ผู้เขียน หัวข้อ: A LOVE'S CONCERTO เสียงประสานแห่งรักนิรันดร์ : ตอนที่ 2  (อ่าน 782 ครั้ง)

ฮาบีบี้

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 39
    • ดูรายละเอียด
คุยก่อนอ่านงับ

สวัสดีง้าบบบบบ... ตอนนี้กว่าจะคลอดมาได้ มีอุปสรรคคือตัวเอง และงาน งาน งาน ซึ่ง งานเข้าตลอด จนหมดแรง ที่ผ่านมาเลยได้แต่นั่งอ่านตาปริบๆ ที่สำคัญมันติดอยู่ที่ชื่อพระเอก คิกไม่ออกว่าจะให้ชื่ออะไร ชื่อ ราเมศ ลิเกไปหน่อย เหมาะกับอีกเรื่องหนึ่ง ก็เลยให้ชื่อ กรณ์ มันก็น่าจะลงตัวแล้วนิ แต่ก็ไม่ลงอยู่ดี คิดไปคิดมา เอาวะ ให้ชื่อ ก้องตะวัน ไปเอาชื่อมาจากอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งแต่ได้หน้าเดียวก็ดองในไห ถึงได้มีความรู้สึกว่า เออ... ค่อยใช่ชื่อที่ตามหาหน่อย (ผู้ช่วยบก.ที่เคยตรวจต้นฉบับให้ฮาก็ชื่อพี่ก้อง เหมือนกับมีความแค้นน้อยๆ เลยให้พระเอกชื่อก้องตะวัน เอ้ย ไม่ใช่ๆ ไม่ได้แค้นอะไรเลย เซเลปอย่าไปฟ้องพี่ก้องนะ - -) สุดท้ายชื่อพระเอกเลยมาลงตัวที่ก้องตะวัน ลูกชายเจ้าของรีสอร์ทที่เคยถูกชินานางดูถูก ก๊ากกกก มันเรื่อง เสียงประสานแห่งรัก แล้วทำไม มันมีกลิ่นนิยายตบจูบอะ อะนะ พระเอกและนางเอกเรื่องนี้ยังมีเรื่องที่คนแต่งไม่รู้อีกเยอะ เอ้ย ไม่ใช่ ยังมีอะไรอีกเยอะ ที่คนอ่าจะต้องเดาถูกแน่ๆ อิ อิ อิ


เพลงรักสองเรา ตอนที่ 2 : คุ้นหน้า

ก้องตะวันทายาทเจ้าของอรุณรุ่งรีสอร์ทก้าวเท้าออกมาจากทางเดินที่พัก ตั้งใจหาข้าวเช้ากินที่ร้านอาหารของเกสเฮาส์ เสียงท้องร้องโครกคราก เขากำลังหิวจนท้องไส้ปั่นป่วน นี่ถ้าเขาอยู่บ้านป่านนี้คงนั่งกินข้าวเช้าและกางหนังสือพิมพ์อ่านอย่างสบายอกสบายใจไปแล้ว แต่เพราะมารดาเจ้ากี้เจ้าการจะให้ดูตัวกับบุตรสาวของเพื่อนในสมาคมแม่บ้านในวันนี้ เขาเลยต้องรีบเผ่นออกจากบ้านทันทีที่สบโอกาสตั้งแต่เมื่อวาน และตอนนี้ก็กำลังหิวมากจนแทบจะกินช้างได้ทั้งตัว แต่แทนฟ้าจะส่งหมู เห็ด เป็ด ไก่ มาให้ ฟ้าดันส่งหญิงสาวร่างเล็กบอบบางมาให้แทน

เธอวิ่งมาชนเขาแต่ดันเป็นฝ่ายล้มก้นจ้ำเบ้าไปกองกับพื้นเสียเอง เขากอดอกยืนมองท่าทางลุกลี้ลุกลนหันซ้ายหันขวาของเธอ กับชายหนุ่มอีกคนที่วิ่งตามมา เธอโอดครวญพยายามพยุงตัวเองลุกขึ้นจากพื้น แต่สุดท้ายก็นั่งพับกับพื้นตามเดิม มือบางบีบเค้นข้อเท้าขวา ส่งเสียงร้องโอดโอย พร้อมกับเสียงชายหนุ่มที่วิ่งตามมา เขาคาดว่าทั้งคู่คงรู้จักกัน แต่ท่าทางของเธอเหมือนไม่ค่อยอยากจะเจอผู้ชายคนนั้นเท่าไร

