ผู้เขียน หัวข้อ: ไม่ได้ด้วยเล่ห์ต้องเปย์ด้วยรัก >>>บทนำ<<<  (อ่าน 452 ครั้ง)

รัญชิดา

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 248
    • ดูรายละเอียด
บทนำ

   พราวผลินยืนเผชิญหน้ากับสโรชาอีกครั้ง หลังไม่ได้เจอกันหลายปี เหตุผลไม่มีอะไรซับซ้อนก็แค่ไม่อยากเจอเท่านั้น ตัวสโรชาเองก็คงไม่อยากเจอเธอนักหรอกเพราะเรียนจบกลับมาจากอเมริกาตั้งนานก็ไม่เคยเห็น น่าแปลกที่วันนี้มาถึงร้านของเธอได้

   หญิงสาวเจ้าถิ่นกระตุกยิ้มมุมปาก เลิกคิ้วเรียวขึ้นน้อยๆ ราวกับจะถามอีกฝ่ายว่ามีปัญหาอะไร ถึงได้มายืนจ้องพร้อมจะตบเธออย่างนี้ เกือบจะหลุดปากถามก็นึกขึ้นได้ว่ามีคดีติดค้างกันอยู่ มาทรงนี้สโรชาคงจะรู้เรื่องที่เธอขายร้านให้กสิณแล้ว ไม่สิเธอขายให้พีบีเลขาฯ ของกสิณต่างหาก

   “ได้ข่าวว่าหาเงินไถ่ร้านจากพ่อฉันไปแล้วเหรอ”

   “อ่อ...เรื่องนี้” พราวผลินยิ้มในหน้า สบตากับอีกฝ่ายไม่ยอมหลบ “ถ้าได้ข่าวมาจากอาสุธี ก็ไม่มีความจำเป็นต้องมาหาคำยืนยันจากฉันหรอกนะ เพราะอาสุธีไม่เคยหลอกเธออยู่แล้ว”

   “ใช่ พ่อไม่เคยหลอกฉัน แต่ที่น่าสงสัยคือเธอต่างหากพราว เธอหาเงินมากขนาดนั้นมาได้ยังไง”

   “ฉันไม่จำเป็นต้องบอกเธอนี่”

   “ไม่จำเป็นหรือว่าแต่งเรื่องไม่ทันกันแน่ ถนัดอยู่แล้วนี่นะเรื่องทำตัวให้น่าสงสาร ให้พวกผู้ใหญ่เอ็นดู ถามจริงเธอไปเป่าหูอะไร พี่ก้าวถึงยอมลงทุนมากมายอย่างนั้น”

   “ฉันไม่ได้ขายร้านให้พี่ก้าว”

   “เธอคิดว่าฉันจะเชื่องั้นเหรอว่าเลขาหน้าอ่อนของพี่ก้าวจะมีปัญญาซื้อร้านนี้ ทำงานไม่กี่ปีมีเงินเก็บขนาดนั้นพี่ก้าวคงไม่ได้ใช้ทำงานอย่างเดียวแล้วล่ะ”

   “อย่าดูถูกพี่ก้าว” พราวผลินเตือนเสียงเรียบ แต่ก่อนเธออาจจะเกรงใจ แต่ตอนนี้ไม่มีเหตุผลที่เธอจะต้องยอมทนให้อีกฝ่ายข่มอีกแล้ว “ถ้าฉันจำไม่ผิด ฉันมีสิทธิ์ที่จะขายร้านให้ใครก็ได้ อย่าลืมว่าฉันแค่เอาร้านไปจำนอง ไม่ได้ไปขายให้พ่อเธอ”

   “พอไถ่ร้านออกไปได้ก็ไม่นึกถึงบุญคุณกันเลย พ่อฉันเคยช่วยเหลือครอบครัวของเธอตอนที่ลำบาก”

   “ถึงมันจะนาน แต่ฉันก็ไม่ลืมหรอกนะ นึกดีๆ สิบูม เหตุผลที่พ่อฉันต้องเอาร้านไปจำนองกับพ่อเธอน่ะมันเป็นเพราะใคร ที่อากรณ์ต้องยอมหลีกทางให้เพราะอะไร แล้วจะให้ฉันสำนึกบุญคุณครอบครัวเธอได้ยังไงในเมื่อฉันก็หาเงินใช้หนี้พ่อเธออย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยไม่เคยขาดแม้แต่สตางค์แดงเดียว”

