ผู้เขียน หัวข้อ: คำสาปรักหมาป่าทมิฬ 12.  (อ่าน 105 ครั้ง)

ไอวินทร์

  • นักข่าว
  • Sr. Member
  • *
  • กระทู้: 285
    • ดูรายละเอียด
คำสาปรักหมาป่าทมิฬ 12.
« เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2019, 11:40:16 PM »
“ซานซานเจ้าเข้าใจข้าผิด” เขานั่งลงดึงผ้าห่มขึ้นไม่ให้เธอนอนที่พื้นต่อ

“ท่านเกลียดข้าแต่ยังกล้าร่วมหลับนอนกับข้าได้ ไม่สิ เป็นเพราะท่านเมาสุราต่างหาก คิดดูว่าหลังจากท่านสร่างเมาแล้ว จะรู้สึกกล้ำกลืนฝืนใจเพียงไหน”

“พอได้แล้ว!” เขาตวาดใส่ ทำเป็นยอมรับความจริงไม่ได้ เธอยังควบคุมอารมณ์ไม่ได้จริง ๆ เธอรู้สึกโมโหมากเหมือนกัน ถามหน่อย เธออยากมาอยู่ที่นี้เหรอ ส่งเธอมาทำไม

เธอลุกขึ้นเดินไปนั่งที่เก้าอี้ เม้มปากแน่น ไม่ต้องการพูดเหมือนกัน



บทที่ 12 คำสาปรักหมาป่าทมิฬ



ในห้องเหลือแต่เพียงความเงียบสงบ เธอนั่งหันหลังให้เขา ผ่านไปครู่หนึ่ง มีความเคลื่อนไหวบางอย่าง

แต่เธอไม่ได้สนใจ เป็นเสียงเปิดหีบรื้อค้นสิ่งของ แต่ดังโครมครามจนเธอต้องหันกลับไปมอง

เขากำลังหอบผ้าห่มกับหมอนใบใหม่มาเปลี่ยนแทนอันที่เธอเอาไปปูที่พื้น

ในเมื่อมีชุดเครื่องนอนสองชุดแบบนี้แบ่งกันไปเลยลงตัว

เขาไม่ให้นอนพื้น เธอจะได้เอาใช้ปูนอนบนโต๊ะเขียนหนังสือ เธอลุกขึ้นเดินไป

“ห้ามเจ้าหยิบ”

“ทำไม”

เธอยังเดินไปไม่ถึงกองผ้าห่มเลย เธอรอเขาโยนอุปกรณ์ประกอบการนอนลงบนเตียง แล้วหันมาหาเธอ

“เจ้าเอาไปปูที่พื้นย่อมสกปรกแล้ว เจ้ายังคิดจะเอาไปใช้อีกหรือ”

“ข้าใช้ ไม่ได้ให้ท่านใช้เสียหน่อย”

“ข้าไม่ให้เจ้าใช้ คืนนี้ต้องนอนที่เตียงด้วยกัน

ซานซานต้องเชื่อฟัง หาไม่ข้าจะมัดเจ้าให้ตัวติดกับข้าไปจนเช้า ถอดรองเท้ากับอาภรณ์ให้เหลือเพียงชุดชั้นในด้วย”

“ท่าน!”

นี่สามีหรือพ่อกันแน่ เธอมองหาฉากบังตาเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า เดินไปแล้วหยุดยืนเฉย ๆ ก่อน เรื่องอะไรต้องทำตามทันที

เขาอยากรีบนอนก็ให้เขานอนล่วงหน้าไปเลย รอเวลาผ่านไปสักระยะ เธอลงมือถอดเสื้อผ้าออก เอาชุดพาดเอาไว้

ส่วนทรงผมโบราณที่มีทั้งเกล้าขึ้นแล้วยังมีปิ่นปัก แถมพวกเครื่องประดับรกรุงรังคล้ายหวีสับอย่างดอกไม้ผีเสื้ออะไรอีก



เวลาดึงออกมันทรมานกว่าที่เธอคิด ปกติสาวใช้พวกนั้นเป็นคนจัดการ และเธอไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย

นึกอยากตัดผมสั้นให้รู้แล้วรู้รอดไป ลำบากไว้จนยาวแล้วยังต้องคอยประดับตกแต่ให้สวยงามอีก

