ผู้เขียน หัวข้อ: Farm in Love : สาวสวนผักกับรักอลวน บทที่ 6  (อ่าน 999 ครั้ง)

รัญชิดา

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 248
    • ดูรายละเอียด
Farm in Love : สาวสวนผักกับรักอลวน บทที่ 6
« เมื่อ: เมษายน 07, 2014, 09:36:51 PM »
บทที่ 6

   ตลอดทั้งชีวิตตั้งแต่ลืมตาดูโลกกระทั่งโตมาจนถึงทุกวันนี้ ของแสลงเพียงอย่างเดียวของเพลินตะวันก็คือสัตว์เลื้อยคลาน ไม่ว่าตัวใหญ่ตัวเล็กหรือยังเป็นเซลล์พวกมันก็สามารถทำให้เธอสติแตก และแน่นอนว่าปลิงควายบนหลังไก่ฟ้าไม่ได้อยู่ในหมวดหมู่ยกเว้น เมื่อเห็นโฉมหน้าพวกมันเต็มตา ขนบนแขนและขาก็พากันลุกซู่ คนบ้าเท่านั้นแหละที่จะยืนอยู่เพื่อชื่นชมไอ้ปลิงน่าเกียจนั้น สาวสวนผักไม่ใช่คนบ้าแม้ขวัญจะผวาแต่สติปัญญาของยังอยู่ครบ เธอจึงออกตัววิ่งหนีแบบไม่คิดชีวิต

   ไก่ฟ้าแม้จะงงในตอนแรก ทว่าอาการเจ็บหนึบๆ ที่หลังทำให้เขารอช้าไม่ได้ เขาต้องได้รับการรักษาที่ถูกต้อง แต่พอเหลียวกลับมามองหาความหวังลูกชายกำนันก็หน้าเหวอเพราะเธอที่รักเปิดแนบไปไกลแล้ว

   "น้องเพลิ๊น...อย่าทิ้งพี่ ช่วยพี่ก่อน เอาไอ้ดำนี่ออกจากหลังพี่ที" ไก่ฟ้าร้องเสียงหลงระหว่างวิ่งตามหญิงสาว

   "พี่ไก่...อย่าทิ้งพวกผม รอด้วย...รอด้วย" สองสมุนก็ไม่รอช้ารีบวิ่งตามลูกพี่ ดูชุลมุนวุ่นวายราวตลาดแตก

   ภาพสามหนุ่มเปลือยท่อนบนวิ่งร้องเรียกหญิงสาวดังสนั่นลั่นทุ่งและเริ่มกลายเป็นจุดสนใจของคนแถวนั้น กำนันไก่โต้งและผู้ใหญ่เบิ้มสบตากันก่อนจะยิ้มอย่างมีเลศนัยอะไรเป็นอะไรก็รู้แก่ใจกันดี ทั้งสองต่างวาดฝันกันไว้อย่างไรก็จะต้องผนึกทองทั้งสองบ้านให้เป็นแผ่นเดียวกันให้ได้

   "สงสัยอีกไม่นานบ้านเราจะได้จัดงานใหญ่เสียกระมัง" กำนันเปรย ก่อนเลิกคิ้วถามคนข้างๆ "หรือผู้ใหญ่ว่าไง"

   "ถ้าเขาตกลงกันได้ ผมก็ไม่มีปัญหาหรอกครับ"

   คำตอบกึ่งสำเร็จรูปเปิดทางสู่งานวิวาห์ หากฝ่ายชายขอเมื่อไรฝ่ายหญิงก็พร้อมแต่งเมื่อนั้น ช่างถูกใจคนถามเป็นที่สุด ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่ต่างพากันหัวเราะชื่นมื่นยืนมองลูกและหลานหยอกล้อกันอย่างมีความสุข หารู้ไม่ว่าทุกสิ่งที่เห็นมันไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ท่านผู้นำชุมชนทั้งสองไม่ล่วงรู้เลยว่าการหยอกล้อนั่นคือการวิ่งหนีปลิงควาย และผู้วิ่งทั้งหมดไม่ได้สุขสดชื่น

