ผู้เขียน หัวข้อ: คำสาปรักหมาป่าทมิฬ 5.  (อ่าน 5 ครั้ง)

ไอวินทร์

  • นักข่าว
  • Sr. Member
  • *
  • กระทู้: 264
    • ดูรายละเอียด
คำสาปรักหมาป่าทมิฬ 5.
« เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2019, 01:05:50 AM »
บทที่ 5.

“ถ้าท่านต้องรู้ให้ได้ ข้าจะบอก แต่คงไม่ใช่ตอนนี้ แล้วท่านก็ไปทำงานทำการเถอะไม่ต้องรอ
ข้าจะนั่งเล่นบนหลังม้าอย่างนี้ก่อน”

“หลี่ชิงซาน ข้าเป็นสามีของเจ้า ข้าสั่งให้เจ้าลงจากหลังม้าเจ้าก็ต้องลงมา”

“ไม่ลง” นางยืนกราน

“ต้องลง”

“ท่านอยากลงจากหลังม้า เชิญท่านลงเองตามสบาย ข้าจะอยู่กับม้าก่อนตายจะเป็นไรไป”

“หุบปาก!”
“.....”

“เจ้ากล้าขัดคำสั่งข้า ถ้าไม่สั่งสอนเจ้าเสียบ้างอย่ามาเรียกข้าว่าหม่ากว่างหยู”

“.....” นางขยับปากพูดตามคำของเขาอย่างไร้เสียง อย่านึกว่าไม่มีเสียงแล้วเขาจะไม่เห็นการล้อเลียน
ขบขันนักใช่หรือไม่ นังเด็กสามหาว

“เปิดประตู ข้าจะพาม้าออกไปข้างนอก”

เขาตะโกนสั่งไม่เจาะจงผู้ใด แต่
เด็กนั้นรีบลนลานวิ่งไปเปิดประตูไม้ที่รั้วกั้นสนามฝึกแห่งนี้ เห็นดังนั้นเขากระโดดขึ้นหลังม้าซ้อนหลังของนาง
 กระทุ้งสีข้างให้ม้าออกวิ่ง เรียกเสียงตกใจจากสตรีหัวแข็ง

‘ข้าสั่งให้เจ้าลง เจ้าไม่อยากลงเองช่วยไม่ได้’

ผู้คนในตระกูลหม่ารู้หน้าที่ดี พอได้ยินเสียงกีบเท้าม้ากระทบพื้น ต่างพากันหลบให้พ้นทางอย่างเป็นระเบียบ
 และเปิดประตูให้เขา ซึ่งเป็นทางออกไปยังด้านนอก
บริเวณแถบนี้พื้นที่ส่วนใหญเป็นทุ่งหญ้าที่กว้างสุดลูกหูลูกตา จึงเหมาะสำหรับเพาะพันธุ์ม้า
และเป็นสถานที่สำหรับฝึกฝนม้าสำหรับงานลากจูงรถม้าได้เป็นอย่างดี

 กระแสลมแรงที่พัดผ่านใบหูบ่งบอกได้ถึงความเร็วของฝีเท้าม้าว่ารวดเร็วเพียงใด
 ภรรยาของเขานั่งตัวแกร่งและเงียบเสียงไปนานแล้ว
 ได้ออกมาสูดอากาศที่ทุ่งกว้างเช่นนี้ค่อยปลอดโปร่งหน่อย
ก่อนงานแต่งงานเขาถูกเก็บตัวถึงครึ่งเดือน ต้องเรียกได้ว่าเกือบโดนขังอยู่ในห้องต่างหาก

ท่านพ่อกับท่านแม่กลัวว่าเขาจะขัดขวางการแต่งงานในครั้งนี้ เขาคิดลงมือเช่นกัน
ถ้าไม่ติดว่าร่างกายของเขาเกิดปัญหา
ช่างเถอะ ออกมาข้างนอกเช่นนี้แล้ว
 ทำใจให้เบิกบานเสียบ้างถึงจะสมควร ดูอย่างภรรยาใบ้ของเขาสิ นางดีใจจนพูดไม่ออกเลย
เขาผ่อนฝีเท้าม้าลงเปลี่ยนเป็นวิ่งเหยาะ ๆ
 โน้มตัวไปลูบแผงคอม้าเพื่อชมเชยเจ้าม้าตัวนี้ กำลังขายอดเยี่ยมมาก
จริงสิมีคนนั่งด้านหน้า เขาเบียดนางหรือไม่ เขาลืมไปได้อย่างไรกัน เขาโน้มตัวแกล้งนางอีกครั้ง

“ท่านไม่มีตา? ข้าจะตกจากหลังม้าอยู่แล้ว”
นางกล้าเอาคำพูดตอนที่สั่งให้นางจุดธูปมาย้อนเขา ช่างดีนัก ทำให้เขาทิ้งน้ำหนักไปที่นางมากกว่าเดิม

