ผู้เขียน หัวข้อ: คำสาปรักหมาป่าทมิฬ 22.  (อ่าน 284 ครั้ง)

ไอวินทร์

  • นักข่าว
  • Sr. Member
  • *
  • กระทู้: 288
    • ดูรายละเอียด
คำสาปรักหมาป่าทมิฬ 22.
« เมื่อ: ธันวาคม 26, 2019, 12:42:01 AM »
บทที่ 22 คำสาปรักหมาป่าทมิฬ



ไม่นานม้าของเหล่าโจรทั้งห้าก็ไล่ตามมาทัน ล้อมพวกเขาไว้อยู่ตรงกลาง 

มีท้องฟ้าสดใสกับป่าไผ่เขียวขจีเป็นฉากหลังที่สวยงาม 

คงเป็นการเลือกสถานที่ตายได้งดงามสินะ

หนึ่งในนั้นพูดว่า “ทิ้งชีวิตของเจ้าไว้ที่นี้เสีย แล้วข้าจะเว้นชีวิตเด็กนั้น ” 

ทำเป็นมีคุณธรรม แต่มันรู้ความคิดของท่านพี่ได้ไงกันว่าเขาเลือกจุดนี้เป็นที่ตาย                                                     

“ข้าหรือเจ้าที่จะทิ้งชีวิตไว้กันแน่” 

สิ้นคำพูดของหม่ากว่างหยู ธนูมาจากไหนไม่รู้พุ่งใส่ชายคนดังกล่าวร่วงจากหลังม้าตายก่อนเป็นรายแรก 

และคนอื่นที่เหลือทยอยตายไปจนหมดเกลี้ยง 

เธอถึงกับอ้าปากค้าง เรื่องมันพลิกแบบนี้ไปได้ไง 

ไม่ใช่ว่าไม่ดีใจที่รอดมาได้ แต่ควรให้ท่านพี่ของเธอโชว์ฟอร์มสักนิดก่อนหรือเปล่า 

เธอหันไปมองหามือธนูว่ามาจากทิศไหน ก่อนหน้านี้คงไม่ใช่การยิงพลาดนะ 

หวังว่าจะเป็นพวกเดียวกับเธอ มองเพ่งไปเพ่งมาป่าก็เหมือนกันหมดไม่เจอใครเลย 

แต่ไม่ต้องให้เธอรอนาน มีคนเดินออกมาจากป่าไผ่

“คุณชายรอง” 

คนที่เดินนำหน้าเอ่ยประโยคนี้ออกมา เธอถอนหายใจ 

รู้สึกผ่อนคลายขึ้นอีกนิด ยังมีพวกที่เหลือกำลังวิ่งตามมาอีกนะคุณลุง 

รีบไปจัดการพวกมันก่อน ค่อยมาทักทายคุณชายรองก็ยังไม่สาย

“ฝีมือของท่านยอดเยี่ยมเช่นเคย” 

นี่ก็อีกคน ใช่เวลามากล่าวชื่นชมกันอยู่เหรอ ทำอย่างกับว่าไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน

“มิกล้า ๆ ท่านกล่าวยกย่องข้าเกินไปแล้ว แต่ว่าสถานการณ์ทางด้านนั้นเป็นเช่นไรขอรับคุณชายรอง” 

ยังดีลุงคนที่มาช่วยรีบเข้าเรื่องสำคัญ นึกว่าจะเล่นบทถ่อมตัวอีกนาน

ท่านพี่ตอบกลับอย่างรวดเร็ว 

“ค่อนข้างตึงมือทีเดียว ท่านคอยดักจัดการกับพวกมันที่นี้ก่อน มีจำนวนเล็กน้อยเท่านั้น 

แล้วค่อยตามไปสบทบทางโน้น ข้าจะย้อนกลับไปช่วยทางสำนักคุ้มภัยก่อน” 

“ข้าน้อยรับทราบ คุณชายรองท่านระวังตัวด้วย 

ท่านต้องการให้ฮูหยินน้อยอยู่ที่นี้แล้วตามไปทีหลังหรือไม่ขอรับ”

“ไม่จำเป็น” 

