ผู้เขียน หัวข้อ: ป้อมสกุลถัง : 1. กุ้งเหนือภมร  (อ่าน 69 ครั้ง)

ไอวินทร์

  • นักข่าว
  • Sr. Member
  • *
  • กระทู้: 288
    • ดูรายละเอียด
ป้อมสกุลถัง : 1. กุ้งเหนือภมร
« เมื่อ: กันยายน 01, 2020, 08:00:21 PM »
ป้อมสกุลถัง : กุ้งเหนือภมร  อพยพมาจากแรลลี่ 26 ปี 62
เรียบเรียงใหม่ ตัดน้ำทิ้งไปบ้าง อ่านรู้เรื่องขึ้น 555

บทที่ 1.


การรีเฟรชหรือกด F5 เป็นสิ่งสำคัญของคนติดนิยายออนไลน์ และเธอก็เป็นหนึ่งในนั้น เกือบทุกวัน วันละสามเวลา
จนรู้สึกเหมือนคนมีอาการทางจิต พอเห็นผู้แต่งนิยายโพสตอนใหม่ก็เกิดอาการซาบซึ้งปลื้มปริ่มยิ้มคนเดียว
แต่ถ้าไม่มีการอัพเดตก็ได้แต่ถอนหายใจ เศร้าซึมเล็กน้อยมั้ง แค่บ่นจนเพื่อนรำคาญแค่นั้นเอง มีนิยายแนวจีนย้อนยุคเรื่องหนึ่ง
‘หงส์เหนือมังกร’ ผู้แต่งกำลังเรียนหนังสืออยู่ที่ประเทศนั้น จู่ๆ เกิดมีธุระสำคัญ ทำให้ไม่สามารถแต่งนิยายต่อ ขอหยุดพักชั่วคราว

หลังจากหายไปสักพักใหญ่ กลับมาอีกครั้ง ผู้แต่งนิยายก็ยังไม่สามารถสานต่อเรื่องราวได้จนจบ
เธอเข้าใจว่าการสูญเสียผู้เป็นที่รักย่อมสะเทือนใจและมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิต
เธอรู้สึกเป็นห่วงแต่ไม่อาจทำอะไรได้มากนอกจากคอมเม้นต์ให้กำลังใจ ไม่นานนิยายเรื่องนั้นก็ถูกลบหายไป ยิ่งทำให้เธอรู้สึกติดค้างในใจ
นิยายเรื่องนี้เป็นแนวจีนโบราณย้อนยุคที่เธอเริ่มติดตามครั้งแรก หลังจากที่เริ่มเบื่อหมวดรักซึ้งกินใจ

แต่ว่าไม่ต้องใจดีส่งเธอมาอยู่ในนิยายเรื่องนั้นก็ได้ ให้มากำกับชีวิตคนอื่นต่อมันไม่สนุกหรอกนะ สามีก็สามีคนอื่นความจริงข้อนี้เธอรู้อยู่แก่ใจ
การสวมบทบาทคนอื่นไม่มีทางได้ใช้ชีวิตในแบบตัวเองได้หรอก เพื่อประคับประคองนิยายให้ดำเนินไปจนจบเรื่อง เธอจะไหลตามน้ำไป
พยายามทำตัวเป็นกลางให้มากที่สุด ไม่อยากทำลายเนื้อหานิยายที่ชอบให้เละเทะ หวังว่านี่จะเป็นการกระทำที่ถูกต้อง

       การแต่งงานโดยไม่เต็มใจทั้งสองฝ่าย แถมฝ่ายหนึ่งยังเกลียดชังอีกฝ่ายถึงขนาด ‘ฆ่าได้ฆ่า’ จะเป็นชีวิตคู่แบบไหนกัน แค่คิดก็สยองแล้ว

       “ฮูหยินน้อยคุณชายให้ไปพบ”
สาวใช้ที่ได้รับการอบรมมาดี ยืนตะโกนบอกเธออยู่หน้าห้อง โชคดีที่เธอมาโผล่ในนิยายในวันรุ่งขึ้น หลังจากผ่านพิธีแต่งงานมาเรียบร้อย
คืนเข้าหอน่ะเหรอ เจ้าบ่าวเจ้าสาวต่างอยู่ในห้องพักของใครของมัน กลับไม่มีผู้อาวุโสทัดทานความไม่เหมาะสมสักคน

เธอรู้ดีว่า นางเอกเรื่องนี้เป็นที่รังเกียจของคนในป้อมสกุลถัง ถึงกับมีชื่อเรียกพิเศษมากมาย เธอเปิดประตูแล้วเดินตามหลังสาวใช้ไป
เกิดความรู้สึกหดหู่เพราะจำได้ลาง ๆ ว่า ฉากต่อไปนี้นางเอกได้รับการหยามศักดิ์ศรีแค่ไหน
เธอรอสาวใช้เปิดประตูแล้วเดินเข้าไปภายในห้อง ประตูห้องเปิดทิ้งไว้ทั้งสองบานทำอย่างกับว่า
ถ้าปิดประตู คุณนางเอกจะปล้ำสามีตัวเองทันทีที่มีโอกาสอยู่กันสองต่อสอง
คงกลัวว่าพอสะใภ้ใหญ่ซึ่งคือเจ้าของร่างนี้ท้องคลอดเด็กผู้ชายออกมาจะยึดป้อมของตระกูลถังล่ะมั้ง หัวโบราณ!

