ผู้เขียน หัวข้อ: ของหวาน...ของหัวใจ - บทที่ 5 หมู หมา ปลา เรา  (อ่าน 1010 ครั้ง)

เหมือนพระจันทร์

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 34
    • ดูรายละเอียด



หลังอาหารมื้อเที่ยงจบลง กวีณาทึ่งกับพฤติกรรมของเด็กชายภากร ไม่เคยคิดเลยสักนิดว่าที่แห่งนี้จะ “วิชาการ”และ “วิทยาศาสตร์”มากมาย เด็กชายก้มเงยๆ อยู่กับตะกร้าปลูกถั่วงอกเกือบทุกครึ่งชั่วโมง เม็ดถั่วเขียวเล็กๆ โดนสำรวจเสียจนพรุน ภากรโวยวายใหญ่โตกับบิดา

“ลืมเอาแว่นขยายใส่กระเป๋า...”เด็กชายทำหน้าเซ็งจริงจัง

ท้อได้เพียงครู่ ก็เริ่มมีคำถาม
ตั้งข้อสมมติฐานใหม่ๆ

“ทำไมผู้ใหญ่ไม่เรียกว่าต้นถั่วเขียวเกิดจากเม็ดถั่วเขียว มาเรียกอะไรต้นถั่วงอก”

“แล้วต้องรดน้ำเท่าไหร่ถึงจะดีครับพี่สโนว์ ชั่วโมงละครั้ง สองชั่วโมงครั้ง หรือสามชั่วโมง”มือป้อมจับบัวรดน้ำคล่องแคล่ว

“พี่ พี่สโนว์...ไม่เคยทดลองเลยค่ะ นึกออกเมื่อไหร่ก็ทำ”กวีณาจนคำตอบ จุดประสงค์การปลูกถั่วงอกครั้งนี้เพียงแค่อยากกินผัดถั่วงอกกับเลือดหมู

ไม่ได้คิดอะไรใหญ่โต

ภากรส่ายหัวเหมือนผู้ใหญ่ทำความผิดร้ายแรง เด็กชายเม้มปากแน่น ผละจากบัวรดน้ำไปขีดๆ เขียนอะไรลงสมุด

“คุณปกช่วยสโนว์หน่อยสิคะ”กวีณาร้องขอเบาๆ เหตุการณ์ทุกอย่างอยู่ในสายตาของธิปกแต่เหมือนชายหนุ่มหมดประสิทธิภาพทางการพูด

วันนี้ธิปกได้แต่ยิ้ม

“อยู่กับซันนี่ ช่วยเหลือตัวเองให้เยอะเข้าไว้นะสโนว์ อัตตาหิ อัตตาโน นาโถ”คิดถูกจริงๆ ที่พาลูกชายมาบ้านนี้

“จำไว้นะคะ...คุณปก”หญิงสาวแสร้งตีสีหน้าเครียด “คราวหลังมีอะไรสโนว์จะไม่ช่วยคุณปกแล้ว”

“ช่วยก็ได้”ธิปกไม่ส่งเสียงเพียงแค่อ้าปากกว้างก็ตอนพูดจาปกติ “ช่วยจูบปลอบใจ”ธิปกทำปากยื่น นัยน์ตาชวนฝันเสียจนกลายเป็นเรื่องตลก

ยังไม่ทันที่กวีณาจะได้ตอบโต้กลับ
คำพูดลอยๆ ดังมาจากภากร

“ผู้ใหญ่ของชาติ...”

ผู้ใหญ่สองคนเบือนหน้าหนีกันไปคนละทิศละทาง

เมื่อได้ข้อมูล “ถั่วงอก”ครบทุกด้านตามที่ต้องการ นักวิทยาศาสตร์น้อยก็หันไปสนใจลูกปลาในอ่าง ภากรจดๆ เขียนๆ ทำแบบเดียวกับตอนวิจัยถั่วงอกทุกประการ

“ตัวเล็กกว่าปลาคาร์ฟที่บ้านผมเยอะเลย พี่สโนว์ให้อะไรมันกินหรือยังครับ”

กวีณาส่ายหน้า อยากแนะนำต่อ อยากพูดยาวๆ แต่ภากรน่าจะชอบคิดเองมากกว่า

“ปากเล็ก ตัวเล็ก น่าจะสองสามเม็ดก็พอ”เด็กชายคิดคำนวณ อาหารเม็ดเล็กๆ หย่อนใส่อ่าง

ปลาตัวน้อยกรูกันเข้าไปรุมอาหาร

“ถ้าเป็นปลาบ้านผมนี่อ้าปากครั้งเดียวก็กินได้สิบยี่สิบเม็ดแล้ว”เด็กชายหัวเราะ

“แล้วคุณซัน...ซันนี่คิดหรือยังคะ จะเลี้ยงพวกมันไว้ตรงไหน”

