ผู้เขียน หัวข้อ: Farm in Love : สาวสวนผักกับรักอลวน บทที่ 9  (อ่าน 656 ครั้ง)

รัญชิดา

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 234
    • ดูรายละเอียด
Farm in Love : สาวสวนผักกับรักอลวน บทที่ 9
« เมื่อ: เมษายน 28, 2014, 09:12:37 PM »
บทที่ 9

   “คุณคิดว่าไงเรื่องโครงการพี่ดอน”

   สักวาเงยหน้าจากเอกสารที่ได้รับมาเมื่อชั่วโมงก่อน ในนั้นเป็นข้อมูลโครงการประกวดตำบลเกษตรกรรมตัวอย่าง ซึ่งมีรายละเอียดที่มาโครงการ จุดประสงค์และผลสัมฤทธิ์ที่คาดหวังว่าผู้ร่วมโครงการจะได้รับหลังการประกวดเสร็จสิ้น

   หลังจากนั่งหารือกันอยู่นานในช่วงท้ายของการสนทนาเกษตรอำเภอก็ยื่นเอกสารเหล่านี้มาให้สักวา นาทีนั้นเขายอมรับว่าไม่พร้อมเพราะถ้าว่ากันจริงๆ สักวาแทบยังไม่รู้จักตำบลในความรับผิดชอบของตัวเองดีพอที่จะรับงานใหญ่ขนาดนี้เลย จริงอยู่ที่ร้อยบุญอาจจะเป็นหนึ่งในตำบลที่มีความพร้อมหลายด้าน แต่สำหรับตัวสักวาแล้ว เขายังสะกดคำว่าพร้อมกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้เลย

   “อ้าว...ฉันนึกว่าคุณรับทำโครงการนี้แล้วซะอีก เห็นตอบพี่ดอนไปแบบนั้น” แม่สาวสวนผักตอบโดยที่ตายังจ้องถนน ดูเหมือนวันนี้เพลินตะวันจะตั้งใจขับรถเป็นพิเศษ

   สักวาเบนหน้ากลับมามองตรงไปยังถนน มุมปากของเขาโค้งขึ้นเล็กน้อย “ก็คุณจะให้ผมปฏิเสธพี่เขาไปตรงๆ เลยหรือไง ทางผู้ใหญ่เขาคงพิจารณาเห็นควรว่าตำบลของเรามีความเหมาะสม”

   “แน่นอน เรื่องเกษตรกรรมบ้านร้อยบุญไม่เป็นรองใครในสามสุขหรอก”

   “นั่นผมก็รู้ ดูอย่างคุณสิ ตัวแค่นี้ปลูกผักเป็นสิบไร่ ถึกแท้ๆ”

   “แล้วปัญหาของคุณอยู่ตรงไหนมิทราบ บอกฉันหน่อยเถอะเกษตรหวา” เพลินตะวันหันมาขมวดคิ้วใส่ชายหนุ่มแวบหนึ่งก่อนหันหน้ากลับ พยายามไม่สนใจคำชมกึ่งประชดของเขา

   สักวามองเอกสารในมือ ปัญหาของเขานะเหรอ มันก็อยู่ที่ใจไงล่ะ เขาไม่อยากจะหยิบจับทำอะไรเลยในตอนนี้ เพราะหัวใจของเขายังร้อนผ่าวกับความผิดพลาดเรื่องการโยกย้ายที่ทำงาน เขาอยากจะอยู่นิ่งๆ อาจจะออกตรวจแปลง ให้คำปรึกษาแนะนำชาวบ้านบ้าง แต่เขายังไม่พร้อมสำหรับงานใหญ่ระดับส่งชุมชนเข้าประกวด

   แล้วชายหนุ่มก็คิดถึงภาคิน เพื่อนรักที่ทำเรื่องย้ายกลับไปพร้อมกัน ถ้างานนี้มีภาคินอยู่ มันคงไม่ตกมาถึงมือเขาหรอก สักวาจำชายหนุ่มคนที่เหมาะสมกระตือรือร้นทะเยอทะยานแสวงหาความก้าวหน้าในสายงาน ภาคินเป็นคนเก่งและมีฝีมือ เรื่องการประกวดอย่างนี้เชื่อขนมกินได้เลยว่าไม่พลาด

   “คิน...นายน่าจะอยู่ตรงนี้จัง” เกษตรตำบลหนุ่มบ่นพึมพำ

   “อะไรนะคุณ”

   “เปล่า...ไม่มีอะไร ผมกำลังคิดว่าทำไมพี่ดอนถึงเลือกเรา อีกห้าตำบลมีข้อบกพร่องตรงไหน”