“สามี” เธอเปล่งเสียงคำแรก กลับรู้สึกแปลกใจในน้ำเสียงของร่างนี้ช่างหวานใสน่าฟังเหลือเกิน และรู้โดยอัตโนมัติว่าควรใช้คำพูดแบบไหนให้เป็นประโยชน์

มีผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ที่เก้าอี้ สวมใส่ชุดสีดำแบบเรียบง่าย ปลายแขนค่อนข้างกว้าง ไม่ได้จัดแต่งทรงผมแต่อย่างใด ปล่อยเส้นผมยาวสยายอย่างกับผีจูออน
หน้าก็ซีด ๆ ขาว ๆ  มีผ้าสีดำประมาณฝ่ามือมัดปิดดวงตาอีกด้วย

“ใครใช้ให้เจ้าเรียกข้าว่าสามี” น้ำเสียงเย็นชา แสดงอาการไม่พอใจเธอมาก่อนเลย

“ภรรยาไม่ทราบว่าจะเรียกท่านเช่นไร”

“เรียกข้าว่านายท่าน”

เธอเบะปากรู้ว่าต่อให้พูดดีกับเขาแค่ไหน คนมันเกลียดแค่หายใจก็ผิดแล้ว และที่สำคัญเขาตาบอดจึงมีอารมณ์แปรปรวนง่ายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
เกิดจากการโดนพิษอะไรสักอย่างนี่แหล่ะ ถ้าไม่ได้นางเอกช่วยเอาไว้เขาคงไปท่องปรโลกนานแล้ว
แต่บางทีการมีชีวิตอาจเป็นเรื่องทรมานสำหรับเขาก็ได้
เธอเห็นใจนะ แต่ผู้ชายคนนี้โมโหร้ายมากเกินไป ฉุนเฉียวแทบจะตลอดเวลา แค่ต้นเรื่องก็อาละวาดใส่นางเอกไปไม่รู้เท่าไหร่

“นายท่านมีสิ่งใดต้องการสนทนากับข้าหรือ”

“ข้าขอเตือนเจ้า ที่นี้คือป้อมสกุลถัง ถ้าใครคิดทรยศแล้วล่ะก็ไม่ได้ตายดีแน่
หากเจ้ามีแผนการชั่วร้ายก็จงตรองดูให้ดีว่าสตรีไร้ค่าเช่นเจ้าจะมีจุดจบเช่นไร
ก่อนตายข้าจะส่งเจ้าไปที่สำนักโคมเขียว ให้เจ้าอยู่ไม่สู้ตาย ทนทุกข์ทรมานจนกว่าเจ้าจะสิ้นลมหายใจ”
ฟังสิ ขู่เก่ง ตกลงนี่พระเอกหรือผู้ร้ายกันแน่ หน้าตาดีแต่นิสัยโหดอำมหิต

“นายท่าน ในชีวิตนี้หากข้ามีบุตรไว้สืบสกุลสักคน ข้าย่อมไม่ปรารถนาสิ่งใดแล้ว” เธออดไม่ได้ถึงได้พูดประโยคนี้เพื่อกวนประสาทคนเล่นบ้าง

“ฝันไปเถอะ ข้าจะไม่เข้าหอกับเจ้า และเจ้าไม่มีสิทธิ์ต่อรอง” ยิ่งพูดเสียงเขายิ่งดัง

“ท่านไม่คิดว่าจะเกิดการเข้าห้องผิดบ้างหรือ”

“ความคิดต่ำช้า เจ้ากล้าวางยาข้าหรือ สตรีที่ข้าจะมอบเชื้อสายของตระกูลถังให้ย่อมไม่มีทางเป็นเจ้า
และหากมีสิ่งใดผิดพลาด ทั้งเด็กนั้นและเจ้าต้องตายสถานเดียว สตรีอย่างเจ้าจิตใจโสมมไม่ต่างกับอาจม”

“นายท่านมีความคิดโหดร้ายเช่นนี้ บาปกรรมจะส่งผลให้ตาของท่านอาจรักษาไม่หายก็ได้นะ”

“หากกำจัดนางมารที่เป็นภัยต่อยุทธภพได้ ข้ายอมเสียสละตนเอง”
เธอถอนหายใจกับคนบางคนอาจเกินเยียวยา โง่ซ้ำโง่ซาก โดยเฉพาะบทพระเอก ไม่ใช้สมองก่อนจะพูดอะไรออกมา
ฐานะชาติตระกูลของนางเอกร่างนี้ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าป้อมสกุลถังของเขา
เผลอ ๆ อาจแข็งแกร่งและมั่งคั่งกว่าป้อมเล็กจิ๋วของเขาเสียอีก ในนิยายไม่ค่อยได้กล่าวถึงครอบครัวนางเอกมากนัก
เธอเลยไม่รู้ตื้นลึกหนาบางอะไร

“ถ้าเช่นนั้นท่านเสียสละเข้าหอกับข้าสักคืนหนึ่ง แล้วปล่อยให้สวรรค์ลิขิตว่าข้าจะให้กำเนิดบุตรหรือไม่
จากนั้นพวกเราต่างคนต่างอยู่ ข้อเสนอนี้ไม่ได้ยากเย็นจนเกินไป ตระกูลของข้าคงไม่พอใจแน่ถ้ารู้ว่าท่านต่อต้านการแต่งงานในครั้งนี้”
ใช่ เธอว่างและไม่กลัวตายถึงได้ยั่วโมโหคนต่อไป

“นางมาร! อย่าคิดว่าแต่งเข้ามาเป็นฮูหยินของข้าแล้วจะทำสิ่งใดได้ตามใจ
ข้าไม่สนตระกูลของเจ้าจะยิ่งใหญ่มาจากไหน ตอนนี้ไสหัวออกไปจากห้องของข้า!”

