ผู้เขียน หัวข้อ: Farm in Love : สาวสวนผักกับรักอลวน บทที่ 4  (อ่าน 712 ครั้ง)

รัญชิดา

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 229
    • ดูรายละเอียด
Farm in Love : สาวสวนผักกับรักอลวน บทที่ 4
« เมื่อ: เมษายน 02, 2014, 10:47:55 PM »
บทที่ 4

   ค่ำแรกที่บ้านร้อยบุญ อาคันตุกะหนุ่มหล่อ สมองตันจากเมืองกรุงลองนุ่งผ้าขาวม้า ทาแป้งจนตัวลายพร้อย นั่งขัดสมาธิตรงนอกชานฟังเรื่องเล่าจากผู้ใหญ่เบิ้ม เสียงเหน่อๆ เนิบนุ่มสลับเสียงหัวเราะของผู้ใหญ่ดังเป็นระยะ เพราะส่วนมากลุงผู้ใหญ่จะเล่าเองขำเอง โหราก็ได้แต่นั่งอมยิ้ม นานทีถึงจะมีเสียงขัดจากหลานทั้งสองที่เห็นว่าเรื่องเหล่านั้นถูกบิดเบือน แต่นั่นก็ยากเต็มที เพราะทั้งจันทน์กะพ้อและเพลินตะวันถูกจำกัดหน้าที่ให้เป็นผู้ฟังที่ดีเท่านั้น

   เรือนชานบ้านทรงไทยตั้งอยู่ในทิศลมพัดผ่านตลอด ยุงก็ไม่มีรบกวน เปิดโอกาสให้ลุงผู้ใหญ่โม้ได้เต็มที่ แต่เมื่อล่วงเลยจนดาวเดือนเลือนหายสองศรีพี่น้องมองกันเชิงปรึกษา รู้ดีว่าโหราเองก็อยากพักแต่ยังหาจังหวะปลีกตัวไม่ได้ ลุงผู้ใหญ่ก็ไม่รู้ว่าสรรหาเรื่องมาเล่าอะไรมากมาย แต่เมื่อจบเรื่องสมัยวัยหนุ่มของลุงผู้ใหญ่ เพลินตะวันก็สอดขึ้นทันที

   "ลุงเบิ้มจ๋า"

   "ว่าไงเพลิน" ผู้ใหญ่หันไปถามหลานสาว เขากำลังจะเริ่มเล่าตำนานวัดร้อยบุญอยู่เชียว

   "เพลินว่าลุงเบิ้มเก็บเรื่องไว้เล่าพรุ่งนี้บ้างดีกว่าจ้ะ ท่าทางพี่โหรเพลียๆ ให้พี่เขาไปพักก่อนดีกว่า" เพลินตะวันว่าพลางขยิบตากับพี่ชาย ให้ส่งสัญญาณต่อไปที่เพื่อนรัก โชคดีที่โหรารับมุขด้วยการปิดปากหาว ทำท่าระโหยโรยแรงขึ้นมาทันตา จันทน์กะพ้อจึงได้จังหวะเอ่ยบ้าง

   "ไปนอนพักก่อนเถอะไอ้โหร ท่าทางไม่ค่อยดีเท่าไร นั่งรถมาไกลคงเพลียแย่" ว่าแล้วชายหนุ่มจึงหันไปบอกลุงผู้ใหญ่ "ผมพาไอ้โหรไปนอนก่อนนะลุงเบิ้ม เดี๋ยวพรุ่งนี้จะพามันไปเปิดโลกกว้างตะลุยบ้าร้อยบุญให้ทั่วสักหน่อย ลุงเบิ้มว่างเปล่า จะได้ให้เป็นไกด์"

   จันทน์กะพ้อแสร้งชวนทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าพรุ่งนี้ผู้ใหญ่ติดประชุมประจำเดือน ผู้ใหญ่ตามหลานชายไม่ทัน จึงทำหน้าเศร้า บอกด้วยความเสียดาย

   "พรุ่งนี้ลุงไม่ว่างนะสิ แกพาพ่อโหรไปเที่ยวก่อนแล้วกัน อยากรู้ประวัติตรงไหนก็จำชื่อไว้ เดี๋ยวลุงกลับมาเล่าให้ฟังตอนเย็น"

