ผู้เขียน หัวข้อ: ของหวาน...ของหัวใจ - บทที่ 9 - ใกล้กันกว่าเดิม  (อ่าน 1507 ครั้ง)

เหมือนพระจันทร์

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 34
    • ดูรายละเอียด
กวีณาขยับตัว ร่างกายเปลือยเปล่าใต้ผ้าห่มโดนรัดรึงทั้งที่เอวและต้นขา หญิงสาวกะพริบตาถี่ๆ รำคาญกับภาพเลือนรางที่เห็นตรงหน้าและสภาพสิ่งแวดล้อมที่ไม่คุ้นชินเอาเสียเลย มือเล็กเอื้อมคว้าโต๊ะตัวเล็กข้างเตียงพบเพียงความว่างเปล่า ห้องนอนของธิปกไม่ใช่ห้องของเธอ

หญิงสาวหลับตาลงเหนื่อยหน่าย อ่อนแรง ไม่ควรเลยจริงๆ ที่จะมาค้างคืนกับชายหนุ่มที่นี้ ในชายคาบ้านเขา ที่ๆ  พ่อแม่พี่น้องเขาอยู่ร่วมกัน กวีณาไม่เคยคาดหวังว่าจะให้ใครมองตัวเองในด้านดีเมื่อเลือกแล้วที่จะใช้ชีวิตกับธิปกแบบนี้ แต่ก็ไม่ควรมาเยือนถึงที่แบบนี้

เธอมีพ่อ มีแม่ เมื่อเลิกรากับธิปกแล้วยังต้องมีชีวิตเป็นของตัวเอง

“เป็นอะไรไปหน้าเครียดแต่เช้าเชียว”ธิปกเอ่ยขึ้นพร้อมหอมแก้มอีกฝ่าย

“คุณปก...ปล่อยสโนว์นะคะ อยากได้แว่นตา”

“เรื่องเมื่อคืนผมขอโทษ”ชายหนุ่มสัมผัสใบหน้าเล็กๆ จิ้มเบาๆ ไปที่กลางหน้าผากหวังคลายหัวคิ้วทั้งสองข้างที่ยังขมวดมุ่น

“ไม่เป็นไรค่ะ สโนว์อยากได้แว่นตา”

“ยังไม่จำเป็นต้องใช้มันตอนนี้”ธิปกเสียงแตกพร่า ลูบผมยุ่งเหยิงเบาๆ

“เช้าแล้วนะคะ”กวีณาปราม

“หกโมง ยี่สิบห้านาที”คนตาดีกว่ามองตรงไปที่นาฬิกาบนเพดาน จรดจมูกโด่งๆ ลงบนผิวเนื้ออ่อนๆ ขาวนวลเนียน

“คุณปกค่ะ...”หญิงสาวขัดขืน “เดี๋ยวคุณพ่อคุณแม่คุณจะตำหนิเอาได้นะคะ”

ธิปกหยุดการกระทำของตัวเอง หัวเราะเสียงดังลั่น ชายหนุ่มนอนหงาย จัดแจงให้อีกฝ่ายนอนอยู่บนท่อนแขนของตัวเอง

“ผมอายุสามสิบห้าแล้วนะสโนว์ ใครจะมาตำหนิผมได้ เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องธรรมชาติระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง”

“มันเป็นเรื่องธรรมชาติก็จริงแต่คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็คงอยากให้คุณ...”กวีณาตะกุกตะกัก “อยู่กับผู้หญิงที่เหมาะสม เป็นคู่ครองที่ดี ถูกต้อง”

“คุณเหมาะสมที่สุดแล้วสโนว์”ธิปกกระชับหญิงสาวในอ้อมแขน “ผมเลือกคุณเพราะคุณเหมาะสม เป็นคนทีดีเข้ากันได้ดีกับผม กับลูกชายผม ถูกต้องตามสัญญาทุกอย่าง”

กวีณาหลับตาลง
ผู้ชายที่เธอแอบปลื้ม แอบรักเขามาตั้งแต่เด็ก
เลือกเธอมาทำหน้าที่ผู้หญิงของเขาเพราะความเหมาะสม
ไม่มีหัวใจ
ไม่มีความรักมาเกี่ยวข้องเลยสักนิด