เขาตอบเสียงห้วนแล้วชักม้าไปอีกทาง ถ้าเธอไม่ได้หูฝาด 

เขาบอกว่าโจรที่จะมามีจำนวนเล็กน้อย เขามีปัญหาในการมองหรือเปล่า 

แต่ไม่น่าจะเป็นไปได้ แล้วอะไรคือตึงมือ ตอนที่หนีมา 

ลากพวกโจรตามมาไม่น้อยเลยนะ ทางนั้นยิ่งเบาแรงไปได้มากต่างหาก



เธอรู้ว่าไม่ได้กลับทางเก่าเพื่อหลีกเลี่ยงกับผู้ร้ายกลุ่มนั้น 

แต่ทำไมเส้นทางอ้อมไปไกลจนเธอรู้สึกว่าเหมือนไม่ได้กลับไปจุดแรกที่มีการต่อสู้กัน 

เปลี่ยนจุดหมายปลายทางไปแล้ว เขาคงไม่คิดเล่นอะไรแผลง ๆ กลางป่ากลางเขาใช่หรือเปล่า

“ท่านพี่ ท่านให้ม้าวิ่งเร็วกว่านี้ได้อีกหรือไม่ 

คนของสำนักคุ้มภัยต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนไม่ใช่หรือ”

“หึ เจ้าเป็นห่วงรถม้าของตระกูลหม่าเสียหาย หรือเป็นห่วงใคร”

“ข้าแค่ไม่อยากให้เกิดการสูญเสียไม่ว่ากับใคร หรือกับม้า

ชีวิตของเรามีค่าเสมอ ไม่เหมือนใครบางคนหรอก

พอเจอหน้าไม่ทันไรก็อยากจะฆ่าข้าแล้ว”

“ซานซาน เจ้าหมายถึงใครหรือ” 

เขาถามเสียงอ่อนลง เอนตัวมาพิงเธอ 

เขารู้ตัวหรือเปล่าว่าตัวหนักขนาดไหน เขาเริ่มแกล้งเธออีกแล้ว เธอล่ะเบื่อ 

แล้วตกลงเขาจะไม่กลับไปช่วยคนอื่นใช่หรือเปล่า 

เขาไม่กลัวว่างานที่ได้รับมอบหมายมาจากท่านพ่อจะล้มเหลวหรือไงนะ 

ดันพาเธอไปที่ไหนก็ไม่รู้ และเธอต้องติดตามเขาไปอย่างเลือกไม่ได้

“ข้าไม่ได้หมายถึงท่านเลยสักนิด ข้าหมายถึงพวกโจรใจร้ายพวกนั้น”

“ซานซานเจ้าไม่ต้องกลัว ข้าไม่ให้ใครมาแตะต้องเจ้าได้แม้แต่ปลายเล็บ” 

ยกเว้นแต่ตัวเขาเองล่ะสิท่า

“ขอบคุณท่านพี่ แล้วตกลงท่านจะมุ่งหน้าไปที่ใดหรือ”

“ไม่ห่างจากที่นี้ ท่านพ่อเคยกล่าวว่ามีสถานที่แห่งหนึ่งสวยงามนัก 

ให้ข้าพาเจ้าไปแวะเยี่ยมชมสักหน่อย” 