   "แหม...ลุงเบิ้มของเพลินนี่ช่างแสนรู้ เอ๊ย! รอบรู้ คู่ควรแก่การเป็นบุคคลสำคัญของหมู่บ้านจริงๆ" เพลินตะวันกลับคำพูดแทบไม่ทัน เมื่อลุงผู้ใหญ่หันขวับ ทำตาเขียวใส่ แต่พอเจอคำป้อยอตอนท้าย ผู้ใหญ่ถึงกับยิ้มแต้ รีบไล่หลานแก้เขิน

   "เจ้าพวกนี้พูดอะไรก็ไม่รู้ ดูสิพ่อโหรจ้องลุงใหญ่เลย ไปๆ รีบพากันไปนอนเสียที ประเดี๋ยวได้หลับกันตรงนี้หรอก"

   "จ้า" สองหลานประสานเสียงขานรับ จันทน์กะพ้อรีบดึงมือเพื่อนลงจากเรือนลุง ผู้ใหญ่เดินมาส่งตรงหัวบันไดบ้าน เห็นหลานๆ เดินขึ้นเรือนของพวกเขาแล้วจึงปิดประตูลงกลอนบ้านของตน

   ตระกูลของผู้ใหญ่เพิ่มบุญเป็นตระกูลใหญ่และเก่าแก่ แต่พอมาถึงรุ่นผู้ใหญ่เองกลับมีแค่ตัวผู้ใหญ่เพิ่มบุญและคุณเพิ่มทรัพย์ น้องชายแท้ๆ ต่อมาเมื่อต่างมีครอบครัวก็ตกลงกันว่าจะปลูกเรือนติดกัน เพื่อจะได้ไปมาหาสู่สะดวกไม่เปลืองเวลา ไม่นึกเลยว่าเพิ่มทรัพย์จะด่วนจากไปด้วยอุบัติเหตุเมื่อห้าปีก่อน ตอนนั้นเพลินตะวันยังเรียนไม่จบเสียด้วยซ้ำ ขณะที่จันทน์กะพ้อก็เพิ่งพ้นรั้วมหาวิทยาลัยได้ไม่ถึงปี

   หลานรักทั้งสองตกอยู่ในฐานะเด็กกำพร้าอย่างหาทางหลีกไม่ได้ การจากไปอย่างกะทันหันของเพิ่มทรัพย์ทำให้ผืนนากว่าร้อยไร่ขาดคนดูแล ภรรยาของเพิ่มทรัพย์เองก็เสียชีวิตไปตั้งแต่เพลินตะวันอายุได้สิบหกปี เสาหลักของครอบครัวจำเป็นต้องมีต่อเพื่อค้ำจุนคนที่ยังอยู่ จันทน์กะพ้อตัดสินใจลาออกจากงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งและกลับมาพลิกฟื้นไร่นาให้กลายเป็นสวนดอกไม้ส่งขายทั่วจังหวัด พอเพลินตะวันเรียนจบก็กลับมาช่วยพี่ชายอีกแรง พร้อมทั้งกับแบ่งที่ทางเพื่อทำสวนผักหลายชนิดส่งขาย

   หลานหญิงชายไม่เคยย่อท้อต่องานหนัก ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินอย่างขยันขันแข็งและยังส่งเสริมให้คนในหมู่บ้านได้มีอาชีพสร้างรายได้ แม้ว่าเงินส่วนใหญ่จะต้องย้อนกลับคืนสู่รัฐบาลในรูปของค่าสลากกินแบ่งก็ตาม

   "แม่นุ่มจ๋า เปิดประตูให้พี่หน่อยจ้ะ พี่เบิ้มมาแล้ว" ผู้ใหญ่เคาะประตูเรียกเมียรักเสียงหวาน สักพักคนข้างในก็เปิดประตูออกมา ปัญหาหนักใจของผู้ใหญ่ถูกคาถาของสีนุ่มสกัดไว้ให้หยุดแค่หน้าห้อง เพราะตกลงกันแล้วว่าถึงเวลานอนต้องนอน ห้ามสวมบทผู้ใหญ่เบิ้มกับเมียเด็ดขาด มิฉะนั้นผู้ใหญ่ต้องย้ายไปนอนตากยุงนอกเรือนชาน

   "เจ้าสองลิงนั่นพาเพื่อนกลับเรือนไปแล้วเหรอพี่"

