ผู้เขียน หัวข้อ: แถวนี้มีเสี่ยไหมคะแม่ >>>ฉันมีเมียแล้ว<<<  (อ่าน 233 ครั้ง)

รัญชิดา

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 260
    • ดูรายละเอียด
แถวนี้มีเสี่ยไหมคะแม่ >>>ฉันมีเมียแล้ว<<<
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2021, 10:08:05 PM »


ชีวิตหลังการจดทะเบียนสมรสของปวินท์และกรวีร์ผ่านมากว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว ทั้งคู่ปรับตัวเข้าหากันได้ดีมากขึ้น แม้ว่าจะมีหลายเหตุการณ์ที่ชวนให้ใจสั่นอยู่บ้าง แต่ก็ต่างคนต่างแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เนียนๆ ไปจะได้ไม่เขินกันเอง

ทุกวันนี้นอกจากดูแลคุณปรารถนากับประภามนท์ แม่และน้องสาวของสามีกรวีร์ก็มีอีกหนึ่งงานประจำ นั่นคือการส่งอาหารกลางวันให้ปวินท์

เนื่องจากความสัมพันธ์ที่จงใจทำให้เปิดเผย คำพูดเกี่ยวกับเมียเสี่ยไปป์จึงเลื่องลือไปทั่วทั้งจังหวัด การเกี่ยวดองอย่างฉับพลันครั้งนี้สร้างผลประโยชน์ให้เจ๊หวีอีกทาง เพราะใครๆ ก็ต่างอยากเห็นโฉมหน้าของเมียเสี่ยสักครั้ง ปวินท์ค่อนข้างพอใจที่มันเป็นอย่างนั้น กรวีร์เป็นเมียที่ดีเกินคาด ชายหนุ่มไม่คิดเสียดายเงินที่จ่ายให้เจ๊หวีไปเลย แค่คิดถึงกับข้าวที่เธอเอามาส่งให้ทุกวันก็คุ้มแล้ว

เช้าวันนี้ปวินท์ออกจากบ้านแต่ไม่ได้ไปทำงานอย่างที่บอกภรรยาไว้ เขากับทัชพลไปติดตามความคืบหน้าของคดีกับสารวัตรวรวิชที่โรงพัก พอเจอหน้ารุ่นพี่ สารวัตรหนุ่มก็ยิ้มกว้าง

“ไม่พาพี่สะใภ้มาแนะนำให้ผมรู้จักบ้าง”

“อย่าหาเรื่องปวดหัวเลยสารวัตร แต่ถือว่าข่าวไวใช้ได้นะ” ปวินท์ยิ้ม ก่อนนั่งลงและถามเข้าเรื่อง “มีอะไรคืบหน้าบ้างไหม”

สารวัตรหนุ่มลุกขึ้นมาเปิดภาพในกล้องวงจรปิดที่บันทึกไว้ได้ในคืนเกิดเหตุให้ปวินท์กับทัชพลดู

“ผมเริ่มตามรอยคนร้ายจากโรงแรมในคืนวันงาน เพราะเป็นไปได้ว่ารถของคุณตรัยอาจจะถูกตัดสายเบรกที่นั่น แต่มุมที่คุณตรัยจอดรถมันค่อนข้างอับ กล้องตัวอื่นก็ไม่สามารถจับภาพได้ นี่คือมุมที่ดีที่สุดก็อย่างที่เห็นครับ ภาพไม่ชัดเจนเลย” สารวัตรชี้นิ้วไปที่มุมหนึ่งของภาพ “แต่พี่ไปป์กับพี่ทัชดูนี่นะครับ จากกล้องตรงนี้ทำให้เราเห็นคนที่เข้าออกในลานจอดรถทั้งหมด ผมนั่งดูแล้ว คืนนั้นคนที่มางานจอดรถเสร็จก็เดินเข้างานตามปกติ จะออกมาอีกทีก็ตอนกลับ ยกเว้นสามคนนี้”

สารวัตรเลื่อนภาพให้ไวขึ้น

“คุณชิตเป็นคนแรกที่เดินออกมา แต่พี่ไปป์ลองดูเวลานะครับ ออกและกลับเข้าไป คุณชิตใช้เวลาเร็วมากจนไม่น่าจะเพียงพอสำหรับตัดสายเบรกรถสักคันหนึ่งได้ อีกคนคือคุณนิด เวลาเข้าออกของเธอก็ไม่ต่างจากพี่ชาย”