“ยังไม่รู้เลยครับ”บางเรื่องนักวิทยาศาสตร์ก็จนคำตอบ “แต่บ้านผมใหญ่มากเลยนะครับ พี่สโนว์ไม่ต้องเป็นห่วงพวกมัน แต่ถ้าอยากให้มันใกล้ชิดกับผม เข้าไปนอนในห้อง ทำไม่ได้นะครับ เดี๋ยวไอ้ซนมันน้อยใจ”ภากรบุ้ยใบ้เข้าไปในบ้าน

“พี่สโนว์ลืมน้องหมาเสียสนิทเลยค่ะ”กวีณาหันรีหันขวาง

“พี่สโนว์ไม่ต้องทำอะไรครับ เดี๋ยวถ้าเบื่อเมื่อไหร่มันก็ออกมาเอง”

กวีณาพยักหน้า
ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นัก
จากประสบการณ์ที่เคยเป็นอาสาสมัครอยู่กับเด็กมาบ้าง
สิ่งมีชีวิตในวัยเยาว์เป็นอะไรที่เข้าใจยากและวิเคราะห์ได้ลำบากยากเย็น

“ซันนี่...พอจะบอกพี่สโนว์ได้ไหมคะว่าทำไมต้องจดๆ วัดๆ”กวีณาเอ่ยถาม ยังเกรงกลัวว่าจะเสียผู้ใหญ่

“พี่สโนว์สัญญามาก่อนได้ไหมครับว่าจะไม่หัวเราะ”

“สัญญาด้วยเกียรติของลูกผู้หญิง”เป็นครั้งแรกที่เห็นภากรไม่แน่ใจ ไม่มั่นใจ “สัญญาด้วยเกียรติของคนปลูกถั่วงอกอีกหนึ่งตำแหน่ง”กวีณาชูสองนิ้ว พูดเล่นเพื่อให้บรรยากาศผ่อนคลาย

“ผมอยากเป็นนักอนุรักษ์ดูแลต้นไม้ สัตว์ป่า ต้องซ้อมต้องเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ”

กวีณาอ้าปากค้างกับคำตอบแสนจริงจัง

“พี่อยากเป็นอาสาสมัคร คอยช่วยเหลือดูแลคนด้อยโอกาส”

“จริงๆ หรือครับพี่สโนว์”

“จริงสิจ๊ะ...น้องป่าไม้”

สองคนที่อายุห่างกันเกือบยี่สิบปีมีอุดมการณ์ใกล้เคียงกันแบบไม่ได้นัดหมาย พูดจาประสาหัวอกเดียวกันได้ยืดยาว
ลืมธิปก...

ชายหนุ่มเทอาหารเม็ดลงจานเก่าๆ ให้สัตว์เลี้ยงตัวโปรดของลูกชาย ภากรขอเลี้ยงสุนัขเมื่อปีก่อนด้วยเงื่อนไขที่ตกลงไว้อย่างเรียบร้อยเป็นลายลักษณ์อักษรลงสมุดของเจ้าตัวว่าจะเลี้ยงดูแลด้วยตัวเองทุกประการ ลูกชายมักจะถูกใจเป็นพิเศษกับสถานที่ที่นำพาสุนัขเข้าไปด้วยดี

ดูเหมือนวันนี้

“นายแก...เขาลืมแกไปแล้วไอ้ซน”ธิปกมองหางเล็กๆ ที่สั่นไปมาดีใจที่ได้กินข้าว เสียงหัวเราะจากระเบียงหน้าบ้านดังเข้ามาถึงในครัว

ผู้เป็นพ่อคาดเดาไว้ตั้งแต่ต้น ก่อนจะพาลูกชายมาที่นี้
ความฝันของกวีณาและภากรอุดมการณ์ใกล้เคียงกัน

เหมือนรอบตัวหญิงสาวจะมีเขาเพียงคนเดียวที่เป็นนายทุนหน้าเลือดประกอบธุรกิจการค้า เพราะขนาดผู้ชายที่สร้างความหงุดหงิดให้กันเมื่อเช้าก็ยังเป็นคุณครูที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ห่างไกล

“ให้อาหารหมานี่ ฉันพอจะดูดีมีเครดิตความเมตตาเพิ่มไหมวะไอ้ซน”ธิปกเจรจากับสุนัขตัวเล็ก

ไม่ได้รักแต่ก็อยากได้หัวใจกวีณาไว้ในครอบครอง

ชายหนุ่มฉวยไม้ปัดขนไก่ออกจากครัว ทำทีท่าว่ารักสะอาด เป็นพ่อบ้านพ่อเรือนปัดฝุ่นออกจากตรงนั้นตรงนี้ของบ้าน มือถือของกวีณาอยู่ใกล้แค่เอื้อม ธิปกไล่สายตาเร็วๆ ดูหมายเลขโทรศัพท์ ข้อความ การติดต่อสื่อสารทางโลกออนไลน์ หญิงสาวบันทึกชื่อผู้ติดต่อไว้ละเอียดลออ นำหน้าด้วยชื่อองค์กร ความสัมพันธ์ จบท้ายด้วยชื่อของเจ้าตัว ในหมวดหมู่ของเพื่อนบ้าน ไม่มีชื่อของสืบภพให้หงุดหงิดลูกตา

