ผู้เขียน หัวข้อ: เขียนไว้ที่ปลายฟ้า บทนำ  (อ่าน 60 ครั้ง)

มะยม

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 103
  • ที่สุดของการเขียน คือการก้าวผ่านจุดเริ่มสู่จุดจบ
    • ดูรายละเอียด
เขียนไว้ที่ปลายฟ้า บทนำ
« เมื่อ: กันยายน 03, 2020, 12:47:59 PM »


“เฮ้ย! ไอ้หัวขโมย”

เจ้าของร้านร่างยักษ์ตะโกนดังลั่น เมื่อเด็กชายเนื้อตัวมอมแมมวิ่งเข้ามาคว้าไก่ต้มที่วางโชว์ไปหน้าตาเฉย เขาฉวยมีดอีโต้ได้ก็ไล่ตามไปติด ๆ พร้อมตะโกนโหวกเหวกลั่นตลาด

“หยุดเดี๋ยวนี้นะไอ้เด็กเวร”

เสียงฝีเท้าที่ไล่หลังในระยะกระชั้นชิด ทำให้ร่างเล็ก ๆ ต้องเร่งฝีเท้าอีกอย่างไม่คิดชีวิต เพราะหากถูกจับได้ ไม่ใช่แค่ตนเองที่จะลำบาก


นัทอุ้มไก่ต้มตัวเขื่องวิ่งเข้ามาในซอกหนึ่งของตลาดสด หลบหลีกจนกระทั้งคิดว่าห่างออกมาแล้วจึงเหลียวกลับไปมองก็เห็นชายเจ้าของร้านหยุดหอบอยู่ระหว่างทาง

“ไอ้เด็กเวร...อย่าให้ได้เจอนะ กูจะสับให้ขาดเป็นสองท่อนด้วยอีโต้นี่เลยมึง!”

ชายคนเดิมตะเบ็งเสียงด่าพร้อมชูมีดในมือขึ้นหรา แต่ไม่นานก็ยอมถอยกลับไป นัทจึงออกจากที่ซ่อนแล้วเดินเข้าไปในตรอกแคบที่สกปรกจนไม่มีผู้คนอยากผ่าน ร่างผอมแกร็นเดินไปตามทางพลางหายใจเร่งระบายความเหน็ดเหนื่อย จากนั้นก็ปีนถังขยะที่ตั้งขวางระเกะระกะเพื่อข้ามมาโผล่อีกทางหนึ่ง นัทชะลอฝีเท้าลงแล้วหันไปมองหลังอย่างระแวงระวังอีกครั้งเมื่อใกล้ถึงจุดหมาย เห็นว่าทุกอย่างเป็นปกติดีจึงเร่งเท้าไปยังมุมหนึ่งของตึกร้าง ตรงบริเวณนั้นมีเด็กหญิงวัยแปดขวบยืนรออยู่

“อะ” นัทยื่นไก่ในมือให้อีกฝ่าย

“ไก่อีกแล้วเหรอ”

“ใช่!" เด็กชายตะเบ็งเสียงอย่างนึกรำคาญก่อนกระแทกตัวนั่งบนพื้นปูนของอาคารที่ไร้คนอาศัย

“กินไก่ทุกวัน จนหน้าจะเป็นไก่แล้วเนี่ย”

“พูดมากจัง ถ้าไม่กินก็เอามานี่!”

“เอาสิเอา โธ่เอ้ย...พูดแค่นี้ ก็ทำเป็นโกรธ” เด็กหญิงว่าพลางกอดไก่ไว้เแน่น เมื่อนัทยื่นมือมาทำท่าเหมือนจะเอาคืน “ขี้งอนจริง ๆ เลยนะไอ้พี่นัท”

เสียงบ่นทำให้นัทหันไปมองใบหน้ามอมแมมของคนที่ทรุดลงมานั่งข้างกาย เขาส่ายหน้าเมื่ออีกฝ่ายสาละวนกับการจับไก่ใส่ถุงพลาสติกที่เตรียมมา แต่เก้ ๆ กัง ๆ จนเขาต้องฉวยไก่ไปใส่ถุงเสียเอง

“เหนื่อยเหรอ หน้าแดงเชียว”

เด็กหญิงร้องถามพลางชะโงกมอง ดวงกลมใสของสาวน้อยที่กระพริบถี่ ขณะจ้องทำให้นัทต้องยกมือปัดเพื่อเลี่ยงหลบแววตาที่อาทร เพราะไม่อยากเป็นคนอ่อนแอในสายตาของเด็กหญิง

“ยุ่งน่า”

“นี่ ๆ ถามอะไรหน่อยได้ไหม”

“อื้อ มีอะไรก็ว่ามาสิ”

“ถ้าโดนจับได้จะทำยังไง”

สีหน้าของนัทเครียดขึ้นมาทันที เขาถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนลุกพรวดพลาดยืน ตวัดสายตามามองเด็กหญิงพร้อมอารมณ์ที่ขุ่นเคือง จากนั้นก็สะบัดตัวเดินหนีออกไป

“อ้าว...ไอ้พี่นัทจะไปทำไมไม่บอก...รอด้วยสิ...รอด้วย!”