   “บ้านยิ้มกับเดือนสว่างน้ำท่วมตัดสองตำบลนี้ออกไปได้เลย สามสุขก็ไม่ไหวเพราะส่วนใหญ่เน้นการท่องเที่ยว คราวนี้ตัวเลือกก็เหลืออยู่แค่สามตำบล นั่นคือ ร้อยบุญ ตะแบกบานแล้วก็ท่ามะลิ ฉันไม่สงสัยหรอกว่าทำไมพี่ดอนถึงได้เลือกคุยกับเราก่อน เกษตรตำบลของท่ามะลิกับตะแบกบานแก่เกินกว่าจะมาวิ่งวุ่นกับโครงการนี้”

   “รู้ดีจัง” ชายหนุ่มบ่นอุบอิบ

   “ฉันจะถือว่าเป็นคำชมนะเกษตร”

   “อืม...ตามใจคุณเลยแล้วกัน” สักวาส่ายหน้าอ่อนใจกับสาวสวนผักมือสากจอมถึก เธออยากคิดเข้าข้างตัวเองก็เชิญเลย เพื่อความสบายใจ

   ภายในรถเงียบไปได้สักพัก ต่างฝ่ายต่างใช้ความคิดของตน เพลินตะวันขับรถอย่างตั้งใจ ขณะที่สักวานั่งมองข้างทางเรื่อยเปื่อยแต่แล้วโทรศัพท์ของชายหนุ่มก็สั่นระรัว เขาวางเอกสารไว้หน้าคอนโซลรถแล้วขยับหยิบเครื่องมือสื่อสารทันสมัยออกจากกระเป๋ากางเกง คิ้วเข้มขมวดทันทีที่เห็นรูปและเบอร์คนโทรมาปรากฏหน้าจอ

   พี่หนิงโทรหาเขา หรือว่าจะได้เรื่องแล้ว!

   “สวัสดีครับพี่หนิง”

   “แกไม่ต้องมากพิธีเลยไอ้หวา” ปลายสายตอบกลับมาอย่างสนิทสนมจนสักวาอดยิ้มไม่ได้

   “มากที่ไหน ความจริงต้องมีดนตรีบรรเลงก่อนนะพี่”

   “เอ๊ะไอ้นี่กวนรมณ์แท้ แกไม่อยากรู้เหรอว่าฉันโทรมาทำไม”

   “อยากสิพี่ มีอะไรรีบบอกมาให้หมดเลย” สักวาเร่ง

   “แกยุ่งอยู่หรือเปล่า นี่ฉันไม่อยากเบียดเบียนเวลาราชการหรอกนะ แต่ว่าถ้าโทรตอนกลางคืนฉันก็รอสายแกตลอดศก”

   “ก็นั่นมันเวลาครอบครัว” เกษตรตำบลหนุ่มแก้ตัวพร้อมยิ้มขำ “มีอะไรว่ามาเลย ผมว่าง”

   “แกตั้งใจฟังฉันให้ดีนะหวา แล้วแกก็ตอบฉันมาตามความจริงอย่ากั๊กเป็นอันขาด เพราะมันอาจทำให้รูปคดีเปลี่ยนไปได้”

   “เมื่อไรจะเล่าสักทีครับพี่”

   “เออก็จะเล่าอยู่นี่ไง วุ้ย!” ปลายสายสะบัดเสียงรำคาญ “ก่อนอื่นฉันต้องขอถามแกสักหน่อยว่าหนังสือขอย้ายนี่แกไม่ได้ทำเรื่องเองใช่ไหม”

   “เปล่า คินทำให้ ช่วงนั้นผมกำลังวุ่นๆ กับโครงการน้ำอยู่ พี่ก็รู้นี่นางานส่งท้ายหวาแทบจะมรณากันเลยทีเดียว แต่ผมก็อ่านนะ ก็ไม่เห็นจะมีอะไรผิดปกติ อย่าบอกนะว่าพี่สงสัยคิน”

   “เออ ฉันสงสัย”

   สักวาส่งเสียงค้าน ไม่มีวันเป็นไปได้ที่ภาคินจะหักหลังเขา หลายคนในสำนักงานอาจจะมาว่าเขาทั้งคู่แข่งกันทำตัวโดดเด่น แต่ความจริงแล้วมันเป็นเรื่องของการทุ่มเทให้กับงานที่รับผิดชอบมากกว่า บ่อยไปที่ต่างฝ่ายต่างช่วยงานกัน ไม่มีเหตุผลอะไรจูงใจให้เชื่อได้เลย

   “พี่หนิงมั่วแล้ว ก็คินยังรับปากกับผมเลยว่าจะกลับไปเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้ แล้วทำไมเขาถึงต้องทำอย่างนี้ล่ะ”

   “เรื่องนั้นฉันยังไม่รู้ แต่ฉันได้กลิ่นตุๆ แล้ว และแก...ไอ้หวา อย่ามาโลกสวย ไว้ฉันหาหลักฐานมัดตัวเพื่อนรักแกได้เมื่อไรเถอะ ฉันจะโก่งราคาค่าสืบให้น่าดูเชียว ว่าแต่ทางโน้นเป็นไงบ้าง สุขสามฤดูจริงไหม”

