ผู้เขียน หัวข้อ: พันธะพรางใจ บทที่ 4 (100%)  (อ่าน 568 ครั้ง)

สิริเลขา

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 39
    • ดูรายละเอียด
พันธะพรางใจ บทที่ 4 (100%)
« เมื่อ: มีนาคม 15, 2014, 11:55:10 PM »
บทที่ 4
“คุณวรทย์ยังประชุมไม่เสร็จเลยค่ะคุณศรา สั่งไว้ว่าให้คุณศราทานมื้อเที่ยงไปก่อนได้เลยไม่ต้องรอก็ได้ค่ะ”

เสียงเลขาหน้าห้องเข้ามาแจ้งความคืบหน้าอีกครั้ง หลังจากที่ศราวณีมาถึงห้องทำงานของวรทย์ในเวลาใกล้ๆเที่ยง แต่ผ่านมาเกือบยี่สิบนาทีแล้วเจ้าของห้องก็ยังไม่กลับเข้ามาเสียที

“ไม่เป็นไรค่ะ ศรารอได้ แต่รบกวนคุณนิตยาช่วยอุ่นอาหารพวกนี้ได้มั้ยคะ เตรียมไว้นานกลัวจะชืดซะก่อน”

“ได้ค่ะ” นิตยารับคำสั่งอย่างเต็มใจ ศราวณีรู้สึกเห็นใจอีกฝ่ายที่ต้องทนหิ้วท้องรอเจ้านายเลิกประชุมก่อน ถ้าไม่ติดว่าต้องดูแลต้อนรับเธอ วรทย์ก็คงอนุญาตให้เลขาไปทานมื้อเที่ยงได้ตามปกติแน่ๆ

“คุณนิตยาแบ่งไปทานด้วยสิคะ อย่าเกรงใจค่ะ” ศราวณีรีบดักคอเมื่อเห็นอีกฝ่ายตั้งท่าปฏิเสธ

“อาหารตั้งเยอะแยะ ถ้าพี่วรทย์ทานไม่หมด ศราอายแย่เลย ช่วยกันหน่อยนะคะ”

เลขาวัยสี่สิบยิ้มให้กับความน่ารักเป็นกันเองของภรรยาเจ้านาย มีหรือวรทย์จะทานไม่หมด ศราวณีพูดถ่อมตัวเพราะไม่อยากให้เธอเก้อเขินที่จะแบ่งอาหารไปทานต่างหาก แต่จะปฏิเสธน้ำใจก็ใช่ที่ นิตยาพอจะมองออกว่าคนให้ให้ด้วยความจริงใจ ไม่ใช่เสแสร้ง

“ขอบคุณคุณศรามากนะคะ งั้นดิฉันขออนุญาตไม่ปฏิเสธก็แล้วกัน”

ศราวณียิ้มรับ ก่อนจะกลับมาสนใจหนังสือคู่มือการตั้งครรภ์ต่อ แต่เธอไม่ค่อยมีสมาธิกับเนื้อหาที่อ่านอยู่สักเท่าไหร่ ยิ่งเวลาผ่านไปเธอก็ยิ่งตื่นเต้นจนรู้สึกว่ามือไม้เริ่มเย็นกว่าปกติ
ไม่อยากเชื่อว่าเธอจะทำอะไรแบบนี้ วรทย์จะคิดยังไงนะ จะอึดอัดหรือเปล่า แต่น้ำเสียงตอนที่เธอโทรบอกว่าจะมาหาก็ฟังดูตื่นเต้นดีใจนี่นา เขาคงไม่เป็นอย่างนั้นหรอกถ้าไม่รู้สึกอะไรสักนิด

‘เจ้าวรทย์มันหัวช้าเรื่องผู้หญิง ถ้าอิงฟ้าไม่เข้ามาจีบก่อนมีเหรอจะได้มันเป็นแฟน แต่เพื่อนพี่คนนี้แพ้ทางคนช่างอ้อน เราก็อย่ามัวแต่เฉยรอให้มันมาเทคแคร์ฝ่ายเดียว เอาอกเอาใจสามีตัวเองบ้าง เสน่ห์น่ะมีเท่าไหร่ก็หว่านไปเถอะ ไม่ต้องประหยัดหรอก ถ้าไม่ใช่เจ้าวรทย์แล้วพี่ไม่สนับสนุนให้ศราไปใช้กับไอ้ผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้น เข้าใจ๋’

เป็นคำแนะนำง่ายๆจากพี่ชายของเธอ แต่มันต้องรวบรวมความกล้าเป็นอย่างมากกว่าจะลงมือทำได้ เอาอกเอาใจสามีอย่างนั้นเหรอ มันต้องทำอะไรบ้างล่ะ?

