ผู้เขียน หัวข้อ: ของหวาน...ของหัวใจ - บทที่ 11 เส้นทางของเรา  (อ่าน 405 ครั้ง)

เหมือนพระจันทร์

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 34
    • ดูรายละเอียด
กวีณายอมให้ธิปกลากตัวเองออกมาจากห้องโดยดี ไม่ต้องการสักขีพยานใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พยานที่ชื่อภากร หญิงสาวนึกภาพไม่ออกจริงๆ ถ้าบนโต๊ะอาหารปิดปากเด็กชายตัวน้อยไม่ทันจะเกิดอะไรขึ้น การทำอะไรต่อหน้าภากรคงต้องเพิ่มความระมัดระวัง

“งานอะไร...สโนว์”คนถามทิ้งตัวลงบนโซฟายังไม่ปล่อยจากการจับจูง
อีกฝ่ายหนึ่งยืน อีกฝ่ายหนึ่งนั่ง
ดูเหมือนผู้ปกครองกำลังไต่สวนพิจารณาลงโทษเด็กเล็กๆ

“ไม่ใช่งานอะไรหรอกคะ”กวีณาบิดตัว ลืมคิดถึงคู่หู ถ้าภากรยังอยู่ตรงนี้ บรรยากาศตึงเครียดน่าจะบรรเทาเบาบางลง
ยังพอจะหาเหตุให้กลบเกลื่อน

“ก็เป็นแค่อาสาสมัครเหมือนเคย ไม่ได้ทำงานทำอะไรจริงจัง”หญิงสาวขยับแว่น ดึงผ้าผูกผม

“แบ่งรัก ปันไออุ่น”ธิปกเอ่ยชื่อโครงการของบริษัทตัวเอง ไม่ต้องรื้อค้นความทรงจำให้เหนื่อย
โครงการนี้ชลชาติเป็นผู้รับผิดชอบ
หนีไปทำงานกับแฟนเก่า ไม่บอกเขาให้รู้เลยสักนิด

“เจ็บค่ะ คุณปก”กวีณาร้องเตือน แรงบีบที่ส่งมาถึงมือเธอแรงขึ้นเรื่อยๆ

“ขอโทษ...”ชายหนุ่มปล่อยมือ เปลี่ยนมาเป็นจัดแจงให้หญิงสาวนั่งเคียงข้างกัน “หนีไปทำงานกับแฟนเก่า เมื่อไหร่จะบอกผม”


“สโนว์ไม่ได้ทำงานค่ะ”สองมือเล็กๆ นวดไปตามแขนอีกฝ่าย เอาอกเอาใจ “ไปเป็นอาสาสมัครให้เขาเฉยๆ ไม่มีอะไรเกี่ยวพันกับคุณชาตินักหรอกค่ะ”หญิงสาวอุบอิบเรื่องนั่งตรงข้ามกับชลชาติ ตอนประชุมทั้งสองรอบ

“แล้วคิดจะบอกผมเมื่อไหร่...”

“ก็ว่าจะบอกอยู่วันนี้ วันพรุ่งนี้ค่ะ”

“ถอนตัวไม่ได้หรือสโนว์”

“จะถอนตัวทำไมละคะ นานๆ ทีสโนว์จะได้มีโอกาสช่วยงานคุณปก”กวีณาเอ่ยด้วยความสัตย์จริง “เหลือเรื่องที่ต้องทำอีกเพียงสองอย่างเองค่ะ ถักหมวกกับเป็นคุณครูสอนถักหมวกให้คนอื่น น่าจะประมาณเดือนละครั้ง สองครั้ง งานนี้อาจต้องทำวันเสาร์ วันอาทิตย์”

“ไม่มีการเจอกับชลชาติอีก...”

“ถ้าหมายถึงพบกันสองต่อสอง คงไม่เจอกันอีกแล้วค่ะ”

“ดีมาก...”ธิปกมุ่งมั่น ต่อให้งานยุ่งหรือมีภารกิจอื่นใดของชีวิตคงต้องไปเฝ้าดูหญิงสาวถักหมวกด้วยตัวเอง “อย่าทำงานนี้อีกนะสโนว์”ชายหนุ่มตบฝ่ามือเบาๆ ลงกลางกระหม่อมอีกฝ่าย

“อย่าทำอย่างนี้สิค่ะ สโนว์ยิ่งรั่ว เอ๋อๆ อยู่”

“คนเรามันต้องโดนลงโทษซะบ้าง คราวหน้าจะได้เข็ด จะได้หลาบจำไม่ทำอีก”ชายนุ่มยิ้มที่มุมปาก “บทลงโทษลำดับที่สอง...”

“ฮือ...”หญิงสาวอุทานเสียงสูงขึ้นจมูก “มีบทลงโทษลำดับที่หนึ่ง ที่สองด้วยหรือคะ”

“มีไปจนถึงบทที่ร้อย”ธิปกเสียงเข้ม “คืนนี้นอนค้างคืนกับผมที่นี้นะ”

“บทลงโทษเหรอคะนี่...”