   สักวายิ้มขื่นปรายตามองหญิงสาวที่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วเพ่งสมาธิอยู่กับการขับรถ จากประสบการณ์ครั้งก่อนเขาจึงรู้ว่าเพลินตะวันกำลังนั่งหูผึ่งเก็บข้อมูลสนทนาทั้งหมดเอาไว้ ก็ดีเขาจะได้ไม่ต้องเสียเวลาอธิบายให้เหมื่อยปาก ส่วนสุขสามฤดูของพี่หนิงนั้นมันคงไม่ใช่แล้ว

   “อย่าให้ผมพูดเลยพี่ บางทีชื่อก็อาจเป็นแค่ตัวหลอก”

   ธุรการสาวจากเมืองกรุงหัวเราะเสียงดังจน เพลินตะวันหันมองอย่างลืมตัว สักวารีบบุ้ยปากให้เธอกลับไปสนใจถนน เสียงของคนกรุงก็ดังขึ้นอีก

   “แสดงว่าแกโดนหลอกล่ะสิ เอาน่าทนๆ หน่อย อยากกลับบ้านไปครองรักกับนางไหไวๆ ก็รีบสร้างผลงานเข้า งานใหญ่ๆ ใครเสนอมา แกรับไว้เลย ผลงานเข้าตากรรมการเรื่องย้ายแกจะได้ผ่านฉลุย”

   “ผมก็คิด แต่มันไม่ค่อยจะมีกะจิตกะใจ”

   “แล้วจะทำไงพ่อคุณ นั่งซึมกะทืออยู่นั่นสักเจ็ดแปดปีน่ะเหรอ เออก็เข้าท่านะ แต่ฉันเตือนว่านางไหของแกคงไม่บ้าเซิ้งรอแกกลับไปหรอก ถ้ามันจะนานขนาดนั้น เป็นฉัน ฉันก็เพลียย่ะ”

   “พี่หนิงก็ ผมก็แค่รอเวลาหางาน...”

   ฉับพลันสายตาของสักวาก็สะดุดเข้ากับปึกเอกสารที่วางไว้ นี่ไงงานใหญ่ที่เขาเพิ่งได้รับมา จะเกิดอะไรขึ้นถ้าร้อยบุญได้รางวัล แน่นอนคนที่จะได้เครดิตและคำชื่นชมคงเป็นใครอื่นไม่ได้นอกจากเขา เกษตรตำบลคนใหม่ของบ้านร้อยบุญ โอ้...พี่หนิงนี่ฉลาดเป็นบ้าเลย

   “นึกออกแล้วพี่ อยู่ใกล้ๆ หน่อยไม่ได้พ่อจะโดดหอมแก้มสักฟอด ขอบคุณมากครับที่ช่วยชี้ทางให้ แล้วผมจะโทรไปหานะพี่”

   “เฮ้ย! เดี๋ยวไอ้หวา อะไรของแกวะ”

   “ไม่มีอะไร แค่นึกวิธีสร้างผลงานได้แล้ว ส่วนเรื่องย้ายผิดนั่นพี่ก็สืบต่อไปเถอะ แต่ยังไงผมว่าคินคงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรอก แต่แค่นี้ก่อนนะพี่ พอดีต้องอ่านเอกสาร” สักวากดวางสายแล้วคว้าปึกกระดาษโครงการสร้างผลงานขึ้นมาอ่านอย่างตั้งใจอีกครั้ง

   “พอมาอ่านอีกที โครงการนี้ก็น่าสนใจอยู่นะคุณ” เสียงทุ้มดังขึ้นหลังจากอ่านอย่างละเอียด และเพลินตะวันก็ขับรถเข้าเขตตำบลร้อยบุญแล้ว

   “อ๋อเหรอ” เธอทำเสียงสูงซึ่งไม่ค่อยน่าฟังเท่าไรแถมยังมองหน้าสักวาเหมือนรู้ทันอีก “ความน่าสนใจของโครงการคงจะอยู่ตรงคุณได้สร้างผลงานล่ะมั้งเกษตร”

   “ผลงานของผม ก็ผลประโยชน์ของชาวบ้าน วินๆ ทั้งสองฝ่ายคุณคิดว่าไงล่ะ หรือไม่อยากทำซะแล้ว”

   “ฉันอยากทำโครงการนี้ก็เพื่ออยากให้ชาวบ้านได้ผลประโยชน์ ได้รับความรู้ แต่ดูแล้วคุณจะพุ่งเป้าไปที่รางวัลมากกว่า ฉันเลยเกรงว่าผลสัมฤทธิ์ที่ได้จะไม่ตรงกับจุดประสงค์โครงการและชาวบ้านก็จะได้ประโยชน์ไม่คุ้มกับที่เหนื่อย”