กระแสลมสายหนึ่งพุ่งมาปะทะร่างกายเธอ จนตัวกระเด็นไปกระแทกข้างฝา ความปวดร้าวเกิดขึ้นภายใน เหมือนโดนฟาดด้วยของแข็ง
เกิดปั่นป่วนและกระอั่กเลือดออกมาคำหนึ่ง เธอยกหลังมือเช็ดที่คาง ไอ้เลว! ดูเหมือนเธอต้องดำเนินเรื่องราวตามต้นฉบับนิยายก่อนสินะ

เหตุการณ์เดิมมีไม่กี่ตอน ฉากสุดท้ายที่คนแต่งนิยายโพสไว้ เป็นตอนพระเอกใช้นางเอกมาช่วยอาบน้ำ เพราะคำสั่งของผู้นำตระกูลหรือไงนี่แหล่ะ
เพื่อให้ทั้งสองคนทำความสนิทสนิมใกล้ชิดกัน ท่านผู้นำก็ช่างตกข่าวเหลือเกิน
สามีภรรยาคู่นี้รักกันปานจะฆ่ากันตายอยู่แล้ว จะให้ดูแลอะไรอีกนอกจากเตรียมโลงศพล่ะไม่ว่า
เธอฝืนตัวพยุงร่างตัวเองเดินออกไปจากห้อง นึกดูแล้วฉากนั้นจะเป็นฉากหวานก็เรียกไม่ได้เต็มปาก ใกล้ชิดกันแต่นางเอกถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม
ทั้งกดขี่ทางเพศ ผู้ชายสไตล์นี้กำลังฮิตในช่วงห้าปีก่อนหรือไงนะ หรือจริง ๆ มีเบื้องหลังตัวละครที่เธอไม่รู้เช่นกัน
แต่ถ้าร้ายกับนางเอกมาเกือบทั้งเรื่องแล้วไปทำดีตอนใกล้จบ เธอรับไม่ได้อย่างแรง ทีกับนางอิจฉาล่ะก็ใจดีเหลือเกินแล้วพอความจริงเปิดเผย
 ใช้ห้านาทีแสดงความร้ายกาจใส่ ความทุกข์ทรมานมันเทียบกันได้หรือเปล่า ช่างเถอะ ๆ แค่เธอวางตัวเป็นคนดู ทุกอย่างคงจะดีเอง



ในที่สุดเธอก็หอบร่างที่บอบช้ำเข้ามาอยู่ในห้องของตัวเองได้สำเร็จ ความทรงจำในร่างนี้แทบไม่มีอะไรเลย
รวมทั้งเธอไม่รู้ว่านิสัยที่แท้จริงของนางเอกเรื่องนี้ด้วย จะให้เป็นนักแสดงนำก็ควรมอบบทละครให้เธออ่านสักหน่อย
อย่างน้อยตอนนี้ สกิลพูด อ่าน เขียน ไม่มีอะไรติดขัด เธอเข้าใจความหมายและรู้ว่าต้องลากเส้นคัดอักษรแบบไหน

   ปัญหาการบาดเจ็บคงต้องเร่งแก้ไขก่อน ดูจากเรตติ้งความชื่นชอบเธอในตระกูลถังแห่งนี้
ต่อให้เธอสั่งคนให้ไปตามหมอคงไม่มีใครใส่ใจอยู่ดี
เธอไม่รู้แน่ชัดว่านางเอกเป็นหมอหรือเปล่าแม้ว่าจะเคยช่วยชีวิตพระเอกไว้ก็ตาม
หรือปรุงยาได้อย่างเดียว เท่าที่จำได้คือนางเอกปรุงยาเสียเป็นส่วนใหญ่
ดังนั้นจัดการลองค้นตามร่างกาย เธอได้ขวดยามาสามสี่ขวด เป็นขวดสีขาว ฝาจุกทำจากผ้า
เธอดึงออกมาแล้วสูดดมกลิ่นทีละขวด แยกความแตกต่างไม่ได้เลย ถ้าเกิดเป็นยาพิษล่ะ
เพราะพระเอกชอบเรียกนางเอกว่านางมารตลอด รายละเอียดในนิยายเธอลืมไปแทบหมดแล้วด้วย

   คงต้องใช้สัญชาติญาณในการเลือกยา เธอชี้นิ้วไล่ไปทีละขวดพร้อมกับร้อง

   “หนึ่งสองสามปลาฉลามขึ้นบก...”
อาจไม่ถูกต้องนักที่ใช้วิธีนี้ บาดเจ็บแล้วยังจะมีอารมณ์รื่นเริงร้องเพลง ใช่ บางสถานการณ์มักมีอะไรขัดแย้งกัน ขบขันบางอย่างจนน้ำตาไหล