กรดาร้องเรียกแล้วรีบลุกตามไป ส่วนไก่ที่ถืออยู่ก็กวัดแกว่งไปมาตามแรงเหวี่ยงของการวิ่งไล่ตามพี่ชายตัวดี

“ทำไมต้องโกรธ เขาถามเพราะเป็นห่วงนะ อยากรู้ว่าถ้าโดนจับได้...เราจะ”

“หยุดเซ้าซี้ได้แล้ว”

เด็กหญิงหยุดปากเมื่อนัทหันมาตะคอก พร้อมแววตาขึงตึง

“ไม่ได้เซ้าซี้ เขาแค่อยากรู้ว่า เราจะทำยังไงถ้า...”

“แล้วดาจะให้พี่ทำยังไง!”

เสียงตะคอกถามดังลั่นกับสายตาที่เขม้นมองทำให้คนตัวน้อยต้องเลื่อนสายตาลงมามองพื้นดิน

นัทไม่สนใจความรู้สึกของคนที่ยืนทำหน้างอหน้าง้ำ เขาคว้าไก่ในมือเด็กหญิงมาถือเองแล้วเดินจากไปโดยไม่ฟังเสียงเรียกที่ดังตามหลังอีก

“ไอ้พี่นัท! รอด้วยสิ...ไอ้พี่นัทรอด้วย!”

นัทยังคงย่ำเท้าไปเรื่อยจนถึงปากทางเข้าสู่ชุมชนแออัด แหล่งห้องเช่าราคาถูก ที่ปลูกเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวเหมือนห้องแถว สภาพบ้านและบริเวณโดยรวมทรุดโทรมตกต่ำ ไม่ต่างจากรายรับของคนที่เข้ามาอาศัย

นัทเหลียวกลับไปมองเมื่อคนที่เดินตามหลังทิ้งระยะห่างเกินควร เด็กชายที่ยังมีใจห่วงใยจึงเดินทอดน่องรอ จากนั้นก็พากันเดินต่อจนถึงที่พัก แต่เด็กทั้งสองก็ต้องหันมามองตากัน เมื่อเห็นกลุ่มคนเข้ามารุมล้อมอยู่หน้าห้องเช่าของตน

“เกิดอะไรขึ้นเหรอพี่นัท”

เด็กชายเหลียวมองเจ้าของคำถามพลางนิ่วหน้าใส่ ร่างเล็ก ๆ พยายามชะเง้อมองเข้าไปด้านใน แต่ไม่มีช่องพอที่จะทำให้เห็นนัทจึงรีบแทรกตัวเบียดฝูงชนเข้าไปยืนกลางวงพร้อม ๆ กับเด็กหญิงที่ก้าวตามไปติด ๆ และแล้วเด็กน้อยทั้งสองก็ต้องเบิกตากว้างกับภาพที่ปรากฏตรงหน้า

“ตา!!!”

นัทร้องเสียงหลง ทิ้งไก่ในมือแล้วรีบเข้าไปหาผู้เป็นตา จับร่างที่นอนนิ่งอยู่กลางห้องเช่าเขย่าเรียก

“ตาเป็นอะไร ทำไมมานอนอย่างนี้ ตาตื่นสิตา! หนูเอาไก่ต้มมาฝากนะตาลุกขึ้นมากินไก่ด้วยกันเร็ว ตาตื่น ตา...น้องดาไก่อยู่ไหนเอาให้มาให้ตากินเร็ว ๆ”

เด็กชายหันเรียกหาไก่ที่ตัวเองเพิ่งโยนทิ้ง พอหยิบมาได้ก็รีบเปิดปากถุงยื่นใส่หน้าผู้เป็นตาปากก็พร่ำบอกอย่างไม่สนใจสายตาที่เวทนาของคนรอบข้าง

“นี่ไงตา ไก่จริง ๆ หนูไม่ได้โกหก ลุกมากินด้วยกัน ฮือ ๆ ตา ตื่นซี ตื่นมากินไก่กับนัทก่อนสิตา”