   พราวผลินชี้แจงอย่างหนักแน่น ความสัมพันธ์ของเธอกับอดีตเพื่อนรักคนนี้ไม่ค่อยดีนักในระยะหลัง จะเรียกว่าเกลียดเลยก็ได้ แบบที่ตายแล้วไม่เผาผีกัน มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ เธอเคยยอมจนต้องสูญเสียทั้งความรักและศักดิ์ศรี ยอมถูกกดขี่ข่มเหงจนน้ำตาตก วันนี้เมื่อได้มีโอกาสเธอจะไม่ยอมให้สโรชาเหยียบหัวเล่นอีกแล้ว

   “หมดธุระแล้วก็กลับไปเถอะ ฉันรู้ว่าเธอก็คงไม่อยากอยู่มองหน้าฉันนานนักหรอก”

   “เธอยังรักกันต์อยู่หรือเปล่าพราว”

   “อย่าเอ่ยชื่อคนๆ นั้นให้ฉันได้ยินอีก”

   “ทนฟังชื่อคนรักเก่าไม่ได้เหรอ” สโรชายิ้มหยัน ข้อเสียของการรู้จักกันมานานคือเมื่ออีกฝ่ายโกหก อีกคนจะจับได้ทันที “ตอนที่อยู่อเมริกาเราสองคนมีความสุขกันมาก ฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงลืมกันต์ไม่ได้”

   “เวลาเปลี่ยนอะไรๆ มันก็เปลี่ยน เธอไม่ได้เจอฉันตั้งหลายปี อย่ามาทำเป็นรู้ดีหน่อยเลย ชีวิตฉันไม่จำเป็นต้องไปจมปรักกับอะไรนานนักหรอก” พราวผลินเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี

   สโรชาหรี่ตามองอดีตเพื่อนรักก่อนยิ้มเยาะ พราวผลินเก่งก็จริง แต่ถ้าเป็นเรื่องกันต์ธรแล้วความเก่งกาจที่มีดูจะช่วยอะไรไม่ได้เลย สโรชาดึงแขนเพื่อนไว้ และถูกเจ้าตัวกระชากกลับอย่างแรง จนเธอต้องยกมือขึ้นยอมแพ้

   “อันที่จริงฉันก็ไม่คิดว่ามันจะสร้างปัญหาให้กับชีวิตหรอกนะเรื่องร้านที่เธอรักนักรักหนานี่ แค่อยากขอร้องว่าอย่ายุ่งกับกันต์ เรื่องของเธอกับเขาจบลงแล้ว อย่าทำตัวอ่อนแอให้เขาสงสารเห็นใจ เธอก็รู้นิสัยกันต์ดี เขาอ่อนไหวกับลูกไม้ตื้นๆ พวกนี้”

   “ข้อนี้ฉันเห็นด้วย ไม่งั้นเธอคงแย่งเขาไปจากฉันไม่ได้หรอก อุตส่าห์ลงทุนตั้งมากมาย ใช้ทั้งเงินทั้งมารยาบีบน้ำตาสร้างเรื่อง บูม...ถ้าเธอยังไม่มั่นใจว่าจับเขาอยู่หมัดแล้ว ก็อย่ามายุ่งกับฉันดีกว่า เอาเวลาไปรักษาเขาไว้ให้ดี เพราะถ้าฉันรำคาญมากเข้าก็ไม่รับประกันนะว่าถ่านไฟเก่ามันจะคุไหม”

   “หมายความว่ายังไง”

   “ทำไมไม่ฉลาดเหมือนตอนสร้างเรื่องแย่งผู้ชายไปจากฉันเลยล่ะ” พราวผลินแสร้งยิ้มหวาน ยั่วโทสะอีกฝ่าย “ชั่วชีวิตของฉันไม่เคยมีความคิดจะแย่งผู้ชายกับใคร แต่ถ้าเธอยังคอยมาพูดข่มฉัน หรือมาดูถูกคนที่ฉันเคารพ ชีวิตรักของเธอไม่สงบแน่”