“มา ผมช่วย”

เขากำมือรอบแขนเรียวดึงหญิงสาวเจ้าของร่างเล็กขึ้นมา เธอสะบัดมือเขาแล้วร้องโอดโอยเพราะเจ็บข้อเท้าไม่ต่างจากเด็กๆ เขาเลยตวัดแขนอุ้มเจ้าของร่างเล็กไว้ เธอตกใจดิ้นกุกกัก มือไม้ไม่อยู่สุข ทั้งผลักทั้งตี เขาเลยขู่เสียงเย็นว่า

“อยากเจ็บแค่ข้อเท้าอย่างเดียวก็อยู่นิ่งๆ แต่ถ้าไม่ก็ดิ้นซะ ผมจะได้โยนคุณลงไปกองกับพื้นเหมือนตอนที่คุณเป็นคนวิ่งทะเล่อทะล่ามาชนผมเอง”

เท่านั้นละ หญิงสาวที่เขาอุ้มอยู่ถึงกับเงียบกริบ เลิกดิ้นเลิกทุบตีเขาในทันที ทว่ากำลังมีปัญหาใหม่ตามมา ชายหนุ่มที่เดินตามเธอมา ปรี่เข้ามาไม่ถามไถ่ก็ซัดเขาหนึ่งหมัด ชี้หน้าแล้วบอกให้ปล่อยผู้หญิงที่เขาอุ้มอยู่

“ปล่อยนางเดี๋ยวนี้นะ!”

“ปล่อย?”

ก้องตะวันหรี่ตามองชายหนุ่มที่ปล่อยหมัดใส่ตนเองแล้วก้มมองหญิงสาว เธอสั่นหน้าส่งสัญญาณไม่ให้ทำตามอีกฝ่าย แล้วเขาก็เพิ่งรู้ว่าผู้หญิงที่ตัวเองกำลังอุ้มอยู่คือหญิงสาวที่นำอาหารมาเสิร์ฟเมื่อคืนนี้ และที่สำคัญเขารู้สึกคุ้นหน้าเธออย่างบอกไม่ถูก เหมือนกับเคยพบที่ไหนมาก่อนแต่คิดไม่ออก แต่ที่เขาไม่รู้คือระหว่างสองคนนี้มันอะไรกัน ทำเขาต้องซวยถูกคนไม่รู้จักประเคนหมัดให้ด้วย

“เอ้า อยากให้ปล่อยก็ปล่อย”

พูดจบก็ค่อยๆ ปล่อยหญิงสาวลงเท้าแตะพื้น แต่มันช่วยไม่ได้ในเมื่อข้อเท้าเธอเจ็บ จึงไม่สามารถเดินไปหาอีกฝ่ายได้ เลยต้องบอกให้คนที่ปล่อยหมัดใส่เขาเมื่อครู่มารับเธอ

“ปล่อยแล้วก็มารับเธอซะสิ”

“อย่าเข้ามานะ!”

เขาพูดไม่ทันขาดคำ เจ้าของร่างบางเอ่ยสวนขึ้นทันใด เธอไม่ได้บอกเขา แต่บอกกับผู้ชายอีกคนที่กำลังเดินเข้ามา

“ฉันไม่ไปกับเขา ไม่ต้องบอกให้เขาเข้ามา!”

เธอกระตุกแขนเสื้อเขาแล้วกัดฟันพูด เขาสบตาคนตัวเล็กชั่งใจอยู่ครู่ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจได้ เธอก็ถูกอีกฝ่ายกระชากไปเสียแล้ว

“เจ็บนะ!”

หลังจากปล่อยหญิงสาวแล้ว ก้องตะวันลูบๆ คลำๆ สันกรามที่ถูกซัด ยืนนิ่งกอดอกมองเธอพยายามแกะมือของอีกฝ่ายออกจากแขน แต่ท่าทางมือเหนียวอย่างกับมือกาว เขาเดาว่าเธอคงไม่สามารถแกะมือของอีกฝ่ายออกได้ง่ายๆ นอกจากหาเครื่องทุ่นแรงจำพวกชะแลงมาช่วยงัด ถึงจะแงะมือของฝ่ายนั้นได้

“ถ้าเจ็บก็เก็บของแล้วกลับไปกับเราสิ”

“ไม่ไป!”