ธิปกลืมคิดถึงความเชื่อมโยงอื่น
กวีณามีหมายเลขโทรศัพท์ของขวัญฟ้ามารดาของสืบภพ
แม่ที่สนับสนุนสุดใจขาดดิ้นให้ลูกชายได้เกี่ยวดองกับหญิงสาวคนนี้

ธิปกวางไม้ปัดขนไก่ไว้บนโซฟาไม่สนใจใยดีมันอีก พาตัวเองออกไปร่วมวงสนทนากับลูกชายและกวีณา

“เรียนเก่งมันก็ดีนะคะ”กวีณาครุ่นคิดถึงตัวเองในวัยเยาว์ แม้จะไม่เคยวิจัย ทดลอง วิทยาศาสตร์จริงจังแบบที่ภากรทำอยู่แต่เธอเองก็เป็นเด็กเรียนดีคนหนึ่ง “แต่มันคงดีกว่าถ้าเรามีประสบการณ์ทำนั้นโน้นนี้ร่วมกับคนอื่น มีกิจกรรมผ่อนคลาย”

ชีวิตตอนโตมีเรื่องต้องคิด ต้องเครียดมากพออยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นอะไรที่เด็กชายตรงหน้าต้องเครียด จริงจังกับทุกเรื่องตั้งแต่วันนี้

“เรื่องนั้นพี่สโนว์ไม่ต้องห่วงครับ ผมมีกิจกรรมคลายเครียดของตัวเอง”

“บอกได้ไหมครับว่าเป็นกิจกรรมอะไร”เป็นครั้งแรกที่กวีณาเห็นอีกฝ่ายทำหน้าทะเล้น ยิ้มแบบเด็กจริงๆ

“ผมชอบเล่านิทานให้คนนั้นคนนี้ฟัง...”ภากรยักคิ้ว

“กิจกรรมคลายเครียดยังต้องคิดเยอะเลยค่ะ...ซันนี่”กวีณาส่ายหน้า ยกฝ่ามือทั้งสองข้างนวดๆ ถูๆ ขมับ

“ไม่ต้องคิดอะไรมากเลยครับ อะไรใกล้ตัวเล่าเป็นนิทานได้หมดเลย กระทะ ช้อนส้อม เตาไมโครเวฟ”

“ขนาดนั้นเลยหรือคะ...”

“ถามพ่อปกดูก็ได้”

ธิปกพยักหน้า

“เมื่อวันก่อน นิทานเรื่องชักโครก”

“ชักอยากจะฟังแล้วสิคะ นิทานของชักโครกมันเป็นยังไง”หญิงสาวเอียงคอ เผลอเอามือลูบหลังลูบไหล่เด็กชาย

“ผมก็พร้อมจะเล่าเหมือนกันนะครับ”ภากรละสายตาจากอ่างอนุบาลปลา

“อืม...แต่พี่ว่าเราเล่านิทานกันหลังท้องอิ่มดีไหมคะ”เผื่อนิทานชักโครกของภากรจะมีเรื่องชวนสยดสยอง “พี่ขอตัวไปทำอาหารเย็นดีกว่า”

“พี่สโนว์จะเข้าครัว”ภากรหน้าเหวอ อุทานเสียงหลงเรียกเสียงหัวเราะดังลั่นจากบิดา “ผมว่าอย่าเลยครับเหนื่อยเปล่าๆ”รสชาติจืดชืดฝีมือพี่สาวใจดียังติดอยู่ที่ปลายลิ้น

เหมือนมันจะจืดยิ่งกว่าน้ำลาย

“ถ้าพี่สโนว์ไม่ทำแล้วเราจะกินอะไรกันคะ”

“ง่ายมากๆ”ภากรหันไปหาธิปก ถามคำถามวัดใจฝ่ายนั้น “คุณพ่อรู้ใจผมใช่ไหมครับ ลูกผู้ชายเหมือนกันคงเข้าใจ”

ธิปกหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกง กดหมายเลขโทรออก
“สั่งพิซซ่าหน่อยครับ สองถาด”

หลังจากนิทานเรื่องชักโครกจบลง ไม่มีอะไรชวนสยดสยองเหมือนที่กวีณาคาดคิด แค่ชักโครกทะเลาะกับแปรงขัดจนท้ายที่สุดแล้วต้องโดนไล่ออกจากบ้านทั้งคู่ รถจักรยานยนต์ส่งอาหารก็มาจอดหน้าบ้าน สองพ่อลูกวิ่งแข่งกันออกไปรับ