‘อย่าถาม เพราะพี่ไม่คิดจะเอาใจใคร ข้อนี้ช่วยไม่ได้ แต่เรื่องหว่านเสน่ห์ล่ะเทคนิคเพียบ’

แต่เทคนิคแต่ละอย่างที่พี่สาวร่ายมานั้น ศราวณีได้แต่รับฟังและทำหน้าเซ็งๆ การบริหารเสน่ห์ในแบบฉบับของสาวสวยสุดมั่นอย่างศศินารามันคงไม่เหมาะกับคนที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเองอย่างเธอหรอก ก็พี่สาวเธอน่ะแค่ชายตามองเท่านั้น บรรดาหนุ่มๆก็ถลาเข้ามาเอาอกเอาใจกันจ้าละหวั่น ไปถามว่าหนุ่มๆพวกนั้นทำอะไรเพื่อเอาใจพี่สาวเธอบ้างดูจะเข้าท่ากว่า

สุดท้าย ตนก็ต้องเป็นที่พึ่งแห่งตน

ศราวณีหาข้อสรุปได้ง่ายๆว่า มีอะไรที่อยากทำเพื่อคนที่เรารักบ้าง ก็นั่นล่ะ ทำเจ้าสิ่งเหล่านั้นเลย

ทำเพื่อคนที่เรารัก...

ก็ใช่น่ะสิ เธอไม่รู้จะปฏิเสธความรู้สึกตัวเองไปทำไม ทั้งพี่ชายกับพี่สาวเธอยังดูออกและสนับสนุนด้วยซ้ำ ไม่อย่างนั้นคงไม่เคี่ยวเข็ญให้เธอหาทางพิชิตใจวรทย์ให้ได้หรอก

ก็ตอนนี้เขาเป็นสามีเธอนี่ เธอมีสิทธิ์ที่จะรักเขาไม่ใช่เหรอ

และ...มันจะผิดอะไรล่ะที่จะพยายามทำให้เขารักเธอบ้าง

ไม่ถึงสิบนาทีถัดมาประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออก ศราวณีหันไปก็เจอร่างคุ้นเคย ยิ้มหวานๆของเธอถูกส่งไปให้เขาอย่างไม่รอช้า แต่ต้องสะดุดทันทีกับบุคคลที่สามที่เดินตามหลังวรทย์เข้ามา

อิงฟ้ามาทำอะไรที่นี่?

ยังไม่ทันที่เจ้าของห้องจะได้เอ่ยทักทายภรรยา พนักงานคนใหม่ของเขาก็ชิงพูดขึ้นมาซะก่อน

“อ้าว...น้องศรามาหรอกเหรอเนี่ย ตายจริง แล้ววรทย์ก็มัวแต่ประชุมอยู่ได้ไม่ยอมเร่งให้จบเร็วๆ น้องศรามารอวรทย์นานรึยังคะ”

ศราวณียอมรับว่าคำพูดของอิงฟ้าสร้างความน้อยใจให้แก่เธอได้สำเร็จ อดไม่ได้จริงๆที่จะคิดว่าวรทย์เห็นงานสำคัญกว่าเธอ แต่หญิงสาวก็รีบปัดความรู้สึกนี้ทิ้งอย่างรวดเร็ว เขางานยุ่งแค่ไหนไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้ และที่มาวันนี้ก็เพราะอยากมดูแลเอาใจเขาบ้าง มันถูกแล้วหรือไงที่จะมามัวคิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องแค่นี้

และเพราะพอจะรู้จักนิสัยอดีตคนรักของวรทย์จากที่เคยได้ฟังศศินาราเล่าให้ฟังมาบ้างว่าร้ายกาจแค่ไหน ศราวณีจึงไม่ยอมให้อิงฟ้ารู้หรอกว่าคำพูดของหล่อนทำให้เธอหวั่นไหวไม่น้อย