   จินตนาการของพวกผู้ใหญ่แตกกระเจิงเมื่อเพลินตะวันวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยอาการน่าเป็นห่วง หน้าเธอซีด ตัวเธอสั่นสะท้าน มาถึงก็ถลาเข้าซบอกลุงด้วยอาการหวาดกลัวสุดชีวิต

   "ลุงเบิ้ม! ลุงเบิ้มช่วยฉันด้วย! อ๊าย...พี่ไก่อย่างเอามันเข้าใกล้เพลิน ไปไกลๆ เพลินเกลียดปลิง!" หญิงสาวหลับตาปี๋ มือหนึ่งกอดลุงแน่น มือหนึ่งก็ยันไก่ฟ้า

   "น้องเพลินอย่าทำห่างเหินกับพี่อย่างนี้ รีบเอามันออกไปจากหลังพี่ทีเถอะ พี่เจ็บจะทนไม่ไหวแล้ว" ไก่ฟ้าไม่หยุดฟังหญิงสาว รีบถลาเข้าไปหาผู้ใหญ่เบิ้มอีกคน

   "อย่าเข้ามา!" ความขยะแขยงทำให้เธอชักมือกลับและยกขาถีบไก่ฟ้าสุดแรงเกิด

   พลั่ก!

   ลูกถีบของเพลินตะวันทรงพลังเกินกว่ากำนันไก่โต้งจะรับร่างลูกชายได้ทัน ไก่ฟ้าผู้อาภัพจึงมีอันต้องกลิ้งคลุกฝุ่นราวไก่ชุบแป้งเตรียมทอด เจ็บที่หลังไม่สาหัสเท่าโดนสุดที่รักถีบกระเด็นแต่เรื่องนี้เอาไว้ก่อน ถ้ายังไม่มีใครรีบเอาปลิงออก เขาอาจจะไม่มีโอกาสร่วมหอกับเจ้าของลูกถีบมหาประลัยก็ได้ ลูกชายกำนันตะกายสู่อ้อมอกผู้เป็นพ่อ ละล่ำละลักปริ่มจะขาดใจ

   "พ่อจ๋า เอาไอ้บ้านี่ออกจากหลังหนูที"

   "อะไรของเอ็งวะไอ้ไก่" กำนันขมวดคิ้ว แม้จะห่วงลูกชายแต่ก็ไม่เข้าใจที่มันพูด

   ไก่ฟ้าผู้เจ็บสาหัสจากฤทธิ์ปลิงควายและกำลังใกล้จะตายเพราะลูกถีบ พลิกร่างคว่ำหน้า โชว์สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่สีดำทะมึนบนแผ่นหลังเปลือยเปล่า

   "ไอ้นี่ไงพ่อ ปลิงมันกัดหนู ช่วยหนูด้วย..."

   "ไอ้ไก่แล้วพ่อจะทำไงล่ะลูก" อารามรีบร้อนทำให้กำนันทำอะไรไม่ถูก ลูกเจ็บใจพ่อก็แกว่ง ยิ่งเห็นปลิงควายตัวเขื่องก็ถึงกับผงะ ลำบากถึงชายหนุ่มอีกคนที่เดินเข้ามาตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบ

   "รีบเอาปลิงออกก่อนเถอะครับกำนัน" สักวารีบบอก แต่กำนันยังลังเลไม่กล้าเริ่ม เกษตรตำบลคนใหม่จึงตัดสินใจลงมือเสียเอง เสียงทุ้มเอ่ยถาม "กำนันสูบบุหรี่หรือเปล่าครับ"

   กำนันส่ายหน้าปฏิเสธ ชายหนุ่มจึงหันไปที่ผู้ใหญ่ คำตอบที่ได้ไม่ต่างกัน ลูกชายหมอลำกวาดตามองไปรอบๆ ก่อนจะวิ่งไปหาชายสูงวัยที่นั่งสูบยาเส้นควันโขมงตรงอีกฝั่งของเต็นท์

