ผู้เขียน หัวข้อ: Farm in Love : สาวสวนผักกับรักอลวน บทที่ 3  (อ่าน 907 ครั้ง)

รัญชิดา

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 248
    • ดูรายละเอียด
Farm in Love : สาวสวนผักกับรักอลวน บทที่ 3
« เมื่อ: มีนาคม 28, 2014, 12:14:39 AM »
บทที่ 3

   “ผมคงมีโอกาสได้ถาม ถ้าเธอจะไม่มัวต่อรองราคาราวกับว่าพ่อค้ากะหล่ำมันจะมาสู่ขอเธออย่างนั้น” สักวาโต้กลับอย่างไม่เกรงใจ

   ตอนนี้เขาก็รู้แล้วว่าตัวเองไม่ได้ถูกอุ้มมาฆ่าชิงทรัพย์ มันแค่เป็นการเข้าใจผิดที่บ้ามากๆ ผู้หญิงคนหนึ่งลากตัวเขามาจากท่ารถเพราะคิดว่าเขาเป็นเพื่อนกับพี่ชายของเจ้าหล่อน และตอนนี้พี่ชายของเธอกำลังเล่นงานโทษฐานที่เขาไม่บอกกับหญิงสาว โอ้...บ้ากันไปใหญ่เลย

   พระเจ้า! สุดท้ายเขาเป็นคนผิดอย่างนั้นเหรอ ขอโทษเถอะคนที่ผิดไม่ใช่เขาแน่ อย่าแม้แต่จะคิดกันเชียว

   "ต้องขอโทษอีกครั้งนะครับที่ผมหาจังหวะบอกน้องสาวคุณไม่ได้ว่าผมไม่ใช่คนที่เธอต้องการไปรับ และตลอดทางเธอก็เอาแต่คุยโทรศัพท์ห้ำหั่นราคากะหล่ำหน้าดำหน้าแดง สุดท้ายเธอยังใจดีเหยียบเบรกแบบที่ทำผมปากแตกได้ ถามหน่อยเถอะว่าผมจะบอกเธอตอนไหน"

   เงียบสนิททั้งพี่ทั้งน้อง จ๋อยไปตามๆ กัน

   "เอาละ คราวนี้คุณจะบอกผมได้หรือยังว่าพาผมมาที่นี่ทำไม" คำถามที่หาโอกาสมาตลอดทางในที่สุดก็ได้ใช้แม้ว่าออกจะสายเกินไปสักนิด แต่สักวาไม่แคร์หรอกเรื่องนั้น เขาอยากตอกย้ำให้สองพี่น้องนี่สำนึกเสียบ้างว่าเขาต่างหากที่ควรจะเป็นฝ่ายโวยวาย

   สักวาเหวี่ยงสายตาคาดโทษไปยังจำเลยที่หนึ่งซึ่งก็คือแม่สาวมือสากคนที่พาเขามา ตามด้วยผู้บงการเบื้องหลังนายพี่จันทน์ของเจ้าหล่อน แม่สาวมือสากก้มหน้าจนคางแทบติดต้นคอ จ๋อยสิ ไม่กล้าต่อสายตาเลย สุดท้ายพี่ชายของเจ้าหล่อนก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบ

   "เอ่อ...ผมต้องขอโทษคุณด้วยนะครับ ยัยเพลิน" จันทน์กะพ้อกระตุกชายเสื้อน้องสาว "ขอโทษคุณเขาซะสิ"

   "ขะ ขอโทษค่ะ" รอยยิ้มแหยๆ ของหญิงสาวเต็มไปด้วยความสำนึกผิด แล้วสมองอันชาญฉลาดก็พุ่งปราดความคิดที่ว่ามันเหมาะสมที่สุด "เพื่อเป็นการถ่ายโทษฉันกับพี่ชายจะไปส่งคุณกลับเองค่ะ พี่จันทน์ไปเอากุญแจมาถอยรถออกสิเร็วเข้า"

   สักวาถูกปิดโอกาสอีกตามเคย เมื่อหญิงสาวรีบกุลีกุจอดึงแขนเขาไปขึ้นรถอีกคันที่ไม่ใช่เจ้าฟ้าสะอื้นนั่น อืม...คันนี้ค่อยเข้าท่าหน่อย

   ปัง!

