ผู้เขียน หัวข้อ: คำสาปรักหมาป่าทมิฬ 26. จบ  (อ่าน 60 ครั้ง)

ไอวินทร์

  • นักข่าว
  • Sr. Member
  • *
  • กระทู้: 285
    • ดูรายละเอียด
คำสาปรักหมาป่าทมิฬ 26. จบ
« เมื่อ: ธันวาคม 31, 2019, 11:40:35 PM »
บทที่ 26 จบนะ   
สามีของเจ้าคือหม่ากว่างหยู



“ข้าทำอะไรหรือ ถ้าเรื่องเสี่ยวเอ๋อร์ไม่เห็นเป็นเรื่องที่เจ้าต้องวิตก
เจ้าไม่เคยยินมีเงินใช้ผีโม่แป้งยังได้ ข้ารู้ว่าต้องทำสิ่งใดหรอกน่า
ทำไมข้าจะไม่อยากเห็นใครบางคนโมโหจนหน้าแดง”
“ขอให้มันจริงเถอะ แต่ข้าต้องขอขอบคุณท่านด้วย
เหยียนเกอเกอท่านคือสิ่งดีงามในสามโลก เหยียนเกอเกอคือเทพธิดาประจำตัวของข้า”
“ข้ารู้สึกปวดศีรษะกับคำพูดคำจาของเจ้า เอาอาหารใส่ปากแล้วกินไปเงียบ ๆ”
เธอไม่รอให้เขาพูดจบ คีบอาหารเข้าปากไปก่อนแล้ว
เธอส่งยิ้มให้กับอาหาร รสชาติไม่รู้ว่าอร่อยหรือเปล่า
แต่เวลาหิวทุกอย่างคือดีเลิศหมด เธอคีบต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง
ราว ๆ หนึ่งก้านธูป เหยียนเกอเกอเริ่มเปิดปากซักฟอกเธอ
“เจ้าจะทำเช่นไรต่อไป”
“ให้ข้าไปเที่ยวเมืองหลวงที่สำนักคุ้มภัยกับท่านได้หรือไม่ เหยียนเกอเกอ”
“หากเจ้าไม่ได้เป็นฮูหยินน้อยข้าอาจพาเจ้าไปได้ แต่สถานะของเจ้าในตอนนี้
เกรงว่าจะทำให้สำนักคุ้มภัยเกิดอันตรายได้ เจ้าต้องมีจิตเมตตาต่อผู้อื่น สามีของเจ้าคงไม่ปล่อยข้าไปแน่”
“ท่านกล้วเขาหรือ” เธอถามทีเล่นทีจริง
แค่ลองเสนอไปอย่างนั้นเอง เผื่อเขามีความคิดอะไรที่เข้าท่ากว่าเธอ
“สามีของเจ้าสู้ข้าได้ที่ไหน เพียงแต่ว่าหากมีปัญหากันขึ้นมา
ตระกูลหม่ากับสำนักคุ้มภัยจะบาดหมางกันโดยใช่เหตุอันควร”
“ข้าแค่ถามเผื่อ หลังจากพวกเรากลับตระกูลหม่าแล้วต่างหากล่ะ
ตอนนี้ข้าแค่แกล้งให้เขาหาข้าไม่เจอไปสักพักเท่านั้นเอง”
“เจ้าเด็กกะล่อนปลิ้นปล้อน หากข้าไม่รู้ว่าเจ้าเป็นดรุณีน้อยผู้หนึ่ง
คงคิดว่าเจ้าเป็นบุตรชายของเศรษรีที่ถูกเลี้ยงดูอย่างตามใจ
วัน ๆ เข้าแต่บ่อนการพนัน สุรานารีไม่เว้น ทำตัวไม่เป็นโล้เป็นพาย”

“ช้าก่อน ๆ เหยียนเกอเกอ บุตรชายเศรษฐีผู้นั้นโดนท่านใช้วาจาเฉือดเฉือนจนตายอนาถไปแล้ว
ท่านหยุดจิบน้ำชาก่อนเถิด” เธอเอื้อมมือไปหยิบกาน้ำชา
 “เดี๋ยวก่อน นี่ไม่ใช่กลิ่นสุราหรือ ฟ้ายังไม่ทันสว่างดีท่านคิดจะเมาแต่เช้าตรู่เช่นนี้
 เหยียนเกอเกอท่านนี่สุดยอดจริง ๆ”
“ก็เพราะข้ามึนงงกับคำพูดคำจาของเจ้านี่แหละ ข้าจึงจำเป็นต้องหาอะไรมาแก้”
“ดู ๆ ไปท่านคล้ายจะเป็นพี่ชายของบุตรเศรษฐีผู้นั้นนะ นิสัยคล้ายคลึงกัน”
“เจ้าพูดจาเหลวไหล ซานเอ๋อร์กินอิ่มแล้วหรือไม่ ข้าจะได้ให้เสี่ยวเอ๋อร์มาเก็บถาดไป”
“ฮ่า ๆ จะเป็นไปได้อย่างไรกัน ข้ายังไม่อิ่ม” เธอก้มหน้าก้มตากินอาหารต่อไป
แตะไม่ได้เลยเชียว เป็นผู้ชายที่เจ้าคิดเจ้าแค้นเหมือนกัน
และเธอคิดว่าเขาสมกับเป็นพี่ชายสุดหล่อของเธอจริง ๆ
หลังจากกินอาหารเสร็จ เธออวยพรให้เหยียนเกอเกอเดินทางโดยสวัสดิภาพ
ส่งยิ้มให้เขาและโบกมือลาที่หน้าประตู
รุ่งเช้ามาถึงอย่างรวดเร็ว แต่เธอย้ายก้นไปที่เตียงนอน
เธอเริ่มรู้สึกเหนื่อย สอดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่ม และหลับไปอย่างรวดเร็ว



