ผู้เขียน หัวข้อ: สุดสวาท...แสนปรารถนา 3 ห่วง หวง หรือหึง  (อ่าน 299 ครั้ง)

รัญชิดา

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 236
    • ดูรายละเอียด
3

   เพราะคำพูดของน้องชายบวกกับเพื่อนรักและหลักฐานเชิงประจักษ์หลายๆ อย่างผสมปนเปกันทำให้กสิณชักคล้อยตาม มีความเป็นไปได้สูงว่าเลขาฯ ผู้ทรงประสิทธิภาพของเขากำลังมีผู้ชายที่โพรไฟล์ดีงามแบบสุดลิ่มให้ความสนใจและอาจบานปลายไปถึงขั้นจีบจริงจังเลยก็ได้

   ในฐานะของผู้ปกครอง แน่นอนเขารู้สึกไม่โอเคกับเรื่องนี้ ถึงพีบีจะอายุยี่สิบห้า แต่เธอก็ไม่เคยคบหาใครเต็มรูปแบบถึงขั้นเรียกเต็มปากว่าคู่รัก ประสบการณ์ทำงานไว้ใจได้แต่ถ้าเรื่องประสบการณ์หัวใจพิชชาทรยังอ่อนหัด

   กสิณจึงต้องทำเรื่องบ้าๆ อย่างเช่นนั่งเสิร์ชหาประวัติคู่ควงสุดฮอตของฮันเตอร์ มอร์ตัน ไม่นานเขาก็รวบรวมได้ประวัติสาวสวยในจำนวนที่มากพอจะเปิดโมเดลลิ่งได้เลย ชายหนุ่มนั่งพลิกอ่านข้อมูลในแฟ้มด้วยความหมั่นไส้ ฮันเตอร์ไม่เคยว่างเว้นจากสาวสวย นี่ก็เพิ่งเลิกรากับนางแบบชุดชั้นในชื่อดัง ข่าวคนเก่ายังไม่ทันจะซายังมีหน้ามาเสนอตัวจีบเลขาฯ ของเขา ฮึ! ฝันลมๆ แล้งๆ ไปเถอะ แม้แต่ปลายเล็บของพิชชาทร เขาก็จะไม่ยอมให้มันได้แตะ!

    เขาจะเก็บแฟ้มนี้เอาไว้ ถ้าทุกอย่างยังปกติดี พิชชาทรไม่มีทีท่าหวั่นไหวกับไอ้หมอนั่น เขาก็คงจะโยนแฟ้มนี้ลงถังขยะได้ แต่ถ้าหากมีอะไรไม่ชอบมาพากล แฟ้มนี้ต้องถึงมือเลขาฯ เขาแน่และเธอจะต้องอ่านมันชนิดที่ห้ามข้ามแม้แต่อักขระเดียว

   เสียงเคาะประตูทำให้กสิณเลิกคิ้วสูง ละสายตาจากแฟ้มที่ถืออยู่ เปลี่ยนไปมองพิชชาทรที่โผล่หน้าเข้ามายิ้มเผล่ จนชายหนุ่มอดนึกขำไม่ได้ นี่เลขาฯ หรือภูตผี นั่งคิดถึงปุ๊บ ก็โผล่มาปั๊บ

   “ว่าไง มีอะไรเหรอ”

   “จะมาบอกว่าค่ำนี้พี่ก้าวมีนัดดินเนอร์นะคะ”

   “หือ...กับใคร ทำไมพี่ไม่รู้เลยล่ะ” กสิณครางในลำคออย่างสงสัย เห็นสีหน้าของพิชชาทรก็ดูไม่ดีนัก มีบางอย่างทำให้เลขาฯ ของเขาลังเลพูดไม่ออก บอกไม่ถูก “ตกลงพี่มีนัดกับใคร”

   “คุณฮันเตอร์ มอร์ตัน เขาโทรมานัดขอเลี้ยงขอบคุณค่ำนี้ค่ะ หนูดูตารางแล้วพี่ก้าวไม่มีนัดที่ไหนก็เลยตอบตกลงเขาไปแล้วค่ะ”