   สักวาพยายามนับหนึ่งถึงร้อย ใช่เลย สำหรับยัยมือสากปากร้ายคนนี้หนึ่งถึงสิบไม่พอหรอก ดูเอาเถอะบทคุณเธอจะพยศขึ้นมาก็สรรหาเรื่องอ้างได้ทันที

   “จำได้ว่าตอนแรกคุณพูดเหมือนอยากร่วมโครงการ แต่พอจะถึงบ้านคุณกลับพูดเหมือนไม่อยากทำซะแล้ว เอ๊ะ ยังไงกัน” สักวายังคงหลอกล่ออย่างใจเย็น

   “ถามใจเกษตรดูเถอะ ฉันไม่มีปัญหา แต่ถ้าเกษตรรับปากจะทำโครงการนี้แล้วมาเหยาะแหยะทีหลัง ฉันนี่แหละจะดับฝันเรื่องการย้ายของเกษตรให้ไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้า!”

   “งั้นเราก็เจ๊ากัน คุณและชาวบ้านได้ประโยชน์ ส่วนผมได้ผลงาน มีความสุขกันทั้งสองฝ่าย คุณเตรียมตัดชุดสวยไว้ถ่ายรูปคู่กับโล่รางวัลได้เลย”

   “ฉันอยากเตือนไว้สักอย่าง เกษตรอย่ามั่นใจอะไรให้มันมากนัก เพราะถ้าหากสิ่งที่คุณหวังมันพลาด คุณนั่นแหละจะเป็นคนที่เจ็บที่สุด”

   “พูดงี้แสดงว่าคุณยังไม่รู้จักผมดีพอ”

   “ฉันก็จะได้รู้เร็วๆ นี้แหละ” หญิงสาวยักไหล่และไม่พูดอะไรอีก ทิ้งให้คนข้างๆ แอบหมั่นไส้กับอาการไม่อินังขังขอบของเธอ

   สักวาเลิกสนใจหญิงถึกแล้วหันมาอ่านข้อมูลโครงการต่อ ตอนนี้สมองเขาแล่นมากๆ วาดฝันถึงวันที่เขาพาร้อยบุญประสบความสำเร็จ ผลงาน รางวัลชนะเลิศ ทั้งหมดนี้จะเป็นตั๋วเบิกทางสู่ถิ่นฐานโกสุมพิสัยและที่นั่นเขาจะได้ครองรักกับจินตหราวาตีไปตลอดกาล

   “จะนั่งยิ้มอีกนานไหมเกษตร ฉันจะได้ฝากล็อกรถให้ด้วย”

   ฝันหวานของสักวาถูกเบรกกะทันหัน เพลินตะวันจอดที่ประจำแล้วหันมาถาม เกษตรตำบลผู้ค้นพบทางสว่างนิ่วหน้าแล้วเปิดประตูลงจากรถ หญิงสาวหลังดับเครื่องยนต์แล้วลงเดินไปดักหน้าเกษตรหนุ่ม   “สัญญากับฉันว่าคุณจะไม่ทำให้ชาวบ้านผิดหวัง”

   สักวามองความจริงจังที่แผ่ซ่านออกจากร่างของสาวสวนผัก ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดพลางยื่นรายละเอียดของโครงการให้เธอ

   “อ่านซะ แล้วพรุ่งนี้ไปสำรวจหมู่บ้านกันว่ามันมีปัญหาตรงไหนที่จะทำให้เราถูกหักคะแนน”

   จากนั้นสักวาก็เดินตรงกลับเรือนที่พักทันที ไม่มีคำสัญญาหลุดออกมาจากปากเกษตรตำบลคนใหม่ แต่สิ่งที่เขาบอกนั้นก็ไม่ได้เลวร้ายนัก อย่างน้อยเขาก็อยากเริ่มด้วยการกำจัดปัญหามากกว่าก่อปัญหาใหม่ให้ชาวบ้าน

   เพลินตะวันรู้จุดประสงค์ของเขาแล้ว แม้ว่าเธอจะไม่ได้ตั้งความหวังกับเกษตรคนใหม่มากเท่าใด แต่การได้รู้ว่าเขาจะใช้ตำบลร้อยบุญเป็นส่วนหนึ่งของบันไดการโยกย้าย จุดนี้เธออดเสียความรู้สึกไม่ได้ เขาไม่มีความจริงใจเลย แต่เธอก็ไม่มีอำนาจบังคับความคิดใคร เธอไปจี้ให้เขาเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อทุ่มเทให้คนร้อยบุญไม่ได้ บางทีเขาอาจจะกลับไปทำประโยชน์ให้บ้านเกิด ดูเหมือนคนรักของเขาจะรออยู่ที่นั่น การย้ายกลับไปเจอคนรัก เจอเพื่อนสนิท มันก็อาจจะทำให้เกษตรหวาทำงานอย่างมีความสุขก็ได้