“ใช่ ผมขวัญเสียนะโดนปิดบังความจริงอยู่ตั้งนาน”

“คุณปกออกจะตัวโตไม่น่าจะขวัญเสียได้ง่ายๆ นะคะ อย่างนี้ต้องจับเข้าโรงพยาบาล ฉีดยาซะแล้ว”

“สโนว์รู้ได้ไงว่าผมกลัว เอ่อ...ไม่ชอบโรงพยาบาล”ธิปกชะงักรู้สึกว่าเบื้องหลังคำขู่ กวีณารู้จริง

“คุณมาลาตีเล่าให้ฟังค่ะ”

“ไปเจอแม่ผมตอนไหน”

“ไปโรงพยาบาลด้วยกันหลายครั้งแล้วค่ะ คุณมาลาตีไม่ได้เล่าให้คุณปกฟังบ้างหรือคะ”หญิงสาวขมวดคิ้ว

“ไม่ได้เล่านะ คุณแม่ไม่เคยเล่าให้ฟังเลยไปโรงพยาบาลกันตอนไหนนี่”ธิปกส่ายหัว “นี่สโนว์มีความลับกับผมเพิ่มอีกแล้วนะ ค้างคืนบ้านนี้กับผมอีกเจ็ดวันเลย”

“คุณปกไม่มีเหตุผล...”


“แต่ผมก็มีหัวใจ”ธิปกอมยิ้มจับจูงคนตัวเล็กกว่าลุกขึ้นยืน เตรียมตัวก้าวขึ้นสู่ชั้นสองของตัวบ้าน“เสียใจสองเรื่องซ้อนเลยเห็นไหม”

“ถ้างั้นตามซันนี่เตรียมตัวขึ้นนอนด้วยเลยดีกว่าค่ะ”

“วันนี้ซันนี่ไม่หลับไม่นอนแน่ๆ ตื่นเต้นจะได้เข้าป่าครั้งแรก ปล่อยไปก่อนเถอะ...ถ้าง่วงคงขึ้นไปนอนเอง”คนเป็นพ่อไม่รอ

“แต่...”กวีณาไม่กล้าสบสายตาคมที่ตอนนี้แพรวพราวนัก

“ไม่มีแต่ ไม่มีอะไรทั้งนั้นนะสโนว์ ถ้ายังขืนชักช้าอยู่จะเปลี่ยนจากเจ็ดวันเป็นสิบวัน”

“คุณปก...”กวีณาอ่อนอกอ่อนใจนักกับผู้ชายตัวโต

ไม่ใช่เพียงแค่พ่อ หญิงสาวยังต้องทำสงครามกับลูกชาย
ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสมกับครอบครัวเลยสักนิด

‘ซันนี่เชื่อสโนว์ ฉันฝากเธอให้ไปคุยกับหลายชายฉันที ขืนเข้าป่าเข้าพงตอนนี้ฉันต้องเป็นลมตายแน่’มาลาตีมอบหมายภารกิจให้เธอเป็นทัพหน้าเจรจากับภากร

ดูเหมือนจะมีทัพเดียว

“คุณปู่กับคุณย่าอายุเยอะแล้วนะคะ แข้งขาเดินป่าไม่ไหวแน่ๆ ส่วนแฟ็บกับฟู น้องก็ยังเล็กเกินไป”กวีณาหาเหตุผลมาหว่านล้อม “ไปเที่ยวกับครอบครัวมันต้องสนุกกันทั้งครอบครัวนะคะ”

“หมายความว่าผมต้องไปเที่ยวทะเลอีกแล้วหรือครับ ผมเบื่อคลื่น เบื่อแสงแดด อยากผจญภัยบ้าง”

“ไม่ได้หมายความอย่างนั้นสักหน่อยค่ะ”กวีณาอมยิ้มให้กับท่าทางฮึดฮัดไม่สมตัว “เรายังไปเที่ยวป่ากันเหมือนเดิมนะคะ แต่ไม่ใช่ป่าใหญ่เป็นป่าเล็กแบบมินิๆ เตรียมความพร้อมให้กับทุกคน”

“เตรียมความพร้อม...”เมื่อยังไปเที่ยวป่าเหมือนเดิมได้ ภากรก็มีสีหน้าดีขึ้น

“ใช่ค่ะ เตรียมความพร้อมเหมือนกับตอนที่พี่สโนว์ให้ซันนี่ปลูกถั่วงอกจอมพลังก่อนที่จะปลูกคุณเห็ดในห้องน้ำ ซันนี่เองก็ให้พี่สโนว์ดูสารคดีก่อนที่จะเข้าห้องทดลองวิทยาศาสตร์จริงๆ จังๆ”

“มันจะทำได้อย่างนั้นจริงๆ เหรอคะ”

“ทำได้สิครับ รีสอร์ทที่พักสมัยนี้เขาเน้นเรื่องตกแต่งให้ใกล้เคียงกับบรรยากาศธรรมชาติอยู่แล้ว หรือถ้าซันนี่ยังไม่จุใจจะไปเที่ยวป่าแบบชิลล์ๆ สักวันหนึ่งก็คงจะไม่มีใครว่าอะไร”

