ผู้เขียน หัวข้อ: คำสาปรักหมาป่าทมิฬ 13.  (อ่าน 23 ครั้ง)

ไอวินทร์

  • นักข่าว
  • Sr. Member
  • *
  • กระทู้: 269
    • ดูรายละเอียด
คำสาปรักหมาป่าทมิฬ 13.
« เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2019, 01:00:59 AM »
บทที่ 13 คำสาปรักหมาป่าทมิฬ



เข้าสู่ช่วงหัวค่ำ สาวใช้ยกสำรับอาหารออกไปเก็บจนหมดสิ้น หลี่ชิงซานดูกระวนกระวายใจไม่น้อย

เขาถึงกับแอบยิ้มที่มุมปาก ในที่สุดนางทนไม่ไหว จนต้องเป็นฝ่ายเอ่ยปากทำลายความเงียบก่อน

“ท่านพี่ ยามนี้ท่านคงต้องไปหารือกับท่านพ่อใช่หรือไม่”

“ไม่จำเป็น หลายวันก่อนหน้านี้ พวกเราได้ข้อสรุปเป็นที่น่าพอใจแล้ว

อีกอย่างท่านพ่อเป็นคนสั่งให้ข้ามาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าเอง ไฉนเลยข้าจะขัดคำสั่งได้”

“อ๋อ…” นางขานรับเสียงยาว

“หรือเจ้าไม่พอใจ”

“มิได้ ๆ ข้าไม่บังอาจหรอก ก่อนถึงเวลานอน ท่านชอบออกไปขี่ม้าเล่นรับลมเย็น ๆ ใช่หรือไม่

ถ้าท่านทำเป็นกิจวัตรประจำวัน ท่านพี่ ท่านก็ออกไปใช้เวลาข้างนอกเถอะ

ไม่ต้องมาอยู่เป็นเพื่อนข้า ข้ารู้สึกเกรงใจที่ท่านพี่ต้องเสียสละเวลาอันมีค่าไป”

“ผู้ใดบอกเจ้ากัน ไม่ใช่ว่าเจ้าต้องการออกไปขี่ม้ามากกว่า เจ้าไม่ต้องคิดถ่วงเวลา

ข้าแต่งเจ้าเข้ามาก็เพื่อการนี้ คำสาปของตระกูลหม่าไม่ใช่ว่าเจ้าไม่รู้มาก่อน แล้วใช่ว่าเจ้าจะไม่เคย…”

“ท่านพี่!”

นางหยิบผ้าเช็ดหน้าจากในแขนเสื้อมาปาใส่ใบหน้าเขา

“เจ้าทำเช่นนี้แสดงว่ายินยอมพร้อมใจ แต่ว่าเพิ่งจะหัวค่ำ ภรรยาไม่ควรรีบร้อน

เดี๋ยวบ่าวไพร่จะเอาไปนินทาได้ เพื่อเป็นการหาทางออกให้เจ้า เราไปนั่งเล่นที่เรือนของข้าก่อน”

เขาโน้มตัวไปกระซิบข้างหูของนาง “ข้ารับรองว่าที่ห้องนั้นไม่มีใครได้ยินเสียงเจ้า

ไม่มีใครกล้ามารบกวนพวกเรา สะดวกยิ่งนัก”

เขารู้ว่านางต้องเห็นชอบความคิดนี้เช่นกัน ดูสิดวงตาเบิกกว้างอย่างดีใจ

และเพื่อไม่ให้นางต้องรอคอยนาน เขาฉุดแขนให้นางลุกขึ้นยืน

นำตัวไปที่เรือนอย่างรวดเร็ว เขาไม่เข้าใจว่าทำไมพักหลัง

พลังของเขาถึงได้กล้าแข็งนัก ประสาทการรับรู้ดีขึ้น เหมือนมีบางอย่างเข้าที่เข้าทาง

ไม่ใช่ว่าเขาจะหายจากอาการบ้า ๆ พวกนั้นหรือ

เรื่องนี้ช่างก่อนเถอะ เขามีภรรยาที่ต้องการการเอาใจใส่อยู่หนึ่งคน

สั่งห้ามคนมารบกวนแล้วปิดประตูอย่างใจเย็น

ที่บอกนางว่าต้องการไปค้างที่เรือนโน้น เป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น ที่นี้ย่อมมิดชิดกว่า