   แต่ไม่ว่าจะรถใหม่หรือรถเก่าเจ้าหล่อนก็ยังคงรักษาน้ำหนักการปิดประตูได้อย่างยอดเยี่ยม เขาถูกเธอจับให้นั่งเบาะข้างคนขับ ส่วนตัวเธอโผล่ไปนั่งเบาะหลัง แล้วเจ้าโฟล์วิลสี่ประตูก็แล่นฉิวออกจากบริเวณบ้าน

   "คุณจะไปไหนเหรอคะ พวกฉันจะไปส่งให้ถึงที่เลย" แม่สาวทรงพลังชะโงกหน้ามาถามเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้

   "ส่งตรงที่คุณเจอผมนั่นแหละ ป่านนี้คนที่มารับผมคงรอแย่แล้ว"

   "คุณมาทำงานเหรอ" คราวนี้จันทน์กะพ้อเป็นฝ่ายถามบ้าง ดูเหมือนสองพี่น้องจะไม่ปล่อยให้ความเงียบมีโอกาสทำหน้าที่ เพราะต่างรู้ดีว่าเมื่อเงียบแล้วความผิดจะเข้าจู่โจมจิตใจ

   ทว่าผู้เคราะห์ร้ายเช่นสักวาไม่ได้อยากโอภาปราศรัยอะไรอีกแล้ว เขากำลังเซ็งอย่างที่สุด จึงทำเพียงพยักหน้าหงึกหงัก

   เกษตรตำบลคนดวงตกเบนสายตามองด้านนอกเพียงชั่วครู่ แต่แล้วก็ต้องหันกลับมามองคนขับอย่างสงสัยเมื่อจู่ๆ นายพี่จันทน์ก็เหยียบเบรกรถกะทันหัน ดีหน่อยที่เจ้าคันนี้มีเข็มขัดนิรภัย ริมฝีปากหยักได้รูปของสักวาจึงไม่ได้แผลเพิ่ม กำลังจะถามอยู่พอดีว่าเกิดอะไรขึ้น แต่คนขับก็โวยขึ้นมาเสียก่อน

   "อะไรกันวะนั่นยัยเพลิน!" จันทน์กะพ้อสบถกับน้องอย่างหัวเสีย ชายหนุ่มรีบเลื่อนกระจกแล้วชะโงกหน้าไปจัดการกับคนที่เข้ามาขวาง "อยากตายหรือไงไอ้ไก่ หลีกไปฉันกำลังรีบ"

   "ไม่! จนกว่าพี่จะส่งตัวน้องเพลินมาเคลียร์กับฉัน ถึงจะยอมหลีกให้ ถ้าไม่อย่างนั้นพี่จันทน์ก็ข้ามศพฉันไปได้เลย" คนขวางเท้าสะเอวร้องท้า

   สักวาได้ยินแล้วอยากจะบ้าตาย อะไรกันอีกวะเนี่ย บรรดายอดมนุษย์ไฟจราจรสามคนนั้นโผล่มาจากสี่แยกไหนแล้วมายืนทำซากอะไรกลางถนน

   "พวกเขาต้องการอะไร" ชายหนุ่มถามเสียงเครียด ไม่อาจกักเก็บอารมณ์ใดๆ ได้อีก

   "พวกเขาต้องการเจรจา" จันทน์กะพ้อตัดบทด้วยการหันไปสั่งน้องสาว "ยัยเพลินไป แกลงไปเคลียร์กับพวกมัน ไม่อย่างนั้นคุณคนนี้คงไม่ถึงสามสุขหรอก ไม่รู้ว่าไอ้สามตัวนั่นมันเกิดบ้าอะไรขึ้นมา"

   "แล้วทำไมต้องเป็นฉันด้วย" หญิงสาวโวยวาย แต่ยอมเปิดประตูลงจากรถ พี่ชายจึงแกล้งว่า

   "ก็มันเป็นแฟนแก"

   "เฮอะ! รอให้กะหล่ำของฉันออกดอกเป็นถั่วฝักยาวก่อนเถอะ" หญิงสาวกัดฟันกรอด แล้วเจ้าหล่อนก็ปิดประตูด้วยพลังมหาศาลเหมือนเดิม

   "เฮ้อ...อย่าตกใจนะครับคุณ ไม่มีอะไรหรอก ปรับเบาะเอนหลังก่อนก็ได้ ทำใจร่มๆ รอสักครู่ เดี๋ยวน้องผมจัดการเจ้าสามคนนั่นเอง" จันทน์กระพ้อเอนเบาะนิดๆ ให้ดูเป็นตัวอย่างแล้วชวนอีกฝ่าย "เรามาคุยกันคั่นเวลาดีกว่า"

   สักวาถอนใจอย่างหงุดหงิด ตอนนี้เขาอยากหักคอคนคั่นเวลามากกว่าคุย เป้าหมายหนึ่งเดียวเท่านั้นคือต้นคอสวยๆ ของแม่ตัวดีที่คว้าเขามาจากท่ารถนั่นแหละ!