หม่ากว่างหยูไม่รู้ว่าความมั่นใจที่มีตั้งแต่แรก จะหายไปในพริบตาหลังจากเขาเข้ามาที่ป่า
 เขาไม่สามารถแกะรอยเท้าของซานซานได้ และไม่แม้แต่จะได้กลิ่นของนางสักนิด ท้องฟ้าสว่างนานแล้ว
เขายืนคิดหาวิธีตามหาตัวนาง ป่านนี้พวกสำนักคุ้มภัยและคนของตระกูลหม่าคงออกเดินทางแล้ว
การจะกลับไปให้คนอื่นช่วยกันตามหาซานซานอาจเป็นวิธีที่ดีที่สุด
แต่ในเมื่อเขารับรองกับคนแซ่หนานกงไว้แล้ว เขาต้องทำตามที่ได้ลั่นวาจาไว้ให้ได้
‘เจ้าคิดว่าข้าไม่มีทางหานางเจอหรืออย่างไร นางเป็นภรรยาของข้าหม่ากว่างหยู ไม่ใช่น้องสาวของเจ้า!’

ตอนนี้น้องสาวของหนานกงหลี่เหยียนรู้สึกคันจมูก เช่นเดียวกับผู้เป็นพี่ชาย
ทั้งสองคนจามออกมาพร้อมกัน แต่ไม่ได้ใส่ใจมากนัก
คิดว่าอาจเป็นเพราะฝุ่นละอองลอยมาตามลมก็เป็นได้
หลี่ชิงซาน หรือภรรยาของชายผู้หนึ่งที่กำลังเดินท่อม ๆ ในป่า
 เธอตื่นขึ้นมาตอนเที่ยงวัน สั่งหมันโถวมากินสองลูก
กินหมดไปลูกหนึ่งจิบน้ำชาเรียบร้อย
ห่ออีกลูกเก็บเข้าไปใต้แขนเสื้อสำหรับกินเวลาหิวระหว่างทางเดินเล่นในเมือง
 เธอวางมาดคุณชายน้อยเอามือไพล่หลังเดินออกจากโรงเตี๊ยมไป
เธอเพิ่งมีเวลาเดินสำรวจร้านค้าต่าง ๆ ก็วันนี้เอง
เหยียนเกอเกอใจดีหยิบเงินให้เธอไว้ใช้จ่ายหนึ่งตำลึงเงิน
แล้วมันมีค่าเท่ากับเท่าไหร่ไม่รู้
ความจริงเธออยากจะลองยืนด้วยลำแข็งแต่การใช้ชีวิตในยุคนี้ เธอต้องเรียนรู้อีกเยอะ
แค่หลงทางในป่าคืนเดียว ทำให้ชีวิตเปลี่ยน เธออดตายอย่างแน่นอน
เพราะฉะนั้นต้องเกาะขาสามีไปพลาง ๆ ก่อน เดินสำรวจว่าเขาทำมาหากินอะไรกันบ้าง