   เธอควรจะทำใจให้กว้างและยอมรับแนวทางของเขา ก็เอาเป็นว่าในระยะสั้นเกษตรหวาคงช่วยพัฒนาตำบลร้อยบุญได้ แต่เธอคงจะต้องหวังกับคนใหม่ที่จะย้ายมาแทนเขาในเวลาอันใกล้นี้

   หญิงสาวรวบเอกสารแล้วออกเดิน ตอนแรกคิดว่าจะขึ้นไปหาป้านุ่มที่เรือนใหญ่ แต่เกิดเปลี่ยนใจเดินกลับเรือนตัวเองเสียอย่างนั้น อาบน้ำให้สมองโล่งๆ สักหน่อยคงดี นี่ขนาดเธอเลิกทำตัวเป็นศัตรูกับสักวาแล้วนะ ถ้าเกิดเป็นเมื่อวันก่อนไม่อยากจะคิดเลยว่าเธอกับเขาอาจจะจอดรถชกปากกันกลางทางหรือไม่ก็อาจจะรุนแรงกว่านั้น แต่มันคงไม่ใช่ต่างคนต่างกลับเรือนของตัวเองเงียบๆ แบบนี้แน่

   คิดผิดหรือถูกนะยัยเพลิน เธอสงบศึกเร็วไปไหม ให้ตายสิ! ตอนนี้เธออยากหาอะไรมาฟาดหัวเกษตรหวาสักป้าบจริงๆ

   หมั่นไส้!!!





   ข่าวการประกวดตำบลเกษตรกรรมตัวอย่างตกเป็นหัวข้อสำคัญของบทสนทนาบนโต๊ะอาหารในค่ำวันนั้น ลุงเบิ้มออกตัวแรงอย่างเคย ผู้ใหญ่บ้านหน้าใหญ่ใจโตไม่เพียงแต่ให้การสนับสนุน ลุงเบิ้มถึงกับประกาศตนเลยว่า ไม่ว่าเกษตรหวาต้องการอะไรให้บอกเบิ้มได้ตลอดเวลา ผู้ใหญ่เบิ้มคนนี้พร้อมจะยอมพลีชีพเพื่อร้อยบุญและการสถาปนาตำบลร้อยบุญให้เป็นตำบลเกษตรกรรมตัวอย่างนั้นมันช่างเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่เสียจนผู้ใหญ่คนนี้น้ำตาซึมด้วยความปลาบปลื้มประหนึ่งโล่รางวัลนั้นถูกเชิญมารอมอบที่หัวบันไดบ้านแล้ว

   “แกดูลุงแกยังเพลิน” จันทน์กะพ้อใช้ศอกกระทุ้งน้องที่นั่งข้างๆ

   “ฉันนึกภาพนี้ออกมาตั้งแต่อยู่ที่อำเภอแล้วละ” หญิงสาวส่ายหน้า แล้วเอื้อมมือไปตักทอดมันที่อยู่เยื้องไปทางด้านโหรา เธอถอยมือกลับมาเพราะมันไกลเกินกว่าจะตักถึง

   “นี่จ้ะพี่ตักให้” นักเขียนหนุ่มตักทอดมันสองชิ้นใส่จานให้น้องสาวของเพื่อนพร้อมบริการราดน้ำจิ้มตามให้ด้วย

   “ขอบคุณจ้ะพี่โหร วันนี้พี่จันทน์พาไปเที่ยวไหนบ้างพี่”

   “ก็ที่เดิมๆ ที่มันเคยพาไปนั่นแหละน้องเพลิน ยิ่งพูดพี่ยิ่งเพลีย สิ้นเดือนนี้พี่จะคิดค่าจ้างมันแล้ว บอกจะพาไปเจอสาวก็โอ๊ย...สาวเหลือน้อยเลยน้อง สงสัยนิยายเรื่องใหม่ของพี่นางเอกคงเป็นอมตะเพราะว่าได้กินเด็กแน่ๆ”

   “เอ...ไอ้นี่พูดจาน่าเตะซะแล้ว หลานสาวป้าพรแกสวยนะโว้ย” จันทน์กะพ้อคุยข่ม ขณะที่คนอื่นนั่งอมยิ้มกับการโต้คารมของสองหนุ่มที่ฝีปากทัดเทียมกัน

   “เออ สวยวัยใส จีบไปก็คุก ฉันไม่เอาหรอกว่ะ”

   “ต้องสวยแบบเพื่อนฉันใช่มะ”

   “ถูกต้องเลยจ้าน้องเพลิน” โหรายกนิ้วโป้งให้หญิงสาวแล้วแกล้งเอียงหน้าไปกระซิบกระซาบ “ถ้าน้องเพลินยอมเป็นแม่สื่อให้พี่โหรนะ พี่โหรจะเขียนนิยายให้น้องเพลินเป็นนางเอกเลยเอ้า”