   เกษตรหวาวิ่งกลับมาอีกครั้งพร้อมมวนยาเส้นใบจากตรงปลายมวนยามีแสงสีแดงของไฟสว่างวาบ ชายหนุ่มจี้ด้านนั้นลงไปบนตัวปลิง เจ้าตัวสีดำสิ้นฤทธิ์หลุดจากแผ่นหลังไก่ฟ้า เมื่อจัดการปราบปลิงเสร็จเกษตรคนใหม่ยังใจดีกำราบปลิงที่หลังของสองสมุนไก่ฟ้าด้วย

   "จำไว้นะครับ ถ้าปลิงเกาะอย่าดึงนะ มันจะทำให้เลือดหยุดไหลยาก ต้องใช้ไม้ขีดไฟหรือบุหรี่จี้ลงไปที่ตัวมัน คราวนี้กำนันก็พาเขาไปทำแผลตามปกติได้แล้วครับ"

   “สวรรค์โปรกแท้ๆ” กำนันรำพึงขณะมองหน้าเกษตรคนใหม่อย่างซาบซึ้ง “ขอบคุณนะเกษตร”

   สาวกลัวปลิงแอบมองจากหลังของลุงอย่างหวาดเสียว นึกนับถือเกษตรคนใหม่เพิ่มขึ้นนิดหน่อย จากตอนแรกที่นึกว่าพึ่งไม่ได้ไม่ใช่เสียแล้ว อย่างน้อยหมอนี่ไม่ก็ไม่กลัวปลิงแถมยังบอกกำนันราวผู้ชำนาญอีก

   ร่างของเพลินตะวันถูกผู้เป็นลุงดึงออกมายืนข้างๆ เมื่อสถานการณ์ความวุ่นวายเริ่มคลี่คลาย ท่าทางลุงเบิ้มของเธอจะห่วงใยไก่ฟ้าจัด พอปลิงหลุดก็ลากเธอไปเข้าไปหาเลย

   "พาพ่อไก่ไปทำแผลที่อนามัยดีกว่ากำนัน เดี๋ยวผมให้เจ้าเพลินขับรถไปส่ง"
เป็นไงละลุงที่รัก อาสาเสร็จสรรพ ไม่คิดปรึกษาเธอก่อนรึไง หญิงสาวขยับตัวอย่างอึดอัดพลางสะกิด “ลุงเบิ้มจ๊ะคือว่าฉัน...”
 
   "ขอบใจมากผู้ใหญ่ อย่าให้ลำบากหนูเพลินเลย เดี๋ยวฉันพาลูกไปเอง ผู้ใหญ่ช่วยดูทางนี้ด้วยนะถ้ามีปัญหายังไงก็โทรหาฉันได้ เรารีบไปกันเถอะ" กำนันประคองลูกชายสุดที่รักไปที่รถ

   เหมือนลุงเบิ้มจะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขาเองก็มีคนให้ดูแล แต่ลุงของเธอปราดเปรื่องเสมอกับปัญหาฉุกละหุกแบบนี้ ว่าแล้วลุงเบิ้มก็สั่งเธอเร็วปรื๋อ

   "ไอ้เพลินแกพาเกษตรกลับบ้านไปก่อนนะ เสร็จจากนี่เดี๋ยวลุงจะเลยไปคุยกับผู้ใหญ่หมู่อื่นที่บ้านกำนัน พาเกษตรไปส่งบ้านพักเสร็จแล้วก็ช่วยป้าแกทำกับข้าวกับปลาต้อนรับแขก อย่าให้เสียชื่อลุงนะโว้ย"

   "อ้าว...ลุง"

   "ไม่ต้องอ้าว" ผู้ใหญ่เบิ้มตัดบทด้วยการหันไปบอกกับชายหนุ่มอีกคน "ขอโทษทีนะเกษตร ที่ผมไปส่งไม่ได้ วันนี้เกษตรเหนื่อยมามากแล้ว กลับไปอาบน้ำนอนพักเถอะ แล้วเจอกันที่บ้านนะครับ"