   “นัดพี่คนเดียว” ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันเขาถึงได้ถามเธอไปแบบนั้น ชายหนุ่มหวังว่าจะได้ยินคำตอบสั้นๆ ว่า ค่ะ ทว่าความจริงก็ไม่เป็นอย่างที่หวัง เลขาฯ ของเขาตอบอ้อมแอ้มไม่เต็มเสียง

   “เขาให้หนูไปกับพี่ก้าวด้วยค่ะ”

   พึ่บ! แฟ้มที่กางในมือถูกชายหนุ่มปิดอย่างแรงด้วยความลืมตัว กสิณจะโยนมันขึ้นไปบนโต๊ะ พยักพเยิดหน้าบอกหญิงสาว

   “เอากลับไปด้วย ยังไม่ต้องเปิดอ่านที่นี่นะ กลับไปอ่านที่บ้านคืนนี้ แล้วตัดสินใจเองว่าจะเอายังไงดี พี่ให้สิทธิ์เราเต็มที่”

   “มันคืออะไรเหรอคะ”

   “เดี๋ยวคืนนี้ กลับจากดินเนอร์ก็รู้เอง”

   พิชชาทรมองแฟ้มที่นอนนิ่งบนโต๊ะอย่างงุนงงสงสัย อ่านเลยก็ไม่ได้ต้องแบกกลับบ้านอีก วันนี้พี่ก้าวท่าทางจะอารมณ์ไม่ดีเท่าไร หน้านี้ดุเชียว ว่าแต่เธอกับเขาไม่ได้คุยเรื่องเดียวกันอยู่หรอกเหรอ พูดถึงฮันเตอร์แล้วเลยมาแฟ้มปริศนานี่ได้ยังไง

   หญิงสาวหยิบแฟ้มไปถือไว้แล้วถามย้ำ

   “แล้วเรื่องนัดเลี้ยงขอบคุณของฮันเตอร์พี่ก้าวจะว่ายังไงคะ”

   “ลูกค้านัดมา เราจะเสียมารยาทได้ไงล่ะ” ถึงจะมั่นใจว่ามันแค่เอางานมาอ้างก็เถอะ คิดแล้วก็หงุดหงิด กสิณผุดลุกขึ้นยืนพลางถามเลขาฯ ที่ยังไม่ไปไหน “นายกันต์ยังอยู่ไหม”

   “เห็นนั่งเคลียร์งานอยู่ที่โต๊ะนะคะ ไม่ได้ไปไหน”

   “งั้นก็ดี พี่จะเอานายกันต์ไปกับเราด้วย ไปทำงานต่อเถอะ” กสิณขยับตัวเตรียมเดินออกจากห้องเหมือนกัน เห็นเลขาฯ มองมาอย่างสงสัยจึงตอบกลับไปด้วยสีหน้าราบเรียบไม่บ่งบอกอารมณ์ “จู่ๆ พี่ก็คิดถึงน้องชายขึ้นมา เลยคิดว่าจะไปคุยกับนายกันต์สักหน่อย ไม่มีงานด่วนนี่ ใช่ไหม”

   “นอกจากนัดกับฮันเตอร์ก็ไม่มีอะไรด่วนหรอกค่ะ”

   “โอเค งั้นเดี๋ยวไปเจอกัน มัน เอ๊ย! เขานัดที่ไหนนะ”

   “โรงแรมมอร์ตันค่ะ”

   “อืม...” ถิ่นมันซะด้วย ชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้แล้วก็เดินผ่านหน้าเลขาฯ สาวออกไปทันที ทิ้งไว้แต่ความสงสัยของหญิงสาวที่มองตามไป