“ดีครับ”เด็กชายตบมือ ย้อมพบกันครึ่งทางกับสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัว

“ถ้าอย่างนั้นเรามาวางแผนเที่ยวกันดีกว่าค่ะ”

“เต็มที่...ป่ามินิของผม ยังเป็นที่กาญจนบุรีนะครับ”

กวีณากับภากรปกปิดเรื่องโปรแกรมการเที่ยวไว้เป็นความลับ แจ้งบอกกับใครต่อใครแค่เพียง

“เตรียมตัวลุย เตรียมเสื้อผ้าไว้กันเปียกน้ำเยอะนิดหนึ่งนะคะ ไม่ได้เข้าป่าใหญ่ แต่ป่ามินิก็ต้องผจญภัยนิดหนึ่งเหมือนกัน”

การเดินทางท่องเที่ยวเริ่มขึ้นตั้งแต่เช้าใช้บริการรถตู้สองคันเพื่อขนผู้คนและสัมภาระ ต่างจัดกันมาเต็มที่ไม่มีใครยอมใคร แม่งานภาคบังคับอย่างกวีณาแทบจะลืมความตั้งใจแรกที่ไม่อยากไปไหนมาไหนกับครอบครัวธิปกไปเลย เกือบสี่ชั่วโมงก็เดินทางมาถึงทางรถไฟสายมรณะ เพราะเคยชินกับการเที่ยวทะเลเมื่อมาเห็นรางรถไฟเหล็กที่ใช้งานได้จริง ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จึงดูเหมือนตื่นเต้นเป็นพิเศษ

มหกรรมการถ่ายภาพมีทิพฤทัยกับมนิดาเป็นตากล้องหลัก คู่กัดที่มักจะทะเลาะกันมากกว่าพูดจาดีๆ ลืมทุกเรื่องความบาดหมางไว้ที่บ้าน อาสาวคนสุดท้ายกับหลายชายคนโตหามุมดีๆ ช่วยกันถ่ายภาพ เด็กสามคนตื่นเต้นเป็นพิเศษเมื่อรถไฟจริงๆ วิ่งผ่านให้เห็น

เกือบชั่วโมง กวีณาจึงกะเกณฑ์สมาชิกรับประทานอาหารกลางวันในร้านอาหารใกล้ๆ กับทางสายรถไฟ ดื่มดำกับรางเหล็กสีดำและสายน้ำ

“กินกันเยอะๆ นะคะ เดี๋ยวเราต้องไปใช้แรง”

“พี่สโนว์บอกแฟ็บได้หรือยังครับจะพาเราไปไหน”

“ยังบอกไม่ได้ค่ะ แต่พี่สโนว์อยากบอกแฟ็บว่าจะพาไปหาอะไรที่ตัวใหญ่ๆ ใหญ่กว่าแฟ็บกับฟูเยอะเลย”การแยกสองฝาแฝดออกจากกันเป็นไปได้อย่างง่ายดาย

“พี่สโนว์ไม่บอกพี่แฟ็บ ถ้าอย่างนั้นพี่ซันนี่บอกฟูหน่อยสิครับเราจะไปไหนกัน”คู่แฝดทำงานกันเป็นทีม พยายามล้วงความลับ

“เตรียมตัวอาบน้ำกัน”ภากรทิ้งคำใบ้ปริศนาไว้เพียงแค่นั้น เด็กชายภาคกูมิใจนักที่ตัวเองเก็บรักษาความลับได้เป็นอย่างดีจนถึงตอนนี้

“คุณจะไม่บอกใครหน่อยหรือว่าโปรแกรมต่อไปจะยังไง”ธิปกกระซิบข้างหูกวีณาที่นั่งอยู่ข้าง”

“ไม่บอกค่ะ”หญิงสาวส่ายหน้า

“ผมน่าจะได้อภิสิทธิ์พิเศษอะไรบ้างนะ”

กวีณาอมยิ้ม
ธิปกมีอภิสิทธิ์พิเศษเสมอในหัวใจเธอ

รถตู้พาลัดเลาะเข้าป่าเข้าพงเสียจนทุกคนบนรถใจหายใจคว่ำ ตลอดสองข้างทางห่างไกลความเจริญและมีบ้านคนบางตา แต่ละหลังอยู่ห่างกันไกล

“หนูสโนว์ ไหนว่าจะไม่เข้าไปในป่าลึกๆ ไงจ๊ะ”มาลาตีทักท้วงเป็นคนแรก

“เข้าไปไม่ลึกค่ะ มินิป่าจริงๆ”กวีณาแจกจ่ายรอยยิ้มให้กับทุกคนในรถ ส่งต่อหน้าที่ให้เด็กชายเจ้าของทริปตัวจริง“ซันนี่ชี้แจงหน่อยเร็วขั้นตอนต่อไปทำอะไรกันบ้าง”