“มีตานะมีแน่ แต่พอดีข้าควบม้ามาไกล ย่อมต้องเหน็ดเหนื่อยเป็นเรื่องธรรมดา
ข้าจะพักบ้างจะเป็นไร ขนาดเจ้านั่งเฉย ๆ ข้ายังไม่ปริปากบ่นเจ้าสักคำ”

นางก็ไม่บ่นสักคำเช่นกัน นางกระทุ้งศอกใส่ชายโครงของผู้เป็นสามีได้หน้าตาเฉย
เพราะไม่ได้ตั้งตัวทำให้เขารู้สึกเจ็บจุกจนตัวงอ นังตัวดี ช่างสร้างเรื่องราวได้เก่งนัก
เขาอยากพานางไปโยนให้ฝูงสัตว์ขย้ำเล่นตอนนี้เสียเลย
เขาข่มความเจ็บแล้วกดเสียงต่ำเรียกชื่อนาง “หลี่...ชิงซาน”

“ท่านพี่ ท่านเรียกข้า หรือท่านไม่ได้เรียกข้ากันแน่ ที่นี้ลมแรงจริง ๆ เอาเป็นว่าข้าไม่ได้ยินท่าน”

“หึ ๆ ภรรยาข้า เจ้าอยากลองตกจากหลังม้าสินะ”

แค่เพียงประโยคเดียว นางก็โผไปกอดคอม้าแน่น

“ปล่อยมือ ทำเช่นนั้นจะเป็นการกระตุ้นให้ม้าโมโห เจ้าต้องการจะฆ่าทั้งม้าทั้งข้าใช่หรือไม่ ยังไม่ปล่อยมืออีก
เอาล่ะ ๆ เจ้าไม่ตกม้าหรอก มีข้าอยู่ทั้งคนเจ้าวางใจเถอะ”

“ฮ่า ๆ ใครเชื่อท่านก็บ้าแล้ว”

“หลี่ชิงซาน ข้าสาบานจะตีเจ้าให้ตาย ปล่อยมือจากม้าเดี๋ยวนี้”
เขาไม่สนใจว่านางจะทำตามหรือไม่
กระชากหลังคอเสื้อของนางดึงมาหาตัว แล้วใช้มือข้างหนึ่งรัดเอวนางไว้

“เจ้าทำอะไร มากอดข้าทำไม ปล่อย”

“ไม่เรียกท่านพี่แล้วรึ”

“ไม่ใช่ว่าเจ้ากลัวตก สามีจะไม่ไยดีเจ้าได้อย่างไรหืม...”
มีเสียงประหลาดเกิดขึ้น เสียงคล้ายนางกำลังจะดันอาหารที่กินเข้าไปออกมาจากทางปาก

“เจ้ามีอาการวิงเวียนศีรษะสินะ ฮ่า ๆ ข้าจะพาเจ้าไปพักใต้ต้นไม้สักครู่
เจ้าน่าจะมีอาการดีขึ้น เห็นด้วยหรือไม่ซานซาน”

เสียงประหลาดดังกว่าเดิม แสดงว่านางพอใจ เขายกยิ้มกว้างเพราะรู้ว่านางจะไม่หันกลับมามอง
 เขาบังคับม้าให้เดินเยื้องย่างไปช้า ๆ พอใกล้ถึงต้นไม้เขาหยุดม้าแล้วกระโดดลงมา

“คราวนี้เจ้าต้องการจะลงม้าหรือไม่” เขาอดล้อเลียนนางไม่ได้

“ข้าลง ขอความเมตตาจากท่านพี่ด้วย”
นางขอร้องข้าด้วยการกระตุกยิ้มหนึ่งครั้ง กลับไปเขาจะให้ท่านแม่อบรมมารยาทนางเสียใหม่
 ชายหนุ่มลืมความคิดที่จะสังหารภรรยาไปชั่วขณะ ดังนั้นเขาจึงสอดมือไปใต้วงแขนแล้วยกนางลงมา
 เด็กเล็ก ๆ ที่ตระกูลเขาก็ยกเช่นนี้ นางตัวเบาไม่ต่างกันเท่านไหร่
 เมื่อครู่ที่นางยิ้ม เขาไม่ทันสังเกตมาก่อนว่านางมีลักยิ้มที่แก้มข้างหนึ่ง สตรีหน้าตาประหลาด

“เจ้าไปนั่งพักที่ใต้ต้นไม้ก่อน ข้าจะตรวจดูม้าว่าเกือกม้ามีสภาพสมบูรณ์หรือไม่”
“ขอบคุณท่านพี่มาก ๆ” คำขอบคุณของนางปราศจากความจริงใจ แต่เขาหาได้สนใจอะไร