“ไม่ได้นะ นางต้องกลับไปกับเราสิ ถ้านางไม่กลับไปแล้วใครจะสอนนักเรียนล่ะ จะให้เราสอนแทนไม่เอาหรอกนะ”

“ทำได้สิ ทำไมจะทำไม่ได้ ตอนนายหนีไปเที่ยวกับผู้หญิงอื่น ฉันยังสอนเด็กแทนนายได้เลย แค่ฉันไม่อยู่แค่นี้นายก็ต้องสอนแทนได้เหมือนกัน”

“โห... ไม่เอาหรอก เด็กๆ ของนางทั้งดื้อทั้งซน เราสอนไม่ได้หรอก”

“ไม่!”

“ทำไมล่ะนาง อุตส่าห์ตามมาง้อถึงนี่แล้วนะ ยังจะงอนอยู่อีกเหรอ หายงอนสักทีเถอะนะ... นะ... แล้วกลับไปด้วยกันเถอะนะ เรารักกันไม่ใช่เหรอ เรื่องนิดๆ หน่อยๆ อย่างอนนานเลยมันไม่ดีหรอก”

ที่แท้ก็คนรักทะเลาะกัน ฝ่ายชายคงทำอะไรสักอย่างจนผู้หญิงงอนเข้า ถึงได้ตามมาง้อ ส่วนฝ่ายหญิงก็เล่นแง่ พวกอาร์ตตัวแม่ก็อย่างนี้ล่ะ ลองได้งอนแล้วไม่มีทางหายง่ายๆ นอกจากพวกเธอจะได้ของหรืออะไรสักอย่างที่น่าพอใจ ก้องตะวันเหยียดยิ้ม ยิ่งอยู่นานท้องยิ่งร้อง แทนที่เขาจะอยู่ดูคนรักงอนง้อกัน เขาควรจะอยู่ที่ร้านอาหารนั่นมากกว่า และมื้อเช้าก็ควรตกถึงท้องเขาได้แล้ว

เขาเดินเลี่ยงออกมาเงียบๆ ปล่อยให้คนสองคนเคลียร์กันเอง ถึงจะรู้สึกคุ้นหน้าเธออยู่บ้าง นั่นอาจเพราะเขาคงเคยเดินสวนกับเธอที่ไหนมาก่อน แต่อย่างไรเขาก็คือคนนอก หากมีใครต้องไปก็ควรเป็นเขา ทว่าเดินพ้นมาไม่ถึงสองก้าวต้องชะงักเท้าหันกลับมามองมือบางที่ดึงชายเสื้อเขาไว้แล้วถามหญิงสาวด้วยเสียงแข็งๆ

“ทำบ้าอะไรของคุณ”

“ฉันไม่ให้คุณไป ถ้าจะไปก็ต้องพาฉันไปด้วย”

“อะไรนะ!”

ได้ยินหญิงสาวพูดถึงกับหน้าเหวอ มันบ้าอะไรกัน เธอตัวติดกับเขาตั้งแต่เมื่อไร เขาจะไปไหนต้องพาเธอไปด้วย พูดไม่คิดแบบนี้หาเรื่องให้เขาเดือดร้อนแล้วไหมล่ะ

“พูดเป็นเล่น คุณจะไปกับผมได้ยังไง รู้จักกันไม่ใช่ ไปกับคนแปลกหน้าไม่กลัวหรือไง นู้น ไปกับคนรักของคุณไม่ดีกว่ารึไง” พูดพลางดึงชายเสื้อจากมือเธอ

“ไม่ไป ถ้าต้องไปกับคนพรรค์นั้นสู้ให้ฉันไปกับคนแปลกหน้าอย่างคุณยังจะดีกว่า”

“สติดีอยู่หรือเปล่าไปกับคุณไม่รู้จักอย่างผมนี่นะ”

“ไม่หรอก ฉันกับคุณรู้จักกันแล้ว”

“ตอนไหน” เขาถาม

“เมื่อคืนไง เมื่อคืนฉันเอาอาหารไปเสิร์ฟคุณ แค่นั้นก็ถือว่าพวกเรารู้จักกันแล้วล่ะ”

“คุณก็มั่วนิ่มพูดเรื่อยเปื่อยไปได้ แค่นั้นมันยังไม่เรียกว่ารู้จักกันเลยด้วยซ้ำ อย่ามาพยายามชักแม่น้ำทั้งห้าให้ยอมพาคุณด้วยเลย”

“ก็ได้ ถ้าเมื่อคืนนี้ยังไม่เรียกว่ารู้จักกัน งั้นเราก็มาทำความรู้จักกันตอนนี้เลยก็ได้ ฉันชินานาง พรหมพิริยะธาดา... แล้วคุณล่ะ...”

“ผมเหรอ...”