“ใกล้ถึงแล้วครับ เตรียมหมวก เตรียมร่ม ร้อนนิดหนึ่งแต่รับรองได้ว่าสนุก เตรียมเสื้อผ้าสำรองไปด้วยนะครับ ส่วนสบู่ ยาสระผมเดี๋ยวผมกับพี่สโนว์เตรียมไว้ให้ ใกล้ถึงแล้วหรือยังครับพี่สโนว์”

“ถึงแล้วค่ะ เดินกันนิดหนึ่งนะคะ”ยานพาหนะเริ่มชะลอความเร็ว

“ขอต้อนรับเข้าสู่บ้าน ช.ช้างชราค่ะ/ครับ”กวีณาและภากรประสานเสียง

สิ่งก่อสร้างที่ดูเหมือนโรงเรือนขนาดใหญ่ยกสูงจากพื้นเกือบสองก้าว ล้อมรอบด้านซ้ายและขวาด้วยรั้วไม้เตี้ยๆ โปร่งๆ หลังคาสังกะสีที่มุงไว้ค่อนข้างสูงคุ้มแดดและฝน ครอบครัวของธิปกยืนร่วมกลุ่มกับคนอื่นๆ ที่มากันเป็นหมู่คณะ เป็นครอบครัวมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

“ผมอยากเห็นช้างตัวโตๆ จังเลยครับคุณพ่อ”มนพลฝาแฝดคนน้องเอ่ยกับผู้เป็นพ่อ

“พ่อก็อยากเห็นเหมือนกัน”

“เดี๋ยวจะยิ่งกว่าได้เห็นอีกค่ะ  วันนี้เราต้องทำกิจกรรมเกี่ยวกับช้างทั้งวันเลย”กวีณาโฆษณาชวนเชื่อ

“พี่สโนว์อย่าเพิ่งเฉลยสิครับ เดี๋ยวจะหมดสนุกไปเสียก่อน”ภากรหันมาดุลูกคู่

“มาถึงนี่แล้วนะนายซันนี่ ไปว่าพี่สโนว์เขามากๆ รอบหน้าไม่มีใครมาช่วยเพิ่มคะแนนเสียง มาช่วยจัดทริปแล้วอาจะสมน้ำหน้าให้”ทิพย์ฤทัยเตือนหลานชาย

“ผมขอโทษครับพี่สโนว์”เด็กชายตัวน้องๆ ลูกชายเดินมาเกาะแขนกวีณา

“ไปเตือนซันนี่ทำไมละปลาดาว”แม่ของเด็กชายฝาแฝดพูดไปยิ้มไป “ถ้าซันนี่ไม่มีคุณสโนว์สักคน รอบหน้าพี่จะได้จับพวกเราทั้งบ้านไปเที่ยวทะเลอีกไง”

ภากรเบ้ปากให้ให้มนิดา แม้จะไม่มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งขัดอกขัดใจเหมือนกับอาสาวคนสุดท้อง แต่เรื่องเที่ยวทะเล เด็กชายเบื่อและเอียนกับเสียงคลื่น ฟ้าคราม

“ผมไม่เอาทะเลแล้วครับ ซันนี่จะดูช้าง”ไม่ทันขาดคำพูดของภากร เจ้าถิ่นตัวจริงก็ปรากฏกายขึ้นต่อสายตาทุกคน    

ช้างสี่เชือกที่มีทั้งตัวเล็ก ตัวใหญ่ล้อมโรงเรือนด้านหน้าเอาไว้ มหกรรมให้อาหารช้างก็เริ่มต้นขึ้น ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างผลัดกันยื่นหญ้า อ้อย ให้กับช้างแสนรู้ได้สัมผัสกันใกล้ชิด ทั้งกล้องและมือถือที่สามารถถ่ายภาพได้ถูกใช้งานเต็มที่ มาลาตีและฤทธิชัยที่ตั้งใจว่าจะอยู่เฉยๆ มองหนุ่มสาวมีความสุขยังเข้ามาร่วมวงให้อาหารช้าง ผ่านไปเกือบสามสิบนาทีถึงเข้ามาสู่พิธีการเป็นทางการ

เจ้าหน้าที่ของสถานที่เข้ามาอธิบายให้คนรู้จักมูลนิธิและโครงการบ้าน ช.ช้างชรามากขึ้น แม้จะมีเสียงพูดคุยจากเด็กๆ แต่ผู้ใหญ่หลายคนต่างตั้งใจฟัง หยุดการเคลื่อนไหวสนุกสนานเฮฮา ลูกช้างตัวเล็กเหมือนยังไม่อิ่มจากอาหารอร่อยส่งเสียงร้องเรียกทุกคน เมื่อเห็นว่ายังไม่ได้รับความสนใจใดๆ งวงเล็กๆ ก็ดูดฝุ่นทรายขึ้นมาจากพื้นก่อนพ่นใส่ทุกคนที่อยู่ในโรงเรียน เรียกเสียงหัวเราะให้กับทุกคน