ผู้คนไม่พลุ่กพล่าน ชายหนุ่มหารู้ไม่ว่าบรรดาบริวารข้ารับใช้ต่างกลัว ‘คุณชายรองอาละวาด’

หากไม่มีกิจธุระสำคัญย่อมจะหลีกเลี่ยงบริเวณนี้อย่างเด็ดขาด

“ภรรยาต้องการอาบน้ำหรือไม่” เขาหันไปเห็นนางยืนตัวสั่นอยู่ หรือนางจะหนาว

“อาบ ๆ ข้าอาบ”

“เจ้าดูท่าจะหนาว อย่าอาบเลย กลิ่นของเจ้ายังหอมน่ากินเช่นนี้

แต่เพื่อให้เจ้าคลายกังวลใจ ข้าคงต้องเข้าไปดมใกล้ ๆ เป็นการพิสูจน์สินะ”

เขายกแขนนางขึ้นมา เลิกชายเสื้อขึ้นแล้วก้มให้ปลายจมูกจรดตรงข้อพับแขนด้านใน สูดหายใจเข้า

อืม กลิ่นที่คุ้นเคย กลิ่นดอกไม้อ่อน ๆ ชวนหลงใหล ผสมกับกลิ่นตัวของนาง

เขารู้สึกน้ำลายสอ แทบอยากจะลิ้มรสนางจนอดใจไม่ไหว

“ท่านพี่ไม่ต้องดมแล้ว ข้าเชื่อท่าน”

นางพยายามจะดึงมือออก แต่มีหรือจะทำได้

เขากลืนน้ำลายลงคอ เลียริมฝีปากเล็กน้อย “ไปข้างล่างกับข้าเถอะ”

“ไม่นะ ท่านพี่ ข้างล่างเย็นเกินไป ข้าไม่ชอบ”

นางเริ่มยกมือมาผลักไสเขาไม่ให้เข้าใกล้ อีกเช่นเคย นางไม่อาจต่อต้านแรงของเขาได้

“เดี๋ยวข้าจะช่วยให้เจ้าอุ่นขึ้น ข้าสัญญา”

เขาสบสายตากับนาง ดูสิคำพูดประโยคนี้นางถึงกับมีน้ำตาคลอ

ใครบอกว่าสามีเช่นข้าดูแลนางไม่ได้ เขาคงต้องขอเถียง

ช้อนตัวของนางขึ้นพาดบ่า เดินไปเปิดห้องลับ นำนางลงบันไดไปด้านล่าง

ก่อนหน้านี้เขาขอให้ท่านพ่อช่วยปรับปรุงที่นี้ให้

เปลี่ยนขนาดเตียงใหม่ใส่ม่านมุ้งรอบเตียง นำโต๊ะมาเพิ่ม มีดอกไม้สดปักแจกันเพื่อหลี่ชิงซาน

แม้เขาไม่ค่อยชอบกลิ่นดอกไม้เท่าไหร่นัก เขาวางนางลง พอสังเกตดี ๆ นางมีน้ำตาไหลพรากอาบแก้ม

“เป็นเช่นไร เจ้าดีใจถึงเพียงนี้เชียว สามีทำให้ห้องนี้ดูสวยงามขึ้นเพื่อเจ้าคนเดียว”

“ขอบ...ขอบคุณ ท่าน...ท่านพี่”

นางบอกขอบคุณพร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้น แน่นอนว่าการเห็นสตรีเสียน้ำตาเพราะความดีใจ

ทำให้เขาทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน นางโยนผ้าเช็ดหน้าทิ้งไปแล้วที่เรือน