   “สำหรับพี่วรทย์ นานแค่ไหนศราก็เต็มใจรอค่ะ”

ไม่เพียงแค่คำพูด แต่ศราวณียังส่งยิ้มหวานที่มีแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ว่าเป็นรอยยิ้มที่จงใจยั่วเย้าไปให้อดีตคนรักของสามี พลางก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างและกอดแขนข้างหนึ่งของเขาไว้อย่างเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ

การกระทำของศราวณีทำให้วรทย์ถึงกับยืนนิ่งด้วยความประหลาดใจ แต่มันก็แฝงไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นอ่อนหวานอย่างที่เขาไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นกับตัวเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลว่าเขาชอบความรู้สึกนี้ ...ความรู้สึกที่ว่าเขาเป็นของเธอ

มันทำให้เขารู้สึกราวกับว่า สถานะสามีภรรยาระหว่างเขากับเธอคือความจริงแท้ และจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

ไอ้สัญญาบ้าๆนั่นมีช่องโหว่อะไรบ้างมั้ยนะ แบบว่าถ้าเขาอยากเปลี่ยนเวลาจากสองปีเป็นตลอดชีวิตโดยไม่ต้องสนใจว่าคู่กรณีจะยินยอมหรือเปล่านี่ จะทำได้มั้ย

“อ้าว คุณศราอยู่ด้วยหรอกเหรอเนี่ย งั้นผมก็อดกินฟรีมื้อเที่ยงแล้วน่ะสิ ใช่มั้ยครับเจ้านาย”

นาวิน ผู้ช่วยคนเก่งของวรทย์เพิ่งเสร็จจากการสั่งงานจึงตามเข้ามาหลังสุด เขาทักทายภรรยาของเจ้านายด้วยสีหน้าท่าทางที่ไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าเสียดายที่อดกินฟรีเลยด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้นก็ทำให้ศราวณีอดที่จะไม่สบายใจไม่ได้

เธอคิดง่ายๆแค่ว่าอยากแวะมาหาวรทย์เพื่อใช้เวลาด้วยกันให้มากขึ้น แต่ไม่เคยคิดเลยว่าการมาของเธอสร้างความลำบากให้เขาและคนรอบข้างมากน้อยแค่ไหน

นิตยาเลขาหน้าห้องของวรทย์นั่นก็คนหนึ่งล่ะที่ต้องสละเวลาพักตอนเที่ยงมาคอยอยู่ดูแลต้อนรับเธอ แล้วนี่ยังมีนาวินอีก ช่วงนี้วรทย์งานยุ่งมากและเขาก็คงใช้เวลาพักทานข้าวนี่ล่ะคุยงานกัน แต่พอเธอมา ตารางเวลาที่เต็มทุกช่องของเขาก็คงรวนไปหมด

“ใครบอกล่ะ นายพาอิงไปทานเถอะแล้วลงบัญชีฉันไว้ได้เลย”

วรทย์เอ่ยด้วยท่าทีสบายๆ ถึงแม้จะเป็นห่วงงานมากจนต้องขอความร่วมมือจากลูกน้องคู่ใจให้ไปทานอาหารเที่ยงด้วยกันเพื่อคุยงานไปด้วย แต่เมื่อรู้ว่าศราวณีมาหา ความสนใจเรื่องงานของเขาก็ตกอันดับลงไปทันที

อย่าว่าแต่นาวินเลยที่แปลกใจกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปหลังการแต่งงานของเจ้านาย แม้แต่ตัววรทย์เองก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงให้ความสำคัญกับศราวณีมากกว่าอะไรทั้งหมด
 
กับอิงฟ้าสมัยยังคบกันอยู่ ถ้าต้องเลือกระหว่างงานกับแฟน วรทย์ไม่เคยลังเลเลยสักครั้งที่จะเลือกงานเป็นอันดับแรก และเพราะเหตุนี้เขาจึงไม่รู้สึกโกรธเคืองหรือเสียใจสักเท่าไหร่เมื่ออิงฟ้าบอกเลิกและไปคบกับรณรุตแทน

มันไม่ใช่ว่าเป็นเพราะกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรอก ที่เขาเลือกให้ความสำคัญกับศราวณีมากกว่าสิ่งอื่นใด แต่เสียงเรียกร้องจากหัวใจต่างหากที่มันบอกให้เขาทำอย่างนี้