   "เอ่อ..." สักวาอยากบอกตรงๆ ว่าเขาพร้อมจะรอผู้ใหญ่อยู่ตรงนี้ ดีกว่าเสี่ยงชีวิตไปกับเจ้าฟ้าสะอื้นบุโรทั่ง คราวที่แล้วก็สังเวยเลือดในปากมา หากต้องซ้ำสองในรอบสัปดาห์ก็หวั่นใจว่าแขนขาอาจจะมีเคราะห์

   ให้ตายเถอะ! เขาจะหนียัยผีกะหล่ำไม่พ้นจริงๆ หรือนี่

   "เกษตร...ไงมองหน้าฉันอย่างนั้นล่ะ" เพลินตะวันชักเคืองนิดๆ ที่เห็นชายหนุ่มทำท่าเหมือนไม่ไว้ใจและไม่อยากร่วมทางกับเธอ แถมยังมองฟ้าสะอื้นของเธอด้วยสายตาดูแคลนอีก

   "ผมกำลังตัดสินใจอยู่ว่า ระหว่างไปกับคุณหรือนั่งรอผู้ใหญ่เบิ้มมารับ อันไหนจะปลอดภัยกว่า"

   โห...ปากอย่างนี้มันน่าปล่อยให้ยุงหามไปให้ลูกมันเล่นจริงๆ ลุงเบิ้มนะลุงเบิ้มไม่น่าทิ้งตาคนนี้ไว้ให้เธอเลย ดูสิเหยียบย่ำน้ำใจฟ้าสะอื้นของเธอแบบนี้ได้อย่างไร นั่นมันรถคู่บุญสวนผักของเธอเลยนะ

   "เกษตรอย่าป๊อดน่า อย่าตัดสินรถฉันจากสภาพภายนอกสิ เห็นอย่างนี้ก็แรงระดับมัสแตงยังหลบเลยนะจะบอกให้" เหยียบกันให้ตายยังดีเสียกว่า มาดูถูกรถคู่ชีพ "วันนั้นที่ฉันไปรับ เกษตรก็เห็นแล้วนี่ว่าเจ้าฟ้าวิ่งฉิวขนาดไหน แถมยังไปได้ไกลจนถึงตลาดแบบไม่มีสะดุดสักกะติ๊ด"

   ฮึ! น่าเชื่อที่สุด โม้เก่งเหลือเกินแม่คุณเอ๊ย ตลอดทางนะไม่สะดุดหรอก แต่เธอคงลืมตอนที่ตัวเองกระทืบเบรกกระมัง นี่แผลในปากเขายังไม่หายดีด้วยซ้ำ

   สักวาตัดสินใจกลับหลังหัน ทำทางจะเดินหนีเอาดื้อๆ แต่มีหรือที่สาวสวนผักจะปล่อย เพลินตะวันดึงชายเสื้อเกษตรคนใหม่เอาไว้

   "เฮ้...จะไปไหนล่ะเกษตร โน่น...รถจอดตรงโน้น" นิ้วเรียวชี้เป้าหมาย

   "ผมยังไม่ได้บอกสักหน่อยว่าจะไปกับคุณ"

   "ไม่ต้องบอกฉันก็รู้ เอานี่กุญแจไปนั่งรอในรถเลยนะ เดี๋ยวฉันมา ขอไปตามกระจาดขนมกล้วยให้ป้าๆ แป๊บ"

   ว่าแล้วแม่สาวมือสากก็เดินตัวปลิวไปยังจุดที่กระจาดวางอยู่ สักวาก้มมองกุญแจรถในมือ เขาได้บทสรุปโดยไม่ต้องคิดซ้ำให้เสียเวลา สุดท้ายเขาก็ต้องไปผจญภัยกับยัยผีกะหล่ำมือสากคนนั้นจนได้ คราวนี้จะได้อีกกี่แผล นี่กว่าเขาจะได้ทำเรื่องขอย้ายกลับไปครองรักกับนางไห เขามิต้องช้ำในตายไปก่อนหรือ