และเขาคิดว่านางคงไม่มีผืนที่สองพกเอาไว้

ดังนั้นเพื่อเป็นการปลอบโยนเขาจึงถอดอาภรณ์ให้นาง นำมันมาเช็ดน้ำตาของนางเอง

เขาซับน้ำตาให้นางจนเรียบร้อย

“คราวหลังเจ้าไม่ควรทิ้งผ้าเช็ดหน้า สิ่งนี้จำเป็นต้องใช้ สมควรติดกายเอาไว้

เจ้าจะได้ไม่ลำบากเอาอาภรณ์ที่สวมอยู่มาเช็ดน้ำตา

เข้าใจหรือไม่ซานซาน เฮ้อ เด็กโง่”

เขาหยิกแก้มของนางด้วยความเอ็นดู นางส่งผ่านความรักคืนมาด้วยการต่อยที่กลางลำตัวของเขา

หมัดน้อย ๆ ของนางไม่ระคายผิดเขาแม้แต่น้อย

ภรรยาของเขาในคืนนี้ช่างทำตัวน่ารักนัก

ดูสิคืนนี้เขาจะให้รางวัลนางเช่นไรดี

“หม่ากว่างหยู!”

นางมองหน้าเขาแสดงสีหน้าเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยน นัยถ์ตาทั้งสองข้างของนางยังคงจ้องใบหน้าเขาไม่คลาดคลา

“ไหนเจ้าบอกว่าหนาว ยังจะถอดอาภรณ์ออกอีก ข้าจะพาเจ้าไปที่เตียง ห่มผ้าสักหน่อยเจ้าจะได้รู้สึกดีขึ้นนะซานซาน”

นางหมุนตัวกระโจนขึ้นไปมุดอยู่ใต้ผ้าห่ม

นางส่งเสียงร้องบางอย่าง ‘อ๊ากกกกก’ คงเป็นวิธีเพื่อให้คลายหนาวสินะ เป็นดรุณน้อยช่างคิดจริง ๆ

เพื่อไม่ให้นางรู้สึกเดี่ยวดาย เขาจึงถอดอาภรณ์เป็นเพื่อนนาง แล้วตามขึ้นไปสบทบกับนางใต้ผ้าห่ม

“ซานซานมาให้ข้ากอด เจ้าจะได้คลายหนาว”



จวบจนกลางดึก

“ท่านพี่ไหนท่านบอกว่าทำไม่นาน ข้าคิดว่าใกล้จะเช้าแล้ว”

เธอรู้สึกไร้เรี่ยวแรงแต่จำเป็นต้องพูดเตือนสติใครบางคน

“เอ๊ะ แต่ละรอบข้าก็ทำไม่นาน ยังให้เจ้าได้พักยกถึงหนึ่งก้านธูป”

ให้เธอพักหรือให้เขาพักยกเองต่างหาก ไอ้คนเลว

“ให้ข้านอนพักผ่อนก่อนได้หรือไม่ หลังจากกลับจากการเดินทาง ท่านจะทำไม่นาน จนถึงเช้าเลยก็ย่อมได้

ท่านควรเห็นใจเรื่องการเตรียมตัว ออกเดินทางครั้งแรกของข้าบ้างนะท่านพี่”

“ข้าเข้าใจเจ้าซานซาน แต่ข้ายังต้องการเจ้าอีกนิดหน่อย เจ้าอดทนไว้ก่อน แล้วข้าจะชดเชยให้”

เธออยากกรีดร้องแล้วกระโจนข่วนหน้าเขา จากนั้นเอาไม้นวดแป้งมาทุบให้เขาขาหัก

“ได้ยินเช่นนั้นข้าก็เบาใจ ท่านอย่าหักโหมให้มากนักล่ะ

ข้าอาจเผลอหลับไปก่อน ท่านไม่ต้องปลุกข้านะ” เธอคงทำได้เพียงตอบประชดเขา

ความอ่อนล้าทำให้เธอหลับไปจริง ๆ แต่สะลึมสะลือตื่นมาตอนไหน

ก็ยังรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของหม่ากว่างหยู ผู้ชื่นชอบการทำอะไรไม่นาน