ถัดจากนั้น ทุกคนก็ได้ก้าวเข้าสู่พื้นที่ของช้างอาวุโสอย่างเต็มรูปแบบ กิจกรรมถัดมาก็คือการลงมือปลูกข้าวโพดเพื่อเป็นอาหารให้กับช้าง พื้นดินโล่งๆ สุดลูกหูลูกตาทำการเตรียมดินและยกร่องเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงการขุดหลุมกลบฝังเมล็ดข้าวโพด

จอบและเสียมถูกแจกจ่ายให้กับแรงงานผู้ชาย ส่วนเมล็ดข้าวโพดถูกแจกจ่ายให้กับเด็กๆ และผู้หญิง

“คุณฤทธิ์จะร่วมกับเขาด้วยหรือคะ”มาลาตีทักท้วงคู่ชีวิต เมื่อเห็นฤทธิชัยเลือกจอบและเสียมเช่นเดียวกับผู้ชายคนอื่นๆ

“ก็ร่วมด้วยช่วยกันไป คนชราก็ช่วยช้างชราด้วยสิ”

“คุณก็...”มาลาตียิ้มหวานให้สามี กางร่มให้อีกฝ่าย “ผู้หญิงชราอย่างฉันก็ต้องมาช่วยผู้ชายชราอย่างคุณเหมือนกัน”

“คู่นี้หวานกันจริงเชียว ปลาดาวละอิจฉาคุณพ่อกับคุณแม่”ทิพย์ฤทัยฝันไปไกล

ลูกสาวคนสุดท้องจับกลุ่มอยู่กับบุพการี กลุ่มของครอบครัวมนิดา และกลุ่มของธิปกอยู่ถัดๆ กันไป กิจกรรมส่วนใหญ่วนเวียนอยู่กับการดูแลช้างอาวุโสที่มีสภาพร่างกายแตกต่างกันไปซึ่งส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาด้านใดด้านหนึ่งของร่างกายทั้งที่เกิดมาจากการเลี้ยงดูไม่เหมาะสม การเสื่อมสภาพไปตามวัย

กิจกรรมสุดท้ายซึ่งเป็นกิจกรรมพิเศษสุดของที่นี้ สร้างความตื่นตาให้กับทุกคน

“คุณปกอาบน้ำช้างไหมคะ”กวีณาเชิญชวน “ผู้ชายตัวโตอย่างคุณปกขึ้นช้างไปควาญคนเดียวได้เลยนะคะ”

“ไม่ดีกว่า...”ธิปกส่ายหน้า ลมเย็นๆ ที่กลมเกลียวไหลวนผ่านแม่น้ำกว้างใหญ่ตรงหน้า
เย็นตัวแต่ไม่เย็นที่ใจ

“ถ้าอย่างนั้นสโนว์กับซันนี่ขอไปอาบน้ำให้ช้างนะคะ”กวีณาบอกเล่า ไม่ต้องรอคำอนุญาต หญิงสาวกับเด็กชายก็ฝากเป้สะพายหลังส่งให้ชายหนุ่ม ตรงดิ่งไปยังห้องน้ำเปลี่ยนชุดให้พร้อมเล่นน้ำกับช้าง

ธิปกสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด เดินไปรวมกลุ่มกับคนอื่นๆ สิ่งก่อสร้างที่ดูเหมือนระเบียงบ้านเอาไว้นั่งเล่นค่อนข้างใหญ่ สูงระดับเดียวกับช้างตัวโต ไร้รั้วรอบขอบชิด ทิวทัศน์ตรงหน้าคือแม่น้ำกว้าง ชายหนุ่มคาดคะเนจากสายตามองเห็น น้ำน่าจะลึกและเชี่ยว

ใช้เวลาไม่นานนัก กวีณาและภากรก็ตามมาสมทบ

“แน่ใจหรือซะนี่ว่าจะขี่ช้างไปช่วยเขาอาบน้ำ ช้างคอหักพอดีน้ำหนักตัวเรา”ทิพย์ฤทัยขยับปากพร้อมถ่ายภาพไม่ยั้ง

“แน่ใจสิ ช้างตัวออกจะโต ผมอะกลายเป็นนกจิ๊บไปเลย คุณอาปลาดาวอย่ามาขู่ผมซะให้ยาก”
กวีณากับภากรโดนจับใส่เสื้อชูชีพเพื่อป้องกันความปลอดภัย ชี้ชวนกันให้ดูคนที่ขี่ช้างก่อนหน้าตัวเอง

“ผมอยากมีสายวัดอยู่ในมือตอนนี้จังเลยครับ จะจับคุณช้างวัดตั้งแต่หัวจรดเท้า”

“สายวัดต้องใหญ่มากๆ แน่เลยค่ะ”กวีณาส่งแว่นตาให้ธิปกที่ยืนอยู่ข้างๆ กัน “คุณปกเป็นอะไรหรือเปล่าคะ หน้าซีดๆ”

“ไม่เป็นไร อากาศมันคงร้อน”