   เพลินตะวันหัวเราะชอบใจ ก่อนพูดดัก “ฉันไม่เป็นนางเอกกินเด็กนะพี่โหร”

   “เฮ้ย...อันนั้นพี่จะเก็บไว้ให้ไอ้จันทน์” คราวนี้ทั้งวงพากันหัวเราะ ไม่เว้นแม้แต่สักวาที่นั่งฟังเงียบๆ มาโดยตลอด เพลินตะวันเผลอสบตากับคนที่นั่งตรงข้ามโดยบังเอิญก่อนที่เธอจะเฉไฉมองไปทางอื่นแทน

   สักวาชะงักกับอาการห่างเหินนั้น ก็ไม่ใช่ว่าเขากับเพลินตะวันจะใกล้ชิดสนิทแนบนักหรอก แต่ค่ำนี้เธอยังไม่ยอมพูดกับเขาเลย ยัยผีกะหล่ำเรื่องมากทำท่าว่าโกรธเขามาสักร้อยชาติ คงไม่พ้นเรื่องประกวดนั่นหรอก โธ่เอ๊ย แล้วก็มาทำอาสาเป็นพี่เลี้ยง ท่าจะงานล่มเสียตั้งแต่ยังไม่เริ่มแล้วกระมัง

   ก็ได้...ในเมื่อไม่สนใจเขา เขาก็จะหาที่ปรึกษาคนใหม่ อย่างไรจันทน์กะพ้อก็รู้ดีพอๆ กัน แถมยังกว้างขวางเพราะเขาวิ่งรับซื้อดอกไม้ทั่วทั้งตำบลอีก ฮึ นึกว่าเขาจะง้อเหรอ เชิญงอนให้สบายพระทัยไปเลยยัยผีกะหล่ำ!

   “เรื่องการประกวดผมคงต้องรบกวนของคำแนะนำจากคุณจันทน์บ้างนะครับ” สักวาเริ่มต้นด้วยการหนุ่มเจ้าของสวนดอกไม้รายใหญ่ของตำบลคุย

   “ยินดีครับเกษตร จะให้ช่วยอะไรบอกได้เลย แต่จริงๆ แล้วเรื่องในร้อยบุญนี่คนที่รู้ดีที่สุดต้องยัยเพลินนะครับ เขาเคยทำงานเป็นลูกมือเกษตรก้าน”

   “อ๋อครับ คุณเพลินเขารับอาสาเป็นพี่เลี้ยงให้ผมแล้ว งานนี้ผมคิดว่ายังไงก็ไม่พลาด จริงไหมคุณ” เกษตรตำบลแกล้งเลิกคิ้วถามพี่เลี้ยง

   “ก็...แน่นอนอยู่แล้ว ถ้าน้ำไม่ท่วมร้อยบุญซะก่อน”

   “โอ๊ย....” โหราร้องขัด “เลิกกลัวเลยจ้ะน้องเพลิน วันนี้พี่ก็ไปเสริมคันกั้นมาอีก รับรองได้ว่าไม่ท่วมชัวร์”

   “งั้นก็ดีเลยครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมกับคุณเพลินจะแวะไปดูระดับน้ำจากนั้นก็ไปสำรวจดูปัญหาของเกษตรกรในตำบล แล้วก็...”

   “พรุ่งนี้ฉันต้องเก็บบวบแล้วก็ฉีดน้ำหมักกวางตุ้ง” เพลินตะวันเอ่ยขัดแผนการของเกษตรหนุ่ม

   “งั้นก็...” สักวากำลังจะเปลี่ยนแผนแต่หญิงสาวก็ร่ายยาวถึงกิจกรรมของเธออีกคำรบ

   “เก็บบวบ ฉีดน้ำหมักกวางตุ้งเสร็จแล้วก็ต้องเอาบวบไปส่งอีก ส่งเสร็จฉันก็ว่าจะเลยไปดูปุ๋ยที่สั่งร้านไว้”

   “จากนั้นก็พาเกษตรไปทำงานจ้ะ” ป้าสีนุ่มที่เลี้ยงดูหลานสาวมานานย่อมรู้นิสัยใจคอว่าเพลินตะวันกำลังรวนใส่เกษตร เธอจึงช่วยสรุปให้พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบ “ตามนี้นะลูก เอาจ้ะหนุ่มๆ กินกันต่อ เดี๋ยวจะได้ไปพัก จันทน์เดี๋ยวพรุ่งนี้ป้าฝากขนมกลีบลำดวนไปส่งร้านป้าอ้วนด้วยนะลูก เขาโทรมาสั่งเมื่อเย็นนี้ แหมดีใจจัง เพิ่งเอาไปให้ชิมไม่เท่าไรก็สั่งแล้ว”