“คุณปกอาจจะเห็นว่าเหมาะสม...แต่ครอบครัวคุณอาจจะไม่เห็นด้วยก็ได้นะคะ”กวีณาเลี่ยงที่จะเอ่ยถึงคุณมาลาตีโดนตรง การสนทนาช่วงสั้นๆ กับหญิงสาวสูงวัยเมื่อวานไม่มีสิ่งใดน่ากลัวเหมือนที่เคยคาดคิด

“รู้ตัวไหม...คุณพี่เลี้ยงเด็ก”ธิปกยกอีกหนึ่งตำแหน่งสำคัญให้หญิงสาว “เมื่อคืนเป็นครั้งแรกที่ซันนี่ยอมขึ้นเวที”

“ซันนี่...ไม่เคยแสดงงานโรงเรียนอะไรอย่างนี้เลยหรือคะ”

“ไม่ใช่แค่ไม่เคยแสดง ซันนี่ไม่ยอมไปวันที่มีงานโรงเรียนด้วยซ้ำ”น้ำเสียงของผู้เป็นพ่อกลุ้มใจนัก
ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนปฏิเสธด้วยเหตุผลว่าตัวเองไม่มีแม่เหมือนคนอื่นๆ

“แต่พอได้เจอกับคุณ ซันนี่สดใสขึ้นเยอะเลย ยังเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยเหมือนเดิมแต่ใกล้ชิดกับคนมากขึ้น หัวเราะง่ายขึ้น เมื่อก่อนวุ่นวายอยู่กับสารอะไรก็ไม่รู้ ผมก็ไม่รู้จัก”ธิปกหัวเราะเบาๆ “แต่ตอนนี้มาวิจัยของใกล้ตัวขึ้นเยอะเลย”

ในรายงานของโรงเรียนยิ่งชัดเจน ปัญหาทะเลาะกันระหว่างภากรกับเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ ประเด็นที่เด็กชายไม่มีแม่ลดลงเป็นศูนย์

ไม่มีแม่แต่ภากรก็มี “แฟนพ่อ”คอยดูแลใกล้ชิด

“ซันนี่คงโตขึ้นด้วยละมั่งคะ...”เมื่อคิดถึงเด็กชายตัวกลม กวีณาก็มีรอยยิ้มที่มุมปาก

“มีพี่เลี้ยงดีมากกว่า เมื่อคืนเด็กยกของอย่างผมเห็นนะว่าคุณทั้งเชียร์ ทั้งเป็นกำลังใจอยู่หน้าเวทีให้ซันนี่เปลี่ยนบท ให้เล่นต่อไปได้”

“เรื่องเล็กน้อยนิดเดียวเองคะ ซันนี่ไหวพริบดีมากกว่า”

“ผมอยากแก้สัญญาระหว่างเรา”

“แก้ไขสัญญา”กวีณาขมวดคิ้ว

“คุณควรได้มากกว่ารถ มากกว่าบ้าน”

“ถ้าเป็นเรื่องค่าตอบแทนแค่นี้ก็เยอะมากแล้วค่ะ สโนว์นั่งๆ นอนๆ ตอนนี้จะเป็นอัมพาตอยู่แล้ว”

“ค่อยๆ คิดก็ได้สโนว์ เผื่อมีอะไรที่คุณอยากได้อีก”

“ไม่มีแล้วจริงๆ ค่ะ”เส้นผมสีดำสนิทกระจายยุ่งเหยิงอยู่บนท่อนแขน “ถ้าอยากได้อะไรจริงๆ เงินทองที่คุณปกให้ไว้พอกินพอใช้ได้สบายๆ”

“แต่ผมก็ยังอยากแก้ไขสัญญาอยู่ดี”ธิปกลูบหลังมือหญิงสาวเบาๆ “ตอนที่อยู่กับผม ไม่คบใคร ไม่ไปผูกสัมพันธ์กับใครได้ไหมสโนว์”

ชายหนุ่มที่เคยใจกว้างราวแม่น้ำหายตัวไปแล้วจากโลกใบนี้

“ข้อนี้เองเหรอคะ...สโนว์ก็ไม่ได้คบใครสักหน่อยนี่ค่ะ”