   จู่ๆ ก็คิดถึงคุณกันต์เนี่ยนะ ท่าทางที่ปรึกษาของเธอจะเจอชุดใหญ่เข้าให้แล้ว

   กสิณเดินมาหยุดยืนที่โต๊ะของกันต์ธร เจ้าน้องชายของเขากำลังง่วนกับงานจนไม่ทันสังเกต ชายหนุ่มจึงแกล้งตบโต๊ะ คราวนี้เงยหน้าขึ้นตาเขียวปัดเลย

   “อ้าว! พี่ก้าวมีอะไรครับ ตกใจหมด”

   “อ่านงานหรือนั่งหลับวะ ฉันมายืนตั้งนานยังไม่รู้ตัว”

   “ก็ไม่นึกว่าท่านประธานจะมาหาถึงที่ คนกำลังมีไฟอยากเคลียร์เอกสารให้เรียบร้อยจะได้ไม่มีอะไรติดพันกลับไทยได้อย่างสบายใจหายห่วง รับรองว่าไม่ทิ้งเรื่องปวดหัวไว้ให้เป็นภาระของพีบีแน่นอน เผื่อว่าเขาจะได้มีเวลารับมือกับนายฮันเตอร์มากขึ้น”

   กันต์ธรไม่วายแกล้งแหย่พี่ เขากำลังเตรียมตัวเดินทางกลับไทย มีกำหนดเวลากลับชัดเจน หลังจากที่มาเรียนต่อและอยู่ทำงานกับพี่ชายเสียหลายปี แม้ว่าพี่ก้าวจะพยายามโน้มน้าวใจให้อยู่ต่อ เพราะจะได้ช่วยเป็นหูเป็นตาคอยดูแลพิชชาทรในเวลาที่ตัวเองไม่อยู่ แต่เขาตัดสินใจแล้วว่าจะกลับไทย มุ่งมั่นตั้งใจในระดับที่ว่าเอาช้างมาฉุดก็รั้งไว้ไม่ได้ เขาจึงต้องเร่งจัดการงานที่คั่งค้างไว้ให้เสร็จสิ้น ก่อนอำลาหน้าที่ที่ปรึกษาพิเศษของเด็กสาวในอุปถัมภ์ของพี่ชาย

   “ตกลงพี่ก้าวมีธุระอะไรกับผมเหรอ”

   “ก็อยากคุยด้วยหน่อย เรื่องฮันเตอร์ มอร์ตัน นี่แหละ ตกลงที่แกเล่าว่าหมอนั่นมองพีบีตาไม่กะพริบนี่ของจริงหรือแค่อำฉันเล่น” กสิณไม่ใช่คนอ้อมค้อม อยากรู้เรื่องอะไรเขาก็มักจะถามตรงๆ แต่สิ่งที่ได้กลับคืนมาคือลูกตาวิบวับๆ ราวกับจะจับผิดของน้องชาย

   “ทีวันนั้นจะเล่าให้ฟังละทำเป็นนั่งขำ”

   “ก็ตอนนั้นไม่อยากรู้นี่หว่า อยากรู้ตอนนี้ ตกลงมันเป็นยังไง ไหนเล่าซิ จีบจริงไหม”

   “เรื่องจริงสิพี่ ผมคิดว่าฮันเตอร์สนใจพีบีของเราจริงจังเลยแหละ” กันต์ธรนั่งมองพี่ชายนั่งแปะๆ พิงสะโพกกับขอบโต๊ะทำงานของเขา “ทำไมจู่ๆ ถึงสนใจเรื่องนี้ครับ”

   “ก็...ไอ้หมอนั่นมันทะลึ่งโทรมาขอนัดเลี้ยงมื้อค่ำ อ้างว่าจะเลี้ยงขอบคุณ ขอบคุณกับผีละสิ ฉันไม่ได้จัดงานให้มันฟรีๆ สักหน่อย แล้วยังเน้นมาให้ฉันสงสัยเล่นๆ ด้วยนะว่าให้พาพีบีไปด้วย”

   “แบบนี้ฮันเตอร์คงจะเอาจริงแน่ แต่พี่ก้าวนี่อาการไหนห่วง หวง หรือว่าหึง”

