ไม่สิ อย่างน้อยได้รู้ว่านางเอกเป็นคนไม่ชอบแต่งตัว เธอเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง แล้วหยิบกระจกทองเหลืองขยับไปมา
 คิ้วเรียวได้รูป ดวงตาไม่เล็กหรือใหญ่ จมูกเป็นสัน ริมฝีปากอวบอิ่ม รวมแล้วเป็นใบหน้าของเด็กสาวที่น่าเอ็นดู
รูปหน้ายังมีเค้าของเด็กผู้หญิง คงจะราว ๆ สิบห้าสิบหกปี
นั่งอย่างไม่มีอะไรทำจนเบื่ออีกพักใหญ่ มีเสียงสาวใช้มาตะโกนหน้าห้องอีกแล้ว

“ฮูหยินน้อย นายท่านใหญ่และฮูหยินเชิญท่านไปดื่มน้ำชาที่ศาลาริมน้ำ”
พบพ่อแม่สามีอย่างนั้นเหรอ เธอถอนหายใจ ไม่รู้ที่นี้คือดงเสือดงจระเข้หรือเปล่าเธอเพิ่งไปเจอตัวลูกมา

เธอก้าวขาออกจากห้องแล้วเดินตามสาวใช้โดยไม่ได้พูดอะไร วันแรกเจอรับน้องโหดเลือดตกยางออกไปแล้ว
 คงไม่มีอะไรหนักไปกว่านี้สินะ ความกังวลทำให้เธอไม่มีแก่ใจไปชื่นชมทัศนียภาพ สระน้ำกว้างทีเดียว
มีทางเดินไปที่ศาลาใหญ่ สามารถรับรองแขกได้เป็นสิบ


มีสาวใช้ยืนถือถาดน้ำชารอเธออยู่ แต่มีสองถ้วย ให้เธอเป็นคนยกน้ำชาให้เหรอ ธรรมเนียมหลังแต่งงานแบบโบราณเธอก็ไม่ค่อยแน่ใจ
แต่เคยอ่านจากในนิยายและตามจริงต้องยกพร้อมกับสามีไม่ใช่เหรอ หรือเพราะสามีตาบอดไม่สะดวกเดินมา
พวกเขาเลยให้เธอมายกน้ำชาคนเดียว จุดประสงค์ที่แท้จริงคือการข่มขู่เธอเหมือนกับที่ลูกชายทำก็ได้
หลังจากกทำการยกน้ำชาตามพิธีการไปแบบงู ๆ ปลา ๆ เธอก็ได้ยินเสียงแม่สามีเอ่ยขึ้น

“นั่งสิฮัวเอ๋อร์ มีขนมที่เจ้าชอบด้วย ข้าให้แม่ครัวเตรียมไว้ให้เจ้า”
ผู้หญิงวัยกลางคนที่ท่าท่างอ่อนโยน ใบหน้าคล้ายกับลูกชาย เลื่อนจานขนมมาตรงหน้าเธอ และสาวใช้รินน้ำชามาให้เธออย่างรู้งาน

“ขอบคุณท่านแม่สามี”
เธอยื่นมือไปหยิบขนม ก่อนจะส่งเข้าปากกลิ่นบางอย่างแตะจมูก เธอก็ไม่รู้ว่ารู้ได้อย่างไรคงเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างนี้
ขนมคงจะมีปัญหาสินะ ความรู้สึกบอกให้รู้ว่าไม่ใช่ยาพิษและฝีมือคนวางยากระจอกมาก
ถ้าเธอเดาไม่ผิดคงเป็นพวกยาถ่ายและมันทำอะไรเธอไม่ได้ หรือร่างนี้จะมีภูมิต้านทานยาพิษต่าง ๆ