   ไก่ฟ้าหยีตาท่ามกลางแสงแดดจ้ามองเห็นสาวสวนผักสุดที่รักเดินหน้ายุ่งเข้ามาหา แกนนำหัวใจนามไก่ฟ้าก็เก๊กหน้าเคร่งขรึมตึงเครียด ชายอื่นมาเดินเบียดเฉียดใกล้นางในดวงใจถึงถิ่นอย่างนี้มันหมิ่นศักดิ์ศรีลูกชายกำนันไก่โต้งชัดๆ หากเพลินตะวันไม่ยอมชี้แจงแถลงไข ใครหน้าไหนก็ผ่านถนนเส้นนี้ไม่ได้!

   สิบปีที่แอบรักแอบเล็ง ทำไมน้องเพลินคนสวยถึงไม่เคยเห็นพี่ไก่ฟ้าคนนี้อยู่ในสายตา แต่ไก่ฟ้าก็ไม่เคยแคร์ ในเมื่อน้องเพลินยังโสด เขาก็ยังไม่หมดหวัง ไก่ฟ้าเชื่อว่ารักแท้อันยิ่งใหญ่จะเอาชนะใจแข็งๆ ของน้องเพลินได้ และเขาจะใช้รักนั้นหล่อเลี้ยงใจตัวเองไม่ให้แห้งแล้งจนเกินไปนัก แล้วมันเกิดอะไรขึ้น จู่ๆ ลูกน้องของเขาก็วิ่งหน้าตาตื่นพร้อมข่าวร้ายที่ทำให้พี่ไก่คนนี้น้ำตาแทบเล็ด

   'แย่แล้วพี่ไก่ น้องเพลินพาผู้ชายที่ไหนมาไม่รู้ สูง ขาว ขายาว คิ้วโก่ง จมูกโด่ง ล่ำบึ้ก'

   สรรพคุณชวนรักขนาดนี้ ต่อให้มั่นใจว่าหล่อ เลอค่า น่าฝากชีวิตขนาดไหน พี่ไก่ก็อดจะหวั่นไม่ได้ ความหวังเล็กๆ ถูกสั่นคลอนเมื่อเห็นน้องเพลินควงใคร มันน่าน้อยใจชะมัด

   "น้องเพลินทำแบบนี้กับพี่ได้ยังไง ไปคว้าไอ้หนุ่มที่ไหนมาเหยียบย่ำหัวใจพี่ น้องเพลินรู้ไหมว่าพี่ไก่ปวดใจ" ลูกชายของกำนันไก่โต้งเล่นบทคร่ำครวญประหนึ่งว่าเขาเป็นดาวพระศุกร์ที่ถูกคุณภาคย์กระทำเสียป่นปี้

   หญิงสาวที่ถูกมองด้วยสายตากล่าวหา แอบระบายลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ไม่ใช่ว่าไม่รู้แต่สำหรับความสัมพันธ์ของเธอกับไก่ฟ้าคงพัฒนาไปเกินกว่านี้ไม่ได้ จะบ้าหรือไงให้เธอคิดกับเขาเป็นอย่างอื่น พี่ไก่นี่แก้ผ้ากระโดดน้ำมาด้วยกันเลยนะ แม้ว่าสรีระทางกายภาพของแต่ละคนจะเปลี่ยนไป แต่เธอก็ขอไว้คนหนึ่งแล้วกัน

   เพลินตะวันไม่เคยให้ความหวังตรงข้ามเธออยากจะดับฝันปัญญาอ่อนนั่นเสียด้วยช้ำ ทว่านิสัยไก่ฟ้าเป็นอย่างไรเธอรู้ดี พิรี้พิไรไม่มีใครเกินเขาละ ปัญหาแบบนี้ใช้วิธีรุนแรงไม่ได้เด็ดขาดไม่อย่างนั้นเรื่องจะยืดยาวใหญ่โต และเพลินตะวันก็เป็นนักประนีประนอมคนหนึ่ง ทางที่ดีเธอต้องรีบตัดบทด้วยการหาเหตุผลให้โดนใจพี่ไก่สักข้อสองข้อ รับรองม็อบสลาย

   "โธ่...พี่ไก่จ๋า อย่าเพิ่งตีโพยตีพายได้ไหม ทำไมไม่รอถามเพลินดีๆ ปิดถนนคุยกันแบบนี้เดี๋ยวฐานคะแนนเสียงลุงกำนันก็ลดลงหรอก" อันดับแรกต้องใช้เสียงหวานนำทางไปก่อน "คราวนี้พี่ก็ทำใจร่มๆ แล้วบอกเพลินนะจ๊ะว่าสงสัยเรื่องอะไร"