“อากาศร้อนหรือคุณพ่อกำลังกลัว...”ภากรยักคิ้วหลิ่วตา

“ลูกผู้ชาย เรื่องแค่นี้...”ธิปกยักไหล่

เรื่องแค่นี้ของคนอื่นแต่เหมือนจะหนักหนาสาหัสสำหรับเขา
แล้วก็มาถึงคิวของกวีณากับภากร เด็กชายโบกมือให้ครอบครัว

“เดี๋ยวแฟ้บกับฟูตามพี่มานะ พี่ทำเป็นตัวอย่างให้ดูก่อน”

บนช้างตัวโตที่อายุเกือบหกสิบปีมีควาญช้างนั่งอยู่ด้านท้ายสุด ภากรนั่งหน้า ตามมาด้วยกวีณา

“ขนบนตัวช้างแข็งมากเลยนะครับ ผมนึกว่ามันจะนิ่มกว่านี่สะอีก”เป็นประโยคยาวๆ ประโยคเดียวที่ภากรได้เอ่ยปากพูด ก่อนที่คุณป้าช้างที่เด็กชายต้องอาบน้ำให้จะกระเด้งหน้ากระเด้งหลัง พ่นน้ำ ยอกเย้าให้คนที่อยู่บนหลังใจหายใจคว่ำ

ไม่ช้าไม่นานศุภชัยและลูกชายฝาแฝดคนเล็กก็ตามมา

พี่ชายกับน้องชายส่งเสียงทักทายกันเจี๊ยวจ๊าวข้างหลังช้างราวกับไม่ได้เห็นหน้ากันมานานชาติเศษ

ธิปกทำหน้าที่ถ่ายภาพเคลื่อนไหว ทิพย์ฤทัยทำหน้าที่ถ่ายภาพนิ่งอยู่ไม่ห่างจากพี่ชายนัก ฤทธิชัยและมาลาตีช่วยกันลุ้นหลานชายสองคนที่อยู่ในน้ำ

“แฟ็บคิดไม่ออกเลยครับคุณแม่จะตามน้อยลงไปดีหรือเปล่า”ฝาแฝดผู้พี่ทบทวนไปมา

“คิดเร็วๆ หน่อยสิครับ แม่พร้อมทุกเมื่อ”มนิดากระตือรือร้นอยากลงเล่นน้ำร่วมกันกับช้างเช่นเดียวกับสามี

“พี่ปก...พี่ปกเป็นอะไรหรือเปล่าคะ”ทิพย์ฤทัยลดกล้องถ่ายภาพในมือลง สังเกตเห็นว่าพี่ชายตัวซีดมือไม้สั่น

“ท่าทางจะอาการเดิมกำเริบ”มนิดาบ่นเบาๆ

“ยังไม่ห่างอีกเหรอคะนี่ น้ำแค่นี้เอง สะพานก็...”

“อย่าเพิ่งพูดมากยัยปลาดาว ขอยาดมจากแม่มาให้พี่หน่อย”ชายหนุ่มหยุดการถ่ายภาพ แผ่นน้ำกว้างใหญ่ตรงหน้าชวนให้นึกถึงวัยเยาว์ วันวานที่เขายังเป็นเพียงเด็กชายตัวกลมหน้าตาท่าทางคล้ายกับภากรตัวนี้ สุนัขที่ดูเหมือนจะตัวไล่เลี่ยกันชนเขาตกจากสะพานไม้ไผ่แคบๆ ที่สูงพ้นจากน้ำไม่ถึงฝ่ามือ

โชคดีที่มือด้านหนึ่งคว้าสะพานเอาไว้ได้ แต่โชคร้ายเมื่อเด็กชายธิปกในตอนนั้นไม่สามารถดึงตัวเองให้ขึ้นมาได้ ร้องเรียกให้คนช่วยอยู่นานนับชั่วโมง

ชายหนุ่มไม่ชอบทั้งแม่น้ำและสะพาน รวมถึงสัตว์ตัวใหญ่โต

ทิพย์ฤทัยรวบรวมยาหม่อง ยาหอมจากคนเป็นแม่ ปรนนิบัติพัดวีให้พี่ชาย

“ผมไม่ลงน้ำแล้วดีกว่าครับแม่ ผมอยู่ดูแลคุณลุงดีกว่า”ศุภโชคหาทางออกให้ตัวเอง

“จริงหรอ”มนิดายิ้มรู้ทันลูกชายคนโต

หน้าที่การถ่ายภาพทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวตกไปอยู่ที่ผู้ชราสองคนที่คุยกันกระหนุงกระหนิง
ลืมวัย!