ร้านค้าต่าง ๆ ค่อนข้างดูหรูหรามากกว่าเมืองก่อนหน้านี้ หรือเมืองนี้จะมีเศรษฐีอยู่กันเยอะ
ไม่รู้ทำมาค้าขายอะไรกันถึงได้ร่ำรวยกันนัก
พื้นถนนดูกว้างกว่ารถม้าสวนกันสักสี่คันยังได้ ผู้คนแต่งตัวกันภูมิฐาน
คุณชายที่ดูสุภาพราวกับบัณฑิตเดินตรงไปที่ร้านหนังสือมั้ง ร้านที่ขายพู่กันแท่นหมึก
บรรดาคุณหนูทั้งหลายก็พากันออกมาเดินเช่นกัน ท่าทางแต่ละคนจะรู้หนังสือไม่ต่างกับพวกบัณฑิต
เพราะเธอเห็นสาว ๆ ยืนโต้ตอบกาฟย์กลอนกับหนุ่ม ๆ เหล่านั้น คึกคักดีจริงเมืองนี้
ตระกูลหม่ามาเปิดสาขาที่นี้คิดว่ารวยเละ เธอเข้าร้านค้าร้านหนึ่งมีพัดหลายรูปแบบ
เธอเลยซื้อพัดแบบที่มีจีบพับมาเล่มหนึ่ง สะบัดข้อมือเพื่อให้พัดกางออก
มันสะดวกสำหรับเธอที่คอยเอาไว้สอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านโดยไม่น่าเกลียด
แกล้งพัดคลายร้อนแล้วเอามาบังใบหน้า เพอร์เฟคที่สุด
นี่มันพัดสำหรับคนว่างงานชัด ๆ
เธอคิดว่าเป็นสุดยอดไอเทมของยุคโบราณที่ทุกคนควรมีติดตัวเอาไว้
ลองเล่นจับคู่ดูก็น่าสนุกไม่น้อย
คุณหนูชุดนกขมิ้นสีเหลืองน่าจะแอบหลงรักคุณชายที่ใส่ชุดสีน้ำเงินเข้มที่กำลังเลือกม้วนภาพวาดอยู่อีกมุมหนึ่ง
หรือคุณชายที่ใส่ชุดขาวกำลังพับจดหมายสอดเข้าในหนังสือเล่มหนึ่ง
ที่นี้คงไม่ใช่ที่หาข่าวอย่างที่เธอเคยอ่านใช่หรือเปล่าลองมองดูอีกที
แต่ละคนไม่ได้ทำสีหน้าตกอยู่ในห้วงรักเลยสักคน น่าเบื่อ ไม่มีเรื่องสนุก ๆ ให้ดูเลย เธอเดินออกมาจากร้านทันที
เดินเตะลมอยู่ด้านนอกสักพัก มีเสียงม้าควบมาอย่างเร็วดังที่ด้านหลัง
ทำให้เธอรีบแอบหลบเข้าข้างทาง ถนนไม่ใช่ที่สำหรับม้าวิ่งอย่างเดียวนะ
 ไม่รู้จักระวังคน เกิดชนเด็กชนคนแก่บาดเจ็บแขนขาพิการไป มีปัญญาหามาใช้เขาหรือเปล่า
   เธอยืนด่าตามหลัง จู่ ๆ ม้าถูกดึงบังเหียนให้หยุดกะทันหัน ผู้ชายคนนั้นขี่ม้ากลับมาทางที่เธอยืนอยู่
เดี๋ยวนะ แค่ด่าในใจก็ได้ยินเหรอ เธอถอยหลังตั้งใจจะเดินย้อนไปที่ร้านเดิม คนอยู่กันเยอะหน่อยเธออุ่นใจกว่า
   “ซานซาน!”
   เธอตกใจหันขวับไปมอง เจอเจ้าหนี้แล้ว
เธอส่งยิ้มแหย ๆ ให้เขา “ท่านกลับมาแล้วหรือ”
   เขากระโดดลงจากหลังม้า แล้วปรี่เข้ามาลูบเนื้อตัวเธอเพื่อหาบาดแผล
โดยไม่อายชาวบ้านชาวช่อง “เจ้าเป็นอะไรหรือไม่ แล้วเจ้ากลับมาได้อย่างไร ทำไมตอนนี้ไม่พักผ่อน ออกมาทำอะไรข้างนอก”
   “เดี๋ยวก่อนท่านพี่ ท่านหยุดก่อน เรากลับไปที่พักกันดีกว่า”
เธอพยายามปัดมือของเขาออกแต่ไม่เป็นผล ท่านไม่เห็นชายหนุ่มชุดขาวกำลังส่งสายตาหวานฉ่ำมาให้ท่านแล้ว
ที่แท้เขาก็เป็นพวกแอบรักสามีคนอื่นสินะ
   “ได้ ๆ”
เขาช้อนตัวเธอขึ้นไปนั่งบนหลังม้าแล้วกระทุ้งท้องม้าให้ออกเดิน
“เจ้ารู้หรือไม่ข้าตามหาเจ้าตั้งแต่เมื่อคืน
จวบจนถึงตอนนี้ ข้าคิดว่าจะให้ทางการออกไปช่วยตามหาเจ้าอีกแรงแล้ว
ทำไมข้าถึงไม่ได้กลิ่นของเจ้าเลย แต่เมื่อครู่นี้ข้าได้กลิ่นของเจ้านะ เกิดอะไรขึ้นหรือซานซาน”
 เขาก้มลงดมซุกไซร้ที่ซอกคอของเธอเพื่อพิสูจน์กลิ่น
ทำให้เธอต้องย่นคอหนี คือ หม่ากว่างหยูไว้หน้าตัวเองบ้างเถอะ เธอสวมชุดบุรุษอยู่นะ
“ท่านพี่ท่านนั่งให้เรียบร้อยก่อนได้หรือไม่ เรากลับไปสอบถามความเป็นมาที่โรงเตี๊ยมเถิด
แล้วท่านหิวหรือไม่ ข้ามีหมั่นโถวอยู่ลูกหนึ่ง” เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจเธอเลยเปลี่ยนเรื่อง
“เอามาสิ แต่เจ้าป้อนข้านะซานซาน”
 เธออยากจะอยากจะทึ้งผมตัวเองที่ปากไม่ดี เธอนั่งอยู่ด้านหน้าแล้วจะป้อนให้เขาทางไหน
“ข้ามองไม่เห็น” เธอออกตัว
“เจ้าหยิบออกมาแล้ววางมันที่ตำแหน่งศีรษะของเจ้า”
คือยากเนอะ ถ้าจะหิวขนาดนั้นทำไมไม่หยิบกินเองล่ะหม่ากว่างหยู
“มือของท่านได้รับบาดเจ็บหรือท่านพี่” เธอถามอย่างบริสุทธิ์ใจมาก ๆ
“อืม”
“ถ้าเช่นนั้นรอทำแผลเสร็จเรียบร้อย ท่านค่อยกินหมั่นโถวดีหรือไม่”
“ซานซาน ข้ายังไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เช้า และนี่ก็เป็นมื้อกลางวันแล้ว
ที่จริง ๆ ข้ากินอะไรไม่ค่อยลงตั้งแต่ตอนที่เศรษฐีเลี้ยงอาหารเย็นเมื่อวาน เพราะข้าคิดถึงเจ้า
ตั้งใจจะกลับมากินอาหารที่โรงเตี๊ยมกับเจ้า”
“ท่านพี่คงจะง่วงแล้วสินะ” ถึงได้พูดอะไรเพ้อเจ้อออกมาขนาดนี้
“ข้าจะกินหมั่นโถว”
“กินก็กิน” เธอแอบบ่น ล้วงหมั่นโถวออกมาเหมือนถือแก้วน้า แล้วยกวางตามที่เขาบอก
เธอรู้สึกได้ว่าก้อนแป้งมีการขยับ ตอนเขากัดรู้สึกถึงลมหายใจเป่าผ่านนิ้วมือ
 กัดเพียงสองคำหมันโถวก็หมด เชื่อแล้วจ้าว่าหิวจริง