   สักวาหน้าเศร้าเมื่อเผลอคิดถึงสาวคนรัก ตักทรายจนเหงื่อชุ่มยังไม่ร้อนรุ่มเท่าคิดถึงคนไกล หัวใจมันโรยแรงอย่างอธิบายไม่ถูก ทุกจังหวะการเต้นของใจมีแต่คำว่าคิดถึง คิดถึง คิดถึง ยิ่งเห็นหน้ายัยมือสากถือกระจาดขนมกล้วยเดินเข้ามา ความหดหู่ก็ดาหน้ามาประชิด ครั้งที่เท่าไรแล้วที่ชายหนุ่มถอนใจอย่างเหนื่อยอ่อน ไม่มีอะไรจะดีกว่าการเดินไปที่รถ ไขกุญแจ ติดเครื่อง เปิดแอร์ นั่งรอเธอและสวดมนต์วิงวอนฟ้าดิน ขออย่าให้รถแรงคนนี้มันพังกลางทาง





   ขณะที่น้องสาวมือสากกำลังวุ่นวายอยู่กับเกษตรตำบลคนใหม่ จันทน์กะพ้อผู้เป็นพี่ชายก็พาเพื่อนรักนักเขียนสมองตีบตันตะเวนส่งดอกไม้เสียทั่วทั้งจังหวัด

   "ไอ้จันทน์ ฉันมาหาอาหารสมองนะโว้ย ไม่ใช่มาเป็นลูกน้องแบกเข่งดอกไม้ให้แก" หนุ่มนักเขียนนั่งแดกดันเพื่อนรักมาตลอดทาง

   "เอาน่าไอ้เพื่อนรัก เดี๋ยวพ้นวันพระไปแล้ว ฉันจะพาแกเที่ยวให้หนำเลย ตอนนี้ช่วยกันทำมาหากินก่อนสิวะ" จันทน์กะพ้อบอกพร้อมกับบังคับรถเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางกลับบ้าน

   โหรารับฟังอย่างสุดเซ็ง มันคงไม่หลอกล่อให้เขามาช่วยหรอกนะ แหม...ก่อนจะมานี่ชวนใหญ่ เดี๋ยวพาไปนั่น ชมนี่ พอถึงพวกกันกลับพามาเดินสายส่งดอกไม้ ที่แท้เพื่อนเขามันวางแผนหาคนช่วยล่ะสิ ฮึ!

   ชายหนุ่มเสมองท้องทุ่งสีทองของรวงข้าว อดกังวลใจแทนเจ้าของนาไม่ได้ ตลอดทางที่ไปส่งดอกไม้มีแต่น้ำท่วม เอ...หรือเขาจะเขียนเกี่ยวกับเรื่อง...

   "ฮึ่ยๆ ไอ้จันทน์นั่นบ้านใครวะ ทำไมผ้าสามสีผูกเต็มรั้วเลย" นักเขียนหนุ่มสะกิดเพื่อน หยุดความคิดเกี่ยวกับนิยายชั่วคราว มีสิ่งดึงดูดสายตาให้ชวนค้นหามากกว่า

   "ตำหนักเจ้าแม่"

   "หะ!"

   "เออ...ได้ยินไม่ผิดหรอก ตำหนักเจ้าแม่ตะเพียนทอง ของศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านร้อยบุญเลยนะโว้ย ไว้ว่างๆ ฉันจะพาแกมาเฝ้าเจ้าแม่" จันทน์กะพ้อยักคิ้วกับเพื่อน ลดเสียงลงเป็นกระซิบกระซาบ "ร่างทรงเจ้าแม่นี่สวยสุดๆ"

   "ไอ้บ้า" โหรามองเพื่อนคล้ายจะค้อน "ฉันยังไม่อยากลองจีบร่างทรงโว้ย เกิดเจ้าหล่อนจะลืมตัวเสกหนังควายใส่ท้องละซวยเลย"

   "เออ ทำปากดี รอให้เจอก่อนเถอะไอ้โหร แกจะกลับคำแทบไม่ทัน" จันทน์กะพ้อหัวเราะอย่างมีเลศนัย

   แล้วแผนการจับคู่ก็อุบัติขึ้นในสมองของพ่อค้าดอกไม้ มันคงไม่น่าเกลียดถ้าเขาอยากให้เพื่อนน้องสาวกับเพื่อนเขาเกิดกระแสไฟฟ้าแลบแปล๊บระหว่างกันขึ้นมา