   “เธอคิดจะแย่งกันต์ไปจากฉันเหรอ”

   “อย่าคิดว่าฉันจะเป็นเหมือนเธอสิบูม ฉันบอกแล้วว่าไม่เคยคิดแย่งผู้ชายจากใคร ของแบบนี้ตบมือข้างเดียวไม่ดังหรอกนะ และถ้าเขาจะกลับมาหาฉันอีกครั้ง รับรองว่าฉันไม่ใช่คนเริ่มก่อนแน่ ดูแลคนของตัวเองให้ดีเถอะ”

   “จะมากไปแล้วนะ” สโรชาเงื้อมือขึ้นกลางอากาศ

   “ตบสิ! ฉันสวนแน่”

   “นี่เธอ” สโรชาคงจะตบพราวผลินจริงๆ ได้ไม่มีใครเข้ามาขวางเอาไว้เสียก่อน

   “นั่นคุณจะทำอะไร” เอกรัตน์เดินเข้าไปแทรกกลางระหว่างสองสาว

   สโรชาลดมือลงแต่ใบหน้ายังบึ้งตึง ขณะที่พราวผลินก็มีสีหน้าไปต่างกันนัก เอกรัตน์มองหน้าคนนั้นทีคนนี้ที ผู้หญิงมีเรื่องกันนี่น่ากลัวชะมัด

   “ถ้าฉันจำไม่ผิดคุณคงเป็นลูกชายของคุณลุงวสันต์” สโรชามองผู้ที่เข้ามาใหม่อย่างสนใจ

   “ครับ ผมเอกรัตน์”

   “ทนายคนใหม่ของดรัณดิษฐ์ มาทานข้าวเหรอคะ”

   “มาธุระครับ”

   สโรชาปรายตามองทางพราวผลินแล้วยิ้มรู้ทัน “คงจะเป็นธุระเรื่องร้าน ฉันเคยคุยกับพี่ก้าวตรงๆ นึกไม่ถึงว่าพี่ก้าวจะใช้แผนดึงเลขามาบังหน้าอย่างนี้ ฉันฝากไปบอกคนต้นคิดด้วยนะคะ ถ้าอยากให้ร้านพราวดำเนินกิจการไปต่อก็ขอให้พี่ก้าวมาคุยกับฉันให้รู้เรื่อง”

   “คุณกำลังขู่ผมอยู่นะครับ”

   “ฉันไม่เคยขู่ ถ้าอยากรู้ก็ถามพราวได้ เขารู้ดีว่าฉันทำได้ทุกอย่างตามที่พูด จริงไหมจ๊ะเพื่อนรัก” สโรชาแกล้งถาม ก่อนยักไหล่ แล้วผละออกไป

   เอกรัตน์ถอนใจส่ายหน้า หันกลับมาหาพราวผลิน แล้วถามอย่างเป็นห่วง

   “เขาทำอะไรคุณพราวหรือเปล่าครับ”

   “เปล่าค่ะ แค่ทักทายกันตามประสาเพื่อนเก่า คุณเอกอย่าใส่ใจเลยนะคะ”

   “ไม่ได้หรอกครับ คุณก้าวสั่งไว้ถ้ามีอะไรผิดปกติให้รีบโทรบอก เหตุการณ์เมื่อครู่ถ้าผมไม่เข้ามาขวางคุณจะเป็นไงบ้างก็ไม่รู้”

   “ฉันก็ผิดที่ไปพูดยั่วเขา อย่ากวนใจพี่ก้าวเลยค่ะ เพิ่งกลับไปแท้ๆ”

   เอกรัตน์เงียบไม่รับปากใดๆ ทั้งสิ้น พราวผลินเชิญคุณทนายเข้าร้าน ชายหนุ่มพยักหน้าแต่ยังไม่วายมองไปทางที่สโรชาเพิ่งเดินออกไป

   ร้ายกาจอย่างนี้นี่เองเจ้านายของเขาถึงต้องลงมือชิงร้านคืนมาให้พราวผลิน



ซ้อมลงก่อน อิอิ