   "จ้ะ พ่อโหรเขาดูเพลียๆ เลยให้ไปนอนพัก พรุ่งนี้พ่อจันทน์เขาจะพาไปเที่ยว"

   "หลอกพาเพื่อนไปส่งดอกไม้ละสิ พรุ่งนี้มันวันโกน" คุณสีนุ่มบอกอย่างรู้ทันหลานรัก

   ผู้ใหญ่เบิ้มเพิ่งถึงบางอ้อก็หัวเราะบ้าง จริงอย่างที่เมียรักว่า วันโกนเวียนมาจันทน์กะพ้อก็ต้องตะเวนส่งดอกไม้ทั่วจังหวัด แน่นอนว่าการพาเพื่อนไปเที่ยวก็เหมือนได้คนไปช่วยขนของยกลังดอกไม้นั่นแหละ

   "เออ จริงสิ งั้นพรุ่งนี้เจ้าแม่ก็ลงล่ะสิ" ผู้ใหญ่ถามเมียรักที่เพิ่งล้มตัวลงนอน

   "ใช่จ้ะพี่ พรุ่งนี้เจ้าแม่ลง คนคงเต็มตำหนัก เพราะถัดจากวันพระก็เป็นวันหวยออก"

   "เออดี ขอกันเข้าไป ถ้ามันตีเลขถูกรางวัลมันจะได้รวยๆ กันสักที" ผู้ใหญ่ถอนใจก่อนเอื้อมมือไปปิดไฟหัวเตียงและเลือนตัวลงมานอนกอดภรรยาสุดที่รัก
   



   อีกมุมหนึ่งของหมู่บ้านที่พรุ่งนี้จะต้องต้อนรับเหล่าผู้มีจิตศรัทธาอันแรงกล้า ร่างทรงคนสวยกำลังดึงก้านธูปเก่าออกจากกระถางเพื่อให้มีที่ว่างสำหรับวันพรุ่งนี้ แต่แล้วสายตาก็ไปสะดุดแห้วกระป๋องที่วางในกระจาดของเซ่น ความคิดเจ้ากรรมนึกหวนไปหาใบหน้าทะเล้นของใครคนหนึ่งที่เธอเพิ่งฝากรอยฝ่ามือเอาไว้

   นึกถึงทีไรก็หมั่นไส้ทุกครั้ง ตะเพียนทองย่นคิ้วยุ่งๆ ใส่รูปปั้นกุมารทองพลางระบายความขุ่นข้องให้น้องกุมารฟัง

   "น้องจุกรู้ไหม วันนี้นะ พี่ไปเจอไอ้บ้ากามมันลวนลามพี่ ดีนะที่พี่เสกหนังควายเข้าท้องไอ้หมอนั่นไม่ได้ ไม่อย่างนั้นละก็ พรุ่งนี้ตำหนักเราคงถล่มเพราะคนแห่มาชมอภินิหารเจ้าแม่แน่นอน" สาวร่างทรงหัวเราะหึๆ รูปปั้นไม่ตอบสนองอะไร ก็แน่ละ น้องจุกของเธอไม่มีทั้งชีวิตและวิญญาณแต่ก็ต้องมาทนยืนเป็นกุมารรมควันเหมือนๆ กับเธอ องค์ลงทีไรแสบตาแทบตายทุกที เฮ้อ...

   สาวร่างทรงปัดกวาดเศษธูปเรียบร้อยก็เดินเข้าห้องไปนั่งซ้อมบท พรุ่งนี้เธอจะต้องเป็นร่างทรงให้เจ้าแม่ตะเพียนทอง นั่งให้ผู้คนกราบไหว้รับฟังปัญหาสารพัน แม้หัวใจอยากปฏิเสธทว่าหญิงสาวไม่มีทางเลือกอื่นใด เธอต้องเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจให้ชาวบ้านและเธอต้องทำให้มันออกมาดีที่สุด เนียนที่สุด

   ชีวิตของตะเพียนทองเหมือนถูกกำหนดไว้ เธอเกิดมาในครอบครัวร่างทรงและเธอจำเป็นต้องรับหน้าที่นั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เมื่อทุกคนข้างกายต่างทยอยกันไปรับใช้เจ้าแม่บนสวรรค์วิมานชั้นฟ้า เธอก็ตัดสินใจทำบางอย่างเพื่อปลดแอกให้กับตัวเอง ก็ในเมื่อชีวิตเป็นของเธอ จะแปลกอะไรถ้าเธอจะเป็นคนกำหนดเอง