   “ซานซานเจ้าอยากกินอะไร ข้าจะสั่งอาหารมาเผื่อเจ้า”
   “ข้าอยากกินโจ๊ก แต่ข้ายังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ ท่านไม่ต้องสั่งเผื่อข้าหรอก
ข้ากินหมั่นโถวไปหนึ่งลูกก่อนหน้านี้แล้ว”
   “โจ๊กไม่ค่อยเหมาะสำหรับมือกลางวันเท่าไหร่ เจ้าอยากกินขนมหรือไม่”
   “บัวลอยต้มน้ำขิง” เธอเคยเห็นภาพขนมอันนี้ แล้วนึกอยากลองกินดู
   “อากาศร้อนเกินไป ยิ่งกินเจ้าจะยิ่งเหงื่อออก มีอย่างอื่นอีกหรือไม่ซานซาน”
   “เซาปิ้ง” ขนมแป้งทอดสูตรโบราณแผ่นกลม อิ่มด้วย
   “ไม่ดี” เขาจะกินหรือเธอกินกันแน่
   “เชิญท่านพี่ตามสบายเถอะ ข้ายังไม่ค่อยหิว ไว้ข้ารอกินมื้อตอนเย็นดีกว่า”
ดูเหมือนเขาจะตกลงตามนี้ เพราะเงียบเสียงไปเลย โรงเตี๊ยมอยู่ไม่ไกล
เขากระโดดลงจากหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว ไม่เหมือนคนอดนอนมาทั้งคืน
 และไม่เหมือนคนกำลังหิวจัดสักนิด