เธออยากจะตะโกนด่าใส่หน้าเขา เกิดนรกบ้าอะไรอีก 

ช่วงวิกฤตแบบนี้ พาเธอมาท่องเที่ยว 

ในหัวสมองของเขาต้องมีความผิดพลาดหลายจุดแน่ ๆ 

ขากลับค่อยมาแวะมันจะตายหรือไงท่านพี่ 

เธอรู้สึกเหมือนมีอาการไข้ขึ้นสูงทะลุปรอท 

“ถูกต้องเลยท่านพี่ จำเป็นต้องไปอย่างยิ่ง” เธอพูดประชด

“ข้าแค่พาเจ้าแวะดูแค่ครู่เดียว เดี๋ยวขากลับข้าจะพาเจ้ามาค้างคืนที่นี้ดีหรือไม่ 

และตอนนี้เจ้าเห็นหรือไม่ พวกเราได้มาถึงแล้ว” เขาชี้มือไปเบื้องหน้า

ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากผ่านป่าไผ่มา 

และผ่านต้นไม้ปกติอีกเล็กน้อยจะมาโผล่ที่ลำธารน้ำสายหนึ่งแม้ไม่ใหญ่มาก 

แต่มีลานก้อนหินเล็ก ๆ ค่อนข้างกว้างอยู่สองข้างทาง ในฤดูฝนปริมาณน้ำคงจะมากกว่านี้ 

และท่วมก้อนหินที่มีลักษณะกลมมนเล็ก ๆ พวกนี้ ลำธารคดเคี้ยวทอดยาวไปไกล 

มีภูเขาและป่าขนาบข้าง ทิวทัศน์แบบนี้ทำให้เธอรู้สึกอยากหยุดนั่งเล่นพักผ่อนที่นี้ 

มีนกขายาวสีขาวตัวหนึ่งยืนอยู่บนโขดหินกำลังหาปลากินอยู่ 

ฟองสีขาวบนผิวน้ำที่เกิดจากการไหลกระทบก้อนหินขนาดไม่ใหญ่ในลำธาร 

ทำให้รู้สึกคล้ายเป็นน้ำตกขนาดเล็ก

พอพวกเธอเข้าใกล้ลำธาร นกตัวนั้นคงรู้สึกถึงการบุกรุกกางปีกบินขึ้นสู่ท้องฟ้าจากไป 

เธอแหงนหน้ามองตาม เขาอุ้มเธอลงจากหลังม้า



“ที่นี้หรือ” 

เธอถามอย่างไม่แน่ใจ เพราะเขาบอกว่าสวยงาม เพราะมีแต่ป่ากับลำธารแค่นั้น 

หรืออาจเป็นเพราะเธอเคยสามารถเห็นโลกในมุมมองต่าง ๆ 

โดยไม่ต้องเดินทางไปเอง ได้เห็นสถานที่สวยงามกว่านี้สิบเท่าและมากมายทั่วโลก 

อย่างทะเลสวยน้ำใสมองเห็นปะการังใต้น้ำ

ชนิดที่แค่ดูรูปก็ใจละลายอยากไปเที่ยวแล้ว

“ใช่ ทำไมหรือซานซาน เจ้าไม่คิดว่ามันงดงามหรือ” 

มันก็โอเคในระดับหนึ่ง 

ถ้าเทียบกับสตรียุคนี้ที่ต้องอยู่ติดบ้านติดเรือน แทบไม่ได้ก้าวขาออกจากที่อยู่อาศัยมากนัก 

หรือเธอให้ความสำคัญกับสิ่งภายนอกมากไป (จิตใจที่คอยขัดเกลาให้สงบอยู่เสมอย่อมสูงค่ากว่า)

“งามอย่างที่ท่านกล่าว แต่พอดีข้าเคยได้ยินคนเล่านิทานว่ามีสถานที่งดงามแปลกประหลาดกว่านี้ 

เลยคิดว่าที่นี้เป็นสถานที่ธรรมดาแห่งหนึ่งเท่านั้น ข้าต้องขออภัยท่านพี่ด้วย” 

เธอตอบเขาไปตามตรง 

เพราะไม่เห็นประโยชน์อะไรที่จะต้องโกหกเพื่อเอาใจเขา

และหน้าตาท่าทางของเธอมันไม่มีอาการตื่นเต้นดีใจอะไร 

จะมาแกล้งประทับใจสถานที่คงไม่ทัน

“ธรรมชาติมีความงามในตัวของมันเอง 

ซานซานรอให้เจ้าได้สัมผัสกับมันก่อน อย่าเพิ่งตัดรอน 

แล้วเจ้าจะต้องเปลี่ยนใจ แต่ตอนนี้เราคงไม่มีเวลานัก 

คงต้องกลับกันก่อน ไว้พวกเราไปส่งรถม้าเรียบร้อยแล้ว 

ข้าจะพาเจ้ามาที่นี้อีกครั้ง ข้าสัญญา”

“ขอบคุณท่านพี่ แต่ในเมื่อเราได้มาที่นี้กันแล้วย่อมไม่จำเป็นต้องมาอีก 

ข้าคิดว่าเมืองปลายทางที่เราต้องไป คงน่าสนใจไม่แพ้กัน” 

เธอรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี ทำไมเขาต้องการพามาค้างในป่าในเขาอีก เธอไม่ชอบความลำบาก 

และยิ่งไม่ชอบให้เขามารังแกเธอได้ตามใจชอบ 

เธอค่อนข้างมั่นใจว่าเขาต้องการพาเธอมาพักที่นี้เพียงลำพังสองคนเท่านั้น 

และเขาคงมีข้ออ้างสร้างทายาทมาใช้ซ้ำอีก

“เอาเป็นว่าข้าค่อยตัดสินใจในภายหลังแล้วกัน ป่านนี้พวกสำนักคุ้มภัยคงรอพวกเราอยู่” 