หลังจากการอาบน้ำพร้อมกันทั้งคนและช้าง คนก็ต้องไปอาบน้ำจริงๆ จังๆ ขัดสีฉวีวรรณ กว่ากวีณากับภากรจะกลับมารวมกับคนในครอบครัว อาการของธิปกก็ดีขึ้นมากจนไม่ต้องพึ่งยาดม ยาหม่อง เพียงออกห่างไกลจากแม่น้ำ ระบบการหายใจและความรู้สึกก็กลับมาสู่ปกติ แต่ก็ยังไม่พ้นจากสายตาของกวีณา

“คุณปกดูหน้าซีดๆ นะคะ เป็นอะไรหรือเปล่าเอ่ย”
คนโดนถามทำหน้านิ่งไม่พูด มนิดากับทิพย์ฤทัยมองหน้ากันไปมายิ้มๆ ขบขันนักกับอากัปกิริยาของพี่ชาย

“พี่สโนว์ไม่รู้เหรอคะ...พี่ปกกลัวน้ำ”ทิพย์ฤทัยพูดไปหัวเราะไป

“ยัยปลาดาว”ธิปกหลับตาลง
น่าอายไม่ใช่น้อย ที่ผู้ชายอย่างเขากลัวเรื่องอะไรเล็กน้อย สามัญธรรมดาแบบนี้

“ไม่ใช่แค่น้ำนะคะที่พี่ปกกลัว พี่ปกกลัวสะพานไม้ สะพานข้ามคลองด้วยค่ะ”น้องสาวคนสุดท้องไม่หยุดพูดง่ายๆ

“ตายจริง สโนว์ไม่เคยทราบมาก่อนเลยค่ะ”สองสาวคุยกันเหมือนไม่มีธิปกยืนอยู่ตรงนี้ “ซันนี่ต้องรู้แน่ๆ เลย ทำไมซันนี่ไม่บอกพี่สโนว์ ที่พักพี่จองไว้...”

“พี่สโนว์อย่าเพิ่งเฉลยสิครับ”ภากรร้องห้ามเสียงดังลั่น “ลูกผู้ชายก็ต้องมีผจญภัยกันบ้างจริงไหมครับคุณพ่อ”ลูกชายหันไปยักคิ้วหลิ่วตาหาบิดาบังเกิดเกล้า ก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้กับทิพย์ฤทัย

น้อยครั้งนักที่หลานชายจะญาติดีกับอาสาวคนสุดท้อง
มาลาตียกพัดประจำตัวขึ้นสูงปิดบังรอยยิ้มและนัยน์ตาแพรวพราวของตัวเอง
เบื้องหลังย่อมมีเบื้องหลังกว่า...
แม้จะไม่ใช่เป็นผู้เลือกแต่เธอก็ “ดู”คนไม่ผิดจริงๆ
ตอนนี้เพียงแค่รอเวลา รอฟังข่าวดี


ที่พักที่กวีณาและภากรช่วยกันเลือกปรากฏต่อสายตาทุกคน กวีณาได้ยินเสียงโห่หิ้วผิวปากจากคนโน้นคนนี้ ส่วนหนึ่งจะส่งเสียงเพราะความพอใจและกำลังยั่วล้อพี่ชายคนโตของบ้าน

ห้องพักแทบจะทั้งหมดเป็นบ้านพักลอยน้ำหลายขนาด เส้นทางสัญจรไปมาในที่พักเป็นสะพานไม้กว้างและแข็งแรงมากพอให้รถขนส่งขนาดเล็กผ่านไปได้

“คุณปกจะอยู่ได้ไหมคะนี่”กวีณาหน้าเสีย เธอกับภากรถูกใจที่พักแห่งนี้ตั้งแต่แรกเห็นไม่คิดว่าจะมีคนไม่ถูกใจ

“อย่ากังวลไปเลยสโนว์ที่พักสวยมาก ผมไม่ได้กลัวน้ำ กลัวสะพานเท่าไหร่หรอก แค่ไม่ค่อยชอบ”ชายหนุ่มส่งสายตาดุไปทางลูกชาย น้องสาว “อย่าใส่ใจคำพูดเวอร์ๆ ของพวกนั้นให้มาก”

“พวกนั้น”หันไปสุมหัวหัวเราะกันคิกคัก

“ถ้าไม่มีใครกลัว แม่ว่าเรารีบเข้าที่พักกันก่อนเถอะจ๊ะ คุณพ่อเหนื่อยมากแล้ว”มาลาตีควงแขนคู่ชีวิต

“คุณฤทธิ์กับคุณมาลาตีขึ้นรถกอล์ฟดีกว่าค่ะ ที่พักเราอยู่ลึกด้านในสุดเลยค่ะ”กวีณาออกความคิด

“ไม่ดีกว่าหนูสโนว์”ฤทธิชัยส่ายหน้าปฏิเสธ”ฉันเดินเล่นกินลมชมวิวกับคุณมาลาตีดีกว่า”

“พี่สโนว์ลองชวนพี่ปกดีกว่าคะ พี่ชายปลาดาวน่าจะอยากนั่งรถมากกว่าคุณพ่อ”

ธิปกไม่ฟังเสียงยั่วล้อจากน้องสาว เดินลิ่วๆ นำหน้าทุกคนในครอบครัว ชายหนุ่มกำหมัดแน่น ข่มทุกความกลัวเพื่อให้สามารถประคองตัวเองไปได้ตลอดรอดฝั่ง