   หม่ากว่างหยูกึ่งดึงกิ่งลากเธอไปที่ห้องพัก
หลังจากไปสั่งน้ำอาบกับรายการอาหารเรียบร้อยแล้ว
พอเข้ามาในห้อง เขาสั่งให้เธอนั่งที่เก้าอี้ทันที
   “นั่งแล้วตอบคำถามข้ามาสิซานซาน เจ้ากลับมาได้อย่างไร เจ้าหลบอยู่ในป่าที่ใด
และทำสิ่งใดบ้าง เล่ามาให้ละเอียด”
สามีของเธอตอนที่อยู่นอกโรงเตี๊ยมกับตอนนี้ เป็นคนละคนใช่หรือเปล่า
   “ท่านพี่ ท่านไม่กินอาหารก่อนหรือ”
   “ฟังเรื่องราวของเจ้าแล้วข้าค่อยกินอาหารก็ยังทัน
เจ้ามีสิ่งใดต้องการปิดบังหรือซานซาน”
   “ไม่มีสักหน่อย ข้าเห็นว่าท่านต้องเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งคืน
ควรจะถนอมสุขภาพตนเองก่อน”
   “จริงหรือ แต่ไม่เป็นไร ข้าทนได้ เจ้าเล่ามา”
   เมื่อเห็นว่าการยื้อเวลาของเธอไม่เป็นผล เธอเลยต้องเปิดปากเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ออกมา
บิดเบือนเรื่องราวเกี่ยวกับเหยียนเกอเกอเล็กน้อย และทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นว่าเขาออกไปตามหาเธอ
เขามีสีหน้าคล้ำขึ้นเรื่อย ๆ มือกำหมัดแน่นขึ้น ผุดลุกขึ้นยืนก็หลายครั้งหลังจากเธอเล่าจบ
   “ซานซาน เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นห่วงเจ้ามากแค่ไหน ข้ายังคิดจะเอากระดูกของพวกมันมาทุบระบายแค้น
หากตามหาเจ้าไม่พบ”
เธอจะทำอะไรนอกจากนั่งทำตาปริบ ๆ และทำตัวลีบเข้าไว้ ไม่ใช่ความผิดเธอสักหน่อยที่เขาตามหาเธอไม่เจอ
   เขาหลับตาแล้วลืมขึ้นมาใหม่ “ข้าต้องขออภัยที่ปล่อยให้เจ้าต้องตกอยู่ในอันตราย
แต่เจ้าคงไม่รู้ว่าข้าปวดใจแค่ไหนที่มองเห็นเจ้าโดนจับไปต่อหน้าต่อตา พวกมัน พวกมันได้ทำอะไรเจ้าหรือไม่”
คำพูดที่ยากจะออกมาจากปากของเขา เธอรู้สึกแปลกใจ ทั้งคำขอโทษ ทั้งความรู้สึกผิด
และหวาดระแวงว่าเธอจะโดนทำร้าย อันหลังนี่คือ การรังเกียจหรือเปล่า
หากผู้หญิงแต่งงานแล้วโดนข่มเหงจากชายอื่น
 เชื่อว่าคนยุคไหน ๆ คงทำใจไม่ได้ เธอเกิดปิ้งไอเดียขึ้นมา
ลองดูว่าจะแกล้งพูดคลุมเคลือได้แค่ไหน
   “ท่านพี่หากว่าข้าโดนรังแก ท่านจะหย่ากับข้าหรือไม่”
เธอแสร้งทำสีหน้าเศร้าสลดและพูดตัดพ้อ
   “.....” ดูเหมือนคำถามนี้ของเธอจะทำให้เขานิ่งงันไปชั่วขณะ
   “ข้าโดนชายอื่นลักพาตัวไปต่อหน้าผู้คนตั้งมากมาย แถมยังอยู่กับพวกโจรตั้งเป็นชั่วยาม
เรื่องนี้ต้องล่วงรู้ไปถึงหูคนในตระกูลหม่า ข้าไม่เหมาะสมเป็นสะใภ้ของตระกูลหม่าอีกต่อไปแล้ว
จากนี้ไป ท่านพี่กลับไปตระกูลหม่าแต่เพียงผู้เดียวเถิด ข้ายอมรับความจริงได้ ฟ้าได้ลิขิตชะตาชีวิตของข้ามาแล้ว”
 เธอก้มหน้าลงกัดริมฝีปากพยายามทำให้สมบทบาท จิกเล็บไปที่ขาตัวเองเพิ่มความเจ็บปวดบนใบหน้า
   “ไม่มีทาง!” เขาตะคอกใส่เธอ
   เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
“ท่านพี่ ไม่ใช่ว่าเพราะข้าถูกชายอื่นแตะเนื้อต้องตัว
ทำให้ท่านไม่ได้กลิ่นของข้าใช่หรือไม่”
เธอเริ่มจับแพะชนแกะโยงกันให้วุ่นวาย ที่จริงแล้วเป็นเพราะกองไฟบาบีคิวที่เขาทำไว้ต่างหาก
   เสียงเคาะประตูที่ด้านนอกมาขัดจังหวะ ทำให้เธอหุบปากเงียบ
ถึงแม้ว่าจุดที่พวกเขานั่งกันจะไม่ได้ติดกับประตูก็ตาม มาทำไมตอนนี้นะ เธอกำลังสุมไฟเริ่มได้ที่แล้วเชียว
   อาหารและน้ำร้อนมาพร้อมกัน โรงเตี๊ยมแห่งนี้บริการไวเวอร์ แต่มาไวไม่ถูกเวล่ำเวลาเลย
   “ท่านพี่อาบน้ำทานอาหารให้สบายใจก่อนเถิด นอนพักสักครู่
เดี๋ยวตอนเย็นพวกเราค่อยพูดจากันอีกครั้ง ดีหรือไม่”
เธอเสนออย่างมีน้ำใจ รู้จักถอยก่อน เขาไม่ได้ตอบอะไร เธอถือว่าเป็นอันตกลง
ค่อย ๆ เดินไปที่ประตู เขาไม่ได้ทักท้วง เธอเลยรีบเปิดประตูออกไปแล้วปิดให้เขาอย่างเบามือ
เดินพ้นมาได้สักพัก เธอปล่อยลมหายใจออกมาอย่างโล่งออก ไม่นานเขาต้องจับต้นชนปลายได้แน่
และเธอคงต้องโดนหนักที่ไปแกล้งเขาให้หาเธอข้ามวันข้ามคืน แถมตอนนี้ยังทำเหมือนโกหกเรื่องโดนรังแกอีก
 บรรยากาศมันพาไปเธอไม่ได้ตั้งใจโกหก
ขออย่างเดียวอย่าให้มีเสี่ยวเอ๋อร์คนไหนปากเปราะล่ะ เธอคงต้องเผ่นก่อน ให้เขาใจเย็นมาก ๆ ถึงมากที่สุด