   "ใจพี่นี้มันร้อนจนร่มไม่ได้แล้วน้องเพลิน" ไก่ฟ้าทำหน้าเหมือนคนใกล้ตาย "ไอ้หน้าหล่อในรถนั่นคือใครกัน"

   "เขาเป็นเพื่อนกับพี่จันทน์จ้ะ แวะมาเยี่ยม กำลังจะกลับ" หญิงสาวโกหกคำโต ปลอบใจตัวเองว่าเพื่อความสงบสุขของคนในหมู่บ้าน เพลินตะวันล้วงมือถือจากกระเป๋ากางเกงยีนมากดดูเวลาแล้วแกล้งอุทานเสียงดัง "ดูสิพี่กี่โมงแล้ว ตายละ มาปิดถนนแบบนี้ถ้าเพื่อนพี่จันทน์กลับไม่ทันรถเมล์เขาก็ต้องนอนบ้านเพลินนะสิ แล้วพี่คิดดูว่าคนอื่นเขาจะเข้าใจกันว่าไง ไม่คิดว่าเพลินพาแฟนมาค้างที่บ้านหรอกเหรอ โอ๊ย...เพลินต้องถูกลือกระฉ่อนตำบลแน่เลย"

   เพลินตะวันปั่นกระแสสร้างความกังวลจนอาการหึงหวงของไก่ฟ้าเริ่มดีขึ้นหรืออาจจะเรียกว่าตาสว่าง แน่ละพี่ไก่ไม่มีวันยอมให้ผู้ชายแลกหน้ามาค้างอ้างแรมที่บ้านเธอแน่

   ก็จริงอย่างที่หญิงสาวคิด ไก่ฟ้าได้ยินเข้าก็ตาโต นึกอยากตบกบาลตัวเองสักป้าบ พลาด...เขาพลาดอย่างแรงเลยนะนี่ ถ้าไอ้หมอนั่นค้างบ้านน้องเพลิน ตาย! ตาย! ตาย! ไม่อยากจะคิดเลยว่าอะไรจะเกิดขึ้น นอกจากชาวบ้านจะเข้าใจผิด บางทีไอ้หมอนั่นมันอาจตกมันกลางดึกแล้วบุกเข้าไปปล้ำน้องเพลิน โอ๊ย...อกไอ้ไก่จะระเบิด!

   ไม่ได้การ ต้องรีบเปิดทางอำนวยความสะดวกให้มันไปพ้นๆ จากบ้านร้อยบุญ น้องเพลินจะได้ปลอดภัย อยู่เป็นตะวันกลางใจของพี่ไก่ตลอดกาล

   "โธ่...เป็นเพื่อนพี่จันทน์หรอกเหรอ แหม...พี่ก็หลงมโนไปเสียไกลลิบ งั้นน้องเพลินอย่าช้าเลยจ้ะ รีบๆ ไปส่งเขาเถอะ กลับมาเราค่อยคุยกันก็ได้ รีบไปให้ไวเลยจ้ะ รีบไป"

   ไก่ฟ้าไม่เสียเวลาทบทวน ชายหนุ่มรีบหันไปสั่งสมุนเสื้อเขียว เสื้อเหลือง เปิดทางและดันร่างเพลินตะวันกลับมาที่รถ ขืนชักช้ารถเมล์หมดแล้วละก็คืนนี้มีหวังเขาต้องขอพ่อกำนันมานอนเฝ้านอนที่หัวบันไดบ้านน้องเพลินแน่ๆ

   ลูกชายกำนันเปิดประตูด้านหลังให้นางในดวงใจ ก่อนหันไปยกมือไหว้ทักทายเพื่อนพี่ชายเจ้าหล่อนอย่างมีสัมมาคารวะ จากนั้นจึงปิดประตูแล้วยิ้มส่งข้างทาง

   "เรียบร้อยนะยัยเพลิน" จันทน์กะพ้อถามน้องขณะบิดกุญแจติดเครื่องยนต์

   คนถูกถามทำท่าอ่อนใจ "เรียบร้อย รีบไปเถอะพี่"

   "เมื่อกี้ใครเหรอ ทำไมต้องมายืนขวางถนนด้วย ไม่กลัวสิบล้อเอาไปกินหรือไง" สักวาที่ยังงงๆ กับม็อบรักเฉพาะกิจเอ่ยถามอย่างสงสัยพร้อมกับค่อนขอดในใจ...คนหมู่บ้านนี้มารยาทดีกันจริงๆ มีเรื่องข้องใจก็ปิดถนนคุยกัน ชาวบ้านคนอื่นช่างหัว อืม...เจริญละ!