เขาตัดบทแล้วจับเธอขึ้นม้าควบไปด้วยความเร็วต่างจากตอนขามา 

เธอละเพลียกับความคิดด้านตรรกะของเขา ในเมื่อเวลามีน้อย 

และต้องไปช่วยเหลือคนอื่นทำไมถึงเสียเวลามาแวะนอกเส้นทางอีก งงใจพี่แกจริง ๆ 







เมื่อพวกเธอสองคนกลับไปถึง สถานที่เกิดเหตุได้รับการเคลียร์พื้นที่เรียบร้อยแล้ว 

พวกสำนักคุ้มภัยไม่ได้รอพวกเขาอยู่ตามที่หม่ากว่างหยูคาดการณ์เอาไว้ 

พวกเขากำลังทำการรักษาคนที่ได้รับบาดเจ็บ ตรวจดูความเสียหาย และเตรียมเดินทางต่อ 

เธอกวาดสายตาดูคนอื่น แต่ละคนแขนขายังอยู่กันครบ ไม่ได้บาดเจ็บร้ายแรง 

ไม่มีใครอาการย่ำแย่ชนิดที่ต้องล้มหมอนนอนเสื่อ สรุปคือเดินทางกันต่อไหว

“มีใครอาการหนักหรือไม่” 

เธอเห็นเขาถามใครสักคน แต่เธอไม่ได้สนใจฟังต่อ เดินแยกไปหาคนของตระกูลหม่า 

เดินไล่สอบถามไปทีละคนและให้กำลังใจพวกเขา ถึงตระกูลหม่าจะมีการค้าขายรถม้า 

เท่าที่ได้รู้ว่าลูกค้ามักมานำรถม้าไปเอง 

ไม่ค่อยมีใครต้องการให้ไปส่งเพราะมีราคาแพงและไม่คุ้มค่าเท่าไหร่นัก 

มีการเดินทางส่งรถม้ากันบ้าง 

แต่เธอคิดว่าเคสของท่านพี่ถือว่าเป็นการค้ากับลูกค้ารายใหญ่ในรอบนาน ๆ ครั้ง

เดินฝั่งของตระกูลหม่าครบ เธอย้ายไปทางสำนักคุ้มภัยบ้าง 

แต่เป้าหมายเธออยู่ที่ระดับหัวหน้า เพราะมันคงไม่เหมาะถ้าเธอจะเดินเตร็ดเตร่ไปทั่ว

“เหยียนเกอเกอ ท่านเป็นเช่นไรบ้าง ศีรษะยังอยู่ครบดีหรือไม่” 

เธอเห็นเขานั่งบนก้อนหินก้อนหนึ่งคนเดียว ปรี่เข้าไปแสดงความห่วงใยอย่างไม่รี่รอ

“เด็กน้อย เจ้าต้องระวังปากเสียบ้าง ที่แห่งนี้มีวิญญาณผู้เสียชีวิตไม่น้อย 

ระวังจะโดนพวกเขาอาฆาตแค้นเจ้า” 

เธอรู้สึกตกใจ ลืมไปว่าเพิ่งเกิดการฆ่าฟันรันแทงมาหมาด ๆ 

แต่เพราะไม่เห็นมีศพคนตาย เลยทำให้พูดพล่อย ๆ ออกไป 

ตบปากตัวเองตอนนี้คงไม่มีประโยชน์ ถ้าพวกเขาได้ยินคงได้ยินไปแล้ว อย่ามาโกรธเธอล่ะ 

ถ้าไม่ใช่เพราะโลภอยากได้ของคนอื่น พวกเขาจะพากันมาตายแบบนี้เหรอ 

และนี่ก็เป็นกลุ่มที่สองที่ต้องมาสังเวยชีวิตกัน ข่าวการตายของกลุ่มแรกคงผ่านหูไปบ้าง 

แต่พวกเขายังไม่สนใจ ตั้งใจแน่วแน่มาปล้นอีก 

รถม้าหรูหราพวกนี้ช่างพาเคราะห์ร้ายมาให้ผู้คนจริง ๆ 

“ข้าขออภัย แต่ข้าไม่ได้พูดเยาะเย้ยใครสักหน่อย ข้าแค่เป็นห่วงท่าน”

“พูดจาเช่นนี้เจ้าอยากให้สามีของเจ้ามาได้ยิน แล้วมาบั่นศีรษะของข้าสินะ เด็กเจ้าเล่ห์”

“เหยียนเกอเกอ ข้าพูดความจริง หากท่านเป็นอะไรไป 

แล้วใครจะมาดูแลคณะเดินทางของตระกูลหม่ากันล่ะ 

ท่านใหญ่ที่สุดไม่ใช่หรือ อีกอย่างคุณชายซีเหมินจิ้นเป็นเพียงลูกน้องท่านเท่านั้น”