“แต่ผม...ตอนนี้สโนว์มีทั้งนายสืบสวน”ธิปกเท้าความไปถึงเพื่อนบ้าน เจ้าของปิ่นโตดอกไม้ชวนน่าขนลุก “แล้วเมื่อคืนก็ยังมีชลชาติ”ในฐานะเจ้านาย เขาอยากย้อนเวลา ยกเลิกการอนุมัติผ่านงานของชายหนุ่ม

“ไม่มีทางเป็นไปได้หรอกคะ”

“แล้วทำไมไม่ยอมให้ผมแก้ไขสัญญา”

กวีณาเงียบไปชั่วอึดใจ
ทบทวนอุดมการณ์ของตัวเองซ้ำอีกครั้ง
เธอจะเป็นจริงๆ ใช่ไหม...ผู้หญิงที่ดี คนที่ดี
ไม่เรียกร้อง ไม่เก็บผู้ชายคนนี้ไว้กับตัว
เป็นของหวาน...ของหัวใจที่ไม่ทำร้ายเขาให้เกิดโรคสารพัด น้ำหนักเกิน

“เพราะว่าสโนว์อยากให้คุณปกเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง”พูดออกไปแล้วหญิงสาวอยากกัดลิ้นตัวเอง

ธิปกเริ่มต้นใหม่...
ถ้าวันนั้นมาถึงจริงๆ ชีวิตและหัวใจเธอจะเป็นอย่างไร

“ความรักคือสิ่งสวยงาม”กวีณาเอ่ยเหมือนเพ้อ
ความรักสวยงามมมากเสียจนยอมหลอกตัวเองเพื่อให้ได้อยู่ใกล้ชิดผู้ชายคนนี้
มีเพียงความเงียบตอบรับกลับมาจากธิปก

ภากรชอบนอนในเต็นท์ นอนในที่ที่มีอะไรปิดบังกั้นเป็นสัดเป็นส่วน ซ่อนตัวอยู่ในนั้นแต่ดูเหมือนว่าคนเป็นพ่อเหนือชั้นกว่ามากมาย ไม่ต้องมีอะไรมาปิดบัง

ธิปกสร้างถ้ำจากความว่างเปล่าตรงหน้า แล้วก็มุดทั้งตัวอยู่อย่างนั้น
ไม่ยอมออกมาง่ายๆ
ไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์ใดๆ ทั้งสิ้น
ห้องเงียบจนอาจได้ยินเสียงหายใจของยุง

“สโนว์ขอโทษค่ะสโนว์ก้าวก่ายเรื่องของคุณปกมากไปหน่อย”สุดท้ายก็เป็นเธอที่จุ้นจ้าน วุ่นวาย

“มัน มันไม่ใช่อย่างนั้นสโนว์”ชายหนุ่มกระชับหญิงสาวในอ้อมกอดแน่น ก้มลงหอมศีรษะอีกฝ่ายแรงๆ

ภาพภรรยาเจ็บท้องโอดโอยเข้าห้องคลอดยังจำฝังแน่นอยู่ในใจ อรนิภาเจ็บท้องอยู่นาน ไม่สามารถแบ่งเบาความเจ็บปวดของคู่ชีวิตได้ ชายหนุ่มเลยตั้งปณิธานว่าจะเป็นสามีที่ดีช่วยภรรยาเลี้ยงลูก แต่สุดท้ายเหลือเพียงเขากับลูกชายสองคน

มันเป็นความเศร้าที่คละเคล้ามากับความสุข
ความขื่นขมที่มาพร้อมกับเรื่องน่ายินดี
ไม่อาจหัวเราะหรือร้องไห้

ธิปกไม่กล้าเสี่ยงใดๆ ที่จะเจอเหตุการณ์แบบนั้นอีกครั้งเป็นหนที่สอง ที่สามของชีวิต
ไม่เสี่ยง
ขี้ขลาด
ยอมแพ้...