เด็กชายสามคนแข่งกันวิ่งเล่นจากท้ายสุดขบวนเปลี่ยนเป็นนำหน้า ในจังหวะที่ลูกชายกำลังแซงหน้า ไขมันบนเนื้อตัวของภากรกระแทกเข้าไปที่เนื้อตัวของผู้เป็นพ่อเต็มแรง ธิปกผวาเฮือกความหวาดกลัวจับจิตจับใจจนเกือบจะหน้ามืด ถ้าไม่ได้มือเล็กๆ มาสอดแขนเกาะกุมเขาเอาไว้ให้ได้สติ

“เดินไปด้วยกันค่ะ”กวีณาส่งยิ้มให้อีกฝ่าย กลั้นใจเกือบตายที่จะไม่ยิ้ม ไม่เยาะเย้ยคนไม่กลัว “เดินไปบนเส้นทางของเรา”

ธิปกมองสะพานไม้สีน้ำตาลเข้มต่อๆ กัน สายน้ำกว้างใหญ่ที่ไม่กล้าหยั่งคะเนความลึก


ทุกสิ่งยังเป็นเหมือนเดิม แต่เมื่อควงแขน จับมือกันเดินไปกับกวีณาแบบนี้ ความน่ากลัวในใจเบาบางจนเหลือเกือบจะเป็นศูนย์

“ถ้ามันเป็นเส้นทางของเราจริงๆ”ธิปกกระซิบให้ได้ยินกันเพียงสองคน “ผมขอพื้นดินเยอะกว่านี้หน่อยก็ดีนะครับ”

กวีณาอมยิ้ม

บ้านพักลอยน้ำฝาแฝดมีทางเดินเชื่อมต่อกัน พื้นที่หน้าบ้านเป็นสัดเป็นส่วนแยกห่างจากบ้านหลังอื่นๆ อาหารมื้อแสนอร่อยทานแกล้มกับผืนน้ำ ผืนฟ้าและสายลมเย็น ของหวานที่เป็นผลไม้หลายชนิดที่ทานได้แบบสดๆ หรือจะปรุงแต่งเป็นลอยแก้วเมื่อเติมน้ำเชื่อมกับน้ำแข็ง

ภากรเล่านิทานหลังจากท้องตัวเองอิ่ม
นิยายวันนี้ว่าด้วยเรื่องพี่ชายขี้ขลาดสอดคล้องกับเรื่องจริง คนจริงๆ
ธิปกและศุภโชคซึ่งมีตำแหน่งเป็นพี่ชาย ไม่อาบน้ำกับช้างด้วยกันทั้งคู่

“แฟ็บครับ...เรามาจับมือร่วมกันหน่อยไหมครับ”ธิปกเชิญชวนหลานชายฝาแฝดคนโต

“ทำอะไรหรือครับลุงปก”

“จับพี่ซันนี่ถ่วงน้ำ”

เด็กชายตัวน้อยพยักหน้าก้าวเดินสามขุมไปพร้อมกับธิปกตรงไปหาภากร
หวังจับนักเล่านิทานถ่วงน้ำ
เกือบสี่ทุ่มทั้งหมดถึงแยกย้ายสลายตัว

“ซันนี่ง่วงหรือยัง”มาลาตีดักทางหลานชายคนโต “คุณปู่เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว แล้วยังอยากฟังนิทาน”

“อยากฟังนิทาน”ฤทธิชัยทวนคำพูดของชีวิต สบสายตากันส่งผ่านความนัยน์ “คืนนี้ปู่อยากฟังนิทานของซันนี่สักสิบเรื่อง”

“จัดไปครับคุณปู่ สิบเรื่องจิ๊บจ๊อยมาก”หลานชายโอ่

หลานชายอาจจะเป็นนักเล่านิทานแต่คุณย่าเป็นทั้งผู้เขียนบทและกำกับการแสดง
แค่เพียงเท่านี้ธิปกกับกวีณาก็ได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง


รัญชิดา

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 188
    • ดูรายละเอียด
Re: ของหวาน...ของหัวใจ - บทที่ 11 เส้นทางของเรา
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 30, 2014, 10:37:31 PM »
วันนี้วันสุดท้ายของแรลลี่แล้วนะคะ

มาเชียร์ มาชูป้ายไฟ แอบหวังในใจว่าคุณตูนจะเซอร์ไพรส์ให้นักข่าวตะลึง ตึงๆๆ

เอาใจช่วยค่ะ เขียนต่อให้จบนะคะ เรื่องนี้น่ารักมาก ปลื้มนางเอกค่ะ

รอฟังข่าวดีนะคะ

สู้ๆ

 ;D ;D ;D

เหมือนพระจันทร์

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 34
    • ดูรายละเอียด
Re: ของหวาน...ของหัวใจ - บทที่ 11 เส้นทางของเรา
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 01, 2014, 09:14:34 PM »
ทำให้นักข่าวผิดหวัง
ไม่สำเร็จค่ะ แต่ใกล้เคียงทีเดียว ไม่เกิน 5 พ.คนี้น่าจะจบได้

ขอโทษนะคะ