   "คนเมื่อกี้เขาเป็นลูกชายกำนันตำบลนี้ค่ะ บอกไปพี่ก็ไม่รู้จักหรอก" เพลินตะวันหัวเราะท่าทางงงงันของหนุ่มแปลกหน้าที่คว้ามาผิด

   "ก็จริงของคุณ" สักวาพยักหน้ารับเซ็งๆ แม่คุณเอ๊ย ถ้าจะตอบแบบนี้ นั่งเงียบๆ น่าจะดีกว่า

   หลังจากได้คุยกับจันทน์กะพ้อ สักวาก็เริ่มอารมณ์ดีขึ้นเพราะความเป็นกันเองของหนุ่มเจ้าของรถ เขาได้รับการขอโทษจากเจ้าบ้านพร้อมกับเหตุผลที่เข้าหูกว่าตอนแรกทุกอย่างจึงคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น แต่สำหรับแม่สาวมือสากคนนี้ ยังมีเรื่องให้เขาต้องชำระความอยู่

   เห็นแก่จันทน์กะพ้อเพื่อนใหม่ที่ได้มาแบบไม่คาดฝัน เขาจะปล่อยเพลินตะวันไปก่อน หวังว่าสามสุขมันคงไม่คับแคบจนเขาและเธอต้องโคจรมาเจอกันอีกหรอกนะ แค่วันเดียวคุณเธอก็ทำเขาหวาดเสียวไปถึงกระเพาะ ช่างเป็นวันนารีพิฆาตสำหรับสักวาเสียจริง เห็นสากมือสากแล้วก็พานคิดถึงนางไหสุดที่รัก นี่ถ้าเขาได้กลับบ้านจะไม่เกิดเหตุการณ์บ้าบอนี้เด็ดขาด ป่านนี้เขาคงนั่งตีโปงลางอย่างมีความสุขพร้อมกับดูลีลาเซิ้งของสาวคนรัก อนิจจาสักวาเอ๊ย แกจะต้องติดอยู่ที่สามทุกข์ไปถึงเมื่อไรกันนะ

   จินนี่จ๋า...พี่หวาอยากกลับบ้าน!!!




   สวรรค์ขีดเขี่ยจนละเหี่ยใจ เกษตรตำบลจำต้องทนเศร้า เหงาและรอต่อไปอย่างไร้จุดหมาย เช่นเดียวกับโหราผู้ถูกทอดทิ้ง นักเขียนสมองตันกำลังเดินสำรวจตลาดแก้เซ็งเพราะเพื่อนรักโทรบอกกับเขาว่าเพิ่งเสร็จธุระ กำลังขับรถมารับ ให้เดินเล่นในตลาดไปก่อน

   ดูมันเถอะ ช่างกล้าที่จะแนะนำ ตลาดบ้านมันเขาเคยมาเสียที่ไหน แล้วจะรู้ไหมว่าอะไรเป็นอะไร แต่นั่นแหละคำตอบมีไว้ให้ค้นหา โหราจึงดั้นด้นเดินซอกแซกเข้าซอยนั้นทะลุซอยนี้อยู่ครู่ใหญ่ สุดท้ายมาหยุดหอบอยู่หน้าร้านขายของฝาก

   ตอนแรกเขาไม่ได้สนใจหรอกกำลังจะเดินผ่านไปร้านขายน้ำติดๆ กันเสียด้วยซ้ำ ทว่า...สาวสวยแสนสะดุดตายืนเลือกผลไม้กระป๋องนั่นมันตรงสเปคเขาเป๊ะ!

   โอ้ โอ่ โอ โอ้ โอ่...เจ้าหัวใจดวงเท่ากำปั้นกระพือปีกพึ่บพั่บเริงร่า พรหมลิขิตชักพาส่งนางฟ้ามาโปรดแล้วไงละไอ้โหร รู้สึกเหมือนใจถูกขโมย โบราณท่านว่าหนามยอกให้เอาหนามบ่ง สงสัยเขาคงต้องรบกวนให้คนต้นเหตุช่วยรักษาเสียแล้ว

   หนุ่มนักเขียนทำทีเดินเข้าไปเลือกหยิบกระป๋องของฝากบ้าง ครั้นหยิบธรรมดามันจะได้เรื่องยังไงเล่า ต้องวางแผนให้แยบยล สายตาเฉียบคมเล็งตำแหน่งเป้าหมายเมื่อเหยื่อยื่นมือไปที่แห้วกระป๋องของฝาก เขาก็วางมือหมับทันที

   "อุ๊ย" สาวสวยสะดุ้งรีบชักมือกลับ แต่คงยากหน่อย เพราะเขาไม่ยอมปล่อยง่ายๆ

   "อุ๊ย ขอโทษครับ"