“ลุกขึ้นอาบน้ำ ต้อนรับวันใหม่ ลงไปฟังซันนี่โม้เรื่องเมื่อคืนดีกว่าค่ะ”กวีณาแสร้งทำน้ำเสียงร่าเริง

“นายซันนี่พร้อมรีรันเรื่องนี้สามสิบแปดรอบอยู่แล้ว...นอนต่อเถอะ”ชายหนุ่มกระชับหญิงสาวในอ้อมกอดแน่น

“แต่ว่า...สโนว์มานอนค้างบ้านผู้ชายก็แย่อยู่แล้วนะคะ”ใบหน้าที่เล็กอยู่แล้วหดลงอีกสองนิ้ว

“นอนต่อเถอะครับ...”ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ หลับตาลง “ถ้าเราสองคนตื่นเร็วนี่ๆ ผมอาจจะโดนดุได้”

กวีณาขมวดคิ้ว แต่ก็ยอมหลับตาตามใจลูกชายเจ้าของบ้าน ตั้งใจไว้ว่าเมื่อธิปกหลับสนิท ตัวเองจะหนีจากอ้อมแขนเขาไป หญิสาวทำได้เพียงแค่คิด เพราะไม่ช้าไม่นานตัวเองก็หลับไปพร้อมกับธิปก



กว่าทั้งคู่จะออกมาจากห้องนอนเวลาก็ล่วงเลยจวนเกือบเที่ยง มาลาตี ทิพย์ฤทัย และภากรมองตรงมาที่ธิปกและกวีณาใบหน้ามีรอยยิ้ม ก่อนจะแสร้งมองกันไปคนละทางทำเหมือนไม่รู้ไม่ชี้ไม่ได้ตั้งใจมอง

“พ่อกับพี่สโนว์กลับขึ้นไปก่อนเลยนะครับ อีกครึ่งชั่วโมงค่อยลงมา”ภากรเสียงดัง ยืนเต้นเป็นลูกหมูโดนน้ำร้อนลวก “โผ้มจากินพิซซ่าสี่ถาด”

“ลงมาแล้วคือลงมาเลยยะ”ทิพย์ฤทัยทำสีหน้าภาคภูมิใจ
คู่กัดประจำบ้านมองกันด้วยสายตาพิฆาต ไม่สนใจธิปกกับกวีณาที่มองกันด้วยสายตางงๆ

“อาปลาดาว...นั่นแหละขี้โกงไปเคาะห้องพ่อกับพี่สโนว์”

“ไม่ได้โกงสักหน่อย ฉันก็แค่หวังดีเอาเสื้อผ้าขึ้นไปให้พี่สโนว์ก็เท่านั้นเอง”อาสาวยักคิ้วลิ่วตา เสื้อผ้าของกวีณาตั้งแต่หัวจรดเท้าเป็นของหญิงสาว

“นั่นแหละประสงค์ร้ายกับผม”

“หลานชายกับอาคู่นี่นี้ เดี๋ยวไล่ให้ไปขัดส้วมทั้งคู่เลย”มาลาตีออกมาห้ามทัพ “พี่สโนว์...เขาตกใจกับพฤติกรรมเราสองคนจนไม่กล้ามาบ้านนี้อีกแน่”ผู้ใหญ่อมยิ้ม

ไม่มีทาง...ยังไงกวีณาก็ต้องกลับมาเยือนที่นี้อีกหลายรอบ
ผู้ใหญ่มุ่งมั่น

“สโนว์ไม่ตกใจหรอกคะ”กวีณานั่งลงเคียงข้างธิปก “แต่แค่งงเฉยๆ ว่าซันนี่กับคุณปลาดาวพูดเรื่องอะไรกันคะ”หญิงสาวยิ้มกว้างเปิดเผย

พิซซ่าสี่ถาด เวลาเที่ยง
ใครโกงใคร

“ผมพนันกับคุณอาปลาดาวเอาไว้ว่า ถ้าพี่สโนว์กับคุณพ่อลงมาจากห้องหลังเที่ยง”เด็กชายกอดอกหน้าตาเสียอกเสียใจหนักหนา “ผมจะได้กินพิซซ่าสี่ถาด”ภากรทำมือประกอบก่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่

“ยังเล่าไม่หมดเลยนะนายซันนี่”ทิพย์ฤทัยยิ้มหวานให้หลานชายคู่อริ

“พี่สโนว์ครับ”เด็กชายกัดฟัน “ถ้าผมแพ้พนันผมต้องทำผิดศีลธรรม”ภากรพูดทิ้งท้าไว้เป็นปริศนาตามแบบฉบับของเจ้าตัว

“ถึงขั้นต้องทำผิดศีลธรรมเลยหรือคะ”กวีณามองหน้าคนโน้นที คนนี้ที
ทุกคนต่างกลั้นยิ้ม