มีผู้หญิงอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ ยืนอยู่ด้านหลังแม่สามีใส่ชุดสีชมพู่อ่อนชายผ้าพลิ้วไหวไปตามสายลมราวกับเทพธิดาน้อย
สำหรับนางอิจฉาของเรื่องเธอไม่ลืมแน่นอน เป็นญาติห่าง ๆ หลานสาวกำพร้าของแม่สามี ที่เติบโตอยู่ที่นี้ตั้งแต่เด็ก
และแม่สามีหมายมั่นตำแหน่งภรรยาเอกเอาไว้ให้ เธอกัดขนมพร้อมทั้งเหลือบตามมองนางอิจฉาเบอร์หนึ่ง มือแทบจะฉีกผ้าเช็ดหน้าขาดออกจากกันแล้ว
น่าสงสารผู้หญิงยุคโบราณในหัวสมองต้องคิดหาวิธีจับผู้ชาย เพื่อเกาะสามีเพื่อความอยู่รอด

“ฮัวเอ๋อร์ เจ้ามีสิ่งใดไม่คุ้นเคยหรือสงสัยก็สอบถามจากทุกคนในจวนได้ ป้อมสกุลถังของเรายินดีต้อนรับเจ้า
เอาล่ะ พวกเจ้าพูดคุยกันก่อน ข้าต้องไปทำงานแล้ว”
ท่านพ่อเปิดและปิดการขายด้วยไม่กี่ประโยค แล้วก็ชิ่งหนีไป เหลือแต่กลุ่มชะนีฝูงหนึ่ง
คราวนี้คงได้เวลาแสดงเจตนาที่แท้จริงกันแล้วสินะ

“ท่านพ่อของเจ้าค่อนข้างทุ่มเทให้กับป้อมสกุลถังของเรา เพราะว่าปิงเอ๋อร์เกิดมาล้มป่วยปีนี้พอดี”
เดี๋ยวก่อนนะ ชื่อ น้ำแข็ง ไม่สิ คงเป็นชื่อเล่นในครอบครัว ชื่อเล่นสมกับหน้าหงิก ๆ ของพระเอกเหลือเกิน

เพื่อไม่ให้เป็นการเข้าใจผิดเธอเลยถาม “ท่านแม่สามีหมายถึงท่านพี่หรือเจ้าคะ”

“อืม ตอนนี้ร่างกายของเขาไม่สู้ดีนัก ต้องพักรักษาตัว เจ้าก็ทำตัวดี ๆ อย่าไปวุ่นวายระหว่างการรักษาล่ะ
และถ้าหากปิงเอ๋อร์แข็งแรงขึ้นเมื่อไหร่ล่ะก็ ข้าจะให้เขารับเพ่ยเจินเป็นฮูหยินรองเพื่อจะได้รีบมีทายาทไว ๆ”

แม่สามีแรงได้ใจลูกชายแต่งงานได้เพียงวันเดียว เอาผู้หญิงอีกคนมาข่มลูกสะใภ้แล้ว แต่ขอโทษเถอะ เธอไม่ได้อยากแย่งผู้ชายกับใคร
และไม่ได้ต้องการมาอยู่ที่นี้ ข้างนอกมีผู้ชายอีกมากมาย แค่ก ๆ เธอหมายถึงยังไม่ได้เปิดหูเปิดตาพบปะผู้คนเท่าไหร่เลย

“ข้าทราบแล้ว”
เธอค้อมศีรษะแล้วยกน้ำชาจิบอีกอึกหนึ่ง ชาขมฝาดชะมัดเลย ถ้านางเอกตัวจริงอยู่ตรงนี้จะทำอะไรนะ
พอสั่งเสียเอ่อ สั่งความเรียบร้อย ก็พากันเดินจากไปกันหมดเหลือเธอเพียงลำพัง

ข้อดีของการเข้ามาอยู่ในนิยายและต้องแสดงบทนางเอก คือมีพระเอกเป็นของตัวเอง แถมสถานะเป็นสามี
 ไม่ต้องลำบากออกเรือไปหว่านแหจับมา แต่เธอรู้สึกว่าข้อเสียจะมากมายจนนับไม่ไหว ที่เห็น ๆ คือโดนสามีซ้อม แจ้งความก็ไม่ได้
คุณนางเอกตกลงไม่มีพลังยุทธอะไรไว้ป้องกันตัวบ้างเหรอ หรือต้องพกยาพิษไว้สาดใส่คนอื่นอย่างเดียว
กว่าจะหาสมุนไพร กว่าจะปรุงยา กรอกใส่ขวด ใส่ห่อกระดาษ แล้วถ้าตกน้ำตกท่ายามิละลายสูญเปล่าอีกล่ะ
ต้นทุนและวัตถุดิบการอัพเลเวลของนางเอกเรื่องนี้สูงมาก จนคนแต่งนิยายถอดใจสินะ