“ก็แค่พิซซ่าจะดีใจอะไรหนักหนา”กวีณาย่นจมูก

ระเบียงบ้านทำหน้าที่แทนโต๊ะอาหาร นอกจากพิซซ่า ธิปกยังสั่งอาหารอื่นๆ มาเต็มรูปแบบ ไก่ทอด สลัด สปาเก็ตตี้ ทุกอย่างถูกฟาดจนเกือบเกลี้ยง ยกเว้นสลัดที่เหมือนเธอจะกินอยู่คนเดียว กวีณากินพิซซ่าเพียงหนึ่งชิ้น ไม่ได้รังเกียจอาหารแบบนี้แต่กลับไม่คุ้นชินกับมันเสียเลย

ตั้งแต่เด็กหญิงสาวมักจะคุ้นกับอาหารไทยๆ ผักหญ้า เมื่อโตขึ้นมาเมื่อมารู้จักกับอาหารแบบธรรมชาติ ปรุงแต่งน้อยๆ ถูกจริตและสุขภาพดี กวีณาแทบไม่ทานอาหารประเภทนี้

หญิงสาวมุ่งมั่น

ตั้งใจแน่วแน่จะหาทาง จุดร่วมตรงกลางให้พ่อลูกคู่นี้ทานอาหารร่วมกันกับเธอให้จงได้

“กินอะไรหรือยังซน...”กวีณาเบือนหน้าหนีจากภาพเอร็ดอร่อยต่างกันลิบลับกับเมื่อตอนมื้อเที่ยง สุนัขตัวเล็กที่นั่งสงบเสงี่ยม ขาหน้าไขว้กันแทบจะไม่กระดุกกระดิก

น่าจะชื่อหยิ่งมากกว่าซน

“พี่สโนว์อย่าไปชวนครับ เปลือง...”

“ไม่เป็นคู่หูกันแล้วเหรอคะ”

“เรื่องกินเรื่องใหญ่ครับ”ภากรยืนยันคำพูดนี้ด้วยกันหันไปทะเลาะกับพ่อ

ไก่ทอดชิ้นสุดท้ายเป็นชนวนเหตุแห่งการทะเลาะวิวาท ธิปกใช้ความสามารถส่วนบุคคลชิงความได้เปรียบกับลูกชาย ชิ้นไหนที่คุณพ่อหมายตาเอาไว้และไม่อยากโดนแย่งจะถูกโรยด้วยพริกป่นจนเปลี่ยนสี

สงครามอาหารจบลงด้วยทหารธิปกไม่สามารถขยับตัวไปไหนมาไหนได้เพราะส่วนเกินจะออกทางปาก พุงของทหารภากรที่กลมอยู่แล้ว เหมือนจะกลมขึ้นอีกซ้ำยังมวลหนาแน่น ทหารทั้งสองฝั่งอิ่มท้องทะลุพิกัดจนไม่สามารถสู้รบกันได้ เหลือรอดแค่กวีณาและซน

หญิงสาวและหมาตัวน้อยยังเคลื่อนไหวได้อย่างสบายๆ

“แล้วพิซซ่าอีกถาดละคะ”

“ไว้กินตอนกลางคืนครับ หรือไม่ก็เป็นอาหารรองเท้า เอ๊ย...รองท้องตอนเช้า”ภากรบอกแผนการ

“ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวพี่สโนว์ไปหาถุงใหญ่ๆ มาใส่ให้ดีกว่า”

“ใส่ถุงทำไมครับ เอาไปใส่กล่องแล้วแช่ตู้เย็นดีกว่า”

“จะได้ จะได้เอากลับบ้านยังงั้นค่ะ”กวีณาแกล้งหลงลืมความต้องการของสองพ่อลูก
ค้างคืน

“ไม่กลับบ้านครับ ถั่วงอกต้องการความดูแลอย่างใกล้ชิด”

“เดี๋ยวพี่สโนว์ดูแลให้อยากให้วัดอุณหภูมิ วัดขนาดแบบไหนสั่งมาได้เลยค่ะ เดี๋ยวพี่จัดให้”หญิงสาวจำกัดสายตาของตัวเองไว้เพียงเด็กชาย

ไม่กล้ามองธิปก

“พี่สโนว์ไม่เคยทำวิจัยมาก่อน เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากเลยนะครับ”

“ถ้าอย่างนั้นเอาถั่วงอกกลับไปทดลองต่อที่บ้านดีกว่าค่ะ อันเล็กๆ ขนย้ายง่าย”หญิงสาวกลัวนักที่จะผูกพันไปมากกว่านี้ “อีกอย่างบ้านของคุณปกกับซันนี่ก็อยู่ใกล้ๆ แค่นี้เอง”กวีณาหันไปมองที่ธิปก ฝ่ายนั้นมองเธออยู่ก่อนแล้ว

“พี่สโนว์เพิ่งบอกอยู่หยกๆ ว่าผมควรมีกิจกรรมคลายเครียด เพิ่งเล่านิทานไปเรื่องเดียวเอง”ภากรหน้าตาขึงขัง “แล้วผมก็อยากมี ประสบการณ์ค้างคืนกับสาวสวย คืนนี้นอนด้วยกันนะครับ”เด็กชายทำตาวิบวับ  กะลิ้มกะเหลี่ย ใบหน้ากลมๆ ซุกซบกับแขนสาวสวย