เป็นแฟชั่นเธอพอเข้าใจหรอก ขืนทำตัวแปลกแยกคงไม่ใช่เรื่องดี ยิ่งยุคโบราณมีความเชื่อแตกต่างออกไป

เขาร้องบอก “ซานซานรีบมาที่เตียง อากาศเริ่มเย็นแล้ว เดี๋ยวเจ้าจะจับไข้ไม่สบายเอาได้”

“ข้ายังแกะเครื่องประดับบนศีรษะออกไม่หมด”

เธอไม่คิดว่าขั้นตอนนี้จะใช้เวลามาก

มันเกี่ยวดึงเส้นผมไปทั่ว อย่างตอนนี้ เธอ ทำไม่ถูกวิธีเจ็บจนน้ำตาร่วง

“ไม่เป็นไรมานี่เถอะ”

พอได้ยินเขาเรียก เธอรีบเดินออกไปหวังให้เขาช่วยเหลือ เรื่องศักดิ์ศรีคงต้องวางไว้ก่อน

ไม่อย่างนั้นปล่อยเครื่องประดับเสียบผมคารังคาซังแบบนี้ ถึงอยากจะนอนคงอันตรายเกินไป

“ท่านพี่ ช่วยเอาเครื่องประดับออกให้ข้าที”

เขาลุกขึ้นมานั่งแล้วให้เธอมานั่งบนเตียงเช่นกัน ไม่ถึงนาทีผมของเธอทิ้งตัวลงมาราวกับเส้นไหม

ความเบาสบายโล่งศีรษะ ทำให้เธอยกมือขึ้นมานวดคลายอาการดึงรั้งจากเครื่องประดับ

พอเธอหันกลับมา เหลือบเห็นกองเครื่องประดับ

มีกระจุกผมของเธอพันติดอยู่พอสมควร สรุปว่าเขาดึงผมเธอขาด

สมมติว่าเธอเป็นสตรียุคนี้หน้าคงจะดำเป็นก้นหมอไปแล้ว

แต่คงดีกว่าเอากรรไกรมาตัด ผมคงได้แหว่งเป็นหนูแทะ

“ดีขึ้นหรือไม่ นอนเถอะ”

ท่านพี่ที่แสนน่ารัก ทำเป็นมองไม่เห็นสายตาของเธอที่จ้องความเสียหายที่เขาก่อขึ้น

“ขอบคุณท่านพี่”

หนนี้คงเป็นครั้งสุดท้าย ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่เหลือผมไว้ตกแต่งด้วยเครื่องประดับอีกต่อไป

การเข้านอนเป็นไปอย่างเรียบง่ายเช่นนี้แล

เขานอนอยู่ด้านนอกหันหลังให้เธอ ทำอย่างกับว่าเธอจะสอบสวนความผิดอะไร

แค่มองหน้าเขา ทำหน้าบึ้งนิดหน่อย

เพราะทึ้งในความสามารถกระชากผมเธอขาดแบบที่เธอไม่รู้สึกตัวต่างหาก

ใช่ เธอจงใจทำเหมือนว่าโกรธเขา ไม่อย่างนั้นคืนนี้คงไม่ได้นอนอย่างสงบ

เธอพลิกตัวหันหลังให้เขาแล้วนอนยิ้มจนหลับไป







การเตรียมตัวออกเดินทางไปส่งรถม้า เธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแม้แต่น้อย ในความพร้อมของเธอ

คือ ออกกำลังกายและกินอาหารบำรุงให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้ร่างกายบอบบางเป็นคุณหนูที่วัน ๆ

ต้องมีสาวใช้ประคองไปโน้นมานี่ ร่างกายแข็งแรงสิถึงจะเที่ยวได้สนุกขึ้น

ห้าวันก่อนมีคนจากสำนักคุ้มภัยมาที่ตระกูลหม่า มากันหลายคนอยู่เหมือนกัน เธอไม่รู้จำนวนที่แน่ชัด



วันที่เลี้ยงต้อนรับพวกเขามีผู้ชายหนุ่ม ๆ สองคนที่ดูภูมิฐานสะดุดตา ความหน้าตาดีหนึ่งคน