กับต้นไม้ใบหญ้าและธรรมชาติพวกนี้ล้วนไม่ต้องเสแสร้งใส่กัน
เธอคิดว่าอาศัยอยู่กระท่อมกลางป่าคงดีเหมือนกัน และกับสามีใจสุนัขคนนี้ เขาตรงไปตรงมาดีนะ
 ต้องการฆ่าเธอคือไม่ปิดบัง มั่นใจได้ว่าไม่มีแอบแทงข้างหลัง พูดโต้ง ๆ ว่า ‘ข้าจะฆ่าเจ้า’ ตลกร้ายที่หัวเราะไม่ออกสักนิด

เธอนั่งเอนหลังพิงต้นไม้มองดูเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังเดินวนเวียนสำรวจม้าไปทั่วตัว
นิสัยอาจไม่ผ่าน แต่รูปร่างหน้าตาถือว่าไม่เลว
สูงขาว หุ่นคล้ายเด็กวัยรุ่นที่เล่นกีฬาเป็นประจำ ถ้าเป็นยุคปัจจุบ้นเธอคงเดาอายุที่ยี่สิบปี
น้องแก่ก่อนวัยไปนิดหนึ่ง คงเพราะคลุกคลีกับงานใช้แรงอย่างการดูแลม้าสินะ
 ตากแดดตามลมมากไป แก่แดดตามตัวอักษรเป๊ะ น่าจะเรียกว่ากร้านลม แต่อย่างน้อยยังมีคิ้วเข้ม จมูกโด่ง

เป็นนายแบบก็ดีเป็นเน็ตไอดอลทางด้านการขี่ม้าก็ไหว พอ ๆ เลิกชมเด็กนี่ได้แล้ว
มันกำลังหาหลุมศพให้เธอนอนเล่นอยู่นะ จำได้ไหม การรอความตายแบบนี้ไม่ดีเลย
มันน่ารำคาญจะไปต่อก็ไม่ได้ ใช้ชีวิตตอนนี้เป็นแบบกล้า ๆ กลัว ๆ คงถึงเวลาสานต่อภาระกิจให้จบ
 เธอตัดสินใจมุ่งหน้าไปหาความตายที่เบื้องหน้า

“ท่านพี่แถวนี้ไม่มีใคร ท่านเล่าเรื่องความเป็นมาของตระกูลหม่าที่ทำให้ท่านมีขนให้ข้าฟังเถิด”
ประโยคนี้ทำให้เขาหยุดชะงัก หันหน้ามาจ้องหน้าเธอ แล้วหันไปมองรอบตัว จากนั้นทำทีเป็นสนใจม้าต่อ

“เจ้าถามแล้วข้าจำเป็นต้องตอบ” เขาทำเสียงเย็นชาจนเธอรู้สึกหนาวขึ้นมาเลย

“ไม่มีใครซุบซิบนินทาเรื่องแปลกประหลาดของตระกูลหม่าเลยเหรอ”
 เขาเหลืบมองเธอทางหางตาแว่บหนึ่ง แล้วให้ความสนใจที่ม้าเช่นเดิม

เธอถามต่อ “ทุกคนเป็นเหมือนท่านหรือเปล่า”

“หลี่ชิงซาน เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังทำตัวล้ำเส้น และขีดความอดทนของข้าก็กำลังจะหมดลงแล้ว”
 ว้ายตายแล้ว ตอบอย่างกับพวกตัวร้ายในนิยาย

“ถ้าอย่างนั้นดีเลย แถวนี้มีเนินเขา หรือทางลาดชันไหม กลิ้งตกเขาตายเป็นไง เมื่อตอนที่ท่านสั่งข้าให้ลงจากหลังม้า
ท่านบอกว่า ข้ามีสิ่งที่ทำคั่งค้างอยู่ ใช่เรื่องนี้หรือเปล่า” คำพูดของเธอตรงประเด็นที่สุด แต่ทำไมเขาต้องมีอาการสะดุ้ง

“ใช่ที่ไหนกัน”

“แล้วมันเป็นเรื่องอะไร ขอร้องล่ะอย่ายืดเวลาอีกเลยได้ไหม ข้ามีขีดความอดทนจำกัดเหมือนกัน
ถ้าท่านต้องการชีวิตข้าก็รีบฆ่าเถอะ ไม่จำเป็นต้องเลี้ยงดูขุนให้ข้ามีร่างกายอ้วนท้วนสมบูรณ์ ข้าไม่ใช่หมู ห้ามหัวเราะ
นี่ข้ากำลังพูดเรื่องคอขาดบาดตายอยู่นะ ข้าขอร้องท่านล่ะคุณชายหม่า ชีวิตของข้าที่ไม่อาจกำหนดชะตาได้ด้วยตัวเอง
มันทรมานไม่น้อย ท่านจบชีวิตข้าตามที่ท่านต้องการเวลานี้เถอะ”