“อย่ามาตีสำนวนนายซันนี่ คนแพ้ก็คือคนแพ้”

“หึ...ลูกผู้ชาย”เด็กชายตัวอ้วนลุกจากเก้าอี้ ท่าทางกระฟัดกระเฟียด จับเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง “ผิดศีลธรรมชัดๆ”ภากรส่ายหัวกลมๆ

“คุณอาปลาดาวสวยที่สุดในโลก คุณอาปลาดาวสวยที่สุดในโลก”ภากรตะโกนซ้ำไปซ้ำมา หน้าตาบูดเบี้ยวเหมือนกำลังพูดถึงนางมารร้ายที่น่ากลัวที่สุดในสามโลก

เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคน
กวีณาพลอยหัวเราะไปกับคนอื่นๆ ด้วย

“ไม่หิวหรือยังไง”ธิปกกระซิบถามกวีณา

“หิวนิดหน่อยค่ะ”

“ผมหิวมากน่าจะไม่พอกิน”ธิปกลุกจากเก้าอี้ “ไปลวกไข่มาอีกสักสี่ฟอง”

“ไข่ลวกอีกสี่ฟอง”ภากรทวนคำบิดาตาโต เรื่องอาหารการกินเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเด็กชาย

“ไข่ลวกตั้งสี่ฟองเลยหรือคะพี่ปก”อากัปกิริยาของอาสาวไม่แตกต่างกับหลานชายเท่าไหร่นัก ทิพย์ฤทัยมองพี่ชายสลับกับแฟนสาวของฝ่ายนั้นที่ตอนนี้หน้าตาจวนเจียนอยากร้องไห้

มาลาตีที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ใช้พัดอันโตขึ้นมาบังหน้าตัวเองที่กำลังอมยิ้มเอาไว้
นัยน์ตาแพรวพราว
ผู้อาวุโสแอบกดปลายเล็บลงกับเนื้อท่อนแขน ยังมีความรู้สึกเจ็บปวด
ภาพของธิปกและภากรที่มีความสุขเป็นเรื่องจริง
เธอไม่ได้ฝันไป...



ภากรอาสาพา “แฟนพ่อ”เยี่ยมชมบ้าน สถานที่แรกที่เด็กชายพากวีณามาเยือนแห่งแรกก็คือมุมทดลองวิทยาศาสตร์ของตัวเอง แขกตื่นตาตื่นใจกับอุปกรณ์หน้าตาแปลกๆ ที่มันน่าจะอยู่ในห้องทดลองของนักวิจัย โรงพยาบาล กวีณาตื่นเต้นอยู่ได้ไม่นานก็ต้องมาเหงื่อตกกับคำถามสารพันที่เธอไม่เคยตอบถูก
เข้าใจสิ่งที่ธิปกพูดเมื่อคืนชัดแจ้ง
สารอะไรก็ไม่รู้...

“มันต้องอันนี้”ภากรชูกระดาษสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็กๆ สีแดง “หลักสูตรใหม่ หลักสูตรเก่าต้องเรียนเหมือนกันทั้งหมดนั่นแหละ”

“ใบ้เพิ่มสักนิดได้ไหมคะ...”กวีณาขยับแว่นตาไปมา สมองซีกซ้ายขวาเหมือนจะไม่ได้จดจำใดๆ เกี่ยวกับเรื่องวิทยาศาสตร์ใดๆ สักนิด

“ใช้ทดสอบครับ...”

“โฮ...ใบ้กว้างจริงพี่สโนว์ก็เห็นทุกอย่างมันใช้ทดสอบ”สีหน้าหญิงสาวหมดหวังทุกสิ่งอันในชีวิต

“แต่อันนี้ง่ายกว่าทุกอัน ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันด้วยนะครับ”

“ใช้ได้จริง”กวีณาทวนคำซ้ำๆ “พี่สโนว์รู้แล้วค่ะ นี่มันกระดาษทดสอบตาบอดสี พี่สโนว์ไม่ได้ตาบอดสีนะคะ ยังมองเห็นว่ามันเป็นสีแดง ถูกต้องนะคะ”หญิงสาวชงเอง ตบเองเสร็จสรรพ

“ไม่มีความใกล้เคียงเลยครับ อันนี้เขาใช้ทดสอบความเป็นกรดด่าง”

“อ๋อ...”หญิงสาวลากเสียงยาว “กระดาษลิปมัน...”