   "ไม่เป็นไรค่ะ" ปากเธอว่าไม่ แต่นัยน์ตาแปรเปลี่ยนเป็นเอาเรื่อง มือน้อยค่อยๆ ดึงออก เธอยิ่งดึงเขาก็ตรึงให้มันแน่นกว่าเก่า

   เอาละวะ! ขอปะทะสาวสวยแห่งสามสุขสักยกเถอะ

   "ปล่อยมือฉันค่ะ" สาวสวยสั่งเสียงเข้ม

   ตะเพียนทองมองมือที่ถูกจับสลับกับหน้ามองยอดบุรุษผู้แตะเนื้อต้องตัวเธออย่างอาจหาญ ช่างไม่ได้เกรงกลัวอิทธิฤทธิ์น้องจุกกับหนังควายสักนิด เดี๋ยวแม่ก็ร่ายคาถานั่งเสกเข้าท้องซะตรงนี้เลย

   "คุณคะ ฉันบอกให้ปล่อยมือ" ร่างทรงสาวเตือนเสียงหนัก "ฉันมั่นใจว่าฉันจำหน้าคนได้ทั้งอำเภอ คุณไม่ใช่คนที่นี่ เราไม่เคยเจอ ไม่เคยรู้จักกัน คุณจะจับมือฉันอีกนานไหม"

   "คงนานจนกว่าเราจะทำความรู้จักกันเสร็จนั่นแหละครับ" หนุ่มแปลกหน้ายิ้มท้าทาย

   ร่างทรงสาวพยักหน้าน้อยๆ ทำนองว่าเข้าใจ ถ้ายอกย้อนแบบนี้ เธอคงไม่จำเป็นต้องรักษามารยาทที่ดีแล้ว เจ้าของมือนุ่มอาศัยจังหวะที่ชายหนุ่มชะล่าใจกระชากมือออก อิสระเป็นของเธอ แต่ความอับอายต้องเป็นของเขา

   ตะเพียนทองบรรจงฟาดฝ่ามืออุ่นๆ ที่เขาไม่อยากจะปล่อยไปยังซีกหน้าคมเข้มเต็มแรง แผ่นดินสามสุขถึงกับหมุนติ้ว คนโดนตบยังมึนฤทธิ์ฝ่ามือไม่หาย กว่าจะเรียกสติกลับมาได้เธอก็หนีไปไกลเสียแล้ว กระนั้นเสียงสั่งเสียแว่วๆ ก็ยังพอจำได้เลือนลาง

   "ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ แต่ฉันจะยินดีกว่าถ้าไม่รู้จักคุณ ลาก่อนนะคะ"

   ช้าไปแล้วสำหรับโหรา สาวสวยที่คิดว่าฟ้าส่งมาให้เดินผมปลิวไสวไปไกลเกินจะตาม สายตาผู้คนรอบข้างประณามหยามเหยียด หมดกันชีวิต ดีนะที่เป็นนักเขียน อย่างน้อยก็ไม่เคยมีใครเห็นหน้าละวะ

   หนุ่มนักเขียนรีบจ้ำออกจากซอย สมองครุ่นคิดเคืองแค้นตลอดเวลา ตบมัดจำจากเธอคงตราตรึงไปอีกนาน เจ็บที่หน้าอาจจางหายแต่จี๊ดที่ใจไม่มีวันลืม อย่าให้เจออีกแล้วกัน คราวนี้เขาไม่จับเฉยๆ แน่แม่แห้วกระป๋อง!

   โทรศัพท์ในกระเป๋าส่งเสียงขัดอารมณ์แค้นผสมรักแรกพบ เบอร์หน้าจอแสดงชื่อจันทน์กะพ้อ โหราจึงรีบกดรับและต่อว่าอีกฝ่าย

   "ว่าไงวะ มาถึงหรือยัง ฉันรอจนรากงอกไปถึงเมืองบาดาลแล้ว"

   "ถึงแล้วโว้ย แกอยู่ไหนวะ ฉันรออยู่ตรงท่ารถนะ"

   "เออ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ" นักเขียนหนุ่มเก็บโทรศัพท์เข้าที่เดิม เดินมุ่งไม่สนใจใคร แม้หลายคนที่จำได้จะมองเขาแล้วแอบยิ้ม ช่างเถอะเขาคงไม่ได้มาตลาดนี่บ่อยๆ ใครมองเขาไม่สนขอหลบอายไปให้พ้นตรงนี้ก่อน




   จันทน์กะพ้อขอรอเพื่อนรักเพื่อป้องกันการผิดพลาดซ้ำสอง เพลินตะวันจึงต้องรับหน้าที่เดินมาส่งสักวาเพียงลำพัง แม้ว่าเขาจะปฏิเสธแล้วว่าไม่ต้อง แต่เธอก็ยังค้าน จนถึงรถของสำนักงานเกษตรนั่นแหละเขาจึงหันไปบอกเธอ

   "นั่นไงรถที่มารับ ส่งผมเท่านี้แหละคุณ"

   หญิงสาวเอียงคอมองสติ๊กเกอร์ข้างรถแล้วนึกในใจ นี่มันรถสำนักงานเกษตรนี่นา "พี่..."