   “แกกับไอ้ยักษ์นี่มันยังไงกันนะ ฉันเลี้ยงพีบีมา ฉันก็ต้องห่วงเป็นธรรมดาทำไมชอบคิดอะไรบ้าๆ กัน เดี๋ยวพ่อก็ยันตกเก้าอี้ซะเลย พีบีน่ะเป็นลูกสาวฉันได้เลยนะ”

   “ห่างกันแค่สิบปีพี่ก็ทำพูดไปซะเวอร์ เป็นพี่น้องก็พอละมั้ง ผมเห็นบางคู่ห่างกันเป็นรอบเขายังอยู่กันแฮปปีจะตาย” กันต์ธรยิ้มขำพี่ชาย ก่อนตั้งข้อสังเกต “หวง เอ๊ย! ห่วงขนาดนี้ ถามจริงพี่ไม่เผื่อใจไว้บ้างเหรอ พีบีก็โตเป็นสาวสวยสะพรั่งขึ้นทุกวัน สวยเก่งครบเครื่อง ไม่แปลกหรอกที่จะไปเตะตาเศรษฐีอย่างนายฮันเตอร์นั่นเข้า ผมว่าเป็นโอกาสที่ดีเลยนะ”

   คนเป็นพี่ชายถอนใจเฮือก เขาไม่ได้อยากจะฟังน้องชายชื่นชมฮันเตอร์สักหน่อย “แกช่วยสรุปมาเลย ท่าทางไอ้หมอนั่นมันจริงจังแค่ไหน”

   “ก็แล้วที่มันสั่งให้พี่พาพีบีไปด้วยนี่ พี่ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ” กันต์ธรย้อนถามพี่ชายที่เริ่มมีสีหน้าดุดันขึ้นเรื่อยๆ

   “เออ...ท่าจะไม่ดีซะแล้ว” กสิณพึมพำกับตัวเอง

   “อะไรพี่ เรื่องแค่นี้ก็ต้องปรึกษาแม่ซื้อเลยเหรอ”

   “แกเงียบไปเลย ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าให้ดูแลดีๆ นี่อะไรวะ ขนาดไปทำงานด้วยกันแท้ๆ”

   “อ้าว...พีบีก็ยังไม่ได้มีส่วนไหนบุบสลายเสียหายสักหน่อย พี่จะเดือดร้อนทำไม”

   “แกเลิกงานเดี๋ยวนี้ เตรียมตัวไปหาไอ้หมอนั่นกับฉัน ยกโขยงมันไปให้หมดนี่แหละ” กสิณสั่งน้องชายเสียงเฉียบ

   กันต์ธรก็ได้แต่นึกขำ ทีตอนเล่าให้ฟังนี่หัวเราะระรื่นหาว่าเขาพูดจาเกินจริง ทีนี้เป็นไงล่ะ หัวร้อนมาเลย บอกแล้วไม่เชื่อ เขาเองก็เป็นผู้ชาย ทำไมจะอ่านสายตาพวกเดียวกันไม่ออก แล้วจะแปลกอะไรถ้าจะมีใครสักคนมาให้ความสนใจพิชชาทรเพราะรายนั้นอายุก็ไม่น้อยแล้ว หน้าตาก็โดดเด่นใครเห็นก็ต้องชอบ

   การครองตัวอยู่เป็นโสดมาจนถึงบัดนี้ต่างหากที่กันต์ธรมองว่าแปลก อย่างน้อยช่วงวัยรุ่นมันก็ต้องมีอะไรกุ๊กกิ๊กๆ ให้หัวใจกระชุ่มกระชวยบ้างแต่นี่เปล่าเลย ในขณะที่เพื่อนวัยเดียวกันจัดปาร์ตี้สนุกสนาน แม่หนูพีบีกลับเก็บตัวเงียบอ่านหนังสืออยู่ในห้อง หรือไม่ก็ไปเข้าคอร์สเรียนวิชาต่างๆ ตามที่พี่ชายของเขาแนะนำ เรียนจบก็ตั้งใจทำงานไม่หยุด ไม่ลา จนบางทีเขาคิดว่าพี่ก้าวนั่นละที่ใช้เจ้าหล่อนจนไม่มีเวลาเป็นส่วนตัว