   จะว่าไปตะเพียนทองก็เข้าตำราผู้หญิงในอุดมคติของโหราเลยเชียวละ ผิวขาว ผมยาว ตัวเล็กบอบบางน่าทะนุถนอม ที่สำคัญยังโสดสนิทปิดประตูใจแน่นหนา เพราะเข็ดจากรักเก่า ซึ่งเรื่องนี้ทำให้จันทน์กะพ้อเสียดายโอกาสในการคบหาคนดีๆ ของตะเพียนทองจับใจ

   ด้วยความผูกพันระหว่างเขากับร่างทรงสาว ถึงแม้ไม่ใช่สายเลือดเดียวกันแต่ความรักที่เขามีให้ก็ไม่ต่างอะไรกับน้องสาวแท้ๆ เฉกเช่นเดียวกับเพลินตะวัน แน่นอนว่าพี่ชายที่แสนดีย่อมอยากเห็นน้องสาวมีความสุข ครั้นจะเชียร์น้องสาวแท้ๆ รายนั้นก็ท่าจะลุ้นยาก ยัยเพลินห้าว ไอ้โหรเฮี้ยว จับคู่กันบ้านคงบรรลัย มันต้องไอ้โหรกับน้องตะเพียนนี่ถึงจะเหมาะเหม็ง

   คงสนุกน่าดูถ้าหนุ่มนักเขียนเกิดปิ๊งรักสาวร่างทรง แม่เจ้าโว้ย...อะไรจะเกิดขึ้น จันทน์กะพ้อไม่อยากจะจินตนาการ แค่คิดก็มันพะยะค่ะแล้ว กลับถึงบ้านเขาจะต้องรีบจดพล็อตนี้เอาไว้ขายให้ไอ้โหร โถ...ไอ้นักเขียนซื่อบื้อขนาดเขาเป็นพ่อค้าดอกไม้ทำไร่ทำสวนยังคิดได้เลย




   เพลินตะวันทุ่มสมาธิทั้งหมดให้การขับรถกลับบ้าน หลังจากทั้งคนทั้งรถโดนปรามาสมาหลายประโยคทิฐิมานะจึงบังเกิด เธอจะไม่ยอมให้เกษตรตำบลคนใหม่ตราหน้าว่ารถสุดรักของเธออีกแล้ว เขาไม่มีสิทธิ!

   สักวาเองก็รู้สึกได้ว่าแม่สาวมือสากนั่งเงียบเกินไป แต่ก็ดีแล้วเพราะที่เขาพูดทั้งหมดนั่นมันเรื่องจริง เมื่อต่างคนต่างเงียบก็เสมือนเกิดภาวะสุญญากาศภายในรถ แล้วเสียงเรียกเข้าในจังหวะลำซิ่งก็ดังขึ้นมา สักวาขยับตัวล้วงโทรศัพท์มาสไลด์หน้าจอเพื่อรับสาย หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะเพียงเพราะคนที่โทรมานั้นคือจินตหราวาตี

   ชายหนุ่มหันไปมองหน้าคนขับราวกับจะบอกว่าเขาต้องการจะคุย ซึ่งสาวมือสากก็หันมามองเขาพอดี เมื่อขวัญใจนายไก่ไม่มีปัญหา สักวาก็กรอกเสียงอ้อนป้อนใส่คนไกลทันที

   “คิดถึงจินนี่ที่สุด"

   เพลินตะวันเบนหน้าออกนอกรถแล้วแอบแหวะไม่ให้สักวาเห็น สารรูปไม่ได้เอื้อให้เป็นหนุ่มขี้อ้อนเลยพี่เกษตรเอ๊ย แต่ก็นั่นแหละนะคนรักเขาจะจู๋จี๋กัน ไอ้เธอมันคนนอก ขับรถไปเงียบๆ ดีแล้ว

   “จ้ะ พี่หวาก็คิดถึงจินนี่”