พรุ่งนี้หวังว่าเธอจะไม่จับไข้แล้วลงจากเตียงไม่ไหว ให้เป็นที่ขายหน้าคนอื่นไปทั่ว







วันออกเดินทางมาถึงสักที เธอรู้สึกดีใจจนน้ำตาไหล

นับตั้งแต่คืนนั้นเขาไม่ยอมให้เธอกลับเรือนของตัวเอง อ้างแต่คำสาปของตระกูลหม่า

ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ เธอต้องหาทางสืบรู้ให้ได้ คือ เขาแก้คำสาปโดยการนอนกับเมียบ่อย ๆ

มันตลกเกินไปหรือเปล่า

เธอนี่แหล่ะที่ขำไม่ออก ปวดเมื่อยเนื้อตัวอยู่เลย

อย่างน้อยการเดินทางก็คงกันให้เขาอยู่ห่าง ๆ จากเธอได้สักระยะหนึ่ง

ทำให้เธอรู้สึกโล่งใจขึ้นหน่อย

ในการเดินทางครั้งนี้มีรถม้าสองคัน หนึ่งในนั้นเป็นรถม้าสำหรับเธอ และบรรทุกเสบียง

ส่วนรถม้าที่ต้องนำไปส่งไม่สามารถบรรทุกอะไรได้

การตกแต่งค่อนข้างหรูหราเธอแอบไปสำรวจมาแล้ว

ก่อนที่พวกเขาจะเอาผ้ามาคลุมเอาไว้อีกชั้นหนึ่งมีม้าสี่ตัวลากจูง

และม้าอีกสี่ตัวที่ต้องส่งพร้อมกันมีคนดูแลต่างหาก



คนของสำนักคุ้มภัยเธอลองนับแล้วมีสิบสองคน ท่างฝั่งตระกูลหม่าประมาณยี่สิบคน

รวม ๆ แล้วเธอก็ยังรู้สึกว่าเป็นขบวนใหญ่อยู่เหมือนกัน เธอไม่แน่ใจว่าคนโบราณทั่วไป

เวลาเดินทางทั้งคณะต้องใช้รถม้ากี่คัน แล้วขนาดไหนถึงเรียกว่าสะดุดตา

แต่แค่ม้าตระกูลหม่าที่รูปร่างแข็งแรงล่ำสันกว่าม้าทั่วไป คงทำให้คนมองด้วยความสนใจได้แล้ว

หวังว่าพวกเขาจะเร่งเดินทางไปส่งรถม้าให้ถึงที่หมายไว ๆ

ส่วนขากลับเธอถึงมีใจอยากเถลไถลเที่ยวชมต่างบ้านต่างเมือง



พวกคนจากสำนักคุ้มภัยแต่งกายด้วยชุดสีเข้มดูทะมัดทะแม่ง

พวกเขาเดินตรวจตราความเรียบร้อยพวกสัมภาระ รถม้า บรรดาม้าทั้งหมดอีกครั้ง

แล้วยืนรอท่านพี่ของเธอที่กำลังร่ำลาอยู่กับครอบครัว

เธอยืนห่างออกมา เพราะขี้เกียจฟังคำสั่งกำชับโน้นนี่จากผู้คนตระกูลหม่า

ดูเหมือนการออกเดินทางฉายเดี่ยวครั้งแรกของหม่ากว่างหยู

ทุกคนดูจะกังวลกันไม่น้อย เธอนึกเล่น ๆ ว่าพวกเขาห่วงเรื่องอะไรกันแน่

จะใช่กลัวว่างานสำเร็จหรือเปล่า หรือเรื่องที่เขาเปลี่ยนเป็นหมาป่า

“ลูกสะใภ้ เจ้าต้องอยู่ใกล้ชิดคอยดูแลหยูเอ๋อร์เอาไว้นะ”

“เจ้าค่ะ ท่านแม่”

ตอนท้าย แม่สามีพุ่งเป้ามาที่เธอ ตอนแรกนึกว่าลืมเธอไปแล้ว

เธอใส่ชุดผู้ชายตัวยาวสีเขียวเข้มรัดผ้าคาดเอวสีน้ำเงินเข้มเกือบดำ

เกล้าผมมัดแบบผู้ชาย มองแล้วเกือบเหมือนเด็กเลี้ยงม้าหวังหย่งไปแล้ว

เสียดายที่เขาไม่ได้ไปด้วย ไม่อย่างนั้นเธอจะได้ไม่เหงามีเพื่อนคุยระหว่างเดินทาง

“เวลาไม่เช้าแล้ว พวกเจ้ารีบออกเดินทางเถอะ” ท่านพ่อเป็นฝ่ายตัดบท ไล่ให้เธอขึ้นรถม้า