“ไม่ใช่กระดาษลิปมันครับพี่สโนว์ เล่นตลกหรือเปล่านี่”เด็กชายเกาหัว “เดี๋ยวก็มีกระดาษที่ดัดขนตา กระดาษแป้งทาหน้าตามมา อันนี้กระดาษลิตมัส”

“เล่นตลกค่ะ พี่สโนว์รู้จักอยู่แล้ว”

“ถ้าอย่างนั้นเล่นต่ออีกนะครับ”

“ไม่ไหวแล้วค่ะ เหมือนพี่สโนว์กำลังเตรียมความรู้ เตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกรอบเลยค่ะ”

“น่าสงสารผู้ใหญ่สมัยนี้ ความรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ไม่แข็งแรงเลยจริงๆ”
ผู้ใหญ่สมัยนี้คอตก ก่อนจะมีระฆังมาช่วยชีวิตเอาไว้

“หมาป่า...ตื่นแล้ว”
เจ้าตัวน้อยสี่ขาเดินเข้าห้องช้าๆ ผึ่งผาย

“อย่าไปสนใจไอ้ซนมันเลยครับ ใช้งานจริงๆ ไม่ได้เรื่อง”เด็กชายกอดอก

“ไหนว่าเป็นเพื่อนรักกันไงคะ”กวีณาย่อตัวลง จับจูงมือเด็กชายและลูบขนสุนัขสีดำแต้มจุดน้ำตาลเข้มไปมา “เมื่อคืนซนอาจจะตื่นคน ตื่นเวที ตอนเราซ้อมกันมีแค่เราเองนะคะที่ดู”หญิงสาวหว่านล้อม ไม่ได้เก่งวิทยาศาสตร์เท่ากับเจ้าตัวน้อยแต่วิชาชีวิต เธอมั่นใจว่าน่าจะได้คะแนนเต็มร้อย

“ตื่นเวที”

“ใช่คะ ตื่นเวที เมื่อคืนคุณซันนี่ยังเสียงสั่นๆ ไมค์เกือบตกจากมือตั้งหลายครั้ง”กวีณาพูดตามที่สายตาเห็น “นายซนเป็นน้องหมาก็คงงงๆ กับเสียงเพลง คนก็เยอะ เลยไม่ยอมเห่า ไม่ยอมเดิน”

“นี่เพราะพี่สโนว์ขอไว้หรอกนะ”เด็กชายทรุดตัวลงนั่งกับพื้นลูบเนื้อลูบตัวสุนัขตัวโปรดที่มองเมินกันมาตั้งแต่เช้า “ถ้าขึ้นเวทีอีก ต้องโชว์ มัสท์ โก ออนรู้หรือเปล่า”

กวีณายิ้มน้อยๆ
มิตรภาพของเด็กกับสุนัขชวนหัว

“พี่สโนว์รอแป๊บนะครับ เดี๋ยวต้องเพิ่มพูนความรู้ด้านวิทยาศาสตร์โดยด่วน”ภากรหมายหมั้นปั่นมือ “ผมขอตัววิจัยซนแป๊บหนึ่งก่อน”

“เพิ่มพูนความรู้ด้านวิทยาศาสตร์โดยด่วน”กวีณาครางเสียงอ่อนระโหย มองภากรที่กำลังใช้สายวัดวนรอบสุนัขตัวน้อยสลับกับขีดๆ เขียนๆ ลงสมุด

เด็กชายตัวเล็กหน้าตาเหมือนเพชฌฆาตมีกระดาษลิตมัส และอุปกรณ์หน้าตาประหลาดร้อยแปดเป็นอาวุธ

สถานที่เพิ่มพูนความรู้มีธิปกจับจองอยู่ก่อนแล้ว
“พาพี่สโนว์ไปเที่ยวที่ไหนกันมา”ชายหนุ่มเงยหน้าเพียงนิดเดียว ก่อนจะวุ่นวายกับการเลือกแผ่นดีวีดีชมภาพยนตร์

“พ่อจะดูหนังหรือครับ”

“ใช่แล้ว เรื่องนี้เลย”