   ปัง!

   กำลังจะเรียกถามให้หายสงสัยแต่ไม่ทันแล้ว เขาปิดประตูรถตัดบทเรียบร้อย หลงเหลือแค่ความสงสัยทิ้งไว้ให้เธอลุ้นระทึก...

   ไม่น่าจะใช่ ไม่ใช่หรอ ขออย่าให้เป็นเขาเลย บางทีอาจเป็นแค่พนักงานมาใหม่ของสำนักงานก็ได้

   ปลอบใจตัวเองเสร็จสรรพหญิงสาวรีบเดินกลับรถ ตอนนี้มีชายหนุ่มหน้าตาดีแต่แอบมีรอยแดงเป็นริ้วๆ บนใบหน้า ยืนตบไหล่ทักทายพี่ชายเธออย่างสนิทสนม พอจันทน์กะพ้อหันมาเห็นน้องสาวก็รีบแนะนำให้ได้รู้จัก

   "นี่ไงยัยเพลินเพื่อนพี่ ต้องหนังหน้าอย่างนี้ถึงจะเป็นไอ้โหร คนที่แกคว้าไปนั่นมันหล่อเกิน" จันทน์กะพ้อแนะนำ เพลินตะวันยกมือไหว้ พี่ชายจึงหันไปบอกเพื่อน "คนนี้น้องสาวฉันเอง ยัยเพลิน"

   "เอ...เมื่อสักพักใหญ่ๆ น้องเพลินมารับใครหรือเปล่า" โหราเพ่งมองน้องเพื่อนอย่างจำได้

   "มันมารับแกนั่นแหละ แต่ดันคว้าหนุ่มที่ไหนไปก็ไม่รู้ กว่าจะรู้ตัวก็ถึงบ้านแล้ว" จันทน์กะพ้อหัวเราะขำกับความเปิ่นของน้องสาว นักเขียนหนุ่มจึงพลอยขำไปด้วย

   “แสดงว่าน้องเพลินต้องไปกับคุณคนนั้นแน่เลย เพราะป้ายนี้พี่ลงกับเขาแค่สองคน ยังนึกชมอยู่ในใจว่าแฟนหมอนั่นสวย”

   "ผิดพลาดทางเทคนิคนิดหน่อยค่ะพี่โหร" หญิงสาวเกาท้ายทอยแก้เขิน "คราวนี้ถูกคนแล้ว เพลินว่าเรากลับบ้านกันดีกว่าค่ะ"

   "ดีเหมือนกัน ไปเถอะไอ้โหร เดี๋ยวฉันจะพาแกทัวร์บ้านร้อยบุญให้ทั่วทุกหัวระแหง"

   "เออ แล้วแต่แกเถอะ จะพาไปไหนก็ได้ ขอให้สมองฉันแล่นฉิวเหมือนแต่ก่อนก็พอ" โหราเดินตามเพื่อนไปขึ้นรถ กระบะสี่ประตูคันเก่งของจันทน์กะพ้อโลดแล่นสู่ท้องถนน ระยะห่างจากตลาดสามสุขกับบ้านร้อยบุญประมาณแปดกิโลเมตร ขับรถเรื่อยๆ สักสิบห้านาทีก็ถึงที่หมาย

   สามชีวิตบนรถคันใหญ่ดำเนินไปตามทาง ขณะที่เกษตรตำบลกำลังนั่งเหม่อจนคนขับรถอายุใกล้เกษียณออกปากทัก

   "เดินทางมาเหนื่อยเหรอครับ ท่าทางคุณสักวาเพลียๆ"

   "เรียกผมหวาเฉยๆ ก็ได้ครับลุง..."