กวีณาใจละลาย
ฝีมืออ้อนของลูกชายแพรวพราวกว่าพ่อหลายเท่าตัว

“หรือถ้าพี่สโนว์เหนื่อย”มือป้อมทั้งบีบทั้งนวดลงบนบ่า เอาอกเอาใจ “นวดเสร็จเมื่อไหร่ ฮีโร่ซันนี่น้อยคนนี้จะช่วยเก็บจานชามเข้าบ้านเองครับ”ภากรทำตามที่พูดทุกประการ

เด็กชายบีบๆ นวดๆ ตามเนื้อตัวกวีณาเกือบสิบนาที ก่อนจะก้มๆ เงยๆ ขยันขันแข็งเก็บกวาดทำความสะอาดระเบียงบ้าน กวีณาเป็นหัวเรือใหญ่เก็บจานชามกองโต ภากรเก็บขยะ กล่องพิซซ่าและอาหาร  ซองซอส ซองพริกป่น มีหมาตัวน้อยเดินตามปิดท้าย

ขบวน...หมดโอกาสได้เห็นสายตายิ้มกริ่มของธิปก
หัวใจพองโตกว่าทุกวัน
ถ้าอรนิภา แม่ของภากรยังมีชีวิตอยู่ ภาพแบบนี้เขาคงมีโอกาสได้เห็นบ่อยๆ

เมื่อปล่อยให้อาหารสารพัดชนิดเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่ในท้อง ถึงเวลาชำระล้างทำความสะอาดร่างกาย กวีณาเลือกเสื้อและกางเกงตัวเล็กสุดออกจากตู้เสื้อผ้ายกพวกมันให้กับภากร แม้จะไม่พอดิบพอดีตัวเด็กชายแต่หญิงสาวเชื่อว่าในเร็ววันนี้ ภากรน่าจะเติบโตจนใส่มันได้พอดี

ธิปกต่างจากลูกชายตรงที่มีเสื้อผ้าอยู่หลายชุดให้เลือก แม้จะไม่เคยค้างคืนแต่บ่อยครั้งที่ชายหนุ่มขนเสื้อผ้าสำรองมาเก็บไว้ กวีณาเลือกเสื้อและกางเกงขาสั้นลายการ์ตูนเข้าชุด เพราะคุ้นเคยกับบ้าน และมีความสนใจหนึ่งเดียวคือถั่วงอก เด็กชายภากรจึงไม่กวนผู้ใหญ่อีก

เด็กชายกับสุนัขตัวโปรดนั่งล้อมถั่วงอกราวกับนั่งรอบกองไฟ

เหมือนพระจันทร์

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 34
    • ดูรายละเอียด
Re: ของหวาน...ของหัวใจ - บทที่ 5 หมู หมา ปลา เรา
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มีนาคม 08, 2014, 08:24:06 AM »
(อ่านต่อ)
“จะค้างคืนที่นี้จริงๆ เหรอคะ”กวีณากระซิบถามธิปก ข้างตัวหญิงสาวมีตะกร้าสานทรงกลมสีน้ำตาลใส่ไหมพรมและอุปกรณ์เย็บปักถักร้อย

“จริงสิ”ธิปกเปลือยอก สวมเพียงกางเกงยืดขาสั้นพอดีเข่า “ถ้าสโนว์ไม่เชื่อ เดี๋ยวผมเรียกซันนี่มาอ้อนอีกรอบ”ก่อนโดนจับอาบน้ำ ลูกชายอ้อนกวีณาชุดใหญ่ซุก ซบ บีบนวด

ให้หญิงสาวหอมแก้มฟรีไม่คิดมูลค่า

“ไม่ไหวแล้วค่ะ ซันนี่ทำให้สโนว์นึกว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิง”กวีณาอมยิ้ม

“นอกจากซันนี่”ธิปกคว้าข้อมือของหญิงสาวไว้มั่น “ผมไม่ยอมให้ผู้ชายที่ไหนทำแบบนี้กับสโนว์อีกแล้วนะ”

กวีณาหัวเราะ
“ผู้ชายที่ไหนจะยอมให้สโนว์หลอกด้วยต้นถั่วงอกละคะ”กวีณาเอียงคอมองเด็กชาย

“ลูกคนกับลูกหมานั่งมองถั่วงอกเหมือนนั่งดูสิ่งมหัศจรรย์ของโลก”ธิปกเปรียบเปรย “ขอบคุณนะสโนว์”

“ขอบคุณ ขอบคุณเรื่องอะไรคะ”

“วันนี้ซันนี่มีความสุขมาก”

“เจอกันวันแรกละมั่งค่ะ มาบ่อยๆ ก็เบื่อ”เจ้าของบ้านคาดเดา

“ถ้าอย่างนั้น ผมจะพาแกมาบ่อยๆ”ธิปกมั่นใจว่าจะไม่เกิดความรู้สึกนั้นกับภากร เหมือนที่เขาไม่เคยเบื่อหญิงสาวตรงหน้าเลยสักครั้ง