ก้องตะวันนิ่งไปอึดใจเมื่อได้ยินชื่อของหญิงสาว ถ้าได้ยินชื่อเพียงอย่างเดียว เขาอาจไม่รู้สึกอะไร เพราะเชื่อว่าคนเรามีสิทธิ์ชื่อเหมือนกันได้ แต่นามสกุลของเธอ... ถึงจะเคยได้ยินว่ามีคนที่บังเอิญมีชื่อและนามสกุลเหมือนกัน แต่ก็เพียงหนึ่งในล้านเท่านั้น และที่สำคัญเขาจำชื่อนี้ได้ไม่มีวันลืม

‘ชินานาง พรหมพิริยะธาดา’

ทำให้เขาหวนคิดถึงคืนที่มารดาชักชวนไปงานเลี้ยงของสมาคมแม่บ้านประจำจังหวัด ที่งานคืนนั้นมารดาตั้งแนะนำเขาให้รู้จักกับบุตรสาวของเพื่อนในสมาคมแม่บ้านที่หมายมั่นปั้นมือจะให้เป็นคู่ชีวิตของเขา นั่นก็คือบุตรสาวของครอบครัวพรหมพิริยะธาดา แต่เพราะความบังเอิญที่ทำให้เขาเห็นแม่กับลูกของบ้านพรหมพิริยะธาดาทะเลาะกันที่ลานจอด ตอนที่เขาอาสากลับมาเอาของให้มารดา เขายังจำได้ไม่ลืมว่าคืนนั้นเธอพูดถึงเขาไว้อย่างไร

เธอว่าเป็นผู้ชายอัปลักษณ์ไม่ได้เรื่อง เป็นลูกแหง่ ไร้น้ำยา กับอีแค่หาเมียเองยังหาไม่ได้ ต้องให้ผู้ใหญ่จัดการให้ แล้วยังทำให้คนอื่นเดือดร้อน และคนอื่นที่เดือดร้อนก็คือเธอ จากนั้นเธอก็หนีกลับไปดื้อๆ ปล่อยให้มารดาของเธอมาเผชิญหน้ากับมารดาของเขาเพียงลำพัง หลังจากงานคืนนั้น เขาบอกกับมารดาว่าจะไม่ยอมคบหาดูใจหรือแต่งงานกับผู้หญิงคนไหนก็ตามที่มารดาหามาให้

ก้องตะวันดึงมือของชินานางออกจากชายเสื้อ เธอขมวดคิ้วมองหน้าเขา สายตาระยิบระยับด้วยแววอ้อนวอนแลน่าสงสาร แต่ เขาไม่ใช่คนใจอ่อนที่ใครจะมาขอร้องกันง่ายๆ ได้ ต่อให้เธอร้องไห้ร้องห่มก็ไม่มีทางที่จะทำตามที่เธอต้องการแน่ๆ

“พวกคุณมีเรื่องอะไรกันก็ไปคุยกันให้รู้เรื่องซะ อย่าลากคนนอกอย่างผมเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ผมยังไม่อยากซวยเพราะพวกคุณ” พูดจบก็เดินหนีมาดื้อๆ เหมือนกับคืนนั้นที่เธอตัดสินเขาทั้งที่ยังไม่ได้ทำความรู้จักกับตัวตนของเขา





เวลาเกือบบ่ายสองโมง ก้องตะวันขับรถกลับมาที่อรุณรุ่งรีสอร์ทด้วยอารมณ์เบื่อหน่ายสุดขีด หลังจากได้พบชินานางผู้หญิงที่ตัดสินเขาตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้าและยังไม่ได้ทำความรู้จักกันด้วยซ้ำ เขาเปิดประตูก้าวลงจากรถแลนด์โรเวอร์คู่ใจ กระแทกเท้าเดินขึ้นเรือนที่พัก ทันทีที่ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาในห้องโถง มารดาของเขาที่นั่งอ่านหนังสือก็ส่งเสียงทักทาย

“กลับมาแล้วเหรอจ๊ะพ่อตัวดี หนีการดูตัวทั้งที หายไปแค่คืนเดียวมันจะดีเหรอ ถ้าจะล้มการดูตัวอย่างน้อยลูกชายแม่ควรจะหายหน้าไปซักสองหรือสามวันนะจ๊ะ”

ชายหนุ่มชะงักเท้าหันมองมารดาพูดกระแนะกระแหนได้อย่างเจ็บแสบ แต่แค่นี้ไม่ระเคืองระคายผิวเขาหรอก อย่างมากก็แค่แสบๆ คันๆ เท่านั้น