“ไว้ดูวันหลังได้ไหมครับ พี่สโนว์ต้องฟื้นฟูความรู้ทางวิทยาศาสตร์ด่วน”

“แต่เรื่องนี้สนุกมากเลยนะมีฮีโร่เกือบยี่สิบตัวรวมกัน”ธิปกยื่นมือเข้ามาช่วยกวีณา ขบขันนักกับใบหน้าสาวๆ

“ไว้เสริมความรู้พี่สโนว์เสร็จแล้วค่อยดูก็ได้ครับ”

“ให้คุณพ่อดูก่อนก็ได้นะคะ เดี๋ยวเราค่อยต่อคิว คุณพ่อมาจองห้องก่อนแล้ว”กวีณาพูดพร้อมสอดส่ายสายตาไปที่แผ่นภาพยนตร์ที่ถูกจัดไว้เป็นระเบียบเรียบร้อย สายตาปะทะเข้ากับซีรี่ย์เกาหลีเรื่องดัง “พี่สโนว์อยากดูเรื่องนี้จังเลยค่ะ”ลืมสิ้นการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

“ทั้งคุณพ่อและคุณพี่หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะครับ...เรื่องการเรียนรู้สำคัญกว่า”

“ไม่ได้...”คุณพ่อและคุณพี่พร้อมใจกันประสานเสียง

การตัดสินด้วยวิธีเก่าแก่ที่สุดของมวลมนุษยชาติก็เริ่มต้นขึ้น หกฝ่ามือสามคนพลิกคว่ำๆ หงายๆ หาผู้ชนะ
แล้วในที่สุดการเรียนรู้ก็สำคัญยิ่งกว่าทุกสิ่ง

ธิปกปิดปากหาวทุกสามนาที คุณพ่อมั่นใจว่าตัวเองนอนอย่างเต็มอิ่มแต่ก็ยังง่วงยังดี กวีณาเผลอหลับตาเป็นบางครั้งคราว หญิงสาวพยายามทำใจว่าเรื่องราวของฝูงนากยักษ์แห่งป่าอะเมซอนมีเรื่องราวไม่แตกต่างอะไรจากละครเกาหลี อยู่กันเป็นครอบครัว มีศัตรูเป็นจระเข้ยักษ์ ต้องต่อสู้ดิ้นรนเลี้ยงลูกน้อย

ใช้จินตนาการสุดความสามารถก็ไม่อาจเทียบเคียงกันได้

ภากรที่นอนอยู่ริมชิดติดผนังดูเหมือนจะร่าเริงกว่าใครๆ เด็กชายชื่นชอบ เคยชินกับการดูสารคดีสัตว์โลกเป็นอย่างยิ่ง

“ทดลอง ทดสอบทางวิทยาศาสตร์อาจจะยากเกินไป เริ่มต้นดูสารคดีก่อนก็ได้ครับ”ภากรพูดจาเป็นทางการ

กวีณาพยักหน้ารับรู้

นากยักษ์เพศเมียในจอโทรทัศน์กำลังต่อสู้ วางเชิงเตรียมพร้อมวางมวยกับเคย์แมน จระเข้สายพันธุ์หนึ่ง สารคดีเล่าเรื่องประดุจดังกำลังนั่งชมซีรี่ย์เกาหลี

“ดีจังนะครับ ลูกนากมีแม่นากคอยปกป้องดูแล”เด็กชายตัวกลมสีหน้าสลด

“ไม่ใช่แค่แม่นากสักหน่อยค่ะที่คอยปกป้องดูแล”กวีณาจับสังเกตได้ถึงความผิดปกติ “ครอบครัวนาก ยังมีคุณตา คุณยาย คุณอา ความสามัคคีคือพลัง”หญิงสาวลูบหลังลูบไหล่เนื้อแน่นของเด็กชายตัวกลม

“เกาตรงนี้กำลังดีเลยครับ...”