   นิ้วของเธอหยุดลงตำแหน่งขวดที่สาม

   เธอเทยาออกมาเม็ดหนึ่งแล้วรวบรวมกำลังใจอีกที เอาว่ะ นางมารตายด้วยยาตัวเองสมควรภูมิใจ ไม่รู้ว่าต้องใช้ระยะเวลาเท่าไหร่กว่ายาจะออกฤทธิ์
ตอนนี้คงมีเวลาสำรวจห้องนี้สักที ห้องพักไม่ได้กว้างมากนัก นี่มันเหมาะสมกับตำแหน่งฮูหยินน้อยแล้วเหรอ ของใช้ส่วนตัว สินเดิม
รวมถึงคนรับใช้ส่วนตัวจากบ้านเดิมล่ะ อยู่ที่ไหน เธอจะได้รู้จักนางเอกคนนี้มากขึ้น กวาดสายตาไปรอบห้องพบกับความว่างเปล่าไม่เจอใคร
เธอนึกออกแล้วนางเอกแทบโดนตัดขาดจากครอบครัวไม่ให้เอาสาวใช้มาด้วย
แต่ก็ดีเธอจะได้ไม่ต้องระวังตัว ให้สาวใช้นึกสงสัยว่าทำไมคุณหนูถึงได้ทำตัวประหลาดเหลือเกิน ข้อเสียก็คือไม่มีผู้ช่วยที่ไว้ใจได้
บางทีเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนับตั้งแต่เธอไปเจอสามีจูออน  เป็นแค่จินตนาการเท่านั้นเอง เกิดจากความคิดคำนึงถึงนิยายเรื่องหนึ่งนานเกินไป

เวลาผ่านไปอีกพักใหญ่ เธอยังไม่ได้แตะต้องอาหารเลยสักมื้อเลยไม่รู้เป็นเวลากี่โมงกี่ยามแล้ว ค้นหีบใส่เสื้อผ้าของนางเอกก็ไม่รู้อะไรมากไปกว่าเดิม
เสื้อผ้าสีสันและรูปแบบคล้ายที่เธอกำลังใส่แต่อยู่ค่อนข้างเรียบง่ายเกินไปหน่อย
สีแดงเลือดหมูแม้แต่เสื้อชั้นในสุดก็ยังสีเดียวกัน หรือที่โดนเรียกว่านางมารเป็นเพราะสีเสื้อผ้า ตลก!

ไม่สิ ได้รู้ว่านางเอกเป็นคนไม่ชอบแต่งตัว เธอเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง แล้วหยิบกระจกทองเหลืองขยับไปมา คิ้วเรียวได้รูป ดวงตาไม่เล็กหรือใหญ่
จมูกเป็นสัน ริมฝีปากอวบอิ่ม รวมแล้วเป็นใบหน้าของเด็กสาวที่น่าเอ็นดู รูปหน้ายังมีเค้าของเด็กผู้หญิง คงจะราว ๆ สิบห้าสิบหกปี
เธอนั่งอย่างไม่มีอะไรทำจนเกือบหลับ มีเสียงสาวใช้มาตะโกนปลุกอยู่หน้าห้องอีกแล้ว

“ฮูหยินน้อย นายท่านใหญ่และฮูหยินเชิญท่านไปดื่มน้ำชาที่ศาลาริมน้ำ”
พบพ่อแม่สามีอย่างนั้นเหรอ เธอถอนหายใจ ไม่รู้ที่นั้นเป็นดงเสือดงจระเข้หรือเปล่าเธอเพิ่งไปเจอตัวลูกมา

เธอก้าวขาออกจากห้องแล้วเดินตามสาวใช้โดยไม่ได้พูดอะไร วันนี้ทั้งวันต้องโดนคนเรียกไปซ้อมกี่รอบกัน แต่คงไม่ถึงกับตายหรอก
ความกังวลใจทำให้เธอไม่มีแก่ใจไปชื่นชมทัศนียภาพ สระน้ำกว้างทีเดียว มีทางเดินไปที่ศาลาใหญ่ คนสามารถเข้าไปนั่งพร้อมกันได้นับสิบ
สงสัยเอาไว้เป็นที่กินข้าวเปลี่ยนบรรยากาศ



มีสาวใช้ยืนถือถาดน้ำชารอเธออยู่ แต่มีสองถ้วย ให้เธอเป็นคนยกน้ำชาให้เหรอ ธรรมเนียมหลังแต่งงานแบบโบราณเธอก็ไม่ค่อยแน่ใจ
แต่เคยอ่านจากในนิยายและตามจริงต้องยกพร้อมกับสามีไม่ใช่เหรอ หรือเพราะสามีตาบอดไม่สะดวกเดินมา
พวกเขาเลยให้เธอยกน้ำชาคนเดียว จุดประสงค์ที่แท้จริงคือการข่มขู่เธอเหมือนกับที่ลูกชายทำก็ได้
หลังจากกทำการยกน้ำชาตามพิธีการไปแบบงู ๆ ปลา ๆ เธอก็ได้ยินเสียงแม่สามีเอ่ยขึ้น