   ครั้งที่เท่าไรเพลินตะวันก็จำไม่ได้ แต่นี่คือประโยคติดปากเกษตรขี้อ้อนที่เธอฟังซ้ำๆ ซากๆ มาแล้วไม่ต่ำกว่าสิบรอบ เธอเริ่มเอียนแทนน้องจินน่ง จินนี่อะไรนั่นแล้ว จะคิดถึงอะไรกันนักหนา เชื่อได้เลยว่าเดี๋ยวพี่วาจะต้องคิดถึงจินนี่อีก

   "จ้า...พี่จะห่มผ้าหนาๆ จินนี่อย่าลืมถักผ้าพันคอรอพี่นะจ๊ะ เดี๋ยวลอยกระทงพี่จะกลับไปหาและเอาผ้ามากอดแทนคนถัก จ้า...พี่ก็รักจินนี่ พี่หวาคิดถึงจินนี่ที่สุด"

   ว่าแล้วเชียว...แทงหวยทำไมไม่แม่นอย่างนี้บ้าง เธอช่างทายได้แม่นพอๆ กับเจ้าแม่ตะเพียงทองจริงๆ น่าตั้งตำหนักแข่งกะเจ้าแม่ชะมัด พับผ่าสิ! พี่หวาคิดถึงจินนี่อีกรอบจนได้ อยากเห็นหนังหน้าแม่จินนี่สุดที่รักของเกษตรหวาจริงๆ จะสวยหยาดฟ้ามาดินขนาดไหนเกษตรถึงได้สวีทวิดวิ้วไม่เคยแคร์ใครเลย น่าจะนึกถึงหัวอกคนโสดบ้าง ชิ! น่าหมั่นไส้

   สาวสวนผักเบ้ปากตรงๆ ไม่ต้องปิดบังกันแล้ว นั่งฟังมานานอิจฉามันก็ใช่ แต่ที่มากมายมโหฬารน่าจะเป็นอาการเลี่ยน กว่าเขาจะยัดโทรศัพท์กลับที่เก่าได้ก็อีกหลายคิดถึง เพลินตะวันคงต้องแกล้งมองเมินเรื่อยเปื่อยไปด้านนอกรถเพราะเดี๋ยวเขาจะรู้ว่าเธอแอบฟัง

   "เหล่อะไรคุณ ไม่ต้องมาทำเมินไปทางอื่นเลย อิจฉาคนรักเขาคุยกันหรือไง" เกษตรหวาตาไวจับพิรุธเธอได้เสียแล้ว

   "เหล่ที่ไหน ไม่เค้ย...ไม่เคย ฉันมองบ้านเพื่อนฉันต่างหาก" เถียงข้างๆ คูๆ แต่ก็ต้องเอาตัวรอดไปก่อนละ หญิงสาวคิด

   "อย่ามาตีเนียน เห็นอยู่ว่าคุณแอบมอง ถ้าอิจฉาก็รีบพาผมไปส่งบ้านเร็วๆ สิจากนั้นคุณจะไปพยาบาลนายไก่ฟ้ายอดยาใจของคุณก็ตามสบาย จะได้ไม่ต้องมาแอบฟังเขาจู๋จี๋กันแบบนี้"

   ชื่อของไก่ฟ้าทำให้เพลินตะวันเหยียบเบรกพรืด แล้วจะเหลืออะไรให้คนไร้หลักเช่นสักวา ร่างเกษตรคนใหม่ไถลไปแปะหน้ารถราวจิ้งจกตรงตำแหน่งเดิมพอดิบพอดี ชะตาขาดแล้วเกษตรหวา ปากรนหาที่ชัดๆ

   "ใครบอกเกษตรว่าพี่ไก่เป็นยอดยาใจของฉัน" น้ำเสียงของเพลินตะวันบ่งบอกอารมณ์โมโหกรุ่นๆ ดูเธอไม่ทุกข์ร้อนกับการเบรกกลางอากาศของตน ทว่าคนที่นั่งมาด้วยไม่ใช่ เกษตรคนใหม่โวยวายใส่เธอแทบทันที

   "นี่แม่คุณ จะเบรกจะอะไรช่วยบอกผมหน่อยได้ไหม คิดถึงนายไก่จนทนไม่ไหวรึไง" ชายหนุ่มกระแทกเสียงใส่อย่างหัวเสีย กระเถิบร่างขึ้นมาบนเบาะ

   เพลินตะวันตาลุกวาว กราดมองเกษตรราวคนคลั่ง หมอนี่ปากไม่ดีแล้วยังมาทำเสียงดังใส่เธออีก พูดถึงคนอื่นยังพอฟังไหว แต่พูดถึงพี่ไก่ เธอก็รับไม่ได้เหมือนกัน!!!