กวีณามองค้อนเด็กชาย ถ้าไม่ติดว่าอีกฝ่ายเหมือนกำลังจะสลดเปลี่ยนจากเกามาเป็นหยิกด้วยความหมั่นเขี้ยว การต่อสู้ชุลมุนของครอบครัวนากดำเนินไปอยู่อีกพักใหญ่ แต่เสียงนักวิทยาศาสตร์น้อยที่คอยพากษ์ คอยกำกับสารคดีกลับเบาลงจนกวีณาแปลกใจ

“หลับไปแล้ว...”หญิงสาวยังปฏิบัติหน้าที่ “เกา”ไม่ขาดตกบกพร่อง

“ซันนี่หลับแล้ว”ธิปกที่นั่งหลับตา พิงแผ่นหลังตัวเองอยู่กับโซฟากลับมาเป็นได้เปรียบ “ยี่สิบฮีโร่ของผมเข้าโรงฉายต่อได้”

“เปลี่ยนตอนนี้ ซันนี่ไม่ลุกขึ้นมาอาละวาดหรือคะ”

“ไม่หรอก น่าจะสิ้นเรี่ยวแรงแล้วจริง”ธิปกวางคางไว้บนไหล่เล็กๆ มองลูกชาย “เสร็จพ่อ”

“เดี๋ยวซันนี่ตื่นเมื่อไหร่ สโนว์จะฟ้อง”

“ไม่กลัว”ธิปกหอมแก้มหญิงสาวฟอดใหญ่ ขยับมือขยับไม้เปลี่ยนแผ่นภาพยนตร์เร็วเสียยิ่งกว่าจรวด

กวีณามองธิปกสลับกับภากร ส่ายหน้าและยิ้มน้อยๆ กับพฤติกรรมของพ่อกับลูกชาย

“นอนดีๆ นะคะ”หญิงสาวหันมาสนใจภากร จับหมอนที่ซ้อนกันอยู่ไม่เป็นระเบียบให้เข้าที่ เกรงนักว่าเด็กชายจะตกจากคอนโดหมอนจนคอเคล็ด

“แม่...แม่ครับ”

“ซันนี่ ซันนี่ค่ะ”หญิงสาวก้มลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของเด็กชาย
ใจหาย...

ความรู้มากมาย
วิทยาศาสตร์จะก้าวไปไกลขนาดไหน
เด็กก็ยังต้องการแม่

หญิงสาวกอดกระชับร่างกลม เนื้อแน่น ทำหน้าที่แทนหญิงสาวอีกคนที่ยึดครองสี่ห้องหัวใจของธิปก สักเสี้ยวเล็กๆ ของพื้นที่กวีณาก็ไม่มีสิทธิ์จะไปอยู่ในนั้น

“ยี่สิบฮีโร่”ธิปกเชิญชวนอีกครั้ง

“รวมกันแล้วยังไม่น่ารักเท่าฮีโร่ซันนี่หรอกคะ”

“ผมชักอิจฉาลูกซะแล้วสิ”ธิปกตาสว่าง

“อิจฉาจริงๆ เหรอคะ เดี๋ยวจะปลุกซันนี่ให้ตื่นขึ้นมาคุยด้วย”

“ไม่ต้องปลุก ห้ามปลุกเด็ดขาด”

กวีณาที่ยังไม่หยุดเกาหลัง เกาไหล่ให้เด็กชายหัวเราะคิกคัก

“หัวเราะต้องเอามือปิดปากด้วยสโนว์ เดี๋ยวซันนี่ตื่นขึ้นมาต้องดูสารคดีนากกันต่อนะ...”

“คุณพ่อปกนี่...”กวีณาส่ายหัว

ทั้งธิปกและกวีณาไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าถูกแอบมองตั้งแต่ต้น
มาลาตีตบพัดอันโปรดเข้ากับอก
ตัดสินใจแล้ว...


เหมือนพระจันทร์

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 34
    • ดูรายละเอียด
Re: ของหวาน...ของหัวใจ - บทที่ 9 - ใกล้กันกว่าเดิม
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 11, 2014, 06:52:04 PM »
มาอัพตอนใหม่ค่ะ



รัญชิดา

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 260
    • ดูรายละเอียด
Re: ของหวาน...ของหัวใจ - บทที่ 9 - ใกล้กันกว่าเดิม
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 12, 2014, 01:29:39 AM »
เดี๋ยวพรุ่งนี้เย็นๆ ทำข่าวให้นะคะ

เพิ่งปิดเวิร์ดมา ตาพร่ามาก

เอาใจช่วยคุณตูนสุดชีวิต ปั่นให้จบนะคะ

มะร่อแร่จำแลง 555+++