   พอกลับมาห้องพักที่เหยียนเกอเกอจองเอาไว้ให้ เธอรีบเก็บเสื้อผ้าทันที สิ่งที่ต้องใช้สำหรับเดินทาง
 เงิน เธอมีแค่เงินที่เหยียนเกอเกอให้ไว้หนึ่งตำลึงซื้อพัดไปเล่มหนึ่ง แล้วจะพอเดินทางหรือเปล่า
ม้าสักตัวล่ะ เธอขโมยเอาของท่านพี่ไปใช้ก่อนแล้วกัน
แต่ว่าเสี่ยวเอ๋อร์คงไม่เอาม้ามาให้เธอและเธอคงจะขโมยม้าไม่ถูกตัวด้วย
   ไม่เป็นไรค่อย ๆ คิด ป่านนี้เขาคงอาบน้ำเสร็จแล้ว และกำลังกินอาหารอยู่
จากนั้นก็ต้องพักผ่อนต่อ ไมต้องรีบร้อนยังมีเวลา เธอเดินออกมาจากห้องปิดประตู
หันกลับมาเห็นใครบางคน ห่อผ้าแทบหลุดมือ
   “ซานซานเจ้าจะไปไหน แล้วทำไมเจ้าถึงมาพักที่ห้องนี้”
   “เอ่อ ข้าจะออกไปเดินเล่นสักหน่อย ห้องนี้หรือ
 คือ ข้าละอายใจต่อท่าน ถึงไม่ใช่ความผิดของข้า
แต่ข้าโดนผู้อื่นลักพาตัวไปโดยไร้ทางสู้ ถือว่าอ่อนแออย่างไม่น่าให้อภัย
เลยไม่กล้าอยู่ร่วมห้องกับท่าน แล้วท่านพี่ไม่รีบพักผ่อนก่อนหรือ ท่านมีเรื่องต้องการพูดกับข้า
ท่าน ท่านต้องการหย่ากับข้าเดี๋ยวนี้ใช่หรือไม่ ข้า ข้า”
เธอนึกคำพูดไม่ออก แต่เขาพูดแทรกขึ้นมาก่อน
   “เดินเล่นจำเป็นต้องนำห่อผ้าไปด้วยหรือซานซาน”
   “อ๋อ ข้าจะนำไปซื้ออาภรณ์สักชุดเลยจะนำไปเทียบขนาด”
   “เป็นเช่นนั้นเอง แล้วทำไมเจ้าถึงได้มีเหงื่อออกนักล่ะ”
เขาเดินเข้ามาปาดเหงื่อที่หน้าผากให้เธอ
   “อากาศร้อนยิ่งนัก คงเพราะข้าไปเดินเล่นมาก่อนเจอกับกับท่านพี่”
   “เจ้าไปเดินมาแล้วรอบหนึ่ง ยังต้องการไปเดินอีกครั้งหรือซานซาน”
   “หนนี้ข้าจะไปซื้ออาภรณ์ที่เมืองนี้ไว้เป็นที่ระลึกสักหน่อย
เดินทางมาแรมเดือนเส้นทางแสนไกลเช่นนี้
อีกนานกว่าจะได้มีโอกาสกลับมาเยือนที่นี้ แล้วท่านพี่กินอาหารแล้ว มีสิ่งใดรสชาติดีบ้าง
 ตอนเย็นข้าจะได้สั่งมาลองชิมบ้าง” เธอหาเรื่องชวนเขาคุย
   “พอดีข้ากินไปไม่กี่คำ เจออาหารจานหนึ่งที่คิดว่าเจ้าน่าจะชอบ
เลยออกมาตามเจ้าอย่างไรเล่า ถ้าเช่นนั้นก็ไปที่ห้องโน้นกับข้าเถิด”
   “เอ่อ ข้าไม่รบกวนท่านหรอก”
   “เหงื่อของเจ้าออกเต็มตัวเช่นนี้ เจ้าควรไปอาบน้ำ”
   “ท่านพี่…” ห่อผ้าของเธอถูกดึงไปจากมือและแขนข้างหนึ่งของเธอก็ถูกดึงไปเช่นกัน
ตอนนี้เธอสมควรร้องไห้จริง ๆ แล้วใช่หรือเปล่า เขาจับเธอได้คาหนังคาเขาเลย
หม่ากว่างหยูก็เหลือเกิน ทำหน้าตานิ่งเสียเธอขวัญหนีไปหมดแล้ว