   กันต์ธรส่ายหน้ายิ้มๆ ลุกขึ้นเก็บของ เดินตามพี่ชายไปช้าๆ ขณะความคิดก็ยังวนเวียนกับเรื่องเดิม เขากับพี่ยักษ์ไม่ได้กันคิดไปเอง ขนาดไม่ได้มีความผูกพันทางสายเลือดกับฮันเตอร์มองผ่านแวบเดียว เขายังดูออก แล้วกับพี่ก้าวที่เขาเห็นมาทั้งชีวิต อย่าคิดว่าไม่รู้เชียวนะ ว่ารู้สึกยังไง




   ค่ำวันนั้นกสิณก็มาเยือนอาณาจักรของมอร์ตันโดยมีกันต์ธรและพิชชาทรเดินเยื้องด้านหลังขนาบซ้ายขวา พนักงานเดินนำพวกเขาไปยังห้องอาหาร ในนั้นมีฮันเตอร์ มอร์ตันนั่งรออยู่แล้ว

   เจ้าถิ่นยืนต้อนรับแขกด้วยรอยยิ้ม นับเป็นครั้งแรกที่กสิณกับฮันเตอร์ได้เผชิญหน้ากัน สองหนุ่มกล่าวคำทักทายและจับมือกันตามมารยาท

   “รู้สึกเป็นเกียรติมากครับที่ได้พบกับคุณกสิณตัวจริงเสียที” ฮันเตอร์ยิ้มเลยไปถึงกันต์ธรและพิชชาทร กล่าวทิ้งท้ายกับหญิงสาวคนเดียวในห้องว่า “ผมนึกว่าคุณจะไม่มาซะแล้ว”

   “ไม่ได้หรอกค่ะ บอสมาดิฉันก็ต้องติดตามมาด้วยอยู่แล้ว”

   กสิณหรี่ตามอง ในใจขุ่นเคืองหนุ่มหล่อที่นั่งตรงกันข้าม นี่มันเริ่มแล้วใช่ไหม

   “ผมก็รู้สึกเป็นเกียรติมากครับที่ทางมอร์ตันให้โอกาสเรากลับมาที่นี่อีกครั้ง แล้วก็ต้องขอโทษด้วยที่งานครั้งก่อนไม่ได้อยู่ดูแลด้วยตัวเอง”

   “ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจดี และเลขาฯ ของคุณก็ทำงานได้อย่างดีเยี่ยมไม่มีที่ติเลย บริษัทของคุณเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก ถ้ามีโอกาสผมคงต้องใช้บริการอีกแน่”

   “คราวนี้ผมจะดูแลไม่ให้คลาดสายตาเลยครับ” รับรองว่าแกไม่มีโอกาสเข้าใกล้เลขาฯ ของฉันเป็นครั้งที่สองอีกแล้ว

   บรรยากาศในห้องดูตึง แต่ก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวล ทั้งหมดนั่งลงเรียบร้อย ฮันเตอร์พยักหน้าส่งสัญญาณ พนักงานก็เปิดประตูนำอาหารมาเสิร์ฟ

   กสิณลอบพิจารณาใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรของฮันเตอร์ ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นบวกกับสมบัติมหาศาลที่ถือครอง ก็ต้องยอมรับว่าเป็นคนหนุ่มที่น่าสนใจมากจริงๆ เขาไม่ติดใจเลยที่ฮันเตอร์คิดสนใจพิชชาทรขึ้นมา แต่มันจะน่าสนใจกว่าถ้าหากพิชชาทรก็เกิดมีใจให้กับไอ้หมอนี่