“ยินดีรับเลี้ยงค่ะ แต่ครั้งหน้าไม่ให้กินพิซซ่าสองถาดแล้วนะคะ”

“ไม่ให้กินพิซซ่า”ชายหนุ่มคิดหนัก ฝีมือทำกับข้าวของกวีณาน่ากลัวจริงๆ อย่างที่ลูกชายว่าเอาไว้ “ถ้าอย่างนั้น ผมกับลูกขอกินข้าวหมูคนละสองกล่อง ของผมพริกลูกโดดๆ เยอะ”

“ข้าวขาหมู...”หญิงสาวทำหน้าสยอง ไม่ได้ทานอาหารชนิดนี้มานานมากแล้ว “กินข้าวขาหมู สโนว์สั่งพิซซ่าหน้าผักรวมมิตรมาให้กินดีกว่าค่ะ”

“งานนี้ซันนี่ผอมแน่...”ธิปกมองลูกชาย หัวกลมๆ พอดีปากตะกร้าไม่สมดุลกับคอเล็กๆ ที่แทบจะมองไม่เห็น

กวีณากับธิปกนั่งอยู่ข้างๆ กัน ต่างฝ่ายต่างทำกิจกรรมที่ชอบ จนเวลาเกือบสามทุ่ม ภากรก็ทำลายความเงียบ

“พี่สโนว์มีเต็นท์หรือเปล่าครับ ผมง่วงนอนแล้ว”ภากรเตรียมตัวจะเป็นป่าไม้ อนุรักษ์สัตว์ป่าและธรรมชาติ ตั้งแต่กรรมวิธีการนอน

“เต็นท์หรือคะ...”เจ้าของบ้านงงงวย

“เต็นท์ที่เป็นรูปทรงสามเหลี่ยมทำจากผ้าใบ”ภากรทำมือประกอบ “ผมต้องนอนในเต็นท์ครับ ถึงจะหลับสนิท เมื่อคืนก็ไม่ได้นอน คอยพ่อปกนานไปหน่อย เผลอหลับบนเตียงพ่อปกเลย”

“บ้านพี่สโนว์ไม่มีหรอก...ซันนี่”ธิปกตอบแทนหญิงสาวที่ทำหน้าหนักใจ

“ผมจะนอนหลับไหมนี่...”เด็กชายนักทดลอง ง่วงแล้วงี่เง่าไม่แพ้ใคร
กลับคืนสู่สภาพความเป็นเด็กอีกครั้ง

“ถ้าพี่สโนว์ไม่มีเต็นท์ แต่มีอะไรบางอย่างที่คล้ายๆ กัน ซันนี่จะหลับสนิทเลยใช่มะ”

“แน่นอนครับ พี่สโนว์”

“จัดปาย...”

ห้องนอนที่กวีณาเคยอยู่เพียงลำพัง มีเส้นเชือกฟางระโยงรยางค์ ผูกมัดไว้กับผ้าขนหนูสารพัดสีกั้นเป็นอาณาเขตคล้ายทำห้องเล็กๆ ซ้อนในห้องอีกที

“เต็นท์ในแบบของพี่สโนว์เองค่ะ คุณปกช่วยเอาผ้าผืนนี้คลุมเป็นหลังคาที “กวีณาขอความช่วยเหลือคนตัวสูงกว่า “ตอนเป็นเด็กพี่สโนว์ชอบเล่น “บ้าน”ค่ะ แล้วแม่ก็ทำแบบนี้ให้”

“เป็นเต็นท์ที่สร้างสรรค์มากเลยครับ ถ้าอยู่ในป่าจริงๆ ก็ต้องรู้จักประยุกต์แบบนี้”ภากรตบเข่าตัวเอง “แต่ตอนนี้ผมง่วงมาก”เด็กชายหัวกลมตาปรือ”ขอเข้าป่าไปอยู่ในเต็นท์ก่อนนะครับ”

“ฝันดีนะครับ...คุณพ่อและแฟนคุณพ่อ”



ฝันดีหรือเปล่า...



กวีณาจำได้เพียงตัวเองตื่นนอนเพราะเสียงตะกายประตูของสุนัขตัวน้อยที่นอนอยู่นอกห้องลำพัง ภากรลุกขึ้นก่อนใครแต่เหมือนเด็กชายงัวเงียเหลือเกิน หญิงสาวพยายามลืมตาพาทั้งลูกหมาและลูกคนทำธุระส่วนตัว มาตื่นจริงก็ตอนที่ได้ยินเสียงภากรร้องลั่นห้องน้ำ

“ซันนี่ คุณซันนี่เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”หญิงสาวทั้งหมุนลูกบิดและทุบประตู ธิปกที่อยู่ในห้องน้ำอีกห้องตามมาเป็นกองสมทบ “เปิดประตูค่ะ หรือจะล้มเปิดประตูไม่ได้”กวีณาละล่ำละลัก