ยิ่งมองยิ่งเพลิน รูปร่างหน้าตาดีกว่าสามีเธอเป็นไหน ๆ เด็กวัยรุ่นที่ยังโตไม่เต็มวัยจะไปเทียบชายฉกรรจ์

ที่มีความสุขุมนุ่มนวลได้อย่างไรกัน อีกคนหนึ่งดูสุภาพคล้ายบัณทิตจอหงวน ดูมีความรู้มีการศึกษา

ถ้าใส่แว่นตานั่งบรรเลงเปียโนไปด้วยจะดูแพงไฮโซเหมาะเจาะมาก เธออยากกรีดร้อง สองคนนี้อยู่ด้วยกันแล้ว

คาเรคเตอร์แตกต่างกันชัดเจน คนหล่อที่ดูร้าย ๆ

ไม่ เธอไม่อยากให้พวกเขาเดินทางไปเส้นทางสายสีม่วง สงสารชะนีแทน

ของแรร์ไม่ควรจะได้กันเอง นี่เธอคงจะว่างเกินไป ถึงได้เอาผู้ชายมาจับคู่แก้เบื่อ



เพื่อให้คณะสำนักคุ้มภัยได้พักผ่อนเต็มที่ก่อนออกเดินทางไกล

และตระกูลหม่าตระเตรียมความพร้อมทุกอย่างให้ท่านพี่ของเธอ

ซึ่งเธอเพิ่งรู้ว่ามันเป็นภารกิจงานแรกของเขา คล้ายทดสอบความเป็นหัวหน้าครอบครัวมั้ง

ในการเดินทางครั้งนี้ ท่านพ่อสามีดูจะกระวนกระวายและตื่นเต้นกว่าสามีของเธอเสียอีก

หรือกลัวว่างานใหญ่จะมีความผิดพลาด

เขาคงอยากทดลองมอบงานให้ลูกชายคนนี้ เพื่อให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญคนหนึ่งของตระกูลหม่า



กำหนดการเดินทางเป็นอีกสองวันข้างหน้า ระหว่างนี้เธอได้ยินสาวใช้คุยกันว่า

สองหนุ่มที่เป็นหัวหน้าจากสำนักคุ้มภัยชื่นชอบม้าของตระกูลหม่ามาก

วัน ๆ พวกเขาจะวนเวียนอยู่แถวคอกม้า ไม่ก็ขออนุญาตเอาม้าไปควบแข่งกัน

เธอล่ะนึกอิจฉา เพราะว่ามีแขกมาพัก



เธอจะทำตัวเดินเพ่นพ่านไม่ได้ ไปที่สนามฝึกม้าไปหาเด็กเลี้ยงม้าหวังหย่งให้ฝึกขี่ม้าก็ไม่ได้อีกเช่นกัน

แม้แต่หน้าตาสามีก็แทบไม่เห็นแต่เธอไม่เดือดร้อนในเรื่องนี้

เธอได้กลับมานอนที่เรือนหลังวันนั้นเป็นต้นมา

ใช้ชีวิตสุดเซ็งไปเรื่อย ปักผ้า ชงชา คัดอักษร อ่านหนังสือ

โดนแม่สามีไปอบรมเรื่องปรนนิบัติสามี

ส่วนเรื่องการเดินทางสำหรับสตรี ท่านแม่สามีกลับไม่สั่งสอนเธอสักคำ

หรือเธอควรจะถามเรื่องการรับมือตอนสามีเปลี่ยนร่างดี



น่าจะให้คำแนะนำดี ๆ สักหน่อย อย่างรีบโยนกระดูกไปอีกทางแล้วหลบเข้าหลุมหลบภัย ระหว่างเดินทางเขาคงไม่เกิดอยากอาละวาด

ไล่ฆ่าคนในคณะเดินทางหรอกใช่ไหม ต้องใช้กระสุนเงินจัดการมนุษย์หมาป่าคลั่ง ปืนเถื่อนคงหาซื้อไม่ได้ เรื่องประกอบเองหมดสิทธิ์

เรื่องสำคัญแบบนี้ทำไมไม่มีใครบอกเธอเลย

อันตรายที่สุดสำหรับการออกไปข้างนอกพร้อมกับสามี เธอคิดว่าไม่น่าใช่ โจรผู้ร้ายแล้ว

ทำอาวุธไว้รับมือบ้างก็น่าจะดี เริ่มจากประทัด เสียงดังทำให้ตกใจ แต่เธอคิดว่าส่วนผสมน่าจะหาไม่ได้ ตัดทิ้งไป