ขณะที่นัทเขย่าร่างขอตามิ่งจนตัวโยน เด็กหญิงก็ซบหน้าร่ำไห้กับศพของตามิ่งไม่ต่างกัน “ฮือ ๆ ตาอย่านอนแบบนี้ ตื่นมาคุยกับน้องดาก่อน ฮือ ๆ ลุกขึ้นมาซีตา...ลุกขึ้นมา”

เสียงคร่ำครวญของเด็กทั้งสองสร้างความเวทนาแก่ผู้ใหญ่ที่ยังรุมล้อม เด็กชายพยายามเรียกปลุก จับร่างที่ไร้สติของตามิ่งเขย่าจนสั่นคลอน ชาวบ้านที่ไม่อาจทนดูต้องเข้ามาห้ามไว้

“ไอ้นัทเอ้ย... พอเถอะเขย่าเรียกไปตามิ่งก็ไม่ตื่นหรอก ตาของเอ็งน่ะตายไปแล้ว”

“ไม่จริง ฮือ ๆ ตาแค่เมาแล้วหลับไป ตื่นซีตา ตื่นมาให้พวกเขาดูว่าตาแค่เมาแล้วหลับไปจริง ๆ ฮือ ๆ ตื่นซีตาตื่น...” นัทยังคงเขย่าตามิ่งอย่างมีความหวัง

“พี่นัท ฮือ ๆ ทำไมตาไม่ยอมลืมตา ตาจะไม่ตื่นมาคุยกับพวกเราอีกเหรอฮือ ๆ” คำถามที่มาพร้อมเสียงสะอึกสะอื้น เรียกให้อีกฝ่ายต้องหันมากอดแล้วต่างก็ร้องไห้ไปด้วยกัน

“ตามิ่งตายแล้วน้องดา ตามิ่งจากเราไปแล้วฮือ ๆ”

นัทพูดพลางร้องไห้พลางอย่างสุดจะกลั้น ความพยายามที่จะเป็นคนเข็มแข็งมาตลอดพังทลายลง เพราะไม่อาจทำใจยอมรับความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่

“ไม่เอา ฮือ ๆ น้องดาไม่ให้ตาย ตาต้องตื่นมาคุยกับน้องดา ตื่นมาสิ ตาตื่น ฮือ ๆ”

“ไม่เอาน้องดา อย่างงอแง”

นัทกระชับวงแขนกอดคนตัวเล็กแนบอก จากนั้นทั้งคู่ก็ร้องไห้ไปด้วยกันอย่างไม่มีใครห้าม หรือคิดจะหยุดปลอบใจกัน เป็นความรัก ความผูกพันที่บีบหัวใจของผู้ที่เฝ้ามอง ซึ่งต่างก็สงสารแต่ลำพังแค่ตัวเองก็ปากกัดตีนถีบไปวัน ๆ แต่ก็ไม่อาจเพิกเฉยให้เด็กทั้งสองที่ตอนนี้กลายเป็นเด็กกำพร้าไปอย่างเต็มรูปแบบมารับภาระตามิ่งตามลำพัง

“พวกเราช่วยกันลงแรงจัดการกับศพตามิ่งให้เด็ก ๆ มันหน่อยเถอะ” ชายอีกคนว่าพลางเดินเข้าไปด้านหลังห้อง หยิบผ้าห่มสีหม่นมาคลุมร่างตามิ่งเอาไว้

“จะเอายังไงก็ว่ามาเลย ข้ายินดีช่วย นึกว่าเอาบุญ” ป้าชื่นเพื่อนบ้านวัยชราเอ่ยสนับสนุนก่อนหันมาหาเด็กทั้งสอง

“เดี๋ยวผมโทรเรียกมูลนิธิเข้ามาช่วยจัดการให้ก็แล้วกัน”

“เอาเลย ๆ แกจัดการแทนเด็ก ๆ ที” ป้าชื่นว่าพลางทรุดตัวลงนั่งข้างเด็กทั้งสอง “นัทเอ้ย ดาเอ้ย...ไม่ต้องร้องแล้วลูก ตามิ่งเขาไปสบายแล้วนะ ส่วนเอ็งต้องเข้มแข็งเข้าใจไหมไอ้นัท ตาเขาจะได้หมดห่วง ตอนนี้ก็เหลือแต่เอ็งกับนังดาแล้วถ้าเอ็งมัวแต่อ่อนแอจะดูแลน้องได้ยังไง”

ใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาของเด็กชายเงยหน้ามาหาป้าชื่น จากนั้นก็เหลือบตามองกรดาที่ยังซุกหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมอกของนาง เด็กชายยกมือปาดน้ำตาออกจากแก้มของตัวเอง พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ไม่ให้มีเสียงสะอื้นเล็ดลอด ทำตัวเข้มแข็งตามที่ป้าชื่นบอก ทั้งที่ในใจลึก ๆ นั้นยากเหลือเกินสำหรับการยอมรับความสูญเสีย เพราะในชีวิตของเขาก็มีเพียงตามิ่งที่ให้ความรักความอบอุ่นมาตั้งแต่เกิด และเป็นคนเดียวที่ทำให้เขาอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปในโลกที่โหดร้ายเพื่อตอบแทนบุญคุณ

“เดี๋ยวก่อน จะเอาตาของหนูไปไหน ฮือ ๆ อย่าเอาตาของหนูไป อย่าเอาไป”

เสียงกรีดร้องของกรดา ทำให้หัวใจเล็ก ๆ ของนัทแทบแตกสลาย ภาพที่เด็กหญิงทั้งร้องห้ามและฉุดรั้งไม่ให้เพื่อนบ้านเข้ามายกร่างตามิ่งออกไปสร้างความปวดร้าวในหัวใจ

“ไม่! อย่าเอาตาของหนูไป ฮือ ๆ เอาตาของหนูคืนมา”

ฉับพลัน น้ำตาจากหัวใจของเด็กชายก็ไหลพรั่งพรู ถึงไม่อยากให้ตามิ่งจากไปแต่นัทก็ทำได้เพียงเข้ามากอดกรดาเอาไว้ ไม่ให้คนตัวน้อยเข้าไปขัดขวางพวกเขาที่กำลังเข้ามาช่วย

“พี่นัท ห้ามพวกเขาสิ เขาจะพาตาไปไหน พี่นัทห้ามสิ”

นัทพยายามกลั้นน้ำตาของตัวเองขณะจับจ้องร่างผู้ที่เป็นทั้งพ่อและแม่ ค่อย ๆ ถูกหามออกห่างไป “น้องดา อย่าร้อง...อย่าร้องไห้”

“แต่พวกเขาจะพาตาไปแล้วนะฮือ ๆ”

“อย่าร้องเลยนะเดี๋ยวตาเห็น ตาจะไม่สบายใจ”

เด็กชายวัยสิบขวบในเวลานี้ทำได้เพียงพูดปลอบ และพยายามทำตัวให้เข็มแข็งที่สุดทั้ง ๆ ที่ในหัวใจอ่อนแอและเจ็บปวดกับความทรงจำที่ไม่อาจลืม

“สงบใจซะเถอะลูก...”

ป้าชื้นลูบศีรษะนัทด้วยความเข้าใจ นางอยู่ที่นี่มานาน รู้จักคุ้นเคยกับตามิ่งและหลานชายคนเดียวของตามิ่งดี ส่วนกรดาเป็นเด็กหญิงกำพร้าที่ตามิ่งอุ้มเข้ามาอยู่ด้วยตั้งแต่แบเบาะ ที่มาที่ไปยังเป็นปริศนา แต่ไม่มีใครพูดถึง เพราะในชีวิตประจำวันของคนในชุมชน ต่างต้องปากกัดตีบถีบจึงไม่มีใครสนใจใครมากไปกว่าปากท้องของตัวเอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 03, 2020, 01:02:23 PM โดย มะยม »

ัyuilucky21

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 8
    • ดูรายละเอียด
Re: เขียนไว้ที่ปลายฟ้า บทนำ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 03, 2020, 02:17:43 PM »
เข้ามาเชียร์ค่ะ ;D ;D

มะยม

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 103
  • ที่สุดของการเขียน คือการก้าวผ่านจุดเริ่มสู่จุดจบ
    • ดูรายละเอียด
Re: เขียนไว้ที่ปลายฟ้า บทนำ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 05, 2020, 09:58:27 AM »
ขอบคุณค่าาาาา  ;D ;D

buddy

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 350
    • ดูรายละเอียด
Re: เขียนไว้ที่ปลายฟ้า บทนำ
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กันยายน 05, 2020, 03:34:12 PM »
เศร้าแต่บนแรกเลย รออ่านต่อค่า สู้ๆ  ;)

ตามฝัน

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 129
    • ดูรายละเอียด
Re: เขียนไว้ที่ปลายฟ้า บทนำ
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กันยายน 15, 2020, 10:46:52 AM »
เศร้า :'(