   เขาจะทำยังไง ถ้าหากพีบีอยากมีความรัก จะใจร้ายใจดำห้ามเธอได้ลงคอเชียวหรือ บ้านะสิ ก็เขาไม่ใช่เหรอที่บอกว่าไม่เคยคิดขังเธอไว้ในกรงทอง เมื่อถึงเวลาก็ต้องปล่อยสิ เรื่องของความรู้สึกจะกีดกันได้ยังไง แต่ถ้าปล่อยไปแล้วเธอต้องเสียใจล่ะ เขาก็ยอมไม่ได้อีก อุตส่าห์ประคบประหงมมาเป็นสิบปี จะให้ไอ้หนุ่มมาย่ำยีหัวใจนะเหรอไม่มีทางหรอก ใครทำพีบีเจ็บมันจะต้องเจ็บยิ่งกว่า เขาเอามันตายแน่ ยิ่งคิดคิ้วเข้มก็ยิ่งขมวดจมอยู่กับตัวเองจนไม่ได้ยินเสียงเรียกของเลขาฯ

   “บอสคะ บอส...บอส!”

   “อะไรเหรอ” เสียงเรียกของหญิงสาวทำเอาคนที่กำลังคิดเพลินๆ ตกใจ

   “คุณมอร์ตันคุยด้วยค่ะ” พิชชาทรกระซิบเตือน

   “ผมบอกแล้วว่าให้เรียกฮันเตอร์ งานจบแล้วคุณยังไม่ยอมรับผมเป็นเพื่อนอีกเหรอ”

   “เอ่อ” พิชชาทรยิ้มจืดเจื่อน เหลือบมองใบหน้าตึงเปรี๊ยะของเจ้านาย ก่อนหันไปตอบคำถามของฮันเตอร์ด้วยความระมัดระวัง “ดิฉันว่ามันจะดูไม่เหมาะนะคะ”

   “ผมอนุญาตจะไม่เหมาะได้ยังไง เกือบลืมเลยคุณกสิณครับ...อันนี้ขอชมตรงๆ เลยนะ เลขาฯ ของคุณน่ารักมาก ทำงานเก่ง มีไหวพริบ อายุพีบีน่าจะรุ่นๆ น้องสาวของผม ขณะที่คุณสามารถตัดสินใจทำงานใหญ่แทนเจ้านายได้ น้องสาวผมยังเถลไถลเที่ยวเล่นสนุกไปวันๆ”

   ฮันเตอร์พูดกับกสิณก็จริงแต่สายตาหวานเชื่อมของเขาก็ขยันมองไปทางพิชชาทรบ่อยๆ จนเจ้านายของหญิงสาวเริ่มจะหงุดหงิด

   “น้องชายของผมก็เล่าเกี่ยวกับเรื่องคุณให้ฟังเหมือนกัน ทราบว่ายังเหลือของอีกหลายชิ้นที่คุณคิดอยากเอาออกมาประมูล” กสิณดึงประเด็นไปเรื่องงาน เพราะขืนคุยเรื่องทั่วไปอยู่อย่างนี้ก็เท่ากับนั่งเป็นเป้านิ่งให้มันจีบ มันมองอยู่นั่นเอง ชายหนุ่มแอบถลึงตาใส่น้องชายที่ไม่เคยช่วยกันเลย เอาแต่นั่งยิ้มเป็นคนบ้าอยู่ได้ ให้มันได้อย่างนี้สิ

   “บางทีผมก็แอบเสียดายนะครับ ของบางชิ้นน่าเก็บไว้กับตัว” กันต์ธรเห็นสายตาเขียวปัดของพี่ชาย จำต้องเข้าร่วมวงสนทนาบ้าง ทั้งที่อยากขำให้ท้องแข็ง