   “เจ้าไปอาบน้ำ” เขาสั่งแล้วกลับไปนั่งกินอาหารต่อ
   ระหว่างนั้นเขาก็พูดไปเรื่อย ๆ เธอไม่ได้ตอบอะไรให้เขาพูดคนเดียวนะดีแล้ว
ยิ่งอาหารติดคอยิ่งดี เธอไม่สนใจฟังเขาด้วยซ้ำไป
   “ซานซาน เจ้าฟังที่ข้าพูดหรือไม่”
   “เรื่องใดหรือท่านพี่”
   “เรื่องอาบน้ำอย่างไรเล่า เสี่ยวเอ๋อร์บอกว่าเราสองคนสมเป็นสามีภรรยากัน
 เจ้าก็ชอบอาบน้ำก่อนค่อยกินอาหาร”
ประโยคนี้เธอหูผึ่ง เสี่ยวเอ๋อร์คนไหนกัน ต้องเป็นคนที่ยกถังน้ำมาให้เธอแน่ ๆ
เหยียนเกอเกอคงไม่ได้จ่ายเงินปิดปากคนนี้ เธอต้องคิดบัญชีกับเขาทีหลัง
   “คือ มันเป็นเรื่องดีต่อสุขภาพนะท่านพี่ เนื้อตัวสะอาดเวลากินอาหารย่อมไร้โรคภัย”
เธอเกือบพูดว่าไร้เชื้อโรค
   “ข้าเห็นด้วย เอาล่ะข้าอิ่มแล้ว เจ้าต้องการกินอะไรหรือไม่ซานซาน”
   “ไม่ ข้ายังไม่หิว” หรือจะพูดว่ากินอะไรไม่ลงต่างหาก
   “ดี ถ้าเช่นนั้น เจ้าคงรู้แล้วว่ามีความผิดใด เจ้ากลับมาตั้งแต่เวลาใด
แล้วยังปกปิดไม่ส่งคนไปตามข้ากลับมา
ส่วนเรื่องที่โจรพวกนั้นแตะต้องหรือล่วงเกินเจ้าหรือไม่ ข้าไม่สนใจ
เพราะอย่างไรเจ้าก็ต้องเป็นสะใภ้ตระกูลหม่าไปตลอดชีวิต”
   เขาเดินอ้อมหลังฉากกั้นเข้ามาที่ถังน้ำ หยิบเสื้อคลุมมาถือ
ดึงตัวเธอขึ้นมาห่อผ้าแล้วอุ้มเธอไปที่เตียง เช็ดเนื้อตัวให้เธออย่างลวก ๆ แล้วโยนผ้าเปียกทิ้งไป
   “ท่านพี่ฟ้ายังสว่างอยู่เลย ท่านกำลังทำผิดจารีตประเพณี”
   “ซานซานเจ้าไม่รู้หรือว่าข้ารักเจ้า แล้วเหตุใดต้องสนใจสิ่งอื่น”
ฟังคำนี้จากปากของเขา เธอไม่ขนลุกตอนนี้ ก็ไม่รู้จะขนลุกตอนไหน ขณะที่มองตา
วูบหนึ่งที่เธอรู้สึกว่าเขาพูดความจริง เธอรู้ดีว่าความรักอาจไม่ต้องใช้เวลา หรือไม่จำเป็น
อย่างรักแรกพบ ความรักก่อตัวขึ้นตอนไหนสำหรับเขาเธอไม่รู้ และสำหรับเธอเขาเป็นที่พึ่งในยามนี้
คนที่จะไม่ทำอันตรายเธอมากนักมั้ง แต่ตอนนี้จวนจนคืนนี้เป็นต้นไป
เธอไม่รอดแน่ เธอมีความผิดจริง คงต้องยอมรับผิด
   “ท่านคงไม่คิดรังแกข้าใช่หรือไม่”
   “รักเจ้าไม่ใช่รังแกเจ้า”
   เธอเม้มปาก “ถ้าเช่นนั้นก่อนฟ้าจะมืด ข้าขอแค่ครั้งเดียวได้หรือไม่”
เธอทำใจกล้าหน้าหนาต่อรอง
   เขายกมือขึ้นมาปัดผมเธอออกจากลำคอ “ข้าคงต้องลองพยายามดูก่อน”
 เขากระซิบที่ข้างใบหู โน้มตัวลงมาเบียดทับร่างกายเธอเสียมิด
   “ซานซานข้าต้องการเจ้า”