เขาอยากทำเพื่อเธอ อะไรก็ได้ที่ทำให้เธอมีความสุข มีรอยยิ้ม เขายินดีที่สุดที่จะทำในสิ่งเหล่านั้น

ความต้องการนี้ไม่เคยเกิดกับผู้หญิงคนไหนมาก่อนแม้แต่อิงฟ้า ผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเขาเคยมอบคำว่ารักให้เขาก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้ด้วยเลยจริงๆ

เขารู้สึกแบบนี้กับศราวณีเพราะอะไร? เพราะเธอท้องไม่มีพ่อ และมันคือความสงสารเห็นใจอย่างนั้นน่ะหรือที่ผลักดันให้เขารู้สึกแบบนี้กับเธอ

วรทย์ไม่อยากเสียเวลาคิดหาคำตอบในตอนนี้ กลิ่นหอมอ่อนๆของคนที่ยืนแสดงความเป็นเจ้าของเขาอยู่ข้างๆรบกวนสมาธิมากเกินไปแล้ว และเขาก็อยากให้มีแต่เพียงแค่เขากับเธอเท่านั้นในเวลาเช่นนี้ เมื่อไหร่นาวินทร์กับอิงฟ้าจะไปทานมื้อเที่ยงซะทีนะ

“เปิดทางให้อย่างนี้ผมไม่เกรงใจนะเจ้านาย ไปกันเถอะคุณอิง มื้อนี้อิ่มท้องสบายกระเป๋า ที่สำคัญไม่ปวดหัวเรื่องงานด้วย นี่ถ้าคุณศราแวะมาอย่างนี้ทุกวันก็ดีสิครับ ผมจะได้ได้อานิสงส์ด้วย”

นาวินกล่าวอย่างอารมณ์ดี

“เอ...แล้วอย่างนี้อิงไม่ต้องไปทานข้าวกลางวันกับคุณวินทุกมื้อหรอกเหรอคะเนี่ย ลำพังอิงน่ะไม่เท่าไหร่หรอกนะคะ แต่แฟนคุณวินจะว่าเอาน่ะสิ นี่วันนี้เราไปกันสองคน ไม่รู้คุณลูกแก้วจะคิดยังไงนี่สิ”

นาวินหน้าเจื่อนลงไปเล็กน้อย แต่ก็เพียงแค่ไม่นานเขาก็ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นร่าเริงได้ตามปกติ

“แหม คุณอิงก็พูดไป ลูกแก้วมีเหตุผลคงไม่คิดอะไรมากหรอกครับ”

“ถึงอิงกับคุณวินจะบริสุทธิ์ใจต่อกัน แต่คุณลูกแก้วเธอไม่ได้มานั่งในใจอิงนี่คะถึงจะได้รู้ว่าอิงไม่คิดอะไรกับคุณวินแน่ๆ อิงเป็นผู้หญิงทำไมอิงจะไม่เข้าใจความรู้สึกของลูกผู้หญิงด้วยกันล่ะคะ”

นาวินเกิดอาการนิ่งงันเพราะยังงุนงงว่าทำไมจู่ๆอิงฟ้าถึงได้มโนเรื่องราวให้มันดูซับซ้อนวุ่นวายเกินปกติ ส่วนวรทย์นั้นเริ่มรำคาญที่ลูกน้องไม่ยอมปล่อยเขาได้อยู่อย่างเป็นส่วนตัวกับศราวณีเสียที เลยเป็นฝ่ายเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดจะแข็งนิดๆขึ้นมาเสียเอง

“งั้นก็พาคุณนิตยาไปทานด้วยอีกคนก็แล้วกัน จะได้ไม่ต้องกังวลใจกันทุกฝ่าย”

อิงฟ้าแอบจิกเล็บด้วยความขัดใจ แต่ก็ต้องฝืนหันไปยิ้มหวานเป็นพิเศษให้กับคนออกคำสั่ง ก่อนจะเป็นฝ่ายเดินอย่างมาดมั่นออกไปจากห้องทำงานก่อน โดยมีนาวินเดินตามออกไปอย่างงงๆ

มันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น เธอจะใจร้อนไม่ได้ แต่แค่นี้อิงฟ้าก็มั่นใจว่าความกังวลใจที่เธอแสร้งแสดงออกไปเมื่อครู่คงทำให้ยัยเมียหน้าจืดของวรทย์รู้สึกแย่ไม่น้อยแน่ล่ะ เผลอๆอาจจะคิดฟุ้งซ่านไปไกลถึงขั้นที่ว่าจะไม่แวะมาหาวรทย์ถึงที่ทำงานเพราะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกเลยก็ได้

ช่วยไม่ได้ อยากมีจุดอ่อนที่เป็นคนดีเองทำไม

หนอย...ทำเป็นแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของวรทย์ต่อหน้าเธอ อ่อนอย่างศราวณีน่ะเหรอคิดจะมาเป็นคู่แข่งคนอย่างอิงฟ้าได้

วันนี้จะปล่อยให้ลำพองใจไปก่อน แต่ไม่นานหรอก อะไรที่เคยเป็นของเธอ เธอก็จะทวงคืนกลับมาให้ได้

ก็ขนาดศศินาราพี่สาว คนที่ใครๆต่างชื่นชมว่าทั้งสวยทั้งเก่ง คนอย่างอิงฟ้ายังแย่งผู้ชายที่หลงใหลได้ปลื้มหล่อนอย่างรณรุตมาเป็นของเธอได้ แล้วทำไมจะเอาชนะผู้หญิงจืดชืดที่ทั้งความสวยและความเก่งไม่ติดฝุ่นพี่สาวด้วยซ้ำอย่างศราวณีไม่ได้


กำจัด กขค ไปจนได้อยู่กันสองต่อสองกับภรรยาหน้าใสตามที่ตั้งใจเสียทีแล้ว วรทย์ก็ไม่รอช้าที่จะหันไปรวบคนข้างๆมากอดด้วยความเสน่หาเปี่ยมล้น ไม่สนสีหน้าตื่นตกใจของหญิงสาวในอ้อมกอดด้วย

“พี่วรทย์!”

“หิวมากมั้ย พี่ขอโทษที่ทำให้ต้องรอนาน ไปทานข้าวกันดีกว่า ไหนดูซิว่าทำอะไรมาให้พี่ทานบ้าง”

วรทย์รีบเบนความสนใจไปเรื่องมื้อเที่ยงอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เพราะความหิวหรอก แต่เพราะเขายังไม่อาจหาคำอธิบายให้กับศราวณีเกี่ยวกับกิริยาถือสิทธิ์ที่เขาแสดงออกกับเธอในตอนนี้ได้
อย่าถามเลยว่าเพราะอะไร ก็หัวใจมันสั่งให้ทำอย่างนี้...ใครจะห้ามได้ล่ะ

“ของโปรดพี่ทั้งนั้นเลย ขืนเป็นแบบนี้ทุกวันไม่ช้าพี่คงอ้วนเป็นโอ่งแน่ๆ”

คนพูดไม่คิดอะไรมากกับสิ่งที่ตัวเองเอ่ย แต่คนฟังซึ่งรู้สึกไม่สบายใจที่การมาของตัวเองทำให้คนอื่นๆต้องวุ่นวายตั้งแต่ตอนที่นาวินบ่นว่าอดกินฟรีแล้ว ด้วยรู้จักกันเพียงผิวเผินจึงไม่รู้ว่าผู้ช่วยของวรทย์แค่แซวเจ้านายตัวเองเล่นเท่านั้นไม่ได้คิดจริงจังแม้แต่นิด และศราวณียิ่งรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีกกับถ้อยคำจากปากของอิงฟ้าที่บอกว่ากลัวแฟนของนาวินจะเข้าใจผิดที่ต้องไปทานข้าวด้วยกัน พอมาได้ยินวรทย์พูดอย่างนี้เข้าอีกเลยพาลคิดมาก ตีความเป็นจริงเป็นจังไปเสียว่าเขากำลังบอกเป็นนัยๆว่าเธอไม่ควรแวะมาหาเขา

ก็แค่อยากเอาใจคนที่เธอรัก ทำไมมันถึงกลายเป็นว่าเธอกำลังสร้างปัญหาให้เขาไปได้เสียนี่