มูมเบอแรง เขวี้ยงเพื่อสกัดการโจมตี ไม้ทรงกึ่งโค้งอาจหาได้

แต่มันอาจทำให้กลายเป็นอาวุธที่คนอื่นอาจเลียนแบบได้ ยกเลิก ๆ

ไม้ขีดไฟ ดูเหมือนยุคนี้จะมีชุดจุดไฟเป็นกระบอกไม้เล็ก ๆ

แต่ถ้าใช้เร่งด่วนคงไม่ทัน ท่านพี่ปัดทีเดียวมันคงกระเด็นไปตกไกลลิบ

“คิดอะไรหรือซานซาน”

คิดถึงหมาป่า หมาป่าก็มา ใครจะไปตอบว่ากำลังหาวิธีรับมือกับเขาอยู่

โชคดีที่เธอไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งตกใจจนพลัดตกเก้าอี้ เพียงแค่เงยหน้ามองเขา

“ข้าคิดถึงการเดินทาง ไม่รู้ว่าสตรีเช่นข้ากับสาวใช้จะเป็นภาระให้กับการเดินทางในครั้งนี้หรือเปล่า”

เขานั่งลงแล้วรินน้ำชาให้เธอกับตัวเอง

“อืม”

เขาจิบชาอย่างช้า ๆ

“สรุปว่าอย่างไรหรือเจ้าคะท่านพี่”

เขาทำเสียงไอแค่ก ๆ ก่อนจะพูดว่า “ท่านแม่กล่าวว่า เจ้าไม่จำเป็นต้องนำสาวใช้ไปด้วย”

ทำไมท่านแม่สามีไม่เห็นบอกเธอเลย นี่มันแผนรังแกลูกสะใภ้ชัด ๆ ใครจะทำผมให้เธอกันล่ะเนี่ย

“ข้าได้ยินผิดหรือไม่ท่านพี่ ข้าปรนนิบัติตัวเองยังไม่ได้ แล้วจะให้ข้าเป็นเพียงสตรีคนเดียวในคณะเดินทางไปด้วย

ออกจะเกินไปหน่อยหรือไม่ มีแต่บุรุษเพศทั้งนั้น ดูไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง”

เธอยกน้ำชามาจิบลดความไม่พอใจ ท่านแม่สามีต้องการให้การเดินทางล่าช้าหรือไงเจ้าคะ

“เรื่องนี้เจ้าไปสอบถามท่านแม่เอาเองแล้วกัน แต่ว่าคืนนี้ข้าขอมาค้างที่เรือนนี้นะซานซาน”

“ข้าไม่อยู่”

เธอตอบแบบไม่ต้องคิด “ข้าต้องไปสอบถามท่านแม่ และต้องไปเตรียมตัวเพื่อการเดินทางที่ห้องหนังสือ”

“เจ้าน้อย ๆ ลงหน่อยเถอะ ท่านแม่จะให้เจ้าสอบถามทั้งคืนหรือไร

แล้วเจ้าคิดจะไปนอนค้างที่ห้องหนังสือ ท่านพ่อไม่อนุญาตเด็ดขาด

แม้แต่ข้ายังไม่เคยได้อยู่ค้างคืนเลย”

เธอย่นจมูกใส่เขา “แสดงว่าท่านไม่ใช่คนโปรดของท่านพ่อ”

“ข้าเป็นหลานคนโปรดของท่านย่า การได้นอนที่ห้องหนังสือมีเรื่องใดน่ายินดีกัน

มีตั่งเล็กแคบ ๆ เวลานอนย่อมไม่สบายตัว”

“ข้าต้องประท้วง ข้าไม่อยากเดินทาง ผมของข้าใครจะเป็นคนทำให้

ท่านจะให้ข้าปล่อยผมต่อหน้าชายอื่นได้เช่นไร ท่านพี่…”

เธอยื่นมือไปจับมือเขาที่กำลังกุมจอกชาอยู่บนโต๊ะ “ข้าไม่ไปได้หรือไม่ แล้วคืนนี้ข้าจะให้ท่านค้างคืนที่นี้ดีหรือไม่”

“เจ้านี่มันตัววุ่นวายจริง ๆ เจ้าไม่ต้องแต่งกายเป็นสตรีก็สิ้นเรื่อง”

คำตอบนี้ทำให้เธอถึงกับชะงัก แล้วถึงได้สติเอ่ยชมเขาพร้อมกับยกนิ้วโป้งให้ “เยี่ยม!”