   "แป้นครับ ลุงแป้นกระเป๋าแบนแต่แฟนเต็มคันรถ" ลุงแป้นหัวเราะ ท่าทางอารมณ์ดีของหนุ่มเหลือน้อยช่างแตกต่างกับอีกหนึ่งหนุ่มหล่ออย่างสุดขั้ว

   ลุงแป้นชวนสักวาคุยเพื่อสร้างความคุ้นเคย คนพลัดถิ่นย่อมถวิลหากัลยาณมิตร เขาในฐานะที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายฤดูย่อมเล็งเห็นว่าหนุ่มผู้นี้แลดูจะกังวลกับบางอย่าง หากแบ่งเบาอะไรได้บ้างลุงแป้นแฟนตรึมก็ยินดี

   "เดี๋ยวลุงไปส่งคุณหวาที่บ้านพักรับรองนะครับ ป่านนี้สำนักงานคงปิดแล้ว พรุ่งนี้ค่อยเข้าไปก็ได้ เกษตรดอนฝากขอโทษด้วยที่ไม่ได้มารับเองพอดีท่านติดธุระเรื่องแมลงระบาด"

   "แมลง?" สักวาเลิกคิ้วสูง เขารู้ว่าเกษตรดอนที่ลุงแป้นพูดถึงคือ สีทันดร เกษตรอำเภอประจำสามสุข พี่หนิงปลอบใจเขาว่าย้ายมาที่สามสุขก็นับเป็นโชคดี เพราะที่นี่มีแต่คนมีฝีมือให้เขาเรียนรู้และสะสมประสบการณ์ ยิ่งเกษตรอำเภอสีทันดรยิ่งต้องยึดไว้เป็นแบบอย่าง

   เชอะ! พี่หนิงอยากพูดอะไรก็พูดไปเถอะ มันไม่ได้ช่วยให้ใจหดหู่แห้งเหี่ยวสดชื่นขึ้นมาสักนิด สิ่งเดียวที่สักวารู้ดีแก่ใจ ถ้ามีช่องทางให้ย้ายได้ตอนไหน เขาจะไปแบบไม่รั้งรอเลยทีเดียว

   "ก็เรื่องเพลี้ยกระโดดนั่นแหละครับ สงสัยเกษตรหวาจะมีงานใหญ่รออยู่นะ" ลุงแป้นเปลี่ยนสรรพนามในการเรียกขาน ก่อนหมุนพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าไปจอดหน้าบ้านพัก "ถึงแล้วครับ พักให้หายเหนื่อย เดี๋ยวลุงจะเอาปิ่นโตข้าวมาส่ง นี่กุญแจบ้านครับ"

   "ขอบคุณมากครับลุงแป้น"

   "ยินดีครับ" ลุงแป้นยิ้มแจ่มใส

   คงเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวแกกระมัง ชายหนุ่มยิ้มขำขณะไขกุญแจเข้าบ้าน ขอพักสักชั่วโมงแล้วกัน วันทั้งวันเพิ่งมีลุงแป้นนี่แหละที่ทำให้เขาพอยิ้มได้บ้าง เอาเถอะไอ้หวา ต้องมีสักวันสิน่าที่เป็นของแก

   เกษตรหนุ่มโยนเป้ลงบนเตียงนอนหลังจากเดินสำรวจทั่วบ้าน โทรศัพท์ระบบหน้าจอสัมผัสรุ่นล่าสุดถูกควักออกมาจากกระเป๋ากางเกงตัวเก่ง แน่นอนละว่าภาพหน้าจอต้องเป็นจินตหราวาตีในยูนิฟอร์มของนางไหอันแสนอลังการ ชายหนุ่มบรรจงส่งจูบกับรูปที่ปรากฏ

   สักวาชื่นชมคนสวยบนหน้าจอจนเคลิ้มหลับด้วยความอ่อนล้า มารู้สึกตัวก็ตอนได้ยินเสียงตะโกนเรียกปาวๆ หน้าบ้านพัก ชายหนุ่มรีบลุกไปดู เห็นลุงแป้นยืนหน้าแฉล่มอยู่หน้าบ้านพร้อมปิ่นโตหนึ่งเถา ดวงตาคมก้มลงมองข้อมือตัวเองอัตโนมัติ จะทุ่มแล้วหรือนี่ รวดเร็วดีแท้ หนึ่งวันที่สามสุขกำลังจะผ่านไปแล้ว ขอให้มันไวแบบนี้ทุกวันด้วยเถอะ

lung_tom

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 384
    • ดูรายละเอียด
Re: Farm in Love : สาวสวนผักกับรักอลวน บทที่ 3
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2014, 08:52:30 PM »
ชอบมากค่ะ ยิ่งอ่านยิ่งติด

รัญชิดา

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 248
    • ดูรายละเอียด
Re: Farm in Love : สาวสวนผักกับรักอลวน บทที่ 3
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2014, 09:45:31 PM »
ขอบคุณค่ะลุง

นู๋จะตั้งใจเขียนให้จบค่ะ แฮ่ๆ