   “อาจจะเป็นเพราะผมอยู่กับของพวกนี้มานาน จึงทำให้รู้สึกว่าของบางชิ้นก็ไม่ใช่ของเรา การทำให้มันได้เจอกับเจ้าของที่เหมาะสมคู่ควรคือสิ่งที่ถูกต้อง พวกคุณจัดการประมูลมาก็น่าจะรู้ว่าเสน่ห์ของมันอยู่ตรงไหน การแข่งขันเพื่อให้ได้ครอบครองสิ่งที่ต้องการ มันมีคุณค่าทางใจยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด”

   “แต่เมื่อผมได้ครอบครองสิ่งมีค่าคู่ควรเอาไว้แล้ว ผมจะไม่ยอมปล่อยเด็ดขาด” กสิณพูดขัดขึ้น ทั้งห้องเงียบกริบ ชายหนุ่มจึงแสร้งหัวเราะ “พอดีผมเป็นคนเสียดายของน่ะครับ”

   “ที่จริงคือพี่ชายผมเป็นคนขี้หวงครับ” กันต์ธรบอกยิ้มๆ

   “แล้วไม่ทราบว่าเร็วๆ นี้มีการจัดงานประมูลที่ไหนบ้างหรือเปล่าครับ” ฮันเตอร์ถามต่อ ด้วยไม่รู้ถึงความนัยของพี่น้อง

   “ก็พอมีครับ แต่เป็นการประมูลหารายได้ช่วยการกุศลเสียมากกว่า”

   “ดีเลย ยังไงรบกวนคุณพีบีช่วยส่งข่าวผมด้วยนะครับ ผมอยากร่วมประมูลด้วย”

   คราวนี้กสิณเหยียดยิ้มอำมหิต กำหมัดแน่น ดวงตาคมกริบวาววับน่าเกรงขาม แม้แต่น้ำเสียงก็ยังจับได้ว่ามีความไม่พอใจแฝงอยู่

   “สำหรับเรื่องนี้คงยกให้ต้องเป็นหน้าที่ของกันต์ธรน้องชายของผมครับ เพราะผมกับพีบีกำลังจะไปต่างประเทศ เรามีภารกิจสำคัญต้องทำ”

   “หืม...”

   ทั้งน้องชายและเลขาฯ ต่างพร้อมใจกันมองหน้าคนพูด ภารกิจสำคัญผุดขึ้นมาตอนไหน ส่วนพี่ใหญ่เจ้าแผนการนะเหรอ นั่งยิ้มกริ่มด้วยสีหน้าของผู้กำชัยชนะอย่างแท้จริง



   หลังจากรับประทานอาหารค่ำเสร็จเรียบร้อย ฮันเตอร์ชวนทั้งหมดนั่งฟังเพลงกันต่อ ทว่ากสิณยิ้มเฉยแล้วก็ตัดบทขอตัวกลับเลยดื้อๆ กันต์ธรขอแยกกับพี่ชายที่หน้าโรงแรม ขากลับบนรถจึงเหลือเพียงเจ้านายกับเลขาฯ ที่จู่ๆ ก็จะต้องบินไปต่างประเทศอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

   พิชชาทรเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ พอได้อยู่กันตามลำพัง หญิงสาวก็ถามถึงเรื่องที่ยังคาใจ เจ้านายจะไปไหนเธอไม่มีปัญหา แต่จู่ๆ จะเอาเธอพ่วงไปด้วยนี่มันค่อนข้างเป็นสถานการณ์ที่แปลกใหม่ไม่คุ้นชิน

   “พี่ก้าวน่าจะเตรี๊ยมกับหนูสักหน่อยนะคะ”

   “เตรี๊ยมอะไร”

   “ก็เรื่องไปต่างประเทศอะไรนั่นไงคะ พี่หายไปคนเดียวไม่เป็นไรหรอกค่ะ เพราะปกติพี่ก็ไม่ค่อยอยู่อยู่แล้ว แต่หนูนี่จะไม่ต้องคอยแอบหลบฮันเตอร์เหรอคะ เดี๋ยวเขาก็จับได้กันพอดีว่าพี่โกหก”