แล้วดูสิ...วรทย์บังคับให้เธอนั่งอยู่เฉยๆส่วนตัวเองเป็นฝ่ายกุลีกุจอตักข้าวตักอาหารเตรียมให้เธอ มาแย่งทำในสิ่งที่เธอตั้งใจจะทำให้เขาซะอย่างนั้น

“ศราเลยทำให้พี่วรทย์ต้องผิดนัดกับคุณนาวินและคุณอิงฟ้าเลย”

“เรื่องเล็กน้อยครับ จริงๆก็ไม่ได้สำคัญอะไร พอดีตอนเบรกประชุมพี่ดูเวลาแล้วคงคุยไม่จบทันช่วงเช้า เลยชวนสองคนนั่นไปทานข้าวเที่ยงด้วยกันเพื่อคุยเรื่องงานกันไปด้วย แต่พอศรามาพี่ก็เลยยกเลิกไป ก็เท่านั้นเอง”

รู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อยกับคำอธิบาย แต่ถึงอย่างนั้นศราวณีก็ยังคิดว่าเมื่อเทียบกับการใช้เวลามื้อเที่ยงเพื่อคุยงานกับการนั่งทานอาหารที่เธอเตรียมมาให้แล้ว อย่างหลังดูจะไร้ประโยชน์สิ้นดีสำหรับคนที่ทุ่มเทให้กับการทำงานทุกลมหายใจเข้าออกอย่างวรทย์

“คุณอิงฟ้าก็ทำงานที่นี่ด้วยอย่างนั้นเหรอคะ” ศราวณีอดที่จะถามในสิ่งที่คาใจตั้งแต่แรกไม่ได้

“พอดีพี่กำลังหาคนช่วยดูด้านพีอาร์ แล้วอิงเค้าก็เสนอตัวมาช่วย ก็เพิ่งเริ่มงานได้ไม่ถึงเดือน แต่ก็ช่วยพี่ได้เยอะเลยล่ะ ไม่งั้นพี่คงเหนื่อยกว่านี้แน่”

ศราวณีได้แต่โทษความอยากรู้อยากเห็นของตัวเอง ถ้าไม่ถามถึงอิงฟ้า ทำเฉยไปเสียก็คงไม่ได้ยินคำพูดบาดหูอย่างนี้หรอก

ถึงอิงฟ้าจะเป็นฝ่ายทิ้งวรทย์ไปหารณรุตก่อน แต่ดูเหมือนวรทย์จะไม่รู้สึกโกรธเคืองหล่อนสักนิด บางทีเขาอาจจะยังคงมีเยื่อใยอยู่ก็ได้ ก็ดูสิ เขารับอิงฟ้ามาทำงานด้วยตั้งเกือบเดือน แต่ไม่คิดจะบอกเธอสักคำ

แล้วเธอเป็นใครล่ะ...ก็แค่ภรรยาในนาม ทำไมเขาต้องรายงานทุกเรื่อง

นอกจากอาหารปากจะถูกใจแล้ว อาหารตาที่นั่งข้างๆก็ทำให้วรทย์รู้สึกว่านี่คือมื้อเที่ยงที่แสนวิเศษที่สุดเท่าที่เขาเคยทานมา ชายหนุ่มมัวแต่เจริญอาหารเสียจนไม่ทันสังเกตว่าคนที่นั่งอยู่ข้างๆมีสีหน้าเจื่อนลงไปแค่ไหน แม้จะรู้สึกว่าศราวณีเงียบไปหน่อย แต่ปกติเธอก็ไม่ใช่คนช่างพูดอยู่แล้ว เขาเลยไม่คิดว่ามีอะไรผิดปกติ

อาหารมื้อนั้นจึงเป็นมื้อที่สร้างความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วให้กับทั้งคู่

สำหรับวรทย์ นอกจากจะอิ่มท้องแล้ว หัวใจที่ทนหิวโหยมานานก็ได้รับอาหารทิพย์ที่ทำให้เขาเต็มอิ่มได้แม้เพียงแค่มอง

ส่วนศราวณีนั้น ถ้าหากล่วงรู้ความในใจของวรทย์ได้ เธอก็อาจไม่ต้องรู้สึกแห้งแล้งเหมือนต้นไม้ขาดน้ำอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็เป็นได้


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 15, 2014, 11:58:03 PM โดย สิริเลขา »