   “แบบนี้เขาเรียกฝีมือจ้ะที่รัก” ผู้ใหญ่เบิ้มป้อนคำหวานให้ภรรยาคู่ยากอายม้วน เรียกรอยยิ้มจากบรรดาหลานๆ จะเว้นก็แต่คนที่เพิ่งถูกบังคับทางอ้อมอย่างเพลินตะวันเท่านั้น เธอยิ้มแต่รอยยิ้มนั้นกลับขึ้นไปไม่ถึงดวงตา

   หลังจากมื้อค่ำผ่านไปทุกคนต่างแยกย้ายกลับเรือน เพลินตะวันเกาะติดพี่ชายกับเพื่อนนักเขียนแจและยังคงทำตัวเป็นเจ้าหญิงพิกุลทองเฉพาะเจาะจงกับสักวาเหมือนเดิม

   แน่นอนว่าสักวาไม่สน ก็มันเรื่องอะไรล่ะ เขาคิดหาเหตุผลที่เธอจะโกรธมาหลายรอบแล้วก็ยังไม่เห็นจะเจอประเด็นไหน ถ้าเขาไม่สร้างประโยชน์ให้กับชาวบ้านก็ไปอย่าง ถ้าเป็นอย่างนั้นเพลินตะวันมีสิทธิ์โกรธเขาได้เต็มที่ แต่นี่ก็เปล่าถึงเขาจะต้องการสร้างผลงาน ชาวบ้านก็ได้รับผลประโยชน์เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวถ้าจะเหมาะกว่า

   เอาละหวา...สักวาบอกตัวเองในใจ เลิกกังวลกับสาวสวนผักได้แล้ว แกไม่ได้ทำผิด แกไม่ได้เห็นแก่ตัว เท่านี้ทุกอย่างก็จบปิ๊ง!!!

   เมื่อถึงเรือนพักชายหนุ่มก็เหลือบมองนาฬิกาตรงข้างฝา ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มอ่อนโยน ก่อนหยิบโทรศัพท์คู่ใจขึ้นมากดเบอร์ที่เขาจำได้แม่นไม่ว่าหลับหรือตื่น เขารอสายจนกระทั่งสัญญาณถูกตัดไป ปลายทางไร้การตอบรับ ชายหนุ่มจึงกดโทรซ้ำ

   ความผิดปกติเริ่มเกิดขึ้นในจิตใจของเกษตรหนุ่ม สักวาเพียรกดเบอร์เดิมซ้ำๆ เกือบครึ่งชั่วโมงเขาถึงจะได้ยินเสียงใสๆ หวานๆ ของนางไหดาวคณะหมอลำบานแย้ม จินตหราวาตีทักเขาด้วยน้ำเสียงมีความสุข ไม่รู้ว่าเขาหงุดหงิดหรือเปล่าจึงเผลอคิดไปว่าเสียงของคนรักจะระริกระรี้เกินเหตุ

   “พี่หวา จินนี่ขอโทษนะพอดีโทรศัพท์มันอยู่ในห้อง”

   “ไม่เป็นไรจ้ะ พี่รอได้”

   นี่คือข้อเสียอย่างหนึ่งของเขา อาจเป็นเพราะจินตหราวาตีอายุน้อยกว่าเขาและพวกเขาเติบโตมาด้วยกัน ใกล้ชิดกันแต่เล็กๆ นางไหคนนี้จะติดนิสัยขี้อ้อนและทุกคนก็มักยอมตามใจเธอเพราะความน่ารักน่าเอ็นดู สักวาเองก็เช่นกัน ไม่ว่าสาวคนรักอยากได้อะไรเขาก็มักตามใจเธอและให้อภัยเธอได้ตลอดไม่ว่าความผิดนั้นจะร้ายแรงแค่ไหน

   ความรักของสักวาคือการทำทุกสิ่งทุกอย่างให้จินตหราวาตีมีความสุข รอยยิ้มของเธอนั่นแหละคือความสุขที่แท้จริงของเขา หลายครั้งที่เขาจำเป็นต้องโกหก ทำเหมือนไม่ทุกข์ ไม่โกรธ ทั้งที่ภายในใจก็รู้สึก แต่ทุกอย่างก็เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะทำให้จินตหราวาตีเศร้าหมองเสียใจ

   “วันนี้พี่หวาทำงานเหนื่อยไหม คิดถึงจินนี่หรือเปล่า”

   “ได้ยินเสียงจินนี่พี่ก็หายเหนื่อยแล้ว”

   สักวาเดินออกมานอนคุยโทรศัพท์นอกเรือนชานเพราะลมโชยเย็นสบาย แสงเดือนแสงดาวช่วยบรรเทาความคิดถึง ชายหนุ่มบอกเล่าเรื่องราวระหว่างวันให้กับสาวคนรักที่อยู่ไกล และเพราะมั่นใจว่าไม่มีใครมารบกวนเขาจึงระบายทุกอย่างเต็มที่ไม่เว้นแม้แต่เรื่องของเพลินตะวัน!