“สารวัตรกำลังจะบอกว่าสองคนนี้ไม่น่าใช่คนร้าย” ปวินท์เลิกคิ้วถาม

“ดูจากระยะเวลาแล้ว ไม่น่าใช่ครับ”

“แล้วคนสุดท้ายล่ะ” ทัชพลถามบ้าง

“ครูหลินครับ”

“ครูหลิน!” สองหนุ่มอุทานออกมาพร้อมกัน ก่อนทัชพลจะทำหน้าเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้

“คืนนั้นครูหลินลุกหายไปจากโต๊ะนานอยู่นะ นายกครองยังบ่นเลย พอกลับมาทั้งหมดก็ขอตัวกลับบ้าน”

“พอครูหลินออกมาที่ลานจอดรถ สักพักก็มีมอเตอร์ไซค์ขับวนเข้ามาแล้วขับออกไปคล้ายกับมาดูลู่ทาง แต่ข้อมูลแค่นี้เราคงยังสรุปอะไรไม่ได้นะครับ มันแค่กระชับพื้นที่ในการสืบสวนให้แคบลง”

แปลง่ายๆ ก็คือยังจับมือใครดมไม่ได้ ปวินท์นั่งถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม

“คราวนี้เรามาดูประเด็นทางลูกหนี้กันบ้าง จากบัญชีรายชื่อที่พี่ไปป์คัดมาไม่มีใครติดหนี้แม่พี่มากจนต้องฆ่าแกงกันเลยนะครับ”

“อืม...เท่าที่รู้ก็มีอยู่แค่นั้น แต่ไม่รู้ว่าแม่พี่จะซุกลูกหนี้ไว้ไหนอีกบ้าง”

“ผมอยากถามอีกที พี่ไปป์สงสัยใครไหมครับ” สารวัตรคาดคั้น

ปวินท์มองหน้าทัชพลราวกับจะปรึกษา พอเพื่อนพยักหน้า เสี่ยหนุ่มจึงพูดออกมา “ก่อนสิ้นใจตรัยเตือนให้ระวังนายกครองวิทย์ เป็นไปได้ไหมว่าเรื่องทั้งหมดจะเป็นฝีมือนายกครอง”

“เหตุผลล่ะครับ คุณตรัยได้บอกไหม”

ปวินท์นิ่งก่อนส่ายหน้า

“ตอนนี้คนร้ายเป็นไปได้ทั้งนั้นนะครับ ถ้าเรารู้ว่าเขามีแรงจูงใจในการก่อเหตุ อย่างนายกครองเราสงสัยเขาได้จากคำพูดคุณตรัย แต่จู่ๆ เราจะเดินไปยัดข้อกล่าวหาให้เขาโดยอ้างคำพูดคนที่เสียชีวิตไปแล้วไม่ได้นะครับ ถ้า...พี่ไปป์สงสัยนายกครอง มันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เสียทีเดียว”

สารวัตรพยายามชี้แจงอย่างใจเย็น

“อันนี้เราคุยกันส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับรูปคดีนะครับ เรามองไปที่ผลประโยชน์ที่นายกจะได้รับ ในกรณีถ้าแม่กับน้องสาวของพี่ไปป์เสียชีวิต ลูกสาวคนเดียวของนายกมีสิทธิ์จับพี่ได้สบายๆ โดยไม่มีใครขัดขวาง เพราะเขาก็ส่งลูกชายแยกตัวครูหลินจากพี่ไปแล้ว”

“พี่ไม่เคยคิดอะไรกับคุณนิด” ปวินท์รีบส่ายหน้าปฏิเสธ

“แต่คุณนิดเขาคิดอะไรกับแก” ทัชพลแย้ง

“ฉันมีเมียแล้ว”

“อันนั้นผมรู้ครับ” สารวัตรยิ้มอย่างเข้าใจแล้วหันไปพูดกับทัชพล “ท่าทางพี่ไปป์จะเกรงใจพี่สะใภ้จังเลยนะครับ”



++++++++++++++++++++++++++++++

อย่าเรียกว่าเกรงใจ เสี่ยเขาแค่ใส่เกียร์มัวรอไว้เฉยๆ

ลูกเขยฉันออกจะน่ารักวอนสารวัตรอย่าแซวเยอะ



อัปมาทันกันแล้วก็ไปพร้อมๆ กับที่เด็กดีและรี้ดอะไรต์นะคะ ^^