ปัญหาง่าย ๆ แค่นี้เธอดันนึกไม่ถึง การปลอมตัวเป็นผู้ชายและคนเป็นหมื่นเป็นแสน

ดูไม่ออกเลยว่าเธอเป็นผู้หญิง ฮ่า ๆ แบบนี้คงมีอะไรให้เธอทำอีกเยอะ แต่เสื้อผ้าล่ะ?

“ข้ายังไม่ได้ตัดชุดเลย มีเวลาจัดหาแค่วันสองวันเท่านั้น ถ้าเช่นนั้นข้าไปขอท่านแม่ออกไปซื้อชุดก่อนแล้วกัน”

เธอผลุนผลันลุกขึ้นยืน แต่โดนดึงมือเอาไว้

“เจ้าไม่ต้องแกล้งทำเป็นร้อนใจ ข้ารู้ทันเจ้า เรื่องอาภรณ์ข้าสั่งให้คนไปซื้อให้เจ้าพรุ่งนี้ก็ทัน คืนนี้ข้าจะค้างที่เรือนนี้”

“ท่านพี่กล่าวอะไรเช่นนั้น ถึงได้ชุดมาข้าต้องสั่งให้สาวใช้นำไปซักทำความสะอาดก่อน

ข้าแค่กังวลว่าเดี๋ยวจะแห้งไม่ทัน”

“เดี๋ยวข้าจะให้คนสั่งทางร้านว่าซักให้เจ้าให้เรียบร้อย”

“ท่านพี่ช่างรอบคอบนัก ผู้เป็นภรรยาต้องขอบคุณท่านมาก ๆ

แต่ว่าที่ท่านจะมาค้างที่นี้ มีจุดประสงค์อะไรหรือ มาพักผ่อน หรือ...ต้องการหาเพื่อนชมจันทร์เท่านั้น”

“แน่นอนย่อมต้องมากินเจ้า ฮ่า ๆ”

เห็นนางถามเขาอย่างระแวงทำให้เขาต้องการกลั่นแกล้งนางสักหน่อย หนึ่ง ตอบเพื่อให้นางตกใจ

สอง ตอบเพื่อหมายความตามนั้น ตั้งแต่คนจากสำนักคุ้มภัยมาถึง เขาไม่อาจอยู่เฉยได้

ต้องร่วมวางแผนการเดินทางพร้อมพวกเขาและท่านพ่อเกือบทุกวัน

และอีกอย่างเป็นคำสั่งของท่านพ่อ

ที่ให้เขามาใช้เวลาอยู่กับนางก่อนออกเดินทางสักเล็กน้อย แม้ท่านพ่อไม่ได้เอ่ยออกมาตรง ๆ

แต่มันคงสืบเนื่องมาจากคำสาปของตระกูลหม่าแน่นอน

เขานึกสงสัยว่าการบังคับมีความสัมพันธ์กับภรรยาของบุรุษตระกูลหม่ามีเบื้องหลังเช่นไร









--

เมื่อวานเน็ตหัวค่ำไม่ค่อยดี เลยไม่แต่งนิยาย

เกี่ยวเหรอ 55

ยิ่งยาวยิ่งแต่งยาก คือ ลืมเนื้อหาบทแรกๆ 555
ฉาก (ที่ไหน)
ตัวละคร(มีใคร)
เหตุการณ์อะไร (มีผลต่อความสัมพันธ์ตัวละครหรือไม่ ที่ทำให้มีจุดเปลี่ยนอะไร)
ย่อเรื่องบทนั้น

แล้วแต่ความถนัด หรือจะทำมายด์แมพเอา

มีหนังสือแนะนำ "ใครเล่าเรื่องเก่ง คนนั้นชนะ" อมรินทร์ how to ยังไม่ได้อ่าน น่าจะประยุกต์การเขียนได้

Licht und Schatten トーキョーグール-