เดินตามหลังเธอมาติด ๆ และใช้ช่วงชุลมุนกระซิบบอกเธอว่า

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นให้เธอเกาะติดสามีให้ได้ตลอด แล้วทุกอย่างจะดีเอง

คำสั่งเสีย เอ่อ คำพูดประโยคนี้เหมือนเป็นลางว่า มันต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแน่ ๆ

แถมท่านแม่ก็พูดกำชับกำชาในความหมายเดียวกันอีก

เฮ้อ ช่วยบอกอะไรให้มันชัดเจนกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไงนะ



พวกเขาควรบันทึกเอาไว้เป็นตำราสักเล่ม สองเล่ม

เพื่อความสะดวกสำหรับคนที่มารับช่วงเป็นสะใภ้ในตระกูลนี้ ‘คำสาปตระกูลหม่าและวิธีรับมือเบื้องต้น’

‘วิธีแก้คำสาปตระกูลหม่า ร้อยแปดกระบวนท่า’ ไม่ดี ๆ เธอชักคิดอะไรนอกลู่นอกทาง

เธอขยับเข้าไปนั่งด้านในเพื่อพิงกับผนัง หน้าต่างรถม้าเป็นบานพับเปิดปิดได้เหมือนหน้าต่าง

และมีผ้าม่านสีทึบปักเลื่อมไว้บังสายตาอีกชั้นหนึ่ง เธอเปิดดูความเป็นไปที่ด้านนอก

ท่านพี่ขึ้นบนหลังม้าแล้วบังคับม้าวิ่งเหยาะ ๆ ไปหัวขบวน

มีรถม้าของเธออยู่ท้ายขบวน พวกสำนักคุ้มภัยแบ่งคนดูแลด้านหน้า

ด้านข้างและด้านหลัง ทำงานสมเป็นมืออาชีพ

คนหนุ่ม ๆ สองคนที่เป็นหัวหน้าจากสำนักคุ้มภัย ผลัดเปลี่ยนตำแหน่งกันตลอดเวลา



การเดินทางออกนอกเมืองครั้งนี้เธอรู้สึกว่าไม่ต้องผ่านในเมือง หรือเป็นทางลัด

เพราะผ่านทุ่งหญ้าก็ออกสู่ชนบทไปเรื่อย ๆ และเมืองที่จะไป

เธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับที่นั้นเลย เพราะเพิ่งรู้ว่าต้องเดินทางอย่างกะทันหัน

และคนอื่นต่างคนก็มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ

ไม่มีใครว่างมาเล่าประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ให้ฟังได้



เธอไม่อาจ พิมพ์ชื่อเมืองแล้ว ‘พรึ่บ’ ข้อมูลโผล่ขึ้นมาให้กดเลือกอ่านได้อย่างจุใจ

ความไม่รู้อาจเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของการเดินทางในยุคสมัยโบราณ

พอไปเห็นสิ่งแปลกใหม่ก็เกิดความรู้สึกตื่นเต้น

แต่เธอไม่ชอบเลย การเดินทางแบบนี้ทำให้เกิดความเครียดจนเป็นบ้าได้

ไม่รู้ว่าจะได้พักตอนไหน จะได้เข้าห้องน้ำยังไง มีสัตว์แมลงมีพิษที่ต้องระวัง ไหนจะโจรผู้ร้าย