   อรุณแรกที่สามสุข สักวาตื่นแต่เช้ามาวิ่งรอบบ้านพัก ก่อนกลับขึ้นบ้านไปอาบน้ำแต่งตัวและเดินไปยังสำนักงานที่อยู่ไม่ไกลนัก ระหว่างทางเขาเจอกับลุงแป้นแฟนตรึมยืนขัดเงารถประจำตำแหน่ง พอเจอเขาลุงแกก็ยิ้มกว้าง

   “มาทำงานแต่เช้าเลยนะครับเกษตรหวา”

   สักวายิ้มให้แกก่อนตอบ “เอาฤกษ์เอาชัยหน่อยครับลุง วันนี้เริ่มงานวันแรก เออ ที่ผมฝากซื้อดอกไม้ธูปเทียนลุงได้มาให้ผมไหมครับ”

   “ไม่ได้ก็ไม่ใช่แป้นแฟนตรึมสิครับเกษตร” ลุงแป้นคุยโอ่เดินไปหยิบถุงสิ่งของที่ชายหนุ่มสั่งให้ซื้อตั้งแต่เมื่อเย็นวานตอนมาส่งปิ่นโตข้าว ก่อนจะล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วยื่นไฟแช็กให้ชายหนุ่ม “ลุงดูแล้วเกษตรหวาคงไม่สูบบุหรี่ ลุงเลยพกไอ้นี่มาเผื่อด้วย บอกกล่าวเจ้าที่ดีๆ นะครับ งานการจะได้ราบลื่น”

   สักวารับถุงดอกไม้และไฟแช็กเดินไปที่ศาลพระภูมิเจ้าที่ของสำนักงาน เปลี่ยนเอาดอกไม้ใหม่แทนของเก่าในแจกันที่เหี่ยวแห้ง จากนั้นก็จุดธูปบอกกล่าวตามที่แม่สั่งไว้ หลังจากกินอาหารของลุงแป้นเรียบร้อยสักวาก็มีเวลาคิดทบทวนและโทรกลับไปอธิบายให้แม่และคนรักฟัง

   การย้ายอันผิดพลาดของเขาไม่ทำให้ผู้หญิงคนแรกโมโหมากนัก แต่กับหญิงสาวคนหลังบ้านพักแทบแตกเลยทีเดียว ตอนแรกเขานึกว่าสุดที่รักจะร้องไห้ฟูมฟายใจจะขาดรอนเมื่อเขาไม่ย้ายไปตามนัด แต่ผิดคาดจินตหราวาตีที่แสนจะอ่อนหวานของสักวากลับกลายเป็นนางยักษ์สันตราขึ้นมาทันที

   จินนี่ตวาดใส่เขา!

   สักวาไม่โกรธเธอหรอก อารมณ์ผู้หญิงที่รออะไรนานๆ แล้วมันเกิดผิดพลาดไม่ได้อย่างใจขึ้นมาก็มักจะเป็นอย่างนี้ เขาให้อภัยจินตหราวาตีได้เสมอ เมื่อเธอยังร้อน เขาก็จะรอจนกว่าเธอจะเย็น แล้วพูดคุยกันให้รู้เรื่อง เขายอมจะทำทุกวิถีทางเพื่อประคับประคองรักระยะไกลครั้งนี้ให้ลอยไปถึงฝั่งฝัน อุปสรรคหนักหนาแค่ไหนก็ขวางรักของสองเราไม่ได้หรอก

   เกษตรตำบลคนใหม่อธิษฐานก่อนปักธูปลงในกระถางแล้วยกมือไหว้หมุนตัวเดินเข้าไปยังสำนักงาน ตอนนี้เริ่มมีคนมาทำงานบ้างแล้ว ชายหนุ่มเดินตรงไปที่โต๊ะของธุรการแล้วรายงานตัว ธุรการสำนักงานนี้ไม่สวยเฉี่ยวเปรี้ยวซ่าเหมือนพี่หนิง แต่ก็ดูท่าทางใจดีไม่น้อย

   “ยินดีต้อนรับคุณสักวานะคะ ถ้ามีอะไรขาดเหลือปรึกษาพี่ได้ พี่ชื่อพี่เอยค่ะ”