เธอรู้สึกน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ที่นี้ไม่ใช่ที่ทางสำหรับเธอ ไม่มีใครรักเธอ
และไม่มีครอบครัวที่เธอรัก เหมือนยืนโดดเดี่ยวเพียงลำพังในสนามรบที่เต็มไปด้วยซากศพนับพัน
เธอทรุดลงคุกเข่าค้อมตัวเพื่อโขกศีรษะแลกกับความตาย แต่เป็นอิสระสำหรับเธอ ไปจากโลกบ้า ๆ นี่สักที
ยุคล้าหลัง ผู้ชายเป็นใหญ่เธอไม่อิน ได้ยินไหม! สวรรค์
นั่งหมอบรอความตายอยู่อย่างนั้น ก้มศีรษะจรดพื้น
น้ำตาของเธอไหลซึมลงไปในดินอย่างช้า ๆ หยดแล้วหยดเล่า

“เจ้าเป็นสะใภ้ตระกูลหม่า มีศักดิ์ศรีบ้างหรือไม่ ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้”
เขาจะมาตะโกนใส่เธอทำไมไอ้เบื้อก
อยากให้เธอตาย ก็สมใจแล้วไม่ใช่เหรอ
จะมาศักดิ์ศงศักดิ์ศรีอะไร อัลไซเมอร์ก่อนวัยก็มา

“.....”
ตอนแรกเธอจะตอบว่า ข้าไม่ใช่สะใภ้ตระกูลหม่า
ข้าเป็นวิญญาญอื่น แต่กลัวว่าจะเป็นการต่อปากต่อคำไม่จบไม่สิ้นอีก

“หลี่ชิงซาน เรื่องนี้ค่อยพูดกัน ข้าจำเป็นต้องกลับตระกูลหม่าอย่างเร่งด่วน”

เธอได้ยินแค่ชื่อตัวเอง
จากนั้นโดนกระชากตัวจากพื้น ถูกอุ้มขึ้นไปวางบนหลังม้า ชั่วพริบตาเดียว
 ม้าที่น่าสงสารแบกคนสองคนห้อตะบึงกลับไปทิศทางเดิม เขาผีเข้าหรือไง หรือปวดท้องกะทันหันต้องรีบไปห้องน้ำ

เสียงกระดูกลั่นกร็อบแกร็บอย่างสยดสยอง และเสียงคำรามที่ด้านหลังของเธอ
ทำให้รู้แล้วว่าเขากำลังจะกลายร่างเป็นหมาป่า แม่จ๋าช่วยด้วย
 เขาคงไม่เอากรงเล็บกระซวกหัวใจเธอจากทางด้านหลังใช่ไหม มันเสียวสันหลังวาบ ๆ

ตกลงเธอหลุดเข้ามาอยู่ในภาพยนตร์สยองขวัญเกรดซีทุนต่ำใช่หรือเปล่า
ขอตายแบบศพสวย ๆ ไม่ได้หรือไง เธอนั่งเกร็งภาวนาไปตลอดทาง
ไม่ทันได้รู้ตัวเธอมาถึงตระกูลหม่าอย่างปลอดภัย
มีคนเอาแท่นบันไดมาให้เธอเหยียบลงจากหลังม้า
ส่วนท่านพี่ก็หายศีรษะไปแบบไม่เห็นแม้เงา
 โอย เธอรู้สึกหิวขึ้นมาทันที โดนม้าเขย่าไปเขย่ามา
เธอหันรีหันขวางจะสั่งสาวใช้ไปเอาอาหารมาให้กิน ท่านแม่โผล่มาจากไหนไม่รู้

    “เกิดอะไรขึ้นกับท่านพี่ของเจ้า”

    “พวกเราออกไปขี่ม้าด้วยกัน พอหยุดพักม้าครู่หนึ่ง ท่านพี่ก็บอกว่าต้องการกลับเจ้าค่ะ”

ส่วนที่คุยเรื่องอะไรกัน เธอคงไม่จำเป็นต้องสาธยาย
 แม่ผัวส่วนใหญ่มักไม่ปลื้มลูกสะใภ้ และเธอไม่มีเวลาไปตีสนิทคุณป้าด้วย

“เจ้าตามข้าไปที่เรือน ข้ามีเรื่องจะสอบถามเจ้า”
 งานเข้าแล้ว เธอโดนฝ่ายคุมประพฤติเรียกสอบวินัยในการเป็นสะใภ้ใช่ไหม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 07, 2019, 12:24:58 PM โดย ไอวินทร์ »
Licht und Schatten トーキョーグール-