   ด้วยความว้าวุ่นใจทำให้สาวสวนผักไม่อาจข่มตาหลับได้ แม้จะรู้ตัวว่างานรออยู่มากในวันพรุ่งนี้แต่ความรู้สึกหน่วงๆ ในใจที่มีก็ทำให้เธอต้องลงมาเดินเล่นเตร็ดเตร่ข้างๆ เรือน เวลาที่มีเรื่องให้คิดเพลินตะวันก็มักจะเดินเล่นอย่างนี้ บางทีก็เลยไปคุยกับเกษตรก้าน แต่คราวนี้ไม่มีเกษตรตำบลคนเก่าที่เธอเคารพอยู่อีกแล้ว กว่าจะรู้ตัวหญิงสาวก็เดินมาเกือบถึงเรือนพักเกษตร

   เพลินตะวันคงจะเบนเข็มกลับทันทีถ้าเธอไม่ได้ยินชื่อตัวเอง คิ้วเรียวขมวดอย่างสงสัย เกษตรหวาคุยอยู่กับใครแล้วทำไม่ต้องพูดถึงเธอ หญิงสาวยอมเสียมารยาทขยับเข้าไปใกล้อีกนิดแล้วย่องไปหลบข้างเสาใต้ถุนเรือน ความมืดช่วยอำพรางกายและเธอก็เชื่อว่าสักวาคงไม่มีเวลาสังเกตสิ่งใดเนื่องจากกำลังนินทาเธออย่างเมามัน

   “จินนี่จะให้พี่ทำยังไง พี่ไม่เข้าใจยัยผีกะหล่ำนั่นเลย พี่ดูเป็นคนเลวขนาดนั้นเลยเหรอ ทั้งๆ ที่พี่ก็ทำประโยชน์ให้ชุมชนเหมือนกัน...จ้า พี่หวาไม่ได้คิดมากเรื่องนี้หรอก พี่หวาคิดมากอยู่เรื่องเดียวแหละ ก็คิดถึงจินนี่ม้ากมากไง อ้าว...จินนี่ง่วงแล้วเหรอจ๊ะ งั้นก็ไม่เป็นไรจ้ะ พรุ่งนี้ค่อยคุยกันใหม่ก็ได้ ตั้งใจซ้อมนะจ๊ะ จ้า...พี่หวาก็คิดถึงจินนี่จ้า จุ๊บๆ”

   เพลินตะวันเบ้ปากล้อเลียนคำพูดท่าทางของชายหนุ่มแบบไร้เสียง เฮอะ! คิดถึงม้ากมาก ฟังแล้วอยากจะอ้วกมันเสียตรงนี้ หวานเลี่ยนและเอียนที่สุด และตอนนี้เธอก็ได้รู้ความจริงอีกอย่างหนึ่งแล้วว่าสักวาตั้งฉายาให้เธอว่า...ผีกะหล่ำ

   มันน่านัก! เธอขบเขี้ยวอย่างโมโห เสียงกระดานบนเรือนลั่นเพราะเขาเดิน เพลินตะวันคิดว่าเกษตรหวาคงกลับเข้าห้องไปนอน เธอจึงขยับออกจากข้างเสาตั้งใจกลับเรือนตัวเองบ้าง แต่แค่เพียงก้าวแรกที่ออกจากใต้ถุน น้ำเย็นๆ ก็ราดลงมาบนหัวเธออย่างจัง

   ซวยชะมัด สักวาเดินออกมาล้างหน้า!!!

   เพลินตะวันสกัดกั้นอารมณ์และเสียงกรีดร้องของตัวเองเอาไว้ น้ำทั้งขันทำให้ตัวเธอเปียกชุ่ม เสียงคนข้างบนถอนใจอย่างมีความสุข

   “เฮ้อ...ชื่นใจจริงเลย ไปนอนฝันถึงจินนี่ดีกว่า จินนี่จ๋ามาหาพี่หวาในฝันนะจ๊ะที่ร้ากกกกก”

   เสียงพูดลอยหายไปพร้อมกับเสียงปิดประตูลงกลอน เพลินตะวันลูบหน้าที่เปียกโชกไปด้วยน้ำ หัวหูและเสื้อผ้าของเธอเปียกลู่แนบร่าง หรือนี่จะเป็นเวรกรรมจากการแอบฟังเขา หญิงสาวเงยหน้าขึ้นไปบนเรือนพร้อมสายตาอาฆาตแค้น คราวนี้ทำเธอแสบนัก แค่นินทาเธอก็โกรธจนอยากจับเขาบดแล้วหมักทำปุ๋ยชีวภาพแล้ว นี่ยังมาเอาน้ำราดหัวเธออีก ฮึ่ม...ฉันจะต้องแก้แค้น!!!