   “เรียกผมว่าหวาง่ายกว่าครับพี่”

   “ยินดีค่ะ เดี๋ยวหวารอพบพี่ดอนก่อนนะ นี่ใกล้ได้เวลาประจำของแกแล้ว วันนี้มีประชุมด้วย หวาคงได้เจอเพื่อนเกษตรตำบลคนอื่นพร้อมหน้ากันหมดทั้งอำเภอ เอากาแฟหน่อยไหมเดี๋ยวพี่ชงเผื่อ” ธุรการสาวใหญ่เลิกคิ้วถาม

   “ก็ดีเหมือนกันครับพี่ รบกวนหน่อยนะครับ ขอบคุณพี่เอยมากๆ”

   “ไม่ต้องเกรงใจน้อง เราต้องช่วยเหลือกันอีกเยอะ”

   สักวาค้นพบว่าพี่เอยคนนี้ฝีมือชงกาแฟเข้าขั้น หวาน มัน กลมกล่อม เขาไม่แปลกใจเลยที่ใครๆ ก็พากันดาหน้ามาขอให้เธอชงกาแฟให้ ชายหนุ่มได้พบกับเพื่อนร่วมงานอีกหลายคน และหลังจากนั้นครึ่งชั่วโมงเขาก็ต้องเข้าประชุม



   สีทันดรผู้เป็นลูกพี่ใหญ่ในสำนักงานเอ่ยแนะนำตัวสักวากับเกษตรคนอื่นๆ ก่อนจะเริ่มวาระการประชุม สักวานั่งฟังรายงานของเพื่อนตำบลอื่น เขารู้ได้โดยทันทีว่าคำพูดพี่หนิงนั้นเป็นจริง สีทันดรเป็นคนที่มีอุดมการณ์มุ่งมั่น ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนจะต้องใส่ใจในงานของตนเช่นที่สีทันดรทำให้ดูเป็นแบบอย่าง

   หัวข้อสุดท้ายของการประชุมช่วงเช้าอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของสักวา ซึ่งระหว่างที่รอเขามารายงานตัวนั้นสีทันดรก็รับผิดชอบดูแลอยู่ ตอนนี้บ้านร้อยบุญมีปัญหาใหญ่อยู่สองเรื่องนั่นคือแมลงระบาดกับปริมาณฝนที่ตกมาจนเกินไป
สองเรื่องนี้ถือเป็นวาระเร่งด่วน เนื่องจากพื้นที่ภายใต้การดูแลของสักวาอยู่ในเขตเสี่ยง แหล่งที่ตั้งตำบลขนาบข้างด้วยคลองระบายน้ำจากเขื่อนใหญ่สองคลอง ตอนนี้สถานการณ์กำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤต ความจุของคลองไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำได้ทั้งหมด ระดับน้ำกำลังจะเอ่อล้นคันกั้นเข้าท่วมพื้นที่นาหลายร้อยไร่

   “บ่ายนี้จะมีผู้ใหญ่กำนันเข้ามาประชุมร่วมกับพวกเราด้วย ช่วงเช้านี้ผมจึงอยากให้ทุกคนรับทราบปัญหาและทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อน แม้สถานการณ์บ้านร้อยบุญจะเสี่ยงที่สุด แต่ถ้าร้อยบุญไม่รอด ตำบลอื่นก็ต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย”

   การประชุมยังคงดำเนินไป สีทันดรชวนลูกน้องระดมความคิดหาหนทางแก้ไข ภัยธรรมชาติและการระบาดของแมลงนั้นเป็นเรื่องด่วนที่รอช้าไม่ได้

   ช่วงบ่ายห้องประชุมใหญ่ของสำนักงานเกษตรอำเภอสามสุขยังคงเคร่งเครียด แต่บ่ายนี้มีสมาชิกหลายคนเพิ่มเข้ามาทั้งกำนันและผู้ใหญ่บ้าน เกษตรอำเภอสีทันดรพร้อมด้วยเกษตรตำบลทั้งหมดหกคนนั่งหารือกันถึงทางแก้ สีหน้าแต่ละคนไม่สู้ดีนัก ไม่มีใครคาดคิดว่าสามสุขจะพลอยโดนหางเลขไปด้วย พื้นที่ส่วนใหญ่ทั้งอำเภอจะเป็นที่ดอน หากระดับน้ำไม่สูงจริงๆ สามสุขจะไม่ได้รับผลกระทบ แม้แต่นายอำเภอคนก่อนยังกล่าวไว้อย่างมั่นใจว่า หากน้ำท่วมถึงสามสุขเมื่อใด นั่นก็หมายความว่าทั้งจังหวัดอย่าหวังจะรอด ถึงวันนี้ปริมาณน้ำทั้งจังหวัดสูงมาก มีความเป็นไปได้สูงว่าทั้งจังหวัดจะกลายเป็นเมืองบาดาล