เธอขอสัตว์อสูรมาเป็นผู้ช่วยสักตัวสิ ตระกูลใหญ่สี่ตระกูล ถ้าเธอจำไม่ผิดนะ จะมีพยัคฆ์เสือขาว หงส์ทางฝั่งตระกูลเธอ
 เต่าและมังกร มีบางอย่างไม่ถูกต้อง เพราะพระเอกอยู่ฝั่งตระกูลสัตว์อสูรที่เป็นมังกรและนางเอกที่เป็นหงส์
ชื่อนิยายถึงได้ชื่อว่าหงส์เหนือมังกรอย่างไรล่ะ แล้วทำไมสามีในนิยายที่เธอตื่นขึ้นมาเป็นตระกูลเสือขาวล่ะ
 ป้อมสกุลถังเก๊สินะ ฮ่า ๆ เธอนึกขบขันในใจ

มันน่าอึดอัดใจจริง ๆ มาอยู่บ้านคนอื่น จะทำอะไรก็ไม่ถนัดแถมมีแต่คนแอนตี้ เธอรู้ว่าการแต่งงานเป็นการถ่วงดุลอำนาจระหว่างสี่ตระกูลใหญ่
ไม่ให้คิดทำตัวโดดเด่นเกินหน้าเกินตาหรือทำตัวเป็นใหญ่เหนือตระกูลอื่น ถ้าเป็นไปได้เธอจะซื้อไม้กายสิทธิ์แจกหัวหน้าตระกูลทุกคน
 แล้วให้เอาไปเสกเมืองในฝัน มโนเอาเองว่าเป็นผู้ครองโลก
จะอยู่กันได้สักกี่ปีก็ต้องตายทุกคน
จริงสิดินแดนแห่งนี้ไม่มีฮ่องเต้มีแต่ตระกูลใหญ่และมีสถานที่แปลกประหลาด มีสัตว์อสูรและพลังที่เธอยังไม่ได้อ่าน
คือ คนแต่งนิยายยังเขียนไม่ถึงก็มาหยุดอัพไปเสียก่อน โลกแฟนตาซีแห่งนี้ก็เลยหยุดชะงักไป


เหม่อมองไปยังดอกบัวสีชมพู่ที่ชูช่อท่ามกลางใบบัวสีเขียว ดอกบัวยังดิ้นรนอวดความสวยงามแข่งกัน แล้วเธอล่ะจะอยู่เฉย ๆ
ในโคลนตมต่อไปหรือเปล่า เธอชื่อเหลียนฮัว ก็คือดอกบัวดอกหนึ่งเช่นกัน
ไม่เอาดีกว่า เธอขี้เกียจ นั้นเป็นชื่อของนางเอกไม่ใช่เธอเสียหน่อย เธอจะทำอย่างที่เธออยากจะทำ
 ใครไม่มาวุ่นวายกับเธอ หรือเหยียบเท้าเธอก็ต่างคนต่างอยู่กันไป ถือศีลกินเจละเว้นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต

พอได้ข้อสรุปในการดำเนินชีวิตที่เรียบง่ายแล้ว เธอเลยเลิกว้าวุ่นใจ
บางทีอันดับแรกต้องหาวิธีฟื้นความทรงจำเกี่ยวกับการวางยาพิษ แล้วจัดให้สามีเป็นหนูทดลองสักครั้งสองครั้ง
จะได้ไม่มีแรงซ้อมเธออีก และสำหรับญาติสาวที่คิดปีนเตียงเพื่อเลื่อนฐานะ เธอจะส่งเสริมโดยการปรุงยาเลิฟให้พวกเขาสมหวัง แค่คิดเธอก็เริ่มสนุกแล้ว
นั่งเอ่อระเห้ยต่ออีกไม่นาน เธอเดินกลับห้องพัก และเพิ่งสังเกตว่าเป็นเรือนที่แยกออกมา กึ่งเรือนรับรองแขก
แต่เธอเดาว่าเคยเป็นเรือนคนใช้ที่มีตำแหน่งใหญ่เสียหน่อย อย่างพ่อบ้านแม่นมคนสนิทอะไรเทือกนั้น มีโต๊ะเขียนหนังสือชั้นหนังสือเตี้ย ๆ
มีโต๊ะเก้าอี้ โต๊ะเครื่องแป้ง เตียงขนาดกลาง การตกแต่งโทนผู้ใหญ่ดูอึมครึมให้บรรยากาศเก่าแก่ดีจริง

“ฮูหยินน้อยสำหรับอาหารมาแล้ว”

เสียงสาวใช้คนเดิมไม่รอให้เธอตอบรับก็ผลักประตูเข้ามา เดินทื่อ ๆ หิ้วปิ่นโตโบราณเข้ามาวางที่โต๊ะ เปิดฝายกอาหารออกมาวาง
อันประกอบด้วย ข้าวเปล่าหนึ่งถ้วย ผัดผักหนึ่งจานเล็ก ถั่วคั่วหนึ่งถ้วยนับเม็ดได้
 และหมูย่างชิ้นขนาดครึ่งฝ่ามือหั่นบาง ๆ สามแผ่น  ยัยสาวใช้พูดกระฟัดกระเฟียดว่าอีกครึ่งชั่วยามจะมาเก็บ

ให้เวลากินชั่วโมงหนึ่งคงให้เธอคีบข้าวทีละเม็ดสินะ อาหารน้อยขนาดนี้กินไม่ถึงห้านาทีก็หมดแล้ว

หรือเป็นวิธีกำจัดสะใภ้ให้อดอาหารจนตายไปเอง ไม่รู้ว่าเป็นความคิดใคร
 ถ้าไม่มีคนให้ท้ายมีหรือใครจะกล้าทำแบบนี้กับฮูหยินน้อย

นึกสงสัยในเมื่อมีแต่คนรังเกียจนางเอก สามีก็สะดีดสะดิ้งไม่ให้แตะเนื้อต้องตัว แม่สามีก็เอ็นดู จัดเตรียมเมียน้อยมารอท่า
ทำไมถึงให้ร่างนี้แต่งเข้ามา มีข้อตกลงอะไรในการแต่งงานของสองตระกูล ป้อมสกุลถังมีความลับอะไรกันแน่


สรุป
นางเอก คาเรคเตอร์มันชิลๆ ตลกๆ ไม่โกธิค ฮ่าๆๆๆ นางเอกคือ ตัวคนเขียน ก๊ากกกกๆๆๆ
ฝั่งพระเอกนี่ ผ่านอยู่
สร้างใหม่ ง่ายกว่า
Licht und Schatten トーキョーグール-

ไอวินทร์

  • นักข่าว
  • Sr. Member
  • *
  • กระทู้: 264
    • ดูรายละเอียด
Re: ทดลองเฉยๆ ธีมโกธิค
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2019, 02:22:26 PM »
เทส 
Licht und Schatten トーキョーグール-

ธันย่า

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 77
  • ที่สุดของการเขียน คือการก้าวผ่านจุดเริ่มสู่จุดจบ
    • ดูรายละเอียด
Re: ทดลองเฉยๆ ธีมโกธิค
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2019, 04:53:28 PM »
ทำฟ้อนปกเด่นๆกว่านี้หน่อยค่าาา  มันกลืนไปกับพื้นหลังอะ :-*

ไอวินทร์

  • นักข่าว
  • Sr. Member
  • *
  • กระทู้: 264
    • ดูรายละเอียด
Re: ทดลองเฉยๆ ธีมโกธิค
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2019, 01:02:36 AM »
ขอบคุณ คุณธันย่าค่ะ  ;D   photoscape โหลดฟ้อนต์เพิ่มได้
Licht und Schatten トーキョーグール-