และตอนนี้รถม้าเคลื่อนที่มาได้สักพักใหญ่ และเธอเริ่มรู้สึกเวียนศีรษะหน่อย ๆ แล้ว

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเริ่มเมารถม้า



แต่ก่อนเธอเคยพกหมากฝรั่งรสเปปเปอมินต์ไว้เคี้ยวเวลาเดินทาง แก้เมารถ เมาเรือ

ที่นี้แม้แต่ยาดมยังหาไม่ได้เลย ความจริงไม่ใช่หาไม่ได้

พวกเขามีสมุนไพรดี แต่ไม่มีใครผลิตออกมาขาย

คงเพราะสมุนไพรมีราคาแพงเกินไปที่จะเอามาดมเฉย ๆ มั้ง เธอพยายามนั่งนิ่งให้มากที่สุด

คิดว่าถ้าอีกครู่อาการไม่ดีขึ้น เธอจะนอนหลับมันเสียเลย เธอตัดสินใจหลับตาไว้ก่อน

“ซานซานเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” มีเสียงคนพูดจากทางหน้าต่าง

“ข้ารู้สึกวิงเวียนศีรษะ” เธอตอบโดยไม่ได้ลืมตา

“มีกระปุกผลไม้ตากแห้งอยู่ในกล่องไม้

เจ้าหยิบเอามาเคี้ยวเล่นสักสองสามลูก คงอาการดีขึ้น”

เธอค่อย ๆ ลืมตา นึกขึ้นได้ว่าถ้าเป็นอะไรที่มีรสเปรี้ยวก็น่าจะช่วยได้เหมือนกัน

เธอเปิดกล่องแล้วสุ่มหยิบโถกระเบื้องขนาดฝ่ามือออกมา

เปิดฝาหยิบผลไม้ออกมาลองกัดชิม



ความหวานและรสเปรี้ยวแตะถูกลิ้นทำให้เธอรู้สึกตาสว่างขึ้นมา

ไม่รู้ว่าเป็นผลไม้อะไร แต่เธอคิดว่าใช้แก้อาการเมารถม้าได้ เธอค่อยแทะเล็มไปทีละนิด

หรือจริง ๆ เป็นประสบการณ์การเดินทางของคณะเดินทางของท่านพ่อสามี

เขาถึงได้สั่งคนเตรียมเอาไว้ในรถม้าสำหรับเธอโดยเฉพาะ



แต่ถ้าเป็นไปได้ หากนึกห่วงใยเธอล่ะก็ ให้เธออยู่รอที่ตระกูลหม่าไม่ดีกว่าเหรอ

แล้วไหนจะความเสี่ยงเรื่องหม่ากว่างหยูอีก

คิดไปคิดมาเธอหยิบผลไม้ตากแห้งมากินเล่นเกือบสิบลูกแล้ว

อาการเริ่มดีขึ้น เธอหยิบอีกสองลูกอมไว้ในปากแล้วปิดฝาคืนที่เดิม

จำไม่ได้ว่าท่านพี่ให้เธอหยิบมากินได้กี่ลูก

ช่างเถอะ เดี๋ยวถึงเมืองถึงตลาด ค่อยให้เขาซื้อใช้คืนตัวเองแล้วกัน







๕๕๕๕๕

ถึงบทที่ 13 ตามเป้าเย้ๆๆ แต่เดือนหน้าไม่รู้จะไหวมั้ย

เทศกาลเยอะ ฮ่าๆ

รู้สึกว่า แต่งเรื่องสั้น จะดีกว่า กันจำมุกที่เล่นไม่ได้ ฮ่าๆๆ



Licht und Schatten トーキョーグール-

ธันย่า

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 80
  • ที่สุดของการเขียน คือการก้าวผ่านจุดเริ่มสู่จุดจบ
    • ดูรายละเอียด
Re: คำสาปรักหมาป่าทมิฬ 13.
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2019, 07:11:59 PM »
เผลอแป๊บบเดียว บทที่13แบ้ว  ไม่ย๊อมมมมม :-[ :-[ :-[ :-[  วิ่งๆๆๆ

ไอวินทร์

  • นักข่าว
  • Sr. Member
  • *
  • กระทู้: 269
    • ดูรายละเอียด
Re: คำสาปรักหมาป่าทมิฬ 13.
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2019, 09:22:48 PM »
เดี๋ยวไม่จบดิคะ ฮ่าๆ วิ่งตามมาๆๆ ค่ะคุณธันย่า
Licht und Schatten トーキョーグール-