   สีทันดรกวาดตามองทั่วห้อง ผู้เข้าประชุมมากันครบจึงเปิดประเด็นด้วยการแนะนำเกษตรตำบลคนใหม่ให้ทุกคนได้รู้จัก ก่อนเป็นอันดับแรก

   "สวัสดีครับผู้ใหญ่กำนันทุกท่านนะครับ ก่อนที่เราจะเริ่มคุยกันวันนี้ ผมขอแนะนำเกษตรคนใหม่ของตำบลร้อยบุญก่อนนะครับ" สีทันดรผายมือไปทางสักวาแล้วว่า "หนุ่มหล่อท่านนี้คือคุณสักวา คนที่จะมารับหน้าที่แทนเกษตรก้านแก้ว"

   ผู้ถูกแนะนำรีบลุกขึ้นยกมือไหว้ทุกคนในห้องด้วยความเคารพ คะเนด้วยสายตาเขาคงเป็นข้าราชการที่หนุ่มที่สุดในอำเภอเสียกระมัง เกษตรตำบลคนใหม่เปิดยิ้มอ่อนน้อมแนะนำตนเองต่อหน้าผู้เข้าร่วมประชุมอีกครั้ง

    "ผมขอฝากตัวกับทุกท่านด้วยนะครับ คงต้องขอคำแนะนำจากทุกท่านด้วย"

   "แหม...หน้าตาเกษตรหล่อระเบิดเถิดเทิงแบบนี้ มีหวังสาวๆ แย่งกันให้คำแนะนำจนหูแฉะแน่ๆ" ถ้อยคำสัพยอกจากผู้ใหญ่บ้านท่านหนึ่งเรียกเสียงหัวเราะจากคนทั้งห้อง

   "อิจฉาน้องเขาก็บอกกันตรงๆ สิผู้ใหญ่" สีทันดรหยอกกลับด้วยรอยยิ้ม ทำเอาผู้ใหญ่หัวเราะชอบใจ บรรยากาศเคร่งเครียดเริ่มคลี่คลาย ประธานการประชุมจึงถือโอกาสวกกลับมาที่ประเด็นร้อน "ผมว่าเรามาเข้าเรื่องกันดีกว่านะ"

   เกษตรอำเภอคลิกเมาส์เพื่อแสดงสไลด์ภาพที่เตรียมไว้ ภาพต้นข้าวในนาที่ถูกน้ำท่วมจวนเจียนจมจมลงไปทั้งต้นปรากฏให้เห็น ตามด้วยภาพทะเลน้ำจืดที่กินเนื้อที่จนไม่สามารถประมาณได้อีกหลายภาพ สีทันดรบรรยายความเสียหายประกอบไปพร้อมๆ กัน

   "นี่คือสภาพความเสียหายของพื้นที่การเกษตรในสองตำบลที่ได้รับผลกระทบ ผมต้องขอแสดงความเสียใจกับกำนันปราโมทย์ กำนันทองดีและผู้ใหญ่บ้านของสองตำบลด้วยนะครับ ทางเกษตรอำเภอจะรีบประสานงานกับเกษตรจังหวัดเพื่อขอความช่วยเหลือให้"
   "ขอบคุณครับเกษตรดอน" กำนันปราโมทย์กล่าวอย่างตื้นตัน "ตำบลของผมกับตำบลของกำนันทองดีถือเป็นตำบลหน้าด่าน หากน้ำทะลักเข้ามาสองตำบลจะโดนท่วมก่อน ก็ได้แต่หวังว่าน้ำจะเอ่อขึ้นมาเพียงแค่นี้ไม่อย่างนั้นบ้านร้อยบุญของกำนันโต้งคงไม่พ้นเหมือนกัน"