“ถ้าไม่กลัวแม่จะเสียหน้าผมก็คงไม่กลับมาให้แม่พูดจาเหน็บแนมหรอกครับ”

“อุ้ยตาย นี่แม่ต้องขอบใจที่ลูกกลับมาเหรอจ๊ะ” คุณอรุณพรหญิงม่ายเจ้าของรีสอร์ทสูงวัยวางหนังสือบนโต๊ะรับแขกแล้วลุกขึ้นเดินมาหาบุตรชาย “เสียใจด้วยนะ การดูตัวของลูกมันถูกล้มเลิกไปแล้วจ้ะ เพราะแทนที่แม่จะต้องขอบใจลูก แม่ควรจะดีใจด้วยมากกว่าที่ลูกทำให้แม่ต้องถูกถอนหงอก เพียงเพราะลูกไม่อยากทำความต้องการของแม่”

“แบบนั้นก็ดีแล้วนี่ครับ”

ก้องตะวันโยนเป้ลงพื้นแล้วเดินมาทิ้งตัวนอนบนโซฟา คุณอรุณพรเดินตามมานั่งที่โซฟาอีกตัว พูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า

“มันจะดีได้ยังไง กี่ครั้งแล้วที่แม่ต้องเสียหน้าเพราะลูกหนีการดูตัว แม่ล่ะอยากรู้จริงๆ ผู้หญิงที่หามาให้ไม่ดีไม่ถูกใจตรงไหน ทำไมถึงต้องปฏิเสธทุกครั้งไป ตั้งแต่ครั้งหนูชินานางแล้ว ตอนนั้นลูกทำซะแม่เกือบมองหน้าคุณไพลินไม่ติด แม่ล่ะอยากรู้จังว่าทำไม”

ชายหนุ่มดีดตัวลุกนั่งมองมารดาที่ไม่เคยรู้เหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมในคืนงานเลี้ยงของสมาคมแม่บ้านเขาถึงเป็นคนปฏิเสธลูกสาวของบ้านพรหมพิริยะธาดา ทั่งที่ตอนแรกรู้สึกเฉยๆ กับการถูกมารดาจับดูตัวหรือแต่งงานกับสาวคนไหน ทว่าเขานั้นรู้อยู่เต็มอก ที่ชิงปฏิเสธเพราะไม่อยากให้มารดาของชินานางลำบากใจ และไม่อยากเป็นแต่งงานกับผู้หญิงที่กล่าวหาว่าเขาไร้น้ำยาตั้งแต่ยังไม่ทันได้พบหน้ากันด้วยซ้ำ

“ว่าไงจ๊ะ แม่อยากรู้ว่ามันจะดีได้ยังไงที่ลูกหนีการดูตัวทุกอย่างนี้ บอกตามตรงแม่อายุมากแล้วนะ แล้วลูกเองอายุก็ไม่ใช่น้อยแล้ว ลูกควรมีครอบครัวของตัวเองได้แล้วนะ”

“ผมยังไม่พร้อม ไม่ว่าจะทำยังไงคำตอบของคือไม่มีวันที่ผมพร้อมจะมีใครอย่างที่แม่ต้องการ เว้นก็แต่ว่า...”

“ว่าอะไร”

มารดาเขาอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาทันใด

“ผมจะทำใครบางคนเอ่ยคำขอโทษให้ได้เสียก่อน แล้วบางทีผมอาจจะพร้อมมีครอบครัวอย่างที่แม่ต้องการ”

“จริงเหรอ ว่าแต่ใครกันจ๊ะ”

“ตอนนี้บอกไม่ได้ครับ แต่สักวันแม่ก็จะรู้เองว่าใคร” เขาเหยียดยิ้มสบตามารดาก่อนลุกขึ้นจากโซฟา ก้มหยิบเป้พาดบ่าเดินขึ้นบันไดกลับเข้าห้องของตัวเอง



โปรดเถิดดวงใจ... โปรดรออ่านตอนต่อไป... ไม่นานหรอก อิ อิ อิ

อาจจะเป็นคนนี้ก็ได้นะ มะนอแน่ อิ อิ อิ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 09, 2014, 02:14:35 PM โดย ฮาบีบี้ »

บีเลิฟ

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 387
    • ดูรายละเอียด
Re: A LOVE'S CONCERTO เสียงประสานแห่งรักนิรันดร์ : ตอนที่ 2
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 09:26:48 PM »
โดนต่อยซะ