“นั่งสิฮัวเอ๋อร์ มีขนมที่เจ้าชอบด้วย ข้าให้แม่ครัวเตรียมไว้ให้เจ้า”
ผู้หญิงวัยกลางคนที่ท่าท่างอ่อนโยน ใบหน้าคล้ายกับลูกชาย เลื่อนจานขนมมาตรงหน้าเธอ และสาวใช้รินน้ำชามาให้เธออย่างรู้งาน

“ขอบคุณท่านแม่สามี”
เธอยื่นมือไปหยิบขนม ก่อนจะส่งเข้าปากกลิ่นบางอย่างแตะจมูก เธอก็ไม่รู้ว่ารู้ได้อย่างไรคงเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างนี้
ขนมคงจะมีปัญหาสินะ ความรู้สึกบอกให้รู้ว่าไม่ใช่ยาพิษและฝีมือคนวางยากระจอกมาก
ถ้าเธอเดาไม่ผิดคงเป็นพวกยาถ่ายและมันทำอะไรเธอไม่ได้

มีผู้หญิงอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ ยืนอยู่ด้านหลังแม่สามีใส่ชุดสีชมพู่อ่อนชายผ้าพลิ้วไหวไปตามสายลมราวกับเทพธิดาน้อย
สำหรับนางอิจฉาของเรื่องเธอไม่ลืมแน่นอน เป็นญาติห่าง ๆ หลานสาวกำพร้าของแม่สามี ที่เติบโตอยู่ที่นี้ตั้งแต่เด็ก
และแม่สามีหมายมั่นตำแหน่งภรรยาเอกเอาไว้ให้ เธอกัดขนมพร้อมทั้งเหลือบตามมองนางอิจฉาเบอร์หนึ่ง มือแทบจะฉีกผ้าเช็ดหน้าขาดออกจากกันแล้ว
น่าสงสารผู้หญิงยุคโบราณในหัวสมองต้องคิดหาวิธีจับผู้ชาย เพื่อเกาะสามีเพื่อความอยู่รอด

“ลูกสะใภ้ เจ้ามีสิ่งใดไม่คุ้นเคยหรือสงสัยก็สอบถามจากท่านแม่หรือทุกคนในจวนได้ ป้อมสกุลถังของเรายินดีต้อนรับเจ้า
เอาล่ะ พวกเจ้าพูดคุยกันก่อน ข้าต้องไปทำงานแล้ว”
ท่านพ่อเปิดและปิดการขายด้วยไม่กี่ประโยค แล้วก็ชิ่งหนีไป เหลือแต่กลุ่มชะนีฝูงหนึ่ง
คราวนี้คงได้เวลาแสดงเจตนาที่แท้จริงกันแล้วสินะ

“ท่านพ่อของเจ้าค่อนข้างทุ่มเทให้กับป้อมสกุลถังของเรา เพราะว่าปิงเอ๋อร์เกิดมาล้มป่วยปีนี้พอดี”
เดี๋ยวก่อนนะ ชื่อ น้ำแข็ง ไม่สิ คงเป็นชื่อเล่นในครอบครัว ชื่อเล่นสมกับหน้าหงิก ๆ ของพระเอกเหลือเกิน

เพื่อไม่ให้เป็นการเข้าใจผิดเธอเลยถาม “ท่านแม่สามีหมายถึงท่านพี่หรือเจ้าคะ”

“อืม ตอนนี้ร่างกายของเขาไม่สู้ดีนัก ต้องพักรักษาตัว เจ้าก็ทำตัวดี ๆ อย่าไปวุ่นวายระหว่างการรักษาล่ะ
และถ้าหากปิงเอ๋อร์แข็งแรงขึ้นเมื่อไหร่ล่ะก็ ข้าจะให้เขารับเพ่ยเจินเป็นฮูหยินรองเพื่อจะได้รีบมีทายาทไว ๆ”

แม่สามีแรงได้ใจลูกชายแต่งงานได้เพียงวันเดียวก็เอาผู้หญิงอีกคนมาข่มลูกสะใภ้แล้ว แต่ขอโทษเถอะ เธอไม่ได้อยากแย่งผู้ชายกับใคร
และไม่ได้ต้องการมาอยู่ที่นี้ ข้างนอกมีผู้ชายอีกมากมาย แค่ก ๆ เธอหมายถึงยังไม่ได้เปิดหูเปิดตาพบปะผู้คนเท่าไหร่เลย

“ข้าทราบแล้ว”
เธอค้อมศีรษะแล้วยกน้ำชาจิบอีกอึกหนึ่ง ชาขมฝาดชะมัดเลย ถ้านางเอกตัวจริงอยู่ตรงนี้จะทำอะไรนะ
พอสั่งเสียเอ่อ สั่งความเรียบร้อย ก็พากันเดินจากไปกันหมดเหลือเธอเพียงลำพัง