   พ่อบ้านใหญ่แห่งร้อยบุญถึงกับถอนใจเฮือก ก่อนจะไถ่ถามสองกำนันที่ประสบภัยอย่างเป็นห่วง "แล้วตอนนี้ลูกบ้านของกำนันเป็นอย่างไรกันบ้าง"

   "ลำบากหน่อยครับ กินอยู่ลำบาก ไปไหนไม่ได้ งูเงี้ยวเขี้ยวขอก็เยอะ" กำนันทองดีเป็นผู้ตอบ

   "เมื่อวานนายอำเภอท่านบอกกับผมว่า ได้ของบริจาคมา ก็เป็นจำพวกอาหารแห้ง คาดว่าน่าจะได้รับกันเร็วๆ นี้" ประธานการประชุมบอกกล่าว ก่อนจะหันไปทางผู้มาใหม่ "มาวันแรกก็เหนื่อยเลยนะเกษตรหวา พอดีว่าตำบลที่เราดูแลอยู่ตอนนี้ น้ำเริ่มเอ่อขึ้นมาแล้ว ร้อยบุญถือเป็นศูนย์กลางทางการเกษตรของเรา หากไม่สุดวิสัยจริงๆ ผมก็ไม่อยากให้น้ำมันท่วม เสียดายโครงการดีๆ ที่พี่ก้านเขาทำไว้"

   "วันนี้ที่ร้อยบุญตัวแทนชาวบ้านแต่ละหมู่จะมาช่วยกันสร้างแนวกั้นน้ำครับ พวกเราจะพยายามยื้อกันไว้ให้ถึงที่สุด" กำนันไก่โต้งหันมาบอกกับสักวาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

   "ถ้างั้นให้ผมไปช่วยด้วยอีกแรงนะครับ จะได้ประเมินสถานการณ์ด้วย" ผู้บ่าวแดนอีสานอาสาท่าทางแข็งขัน

   "ดีเลย เดี๋ยวพอประชุมเสร็จ ผมจะให้ลุงแป้นไปส่งแล้วกันนะ ยังไงก็ต้องเข้าไปอยู่ที่บ้านพักที่ร้อยบุญอยู่แล้ว เตรียมไว้เรียบร้อยแล้วใช่ไหมผู้ใหญ่เบิ้ม" ประโยคสุดท้าย สีทันดรหันไปถามเพิ่มบุญ

   "เรียบร้อยครับผม เข้าพักได้ทันที"

   เกษตรอำเภอกับผู้ใหญ่บ้านร้อยบุญคุยอะไรกัน สักวาชักปะติดปะต่อไม่ถูก บ้านพักงั้นเหรอ อ้าว...แล้วหลังที่เขานอนเมื่อคืนไม่ใช่หรอกหรือ คำถามมากมายปรากฏบนใบหน้า พอกำนันไก่โต้งหันมาเห็นจึงช่วยเฉลย

   "เกษตรคงงงล่ะสิ เอ่อนี่...เกษตรมีชื่อที่เรียกง่ายๆ ไหม"

   "หวาครับ เรียกผมสั้นๆ ว่า หวา"

   "อืม...เกษตรหวา" ไก่โต้งลองเรียกแล้วพูดต่อ "เกษตรดอนเขามีนโยบายใกล้ชิดเกษตรกรครับ ท่านเลยส่งเกษตรตำบลทุกคนไปพักในตำบลนั้นๆ เกษตรหวาก็ต้องไปพักที่ตำบลร้อยบุญเหมือนกัน บ้านพักของเกษตรจะอยู่ที่บ้านของผู้ใหญ่เบิ้มครับ"

   "ใช่" สีทันดรเสริม "พอดีมีเรื่องน้ำเข้ามาด่วน ก็เลยยังไม่ทันได้บอกอะไรกับหวาเลย ต้องขอโทษด้วย"

   "ไม่เป็นไรครับพี่ดอน" สักวายิ้มกว้าง แม้ว่าตอนนี้จะค่อนข้างมึนกับข้อมูลใหม่ๆ แต่ความสงสัยต้องเก็บไว้ก่อน ชาวบ้านกำลังเดือดร้อน คนดีศรีสารคามอย่างเขาจะอยู่เฉยไม่ได้