“หึ ๆ ซานเอ๋อร์ วันนี้ปากของเจ้าช่างหาเรื่องตายโดยแท้ หรือเป็นเพราะเจ้าเพิ่งรอดตายมาได้ 

จึงไม่เกรงกลัวสิ่งใดแล้ว” 

พอได้ยินคำพูดของพี่ชายสุดหล่อ เธอถึงรู้สึกตัว อาจเป็นความกดดัน 

และเกิดอาการเครียดโดยไม่รู้ตัว โดนไล่ฆ่าต้องหนีหัวซุกหัวซุนมันสนุกที่ไหน 

แถมผู้ร้ายยังมาบ่อยจนน่ารำคาญ 

“อาจเป็นเช่นนั้น ข้าต้องขอขอบคุณพวกท่านทุกคน 

สำนักคุ้มภัยปฏิบัติงานได้ประทับใจข้ายิ่งนัก 

ข้ารู้ตัวว่าไม่อาจตัดสินใจแทนคนตระกูลหม่าได้ แต่ถ้าหากได้ร่วมงานกับพวกท่านอีก ข้ายินดี”

“เจ้าไปหัดพูดจาเช่นนี้มาจากที่ใดกัน ผู้ใดสั่งสอนเจ้า หรือเป็นสามีของเจ้า” เขาส่งยิ้มล้อเลียน

“เหยียนเกอเกอ หากท่านต้องการเรียนรู้จากปรมาจารย์ ย่อมต้องมาหาข้าไม่ใช่ใครอื่น 

ท่านต้องการหรือไม่ ข้าคิดค่าเล่าเรียนไม่แพง” 

อยู่ว่าง ๆ เธอเปิดสอนติววิชาการพูดให้ชนะใจคนดีหรือเปล่า 

ถือเป็นรายได้เสริมทางหนึ่ง เธอคิดเล่นสนุก ๆ

“เกรงว่าคงจะไม่ได้ ถึงท่านอยากเรียน แต่ข้าคงไม่อนุญาตให้นางไปสอนเด็ดขาด 

ซานซานเจ้ามารบกวนท่านหนานกงหลี่เยียนนานแล้ว 

พวกข้าขอตัวก่อน” 

เสียงคุ้นเคยจากบุคคลที่ไม่ต้องหันไปเธอก็รู้ได้ทันที ท่านพี่มาตามหาเธอแล้ว





เดินจากมาไม่ทันไร พี่ชายสุดหล่อส่งเสียงหัวเราะอย่างไม่สนใจมารยาท 

เธอหันกลับไปมองตาขวาง มีเรื่องให้ขำนักใช่ไหม เธอฝากเอาไว้ก่อน 

เดินตามกันไปครู่หนึ่ง ท่านพี่หันมาหาเธอ

“ซานซาน ราว ๆ หนึ่งก้านธูป เราจะออกเดินทางกันต่อ 

เจ้าขึ้นไปพักผ่อนบนรถม้าก่อนเถอะ 

อย่างน้อยจะได้หาอาหารรองท้องไปก่อน 

เมื่อไปถึงเมืองข้างหน้าเราจะได้พักที่โรงเตี๊ยมกินอาหารมื้อใหญ่ด้วยกัน ดีหรือไม่” 

หม่ากว่างหยูถามเธอด้วยน้ำเสียงแปลกประหลาด คล้ายดัดให้เสียงทุ้มขึ้น 

เหมือนต้องการให้เสียงเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นดูหล่อเหลาทำนองนั้น 

อยู่ดี ๆ มาเล่นเก๊กเสียงหล่อทำไม หรือต้องการให้เธอทำเสียงเล่นเป็นเพื่อนเขา

“ขอบคุณท่านพี่ ก่อนไปถึงตัวเมืองข้างหน้า ข้าหวังว่าจะไม่มีใครมาดักโจมตีเราอีก”

“ซานซานเจ้าไม่ต้องกังวลอีกแล้ว เส้นทางที่เหลือปลอดภัยแล้ว 

เรือนของเศรษฐีที่เราจะไปอยู่ไม่ไกล 

อีกอย่างเมืองนั้นมีเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมรอรับพวกเราเป็นอย่างดี” 