ข้อดีของการเข้ามาอยู่ในนิยายเรื่่องนี้และแสดงบทนางเอก คือมีพระเอกเป็นของตัวเอง แถมสถานะเป็นสามี
ไม่ต้องลำบากออกเรือไปหว่านแหจับมา แต่เธอรู้สึกว่าข้อเสียจะมากมายจนนับไม่ไหว ที่เห็น ๆ คือโดนสามีซ้อม แจ้งความก็ไม่ได้
คุณนางเอกตกลงไม่มีพลังยุทธ์อะไรไว้ป้องกันตัวบ้างเหรอ หรือต้องพกยาพิษไว้สาดใส่คนอื่นอย่างเดียว
กว่าจะหาสมุนไพร กว่าจะปรุงยา กรอกใส่ขวด ใส่ห่อกระดาษ แล้วถ้าตกน้ำตกท่ายามิละลายสูญเปล่าอีกล่ะ
ต้นทุนและวัตถุดิบการอัพเลเวลของนางเอกเรื่องนี้สูงมาก จนคนแต่งนิยายถอดใจสินะ

เธอขอสัตว์อสูรมาเป็นผู้ช่วยสักตัวสิ ตระกูลใหญ่สี่ตระกูล ถ้าเธอจำไม่ผิดนะ จะมีพยัคฆ์เสือขาว หงส์ทางฝั่งตระกูลเธอ
 เต่าและมังกร มีบางอย่างไม่ถูกต้อง เพราะพระเอกอยู่ฝั่งตระกูลสัตว์อสูรที่เป็นมังกรและนางเอกที่เป็นหงส์
ชื่อนิยายถึงได้ชื่อว่าหงส์เหนือมังกรอย่างไรล่ะ แล้วทำไมสามีในนิยายที่เธอตื่นขึ้นมาเป็นตระกูลเสือขาวล่ะ
 ป้อมสกุลถังเก๊สินะ ฮ่า ๆ เธอนึกขบขันในใจ

มันน่าอึดอัดใจจริง ๆ มาอยู่บ้านคนอื่น จะทำอะไรก็ไม่ถนัดแถมมีแต่คนแอนตี้ เธอรู้ว่าการแต่งงานเป็นการถ่วงดุลอำนาจระหว่างสี่ตระกูลใหญ่
ไม่ให้คิดทำตัวโดดเด่นเกินหน้าเกินตาหรือทำตัวเป็นใหญ่เหนือตระกูลอื่น
ถ้าเป็นไปได้เธอจะซื้อไม้กายสิทธิ์แจกหัวหน้าตระกูลทุกคนแล้วให้เอาไปเสกเมืองในฝัน มโนเอาเองว่าเป็นผู้ครองโลก
จะอยู่กันได้สักกี่ปีก็ต้องตายทุกคน
จริงสิดินแดนแห่งนี้ไม่มีฮ่องเต้มีแต่ตระกูลใหญ่และมีสถานที่แปลกประหลาด มีสัตว์อสูรและพลังที่เธอยังไม่ได้อ่าน
คือ คนแต่งนิยายยังเขียนไม่ถึงก็มาหยุดอัพไปเสียก่อน โลกแฟนตาซีแห่งนี้ก็เลยหยุดชะงักไป

และเธอก็ค้างคาใจมานาน แม้ปัจจุบันเธอจะสามารถจินตนาการได้ว่าพระเอกจะต้องหลงรักนางเอกในที่สุด
และจบลงอย่างมีความสุข แต่ความสนุกระหว่างทางอันเป็นสาระสำคัญที่ตกหล่นหายไปนี่สิที่เธออยากอ่าน
มาถึงตอนนี้เธอยังไม่รู้จะทำอะไรต่อไปดี
นั่งเหม่อมองไปยังดอกบัวสีชมพู่ที่ชูช่อท่ามกลางใบบัวสีเขียว ดอกบัวยังดิ้นรนอวดความสวยงามแข่งกัน
แล้วเธอล่ะจะอยู่เฉย ๆ ในโคลนตมต่อไปหรือเปล่า เธอชื่อเหลียนฮัว ก็คือดอกบัวดอกหนึ่งเช่นกัน

ไม่เอาดีกว่า เธอขี้เกียจ นั้นเป็นชื่อของนางเอกไม่ใช่เธอเสียหน่อย เธอจะทำอย่างที่เธออยากจะทำ ใครไม่มาวุ่นวายกับเธอ
หรือเหยียบเท้าเธอก็ต่างคนต่างอยู่กันไป ถือศีลกินเจละเว้นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต

พอได้ข้อสรุปในการดำเนินชีวิตที่เรียบง่ายแล้ว เธอเลยเลิกว้าวุ่นใจ บางทีอันดับแรกต้องหาวิธีฟื้นความทรงจำเกี่ยวกับการวางยาพิษ
แล้วจัดให้สามีเป็นหนูทดลองสักครั้งสองครั้ง จะได้ไม่มีแรงซ้อมเธออีก และสำหรับญาติสาวที่คิดปีนเตียงเพื่อเลื่อนฐานะ
เธอก็จะส่งเสริมโดยการปรุงยาเลิฟให้พวกเขาสมหวัง แค่คิดเธอก็เริ่มสนุกแล้ว หรือนี่เป็นนิสัยของนางเอกที่เริ่มมีผลต่อตัวเธอ
อย่างนางเอกที่เป็นนักฆ่าพอมาอยู่ร่างของเด็กสาวคนหนึ่ง นิสัยยังเปลี่ยนแปลงกลายเป็นเด็กใส ๆ ไร้พิษสงเหมือนร่างเดิม