“สโนว์ไปเอากุญแจสำรองมาดีกว่า เพื่อนายซันนี่หกล้มขาแข้งหัก”ธิปกบัญชาการ ลูกชายที่น้ำหนักเกินกว่าวัยไปหลายกิโลกรัมมีความเป็นไปได้สูงว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

“ได้ค่ะได้”กวีณาเอ่ยคำติดปาก แต่ยังไม่ทันที่จะก้าวขาประตูห้องน้ำก็เปิดออกมา

“ซันนี่”กวีณาและธิปกพร้อมใจกันเรียกชื่อเด็กชาย คนกรีดร้องลั่นบ้านไม่มีสิ่งใดผิดปกติ ยกเว้นแววตาใต้กรอบแว่นมันดูจริงจัง มุ่งมั่นซ่อนอะไรบางอย่างเอาไว้

เหมือนสายลับค้นเจอปริศนาสำคัญ

“เพราะความจริงมีเพียงสิ่งเดียว...”ภากรทำท่าทางเลียนแบบนักสืบเด็กของการ์ตูนเรื่องดัง “พี่สโนว์ซ่อนเห็ดไว้ในห้องน้ำ”

“ซ่อนเห็ด”กวีณาหน้าเหวอ หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง “พี่สโนว์ปลูกเห็ดไว้ในห้องน้ำค่ะ ไม่ได้แอบไม่ได้ซ่อนอะไร เห็ดเขาตอนปลูกในความมืดชื้นนิดหนึ่ง”

เผื่อเป็นการยืนยันถึงความบริสุทธิ์ใจ เห็ดนางฟ้าขาวอวบจากในห้องน้ำกลายเป็นวัตถุดิบสำคัญของมื้อเช้า กวีณาปลดปล่อยเครื่องปรุงรสออกจากที่คุมขัง ตัดสินใจทำอาหารปกติต่างจากมือแรก

เกรงนักว่าจะถูกสองพ่อลูกมองเมินเหมือนเมื่อวาน
เธอยังมีเดิมพันที่แพ้ไม่ได้เป็นพิซซ่าถาดใหญ่อยู่ในตู้เย็น
หลอกหล่อให้สำเร็จในเบื้องต้น แล้วค่อยๆ เบามือในภายหลัง
กวีณาไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าความคิดแบบนี้เป็นความคิดของแม่บ้าน
แม่ของลูก...

แม่ครัวพยายามชุบแป้งเห็ดนางฟ้าให้บางที่สุด กินคู่กับน้ำจิ้มไก่ที่กวีณามองเมินมันทุกครั้ง เมนูสลัดที่เมื่อวานพ่อลูกสองคนมองข้าม ไม่รู้ไม่ชี้ หญิงสาวเรียกความสนใจด้วยการวางกระถางผักสลัดบนโต๊ะ เด็ดผักสลัดๆ สวยจากต้นลงจานได้ทันที กวีณาอุ่นพิซซ่าในไมโครเวฟเป็นลำดับสุดท้าย นึกอยากเร่งความร้อนให้พิซซ่าไหม้

“พี่สโนว์ปลูกเห็ด ปลูกผักนี่เองได้ด้วย”ภากรหมุนกระถางสีน้ำตาลกลางโต๊ะ

“ใช่ค่ะ ถั่วงอกนี่เด็กๆ”

“ต้องฝากตัวเป็นศิษย์ซะแล้ว”ภากรหยิบเห็ดชุบแป้งทอดเข้าปาก

“ค่าเล่าเรียนแพงนะคะ”กวีณาแสร้งขู่ แทบจะไม่แตะอาหารอื่นใดนอกจากสลัด

“ไม่มีอะไรแพงไปกว่าค่าตัวของพ่อปกหรอกครับ ผมยกพ่อปกให้พี่สโนว์แล้ว”คนพูดไม่ยอมเงยหน้า วุ่นวายอยู่การกิน

ผู้ใหญ่สองคนมองกันไปมา ส่งยิ้มแห้งๆ ให้กัน
กวีณาเป็นฝ่ายหลบสายตา
เด็กชายพูดถูกต้องทุกประการ สำหรับเธอไม่มีอะไรจะแพง จะมีค่ามากไปกว่าธิปก

“ซันนี่...คุณย่าโทรมา”ชายหนุ่มหยิบมือถือออกจากกระเป๋ากางเกง

“นายแฟ๊บกับนายฟูอยากเล่นน้ำหรือครับ...”ธิปกเอ่ยถึงหลานชายฝาแฝด ลูกชายของน้องสาวคนรอง ก่อนจะหันไปถามลูกชาย “น้องอยากไปเล่นน้ำที่สระ รอซันนี่อยู่ไปไหม”

“ไปก็ได้ครับ”เด็กชายตอบบิดาด้วยสีหน้านิ่ง “ผมมีหน้าที่พี่ชายให้ต้องรับผิดชอบ”
ว่ายน้ำหรือจะสู้ผักหญ้า ถั่วงอกได้
แต่มันจำเป็นต้องทำ