   "เกษตรหันมาดูปากฉันนะ ฉันจะพูดแบบช้าๆ ชัดๆ จะได้เข้าใจแจ่มแจ้ง" หญิงสาวชี้ปากตัวเองแล้วตะโกนลั่นรถ "พี่ไก่-ไม่-ใช่-แฟน-ฉัน"

   "โอ๊ย เบาๆ ก็ได้ จะให้ได้ยินไปทั่วอาเซียนเลยรึไง" สักวาต่อว่าพลางลดมือจากการปิดหู ยัยผีกะหล่ำบ้าตะโกนไปได้ นั่งใกล้กันแค่นี้

   "เกษตรอย่ามาพูดจามั่วซั่วแบบนี้อีกนะ ฉันไม่ชอบ" เพลินตะวันบอกห้วนๆ ใบหน้างอหงิกราวจวัก

   สักวาปรายตามองหญิงสาวด้วยความหมั่นไส้ โธ่เอ๋ย...ยัยผีกะหล่ำทำเป็นเรื่องมาก เลือกได้เหลือเกินแม่คุณ...บุญเท่าไรแล้วที่นายไก่ฟ้ามันตาถั่วหลงชอบ ทำเล่นตัวไปเถอะ ถ้าเกิดนายไก่นั่นหูตาสว่างขึ้นมา ยัยนี่จะได้ร้องไห้ขี้มูกโป่ง

   "แอบนินทาอะไรฉัน"

   "อย่ามาหาเรื่องหน่อยเลย จะกลบเกลื่อนความผิดตัวเองใช่ไหม" เออแฮะ ยัยนี้สัญชาตญาณดีจริงๆ แต่จะให้เขายอมรับว่านินทาเธอนะเหรอ ฝันไปเถอะ!

   "กลบเกลื่อนอะไร คนอย่างฉันยอมรับความจริงเสมอ" เพลินตะวันลืมไปว่าเมื่อคราวที่เธอคว้าเขามาผิดตัวครั้งก่อน เธอและพี่ชายพยายามชวนเขาคุยกลบเกลื่อนสุดฤทธิ์ ครั้งก่อนเขายอมให้เพราะไม่รู้จะแทรกตอนไหน ครั้งนี้ฟ้าเป็นใจสักวาได้โอกาสเตือนความจำเธออย่างแสบสันต์

   "แน่ล่ะสิ คุณไม่เคยหนีความจริงเลย สองครั้งที่คุณกระทืบเบรกแล้วผมไถลไปแปะหน้ารถปากแตกน่ะ คุณก็ยอมรับความจริงด้วยการนั่งมองดูผมเลือดกลบปากอยู่ตรงนั้น" สักวาชี้ไปยังที่ที่เธอนั่ง

   "ก็...ฉัน..."

   "ฉันอะไร จะดูแผลไหมล่ะคุณ" สักวายื่นหน้ามาใกล้ ทำท่าอ้าปากพลางดึงริมฝีปากล่างลงจะให้เธอดูแผลจริงๆ หญิงสาวจึงต้องห้ามไว้ เถียงไม่ออกได้แต่มองเขาแตะแผลเก่าตาปริบๆ โล่งใจหน่อยๆ อย่างน้อยหนนี้ปากเขาก็ไม่แตกละ!!!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 07, 2014, 10:02:26 PM โดย มะนอแน่ »

lung_tom

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 384
    • ดูรายละเอียด
Re: Farm in Love : สาวสวนผักกับรักอลวน บทที่ 6
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2014, 06:37:43 PM »
 ;)
กระโดดไปอ่านบทต่อไป