นั่งเอ่อระเห้ยต่ออีกไม่นาน เธอเดินกลับห้องพัก และเพิ่งสังเกตว่าเป็นเรือนที่แยกออกมากึ่ง ๆ เรือนรับรองแขก
แต่เธอเดาว่าเคยเป็นเรือนคนใช้ที่มีตำแหน่งใหญ่เสียหน่อย อย่างพ่อบ้านแม่นมคนสนิทอะไรเทือกนั้น มีโต๊ะเขียนหนังสือชั้นหนังสือเตี้ย ๆ
มีโต๊ะเก้าอี้ โต๊ะเครื่องแป้ง เตียงขนาดกลาง ๆ การตกแต่งโทนผู้ใหญ่ดูอึมครึมให้บรรยากาศเก่าแก่ดีจริง ๆ

“ฮูหยินน้อยสำหรับอาหารมาแล้ว”

เสียงสาวใช้คนเดิมไม่รอให้เธอตอบรับก็ผลักประตูเข้ามา เดินทื่อ ๆ หิ้วปิ่นโตโบราณเข้ามาวางที่โต๊ะ เปิดฝายกอาหารออกมาวาง
อันประกอบด้วย ข้าวเปล่าหนึ่งถ้วย ผัดผักหนึ่งจานเล็ก ถั่วคั่วหนึ่งถ้วยนับเม็ดได้ และหมูย่างชิ้นขนาดครึ่งฝ่ามือหั่นบาง ๆ สามแผ่น
 ดีเหลือเกินรังแกกันขนาดนี้ไร้มนุษยธรรมที่สุด ยัยสาวใช้พูดกระฟัดกระเฟียดว่าอีกครึ่งชั่วยามจะมาเก็บ

ให้เวลากินชั่วโมงหนึ่งคงให้เธอคีบข้าวทีละเม็ดสินะ อาหารน้อยขนาดนี้กินไม่ถึงห้านาทีก็หมดแล้ว หรือเป็นวิธีกำจัดสะใภ้ให้อดอาหารจนตายไปเอง
ไม่รู้ว่าเป็นความคิดใคร แต่ถ้าไม่มีคนให้ท้ายมีหรือใครจะกล้าทำแบบนี้กับฮูหยินน้อย ถ้าสั่งพิซซ่ามากินได้เธอจะไม่ง้อเลย

นางเอกมักจะมีอุปกรณ์เสริมอย่างมิติลับ พื้นที่เก็บของ ไว้ปลูกพืชปลูกสมุนไพรไม่ใช่เหรอ แล้วนี่เหลียนฮัวเป็นนางเอกสายปรุงยาต้องมีไอเท็มพิเศษติดตัวบ้างสิ
ไม่อย่างนั้นมันจะอนาถาเกินไปนะ เธอไม่สนใจอาหาารยกมือขึ้นมาดู ไม่มีแหวนสักวง สร้อยคอล่ะ เธอเอามือลูบไปตามลำคอ ปิ่นเครื่องประดับ ตุ้มหู
เธออยากจะตะโกนว่า โอ้! มาย ก็อด

   มีอีกอย่าง กำไล เธอเลิกแขนเสื้อขึ้นมาดูทีละข้าง ที่แขนขวาปรากฎกำไลหยกสีเขียวอ่อนค่อนข้างเล็กรัดอยู่กับท่อนแขน
คาดว่ากำไลนี่คงจะทำเพื่อเจ้าของร่างนี้มาตั้งแต่เด็ก พอเติบโตขึ้นกำไลเลยไม่สามารถถอดออกได้ ขอให้เป็นของดีด้วยเถิด เธอตั้งสมาธิแล้วเอามือแตะไปที่กำไล
ผ่านไปสักพักไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นไปไม่ได้ กำไลต้องไม่ใช่ของธรรมดาสิ เธอจะร้องไห้แล้วนะ หรือเพราะเธอไม่รู้วิธีใช้งาน ไม่เป็นไรกินอาหารก่อนก็ได้

   เธอหยิบตะเกียบมาคีบผัก ดูสีก็รู้ว่าผักใกล้เน่าแล้ว เธอหันไปคีบหมูที่บางเหมือนกระดาษเจอลมแรง ๆ คงพัดปลิวหายไป
ลองกัดคำเล็ก รสชาติใช้ได้ ติดที่ว่าเริ่มมีรสเปรี้ยวแทรกเข้ามาแต่พอกินได้อยู่
เธอไม่มีทางเลือกอื่นคีบหมูเข้าปากทีละชิ้น ข้าวเปล่าเย็นชืดเธอเอามาเทใส่จานหมูย่างที่วางแล้วเขี้ยหาความผิดปกติ

มีเศษหินกรวดเล็ก ๆ หลายอัน เธอคีบข้าวกินทีละเม็ดอย่างระมัดระวัง ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าทำไมให้เวลากินเยอะนักที่เธอคาดเอาไว้ก็ดันถูกต้องเสียอีก
ถั่วที่ให้มาไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคงคั่วเกลือมาเต็มที่เกล็ดสีขาวออกจะชัดเจนขนาดนั้น เธอลุกไปหาผ้าเอามาห่อถั่วทั้งหมด ยุคโบราณเกลือเป็นของหายาก
แต่ในโลกนิยายอันนี้คงมีเหลือเฟือสินะ คีบข้าวเม็ดสุดท้ายน้ำตาเธอก็ไหลออกมาพอดี
การกลั่นแกล้งพวกนี้ต้องการให้เธอออกจากบ้านไปสินะ หรือไม่ก็ผูกคอตายเพราะทนไม่ไหว ไร้สาระที่สุด