น้ำเสียงแหบพร่าบ่งบอกว่าเขารู้สึกอย่างไร แต่เขาจะมีความอดทนเกินไปแล้ว
นับแต่คำพูดนั้นเป็นเวลานานมาก
เขาได้แต่ทรมานเธอ สัมผัสเธอแต่ไม่ล่วงเกิน มันเป็นความเจ็บปวดอย่างหนึ่ง
เหมือนอ่านหนังสือแล้วพบว่าตอนจบถูกฉีกหายไป
อารมณ์ค้างคาอยู่อย่างนั้น ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความปรารถนาที่ไร้การเติมเต็ม
เธอสะอื้นด้วยความเศร้าอย่างแท้จริง ทำไมเธอถึงเจอแต่ผู้ชายเจ้าคิดเจ้าแค้น
ด้วยศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เธอกำผ้าห่มไว้แน่น
ฝืนตัวไม่ไปคว้าตัวเขามาแนบชิด
แล้ววอนขอให้เขาช่วยเหลือเธอให้พ้นจากทุกข์เวทนาเสียที
ครั้งแล้วครั้งเล่าเขากลั่นแกล้งจนเธอเหนื่อยหอบแทบไร้เรี่ยวแรง
แต่เธอไม่เอ่ยปากยอมพ่ายแพ้ สุดท้ายไม่มีใครเป็นฝ่ายชนะเช่นกัน
เขาก็ทรมาน เอาล่ะเสมอกัน
เธอรู้ว่าการต่อสู้ระหว่างเธอกับหม่ากว่างหยูคงยังไม่จบสิ้นแต่เพียงเท่านี้
ไม่เพียงแต่คืนนี้เท่านนั้น ความรักที่เขามอบให้เธอคงต้องใช้เวลา
และเรียนรู้จะรักเขาในแบบที่เขาเป็น ในแบบที่เปลี่ยนเป็นหมาป่าในบางครั้ง
ขากลับเขาบอกว่าจะพาเธอแวะไปชมความงามที่ลำธารนั้นอีกครั้ง ไม่นะ...



เกือบจบไม่ลง ฮ่าๆ เละเทะ เย้ๆๆๆๆ จบแล้วววว  ;D
Licht und Schatten トーキョーグール-

ธันย่า

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 100
  • ที่สุดของการเขียน คือการก้าวผ่านจุดเริ่มสู่จุดจบ
    • ดูรายละเอียด
Re: คำสาปรักหมาป่าทมิฬ 26. จบ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มกราคม 03, 2020, 12:30:04 PM »
เย้ๆๆ ในที่สุดก็เขียนจบ ยินดีด้วยค่าาา

แต่อ่านๆมาก็สงสารนางเอกเจงๆ เจอกับการทรมานที่เจ็บปวด 555
ตอนจบให้เขาจูจุ๊บบเพิ่มฉากหวานสักหน่อยน่าจะดีค่ะ อย่าทรมานนางเลยยยยย  ;D ;D

****
การจัดหน้าจะทำให้สับสนในการอ่านนิดหนึงตรงที่ว่า เหมือนเป็นคำพูดคนเดียวแต่อยู่คนละบันทัดประมาณนี้ค่ะ

 “เดี๋ยวก่อน นี่ไม่ใช่กลิ่นสุราหรือ ฟ้ายังไม่ทันสว่างดีท่านคิดจะเมาแต่เช้าตรู่เช่นนี้
 เหยียนเกอเกอท่านนี่สุดยอดจริง ๆ”



คิดว่าไม่ต้องตัดแบ่งบันทัดหลังน่าจะดีกว่าค่ะปล่อยให้มันตัดลงมาเองแบบอัตโนมัติ

ไอวินทร์

  • นักข่าว
  • Sr. Member
  • *
  • กระทู้: 285
    • ดูรายละเอียด
Re: คำสาปรักหมาป่าทมิฬ 26. จบ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มกราคม 06, 2020, 02:04:19 PM »
;D ขอบคุณค่ะ คุณธันย่า
ตอนจัดหน้า คือ อันไหน ยาวก็ตัด ไม่ได้อ่านค่ะ ฮ่าๆ

ตอนจบ ไอปั่น สองบท ในวันเดียว 25 26 นี่คือ ที่สุดแล้ว เก่งมาก ฮ่าๆๆ
ตอนแรก กะ อีกบทเดียว แต่มันจบไม่ลง ลนลานเลย
ฮ่าๆ เขียนเสร็จ ก่อนเที่ยงคืน นิดหน่อย คือ ไฟล้นมาก  ::)
ลุ้นแบบ ปั่นไปมองนาฬิกาไป

ขอบคุณที่เข้ามาเม้นต์ แนะนำเรื่อยๆ นะคะ คุณธันย่า
Licht und Schatten トーキョーグール-