   การหารือเรื่องน้ำยังมีอีกหลายประเด็นให้พูดถึง กว่าจะหมดเรื่องก็ใช้เวลานานพอสมควร ประธานกล่าวปิดประชุม กำนันและผู้ใหญ่บ้านต่างแยกย้ายกลับบ้าน โดยแบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกไปช่วยสองตำบลที่โดนน้ำท่วม อีกกลุ่มจะไปช่วยบ้านร้อยบุญทำแนวกั้นน้ำ

   สักวาถูกเรียกให้เดินตามสีทันดรเข้าไปในห้อง เพื่อชี้แจงระบบการทำงานและการรายงานผลอย่างคร่าวๆ ชายหนุ่มได้แต่แอบทึ่งอีกฝ่ายอยู่ในใจ สีทันดรเป็นนายที่น่าเอาเป็นแบบอย่าง ทุกโครงการของเขามีเป้าหมายเพื่อให้เกษตรกรอยู่ดีกินดีและมีความสุขใต้แนวความคิดเกษตรพอเพียง เสียดายที่เขาอาจจะอยู่ที่นี่ได้ไม่นานนัก เพราะถ้ามีโอกาสเมื่อไรสักวาจะทำเรื่องย้ายทันที และคราวนี้เขาจะไม่พลาดเป็นครั้งที่สองอีกเด็ดขาด

   “พี่ฝากหวาดูแลคนในตำบลด้วยนะ แล้วเราจะมาคุยงานกันทุกๆ วันจันทร์พร้อมตำบลอื่นๆ" สีทันดรบอกพร้อมกับเดินมาตบไหล่ชายหนุ่มเบาๆ เชิงฝากฝัง "พี่ก้านท่านทำที่นั่นไว้ดีมาก ชาวบ้านทุกคนรักท่าน พี่หวังเป็นอย่างยิ่งว่าพวกชาวบ้านจะให้ความรักกับหวาไม่น้อยไปกว่าพี่ก้าน แต่นั่นมันก็ต้องขึ้นอยู่กับตัวหวาเองด้วย เข้าใจไหม"

   สายตาแน่วแน่ของสีทันดร ทำให้หนุ่มรุ่นน้องสะท้อนในใจ ความคิดสองใฝ่ตีกันวุ่นวายในหัว ทางบ้านก็คนรัก ทางนี้ก็หน้าที่ แต่กระนั้นสักวาก็ยังกล้ารับปากให้อีกฝ่ายสบายใจ

   "ผมจะทำให้ดีที่สุดครับพี่ดอน”

   "ดีมาก ถ้ามีอะไรปรึกษาพี่ได้ทุกเรื่อง พวกเราทุกคนที่นี่คือพี่น้องลูกเกษตรเลือดสีเดียวกัน"

   "ขอบคุณครับพี่ดอน" นับครั้งแรกที่สักวาเริ่มต้นการทำงานด้วยความอุ่นใจ เรื่องราววุ่นวายนับตั้งแต่เหยียบแผ่นดินสามสุข ทำให้เขาแอบหวั่นใจลึกๆ แต่คนตรงหน้ากำลังแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้เดียวดายเพียงลำพัง เพราะอย่างนี้เองสีทันดรถึงได้รับความเคารพจากคนรอบข้าง การวางตัวที่เหมาะสม การใช้พระเดชพระคุณอย่างถูกกาลเทศะ สมแล้วที่เป็นนักพัฒนาตัวยง

   "โชคดีนะไอ้น้อง" สีทันดอนตบบ่าอวยพรเบาๆ

   ประตูห้องทำงานเกษตรอำเภอถูกปิดพร้อมกับเสียงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ของหนุ่มลูกอีสาน ข้อมูลจากการประชุมทำให้เขาตระหนักถึงความเดือดร้อนและเกษตรกรทั้งตำบลกำลังรอเขาอยู่ ภารกิจแรกของเกษตรหวาคือหน้าที่พาขวัญและกำลังใจของพวกเขาทั้งหลายกลับมาให้ได้

   ขอเวลาพี่หวาสักพักนะจ๊ะจินตหราวาตีสุดที่รัก ไม่เกินปีพี่จะย้ายกลับไปขอแน่นอน!!!

lung_tom

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 384
    • ดูรายละเอียด
Re: Farm in Love : สาวสวนผักกับรักอลวน บทที่ 4
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 28, 2014, 06:48:23 PM »
 :)