คราวหลังเธอไปขโมยอาหารสามีตาบอดของเหลียนฮัวดีไหม ลืมไป เขาเป็นวรยุทธ์ ชีวิตเธอตกอับแต่คงดีกว่าการเป็นขอทาน
เธอนั่งมองจานผัดผักเน่าแล้วคิดว่าจะแก้ปัญหาพวกนี้อย่างไรดี การโวยวายคงไม่ได้ผล เธอถอนหายใจ แต่งงานมาเป็นฮูหยินน้อยหรือมาเป็นนักโทษกันแน่
ถ้าจะทำกันขนาดนี้เอาเธอไปประหารเถอะ น้ำที่เธออาบก็ต้องมีการเล่นตุกติกแน่นอน

ฟ้าด้านนอกยังไม่มืดแต่มีคนผลักประตูเข้ามาอย่างหยาบคายพร้อมกับบ่าวชายสองคนหาบถังน้ำเข้ามาก่อน จากนั้นก็เทน้ำใส่ถังให้ ถ้าวัดปริมาณจากขา
ดูแล้วระดับไม่น่าถึงหัวเข่า ลงไปนั่งแช่ได้ไม่ถึงครึ่งตัวเลย ปกติเธอจะเห็นกระไอน้ำร้อนพวยพุ่งขึ้นมา นี่คือประหยัดฟืนโดยไม่ต้มน้ำมาให้เธอสินะ
รอจนทุกคนออกไป เธอวักน้ำขึ้นมาตรวจสอบ ยังดีที่เป็นน้ำสะอาด เธอแค่เอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัว แล้วก็ล้างเท้าน่าจะพอแก้ขัดไปก่อน

คืนนี้เป็นคืนแรกที่เธอจะได้นอนในยุคโบราณและเป็นโลกของนิยาย เธอรู้สึกอ่อนแอไร้การป้องกันตัว ไม่มีกองกำลังสนับสนุน เอาจริง ๆ นะ
นี่มันนิยายหมวดไหนกันแน่ ดราม่าเคล้าน้ำตาแม่ผัวตบกับลูกสะใภ้ใช่หรือเปล่า เธอจะได้คิดวางยาพิษลูกชายสุดที่รักของยัยป้าคนนี้ก่อน พอคนลูกทรมาน แม่ย่อมทุกข์ใจ
แล้วเธอจะรีบสงเคราะห์สามีของเหลียนฮัวให้ไปสู่ปรโลกโดยเร็ว จากนั้นค่อยส่งคนแม่ตามลงไปอยู่เป็นเพื่อนลูกชายสุดที่รัก
คิดว่าแม่คนอื่นเขาไม่รักลูกบ้างหรือไงถึงแกล้งได้แกล้งเอา

ทั้งที่ไม่ได้ทำงานทำการอะไร แต่การคิดเรื่องราวต่าง ๆ มากมายทำให้เธอรู้อ่อนเพลียอย่างไม่น่าเชื่อ
ผล่อยหลับลงไปอย่างง่ายดาย และเข้าสู่ความฝัน ไม่รู้ว่าเป็นที่ไหนแต่เธอปีนขึ้นไปเก็บแอ็บเปิ้ลกินอย่างเอร็ดอร่อย กินไปทั้งหมดถึงสามลูก






dddddd

เขียนไว้บทเดียว อยากรู้ว่า ชื่อพระนาง เธอได้ตั้งชื่อหรือยัง ฮ่าๆๆๆ
ไม่รู้ไปค้นที่ไหนได้

ไอแต่ง ฮูหยินหนีรักค้างอยู่ ไม่แน่ใจว่าจะแต่งไปพร้อมกันได้มั้ย
เรื่องนั้น ก็พยายามเคลียร์ของเก่าอยากให้จบปีนี้  ???

font=Cordia New
Licht und Schatten トーキョーグール-

รัญชิดา

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 243
    • ดูรายละเอียด
Re: ป้อมสกุลถัง : 1. กุ้งเหนือภมร
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 02, 2020, 12:12:14 AM »
สมศักดิ์ศรีหัวหน้าทีมโม้

ปกไม่ต้อง

เนื้อๆ เน้นๆ กรี๊ดดดดดดดด อิจฉาาาาาาาาา

อยากปาบทที่ 1 มาบ้างงงงงงงง

buddy

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 350
    • ดูรายละเอียด
Re: ป้อมสกุลถัง : 1. กุ้งเหนือภมร
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 03, 2020, 02:42:53 AM »
ทักทายคุณไอจ้า ขอให้จบ ขอให้จบ เพี้ยงๆ  ;)

ตามฝัน

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 129
    • ดูรายละเอียด
Re: ป้อมสกุลถัง : 1. กุ้งเหนือภมร
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กันยายน 15, 2020, 10:51:59 AM »
บท 1 มาแล้ว บท 2 จัดไป