เขายกมือขึ้นมาลูบผมเธอตรงด้านหลัง อาการเขาชักแปลก ๆ 

เธอเดินมาด้านหน้าแล้วตอบเขา

“หากได้ยินเช่นนี้ข้าก็เบาใจ 

ถ้าเช่นนั้นข้าขึ้นไปบนรถม้าก่อน ท่านไปดูแลการเดินทางต่อเถอะ” 

เธอเลิกชวนเขาคุย ปัดฝุ่นบนเสื้อผ้าแล้วปีนขึ้นไปบนรถม้า คลานไปบนผ้าที่ปูไว้อย่างดี 

นั่งบนเบาะประจำตัวของเธอ มีป้านน้ำชาที่มีกระไอร้อนออกมา 

เธอมองอย่างสงสัย ใครมาต้มน้ำให้ แต่คงไม่แปลกถ้าท่านพี่สั่งการไว้

“ซานซาน” เขาลอดผ้ามาเข้ามาทางประตูรถม้า

“ท่านพี่ยังมีสิ่งใดอีกหรือ” 

เธอเงยหน้ามองเขา

“ระยะทางไปโรงเตี๊ยมในเมืองอีกไม่ไกลแล้ว ข้าจะขออาศัยนั่งไปกับเจ้าตลอดทางได้หรือไม่” 

รถม้านี่ก็ของตระกูลเขา และเธอก็เป็นเมียของเขา ทำไมต้องมาขอก่อน ความรู้สึกพักหลังมา 

หม่ากว่างหยูทำตัวคล้ายกำลังจีบเธอ เธอรู้สึกว่ามันตลกดี 

เดี๋ยวเขาก็แสดงอารมณ์อย่างหนึ่ง แต่ทำอีกอย่าง 

เธอคงลืมไปแล้วว่าวัยรุ่นมีความว้าวุ่นขนาดไหน คงต้องให้เวลาเขาปรับตัวหน่อย

“เชิญท่านพี่ตามสบาย” 

เขาถลาเข้ามารินน้ำชาข้างเธอ 

ทำให้เธอรู้สึกว่าไม่ควรตอบไปแบบนั้น แต่มันสายไปแล้ว เฮ้อ...







---
ตอนแรกกะ ลงวันที่ 24 ง่วง หิว ไม่จบ
วัน25 กะลงสวย ๆ ดูยูทูบเพลิน เล่นเกมเพลิน ฮ่าๆๆ
ใจว่อกแว่กตลอด  ::)  :P  :-*
สมองเริ่มตี้อ หมดตังค์ช้อปหนังสือด้วย ฮ่าๆๆ
Licht und Schatten トーキョーグール-

มะยม

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 103
  • ที่สุดของการเขียน คือการก้าวผ่านจุดเริ่มสู่จุดจบ
    • ดูรายละเอียด
Re: คำสาปรักหมาป่าทมิฬ 22.
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ธันวาคม 26, 2019, 07:20:33 PM »
อ่านไปอ่านมาไม่รู้จะสงสารใครดี  ;D แต่มีหลายจุดที่ทำให้หัวเราะ ดังเลยค่ะ 55 ชอบอะ

เขารู้ตัวหรือเปล่าว่าตัวหนักขนาดไหน เขาเริ่มแกล้งเธออีกแล้ว เธอล่ะเบื่อ  <<<  นี่ก็น่าร๊ากกกกกก

ไอวินทร์

  • นักข่าว
  • Sr. Member
  • *
  • กระทู้: 288
    • ดูรายละเอียด
Re: คำสาปรักหมาป่าทมิฬ 22.
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ธันวาคม 27, 2019, 11:36:17 PM »
ขอบคุณค่ะ คุณธันย่าการเขียนตลก ทั้งที่ชีวิตมีดราม่า นี่คือ ประสบความสำเร็จแล้วเนอะ ฮ่าๆๆๆ
ไม่รู้สงสารใคร สงสารไอ นี่แระ ปั่นอยู่คนเดียว หาเพื่อนปั่น แหม ๆๆ ไอโผล่ไปดูนอกห้อง
 คุณธันย่า จบเฉย ณ จังหวะนี้มีแซงอ่ะ ฮ่าๆๆ
Licht und Schatten トーキョーグール-

มะยม

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 103
  • ที่สุดของการเขียน คือการก้าวผ่านจุดเริ่มสู่จุดจบ
    • ดูรายละเอียด
Re: คำสาปรักหมาป่าทมิฬ 22.
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มกราคม 03, 2020, 12:20:41 PM »
 :P :P  จบแบบฟลุ๊ตๆค่ะ