“ครับคุณแม่...อีกสองชั่วโมงผมน่าจะกลับถึงบ้าน”ธิปกก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ รับคำปลายสายอีกสองสามอย่าง ก่อนวางสาย

“ดีมากครับซันนี่ กลับไปทำหน้าที่พี่ชาย”กวีณายกนิ้วโป้งให้เด็กชายแต่ภายในใจโหวงเหวง

ตามปกติวันอาทิตย์ทั้งวันเคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับธิปก หญิงสาวกล่อมเสียงเรียกร้องภายในใจให้สงบโดยเร็ว สัปดาห์นี้เธอเอาเวลาวันเสาร์มาเป็นของตัวเองแล้ว

ต้องยอมรับ....
ตัวเธอเองไม่มีฐานะใดในครอบครัวของเขา

ภากรขนตะกร้าปลูกถั่วงอกขึ้นรถไปวิจัยทดลองต่อที่บ้าน ตามติดมาด้วยกรงสุนัขคู่หู ลูกปลาตัวเล็กตัวน้อยที่อยู่ในอ่างโดนจับใส่ถุง

“เหมือนปลาในแกงจืดมีชีวิต”ภากรเปรียบเปรย


“ขับรถดีๆ นะคะ...คุณปก”กวีณาตามมาส่งถึงหน้าบ้าน

“คุณพ่อขับรถดีอยู่แล้วครับ...พี่สโนว์ วันนี้มีตั้งหลายชีวิต ชีวิตผม ชีวิตถั่วงอก ชีวิตลูกปลา”

“จ้า...”หญิงสาวอดไม่ได้จริงๆ ที่จะหอมแก้มชายหนุ่มตัวน้อยเป็นการเอ่ยล่ำลา
จะได้เจอกันอีกไหม

“ขอผมแบบนี้บ้างสิ”ธิปกชี้ไปที่แก้มของตัวเอง

“ไม่ค่ะ คุณปกน่ารักน้อยกว่าซันนี่เยอะเลย”

ธิปกเขยิบตัวเข้าใกล้หญิงสาว เห็นอะไรแวบๆ ที่หางตาจากบ้านข้างเคียง ชายหนุ่มได้ใกล้ชิดหญิงสาวพร้อมมองคนแอบดูได้เต็มที่

สืบภพ

“ไม่อยากหอมแก้มอำลาเพราะอยากให้ผมจูบมากกว่าใช่ไหม”ธิปกเชยคางอีกฝ่าย ปากพบกับริมฝีปาก ไม่สนใจเสียงโห่ร้องของลูกชาย

ประทับตีตราจองอวดความเป็นเจ้าของกับแมวขโมยข้างบ้าน

“คุณปก...”กวีณาเสียงสูง

“เดี๋ยวเจอเราสองคนอีกเร็วๆ นี้นะครับ”ธิปกกอดคอลูกชาย พ่อลูกช่วยกันโบกมืออำลากวีณา

“แล้วเจอกันค่ะ...”

หญิงสาวมองยานพาหนะของธิปกจนลับสายตา หมุนตัวเดินกลับเข้าบ้าน ตั้งใจจะสะสางงานที่ค้างเอาไว้ ความว่างเปล่าทับซ้อนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงข้ามคืน กวีณาเห็นภากรนั่งอยู่ตรงโน้นตรงนี้  ได้ยินเสียงหัวเราะและพูดคุยของเด็กชาย

สองพ่อลูกที่เพิ่งเอ่ยคำอำลา
ไม่ได้เอาไปแค่ตะกร้าปลูกถั่วงอกและลูกปลาตัวเล็กตัวน้อย


มะร่อแร่

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 29
    • ดูรายละเอียด
Re: ของหวาน...ของหัวใจ - บทที่ 5 หมู หมา ปลา เรา
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 09:16:12 PM »
โธ่....สโนว์วี่ จะสุขก็สุขไม่สุด จะทุกข์ก็ไม่ทุกข์เสียทีเดียว

ชีวิตหญิงงามมันช้ำอย่างนี้ สู้ๆ นะนู๋จ๋า


คำตกค่ะ ข้าวหมู----ข้าวขาหมู

มาเรื่อยๆ ชิลๆ ก็ 5 บทเข้าไปแล้วนะคะ ไม่รู้ว่าคุณเหมือนพระจันทร์เขียนสต็อกไว้หรือเขียนสด
เอาใจช่วยให้เขียนให้จบนะคะ ช่วยล้างอาถรรพ์ให้นักข่าวที ฮ่าๆๆๆ

เหมือนพระจันทร์

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 34
    • ดูรายละเอียด
Re: ของหวาน...ของหัวใจ - บทที่ 5 หมู หมา ปลา เรา
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 10:15:22 PM »
ไม่มีสต็อกตุนเลยค่ะ
ด้นสด
ขอบคุณนักข่าวนะคะ