   “แอบทำไม แล้วพี่โกหกตอนไหน ก็จะพาเราไปต่างประเทศจริงๆ ไม่อยากไปเยี่ยมยายแล้วเหรอ”

   “เอ๊ะ!” พิชชาทรหันขวับ มองใบหน้าประดับรอยยิ้มกรุ้มกริ่มของเจ้านาย เธอนึกว่าตัวเองหูฝาด แต่เห็นท่าทางของกสิณก็แน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดพลาด “พี่ก้าวจะพาหนูกลับไทยจริงๆ เหรอคะ”

   “พี่เคยโกหกเหรอ”

   ใบหน้างุนงงของหญิงสาวค่อยๆ เปลี่ยนเป็นตื่นเต้นยินดี ริมฝีปากระบายยิ้มกว้าง เก็บอาการดีใจไว้ไม่มิด ถ้าไม่ติดว่าเขากำลังขับรถเธอคงโผเข้ากอดไปแล้ว

   “พี่ก้าวใจดีที่สุดเลย”

   กสิณหัวเราะอย่างเอ็นดู ทีอย่างนี้ละชมเขาขึ้นมาเชียว ตอนแรกหน้าหงิกอย่างกับอะไร หลอกง่ายเสียจริง แล้วแบบนี้จะไปตามเสือผู้หญิงอย่างนายฮันเตอร์ทันได้ยังไง

   “ทำไมไม่บอกตรงๆ ล่ะคะว่าจะพาไปหายาย”

   “ก็บอกอยู่นี่ไง” แต่บอกไม่หมดก็เท่านั้น

   กสิณไม่ได้บอกเหตุผลแอบแฝงกับพิชชาทรเพิ่มเพราะเห็นว่าไม่จำเป็น เกิดเธอหวั่นไหวกับสายตาฮันเตอร์ขึ้นมาก็แย่สิ เขาสังเกตแล้วก็จริงอย่างที่กันต์ธรว่า มีพลังความต้องการบางอย่างซ่อนอยู่ในดวงตาสีเทาคู่นั้น ชายหนุ่มย้ำกับตัวเองว่าเขาแฟร์พอ หากพิชชาทรจะมีคนรักสักคนเขาก็จะไม่ขัดขวาง แต่ผู้ชายคนนั้นจะต้องผ่านความเห็นชอบจากเขาเพียงผู้เดียว คนอื่นไม่มีสิทธิ์!

   และจากแฟ้มประวัติคู่ควงของฮันเตอร์ที่เขาเพิ่งส่งให้พิชชาทรไปมันก็ทำให้ตัดสินใจไม่ยากเลย หมอนั่นไม่เหมาะกับเลขาฯ ของเขาสักนิด ไม่ผิดหรอกถ้าเขาจะกีดกันเธอออกไปให้อยู่ห่างๆ จากมันสักพัก อย่างน้อยก็ช่วงที่กสิณพาตัวเธอไปไทยนั่นละ งานทางนี้เขาไม่ห่วงหรอก กันต์ธรจะต้องไม่มีปัญหา เขาเชื่อว่าน้องชายจะเข้าใจ

   ชายหนุ่มยิ้มให้กับชัยชนะเล็กๆ น้อยๆ ของตัวเองขณะเอื้อมมือไปประคองหน้าสวยใช้นิ้วโป้งไล้เขี่ยแก้มนุ่ม สบตากับเธอเพียงชั่วครู่ ก่อนจะทุ่มสมาธิกับการขับรถต่อ แต่ในใจกสิณนั้นกลับคิดถึงผู้ชายอีกคน

   นายฮันเตอร์คิดจะจีบเลขาฯ ของเขาเหรอ ฮึ! ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก ตราบใดที่เขายังอยู่ ต่อให้ผู้ชายคนนั้นเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก ก็อย่าหวังมาเปิดกรงทองปลดปล่อยแม่นกน้อยตัวนี้ ถ้าเขาไม่อนุญาต!